วงปี่พาทย์มอญ
อ่าน: 13652งานบำเพ็ญกุศลศพพระสมุห์เจษฎา ฐิตมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดยางทอง อ.เมือง จ.สงขลา กระผมได้รับมอบหมายจากพระมหาชัยวุธ รักษาการเจ้าอาวาส ให้ัจัดวงดนตรีไทยเพื่อใช้ประโคมในพิธี ดังนั้นจึงได้ประสานไปยังครูบรรเทิง แห่งราชภัฏสงขลา ให้ท่านช่วยจัด วงปี่พาทย์มอญ มาใช้ในงานดังกล่าว
ทำไมต้องเป็นวงปี่พาทย์มอญ
วงปี่พาทย์มอญ คือการนำเครื่องดนตรีมอญ 5 ชนิด ได้แก่ ฆ้องมอญ ปี่มอญ ตะโพนมอญ เปิงมางคอก และฆ้องราว มาประสมกับเครื่องดนตรีไทยชนิดต่างๆ ได้แก่ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฉิ่ง ฉาบ เป็นต้น เกิดเป็นวงดนตรีไทยชนิดใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในลักษณะเครื่องดนตรี บทเพลง วิธีการบรรเลง ตลอดจนการนำวงดนตรีไปใช้ในโอกาสต่างๆ
วงปี่พาทย์มอญแท้จริงแล้วใช้บรรเลงได้ในงานมงคล แต่คนไทยส่วนใหญ่นิยมใช้บรรเลงในงานศพ สืบเนื่องมาจากมีการนำวงปี่พาทย์มอญไปบรรเลงในงานพระบรมศพสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ พระราชินีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง พระดำริว่า พระราชมารดาของพระองค์นั้นทรงมีเชื้อสายมอญโดยตรง จึงโปรดให้นำวงปี่พาทย์มอญมาบรรเลง ด้วยเหตุนี้เองจึงได้เป็นความเชื่อและยึดถือมาโดยตลอดว่า วงปี่พาทย์มอญเล่นเฉพาะงานศพเท่านั้น อีกประการหนึ่งก็คือเสียงดนตรีของวงปี่พาทย์มอญโดยเฉพาะปี่มอญ เพราะเสียงของปี่มอญมีเสียงโหยหวนชวนให้เกิดความเศร้าใจ
ต่อมาโบราณจารย์ทางด้านดนตรีไทย ได้เรียบเรียงเพลงไทยสำเนียงมอญขึ้นมาใหม่และกำหนดระเบียบการใช้เพลงเพื่อบรรเลงในขั้นตอนต่างๆ ของงานศพ เช่น
- เพลงประจำบ้าน ใช้บรรเลงเป็นเพลงแรกหากตั้งศพไว้ที่บ้าน และใช้บรรเลงในขณะที่ทำพิธีวางดอกไม้จันท์เคารพศพ
- เพลงประจำวัด ใช้บรรเลงเป็นเพลงแรกหากตั้งศพไว้ที่วัด
- เพลงเชิญผี ใช้บรรเลงต่อจากเพลงประจำบ้านหรือเพลงประจำวัด เพื่อเป็นการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
- เพลงยกศพ ใช้บรรเลงในขณะที่มีการยกศพ เพื่อการเคลื่อนย้าย หรือยกศพขึ้นสู่เมรุ
- เพลงสาธุการมอญ ใช้บรรเลงเมื่อประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระ
- เพลงเร็วมอญ ใช้บรรเลงเมื่อพระสวดเสร็จ
- เพลงมอญร้องไห้ ใช้บรรเลงในขณะที่ทำพิธีวางดอกไม้จันท์เคารพศพ ในงานที่มีการพระราชทานเพลิงศพ แล้วบรรเลงต่อท้ายด้วยเพลงประจำบ้าน
นอกจากนี้ยังมีเพลงสำเนียงมอญอื่นๆที่ใช้บรรเลงในงานศพขณะที่ไม่มีพิธีการ หรืออาจจะนำเพลงไทยเดิมต่างๆมาบรรเลงสลับพิธีการก็ได้
ประมวลภาพวงปี่พาทย์มอญงานบำเพ็ญกุศลศพ
พระสมุห์เจษฎา ฐิตมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดยางทอง อ.เมือง จ.สงขลา

ตั้งวงปี่พาทย์มอญในศาลา (ช่องเดียวไม่พอเลยไม่เห็นเปิงมากคอก)

ฆ้องมอญวงใหญ่ (ครูบรรเทิง จากราชภัฏสงขลา)

ฆ้องมอญวงเล็ก (น้องบ่าว จากราชภัฏสงขลา)

ปี่มอญ (ครูค๊อบ จากสุราษฎร์ธานี)

ระนาดเอก (ครูเอก จากสุราษฎร์ธานี)

ระนาดทุ้ม (ครูทน จากสงขลา ถึงตาบอด 2 ข้างก็ตีระนาดได้ อิอิ)

ตะโพนมอญ (น้องเป็ก จากราชภัฏสงขลา)

เปิงมางคอก (ครูเบิร์ด จากสงขลา)

ฉิ่ง (น้องป้อง ลูกครูบรรเทิง) ฉาบ (น้องแว่น จากราชภัฏสงขลา)

ครูบรรเทิง ช่วยขับร้องให้ด้วย เสียงไพเราะจับใจ

ครูไชยวุฒิ (จากราชภัฏสงขลา) มาร่วมบรรเลงด้วย
มาพร้อมภรรยา(นั่งหลัง) และลูกชาย และลูกในท้อง (ซึ้งใจจริงๆ)

ว่างๆจากช่วยงานวัด กระผมก็ขอร่วมบรรเลงด้วยขะรับ
(ไม่ตีฆ้องมอญซะนาน เมื่อยแขนมากครับ อิอิ)

2 ความคิดเห็น
ผมคุ้นเคยกับปี่พาทย์เมื่อสมัยเด็กๆ ทางบ้านผมก็ใช้วงปี่พาทย์มอญทุกครั้งที่มีงานศพ เสียงบรรเลงมันเข้ากับงานจริงๆนะครับ ทางภาคกลางจะมีมหรศพเช่น ลิเกประกอบระยะหลังก็มีภาพยนต์ด้วย หรือมีทั้งสองอย่าง หากเจ้าภาพเป็นผู้มีอันจะกินลิเกก็จะจ้างที่มีชื่อเสียง
เมรุก็สวยงามมากมีเครื่องไฟขนาดใหญ่มาติดไฟประดับ มีการแทงหยวกกล้วยประกอบเชิงตะกอน ทั้งหมด วงปี่พาทย์มอญจะเป็นผู้สร้างบรรยากาศ
เมื่อผมจากท้องถิ่นเกิดมาก็ไม่ได้ยินเสียงอีกเลยครับ
ทางภาคใต้ วงปี่พาทย์มอญจะหาดูยากมากครับ หลายๆที่แม้จะมีเครื่องแต่ก็ไม่มีผู้บรรเลง อย่างงานนี้ก็รวบรวมพรรคพวกมาจากหลายที่มาช่วยๆกันครับ
ขอบคุณครับ คุณ bangsai