<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>คนถางทาง</title>
	<link>http://lanpanya.com/withwit</link>
	<description>จะบุกฝ่า.ป่าหนาม.คมความคิด..เพื่อนิมิต.เมืองใหม่.ที่หมายมั่น (ด้วยใจที่ไม่ซ้าย ไม่ขวา และไม่กลาง)</description>
	<lastBuildDate>Wed, 12 Dec 2012 21:15:13 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ทวงคืนผืนป่าประเทศไทย</title>
		<description>วันนี้ได้ข่าวดี ที่  นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมคณะ เข้ายื่นขอจัดตั้งพรรค  “ทวงคืนผืนป่าประเทศไทย”   ต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

โดยการตั้งพรรคนี้ไม่หวังจะได้เสียง สส.  มาก หวังเพียงให้ได้มีสิทธิในการนำเสนอวาระต่อสังคมเท่านั้น

ผมขอปรบมือดังๆ ให้  และสัญญาว่าจะเลือกพรรคนี้หากมีการส่งสส. ลงสมัครในเขตเลือกตั้งของผม

แต่ผมติงนิดว่าชื่อพรรคมันแคบไปหน่อย  ถ้ายังทันอยู่อาจเปลี่ยนมาเป็น ...พรรคทวงคืนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  (แบบนี้มันกว้างกว่าป่าเสียอีก  เช่น ป่าชายเลน  การปล่อยมลภาวะของโรงงานต่างชาติและในชาติ  การปลูกผักปลอดสารพิษ  สุขภาพของประชาชน...แบบนี้จะได้ฐานเสียงแนวร่วมมากขึ้นอักโข   พูดง่ายๆก็คือพรรคกรีน ของเยอรมันนั่นเอง)

ส่วนการทวงคืนผืนป่าที่ถุกบุกรุกนั้นผมได้ตระเวนมาหลายป่ามาก เช่น สามร้อยยอด  น้ำหนาว  วังน้ำเขียว และอื่นๆ  เห็นว่าถ้ารัฐต้องการทำจริงๆ ก็ไม่ยากเลย  เพราะยังมีประชากรไม่หนาแน่นมาก  (ฐานมวลชนที่จะมาต่อต้านน้อยมาก)  อาจมีมาตรการหนักเด็ดขาดระยะสั้นก็ได้  หรือ มาตรการผ่อนปรนระยะยาวก็ดี

มาตรการระยะยาวที่ผมได้เสนอไว้ในหลายบทความคือ  ให้ออกกฎหมายห้ามโอนถ่ายสิทธิ์ครอบครองที่ดินต่อลูกหลาน (คือให้ตายไปพร้อมเจ้าของในวันนี้)  ซึ่งลูกหลานวันนี้ก็ไม่มีใครอยากเป็นเกษตรกรอีกต่อไปแล้วด้วย   จากนั้นสร้างอุตสาหกรรมริมป่าให้ลูกหลานเขามีงานทำ  สร้างคอนโดให้อยู่ แล้วทำงานในอุตสาหกรรมริมป่านั้น

อุตสาหกรรมที่จะทำนั้นหากหาอะไรไม่ได้ก็อุตสาหกรรมป่าไม้ไงล่ะ โดยการตัดสางไม้ในป่าเดิมและที่ปลูกใหม่มาทำเฟอร์นิเจอร์ขาย  ส่งออก

ถ้าทำแบบนี้ ภายใน ๕๐ ปี ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/withwit/archives/823</link>
			</item>
	<item>
		<title>การวัดความดีของคนและต้นไม้</title>
		<description>การวัดความดีของคนและต้นไม้

ความดี มีนิยามว่ากระไร หลายท่านคงพอทราบ แต่วันนี้ผมจะมากระตุกให้เขวสักหน่อย

บางท่านอาจว่าคนดีคือคนไม่เห็นแก่ตัว แต่ผมขอแย้งว่าคนดีนั้นบันไดขั้นแรกคือ ต้องเห็นแก่ตัวเสียก่อน  ธ่อ...ตัวเองยังไม่ห่วง ไม่เห็น  แล้วจะมาอ้างว่าห่วงคนอื่น อมพระมาพูดผมก็ไม่เชื่อหรอก

บางท่านว่าคนดีคือคนเสียสละ  ยอมทนทุกข์เพื่อคนอื่น เช่น พระพุทธเจ้า  แต่ผมว่าพพจ.ท่านไม่ได้เสียสละอะไรนักหรอก  ออกบวชก็เพื่อตัวเองหลุดพ้นเป็นหลัก  จะได้มีชีวิตอมตะ  เพราะกลัวตาย  นี่แสดงว่าท่านเห็นแก่ตัวก่อน พอบรรลุแล้ว เอาตัวรอดได้แล้ว  จึงเห็นแก่ผู้อื่น   (แบบนี้พอทน)

คนดีไม่ขโมย  ...แล้วถ้าผมไปขโมยปืน m๗๙ ของโจรที่กำลังจะเข้ามายิงถล่มผู้ชุมนุมทางการเมืองโดยสันติล่ะ ผมจะเลวไหม

คนดีชอบทำบุญ...ธ่อ ทำบุญร้อยบาท แต่ขอตายแล้วไปสวรรค์ เกิดเป็นเทวดา  แบบนี้ค้ากำไรเกินควรไหม  ควรถูกจับติดคุกนรกเสียมากกว่า    แผนกคดีอาญานักเศรษฐกิจบุญนิยม

คนดีปิดทองหลังพระ....แค่ปิดทองก็แย่แล้ว ไม่ว่าหน้าพระหรือหลังพระ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/withwit/archives/818</link>
			</item>
	<item>
		<title>สอนลิงให้ขี่ช้าง เอางวงเก็บมะพร้าว</title>
		<description>เศรษฐกิจมะพร้าว..คิดให้แตก รวยระเบิด

ประเทศไทยเรานี้มีดีพร้อมอยู่รอบตัว แต่พวกนักวิชาการไม่มีความรอบรู้พอที่จะแนะให้นักการเมืองคิด ทำ ให้ดี มัวแต่ไปเห่อฝรั่งกันจนจะวอดวายสิ้นชาติกันรอมร่อแล้ว

มองไปทางไหนก็เห็นแต่เงินงอกช่อชูอยู่แทนใบไม้ให้เราเก็บกิน เหมือนยุคพระศรีอารย์   แต่อนิจจา วันนี้เรากลับหันไปถางป่า (ชายเลน) สร้างโรงงานอุตสาหกรรม ขอทานฝรั่งกินกันเป็นแถว  รวมทั้งหันไปสร้างคอนโดล่อฝรั่งให้มาเช่าอยู่ เป็นนายตัวเองไม่ชอบ ชอบไปเ็ป็นขี้ข้าฝรั่ง  ตั้งแต่หัวจรดหาง

นอกจาก ไผ่ กล้วย ป่าไม้ และอื่นๆ  ที่ผมได้เสนอมาเป็นระลอกแล้ว   อีกอย่างคือ มะพร้าว  ที่วันนี้คนปลูกน้อยลงมาก หันไปปลูกปาล์ม ยางพารากันใหญ่  แม้ในอีสาน ที่แห้งแล้ง (ตามนโยบายรัฐบาลไทยภายใต้การแนะนำของนักวิชาการอีกตามฟอร์ม  โดยไม่ได้ศึกษาให้ถึงแก่น)

แต่ผมอยากให้หวนกลับมามองดูมะพร้าว ซึ่งมีผลผลิตน้อยกว่าปาล์มประมาณ สามเท่า  (ปาล์มได้น้ำมันไร่ละประมาณ ๓ ตัน ส่วนมะพร้าวประมาณ ๑ ตัน)

แต่ช้าก่อน น้ำมันมะพร้าวมีสารอาหารดีกว่านะ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/withwit/archives/817</link>
			</item>
	<item>
		<title>กล้วยดิบ&#8230;ปลูกกินแทนข้าว..แล้วยังรวยไม่รู้เรื่องกันทั้งประเทศไทย</title>
		<description>กล้วยดิบ...ปลูกกินแทนข้าว..แล้วยังรวยไม่รู้เรื่องกันทั้งประเทศไทย

ผมได้เขียนบทความหลากหลายเสนอให้เลิกปลูกข้าวเป็นอาหารหลัก  แต่ให้ปลูกอย่างอื่นที่มีผลผลิตสูงกว่า และเหนื่อยยากน้อยกว่า เช่น สาเก  มันต่างๆ ฟักทอง หรือแม้แต่ลูกเดือย  ข้าวโพด (สาเกนั้นผมว่าน่าสนที่สุด เพราะให้ผลผลิตสูง แต่เหนื่อยน้อยสุด เพราะเป็นไม้ยืนต้น)

มาวันนี้ผมขอเสนอกล้วยอีกอย่าง   แต่เป็นกล้วยดิบนะครับ  เอามาทำแห้ง เก็บไว้กินแทนข้าวได้  เพราะมีคาร์โบไฮเดรทสูง (และสารอาหารอื่นๆ ที่หาข้อมูลยากจัง  ..นักวิชาการอาหารไทยไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้)  ส่วนใหญ่วันนี้สนใจกันแต่เอามาทำเป็นยา  หรือกินสุก (ซึ่งมันเสียง่าย เก็บไ้ว้ได้ไม่นาน)   ส่วนกล้วยดิบทำแห้งเก็บไ้ว้ได้หลายปี    การกินกล้วยดิบอาจเอามาปิ้ง หรือ ต้ม นึ่ง ได้ทั้งสิ้น  ทำเป็นผง เป็น แผ่น เป็นเส้น ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/withwit/archives/816</link>
			</item>
	<item>
		<title>สัตว์จะทำ คุณธรรม กรรมมารอ</title>
		<description>....."สัจธรรม" มีไว้ให้คนถือ

ส่วนสัตว์หรือมันจะคิดอะไรได้

กินเกียรติกามกัดกันวอดบรรลัย

มันเป็นไปตามวัตร"สัตว์จะทำ"

.....ส่วนพวกคน"กำมะลอ"ก็มีมาก

คุยถุยขากอวดรู้ดูน่าขำ

ความรู้น้อยแต่ได้ดีเพราะผีนำ

ไอ้พวกนี้ ระยำ "กรรมมารอ"

.....ส่วนคำว่า"คุณธรรม"นั้นล้ำเลิศ

แสนประเสริฐเทิดไว้ในไตรหอ

แต่วันนี้ฉันยังขอรีรอ

ขอบอกต่อช่วยลุ้น "คุณน่ะทำ"

...คนถางทาง (๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕) </description>
		<link>http://lanpanya.com/withwit/archives/815</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขุดบ่อกลางนา เลี้ยงกบปลาใต้ต้นข้าว กระเพราพริกเมล็ด ห้อยถุงเห็ดใต้ร่มกิ่ง</title>
		<description>ขุดบ่อกลางนา เลี้ยงกบปลาใต้ต้นข้าว  กระเพราพริกเมล็ด  ห้อยถุงเห็ดใต้ร่มกิ่ง

การทำนานั้นเหนื่อยยากกว่าทำไร่ สวน มากนัก เสี่ยงก็มากกว่า รายได้ก็น้อยกว่า  (แล้วจะโง่ทำกันไปทำไม หันมาปลูกป่า ปลูกมันป่าให้มันพันต้นไม้  (เอาไว้กินแทนข้าว)   เลี้ยงนกกระทำ บนกิ่งไม้  เลี้ยงวัวใต้ร่มไม้  จะดีกว่ากันไหม ขอ (ทาน) คาร์บอนเครดิทกินจากประเทศอียู  ก็ได้ไร่ละหกพันฟรีๆ แล้ว ส่วนทำนาได้กำไรไร่ละเพียง สองพันบาท (มาตรฐานอีสาน ทำนาครั้งเดียว ไม่มีชลประทาน) )

เอาหละ พวกรักเหนื่อยที่จะทำนากันทั้งที ขอเสนอแนวคิดให้ไปสานกันต่อ เพื่อเพิ่มรายได้ พร้อมลดความเหนื่อยไปพร้อมกันดังนี้  (คัดสรรรวบรวมยอดแนวคิดมาจากบทความก่อนๆ ที่ยังคิดแบบสะเกะสะกะ แบบแยกส่วนอยู่พอควร คราวนี้คิดว่าลงตัว  คงเปลี่ยนไปจากนี้ไม่มาก แม้ในอนาคต)

วิธีการคือ..........ให้ทำนา "น้ำขัง"  ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/withwit/archives/814</link>
			</item>
	<item>
		<title>คิดถึงทุกคน แ่ต่โพสท์ และอ่านไม่ได้</title>
		<description>แม้จะจากไป แต่หัวใจก็คิดถึงเสมอ นานๆ มีเวลา ก็ไม่วายแ่ว่บมาอ่าน

แต่ว่าระบบมันโพสต์ และ อ่่่านก็ไม่ได้    ก็เลยทำใจ (ยกเว้นวันนี้ลองแอบโพสต์ผ่าน แด๊ชบอร์ด เผื่อฟลุก)

ช่วงสองเดือนผ่านมา ไปเหนือ  เชียงราย  เชียงใหม่ สองครั้ง  ติดต่อไป ก็ไม่มีใครว่าง  เลยเที่ียวเคว้งคว้าง ไปคนเดียว  ..ก็ดีไปอย่าง

คราวหน้า ต้องลงใต้ เพืื่อไปรับเรือกอและ และ หนวน

คงมีใครรอรับบ้างหรอกนะ  อย่างน้อยก็ได้คนกล้าเสี่ยงจากสามจังหวัดชายแดนอันโหดร้าย ที่เป็นธุระจัดการให้ทุกอย่าง

...คนถางทาง </description>
		<link>http://lanpanya.com/withwit/archives/813</link>
			</item>
	<item>
		<title>นิทาน..ปรองดองเสือสิงห์กระทิงแรด</title>
		<description>กาลครั้งหนึ่งเสือและสิงห์ต่างแข่งแย่งกันหากิน  ด้วยการวิ่งไล่จับกวางกิน  เกิดการกระทบกระทั่งกันเนืองๆ อีกทั้งกว่าจะจับกวางกินได้แต่ละตัวก็แสนยาก เพราะกวางนั้นปราดเปรียวยิ่งนัก หากินเป็นหมู่เพื่อเป็นหูเป็นตาแทนกัน และคอยคุ้มภัยให้กันและกันอีกด้วย เช่นช่วยกันใช้ขาหลังดีดถีบ  ขวิดด้วยเขา จนหน้าเสือเยินยับไปก็หลายครั้ง

เสือและสิงห์หากินฝืดเคืองมาก ทำให้ท้องหิว  แต่ความหิวทำให้เกิดปัญญา อยู่มาวันหนึ่งเสือและสิงห์จึงส่งสัญญาณนัดหมายกันมาประชุมลับที่ถ้ำแห่งหนึ่ง
เสือ..ไอ้สิงห์ กวางมีมากหลาย เราอย่ามาผิดใจกันเรื่องแย่งกวางกันเลย เพียงแต่ว่าวันนี้พวกมันสามัคคีกันดีมาก ทำให้เราจับพวกมันกินลำบาก  ดังนั้น เรามารวมหัวกันเพื่อหาวิธีจับพวกมันกินง่ายๆดีกว่า
สิงห์...เข้าท่าว่ะไอ้เสือ ว่าแต่ว่าทำไงดีล่ะ เอ็งช่วยไขหน่อยสิว่าจะจับมันง่ายๆได้ยังไง ทุ่งหญ้าฝั่งข้ามันไม่อุดมเหมือนฝั่งเอง มีแต่กวางผอมๆให้จับกิน สารอาหารน้อย สมองข้าเลยไม่ค่อยดีเหมือนเอ็ง
เสือ...เอ็งจงไปป่าวประกาศให้ก้องป่าว่า ถ้ากวางตัวใดไปคลุกฝุ่นให้ตัวแดงให้หมด เราพญาสิงห์จะไม่จับกินเพราะถือว่าเป็นพวกเดียวกันกับเรา  ส่วนข้าจะไปประกาศทั่วว่าถ้ากวางตัวใดไปคลุกโคลนให้ตัวเหลืองให้หมด เราพญาเสือจะไม่จับกินเพราะถือว่าเป็นพวกเดียวกันกับเรา

สิงห์...ข้าไม่เข้าใจ แล้วงัยต่อวะ

เสือ....จากนั้นเราก็ไปเสี้ยมสอนให้ไอ้พวกกวางสองสีนี้มันรบกันสิ  ทุ่งหญ้าทางฝั่งถ้ำข้านี้แม้มีพื้นที่น้อยกว่าแต่มีหญ้าอุดมสมบูรณ์กว่าถ้ำเอ็งตรงฝั่งโน้น   ข้าจะประกาศว่าพวกกวางเหลืองให้มากินหญ้าฝั่งนี้ได้ ข้าจะไม่จับพวกเจ้ากิน  แต่ถ้าหากว่าพวกกวางแดงพลัดเข้ามาในถิ่นนี้ขอให้พวกกวางเหลืองขับไล่ออกไปให้หมดด้วย  หรือจับตัวมาให้ข้ากินก็ได้ ..  ต่อไปไม่นานพวกกวางแดงที่มีจำนวนมากก็จะหมดหญ้ากินด้วยความแห้งแล้ง  จะเดือดร้อนหนัก  ผอมแห้ง จนเกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมกวาง ...พวกกวางแดงพอหิวโซ ก็จะทนหิวไม่ไหว ก็ต้องรุกล้ำแดนเข้ามาแย่งหญ้าจะพวกกวางเหลืองแน่นอน ยิ่งถ้าเอ็งยุหน่อยว่ามันสองมาตรฐานนี่หว่า ก็จะยิ่งดี  ....แล้วไอ้พวกกวางโง่สองสีก็จะทำสงครามแย่งหญ้ากัน  จนอ่อนเพลียหมดแรง ล้มตาย  ..หลังจากนั้นเราสองตัวก็ออกไปจับพวกมันมากินได้โดยง่าย โดยไม่ต้องออกแรงอะไรให้มากเลย

สิงห์...ไอ้เสือ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/withwit/archives/812</link>
			</item>
	<item>
		<title>ลาก่อนลานปัญญา</title>
		<description>ผมมาเขียนที่ลานปัญญา นานพอดู

แต่วันนี้ขอลาพี่น้อง ไปก่อน เพราะ

 

1) มีคนสนใจอ่านน้อยมาก ...ส่วนใหญ่ชอบเรื่องเจ๊าะแจ๊ะ  (เรื่องหนักๆ แบบผมคงไม่เหมาะสำหรับที่นี่)

 

2) ส่วนผู้ที่พออ่านบ้าง ก็ไม่สนใจ ในการเสนอคห. อะไร ให้เป็นการสานต่อ  ทั้งที่เรื่องที่ผมนำเสนอ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องท้าทาย "ปัญญา"   (หรือว่าปัญญาผมมันน้อยเกินกว่าที่จะน่าสนใจก็เป็นได้)

 

3) ถ้ายังสนใจอ่านบทความผม ไปเจอกันที่ โกทูโนว ได้นะครับ ผมไปสิงอยู่ที่นั้นหลายเดือนแล้ว  ...บทความบางส่วนผมก็ก็อปไปจาก ที่เคยเขียนในลานปัญญานี่แหละ...แต่กลับมีคนอ่าน คนวิจารณ์มากขึ้นประมาณ ล้าน%  (หมายความว่าเมื่อก่อนมี 0 คน แต่คราวนี้มีตั้ง 1 คน แน่ะ เฮ่อๆ)

 

ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านในลานนี้  ผมจะแวะมาเยี่ยมเป็นครั้งคราวครับ เท่าที่ใจอยากมา

 

ขอได้รับการอโหสิกรรมจากทุกท่านที่ผมอาจได้ล่วงเกิน ทั้งโดยตรง อ้อม ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ

 

...คนถางทาง (๒๑ เมษ. ๒๕๕๕) </description>
		<link>http://lanpanya.com/withwit/archives/811</link>
			</item>
	<item>
		<title>ทำจานจากหยวกกล้วย</title>
		<description>ผมใช้เวลาอยู่หนึ่งปีเต็ม เคี่ยวเข็ญให้เด็กโง่และขี้เกียจสองคน (มันโง่+ขี้เกียจจนน่าเขกกระโหลกจริงๆ) ทำโครงงานวิศวกรรม เพื่อผลิตจาน (กินข้าว) จากหยวกกล้วย

 

ในที่สุด หลังจากลองไปลองมานับร้อยปัจจัย ก็ได้จานออกมา มันสวยงามมากอย่างเหลือเชื่อ และเป็นวัสดุชีวภาพ 100% อีกต่างหาก ไม่มีสารเคมีเลยสักนิด

 

ถ้าทำออกมาเป็นการค้า คงขายได้ทั่วโลก เพราะม้นกำลังเป็น trend คงเป็นธุรกิจมหาศาล

 

แต่เราก็ทำได้เพียงแค่นี้แหละ ทำเอามันเพื่อความสะใจไปงั้นเอง  เพราะทำธุรกิจอะไร ค้าขายกะใครเขาก็ไม่เป็นหรอก จะให้ไปจดสิทธิบัตร ก็ขี้เกียจ  แถมกลัวรวยง่ะ

 

  </description>
		<link>http://lanpanya.com/withwit/archives/810</link>
			</item>
</channel>
</rss>
