<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ลานซักล้าง</title>
	<link>http://lanpanya.com/wash</link>
	<description>ลานซักล้าง: ใจซักได้ ถ้ารู้ตัว / นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา / สุทธิ อสุทธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย / Improvement begins with I</description>
	<lastBuildDate>Thu, 18 Mar 2010 12:20:51 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ข้อสอบคัดเลือกเข้า ป.๑ ของโรงเรียนดัง</title>
		<description>ถ้าคนไทยยังทะเลาะกัน เราจะร้องเพลงชาติให้ใครฟัง
 1. ในหลวง
 2. พ่อ-แม่
 3. คนอื่น

แล้วจะรู้ไปทำไม </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1301</link>
			</item>
	<item>
		<title>สติเป็นประดุจปฏัก ความเพียรเป็นบังเหียน ปัญญาเป็นห้ามล้อ</title>
		<description>ในมหานารทกัสสปชาดกซึ่งเป็นชาติที่แปดที่พระมหาโพธิสัตว์ บำเพ็ญทศบารมี เรื่องเต็มอ่านได้จากพระไตรปิฎกครับ ส่วนเรื่องย่อๆ มีว่า

ในอดีตกาล  ยังมีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าอังคติราช เสวยราชสมบัติในกรุงมิถิลามหานคร ณ วิเทหรัฐ  พระองค์ทรงตั้งอยู่ในธรรม ถามเหล่าอำมาตย์อาวุโสว่า ทำอย่างไรจึงจะเพลิดเพลินท่ามกลางคืนพระจันทร์สวยเช่นนี้

อลาตอำมาตย์ทูลว่า "ขอเดชะ ควรจะเตรียม กองทัพใหญ่ยกออกไปกวาดต้อนดินแดนน้อยใหญ่ ให้เข้า มาอยู่ในพระราชอำนาจพระเจ้าข้า"
 สุนามอำมาตย์ทูลว่า "ทุกประเทศใหญ่น้อยก็มา สวามิภักดิ์อยู่ในพระราชอำนาจหมดแล้ว ควรที่จะ จัดการ เลี้ยงดู ดื่มอวยชัยให้สำราญ และหาความ เพลิดเพลินจากระบำรำฟ้อนเถิดพระเจ้าข้า"
 วิชัยอำมาตย์ทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ เรื่องการระบำ ดนตรีฟ้อนร้องนั้น เป็นสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทอด พระเนตรอยู่แล้วเป็นนิตย์ ในราตรีอันผุดผ่องเช่นนี้ ควรไปหาสมณพราหมณ์ผู้รู้ธรรม แล้วนิมนต์ ท่านแสดง ธรรมะจะเป็นการควรกว่าพระเจ้าค่ะ"

พระราชาพอพระทัยคำทูลของวิชัยอำมาตย์ จึงตรัสถามว่า "เออ แล้วเราจะไปหาใครเล่าที่เป็นผู้รู้ธรรม"



อลาตอำมาตย์แนะขึ้นว่า "มีชีเปลือยรูปหนึ่ง อยู่ในมิคทายวัน เป็นพหูสูตร พูดจาน่าฟัง ท่านคงจะช่วยขจัดข้อสงสัยของเราทั้งหลายได้ ท่านมีชื่อว่า คุณาชีวก" ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1300</link>
			</item>
	<item>
		<title>หลง</title>
		<description>ตัดตอนจากหนังสือ เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว ของดังตฤณ

ถาม –  อยากทราบว่าผู้เผยแผ่ธรรมะที่ประสบความสำเร็จ ได้รับคำแซ่ซ้องสรรเสริญมากๆ  จะต้องทำใจอย่างไรไม่ให้หลงตัวเองว่าเป็นผู้วิเศษคะ?

ถ้าคุณเป็นของจริงทางธรรม  คุณจะแม่นยำในข้อธรรมะสำคัญของพระพุทธเจ้า คือธรรมะของพระองค์นี้  เป็นไปเพื่อลดความโลภ ความโกรธ และความหลง ไม่ใช่เป็นไปเพื่อเพิ่มความโลภ  ความโกรธ และความหลง

ความหลงตัวก็เป็นความหลงชนิดหนึ่ง  หากคุณมีสติเตือนตัวเองได้เป็นขณะๆว่าตอนนี้คิดเหิมเกริมแล้วนะ  ตอนนี้คิดว่าตัวเก่งแล้วนะ ตอนนี้คิดว่าตัวยิ่งใหญ่กว่าใครแล้วนะ  สติที่เกิดขึ้นเท่าทันความหลงทุกครั้งนั่นเอง  จะกดหัวความหลงให้หดตัวลงไปเรื่อยๆ ยิ่งมีชีวิตนานขึ้นเท่าไหร่  อัตตาของคุณก็จะยิ่งเล็กลงเท่านั้น ตลอดจนเห็นตนเองเสมอกับคนอื่น  ในฐานที่เกิดมาด้วยความไม่รู้  ดีกว่าคนอื่นหน่อยเดียวคือมีสิทธิ์ตายไปอย่างรู้  รู้ว่าการตื่นจากความหลงเท่านั้น  คือหนทางแห่งความพ้นทุกข์พ้นภยันตรายได้อย่างเด็ดขาด

สรุปคือจะเป็นคนธรรมดาหรือผู้เผยแผ่พระสัทธรรมก็เสมอกัน  ตรงที่หากไม่แม่นในธรรม ไม่ใช่ของจริงทางธรรม ก็จะไม่มีแก่ใจเตือนสติตนเอง  เมื่อไม่เตือนสติตนเองความหลงตัวก็ได้ช่องเกิดทีละนิดทีละหน่อย  วันละเล็กวันละน้อย นานปีเข้าก็กลายเป็นคนธรรมดาที่หลงตัวเหมือนๆผู้อื่น ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1299</link>
			</item>
	<item>
		<title>หนังสั้น &#8220;ไปบอกปลา ไป๊&#8221;</title>
		<description>



เดนมนุษย์ที่เป็นเหยื่อสองคน ถูกจับโดยลงมาจากหน้าผา โดยมีเท้าอยู่ในแท่งคอนกรีตหล่อ

ปัญหาคือน้ำกำลังจะขึ้น

แทนที่สองคนจะช่วยเหลือกัน ต่างกลับทุ่มเถียง ต่างกล่าวโทษกัน

ผลคือตายทั้งคู่

หนังสั้นชนะรางวัล โดย Laika Pictures



UK - IRL 2006 / 10 min. / Fiction

With Dylan Moran and Gerard McSorley 
 Written and Directed by William Sinclair
 Produced by Carol Murphy and Chloe Mercier

The tide is slowly coming in and Finn (Dylan Moran), a worthless low-rent hood, has been ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1298</link>
			</item>
	<item>
		<title>ทวีคูณ</title>
		<description>เมื่อเย็นที่ผ่านมา ชวนหลานสองคนมาเล่นสนุก คือว่าลุงสนุกแต่หลานอาจจะไม่สนุก ปรากฏว่าตัวเล็กหลงกลคนเดียว ส่วนตัวโตบอกว่าเดี๋ยวโดนเอารูปไปโพสต์บนเน็ต

อืม... ถึงดักคอถูก ลุงก็โพสต์อยู่ดี

 </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1296</link>
			</item>
	<item>
		<title>วาฬเครียด</title>
		<description>หลอกกันไป หลอกกันมานี่แหละ เครียดที่สุด... แหลทั้งนั้น แถอีกต่างหาก... บาปนะโยม


 </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1295</link>
			</item>
	<item>
		<title>ลึกกว่าข้อความคือความคิด มีค่ากว่าความคิดคือการกระทำที่ถูกต้อง</title>
		<description>
ความสุข
ความสุข เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา  แต่ความปรารถนาเพียงอย่างเดียวจะไม่ทำให้สมหวังได้ หรือแม้แต่ลงมือกระทำเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งความสุข แต่ถ้าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องก็พบความสุขไม่ได้เช่นกัน
ท่านชาคโร ได้เล่าประสบการณ์ขณะที่ท่านปฏิบัติธรรมอยู่กับท่านอาจารย์ชา สุภัทโท ไว้ว่า
"หลวงพ่อชา เป็นตัวอย่างของผู้ที่มีความสุขมีความเบิกบานในทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ หลวงพ่อไม่หวังจะได้อะไรจากคนอื่น ไม่พยายามควบคุมอะไรหรือกำหนดเงื่อนไขใดๆ อาตมาเคยคาดหวังให้หลวงพ่อควบคุมดูแลทุกอย่างเข้มงวด คอยดูแลพระเณรให้รักษาวินัย แต่หลวงพ่อไม่เคยยึดติดกับมัน แล้วไม่เคยปฏิเสธใครด้วย พระเณรไม่มาทำวัตรนั่งสมาธิตามเสียงระฆัง หลวงพ่อก็ยินดีจะทำเองรูปเดียว"
ดังนั้นการที่จะทำให้ตนเองมีความสุข สิ่งสำคัญคือ ไม่หวังอะไรจากคนอื่น และไม่พยายามควบคุมอะไรเพื่อทำให้ตนเองมีความสุข
วิถี...แห่งปัญญา นิกายเซน โดย รศ.ดร.บุญชัย จงกลนี, หน้า 91



มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งชื่อ คิด เห็น เป็น ชีวิต เป็นหนังสือที่แปล/เรียบเรียงโดย ปลายฟ้า จากหนังสือชื่อ As A Man Thinketh ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ.2445 กว่าร้อยปีมาแล้ว ความตอนต้นบทที่ 4 ว่า
ตราบใดที่ความคิดมิได้ถูกโยงเข้ากับจุดมุ่งหมาย ตราบนั้นปัญญาหรือความสำเร็จที่แท้จริงก็ยังไม่เกิด คนจำนวนมากปล่อยกระแสความคิดให้ล่องลอยไปในมหาสมุทรแห่งชีวิต การขาดจุดหมายคือความเลวร้ายชนิดหนึ่ง ผู้ที่ไม่ต้องการพบกับหายนะหรืออันตรายต้องไม่ปล่อยให้เรือของชีวิตตนล่องลอยไปอย่างปราศจากจุดหมาย
ผู้ที่ไม่มีเป้าหมายชัดเจนในชีวิตย่อมตกเป็นเหยื่ออันง่ายดายของความกังวล ความกลัว เรื่องยุ่งยากใจและความสงสารตนเอง ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องชี้วัดความอ่อนแออันนำไปสู่ความล้มเหลว ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1292</link>
			</item>
	<item>
		<title>การพัฒนา &#8220;เผ่า&#8221;</title>
		<description>มนุษย์เป็นสัตว์สังคม จึงมีการรวมกลุ่มกัน ด้วยความเหมือนบางอย่าง

การรวมกันด้วยความเหมือนบางอย่างนี้ ส่วนหนึ่งเป็นไปเพราะมนุษย์นี้กระจ้อยร่อย ตัวเราคนเดียวทำอะไรเองมากนักก็ไม่ได้ จึงต้องอาศัยพึ่งพาคนอื่นบ้าง ดังนั้นมนุษย์แต่ละคนเป็นสมาชิกของกลุ่มหลายๆ กลุ่มในเวลาเดียวกัน เพื่อที่จะเสริมสร้างกำลังใจในการยืนหยัดด้วยความเหมือน และไหว้วานผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญ และความสามารถที่แตกต่างในส่วนที่ตัวเองทำไม่ได้

ดังนั้นในชีวิตคน จึงต้องเจอทั้งความเหมือนและความแตกต่าง Dr. David Logan เรียกการรวมกลุ่มนี้ว่า "เผ่า" หรือ Tribe ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนประมาณ 20-150 คน (ใหญ่กว่าทีมหนึ่งทีม ใหญ่กว่ากลุ่มคนที่มั่วสุมกันเองโดยสร้างกำแพงล้อมรอบตัวเอาไว้ จึงเป็นปฏิสัมพันธ์ในระดับที่กว้างกว่าความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคล แต่เป็นบุคคลต่อกลุ่มคน)







ปฏิสัมพันธ์ของบุคคลต่อโลกภายนอกนั้น เป็นไปตามโลกทัศน์ของเขา สิ่งที่เขาแสดงออก ก็สะท้อนสิ่งที่เขาเห็นจนนึกว่าเป็นปกติ

David Logan แบ่งเผ่าออกเป็น 5 ระดับตาม "การพัฒนา"


	"โลกบัดซบ" Life Sucks -- ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด อะไรๆ ก็ไม่พอใจ ทุกอย่างเป็นไปเพื่อความอยู่รอด ไม่ต้องสนใจกติกาอะไรทั้งสิ้น เบียดเบียนใครก็ได้โดยไม่รู้สึกผิดอะไร 
	"ทำไมเรื่องเลวร้ายจึงเกิดกับฉันอยู่เรื่อย อะไรกันฟะ" My life sucks
	"ฉันเจ๋งที่สุด (แต่แกไม่เจ๋ง)" ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1291</link>
			</item>
	<item>
		<title>คิดใหม่ ทำใหม่ ที่ทางแยก</title>
		<description>วิดีโอชุดนี้  ตลกดี แต่ก็ให้แง่คิดบางอย่างครับ








	ครึ่งหนึ่งของอุบัติเหตุทางรถยนต์ เกิดขึ้นที่ทางแยก
	แทนที่จะติดตั้งสัญญาณไฟจราจร  Gary Lauder เสนอที่ TED ให้เปลี่ยนแยกเป็นวงเวียน
	จากการศึกษาพบว่า อุบัติเหตุลดลง 40% การบาดเจ็บลดลง 76% และการเสียชีวิตลดลง 90%
	เขาสร้างป้ายแบบใหม่ โดยผสม "หยุด" กับ "ให้ทาง" เป็น "ผลัดกัน"
 </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1290</link>
			</item>
	<item>
		<title>ผู้เชี่ยวชาญเตือนอภิมหาสึนามิบนรอยแยกเดิม</title>
		<description>เมื่อต้นปีนี้ ศ.ดร.จอห์น แม็คคลอสคีย์ ได้ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดสึนามิขนาดใหญ่*ใต้*เกาะสุมาตรา จุดนี้เป็นจุดเดียวกับที่ ศ.ดร.เคอรี่ ซีห์ เคยชี้ไว้ -- ที่จริงระบุจุดเสี่ยง ว่าเป็นบริเวณเมืองปาดังทางตอนใต้ของเกาะสุมาตรา ซึ่งหากเกิดขึ้นตรงนี้จริง ก็ไม่น่าจะกระทบกับเมืองไทยเพราะเกาะสุมาตราบังอยู่

ความเสี่ยงนี้ เกิดจากการมุดตัวของเพลต Indian and Australian Plate ลงใต้เพลตเอเซียหรือบางทีก็เรียกเพลตซุนดรา Sundra Plate ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีแผ่นดินไหวใหญ่ในรอยแยกบริเวณนี้ (Sundra Megatrust) ทำให้แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนจนดีดตัวเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อนำการเคลื่อนของแผ่นดิน (ส่วนใหญ่วัดด้วย GPS) มาพล็อตลงแล้ว พบว่ายังมี "ช่องว่าง" อยู่ตรงเมืองปาดัง





อย่างไรก็ตาม ดร.สมิทธ ธรรมสโรช อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ผู้เชียงชาญของไทย ยังคิดว่าแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งต่อไป น่าจะเคลื่อนขึ้นเหนือของศูนย์กลางแผ่นดินไหวเมื่อคราววันที่ 26 ธ.ค.2547 คือเลื่อนขึ้นมาแถวหมู่เกาะนิโคบาในทะเลอันดามัน (ใต้พม่า) หรือว่าอาจจะเป็นรอยแยกของเพลตพม่าก็ได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นบริเวณนี้ ก็จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อจังหวัดตามชายฝั่งอันดามันของไทย



ถ้าผู้เชี่ยวชาญผิดทั้งสองฝ่าย คือไม่เกิดสึนามิเลย นั่นดีที่สุดครับ เพราะคนไม่ทุกข์ยาก

แต่หากเกิดสึนามิขึ้น ไม่ว่าผู้เชี่ยวชาญฝ่ายไหนจะถูก ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1289</link>
			</item>
	<item>
		<title>Whatever will be, will be</title>
		<description>

 </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1288</link>
			</item>
	<item>
		<title>คลายร้อน</title>
		<description>อากาศไม่ได้ร้อนด้วยตัวเองหรอกครับ ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่แผ่มาให้โลกอย่างทั่วถึง

ปีนี้เอลนินโญ่รุนแรง ทำให้อากาศบริเวณอุษาคเนย์ (mainland southeast asia) มีอุณหภูมิสูงขึ้น พอนานๆ ไป ก็เข้าขั้นร้อนตับแตก

เพราะเราไม่ทำอะไร จึงปล่อยให้เสียความชุ่มชื้นในบรรยากาศไป พอความชื้น(สัมพัทธ์)ในบรรยากาศลดลง เมฆก็ไม่รวมตัวกัน แสงแดดทะลุลงมากระทบพื้นผิวโลกได้ แถมเราทำลายป่าไปจนจะโกร๋นหมดแล้ว เมื่อดินโดนแดดเผา อากาศร้อนก็ลอยสูงขึ้นไปไล่เมฆที่อาจจะหลงเหลืออยู่บ้าง ไม่ว่าจะมีความชื้นสัมพัทธ์อยู่เท่าไหร่ อุณหภูมิพื้นผิวสูงขึ้นทำให้อากาศร้อนลอยตัวสูงขึ้น เมื่ออุณหภูมิสูงเกิน dew point เมฆก็สลายตัว ทำให้แสงแดดส่องลงมาได้มากขึ้น ร้อนหนักเข้าไปใหญ่ วนเวียนไปเป็นวัฏจักร



เอาล่ะครับ เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ก็ผ่านไปแล้ว เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่ถ้าจะถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำซากอีก ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง (แต่ก็ยังไม่ทำอะไรกัน)

ทีนี้เมื่อเข้าใจเหตุของความร้อนแล้ว วิธีบรรเทาก็ไม่ยากจนเกินไป กล่าวคือป้องกันไม่ให้แสงอาทิตย์ตกลงมากระทบพื้น

ร่มเงา

ที่น่าจะดีที่สุดคือต้นไม้ใหญ่ครับ ปลูกบัง หรือคลุมวัสดุที่อมความร้อนมากเช่นคอนกรีต รวมทั้งอาคารสิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือน หลังคา ฯลฯ รวมทั้งถนนด้วย

พูดง่ายนะ ถ้าปลูกวันนี้ เมื่อไหร่จะโต... ที่แน่ๆ คือปลูกวันนี้ จะเอาผลพรุ่งนี้ไม่ได้หรอกครับ ยังมีวิธีอื่นอีก

ที่ดีที่สุด ต้นไม้ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือต้นไม้ใหญ่ เป็นไม้ยืนต้น ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1283</link>
			</item>
	<item>
		<title>จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน จากมุมมองของมนุษย์ธรรมดา</title>
		<description>สังคมมนุษย์เป็นสังคมของการพึ่งพากัน ไม่มีใครที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ (แบบที่มีคุณภาพชีวิตพอสมควร) ได้ด้วยตนเอง เมื่อคนอยู่รวมกลุ่มกัน ต่างก็พึ่งพาอาศัยกันและกัน

18 ต.ค. 2516 สี่วันหลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลา ดำเนินไปถึงจุดไคลแม็กซ์ อ.ป๋วย เขียนบทความ The Quality of Life of a South East Asian : A Chronical of Hope from Womb to Tomb ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ the Bangkok Post บทความนี้ ต่อมามีการแปลเป็นภาษาไทย และกล่าวกันว่าเป็นแรงผลักดันสำคัญของแนวคิดแบบรัฐสวัสดิการของไทย

คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าบทความนี้ สร้างแรงบันดาลใจมหาศาล แต่ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตว่ามันเป็นไปเช่นเดียวกับที่เคยเป็นมา คือคนเชื่อยังชี้นิ้วไปยังคนอื่น (รัฐ) ว่าจะต้องทำอย่างโน้น ทำอย่างนี้ ส่วนตัวเองนั้นขอพูด ขอวิจารณ์ ขอผลักด้นและกดดัน ประกาศความต้องการอย่างชัดแจ้ง ผมคิดว่ายังมีนัยอื่นในบทความนี้ ที่ระบุถึงหน้าที่ของทุกคนในรัฐสวัสดิการ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1282</link>
			</item>
	<item>
		<title>การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานหรือไม่ คนไทยตอบว่า &#8220;ควร&#8221; แต่&#8230;</title>
		<description>สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ รายงานผลของการสำรวจอันหนึ่งว่า Internet access is 'a fundamental right' ซึ่งบีบีซีทำการสำรวจ "ผู้ใหญ่" สองหมื่นเจ็ดพันคน ใน 26 ประเทศ ซึ่งผลสำรวจโดยละเอียดดาวน์โหลดได้ที่นี่

การสำรวจนี้ รวมการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมืองไทยด้วย กับคนหนึ่งพันคนในเขตเมือง ระหว่าง 6-27 มกราคม ปีนี้ (แต่เค้าไม่ได้ถามผม และผมไม่เคยโดนสุ่มถามโดยโพลไหนๆ เลย)

Thailand
 While Thai web users believe very strongly that internet access should be a fundamental right (91%), they emerge as somewhat more wary than average about expressing ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1281</link>
			</item>
	<item>
		<title>Drum machine</title>
		<description>กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ดูโปรแกรมสร้าง Flash animation ชื่อ Swift 3d มีงานอันหนึ่งชื่อ drum machine
อยู่ดีๆ ก็ไปเจออีก เลยเอามาฝากครับ คลิกตรงจุดแดงเพื่อเริ่ม จากนั้นรอโหลดแป๊บนึง ถ้ามันหลุด ก็คลิกตรงที่หยุด


 </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1280</link>
			</item>
	<item>
		<title>ฝากเด็ก</title>
		<description>วันนี้ไปบรรยายในค่ายของ THNG: IT networking for Disaster Response เริ่มรายการช้าหน่อย เพราะน้องๆ (น่าจะเรียกหลาน) ไปเดินป่าทดลองเล่นเครือข่าย DUMBO กันในป่าเขาใหญ่ กลับมากินข้าวกลางวันช้า...

 

ไม่รู้เป็นยังไง เวลาผมบรรยาย ไม่ค่อยตรงกับหัวข้อ ได้รับการบอกเล่าว่าไม่ให้ลงลึกเพราะผู้ฟังมาจากหลายหลายสาขา ก็เลยเล่าพวกเกร็ดและแง่คิดเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติให้ฟัง เป็นประเด็นทางสังคมทั้งนั้น หวังว่าคงได้อะไรไปบ้าง... คุยกันไปสักพัก อ.โคทม (ประธานมูลนิธิ) เดินเข้ามาฟังด้วย แต่จะไม่เล่ารายละเอียดหรอกนะครับ ไม่รู้คนฟังรู้สึกอย่างไร แต่คนบรรยายสนุกดี

มาถึงคำถามสุดท้ายว่าอยากฝากอะไรกับทุกคน นึกอะไรไม่ออก เลยบอกไปตามความรู้สึกว่าสังคมเป็นการลงทุนร่วมกันของทุกคน อย่านิ่งดูดาย อารามตกใจ จึงไม่ได้อธิบาย ว่าที่เรียกว่าเป็นการลงทุนนั้น หมายความว่าต้องลงมือลงแรงกันบ้าง แค่คิดดีอย่างเดียวไม่พอ แล้วก็ไม่ใช่ลงปั๊บ จะเอาผลลัพท์ทันที ลงปุ๊บเห็นผลปั๊บ เรียกการว่าพนันไม่ใช่การลงทุน ควรอดทนบ้าง แล้วการอดทนก็ไม่ได้ทำให้ตาย คนที่บ่น "จะตาย จะตาย ทนไม่ได้แล้ว" นั้น ไม่เห็นตายสักคน ไม่อย่างนั้นบ่นไม่ได้หรอกนะครับ

อากาศร้อนจัด ขนาดใส่เสื้อแขนยาว ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1277</link>
			</item>
	<item>
		<title>ใกล้เกลือ กินด่าง</title>
		<description>ไปสวนป่าเที่ยวนี้ เดินสำรวจไปทั่วบริเวณครับ คิดไปเองว่าถ้าดินสวนป่า เอามาอัดเป็นอิฐก้อนได้ บางทีก็น่าจะเอามาปั้นได้(มั๊ง)

แต่ก่อนจะรู้ว่าใช่หรือไม่นั้น ต้องทดลองทำก่อน คือไปหาบุ้งกี๋กับจอบ ขุดดินมาผสมน้ำ ผลคือเหลวเป๋วไม่เป็นท่า ปรากฏว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ อะไรที่คิดว่าใช่แน่ ชัวร์ป้าด มันก็อาจไม่ใช่นะครับ... อิฐก้อนยึดกันเป็นก้อนได้ด้วยการผสมปูนซีเม็นต์ต่างหาก

ครูบาเคยบอกว่าดินด่านเกวียนขายถูก อย่างนั้นปั้นได้แน่นอน แต่ แหม ถ้าแวะไปด่านเกวียนก่อนไปสวนป่า ก็อ้อมไปอีกสี่สิบกิโล ค่าน้ำมันก็ไม่คุ้มแล้ว

ที่มาคิดเรื่องดินเหนียว ก็เพราะคิดจะปั้นพระไว้ที่หน้าเวทีลานไผ่ครับ ดูขลังดี ครูบาเกิดวันเสาร์ ปั้นปรางนาคปรกก็คงดี... แต่หลังจากประเมินฝีมือแล้ว เก็บปางนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า ฮี่ฮี่

แล้วก็มาคิดถึงเพาะช่าง หรือศิลปากร เค้าน่าจะมีแหล่งดินเหนียวขายใกล้ๆ เอาไปปั้นงานเล่น เลยค้นเน็ตหาข้อมูล ไปเจอเรื่องเกาะเกร็ดเป็นแหล่งเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพดี อืม... ทำไมไม่คิดมาก่อนนี้นะ ค้นต่อ มีดินเหนียวสำหรับปั้นขายด้วย มีสองแบบ แบบผสมทรายเอาไว้เผา กับแบบไม่ผสมทรายเอาไว้ปั้นแบบไม่เผา ก็เลยออกไปซื้อเมื่อเย็นนี้ครับ!

ขายกันเป็น "เส้น" (เส้นนี้เหมือนเสาทรงกระบอกที่ทำด้วยปูนซีเม็นต์) แต่ละเส้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 นิ้ว ยาว 23-24 นิ้ว หนักประมาณ 25 ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1276</link>
			</item>
	<item>
		<title>ELP ทำนายอนาคตล่วงหน้าเกือบ 40 ปี ใน KE9</title>
		<description>อาทิตย์ที่แล้วผมไปสวนป่าอีก เพื่อไปชาร์ตแบต+ไปแสดงมุทิตาในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของครูบาสุทธินันท์ ปราชญ์ชาวบ้านที่ผมนับถือ

ขาไปก็ขอให้ครูปูถ่ายภาพ snapshot ของถนนระหว่างทางเอาไว้ บอกแค่ว่าจะเอามาทำหนัง ปรากฏว่าขับรถอยู่ 6 ชั่วโมง ถ่ายมากว่า 1800 ภาพ เล่นเอากล้องแบตหมดเลย จึงเป็นหนังของถนนที่ยาวมาก และไม่มีสาระหรือเรื่องราวของภาพ

[flashvideo filename=files/video/SuanpaRoad.flv /]

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องหาเพลงยาวๆ มาลง ในวัยเด็ก ผมฟังเพลง progressive rock มีวงโปรดชื่อ Emerson, Lake &#38; Palmer ซึ่งคราวนี้ก็เลือกมาใส่ในหนังสองเพลง; ELP เล่นกันสามคน แน่นปึ้ก ไม่เรื่องมาก โซโลทุกคนตลอดเวลา แหกคอก นอกแบบแผน แต่ยังเข้ากันได้ดี ทุกคนเรียนดนตรีคลาสสิคมาก่อน ทฤษฎีดนตรีแน่นเปรี๊ยะโดยไม่ต้องกล่าวอ้างอะไร

พอฟังไปถึงเพลงที่ 5 แล้ว กลับรู้สึกสะท้อนใจถึงเหตุการณ์บ้านเมือง...
 ก็หวังว่าทุกฝ่ายรู้ตัวนะครับ ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ทำเพื่ออะไร ทำแล้วจะเกิดอะไร



เพลงที่ว่านั้นคือเพลง Karn Evil 9 ซึ่งแบ่งเป็น ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1275</link>
			</item>
	<item>
		<title>ประวัติอย่างย่อของ ICT ในเมืองไทย พ.ศ.2511-2550</title>
		<description>ประวัติอย่างย่อของ ICT ในเมืองไทย พ.ศ.2511-2550 โดย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

สามปีก่อน Tony Waltham บรรณาธิการของ Post Database ขอให้อาจารย์ทวีศักดิ์เขียนบทความในโอกาสที่ Database ซึ่งเป็น IT section ของหนังสือพิมพ์ Bangkok Post มีอายุครบรอบยี่สิบปี อาจารย์ก็เขียนให้

ทำไมต้องปี พ.ศ.2511 -- ในปีนั้น มีการพัฒนาหัวพิมพ์ภาษาไทยสำหรับ band printer ทำให้เป็นครั้งแรกที่คอมพิวเตอร์พิมพ์ภาษาไทยได้ แถมเวลาพิมพ์ต้องใช้เนื่อที่ถึงสี่บรรทัด จึงจะได้ภาษาไทยหนึ่งบรรทัด

กว่าที่เราจะมายืนอยู่ในปัจจุบัน คนรุ่นก่อนต้องต่อสู้ ล้มลุกคลุกคลานกันมายาวนาน มีการแข่งขัน มีความเห็นไม่ตรงกัน แต่ทั้งหมดก็เพื่อพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า และสิ่งที่ดีกว่า ก็จะถูกคลื่นลูกหลังกวาด กลบ ทดแทน แปรเปลี่ยนไปตามบริบทของเศรษฐกิจสังคม เป็นสัจธรรม... ไม่ว่าจะชอบ/ไม่ชอบ ดี/ไม่ดี ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1274</link>
			</item>
	<item>
		<title>Pentatonic Scale รู้โดยไม่ต้องเรียน</title>
		<description>



ใน World Science Festival 2009 เมื่อปีที่แล้ว Bobby McFerrin แสดงให้ผู้ร่วมสัมนาทั้งหมดเห็นการสอนแบบไม่ต้องสอน ใช้ทฤษฎีดนตรีง่ายๆ เรียกว่า Pentatonic Scale (หนึ่ง octave มีโน๊ต 5 ตัว เช่นในสเกล C ประกอบไปด้วย โด เร มี ซอล ลา) ถึงจะไม่รู้ทฤษฎีดนตรี และไม่เคยได้ยินคำว่า Pentatonic Scale มาก่อน ผู้ฟังทั้งห้อง ก็ต่อได้ถูกต้อง

เรื่องนี้มีประเด็นน่าสนใจสองอย่าง คือ (1) ทำไมต้องจับความรู้ยัดเยียด เหมือนกับไม่มีความเชื่อใจผู้เรียน แค่สะกิดนิดเดียวด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ก็อาจจะได้ผลสมบูรณ์ตามที่ตั้งใจก็ได้ (2) วิธีการนำเสนอ+ถ่ายทอด อาจจะสำคัญกว่าหลักสูตร เช่นเดียวกับประโยคที่ว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ของ Einstein ก็ได้

การเรียนรู้ ทำไมต้องเกิดในสถาบันการศึกษาเท่านั้น? </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1271</link>
			</item>
	<item>
		<title>MAD จะไม่เละถ้าไม่โง่</title>
		<description>MAD (Mutual Assured Destruction) เป็นหลักการทางทหารที่ประยุกต์สมดุลย์ของแนชมาใช้อย่างตรงๆ ในช่วงสงครามเย็นที่ฝ่ายสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกา มีอาวุธทำลายล้างสูง ซึ่งหากยิงออกไปทำลายคู่ต่อสู้ แม้จะทำลายล้างได้มาก แต่ก็จะเผชิญการตอบโต้อย่างรุนแรงและจะเสียหายหนักเช่นกัน เนื่องจากไม่สามารถทำลายล้างความสามารถในการการตอบโต้ได้ทั้งหมด

ฝั่งสหรัฐอเมริกา ใช้นโยบายไม่รุกก่อน แต่จะตอบโต้อย่างรุนแรงอย่างแน่นอน -- เป็นนโยบายที่ประกาศไว้อย่างชัดเจน; สหรัฐอเมริการู้ว่าหากตนรุกสหภาพโซเวียตก่อน ก็ไม่มีปัญญาจะทำลายการตอบโต้ได้ทั้งหมด และจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรงเช่นกัน ดังนั้นหากรุกรานก่อน ก็จะเสียหายหนักเช่นกัน

หากสหภาพโซเวียตรุกด้วยกำลังทางนิวเคลียร์ก่อน สหรัฐจะถูกทำลายแต่ไม่หมด และจะตอบโต้ ทำให้สหภาพโซเวียตเสียหายหนักเช่นกัน

ดังนั้น ไม่ว่าใครเริ่มใช้กำลังทางนิวเคลียร์ก่อน ก็ไม่สามารถทำลายศัตรูได้สิ้นซาก และยังจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรงและจะต้องเสียหายหนักเช่นกัน

รายละเอียดของ MAD สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ เป็นไฟล์จากสถาบันศึกษายุทธศาสตร์ วิทยาลัยการสงคราม กองทัพบกสหรัฐอเมริกา

มีผู้กล่าวว่า MAD ช่วยให้โลกรอดพ้นจากการทำลายล้างมาได้ แต่คำกล่าวอ้างนี้ ตั้งอยู่บนเหตุผลที่ว่าผู้นำทั้งสองประเทศ​ (ซึ่งเปลี่ยนถ่ายอำนาจมาหลายรุ่นตลอด 50 ปีของสงครามเย็น) ยังเห็นแก่เพื่อนร่วมชาติอยู่บ้าง

MAD ในเมืองไทย อาจจะเละ เพราะความไม่รู้จักยั้งคิด -- ต่อให้พลิกมาครองอำนาจได้ ก็จะเจอกับการต่อต้านบ่อนทำลายแบบที่เคยเกิดมาแล้วอีก ศูนย์กลางอำนาจไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน จะไม่เป็นอันทำงาน จนสังคมและคนทุกฝ่ายล่มจม </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1270</link>
			</item>
	<item>
		<title>This too shall pass แล้วเรื่องนี้ก็จะผ่านไป</title>
		<description>เป็น MV ที่ดูแล้ว นึกถึงผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้สะท้อนใจกับหลายๆ อย่างในเมืองไทย ที่เอาแต่ใจตัว ไม่ได้ดูผลต่อเนื่องที่จะกระทบใคร หรือทำแล้วเป็นการเบียดเบียนใครนะครับ





เช่นเดียวกับชื่อเพลง แล้วเรื่องนี้ก็จะผ่านไป แต่ด้วยความเละเทะแค่ไหน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าต่างคนต่างทำเพื่อตนเอง ไม่สนใจผลกระทบต่อใคร ก็จะเป็นเหมือนตอนท้าย MV น่ะครับ



สอบ O-net เสร็จ ไม่เห็นมีข่าวนักเรียนคนไหนออกมาประกาศชัยชนะเลยนะครับ -- ข้อสอบมีมาตรฐานแล้วยังไง? เด็กรุ่นนี้ เข้าสอบแล้วเสียเซลฟ์กันไปหมดเป็นแสนคน กล้ารับผิดชอบไหมครับ </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1269</link>
			</item>
	<item>
		<title>ลดขนาดภาพ</title>
		<description>เพื่อประโยชน์แห่งการชลอการเพิ่มของเอนโทรปีของจักรวาล (นี่เขียนเป็นภาษาอะไรเนี่ย) การอัพโหลดรูปภาพควรจะลดขนาดไฟล์ลงให้มาก จะประหยัดทั้งพื้นที่และเวลาในการโหลด ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ชม และเซอร์เวอร์

แต่ถ้าไม่มีเครื่องมือจะทำ ลองอันนี้ครับ http://webresizer.com/resizer/

อัพโหลดรูปขึ้นเว็บ webresizer แล้วปรับแต่งขนาดภาพ ความคมชัด ฯลฯ ตามต้องการ จากนั้น คลิกขวา เลือก Save Image As บนรูปใหม่ หรือคลิกที่ "download this image" ซึ่งจะปรากฏขึ้นหลังจากที่เราอัพโหลดรูปขึ้นไปแล้ว

มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง คือเว็บนี้ไม่บอกว่าเก็บรูปของเราไว้หรือไม่ (ควรลบทิ้ง) </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1268</link>
			</item>
	<item>
		<title>คืนหนึ่ง</title>
		<description>











คืนหนึ่ง

คำร้อง: พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล
 ทำนอง: สง่า อารัมภีร
 ร้องโดย: จรัล มโนเพ็ชร
 
 คืนหนึ่งยังซึ้ง ตรึงใจ ตรึงใจเรา
 ฉันเฝ้าอิงแนบแอบอกอุ่น ลมโชยโปรยกลิ่นผกากรุ่น
 รุ่งอรุณ เริ่มรางสว่างฟ้า
 
 เธอประคองตระกองกอด ตระกองกอดยอดรัก
 ฉันบอกสมัคร ขอรักชั่วชีวา
 ขอเตือนเธออย่าลืมวาจา ที่เคยสัญญากันไว้ในคืนนั้น </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1265</link>
			</item>
	<item>
		<title>หัดเล่น Light Painting</title>
		<description>Light painting เป็นเทคนิคการถ่ายภาพ โดยเปิดหน้ากล้องนานๆ แล้วเคลื่อนแสง (เครื่องแหล่งกำเนิดแสง) หรือเคลื่อนกล้อง -- ดังนั้นจะเห็นแสงปรากฏเป็นเส้น เคยเล่นกันแล้วครั้งหนึ่งตอนเฮฯ หก 7 ธ.ค. 2551 @เชียงราย หลังลงมาจากดอยแม่สลอง คุณเบิร์ดเตรียมไฟเย็นไว้ล่วงหน้า จึงมีเล่นกัน -- Light Painting ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดของคนเล่นกล้อง แต่เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการ อันนี้ก็เช่นกันครับ



ครั้งนั้น อุปกรณ์ไม่พร้อมหรอกครับ แต่ก็เป็นที่สนุกสนานกันถ้วนหน้า คราวนี้เป็นวาระวันเกิดครูบา อยากจะทำอะไรพิเศษทิ้งไว้ให้ที่สวนป่า จึงเตรียมการอย่างดี วิธีการมีดังนี้ครับ


	ขาตั้งกล้อง
	กล้องถ่ายภาพ ที่สามารถเปิดหน้ากล้องได้นานเท่าที่ต้องการ (เปิดชัตเตอร์เป็น Blub)
	สายลั่นชัตเตอร์ เพราะคงไม่มีใครไปกดชัตเตอร์อยู่นานๆ โดยที่กล้องไม่สั่นได้
	@@ หากจะทดลองถ่ายเล่น ยังไม่ต้องหาขาตั้งกล้องกับสายลั่นชัตเตอร์ แต่เอากล้องวางบนพื้น(โต๊ะ)ที่มั่งคง แล้วกดชัตเตอร์แน่นๆ แต่ไม่ให้กล้องสั่น ก็ยังไหว @@
	แหล่งกำเนิดแสง (ใช้ไฟฉายเพื่อไม่ให้สิ้นเปลือง)
	เสื้อผ้าหรือกระดาษสี เอามาแปะหน้าแหล่งกำเนิดแสงเพื่อให้เห็นเป็นสีต่างๆ




เริ่มต้นในคืนแรกที่ไปถึงสวนป่า ผมลองเล่นดูก่อน รู้ทฤษฎีไม่ได้แปลว่าจะทำเป็น



ลองวาดเล่น แล้วสังเกตดูว่าทำอะไรแล้วเกิดอะไร จากนั้นจึงไปชวนครูบา แม่หวี และครูปูมาเล่นบ้าง ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1248</link>
			</item>
	<item>
		<title>นกยูง อตร</title>
		<description>มาสวนป่าเที่ยวนี้ขับรถทดแทนมา เนื่องจากรถของผมเอาไปซ่อม   ดังที่รู้กันว่าสวนป่ามีนกยูงอยู่คู่หนึ่ง ตัวผู้ร้องแง๊วๆ ฟังเผินๆ นึกว่าแมวตะโกน   ธรรมชาตินกยูงเป็นสัตว์หวงถิ่น ใครแหยมเป็นสู้ตาย ธรรมดาก็จิกตีกับเงาตัวเองในกระจกทางเข้ากรมราษฎรส่งเสริมอยู่แล้ว   ทีนี้มีรถแปลกถิ่นมา นกยูงก็ไปสำรวจ จ๊าก... ตกใจสุดขีด มีนกยูงอีกตัวหนึ่งอยู่ในตัวถังรถ จึงจิกตีซะรอบคัน   วันนี้ไปล้างรถ จึงได้ดูร่องรอยอย่างละเอียด อืม... รอบคันเลยครับ แต่กลับบ้านขัดเสียหน่อยก็คงออก   นกยูงเขาอยู่ของเขา รถเราเองนั่นแหละที่เป็นสิ่งแปลกปลอม จะไปเปลี่ยนหรือโกรธนกยูง ก็ดูจะวิปลาสไป   ดังนั้นใครขับรถมาสวนป่า แนะให้เอาผ้าคลุมรถมาด้วยครับ Posted by Wordmobi </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1247</link>
			</item>
	<item>
		<title>ทางตรง: ตรงที่ไหน</title>
		<description>เมื่อเราทำอะไรร่วมกัน สิ่งต่างๆ มักไม่เป็นไปตามใจเราปรารถนา ทำไมเราจึงจะต้องได้ในสิ่งที่ต้องการเดี๋ยวนี้ เสมอไป?       Posted by Wordmobi </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1246</link>
			</item>
	<item>
		<title>ชาร์ตแบต</title>
		<description>สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพง(มาก) จากการป่วยหนักเมื่อ 9 ปีก่อนก็คือ ถ้ารอจนร่างกายรู้สึกไม่ไหว ก็อาจจะช้าเกินไปที่จะแก้ไขแล้ว   แบตเตอรี่รถยนต์ แรงดันไฟฟ้า 12 โวลท์ ถ้าใช้งานหนักปล่อยให้แรงดันเหลือต่ำกว่า 12 โวลท์ ไม่นานก็เสื่อม   เช่นเดียวกันกับร่างกายและจิตใจคน ยังไหวอาจแปลว่ากำลังจะพังแล้ว จะต้องให้ใครมาเตือนมาบอกจึงจะตระหนัก   เมื่อวานจึงเก็บกระเป๋า เดินทางมาสวนป่า มาเยี่ยมครูบา (วาระวันคล้ายเกิดซึ่งเพิ่งผ่านไปไม่นาน) กับแม่หวีคู่ชีวิตครับ   เตรียมกิจกรรมมาจากบ้านหลายอย่าง เมื่อคืนเล่น Light paint ไปแล้ว เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของ เด็กขายผ้า คลุ้มคลั่งทำเสียงดังลั่นป่า   สวนป่าวันนี้ต่างจากคราวที่แล้ว แม้อากาศแห้งแล้ง แต่สวนป่าเขียวขจี     ลอมฟางสูง 10 ม. ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1243</link>
			</item>
	<item>
		<title>กังหันลมที่หันผิดทาง</title>
		<description>สำหรับการวิจัยเรื่องพลังงานลมนั้น เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่ากำลังไฟฟ้าที่แปลงมาจากโมเมนตัมของลม มีค่าเป็น

kWh = (1/2)(ρ)(v3)(A)(E)(H)


	ρ (rho) คือความหนาแน่นของอากาศ ซึ่งมีค่า 1.165 kg/m3 ที่อุณหภูมิ 30°C และระดับน้ำทะเลปานกลาง 
	v คือความเร็วของกระแสอากาศ 
	A คือพื้นที่หน้าตัดของเครื่องแปลงพลังงาน (กังหันปั่นไฟ) 
	E คือประสิทธิภาพในการดักจับพลังงานจลน์จากการไหลของกระแสอากาศ คิดต่อหน่วยพื้นที่(ให้เป็นหน่วยเดียวกับหน่วยของ A เช่นตารางเมตร) ค่าของ E ในทางทฤษฎีจะไม่สามารถเกิน 59.3% ซึ่งเรียกว่า Betz Limit ตัว E นี้ ในอุตสาหกรรมพลังงานลมเรียกว่าสัมประสิทธิ์กำลัง (Power Coefficient) 
	H คือจำนวนชั่วโมงที่ปั่นไฟได้



ρ มีค่าคงที่; A ก็คงที่เพราะขึ้นกับรูปร่างทางกายภาพของใบพัดกังหัน; H อยู่นอกเหนือการควบคุม

มีตัว E ซึ่งมีงานวิจัยอยู่พอสมควรที่จะออกแบบกังหันลมอย่างไร จึงจะแปลงโมเมนตัมของลมให้เป็นพลังงานได้มากที่สุด เช่นเรื่องการออกแบบใบพัด

แต่ตัว v นั้น เรากลับยังคิดกันในแบบธรรมดาว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1238</link>
			</item>
	<item>
		<title>Zero Emission: บิล เกตส์</title>
		<description>คนไทยอาจจะต่างคนต่างคิดกันไปคนละทาง แต่ผมคิดว่า enabler ที่สำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนเมืองไทยคือพลังงานครับ เราคงไม่สามารถจะพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันในระดับนี้ได้อีกต่อไป

บิล เกตส์ก็คิดว่าพลังงานเป็นเรื่องใหญ่ แต่เขาคิดว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะนำโลกสู่ความหายนะ ดังนั้นจำเป็นต้องหาวิธีที่จะผลักดันโลกไปสู่การไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (zero emission) ให้ได้ภายในปีพ.ศ. 2593 ปัญหาคือโลกมีเวลาถึงขนาดนั้นจริงหรือเปล่า



 </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/1236</link>
			</item>
</channel>
</rss>
