<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ลานซักล้าง</title>
	<link>http://lanpanya.com/wash</link>
	<description>ลานซักล้าง: ใจซักได้ ถ้ารู้ตัว / นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา / สุทธิ อสุทธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย / Improvement begins with I</description>
	<lastBuildDate>Sat, 11 Jul 2026 01:15:43 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบเก้าของลานปัญญา</title>
		<description>4 ก.ค.2569 ลานปัญญาครบรอบ 18ปี และขึ้นรอบปีที่ 19

ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่

ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่ </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3134</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบแปดของลานปัญญา</title>
		<description>4 ก.ค.2568 ลานปัญญาครบรอบ 17ปี และขึ้นรอบปีที่ 18

ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่

ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่ </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3133</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบเจ็ดของลานปัญญา</title>
		<description>4 ก.ค.2567 ลานปัญญาครบรอบ 16ปี และขึ้นรอบปีที่ 17

ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่

ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่ </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3132</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบหกของลานปัญญา</title>
		<description>4 ก.ค.2566 ลานปัญญาครบรอบ 15ปี และขึ้นรอบปีที่ 16

ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่

ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่ </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3131</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบห้าของลานปัญญา</title>
		<description>4 ก.ค. 2565 ลานปัญญาก็มีอายุครบสิบสี่ปีบริบูรณ์

หมอสุธี จอมป่วนจากไปในวันที่ 4 มี.ค. และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 12 มี.ค. 2565

 </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3127</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบสี่ของลานปัญญา</title>
		<description>4 ก.ค.2564 ลานปัญญาครบรอบ 13ปี และขึ้นรอบปีที่ 14

ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่

ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่ </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3126</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบสามของลานปัญญา</title>
		<description>4 ก.ค.2563 ลานปัญญาครบรอบ 12 ปี และขึ้นรอบปีที่ 13

ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่

ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่ </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3125</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบสองของลานปัญญา</title>
		<description>4 ก.ค.2562 ลานปัญญาครบรอบ 11 ปี และขึ้นรอบปีที่ 12

เมื่อ 11 ปีก่อน ดร.สมพร ช่วยอารีย์ จัดตั้งลานปัญญาขึ้นในขณะที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ โดยมีคุณโสทร รอดคงที่ช่วยอยู่จากเมืองไทย ต่อมาย้ายระบบกลับเมืองไทยเพื่อให้อยู่ใกล้กับผู้ใช้ส่วนใหญ่

ในปีที่ผ่านมา ไม่มีผู้เขียนบันทึกใหม่ </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3124</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบเอ็ดของลานปัญญา</title>
		<description>4 ก.ค. 2561 ลานปัญญาก็มีอายุครบสิบปีบริบูรณ์

ครูบามาจากไปในวันที่ 9 พ.ค. และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 13 พ.ค.2561



ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว

ในรอบปีที่ผ่านมา ไม่มีใครเขียนอะไรครับ </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3120</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่สิบของลานปัญญา</title>
		<description>วันนี้ ครบรอบวันเกิดของลานปัญญาอีกแล้วครับ ครบเก้าปีแล้ว

ช่วงปีที่ผ่านมา ไม่มีใครเขียนอะไร ไปใช้เฟซบุ๊ก ใช้ LINE กันหมด ซึ่งใช้อะไรที่เหมาะกับตัวก็ดีแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเช้า ผมประกาศบนเฟซบุ๊กว่าจะทำความสะอาดลานปัญญา คือว่ามีหลายบล็อกที่ร้างไป (ไม่เขียนแล้ว) และไม่ได้ปิด ไม่ดูแล มีสแปมเป็นจำนวนมาก การที่มีสแปมมาก ทำให้ฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่ จะเป็นปัญหากับการอัพเกรดระบบ

ดังนั้นก็ต้องทำความสะอาดกันขนานใหญ่นะครับ บล็อกไหนเจ้าของอยากเก็บไว้ ขอให้ช่วยล็อกอินเข้ามาลบสแปมหน่อย แต่ถ้าไม่อยากเก็บไว้ ลบบล็อกได้ หรือบอกผมก็จัดให้ได้ครับ



ที่เขียนมานี้ ไม่ได้คิดจะปิดลานปัญญานะครับ แต่จำเป็นต้องปิดรูรั่วซึ่งเจ้าของบล็อกไม่ดูแล </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3119</link>
			</item>
	<item>
		<title>เข้าสู่โหมดเกษียณอายุ</title>
		<description>ผมเลิกทำงานมาเจ็ดปีกว่าแล้ว เคยทำเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อชีวิตของคนไทยเกินสิบล้านคนมาสองเรื่อง ถ้าหากจะทำอีกสักเรื่อง ก็ต้องรีบหน่อยเพราะอายุมากแล้ว เดิมก็ไม่แข็งแรงนัก

ตั้งแต่ต้นปี 2555 ผมไปใช้ชีวิตอยู่ที่มหาชีวาลัยอีสาน ครูบาแบ่งที่ให้สร้างบ้าน ผมก็ทดลองอะไรหลายอย่าง หลากหลายศาสตร์ และเตรียมเรื่องความมั่นคงทางพลังงานให้กับสวนป่า และสอนบ้างตามแต่โอกาส



ปลายปีที่แล้ว ผมป่วยหนักอีกครั้ง ต้องเข้ามารับการรักษาในกรุงเทพ อีกไม่นานคงกลับไปอยู่สวนป่าได้ เพียงแต่ทำอย่างเดิมคงไม่เหมาะแล้ว ดังนั้น คิดว่าต่อไปจะเปลี่ยนตามนี้ครับ


	จะตายเมื่อไรก็ไม่รู้ ดังนั้นงานที่เมื่อผมตายไปแล้วไม่มีคนสานต่อ ก็ไม่รู้จะทำไปทำไม
	จะลดเรื่องชาวบ้านลงครับ ยังห่วงเหมือนเดิม จะยังแนะนำอยู่เหมือนเดิม จะหาทางออกให้เหมือนเดิม ส่วนแต่ละคนจะทำหรือไม่ ผมไม่สนแล้ว ไม่ทุกข์ด้วย มันไม่ใช่ปัญหาของผมแล้ว
	อยากเดินทางมากขึ้น จะอยู่ที่สวนป่าเป็นส่วนใหญ่ เข้ามากรุงเทพเพื่อมาเยี่ยมพ่อแม่หรือมาหาหมอเท่านั้น
	ที่หวังว่าจะทำอะไรอีกสักอย่างที่เกิดประโยชน์ต่อคนจำนวนมาก ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ทำมาก็มากแล้ว ใครจะเห็น จะเข้าใจ จะชื่นชมหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นเลย ผมเห็นปัญหาเอง ทำเอง แก้เอง ไม่มีใครขอ ไม่มีใครสั่ง เงินผมเอง ทิ้งเรื่องอื่นๆ ไว้ให้คนรุ่นหลังทำบ้าง
 </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3118</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่แปดของลานปัญญา</title>
		<description>ลานปัญญาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2551 ดังนั้นในวันนี้ ลานปัญญาก็มีอายุครบเจ็ดปีบริบูรณ์ และขึ้นรอบปีที่แปดต่อไป

ในช่วงปีที่ผ่านมา สมาชิกเขียนบันทึกบนลานปัญญาน้อยมาก รวมทั้งตัวผมเองด้วย ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็น "เรื่องปกติที่ดี" นะครับ เลือกเอาอย่างที่สะดวกและเกิดประโยชน์ต่อคนอื่น มีข่าวลืออีกเช่นกันว่าจะปิดลานปัญญา เรื่องนี้ก็ไม่จริงหรอกครับ มีคนเให้ความเห็นว่าควรปิดเหมือนกัน แต่คนเหล่านั้นไม่ได้มีส่วนอะไรกับการบริหารลานปัญญา

บันทึกบนลานปัญญา ควรจะเป็นบันทึกที่สมควรเก็บเอาไว้บนเน็ตเป็นเวลานาน ค้นหาด้วย search engine ได้ มีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่านในภายหลัง และนำไปใช้อ้างอิงได้ ดังนั้นบันทึกบนลานปัญญา จึงไม่ควรเป็นเรื่องเฉพาะกาล เรื่องการเมือง เรื่องความเห็นที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ และไม่ใช่การระบายอารมณ์

ตอนนี้สมาชิกส่วนใหญ่ เขียนอยู่บนเฟสบุคซึ่งสะดวกในการเขียน สะดวกในการอ่านเฉพาะเมื่อมาอ่านหลังจากที่เขียนเล็กน้อย แต่ไม่สะดวกในการค้นหา... แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่เป็นไรนี่ครับ สะดวกอย่างไร ก็ทำไปอย่างนั้่นก็แล้วกันครับ



ที่เขียนไว้ในปีก่อนๆ มีดังนี้นะครับ


	[ขึ้นรอบปีที่เจ็ดของลานปัญญา]
	[ขึ้นรอบปีที่หกของลานปัญญา]
	[ขึ้นรอบปีที่ห้าของลานปัญญา]
	[ขึ้นรอบปีที่สี่ของลานปัญญา]
	[ขึ้นรอบปีที่สามของลานปัญญา]
	[ขึ้นรอบปีที่สองของลานปัญญา]
 </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3117</link>
			</item>
	<item>
		<title>นิสิต SAR จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 58</title>
		<description>นิสิตในสำนักงานคณะกรรมการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร (SAR ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก OCARE) เป็นรุ่นที่สามที่มาส่วนป่า แต่เป็นรุ่นที่สี่ของคณะ (รหัส 56) ซึ่งประกอบไปด้วยนิสิต 48 คน อาจารย์ 4 ท่าน รวมท่านคณบดีด้วย และเจ้าหน้าที่อีก 1 ท่าน เป็นบัณฑิตรุ่น 1 ของ OCARE ซึ่งมาเยือนสวนป่าระหว่างวันที่ 5-7 มิย 58

วันแรก คณะเดินทางมาจากสระบุรี มาถึงแล้วพักรัปทานอาหาร ก่อนฟังครูบาคุยสักครู่ แล้วเริ่มเรียนกับผมเลยครับ คุยกันเรื่องการเรียนรู้ที่สวนป่า ซึ่งชวนสังเกตรื่องเกี่ยวกับชีวิต ไม่จัดเป็นวิชา ไม่มีหลักสูตร ต้องสังเกตและจับประเด็นเอาเอง เห็นไม่เหมือนกัน ได้ไม่เท่ากัน ก็ไม่เป็นไร แล้วเราก็คุยกันเรื่องความมั่นคงสามแนวทาง อาหาร น้ำ พลังงาน ทำไมจึงสำคัญแบบคอขาดบาดตาย คุยกันเรื่องไบโอชาร์ในฐานะของเครื่องมือปรับปรุงดิน กับเรื่องโซลาร์เซล อย่างละนิดหน่อย แล้วคุยเรื่องการเริ่มต้นออกไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ทำอย่างไรจึงจะเริ่มต้นได้ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3116</link>
			</item>
	<item>
		<title>ค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ กลุ่มหมู่บ้านพอ</title>
		<description>ยอมรับครับว่าค่ายนี้ เป็นค่ายที่ผมรอคอยและมีความสุขมากที่ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

กลุ่มหมู่บ้านพอจัดตั้งขึ้นประมาณน้ำท่วมประเทศ ปี 2554 โดยคุณธนน รัตนบรรณกิจ (ปริ๊นซ์) มีหลักการที่คล้ายกับหมู่บ้านเฮ/หมู่บ้านโลกอย่างน่าประหลาด เราได้ตกลงกำหนดค่ายนี้เอาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม 58 ว่าจะจัดระหว่างวันที่ 4-6 เมย 58 มีสมาชิกมาร่วมจากหลายจังหวัด (เลข โคราช ตราด กรุงเทพ) และมาขอมาร่วมจากเพชรบุรีด้วย รวมประมาณ 15 ท่าน

ก่อนเปิดค่าย ผมดันเจ็บเท้า บวมเลย เดินลำบาก ขี่จักรยานได้ แต่จะเจ็บมากเวลาลงจากจักรยาน จึงไม่สามารถเดินตามกลุ่มไปทุกที่ได้

วันที่ 4 เดินทางมาถึง ก็ตั้งวงแนะนำตัวกันก่อน คุณผู้หญิงนอนอาคารใหญ่ คุณผู้ชายไปนอนอาคาร SCG

วันต่อมา เช้า ครูบาพาเดินป่า ตอนสายมีรายการทีวีมาถ่ายทำสัมภาษณ์ครูบาเรื่องคอนโดมดแดงด้วย สื่อมาทางไหน ผมก็ชิ่งไปอีกทางหนึ่ง อิอิ ช่วงบ่าย ผมพาทั้งกลุ่มไปเยี่ยมคัมภีร์ บ้านดินฟาร์ม เจอเรื่องประหลาดใจ คือคัมภีร์ก็อยู่ในกลุ่มหมู่บ้านพอด้วย แต่วัตถุประสงค์หลักคือพาชาวหมู่บ้านพอไปดูของจริงของคนที่ทิ้งเมืองออกมาอยู่ในที่ที่กันดาร ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ แต่จัดหาเองได้หมด ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3115</link>
			</item>
	<item>
		<title>ค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา</title>
		<description>วันที่ 15กพ58 มีค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ สำหรับผู้ปกครองโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ซึ่งขอให้จัดค่ายเกี่ยวกับไบโอชาร์ให้ มีผู้ปกครอง 35 ท่าน และมีเด็กนักเรียนติดมาด้วย 9 คน ค่ายนี้ เปิดให้ "คนนอก" เข้าร่วมเรียนได้ แต่ก็มีปัญหาเหมือนเดิม คือคนนอกไม่ยอมลงทะเบียน ทำให้ไม่รู้จำนวนคนที่แน่นอน เตรียมอาหารและที่พักไม่ได้ ถ้าเพียงแต่นึกถึงคนเตรียมงานบ้าง ไม่คิดเฉพาะแต่เรื่องของตนเอง ก็คงจะดีกว่านี้... ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ มันผ่านไปหมดแล้ว



ค่ายนี้ เหนื่อยแต่สนุกมาก คำถามเยอะ แล้วไม่ใช่คำถามแบบไม่รู้เรื่องราวเสียด้วย แต่เป็นคำถามที่มุ่งไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งน่ายินดีที่หลายท่านคิดจะกลับไปสร้างเตาทดลงจริงๆ ก่อนที่จะสร้างเตา ก็ซื้อถ่านไบโอชาร์ขนาดทดลองกลับไปหลายขวด (ใช้ต้นไม้ต้น/กระถางละกำมือ ดังนั้นแต่ละขวดใช้ได้ประมาณ 25 ต้น/กระถาง) ซื้อกลับไปทดลองจนมีไม่พอขาย ต้องขอให้รอกรอกถ่านใส่ขวด 1.5 ลิตรสักครู่

ช่วงเช้า เราคุยกันเรื่องของชีววิทยา และเคมีของต้นไม้ ใช้ไบโอชาร์แล้วแก้ปัญหาอะไร ก่อนกินข้าวกลางวัน มีพ่อคำตัน ศรีมาศ เกษตรกรจาก ต.ยาง อ.บรบือ มหาสารคาม ซึ่งพาชาวค่ายที่แล้วไปเยี่ยม ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3114</link>
			</item>
	<item>
		<title>ค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ ครั้งที่ 3</title>
		<description>ค่ายนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 มค 58 สำหรับคนที่ยังคาใจเรื่องไบโอชาร์โดยเฉพาะ โดยเรานัดกันที่สวนป่าตั้งแต่บ่ายวันที่ 23 มค 58

มีผู้มาร่วมในค่ายนี้น้อยมากที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง มีที่อยู่ดีๆ มาก็มี ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าการเตรียมอาหารและที่พัก ยุ่งวุ่นวายขนาดไหน หากไม่รู้จำนวนผู้มาร่วมที่แน่นอน



[ภาพรวมกิจกรรม บนเฟซบุ๊ก]



วันที่ 24 อธิบายไบโอชาร์ภาคทฤษฎี และเผาไบโอชาร์ด้วยถัง 200 ลิตรให้ดู ไม้ฟืน 63.5 กก เหลือเป็นถ่านไบโอชาร์ 16.4 กก (ครึ่งกระสอบ) การเผาถ่านไบโอชาร์ในถัง 200 ลิตร เป็นกระบวนการ gasification แบบ slow pyrolysis ส่วนเตาใหญ่นั้น ไม่ได้เผาให้ดู เนื่องจากเผาหนึ่งเตา จะใช้ไม้ประมาณสี่รถสิบล้อ ใช้เวลาลำเลียงไม้เข้าเตาประมาณสัปดาห์หนึ่ง เป็น gasification แบบ fast pyrolysis แต่นำถ่านจากเตาใหญ่มาบดให้ดู พาทัวร์สวนผักแปลง 7 ไร่ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3111</link>
			</item>
	<item>
		<title>ค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ ครั้งที่ 2</title>
		<description>ค่ายนี้ ตั้งใจจะเพาะกล้าของคนปลูกต้นไม้

แรกเริ่มเดิมทีค่อนข้างสับสน มีสมาชิกจากค่ายแรกที่ติดกิจธุระไม่สามารถจะมาร่วมค่ายแรกได้ ขอย้ายมาค่ายนี้ แต่ค่ายที่สองก็มีสมาชิกจองมาเข้าอยู่แล้ว แม้บอกว่าเต็ม ก็ยังมีคนขอแทรกอยู่ตลอด สวนป่าไม่ใช่รีสอร์ตหรอกครับ มาเยอะเกินไป เราก็รับไม่ไหว

ค่ายครั้งที่สองนี้ ในที่สุดแล้วมากัน 22 ท่าน สำหรับโปรแกรมวันที่ 22-23 พย 57 โดยทยอยกันมาตั้งแต่บ่ายวันที่ 21 และประมาณครึ่งหนึ่งก็กลับในเช้าวันที่ 24



แม่หวี งานยุ่งมาก ยายษรป่วยมาสองสามอาทิตย์แล้ว เหลือแม่หวีคนเดียว จำนวนชาวค่ายที่จะมาก็ไม่แน่นอน เป็นปัญหาจริงๆ สำหรับผู้ที่จัดเตรียมที่หลับที่นอนและอาหารการกิน ครูบาก็หนักไม่น้อย มีแพะคลอดลูก ต้องไปเฝ้าทั้งคืน หลายคืนติดกัน จนในที่สุดแพะ 4 แม่ คลอดลูกรวมกัน 9 ตัว เหนื่อยมากเวลาที่บรรยาย เส้นทางเข้าสวนป่า แม้แนะนำทางสะดวกเอาไว้ แต่หลายท่านก็ไม่ทำตาม ดังนั้นก็ต้องลุยเข้ามาผ่านทางลำบากล่ะครับ ทางนั้นเราเองก็ไม่ใช้

ค่ายนี้แม้ไม่ได้ดูการเผาถ่านไบโอชาร์ (จริงๆ ก็ไม่มีอะไร แต่ใช้เวลาเตรียมไม้หนึ่งวัน เผาครึ่งวัน กับทิ้งให้เย็นอีกหนึ่งคืน เสียเวลามาก) แต่ได้ดูการบดถ่าน ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3110</link>
			</item>
	<item>
		<title>ค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ ครั้งที่ 1</title>
		<description>ว่างเว้นจากการเขียนบันทึกในลานซักล้างมาสามเดือน ก็ไม่ได้อยู่ว่างๆ หรือขี้เกียจหรอกนะครับ มีงานทำล้นมือ แค่เขียนแต่ในเฟซบุ๊กก็หมดเวลาแล้ว... ช่วงนี้ค่ายเพิ่งจบ พอมีเวลาบ้าง ก็กลับมาบันทึกความเป็นมาของ "ค่ายสวนป่าฮา&#38;เฮ" ซึ่งผมดีใจที่ครูบาและแม่หวีเห็นดีด้วย หลังจากที่พยายามกระตุ้นมาตลอดสองปีแล้ว

สวนป่า มหาชีวาลัยอีสานเป็นแหล่งเรียนรู้ แต่ไม่ใช่ที่สาธารณะหรือแหล่งท่องเที่ยว มีกันอยู่สามคน ครูบา แม่หวี กับผม ทุกคนมีงานเต็มมือตลอดเวลา ครูบากับผมก็เดี้ยงมานาน ทำงานหนักนักไม่ไหว ภาระจึงไปตกอยู่กับแม่หวีซึ่งก็ไม่ไหวเหมือนกัน ต้องจ้างคนงานเข้ามาช่วย แต่สวนป่าก็อยู่กันตามอัตภาพ ไม่ได้ค้ากำไรอะไร จะเอาเงินที่ไหนมาจ้างคนงานมาช่วยเตรียมงานเมื่อจะมีคนเข้ามาเรียน

สำหรับผู้ที่มั่นใจว่าสามารถเรียนได้เองจากการเดินดู ผมก็มั่นใจเช่นกันว่าท่านอาจเรียนได้แต่กระพี้ ท่านอาจเห็นสิ่งที่มีอยู่ อาจดูตัวอย่างหรือลอกแบบได้ แต่ท่านจะไม่เข้าใจแก่นเบื้องลึก ไม่เข้าใจบริบทของปัญหาและทางเลือกต่างๆ ที่ใช้วิธีแก้ไข ไม่รู้ว่าตัดทางเลือกอะไรทิ้งไปแล้วบ้าง เพราะอะไร



เพื่อแก้ปัญหาหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่การรบเร้าขอเข้ามาเที่ยวที่สวนป่า พอบอกว่าไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ก็เปลี่ยนเป็นขอเข้ามาเรียน เมื่อบอกให้มาเป็นกลุ่มและนัดเวลาล่วงหน้า ทีนี้ยกเหตุผลมาเยอะแยะเลยที่จะบุกมาให้ได้ ว่าเรียนเองได้จะไม่รบกวน พอบอกว่ามาเรียนเองคงไม่ได้อะไรไปเท่าไหร่ ก็งอน บอกแค่ขอที่อยู่ไม่เห็นยากเลย เหอ เหอ เหอ ขนาดคนนัดล่วงหน้า มีเบอร์โทรศัพท์ มีพิกัด GPS ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3101</link>
			</item>
	<item>
		<title>รอบปีที่หกในการเป็นบล็อกเกอร์ที่ลานปัญญา</title>
		<description>ความจริงครบรอบหกปีไปตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. ครับ แต่งานเยอะเลยไม่ได้เขียน อีกอย่างหนึ่ง มันก็แค่อีกวันหนึ่งเท่านั้น

ในปีที่ผ่านมา ผมไม่ได้เขียนเรื่องบนลานซักล้างมากนัก เขียนไปเพียง 18 บันทึก (จากปีแรก:470 ปีที่สอง:343 ปีที่สาม:371 และปีที่สี่:247 บันทึก ปีที่แล้ว:34 บันทึก) เดิมคิดว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับทุกกลุ่มที่เข้ามาเรียนที่สวนป่า แต่ก็ไม่รู้จะเขียนได้หมดอย่างไร

ปีนี้มาอยู่สวนป่าครบสองปีแล้ว ปรับปรุงไปเยอะเหมือนกัน แต่ก็เป็นแนวของความมั่นคงสามแนวทาง (อาหาร น้ำ พลังงาน) โดยจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายคือการพึ่งตัวเองได้เรื่องพลังงานทำสำเร็จแล้ว คำว่าพึ่งได้นี่หมายความว่าหากไฟฟ้าจากภายนอกดับลง สวนป่าจะยังมีไฟสูบน้ำ พอมีน้ำ ก็มีอาหาร



แม้ว่าสวนป่าใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสำรอง แต่ก็จะไม่หยุดพัฒนาเพียงเท่านั้นหรอกครับ วันที่ฟ้าปิด จะเก็บเกี่ยวพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้น้อย จึงต้องหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติม คิดว่าจะเป็นการเปลี่ยนความร้อนจากการเผาชีวมวลไปเป็นพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากสวนป่ามีเศษกิ่งไม้อยู่มากมาย พวกนี้เอามาเผาเป็นถ่านชีวภาพ (ไบโอชาร์) แล้วเรายังได้ความร้อนเหลือทิ้งอีกมหาศาล ซึ่งเก็บมาปั่นไฟฟ้าได้

สวนป่าได้พันธมิตรสำคัญเพิ่มขึ้นมีหลายแห่ง เช่น งานวิจัยร่มกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กลุ่มชาวนาวันหยุด กลุ่มพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ของอาจารย์นันท์ ภักดี ฯลฯ แต่ก็มีผลเสียเหมือนกัน คือมีคนขอเข้ามา "ดู" สวนป่ามากขึ้น ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3100</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขึ้นรอบปีที่เจ็ดของลานปัญญา</title>
		<description>ลานปัญญาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2551 ดังนั้นในวันนี้ ลานปัญญาก็มีอายุครบหกปีบริบูรณ์ และขึ้นรอบปีที่เจ็ดต่อไป

ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา  มีสมาชิกเขียนบันทึกบนลานปัญญาน้อยมาก รวมทั้งตัวผมเองด้วย  ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็น “เรื่องปกติที่ดี” นะครับ

บันทึกบนลานปัญญา ควรจะเป็นบันทึกที่สมควรเก็บเอาไว้บนเน็ตเป็นเวลานาน  ค้นหาด้วย search engine ได้ มีประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่านในภายหลัง  และนำไปใช้อ้างอิงได้ ดังนั้นบันทึกบนลานปัญญา จึงไม่ควรเป็นเรื่องเฉพาะกาล  เรื่องการเมือง เรื่องความเห็นที่อาจเปลี่ยนแปลงได้  และไม่ใช่การระบายอารมณ์

มีสมาชิกจำนวนไม่น้อยที่ไม่เขียนอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ปิดบล็อก การเปิดอ้าซ่าทิ้งไว้ ทำให้โดนสแปมและทำให้ระบบต้องทำงานหนักขึ้น ถ้าไม่ใช้อีกต่อไป ตามปิดความคิดเห็นในทุกบันทึกด้วยนะครับ บันทึกเก็บไว้ได้ หรือจะปิดบล็อกเลยก็ได้ (อย่าลืมแบ็คอัพก่อน)

ตอนนี้สมาชิกส่วนใหญ่ เขียนอยู่บนเฟสบุ๊คซึ่งสะดวกในการเขียน  สะดวกในการอ่านเฉพาะเมื่อมาอ่านหลังจากที่เขียนเล็กน้อย  แต่ไม่สะดวกในการค้นหา… แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่เป็นไรนี่ครับ สะดวกอย่างไร  ก็ทำไปอย่างนั้่นก็แล้วกันครับ

ที่เขียนไว้ในปีก่อนๆ มีดังนี้นะครับ


	[ขึ้นรอบปีที่หกของลานปัญญา]
	[ขึ้นรอบปีที่ห้าของลานปัญญา]
	[ขึ้นรอบปีที่สี่ของลานปัญญา]
	[ขึ้นรอบปีที่สามของลานปัญญา]
	[ขึ้นรอบปีที่สองของลานปัญญา]
 </description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3099</link>
			</item>
	<item>
		<title>ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์สำหรับสวนป่า</title>
		<description>เรื่องค่าไฟฟ้ามหาโหดก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ความไม่มีเสถียรภาพของระบบจ่ายไฟ เป็นประเด็นสำคัญที่สุดเสมอมาครับ

ไฟดับบ่อย ถ้าดับไม่นานก็ไม่เป็นไร เราอยู่โดยไม่ใช้ไฟฟ้าได้ชั่วคราว แต่ถ้าดับนานเหมือนเมื่อคราวนิสิตแพทย์ จุฬา รพ.ชลบุรีมาเข้าค่ายเมื่อหลายปีก่อน ไฟดับนาน 40 ชั่วโมง สูบน้ำบาดาลไม่ได้ น้ำในหอเก็บหมดลง เดือดร้อนกันมาก

หลักความมั่นคงสามแนวทาง: อาหาร น้ำ พลังงาน เมื่อไม่มีไฟฟ้า ก็ไม่มีน้ำ เมื่อไม่มีน้ำ ผลิตพืชอาหารได้ลำบาก ดังนั้นจึงรวนไปหมด... อาจารย์นันท์ ภักดี จัดสองอาชีวะพลังงานในเขตบุรีรัมย์หลายครั้ง ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม อาจารย์ก็ชวนให้ไปดูด้วย ก็อยากไปล่ะนะครับ แต่สวนป่ามีงานอบรมเหมือนกัน ทิ้งไปไม่ได้ จนวันหนึ่งใกล้จะหมดกำหนดของงานติดตั้งพลังไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่โณงเรียนมีชัยพัฒนา อ.ลำปลายมาศ บุรีรัมย์ ผมชวนครูบากับแม่หวีไปเที่ยวสำเร็จ จึงชวนอาจารย์นฤมลกับฤๅษีอ้นไปด้วย ก็ได้เห็นหลายอย่างครับ แต่ความต้องการของสวนป่านั้น มีชัดเจนอยู่แล้ว



อาจารย์นันท์ ประกาศระดมอาสาสมัครมาช่วยกันติดตั้งพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่สวนป่า ระหว่างวัน 15-17 มิถุนายน 2557 แต่เอาเข้าจริง เสร็จงานรอบแรกในวันที่ 24 ทั้งนี้เป็นเพราะสวนป่าเป็นแหล่งเรียนรู้เดกี่ยวกับชีวิต ที่มีผู้มาเยือนมากและหลากหลาย เมื่อตั้งใจลงมือทำแล้ว จึงอยากทำให้ดีเลย ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3098</link>
			</item>
	<item>
		<title>จำใจปฏิเสธ</title>
		<description>อนุสนธิจากแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 5 พค 2557 เวลา 18:08น ความแรง 6.3 ตามมาตรฐานริกเตอร์ ลึกประมาณ 7 กม มีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ อ.พาน จ.เชียงราย ราชการช่วยเหลือบ้านเรือนที่เสียหายหลังละสามหมื่นกว่าบาท แน่นอนว่าไม่พอหรอกครับ เพราะในระยะ 100 กม จากจุดศูนย์กลาง มีประชาชนอาศัยอยู่ 2,387,170 คน ดังนั้นความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยจึงมากตามไปด้วย

ผมก็เข้าใจความลำบากของการเบิกจ่ายงบฉุกเฉินของทางราชการ งบประมาณถูกโกยจากส่วนราชการไปกองไว้ที่งบกลางฉุกเฉินซึ่ง ครม จะเป็นผู้อนุมัติ แต่ตามรัฐธรรมนูญแล้ว เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลเพียงแต่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามารับงานต่อ ในการนี้ การเบิกจ่ายไม่คล่องตัวเหมือนก่อนยุบสภา ประกอบกับการเก็บภาษีอากรไม่เข้าเป้า ขาดไปเป็นแสนล้านบาทเนื่องจากเงินตึงตัวเพราะรัฐบาลไม่สามารถชำระหนี้ใบประทวน(จำนำข้าว)ได้ ทำให้เกษตรกรเป็นหนี้ เจ้าหนี้ของเกษกรก็เป็นลูกหนี้ กระทบกับไปเป็นทอดๆ หนี้ครัวเรือนขึ้นสูงถึง 80% ของ GDP สถาบันการเงินไม่ค่อยปล่อยกู้เนื่องจากอาจกลายเป็นหนี้เสียได้ง่ายและจะทำให้สถาบันการเงินต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้นอีก แม้หนี้นอกระบบซึ่งคิดดอกเบี้ยมหาโหด ก็หากู้ได้ยากเพราะหนี้เก่ายังไม่ได้ใช้



เนื่องจากความช่วยเหลือจากภาครัฐมีจำกัดมาก ภาคประชาชนผู้ใจบุญร่วมกับไทยพีบีเอสจึงจะขยับเข้ามาช่วยเหลือ ก็ไปนึกถึงกระบวนการการรับบริจาคและสั่งจ่าย ที่มูลนิธิโอเพ่นแคร์ ร่วมกับอาสาดุสิต ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3097</link>
			</item>
	<item>
		<title>นิสิต OCARE จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 57</title>
		<description>นิสิตในสำนักงานคณะกรรมการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร (OCARE) เป็นรุ่นที่สองที่มาส่วนป่า แต่เป็นรุ่นที่สามของคณะ (รหัส 55)

รุ่นแรกครูบาเป็นวิพุทธิยาจารย์อาสาและชาวเฮตามไปช่วยไปกันมากมาย ผมก็อยากไปร่วมนะครับ แต่เห็นว่าไปกันเยอะแล้วเลยเกิดเกรงใจเจ้าภาพ  :-D อยู่ที่ไหนก็ช่วยได้ถ้าจะช่วย ปีถัดมานิสิตโอแคร์ยกพลมาสวนป่าเป็นครั้งแรก มีชาวเฮมาช่วยกันสี่ท่าน ยังมีนิสิตติดต่อกับผมอยู่เรื่อยๆ ปีที่แล้วผมพูดไปหลายเรื่อง ไม่นึกว่ามีนิสิตเกิดดวงตาเห็นธรรม เกาะติดและเอาไปทำได้จริงๆ

ในปีนี้นั้น มีนิสิตมา 37 และอาจารย์อีก 7 ท่าน โดย ศ.น.สพ.ดร.อรรณพ คุณาวงษ์กฤต ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร เป็นผู้นำมาเหมือนกับปีที่แล้วครับ ถ้ามาหน้าหนาว จะเหมาะกว่านี้อีกเนื่องจากพืชพรรณไม้จะเปลี่ยนไป อากาศเย็นสบาย



ครูบาบอกขอให้จัดปราสาทเป็นที่พักของคณาจารย์ ซึ่งยกกันมาทั้งคณะเลย แต่อาจารย์อยากร่วมหัวจมท้ายกับนิสิตซึ่งเหมือนลูกหลานครับ จึงไม่อยากนอนแยกกับนิสิต อย่างไรก็ตามในวันแรก หลังจากมาถึงและกินข้าวกลางวันแล้ว ครูบาเปิดหลักสูตรจันทโครพ (ใครจะเปิดผอบหรือไม่เปิดก็แล้วแต่) ที่ลานลมโชยหน้ากระท่อมเจ้าป่า จากนั้นอพยพมาที่ปราสาทเฟสสอง มาอาศัยแอร์เพราะอากาศร้อนอบอ้าวมาก จัดเป็นแขกกลุ่มแรกที่เข้ามานั่งเรียนกันตรงนี้ คนห้าสิบคน นั่งกันอย่างสบายๆ แต่ถ้าจะนอนฟังละก็ สักยี่สิบยี่สิบห้าคนคงกำลังดี

ผมพูดคุยชวนชวนสังเกตไปสองชั่วโมงครึ่ง เล่าประสบการณ์จริงให้ฟังแล้วค่อยอธิบายว่าทำไมจึงทำอย่างนั้น จดกันยิกเลย แต่ผมยังหวังว่าจะได้ประเด็นไปประยุกต์ใช้หลายๆ อย่างนะครับ อาจารย์อรรณพได้กรุณาช่วยสรุปประเด็นสำคัญให้นิสิตด้วย ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3094</link>
			</item>
	<item>
		<title>นักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี</title>
		<description>กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ระหว่าง 8-19 มีค วันที่ 20 กลับมาสวนป่า ออกสาย ถึงเย็น เก็บบ้านเตรียมรับคณะนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (อีกครึ่งหนึ่งที่เรียนสาธารณสุขเข้ามาก่อนแล้ว แต่เป็นช่วงที่ผมกลับบ้าน) ซึ่งเข้ามาเรียนในสวนป่าสองคืน 22-24 มีค

แม่ให้เสบียงมาเพียบ ตู้เย็นเต็มจนล้นอีกแล้ว และจัดอาหารมาให้กินหลายมื้อเนื่องจากคาดว่าการเร่งเก็บกวาดบ้าน จะทำให้ไม่มีเวลาหุงหาอาหาร ซึ่งก็เป็นไปตามที่คุณแม่คาดครับ สะดวกขึ้นมาก อุ่นในเตาไมโครเวฟ กินไปเรื่อยๆ จนหมด ไม่ต้องทำครัว



นักศึกษาเข้ามาช่วงบ่ายวันที่ 22 ครูบาจัดโปรแกรมเบาๆ เนื่องจากเพิ่งเดินทางมาถึง หลังจากจัดการเรื่องที่พักและกินข้าวเย็นกันแล้ว ผมเล่าเรื่อง "การเรียนรู้" ครับ ครูบาบอกสักครึ่งชั่วโมง แต่ผมล่อไปซะสองชั่วโมง แล้วปล่อยกลับไปพักผ่อน

เช้าวันที่ 23 มีค นัดกัน 8น ครูบาพาเดินป่า แวะมาทางปราสาท ผมตื่นพอดี แต่ไม่ได้ตามไปดูแห่ เนื่องจากเมื่อคืนนอนดึก(อีกแล้ว) หลังจากกินข้าวและเก็บบ้าน ก็เดินไปอาคารใหญ่ นั่งคุย นั่งแซวไปตามเรื่อง 11:45น ครูบาโยนไมค์มาอีก คิดว่ามีเวลาสัก ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3093</link>
			</item>
	<item>
		<title>บ้านป้องกันหนาวในป่าเมืองร้อน</title>
		<description>บ้านเมืองหนาวจำเป็นไหมสำหรับเมืองไทย?

พูดยากครับ โลกเปลี่ยนแกนหมุนยากยกเว้นจะถูกชนด้วยดาวขนาดใหญ่จนเปลี่ยนโมเมนตัมเชิงมุมไปได้ แต่ถ้าถูกชนแบบนั้น ทุกชีวิตบนโลกคงดับสูญไปหมด ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ต่างกับที่พวก pseudoscience พยายามจะบอก ในเมื่อแกนหมุนเปลี่ยนแปลงได้ยาก เขตเส้นศูนย์สูตรก็จะรับพลังงานจากดวงอาทิตย์มากกว่าเขตอื่น จึงหนาวเย็นได้ยาก

แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้นะ เพราะความหนาวเย็นเป็นของไหล และไม่มีอะไรไปกั้นมันไว้ ช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา(ในซีกโลกเหนือ) เราก็เห็นปรากฏการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นมากมาย พื้นที่ที่ไม่มีหิมะตก หิมะก็ตก เขตหนาว หนาวจะสาดน้ำร้อนไปในอากาศ แข็งจนกลายเป็นฝุ่นน้ำแข็งกลางอากาศไม่ทันตกถึงพื้น ในเมืองไทย อากาศหนาวจัดทางตอนเหนือและอีสานเหนือ ที่สวนป่าในบุรีรัมย์ อุณหภูมิลงต่ำได้ถึง 12ºC ทางเหนือ อุณหภูมิยอดหญ้าต่ำถึง -3ºC แต่หิมะยังไม่ตก เพราะความชื้นในอากาศไม่ถูกต้อง ต่อไปใครจะรู้ว่า อีสานจะเป็นสวิตเซอร์แลนด์ เชียงใหม่จะเป็นไอติมหรือไม่...



เมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 ผมขออนุญาตครูบาสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยในสวนป่า ย้ายเข้าบ้านกลางเดือนพฤศจิกายน หนาวพอดี ถ้าไม่สร้างบ้าน โดยที่ยังนอนกระต๊อบที่ไม่มีฝาเหมือนที่นอนมาตั้งแต่หน้าฝน (เดือนมิถุนายน) ผมคงหนาวแย่

บ้านนี้ ใต้ถุนยกพื้นเพียง 60 ซม. ไม่ได้สูงมากเพราะอายุเราก็มากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ยังเดินขึ้นได้สบาย แต่เมื่อแก่ตัวลง จะลำบากขึ้นเรื่อยๆ บ้านของ ส.ว. ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3092</link>
			</item>
	<item>
		<title>โรงเรียนกนกศิลป์พิทยาคม 25 มค 2557</title>
		<description>โรงเรียนกนกศิลป์พิทยาคม พานักเรียนชั้น ม.๕ ประมาณร้อยคน มาเรียนที่สวนป่าในวันที่ 25-26 ม.ค. 2556 พบว่า ผอ.สิรภพ ปราบริปูตลุง เป็นน้องชายป้าจุ๋ม

[รูปกิจกรรมทั้งหมด บนเฟสบุ๊ค]

ครูบาและแม่หวีเหน็ดเหนื่อยกับการจัดกิจกรรมซึ่งแยกเป็นห้าหกกลุ่ม กระจัดกระจายกันทั่วทั้งสวนป่า ผมช่วยเท่าที่ช่วยได้เรื่องเตาเผาถ่านไบโอชาร์ ซึ่งวิชานี้ให้ไปหลายคนแล้ว บางคนก็เข้าใจ บางคนก็ไม่สนใจ บางคนก็ไปทดลองทำจริง บางคนก็ไม่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ไม่ได้เป็นปัญหาของผมหรอกครับ ทำก็ทำ ไม่ทำก็ไม่เป็นไร



เมื่อสองวันก่อนที่เด็กจะมา ผมพาครูบา+แม่หวีไปเที่ยวมหกรรมพลังงานภาคอีสานที่ ศูนย์ NET (มูลนิธิพัฒนาอีสาน) ที่สุรินทร์ เราต่างคนต่างได้อะไรมาตามที่ตัวสนใจ แม่หวีได้เตาอั้งโล่ประสิทธิภาพสูงมาสี่ใบ แบ่งให้ผมกับยายษรคนละใบ ส่วนผมได้เตาแก๊สซิไฟเออร์ เลือกแบบใช้เศษไม้เป็นเชื้อเพลิงและไม่มีพัดลม แบบที่เขาพยายามจะขายเป็นแบบที่ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงซึ่งต้องใช้พัดลมช่วยเป่า ยุ่งยากไปกับภาวะที่ไม่มีไฟฟ้า ก็เลยไม่เอามา

ส่วนครูบาซื้อหนังสือมา ซึ่งเล่มหนึ่งมีแบบเตาไบโอชาร์ เลยให้เด็กทดลองสร้างและเผาถ่านเลย แบบเตานี้คล้ายกับที่ผมเคยเอามาลองทำเล่นที่ลานไผ่เมื่อสามปีก่อน แต่คราวนี้เนื่องจากมีเด็กวัยรุ่นเยอะ บ้าพลังดีนัก ก็เลยมีที่ให้ปลอดปล่อย

ช่วงบ่ายได้อธิบายหลักการทำงาน ตลอดจนประโยชน์ของถ่านไบโอชาร์ให้เด็กที่ทำและอาจารย์ที่คุมมา ช่วงค่ำคุยกันเรื่องวิธีการเรียนรู้ ส่วนช่วงสายของวันรุ่งขึ้น ก็คุยเรื่องเศรษฐกิจ การเอาตัวรอดจากการที่รัฐไม่มีเงินจ่ายค่าจำนำข้าว และภัยแล้งที่กำลังจะมา

เด็กๆ กลุ่มไบโอชาร์เก็บถ่านกลับไปฝาก ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3091</link>
			</item>
	<item>
		<title>ครบรอบเก้าปีสึนามิ</title>
		<description>เรื่องนี้เขียนไว้ในเฟสบุ๊ค แต่เกรงว่าจะสูญหายกลายเป็นเม็ดทรายในมหาสมุทร จึงขอนำมาไว้ที่นี่

----

เก้าปีแล้วสินะ แผลเป็นไม่เคยเลือนหาย บางอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดไป
 เมืองไทยปรับปรุงขึ้นบ้าง แต่ยังมีลักษณะ reactive มากกว่า pro-active

[๑ ปีสึนามิ กับ "ตฤณ ตัณฑเศรษฐี"] สมาคมผู้ดูแบเว็บไทย
 เว็บพลังจิตคัดลอกเก็บไว้

ขอบคุณสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยที่สนใจมาสัมภาษณ์เมื่อแปดปีก่อนครับ ถ้าไม่มีการสัมภาษณ์ครั้งนั้น ผมอาจจะทำรายละเอียดบางอย่างตกหล่นไปกับกาลเวลา และตามความเสื่อมของร่างกายผม

เรื่องตลกที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง คือ Oxfam (NGO ขนาดยักษ์ของอังกฤษ) ดันมาขอให้ผมช่วย เขาทึ่งกับเว็บที่ผมทำ ตอนนั้นผมใช้ alta vista babel fish translator แปลเว็บที่ทำเป็นภาษาอังกฤษเป็น 12 ภาษา มันแปลไม่ดีนักหรอกนะครับ แต่ก็ยังพอเดาความได้ไม่ยาก โดยเฉพาะขั้นตอนการขอรับศพหรือรับตัวผู้ประสบภัย ตลอดจนข่าวคราวความคืบหน้าซึ่งแปลสดจากข่าวในทีวีเป็นภาษาอังกฤษ(และ12ภาษา) อย่าไปนึกว่า "ฝรั่ง" ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีทุกคน เว็บที่ทำขึ้นอันดับหนึ่งใน page rank ของ Google โดยไม่ต้องทำ SEO

ที่มันตลกคือประเทศที่ภูมิใจว่ามีความรู้เทคโนโลยีสูงร่ำรวยมั่งมี ดันต้องมาขอให้ประเทศที่อยู่อีกสุดขอบโลกหนึ่งช่วยเหลือ เราไม่มีอย่างเขาหรอก ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3090</link>
			</item>
	<item>
		<title>กราบพระศพสมเด็จพระสังฆราช</title>
		<description>อยู่สวนป่ารอบที่ผ่านมาระหว่าง 29 ตค - 20 ธค 2556 เที่ยวนี้นอกจากกลับมาเยี่ยมพ่อแม่แล้ว ยังมาธรุะอีกสองเรื่อง คือมากราบพระศพของสมเด็จพระสังฆราช และจะลองเล่นเปียโน Clavinova CVP-609 ที่คิดจะซื้อ วันนี้ไปวัดบวรนิเวศวรมหาวิหารเพื่อกราบพระศพสมเด็จพระสังฆราชก่อน
หนักใจเหมือนกันว่าจะหาที่จอดรถยังไง เพราะว่าวัดบวรอยู่ใกล้กับการชุมนุม แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว วันนี้ก็วัดดวงเลย ขับดุ่ยๆ ลุยไปเลย เส้นทางไหนใช้ได้หรือมีการปิดการจราจรก็ไม่รู้ ลงทางด่วนที่ถนนพระรามหก ลัดเลาะไปตามถนนรอง โผล่ที่หน้าวัดเบญจมบพิตร ไม่มีร่องรอยการปะทะ


จากนั้นลัดเลาะไปวัดบวร โชคดีเหลือหลาย ระหว่างที่เข้าใกล้วัด ยังไม่มีทีท่าจะจอดรถได้ อยู่ดีๆ รถที่จอดอยู่ริมถนน (ประมาณประตูหน้าของรถผม) ก็ขับออกมาจากที่จอดซะงั้น ก็เลยได้ที่จอดริมถนนไม่ไกลจากวัด

เมื่อเข้าไปในวัด ในเขตพุทธาวาส วันนี้มีงานอุปสมบทพระ 11 รูป แต่พระศพตั้งอยู่ด้านใน เดินเข้าไปต่อคิว ถอดรองเท้า มีทหารอำนวยความสะดวกอยู่ แล้วเดินขึ้นตำหนัก
   
ผมหยุดถ่ายภาพให้คนข้างหลังแซงไปก่อน พอถ่ายภาพเสร็จ เจ้าหน้าที่กั้นพอดี ห้องเต็มแล้ว นี่กลับเป็นเรื่องดี เพราะว่าเวลาผมเข้าไปกราบ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3080</link>
			</item>
	<item>
		<title>เฮสิบ ห้วยขาแข้ง</title>
		<description>ว่างเว้นไปปีครึ่ง ด้วยภารกิจของญาติเฮแต่ละท่าน (เฮเก้า) คราวนี้พี่บู๊ดแจ้งข่าวมาแต่เนิ่นๆ ทำให้แต่ละคนมีเวลาจัดการเวลาว่างให้ตรงกันได้ (ยกเว้นน้าอึ่งอ๊อบซึ่งติดภารกิจจริงๆ แต่ก็ยังช่วยประสานงานให้พวกเรา ขอบคุณนะครับ)

งานเฮฮาศาสตร์ไม่ใช่เป็นเพียงการไปเที่ยว ไม่ใช่ study tour ที่ต่างคนต่างเรียนรู้ไปเอง แต่เป็นการร่วมกันศึกษาเรียนรู้ เนื่องจากชาวเฮฮาศาสตร์มาจากหลายหลายสาขาอาชีพ หลายภูมิภาค ด้วยพื้นฐานความรู้ความชำนาญประสบการณ์ที่แตกต่างกัน จึงช่วยให้กลุ่มได้รับประโยชน์จากมุมมองที่แตกต่างเสมอมา นอกจากการศึกษาร่วมกันแล้ว ทุกครั้งยังต้องมีเวลาคุยกันเองอย่างจริงจัง เราทิ้งบางอย่างที่มีค่าไว้ในพื้นที่ด้วย และตัวเราต้องไม่เป็นภาระแก่ "เจ้าภาพ" มากนัก

งานเฮสิบมีพี่บู๊ด ร่วมกับ สปก. จัดขึ้นภายใต้งาน "การประชุมสัมนาเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในเขตปฏิรูปที่ดิน" กำหนดการอยู่ระหว่างวันที่ 6-10 ธค 2556 โดยวันที่ 6 เป็นวันเดินทางไป และวันที่ 10 เป็นวันเดินทางกลับ

เพื่อให้เข้าใจบริบทของพื้นที่ เช้าวันที่ 7 ธค จึงเริ่มด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นมรดกโลกด้วย เรื่องของชีวิตเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเสมอ สัตว์ป่าไม่ควรคุ้นเคยกับคน เพราะหากคุ้นเคยแล้ว จะแยกพรานไม่ออกและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นจึงควรจำกัดจำนวนรถซึ่งสร้างเสียงดังแปลกปลอมขึ้นในป่า และการพบสัตว์ป่าถือเป็นโอกาสพิเศษเสมอ

ห้วยขาแข้งเป็นส่วนของป่าตะวันตก เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า เช่นเสือโคร่งแต่ละตัว ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3079</link>
			</item>
	<item>
		<title>กาละสักการ ที่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา</title>
		<description>วันที่ 9 พ.ย. 2556 (9/11) โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาจัดงานครบรอบ 10 ปีของโรงเรียน ครูบาและอาจารย์วรภัทร์ไปขึ้นเวทีเสวนา  

โรงเรียนนี้ เรียกตัวเองว่าโรงเรียนนอกกะลา เริ่มต้นด้วยคุณเจมส์ คลาร์คนักพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกซึ่งตัดสินใจย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยเป็นการถาวร รู้สึกหงุดหงิดกับการศึกษาไทยจึงบริจาคเงินหลายสิบล้านบาทเพื่อสร้างโรงเรียนที่อำเภอลำปลายมาศ บุรีรัมย์ และต่อมาก็ยังช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมๆ เงินบริจาคกันทั้งหมดแล้วกว่าร้อยล้านบาท ได้โรงเรียนที่จัดการสองตั้งแต่อนุบาล ๑ จนมัธยม ๓ ที่มีปรัชญาการศึกษาดังนี้

มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา 

ด้วยกรอบความคิดของการศึกษาที่เอาความรู้เป็นตัวตั้งและ เป็นระบบแพ้คัดออก   ทำให้มีเด็กเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่จะสามารถเรียนต่อไปในระดับสูงขึ้นได้  โอกาสแคบลง  ในบางกระบวนการยังเป็นการย่ำยีคุณค่าความเป็นมนุษย์ในตัวเด็กโดยการเปรียบเทียบหรือตีค่า  การใช้ความกลัวกับความอยากเป็นเครื่องล่อคนไปสู่เป้าหมายยิ่งทำให้เด็ก อ่อนแอในกระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยม หรือค่านิยมตามอย่าง  เด็กอีกส่วนหนึ่งที่ไม่เก่งด้านวิชาการจึงถูกทิ้งระหว่างทางทั้งที่พวกเธอเหล่านั้นต่างก็มีศักยภาพด้านอื่นๆที่รอการงอกงาม

มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนาซึ่งเป็นมูลนิธิเพื่อการกุศล  จึงก่อตั้งโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา  ที่มีทั้งระดับอนุบาล  ประถมศึกษา และ  มัธยมศึกษา  เพื่อเป็นโรงเรียนตัวอย่างในการจัดการศึกษาที่เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง อันจะเป็นที่ที่มนุษย์ได้สร้างการเรียนรู้สำหรับมนุษย์โดยไม่ละทิ้งใครแม้แต่คนเดียว ซึ่งจะมีครู พ่อแม่  และชุมชนร่วมมือกันในการเกื้อหนุนให้เด็กทุกๆคนได้มีโอกาสที่จะประสบความ สำเร็จและงอกงามได้ตามศักยภาพตามความถนัดและตามความปรารถนาของตน

เชิญร่วมบริจาคในการจัดการศึกษาเพื่อการกุศล  และ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/wash/archives/3077</link>
			</item>
</channel>
</rss>
