<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
>

<channel>
	<title>ลานดนตรีไทย</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/thaimusic/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/thaimusic</link>
	<description>“ข้าพเจ้าขอทำงานดนตรีไทย เพื่อใช้หนี้ครูบาอาจารย์”</description>
	<pubDate>Wed, 20 Jan 2010 06:55:23 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>th</language>
		<!-- podcast_generator="podPress/8.8" -->
		<copyright>&#xA9; </copyright>
		<itunes:new-feed-url>http://lanpanya.com/thaimusic/?feed=podcast</itunes:new-feed-url>
		<managingEditor>kruchaung@gmail.com ()</managingEditor>
		<webMaster>kruchaung@gmail.com()</webMaster>
		<category></category>
		<ttl>1440</ttl>
		<itunes:keywords></itunes:keywords>
		<itunes:subtitle></itunes:subtitle>
		<itunes:summary>อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์</itunes:summary>
		<itunes:author></itunes:author>
		<itunes:category text="Education"/>
		<itunes:owner>
			<itunes:name></itunes:name>
			<itunes:email>kruchaung@gmail.com</itunes:email>
		</itunes:owner>
		<itunes:block>No</itunes:block>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:image href="http://lanpanya.com/thaimusic/wp-content/plugins/podpress/images/powered_by_podpress_large.jpg" />
		<image>
			<url>http://lanpanya.com/thaimusic/wp-content/plugins/podpress/images/powered_by_podpress.jpg</url>
			<title>ลานดนตรีไทย</title>
			<link>http://lanpanya.com/thaimusic</link>
			<width>144</width>
			<height>144</height>
		</image>
		<item>
		<title>ครูเพลิน มือระนาดเอกผู้ล่วงลับ</title>
		<link>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=63</link>
		<comments>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=63#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 Jan 2010 06:54:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ครูฌอง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ครูดนตรีไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/thaimusic/?p=63</guid>
		<description><![CDATA[ครูเพลิน หรือ ครูทนง แจ่มวิมล คือสุดยอดมือระนาดเอกอีกท่านหนึ่งของไทย
แม้ท่านจะจากไปหลายปีแล้วแต่ผลงานยังอยู่เป็นที่ประจักษ์
วันนี้ขอนำผลงานของท่านจาก YouTube มาเผยแพร่ต่อครับ

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #0000ff;">ครูเพลิน</span></strong> หรือ <span style="color: #0000ff;"><strong>ครูทนง แจ่มวิมล</strong></span> คือสุดยอดมือระนาดเอกอีกท่านหนึ่งของไทย</p>
<p>แม้ท่านจะจากไปหลายปีแล้วแต่ผลงานยังอยู่เป็นที่ประจักษ์</p>
<p>วันนี้ขอนำผลงานของท่านจาก YouTube มาเผยแพร่ต่อครับ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="445" height="364" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/_vQ4ObfAHFY&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="445" height="364" src="http://www.youtube.com/v/_vQ4ObfAHFY&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/thaimusic/?feed=rss2&amp;p=63</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ตำแหน่งการวางเครื่องในวงดนตรีไทย</title>
		<link>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=59</link>
		<comments>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=59#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Jan 2010 16:31:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ครูฌอง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เครื่อง-วงดนตรีไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/thaimusic/?p=59</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๓ คณะศึกษาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ได้จัดงานกตัญญุตา บูชาครู ขี้น ณ หอประชุมวิทยาเขตปัตตานี  โรงเรียนสาธิตฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของคณะศึกษาศาสตร์ ได้จัดวงดนตรีไทยประเภทเครื่องสายผสมปี่พาทย์ (ชื่อประเภทวงตามความหมายที่ตรงตามลักษณะเครื่องดนตรี คือนำเครื่องวงปี่พาทย์มาบรรเลงรวมกับวงเครื่องสาย หรืออีกนัยหนึ่งคือ วงดนตรีไทยประเภทวงมโหรีแต่ไม่มีซอสามสายนั้นเอง) มาร่วมบรรเลงเพื่อสร้างบรรยากาศในงาน 
ขอนอกเรื่องนิดหน่อยครับ ก่อนจะเข้าประเด็นตามชื่อเรื่อง&#8230;
เนื่องจากวงดนตรีไทยของโรงเรียนสาธิตฯ เพิ่งได้รับการพื้นฟูขึ้นมาใหม่ หลังจากครูดนตรีไทยท่านเดิมย้ายไปสอนที่คณะศิลปกรรม จึงห่างหายไปเป็นเวลาพอควร ครูที่ได้รับการบรรจุเข้ามาใหม่ถึงแม้จะจบทางด้านดนตรีสากล แต่ก็มีความพยายามเป็นอย่างยิ่ง จนสามารถตั้งวงดนตรีไทยขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะยังไม่เข้าที่ มีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีและมีคุณค่าต่อการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย ขอปรบมือดังๆแก่ ครูยศ ครับผม เพราะการได้ริเริ่มแม้จะยังไม่ดีเท่าที่ควร แต่ดีกว่าการไม่ได้ลงมือทำ
กลับเข้าเรื่องครับ&#8230;
การบรรเลงดนตรีไทยของโรงเรียนสาธิตฯ ในวันนี้มีอุปสรรคนิดหน่อย แต่ที่สังเกตเห็นได้ชัด และขอนำมาเล่าสู่กันฟังในที่นี้คือ &#8220;ตำแหน่งการวางเครื่องในวงดนตรีไทย&#8221; ครับ
เครื่องดนตรีไทยในวงเครื่องสายผสมปี่พาทย์ ประกอบด้วย จะเข้ ซอด้วง ซออู้ ขลุ่ยหลิบ ขลุ่ยเพียงออ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ฉิ่ง ฉาบเล็ก กรับ โหม่ง และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๓ คณะศึกษาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ได้จัดงานกตัญญุตา บูชาครู ขี้น ณ หอประชุมวิทยาเขตปัตตานี  โรงเรียนสาธิตฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของคณะศึกษาศาสตร์ ได้จัดวงดนตรีไทย<strong><span style="color: #0000ff;">ประเภทเครื่องสายผสมปี่พาทย์ </span></strong>(ชื่อประเภทวงตามความหมายที่ตรงตามลักษณะเครื่องดนตรี คือนำเครื่องวงปี่พาทย์มาบรรเลงรวมกับวงเครื่องสาย หรืออีกนัยหนึ่งคือ วงดนตรีไทยประเภทวงมโหรีแต่ไม่มีซอสามสายนั้นเอง) มาร่วมบรรเลงเพื่อสร้างบรรยากาศในงาน <span id="more-59"></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">ขอนอกเรื่องนิดหน่อยครับ ก่อนจะเข้าประเด็นตามชื่อเรื่อง&#8230;</span></p>
<p>เนื่องจากวงดนตรีไทยของโรงเรียนสาธิตฯ เพิ่งได้รับการพื้นฟูขึ้นมาใหม่ หลังจากครูดนตรีไทยท่านเดิมย้ายไปสอนที่คณะศิลปกรรม จึงห่างหายไปเป็นเวลาพอควร ครูที่ได้รับการบรรจุเข้ามาใหม่ถึงแม้จะจบทางด้านดนตรีสากล <span style="color: #0000ff;">แต่ก็มีความพยายามเป็นอย่างยิ่ง จนสามารถตั้งวงดนตรีไทยขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง</span> ถึงแม้ว่าจะยังไม่เข้าที่ มีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีและมีคุณค่าต่อการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย ขอปรบมือดังๆแก่ <strong><span style="color: #800000;">ครูยศ</span></strong> ครับผม เพราะ<strong><span style="color: #0000ff;">การได้ริเริ่มแม้จะยังไม่ดีเท่าที่ควร แต่ดีกว่าการไม่ได้ลงมือทำ</span></strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;">กลับเข้าเรื่องครับ&#8230;</span></p>
<p>การบรรเลงดนตรีไทยของโรงเรียนสาธิตฯ ในวันนี้มีอุปสรรคนิดหน่อย แต่ที่สังเกตเห็นได้ชัด และขอนำมาเล่าสู่กันฟังในที่นี้คือ &#8220;ตำแหน่งการวางเครื่องในวงดนตรีไทย&#8221; ครับ</p>
<p><span style="color: #0000ff;">เครื่องดนตรีไทยในวงเครื่องสายผสมปี่พาทย์</span> ประกอบด้วย จะเข้ ซอด้วง ซออู้ ขลุ่ยหลิบ ขลุ่ยเพียงออ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ฉิ่ง ฉาบเล็ก กรับ โหม่ง และ กลองแขก (ตัวผู้ และ ตัวเมีย) บางครั้งอาจจะมีการนำ ขิม มาประสมในวงด้วย</p>
<p>หลักพื้นฐานการจัดวงดนตรีไทย มีหลักการสำคัญ ๒ ประการคือ หลักการแบ่งกลุ่มเครื่องนำและเครื่องตาม และ หลักความสมดุลตามธรรมชาติ ดังนี้</p>
<ul>
<li><span style="color: #0000ff;">หลักการแบ่งกลุ่มเครื่องนำและเครื่องตาม</span> คือการแบ่งเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องบรรเลงเป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มเครื่องนำ ได้แก่  จะเข้ ซอด้วง ขลุ่ยหลิบ ระนาดเอก และฆ้องวงเล็ก ส่วนกลุ่มเครื่องตาม ได้แก่ ซออู้ ขลุ่ยเพียงออ ระนาดทุ้ม และฆ้องวงใหญ่ หากมีการนำ ขิม มาบรรเลงก็จะอยู่ในกลุ่มเครื่องตามด้วย</li>
<li><span style="color: #0000ff;">หลักความสมดุลตามธรรมชาติ</span> คือการจัดวางเครื่องดนตรีไทยตามหลักความสมดุล คล้ายกับความสมดุลของร่างกาย กล่าวคือ หากเครื่องดนตรีไทยในกลุ่มเครื่องนำและกลุ่มเครื่องตามชนิดใดจับคู่กันได้ ก็ให้จัดไว้ ด้านซ้ายและด้านขวาอย่างละชนิด  แต่หากมีชิ้นเดียวหรือจับคู่ไม่ได้ก็ให้จัดวางตรงกลาง นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดให้จัดวางกลุ่มเครื่องนำไว้ทางขวาของวง และกลุ่มเครื่องตามไว้ทางซ้ายของวง (<span style="color: #ff0000;">ยกเว้น ฆ้องวงใหญ่ </span>เนื่องจากเป็นเครื่องดนตรีที่บรรเลงทำนองหลัง จึงจัดวงไว้หลังระนาดเอกเพื่อให้ผู้บรรเลงระนาดเอกสามารถฟังทำนองหลักของเพลงได้อย่างชัดเจน และ <span style="color: #ff0000;">ฉิ่ง</span> ซึ่งจะจัดวางไว้กลางวงดนตรีไทย เพื่อให้ผู้บรรเลงทุกคนสามารถฟังเสียงจังหวะได้ชัดเจน)</li>
</ul>
<p>จากหลักการดังกล่าวข้างต้น สามารถเขียนเป็นแผนผังการจัดวงได้ดังนี้</p>
<p><img style="border: 2px solid black;" src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/position1.jpg" alt="" width="550" height="386" /></p>
<p>แผนผังวงเครื่องสายผสมปี่พาทย์ (เครื่องคู่)</p>
<hr /><img style="border: 2px solid black;" src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/position2.jpg" alt="" width="550" height="388" /></p>
<p>แผนผังวงเครื่องสายผสมปี่พาทย์ (เครื่องคู่ กรณีไม่มีฆ้องวงเล็ก และผสมขิม)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/thaimusic/?feed=rss2&amp;p=59</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ครูดนตรีไทย</title>
		<link>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=54</link>
		<comments>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=54#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Jan 2010 07:10:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ครูฌอง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ครูดนตรีไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/thaimusic/?p=54</guid>
		<description><![CDATA[
&#8230; นโม อันว่านมัสการ ข้าพเจ้าขอกราบกราน ไหว้เทพเจ้าทั้งสามพระองค์
พระวิษณุกรรมผู้ทรงฤทธิ์ ท่านได้ประสิทธิ์สาปสรรค์เครื่องเล่นสิ่งสารพันในใต้หล้า
อีกทั้งท่านเทวดาพระปัญจสิงขรณ์ พระกรท่านถือพิณ ดีดสำเนียงไพเราะดังเสนาะสนั่น
อีกทั้งพระปรคนธรรพ พระครูเฒ่า พระครูทั้งนั้นเล่า สืบต่อๆกันมาจนถึงทุกวันนี้&#8230; 
(จากบทไหว้ครูของ ครูสวง ศรีผ่อง)
จากบทไหว้ครูดนตรีไทยข้างต้นสามารถแยกแยะครูดนตรีไทยออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ดุริยเทพ และ ครูมนุษย์ โดยมีรายละเอียดปลีกย่อยของครูดนตรีไทยแต่ละประเภทดังนี้
ดุริยเทพ
ครูเทพ หรือครูที่เป็นเทวดาที่เหล่าศิลปินให้ความเคารพนับถือมีหลายองค์ เช่น พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม พระคเณศ พระภรตมุณี(พ่อแก่) เป็นต้น  แต่เทพที่เกี่ยวข้องกับการดนตรีไทยโดยตรง หรือเรียกว่า ดุริยเทพ นั้นมีสามองค์ คือ พระวิษณุกรรม พระปัญจสิงขรณ์ และ พระปรคนธรรพ


พระวิษณุกรรมผู้ทรงฤทธิ์ ท่านได้ประสิทธิ์สาปสรรค์เครื่องเล่นสิ่งสารพันในใต้หล้า ตามคำไหว้ครูบทนี้ เป็นการกล่าวถึงพระวิษณุกรรมในฐานะครูช่าง ครูผู้สร้างเครื่องดนตรีไทยชนิดต่างๆ



พระปัญจสิงขรณ์ พระกรท่านถือพิณ ดีดสำเนียงไพเราะดังเสนาะสนั่น ตามคำไหว้ครูบทนี้ เป็นการกล่าวถึงพระปัญจสิงขรณ์ในฐานะเทพผู้บรรเลงพิณ ในวงการดนตรีไทยถือว่าพระปัญจสิงขรณ์เป็นเทพแห่งเครื่องดนตรีดีด สี ตี เป่า และขับร้อง



พระปรคนธรรพ พระครูเฒ่า ตามคำไหว้ครูบทนี้ คนในวงการดนตรีไทยจะทราบได้ทันทีว่า พระปรคนธรรพคือครูตะโพน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-58" title="dsc02969" src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc02969.jpg" alt="" width="524" height="393" /></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #0000ff;">&#8230; นโม อันว่านมัสการ ข้าพเจ้าขอกราบกราน ไหว้เทพเจ้าทั้งสามพระองค์<br />
พระวิษณุกรรมผู้ทรงฤทธิ์ ท่านได้ประสิทธิ์สาปสรรค์เครื่องเล่นสิ่งสารพันในใต้หล้า<br />
อีกทั้งท่านเทวดาพระปัญจสิงขรณ์ พระกรท่านถือพิณ ดีดสำเนียงไพเราะดังเสนาะสนั่น<br />
อีกทั้งพระปรคนธรรพ พระครูเฒ่า พระครูทั้งนั้นเล่า สืบต่อๆกันมาจนถึงทุกวันนี้&#8230; </span><br />
(จากบทไหว้ครูของ ครูสวง ศรีผ่อง)</p>
<p>จากบทไหว้ครูดนตรีไทยข้างต้นสามารถแยกแยะครูดนตรีไทยออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ดุริยเทพ และ ครูมนุษย์ โดยมีรายละเอียดปลีกย่อยของครูดนตรีไทยแต่ละประเภทดังนี้<span id="more-54"></span></p>
<p><span style="color: #800000;"><strong>ดุริยเทพ</strong></span></p>
<p>ครูเทพ หรือครูที่เป็นเทวดาที่เหล่าศิลปินให้ความเคารพนับถือมีหลายองค์ เช่น พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม พระคเณศ พระภรตมุณี(พ่อแก่) เป็นต้น  แต่เทพที่เกี่ยวข้องกับการดนตรีไทยโดยตรง หรือเรียกว่า ดุริยเทพ นั้นมีสามองค์ คือ พระวิษณุกรรม พระปัญจสิงขรณ์ และ พระปรคนธรรพ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-55" title="vishnu" src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/vishnu.gif" alt="" /></p>
<ul>
<li><span style="color: #0000ff;">พระวิษณุกรรมผู้ทรงฤทธิ์ ท่านได้ประสิทธิ์สาปสรรค์เครื่องเล่นสิ่งสารพันในใต้หล้า </span>ตามคำไหว้ครูบทนี้ เป็นการกล่าวถึงพระวิษณุกรรมในฐานะครูช่าง ครูผู้สร้างเครื่องดนตรีไทยชนิดต่างๆ</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-57" title="panjaseekorn" src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/panjaseekorn.gif" alt="" /></p>
<ul>
<li><span style="color: #0000ff;">พระปัญจสิงขรณ์ พระกรท่านถือพิณ ดีดสำเนียงไพเราะดังเสนาะสนั่น </span>ตามคำไหว้ครูบทนี้ เป็นการกล่าวถึงพระปัญจสิงขรณ์ในฐานะเทพผู้บรรเลงพิณ ในวงการดนตรีไทยถือว่าพระปัญจสิงขรณ์เป็นเทพแห่งเครื่องดนตรีดีด สี ตี เป่า และขับร้อง</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-56" title="prakontap" src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/prakontap.gif" alt="" /></p>
<ul>
<li><span style="color: #0000ff;">พระปรคนธรรพ พระครูเฒ่า</span> ตามคำไหว้ครูบทนี้ คนในวงการดนตรีไทยจะทราบได้ทันทีว่า พระปรคนธรรพคือครูตะโพน เพราะคำว่า &#8220;ครูเฒ่า&#8221; หมายถึงผู้ควบคุมวงดนตรี หรือเครื่องกำกับจังหวะ และเครื่องกำกับจังหวะที่อยู่ในฐานะสูงสุดคือ ตะโพน ดังนั้นจึงถือว่า พระปรคนธรรพ คือครูเครื่องหนัง เครื่องกำกับจังหวะ และผู้ควบคุมวง</li>
</ul>
<p><span style="color: #800000;"><strong>ครูมนุษย์</strong></span></p>
<p>ครูมนุษย์ ในความหมายของ <span style="color: #0000ff;">พระครูทั้งนั้นเล่า สืบต่อๆกันมาจนถึงทุกวันนี้</span> รวมหมายถึงทั้งครูที่ล่วงลับไปแล้ว ครูที่ยังมีชีวิตอยู่ และรวมถึงครูพักลักจำด้วย</p>
<ul>
<li><span style="color: #0000ff;">ครูที่ล่วงลับไปแล้ว</span> หมายถึงครูดนตรีไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ผู้คิดสร้างสรรค์การดนตรีไทย ทั้งที่ไม่รู้จัก หรือรู้จักก็ตาม นักดนตรีไทยจะให้ความเคารพนับถือ และถือเป็นครูของตนทั้งสิ้น</li>
<li><span style="color: #0000ff;">ครูที่ยังมีชีวิตอยู่</span> หมายถึงครูดนตรีไทยที่เคยสอนเรามาตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นสูง</li>
<li><span style="color: #0000ff;">ครูพักลักจำ</span> หมายถึงนักดนตรีไทยคนอื่นๆ ที่ไม่ได้สอนเรามาโดยตรง แต่เราได้มีโอกาสรับความรู้จากท่าน ทั้งการรับฟัง การได้เห็น จากคำบอกเล่า จากการอ่าน หรือโดยทางใดๆก็ตาม ทั้งที่อาวุโสกว่า หรืออ่อนกว่า ทั้งที่ฝีมือดีกว่าหรือด้อยกว่า หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่ใช่นักดนตรีไทยแต่เคยได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับดนตรีไทยแก่เรา นักดนตรีไทยจะถือว่าเป็นครูของตนทั้งสิ้น</li>
</ul>
<p>จากความหมายของครูดนตรีไทยทั้งที่เป็นครูเทพ และครูมนุษย์ จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในวงการดนตรีไทยหรือเกี่ยวข้องกับดนตรีไทย หากได้ทำคุณประโยชน์ต่อตนไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือโดยทางอ้อม ก็ถือว่าเป็นครูดนตรีไทยของตนทั้งสิ้น</p>
<p><span style="color: #800000;">ในโอกาสวันครู ๑๖ มกราคม ๒๕๕๓ ข้าฯ ขอน้อมสักการะแด่ครูดนตรีไทยทุกๆพระองค์ และทุกๆท่าน</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #0000ff;">&#8230; อัคคี พะหูบุปผัง  อะหังวันทา อาจาริยัง<br />
สัพพะไสยัง วินาศสันติ  สิทธิปะระปะชา  อิมัสมิง ภะวันตุเมฯ &#8230;</span></p>
<p style="padding-left: 30px;"><span style="color: #0000ff;">&#8230; ข้าฯ จะไหว้ พระอิศวร พระนารายณ์ ไหว้เทวดาทั้งหลาย<br />
ไหว้ทั้งบิดาและมารดา ไหว้ครูและอาจารย์ที่ท่านได้สั่งสอนมา<br />
ขอคุณครูจงรักษา ให้ข้าฯ อยู่เย็นเป็นสุข &#8230;</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/thaimusic/?feed=rss2&amp;p=54</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วงปี่พาทย์มอญ</title>
		<link>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=39</link>
		<comments>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=39#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Jan 2010 07:29:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ครูฌอง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เครื่อง-วงดนตรีไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/thaimusic/?p=39</guid>
		<description><![CDATA[งานบำเพ็ญกุศลศพพระสมุห์เจษฎา ฐิตมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดยางทอง อ.เมือง จ.สงขลา กระผมได้รับมอบหมายจากพระมหาชัยวุธ รักษาการเจ้าอาวาส ให้ัจัดวงดนตรีไทยเพื่อใช้ประโคมในพิธี  ดังนั้นจึงได้ประสานไปยังครูบรรเทิง แห่งราชภัฏสงขลา ให้ท่านช่วยจัด วงปี่พาทย์มอญ มาใช้ในงานดังกล่าว
ทำไมต้องเป็นวงปี่พาทย์มอญ
วงปี่พาทย์มอญ คือการนำเครื่องดนตรีมอญ 5 ชนิด ได้แก่ ฆ้องมอญ ปี่มอญ ตะโพนมอญ เปิงมางคอก และฆ้องราว มาประสมกับเครื่องดนตรีไทยชนิดต่างๆ ได้แก่ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฉิ่ง ฉาบ เป็นต้น เกิดเป็นวงดนตรีไทยชนิดใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในลักษณะเครื่องดนตรี บทเพลง วิธีการบรรเลง ตลอดจนการนำวงดนตรีไปใช้ในโอกาสต่างๆ
วงปี่พาทย์มอญแท้จริงแล้วใช้บรรเลงได้ในงานมงคล แต่คนไทยส่วนใหญ่นิยมใช้บรรเลงในงานศพ สืบเนื่องมาจากมีการนำวงปี่พาทย์มอญไปบรรเลงในงานพระบรมศพสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ พระราชินีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง พระดำริว่า พระราชมารดาของพระองค์นั้นทรงมีเชื้อสายมอญโดยตรง จึงโปรดให้นำวงปี่พาทย์มอญมาบรรเลง ด้วยเหตุนี้เองจึงได้เป็นความเชื่อและยึดถือมาโดยตลอดว่า วงปี่พาทย์มอญเล่นเฉพาะงานศพเท่านั้น อีกประการหนึ่งก็คือเสียงดนตรีของวงปี่พาทย์มอญโดยเฉพาะปี่มอญ เพราะเสียงของปี่มอญมีเสียงโหยหวนชวนให้เกิดความเศร้าใจ
ต่อมาโบราณจารย์ทางด้านดนตรีไทย ได้เรียบเรียงเพลงไทยสำเนียงมอญขึ้นมาใหม่และกำหนดระเบียบการใช้เพลงเพื่อบรรเลงในขั้นตอนต่างๆ ของงานศพ เช่น

เพลงประจำบ้าน ใช้บรรเลงเป็นเพลงแรกหากตั้งศพไว้ที่บ้าน  และใช้บรรเลงในขณะที่ทำพิธีวางดอกไม้จันท์เคารพศพ
เพลงประจำวัด ใช้บรรเลงเป็นเพลงแรกหากตั้งศพไว้ที่วัด
เพลงเชิญผี ใช้บรรเลงต่อจากเพลงประจำบ้านหรือเพลงประจำวัด เพื่อเป็นการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
เพลงยกศพ ใช้บรรเลงในขณะที่มีการยกศพ เพื่อการเคลื่อนย้าย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>งานบำเพ็ญกุศลศพ<strong>พระสมุห์เจษฎา ฐิตมโน</strong> อดีตเจ้าอาวาสวัดยางทอง อ.เมือง จ.สงขลา กระผมได้รับมอบหมายจาก<strong>พระมหาชัยวุธ</strong> รักษาการเจ้าอาวาส ให้ัจัดวงดนตรีไทยเพื่อใช้ประโคมในพิธี  ดังนั้นจึงได้ประสานไปยังครูบรรเทิง แห่งราชภัฏสงขลา ให้ท่านช่วยจัด <strong>วงปี่พาทย์มอญ</strong> มาใช้ในงานดังกล่าว</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ทำไมต้องเป็นวงปี่พาทย์มอญ</strong></span></p>
<p>วงปี่พาทย์มอญ คือการนำเครื่องดนตรีมอญ 5 ชนิด ได้แก่ <strong>ฆ้องมอญ ปี่มอญ ตะโพนมอญ เปิงมางคอก และฆ้องราว</strong> มาประสมกับเครื่องดนตรีไทยชนิดต่างๆ ได้แก่ <strong>ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฉิ่ง ฉาบ</strong> เป็นต้น เกิดเป็นวงดนตรีไทยชนิดใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในลักษณะเครื่องดนตรี บทเพลง วิธีการบรรเลง ตลอดจนการนำวงดนตรีไปใช้ในโอกาสต่างๆ</p>
<p>วงปี่พาทย์มอญแท้จริงแล้วใช้บรรเลงได้ในงานมงคล แต่คนไทยส่วนใหญ่นิยมใช้บรรเลงในงานศพ สืบเนื่องมาจากมีการนำวงปี่พาทย์มอญไปบรรเลงในงานพระบรมศพสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ พระราชินีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง พระดำริว่า พระราชมารดาของพระองค์นั้นทรงมีเชื้อสายมอญโดยตรง จึงโปรดให้นำวงปี่พาทย์มอญมาบรรเลง ด้วยเหตุนี้เองจึงได้เป็นความเชื่อและยึดถือมาโดยตลอดว่า วงปี่พาทย์มอญเล่นเฉพาะงานศพเท่านั้น อีกประการหนึ่งก็คือเสียงดนตรีของวงปี่พาทย์มอญโดยเฉพาะปี่มอญ เพราะเสียงของปี่มอญมีเสียงโหยหวนชวนให้เกิดความเศร้าใจ</p>
<p>ต่อมาโบราณจารย์ทางด้านดนตรีไทย ได้เรียบเรียงเพลงไทยสำเนียงมอญขึ้นมาใหม่และกำหนดระเบียบการใช้เพลงเพื่อบรรเลงในขั้นตอนต่างๆ ของงานศพ เช่น</p>
<ul>
<li><span style="color: #800000;">เพลงประจำบ้าน</span> ใช้บรรเลงเป็นเพลงแรกหากตั้งศพไว้ที่บ้าน  และใช้บรรเลงในขณะที่ทำพิธีวางดอกไม้จันท์เคารพศพ</li>
<li><span style="color: #800000;">เ</span><span style="color: #800000;">พลงประจำวัด</span> ใช้บรรเลงเป็นเพลงแรกหากตั้งศพไว้ที่วัด</li>
<li><span style="color: #800000;">เพลงเชิญผี</span> ใช้บรรเลงต่อจากเพลงประจำบ้านหรือเพลงประจำวัด เพื่อเป็นการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ</li>
<li><span style="color: #800000;">เพลงยกศพ</span> ใช้บรรเลงในขณะที่มีการยกศพ เพื่อการเคลื่อนย้าย หรือยกศพขึ้นสู่เมรุ</li>
<li><span style="color: #800000;">เพลงสาธุการมอญ</span> ใช้บรรเลงเมื่อประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระ</li>
<li><span style="color: #800000;">เพลงเร็วมอญ</span> ใช้บรรเลงเมื่อพระสวดเสร็จ</li>
<li><span style="color: #800000;">เพลงมอญร้องไห้</span> ใช้บรรเลงในขณะที่ทำพิธีวางดอกไม้จันท์เคารพศพ ในงานที่มีการพระราชทานเพลิงศพ แล้วบรรเลงต่อท้ายด้วยเพลงประจำบ้าน</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้ยังมีเพลงสำเนียงมอญอื่นๆที่ใช้บรรเลงในงานศพขณะที่ไม่มีพิธีการ หรืออาจจะนำเพลงไทยเดิมต่างๆมาบรรเลงสลับพิธีการก็ได้</p>
<p><span style="color: #0000ff;">ประมวลภาพวงปี่พาทย์มอญงานบำเพ็ญกุศลศพ<br />
พระสมุห์เจษฎา ฐิตมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดยางทอง อ.เมือง จ.สงขลา</span></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc06411.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;">ตั้งวงปี่พาทย์มอญในศาลา (ช่องเดียวไม่พอเลยไม่เห็นเปิงมากคอก)</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-39"></span></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc06401.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;">ฆ้องมอญวงใหญ่ (ครูบรรเทิง จากราชภัฏสงขลา)</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc06402.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;">ฆ้องมอญวงเล็ก (น้องบ่าว จากราชภัฏสงขลา)</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc064031.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;">ปี่มอญ (ครูค๊อบ จากสุราษฎร์ธานี)</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc06405.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;">ระนาดเอก (ครูเอก จากสุราษฎร์ธานี)</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc06408.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;">ระนาดทุ้ม (ครูทน จากสงขลา ถึงตาบอด 2 ข้างก็ตีระนาดได้ อิอิ)</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc06406.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;">ตะโพนมอญ (น้องเป็ก จากราชภัฏสงขลา)</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc06407.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;">เปิงมางคอก (ครูเบิร์ด จากสงขลา)</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc06409.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;">ฉิ่ง (น้องป้อง ลูกครูบรรเทิง)  ฉาบ (น้องแว่น จากราชภัฏสงขลา)</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc06534.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;">ครูบรรเทิง ช่วยขับร้องให้ด้วย เสียงไพเราะจับใจ</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc06421.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;">ครูไชยวุฒิ (จากราชภัฏสงขลา) มาร่วมบรรเลงด้วย<br />
มาพร้อมภรรยา(นั่งหลัง) และลูกชาย และลูกในท้อง (ซึ้งใจจริงๆ)</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc06466.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;">ว่างๆจากช่วยงานวัด กระผมก็ขอร่วมบรรเลงด้วยขะรับ<br />
(ไม่ตีฆ้องมอญซะนาน เมื่อยแขนมากครับ อิอิ)</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2010/01/dsc06377.jpg" alt="" width="450" height="337" /></p>
<p style="text-align: center;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="445" height="364" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/Yg61yWPiHoY&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="445" height="364" src="http://www.youtube.com/v/Yg61yWPiHoY&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;color1=0x234900&amp;color2=0x4e9e00&amp;border=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/thaimusic/?feed=rss2&amp;p=39</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓</title>
		<link>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=38</link>
		<comments>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=38#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Dec 2009 04:36:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ครูฌอง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/thaimusic/?p=38</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://www.pochanukul.com/wp-content/uploads/2009/12/NY20101.jpg" alt="" width="450" height="409" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/thaimusic/?feed=rss2&amp;p=38</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เพลงนาคเกี่ยวพระสุเมรุ</title>
		<link>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=37</link>
		<comments>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=37#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Dec 2009 15:01:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ครูฌอง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ฟังเพลงดนตรีไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/thaimusic/?p=37</guid>
		<description><![CDATA[เพลงนาคเกี่ยวพระสุเมรุ โดยครูบรรเทิง สิทธิแพทย์ แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
ครูบรรเทิง คือครูปี่พาทย์ ผู้มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง และเป็นสุดยอดมือระนาดเอก ที่หาผู้ทัดเทียมได้ยากในภาคใต้ และเป็นครูดนตรีไทยอีกท่านหนึ่งที่ผมเรียกว่า &#8220;ครู&#8221; ได้อย่างเต็มปาก
เพลงนาคเกี่ยวพระสุเมรุชุดนี้คือผลงานในระดับปริญญาโทของท่าน เชิญชมกันนะครับ&#8230;
เพลงนาคเกี่ยวพระสุเมรุ ๑


เพลงนาคเกี่ยวพระสุเมรุ ๒

เพลงนาคเกี่ยวพระสุเมรุ ๓

เพลงนาคเกี่ยวพระสุเมรุ ๔

เพลงนาคเกี่ยวพระสุเมรุ ๕

เพลงนาคเกี่ยวพระสุเมรุ ๖

เพลงนาคเกี่ยวพระสุเมรุ ๗

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพลงนาคเกี่ยวพระสุเมรุ โดยครูบรรเทิง สิทธิแพทย์ แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา</p>
<p><strong>ครูบรรเทิง</strong> คือครูปี่พาทย์ ผู้มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง และเป็นสุดยอดมือระนาดเอก ที่หาผู้ทัดเทียมได้ยากในภาคใต้ และเป็นครูดนตรีไทยอีกท่านหนึ่งที่ผมเรียกว่า <strong>&#8220;ครู&#8221;</strong> ได้อย่างเต็มปาก</p>
<p><strong>เพลงนาคเกี่ยวพระสุเมรุ</strong>ชุดนี้คือผลงานในระดับปริญญาโทของท่าน เชิญชมกันนะครับ&#8230;</p>
<p><span class="yt-uix-hovercard-target">เพลง<strong>นาคเกี่ยวพระสุเมรุ</strong> ๑</span></p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/b9Bl0TCQskQ&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/b9Bl0TCQskQ&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p><span id="more-37"></span></p>
<p><span class="yt-uix-hovercard-target">เพลง<strong>นาคเกี่ยวพระสุเมรุ</strong> ๒</span></p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/ZXZzceWBhBA&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/ZXZzceWBhBA&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p><span class="yt-uix-hovercard-target">เพลง<strong>นาคเกี่ยวพระสุเมรุ</strong> ๓</span></p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/ssiHQHnsBUk&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/ssiHQHnsBUk&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p><span class="yt-uix-hovercard-target">เพลง<strong>นาคเกี่ยวพระสุเมรุ</strong> ๔</span></p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/6q514AvqPF4&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/6q514AvqPF4&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p><span class="yt-uix-hovercard-target">เพลง<strong>นาคเกี่ยวพระสุเมรุ</strong> ๕</span></p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/g3wJ7fRIHbw&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/g3wJ7fRIHbw&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p><span class="yt-uix-hovercard-target">เพลง<strong>นาคเกี่ยวพระสุเมรุ</strong> ๖</span></p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/e5536Ph3Be4&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/e5536Ph3Be4&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p><span class="yt-uix-hovercard-target">เพลง<strong>นาคเกี่ยวพระสุเมรุ</strong> ๗</span></p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/e80K6M3TkAs&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/e80K6M3TkAs&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/thaimusic/?feed=rss2&amp;p=37</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>มอญอ้อยอิ่งเถา</title>
		<link>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=36</link>
		<comments>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=36#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Nov 2009 12:11:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ครูฌอง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ฟังเพลงดนตรีไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/thaimusic/?p=36</guid>
		<description><![CDATA[ครูเอก กษมะ จากสุราษฏร์ธานี ส่งเพลงมอญอ้อยอิ่งเถา มาให้ เลยนำมาแบ่งปันกันฟังครับ


โน๊ตเพลง


ประวัติ

เพลงนี้เดิมมีเพียง  ๒  ชั้น  เป็นเพลงของละครคณะปรีดาลัย  ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์เป็นเจ้าของ  ซึ่งเข้าใจว่าหม่อมต่วน  วรวรรณ  จะเป็นผู้แต่ง  ซึ่งมีทำนองท่วงทีไพเราะน่าฟังโดยมาก  นายเฉลิม  บัวทั่ง  ได้ยืดขึ้นเป็นเพลงเถา  โดยใช้ลีลาของสำเนียงมอญเป็นหลักโดยแต่งทั้งทำนองร้องและทำนองดนตรี

บทร้อง  เพลงมอญอ้อยอิ่ง  เถา
๓ ชั้น
อนิจจาจากไปไม่วายหมอง
น้ำตานองเหลือจะกลั้นไว้หวั่นไหว
โอ้อกร้อนนอนเดียวเปลี่ยวฤทัย
จากไปนานเช่นนี้พี่ไม่เคย
๒  ชั้น
โอ้พุ่มพวงดวงผกามณฑาย้อย
กลิ่นเจ้าลอยล่องมานิจจาเอ๋ย
ช่างหอมเหลือหอมเหมือนเนื้อทรามเชย
มณฑาเอ๋ยหวาดบังอรเจ้าหล่อนมา
ชั้นเดียว
ใจหายมิรู้เว้น
จะนอนหลับนอนเล่นฝันเห็นหน้า
หน้านวลน้องเทียมทันแสงจันทรา
เมื่อเวลาเพ็ญส่องผุดผ่องเอย
(นิราศรักษาตัว  พระนิพนธ์พระเจ้าบรมวงค์เธอพระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงษ์)


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ครูเอก กษมะ จากสุราษฏร์ธานี ส่งเพลงมอญอ้อยอิ่งเถา มาให้ เลยนำมาแบ่งปันกันฟังครับ</p>
<div style="width: 300px;">
<ul>
<li><a href="http://www.sopon.ac.th/thaimusic/93monaoing.html" target="_blank">โน๊ตเพลง</a></li>
</ul>
<ul>
<li>ประวัติ</li>
</ul>
<p>เพลงนี้เดิมมีเพียง  ๒  ชั้น  เป็นเพลงของละครคณะปรีดาลัย  ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์เป็นเจ้าของ  ซึ่งเข้าใจว่าหม่อมต่วน  วรวรรณ  จะเป็นผู้แต่ง  ซึ่งมีทำนองท่วงทีไพเราะน่าฟังโดยมาก  นายเฉลิม  บัวทั่ง  ได้ยืดขึ้นเป็นเพลงเถา  โดยใช้ลีลาของสำเนียงมอญเป็นหลักโดยแต่งทั้งทำนองร้องและทำนองดนตรี</p>
<ul>
<li>บทร้อง  เพลงมอญอ้อยอิ่ง  เถา<br />
๓ ชั้น<br />
อนิจจาจากไปไม่วายหมอง<br />
น้ำตานองเหลือจะกลั้นไว้หวั่นไหว<br />
โอ้อกร้อนนอนเดียวเปลี่ยวฤทัย<br />
จากไปนานเช่นนี้พี่ไม่เคย</p>
<p>๒  ชั้น<br />
โอ้พุ่มพวงดวงผกามณฑาย้อย<br />
กลิ่นเจ้าลอยล่องมานิจจาเอ๋ย<br />
ช่างหอมเหลือหอมเหมือนเนื้อทรามเชย<br />
มณฑาเอ๋ยหวาดบังอรเจ้าหล่อนมา</p>
<p>ชั้นเดียว<br />
ใจหายมิรู้เว้น<br />
จะนอนหลับนอนเล่นฝันเห็นหน้า<br />
หน้านวลน้องเทียมทันแสงจันทรา<br />
เมื่อเวลาเพ็ญส่องผุดผ่องเอย</p>
<p>(นิราศรักษาตัว  พระนิพนธ์พระเจ้าบรมวงค์เธอพระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงษ์)</li>
</ul>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/thaimusic/?feed=rss2&amp;p=36</wfw:commentRss>
			<enclosure url="http://www.pochanukul.com/doc/moloaing.mp3" length="1" type="audio/mpeg"/>
<itunes:duration>00:01:01</itunes:duration>
		<itunes:subtitle></itunes:subtitle>
		<itunes:summary>ครูเอก กษมะ จากสุราษฏร์ธานี ส่งเพลงมอญอ้อยอิ่งเถา มาให้ เลยนำมาแบ่งปันกันฟังครับ


	โน๊ตเพลง


	ประวัติ

เพลงนี้เดิมมีเพียงnbsp; ๒nbsp; ชั้นnbsp; เป็นเพลงของละครคณะปรีดาลัยnbsp; ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอnbsp; กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์เป็นเจ้าของnbsp; ซึ่งเข้าใจว่าหม่อมต่วนnbsp; วรวรรณnbsp; จะเป็นผู้แต่งnbsp; ซึ่งมีทำนองท่วงทีไพเราะน่าฟังโดยมากnbsp; นายเฉลิมnbsp; บัวทั่งnbsp; ได้ยืดขึ้นเป็นเพลงเถาnbsp; โดยใช้ลีลาของสำเนียงมอญเป็นหลักโดยแต่งทั้งทำนองร้องและทำนองดนตรี

	บทร้องnbsp; เพลงมอญอ้อยอิ่งnbsp; เถา
๓ ชั้น
อนิจจาจากไปไม่วายหมอง
น้ำตานองเหลือจะกลั้นไว้หวั่นไหว
โอ้อกร้อนนอนเดียวเปลี่ยวฤทัย
จากไปนานเช่นนี้พี่ไม่เคย

๒nbsp; ชั้น
โอ้พุ่มพวงดวงผกามณฑาย้อย
กลิ่นเจ้าลอยล่องมานิจจาเอ๋ย
ช่างหอมเหลือหอมเหมือนเนื้อทรามเชย
มณฑาเอ๋ยหวาดบังอรเจ้าหล่อนมา

ชั้นเดียว
ใจหายมิรู้เว้น
จะนอนหลับนอนเล่นฝันเห็นหน้า
หน้านวลน้องเทียมทันแสงจันทรา
เมื่อเวลาเพ็ญส่องผุดผ่องเอย

(นิราศรักษาตัวnbsp; พระนิพนธ์พระเจ้าบรมวงค์เธอพระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงษ์)

</itunes:summary>
		<itunes:keywords>ฟังเพลงดนตรีไทย</itunes:keywords>
		<itunes:author>kruchaung@gmail.com</itunes:author>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:block>No</itunes:block>
	</item>
		<item>
		<title>เครื่องดนตรีต่างด้าวในวงดนตรีไทย</title>
		<link>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=35</link>
		<comments>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=35#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Nov 2009 08:03:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ครูฌอง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เครื่อง-วงดนตรีไทย]]></category>

		<category><![CDATA[เครื่องดนตรีต่างด้าวในวงดนตรีไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/thaimusic/?p=35</guid>
		<description><![CDATA[จากการที่ได้นำเสนอประเภทของเครื่องดนตรีไทยว่า แบ่งตามลักษณะการบรรเลงได้ 4 ประเภทคือ ดีด สี ตี และ เป่า ไปแล้วนั้น มีผู้แย้งว่ามีอีก 2 ประเภท คือ &#8220;เขย่า&#8221; และ &#8220;จิ้ม&#8221; ทำเอาผมงงไปเป็นพักเลยครับ สุดท้ายมาถึงบางอ้อจากคำเฉลยว่า เขย่า คือ อังกะลุง และ จิ้ม คือ ออร์แกน ดังนั้นจึงอธิบายเพิ่มเติมว่ามันคือเครื่องดนตรีต่างด้าว (อิอิ)
เครื่องดนตรีต่างด้าวก็คือ เครื่องดนตรีของชาติอื่นๆ ที่นำมาบรรเลงร่วมในวงดนตรีไทย แต่พอใช้ไปนานๆเข้า บางประเภทก็ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นเครื่องดนตรีไทย จนบางคนไม่ทราบว่ามันคือเครื่องดนตรีที่มีพื้นฐานมาจากชาติอื่น จึงขอนำมาขยายความเพื่อความเข้าใจกันนิดหน่อยครับ
ในวงดนตรีไทยมีเครื่องดนตรีที่นำมาจากชาติอื่นแล้วมาปรับลักษณะของเสียงและหรือวิธีการบรรเลงให้เหมาะสมกับลักษณะของดนตรีไทยหลายชนิดด้วยกัน อย่างที่นิยมใช้มาแต่เก่าก่อนก็เช่น ออร์แกน ขิมจีน อังกะลุง เป็นต้น แต่ในยุคหลังๆ ก็มีการนำเครื่องดนตรีอื่นๆ มาผสมด้วยจนบางครั้งอาจจะมากไปจนรู้สึกว่าไม่ใช่ดนตรีไทยซะแล้ว จึงขอไม่กล่าวถึงเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ ที่ใช้กันจนมั่วไปหมดในปัจจุบัน

ออร์แกน นิยมใช้ประเภทออร์แกนลมแบบใช้เท้าเหยียบมากกว่าแบบไฟฟ้า เพราะให้เสียงที่เป็นธรรมชาติเหมาะสมกับลักษณะเสียงของเครื่องดนตรีไทย เวลาบรรเลงก็ใช้คีย์เสียงที่ตรงกับคีย์ของดนตรีไทยซึ่งต้องใช้ทั้งเสียงชาร์ปและเสียงแฟลตเพื่อให้คีย์เสียงตรงกัน


ขิมจีน ปัจจุบันอาจถูกเรียกเพียงว่า ขิม หรือ ขิมสาย เพราะถูกแปลงสัญชาติเป็นเครื่องดนตรีไทยไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในวงการดนตรีไทยก็ยังถือว่าเป็นเครื่องดนตรีต่างชาติอยู่ แรกนำมาใช้ในวงดนตรีไทยนั้น ยังคงใช้แบบดั้งเดิมของจีน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากการที่ได้นำเสนอประเภทของเครื่องดนตรีไทยว่า แบ่งตามลักษณะการบรรเลงได้ 4 ประเภทคือ ดีด สี ตี และ เป่า ไปแล้วนั้น มีผู้แย้งว่ามีอีก 2 ประเภท คือ &#8220;เขย่า&#8221; และ &#8220;จิ้ม&#8221; ทำเอาผมงงไปเป็นพักเลยครับ สุดท้ายมาถึงบางอ้อจากคำเฉลยว่า เขย่า คือ อังกะลุง และ จิ้ม คือ ออร์แกน ดังนั้นจึงอธิบายเพิ่มเติมว่ามันคือเครื่องดนตรีต่างด้าว (อิอิ)</p>
<p>เครื่องดนตรีต่างด้าวก็คือ เครื่องดนตรีของชาติอื่นๆ ที่นำมาบรรเลงร่วมในวงดนตรีไทย แต่พอใช้ไปนานๆเข้า บางประเภทก็ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นเครื่องดนตรีไทย จนบางคนไม่ทราบว่ามันคือเครื่องดนตรีที่มีพื้นฐานมาจากชาติอื่น จึงขอนำมาขยายความเพื่อความเข้าใจกันนิดหน่อยครับ<span id="more-35"></span></p>
<p>ในวงดนตรีไทยมีเครื่องดนตรีที่นำมาจากชาติอื่นแล้วมาปรับลักษณะของเสียงและหรือวิธีการบรรเลงให้เหมาะสมกับลักษณะของดนตรีไทยหลายชนิดด้วยกัน อย่างที่นิยมใช้มาแต่เก่าก่อนก็เช่น ออร์แกน ขิมจีน อังกะลุง เป็นต้น แต่ในยุคหลังๆ ก็มีการนำเครื่องดนตรีอื่นๆ มาผสมด้วยจนบางครั้งอาจจะมากไปจนรู้สึกว่าไม่ใช่ดนตรีไทยซะแล้ว จึงขอไม่กล่าวถึงเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ ที่ใช้กันจนมั่วไปหมดในปัจจุบัน</p>
<ul>
<li><strong>ออร์แกน</strong> นิยมใช้ประเภทออร์แกนลมแบบใช้เท้าเหยียบมากกว่าแบบไฟฟ้า เพราะให้เสียงที่เป็นธรรมชาติเหมาะสมกับลักษณะเสียงของเครื่องดนตรีไทย เวลาบรรเลงก็ใช้คีย์เสียงที่ตรงกับคีย์ของดนตรีไทยซึ่งต้องใช้ทั้งเสียงชาร์ปและเสียงแฟลตเพื่อให้คีย์เสียงตรงกัน</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>ขิมจีน</strong> ปัจจุบันอาจถูกเรียกเพียงว่า ขิม หรือ ขิมสาย เพราะถูกแปลงสัญชาติเป็นเครื่องดนตรีไทยไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในวงการดนตรีไทยก็ยังถือว่าเป็นเครื่องดนตรีต่างชาติอยู่ แรกนำมาใช้ในวงดนตรีไทยนั้น ยังคงใช้แบบดั้งเดิมของจีน แต่มีการปรับเสียงใหม่ให้ตรงกับคีย์เสียงดนตรีไทย ภายหลังจึงมีการปรับระบบการตั้งเสียงใหม่เพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้นแต่ยังรักษารูปลักษณ์เดิมเอาไว้ แต่ในปัจจุบันเริ่มจะมีการเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปบ้างแล้วตามความชอบของแต่ละช่าง</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>อังกะลัง </strong>เป็นเครื่องดนตรีที่ได้มาจากทางชวาหรืออินโดนีเซีย ได้มีการปรับระบบเสียงใหม่ให้สามารถบรรเลงเพลงของดนตรีไทยได้ อังกะลุง 1 ตัว มีกระบอกเสียง 3 อัน เป็นเสียงเดียวกันทั้งหมด แต่มี 3 คีย์ เช่น เสียงโด ก็จะประกอบด้วย โดสูง โดกลาง และโดต่ำ เป็นต้น เวลาบรรเลงจึงต้องใช้อังกะลุงหลายตัวเพื่อให้มีเสียงครบ จึงไม่นิยมบรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรีไทยชนิดอื่นมากนัก มักจะบรรเลงเป็นวงอังกะลุงและมีเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องประกอบจังหวะเข้าไปช่วยเสริมให้มีอรรถรสมากขึ้น</li>
</ul>
<p>ออร์แกน และ ขิม นิยมใช้มากในวงเครื่องสายและวงมโหรี โดยจะเรียกว่า วงเครื่องสายผสมออร์แกน วงเครื่องสายผสมขิม วงมโหรีผสมออร์แกน หรือ วงมโหรีผสมขิม เป็นต้น</p>
<p>นอกจาก 3 เครื่องดนตรีที่กล่าวมาแล้ว ยังมีเครื่องดนตรีจากต่างชาติที่ได้รับการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และแปลงสัญชาติ จนเป็นเครื่องดนตรีไทยโดยสมบูรณ์แล้วก็มี เช่น กลองมาลายู ปี่ชวา ปี่มอญ ฆ้องมอญ เป็นต้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/thaimusic/?feed=rss2&amp;p=35</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เครื่องดนตรีไทย</title>
		<link>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=34</link>
		<comments>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=34#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2009 03:02:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ครูฌอง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เครื่อง-วงดนตรีไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/thaimusic/?p=34</guid>
		<description><![CDATA[เครื่องดนตรีของไทยนั้น สามารถจัดแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท คือ เครื่องดนตรีไทยเดิม และเครื่องดนตรีไทยพื้นเมือง แต่หากพูดโดยทั่วไปเกี่ยวกับเครื่องดนตรีไทยแล้ว จะเข้าใจกันได้ว่าคือเครื่องดนตรีไทยเดิมนั่นเอง
การจัดประเภทของเครื่องดนตรีไทย ส่วนใหญ่จัดโดยยึดวิธีการบรรเลงของเครื่องดนตรีไทย ซึ่งจัดแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ เครื่องดีด เครื่องสี เครื่องตี และเครื่องเป่า

เครื่องดนตรีไทยประเภทเคื่องดีด หมายถึงเครื่องดนตรีไทยที่ใช้มือหรือไม้ดีด ดีดสายให้เกิดเป็นเสียงดนตรี เช่น จะเข้ พิณ กระจับปี่ เป็นต้น


เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องสี หมายถึงเครื่องดนตรีไทยที่ใช้คันชัก สีกับสายให้เกิดเป็นเสียงดนตรี เช่น ซอสามสาย ซอด้วง ซออู้ เป็นต้น


เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องตี หมายถึงเครื่องดนตรีไทยที่ใช้ไม้หรือมือตีเครื่องดนตรีให้เกิดเสียง โดยแบ่งย่อยเป็น 3 ประเภทคือ

เครื่องตีที่ทำด้วยไม้ เช่น ระนาดเอก ระนาดทุ้ม กรับ เป็นต้น
เครื่องตีที่ทำด้วยโลหะ เช่น ฆ้องวงเล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฉิ่ง ฉาบ โหม่ง เป็นต้น
เครื่องตีประเภทขึงด้วยหนัง เช่น ตะโพน กลองทัด กลองสองหน้า กลองแขก โทน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เครื่องดนตรีของไทยนั้น สามารถจัดแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท คือ เครื่องดนตรีไทยเดิม และเครื่องดนตรีไทยพื้นเมือง แต่หากพูดโดยทั่วไปเกี่ยวกับเครื่องดนตรีไทยแล้ว จะเข้าใจกันได้ว่าคือเครื่องดนตรีไทยเดิมนั่นเอง</p>
<p>การจัดประเภทของเครื่องดนตรีไทย ส่วนใหญ่จัดโดยยึดวิธีการบรรเลงของเครื่องดนตรีไทย ซึ่งจัดแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ เครื่องดีด เครื่องสี เครื่องตี และเครื่องเป่า<span id="more-34"></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #000080;"><strong>เครื่องดนตรีไทยประเภทเคื่องดีด</strong></span> หมายถึงเครื่องดนตรีไทยที่ใช้มือหรือไม้ดีด ดีดสายให้เกิดเป็นเสียงดนตรี เช่น จะเข้ พิณ กระจับปี่ เป็นต้น</li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #000080;"><strong>เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องสี</strong></span> หมายถึงเครื่องดนตรีไทยที่ใช้คันชัก สีกับสายให้เกิดเป็นเสียงดนตรี เช่น ซอสามสาย ซอด้วง ซออู้ เป็นต้น</li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #000080;"><strong>เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องตี</strong></span> หมายถึงเครื่องดนตรีไทยที่ใช้ไม้หรือมือตีเครื่องดนตรีให้เกิดเสียง โดยแบ่งย่อยเป็น 3 ประเภทคือ
<ul>
<li>เครื่องตีที่ทำด้วยไม้ เช่น ระนาดเอก ระนาดทุ้ม กรับ เป็นต้น</li>
<li>เครื่องตีที่ทำด้วยโลหะ เช่น ฆ้องวงเล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฉิ่ง ฉาบ โหม่ง เป็นต้น</li>
<li>เครื่องตีประเภทขึงด้วยหนัง เช่น ตะโพน กลองทัด กลองสองหน้า กลองแขก โทน รำมะนา เป็นต้น</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #000080;"><strong>เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องเป่า</strong></span> หมายถึงเครื่องดนตรีไทยที่ใช้ปากเป่าลมผ่านเครื่องดนตรีให้เกิดเป็นเสียง โดยแบ่งย่อยเป็น 2 ประเภทคือ
<ul>
<li>เครื่องเป่าที่ไม่ใช้ลิ้น เช่น ขลุ่ยหลิบ ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยอู้ เป็นต้น</li>
<li>เครื่องเป่าที่ใช้ลิ้น เช่น ปี่ใน ปี่นอก ปี่มอญ ปี่ชวา เป็นต้น</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>นอกจากแบ่งตามประเภทของวิธีการบรรเลงแล้ว ในวงการดนตรีไทยยังมีวิธีการแบ่งเครื่องดนตรีไทยตามลักษณะการใช้งานหรือหน้าที่ในวงดนตรีไทยอีกด้วย โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่คือ เครื่องบรรเลงทำนอง และเครื่องกำกับจังหวะ กล่าวคือ</p>
<ul>
<li><span style="color: #000080;"><strong>เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องบรรเลงทำนอง</strong></span> หมายถึงเครื่องดนตรีไทยที่บรรเลงทำนองเพลงตามลักษณะโน๊ตเพลงตามลักษณะการบรรเลงของแต่ละเครื่องดนตรี โดยแบ่งย่อยเป็น 2 ประเภท คือ เครื่องนำและครื่องตาม ซึ่งเป็นการแบ่งกลุ่มเครื่องดนตรีไทยให้มีหน้าที่เป็นฝ่ายนำและฝ่ายตามในการบรรเลงแบบ &#8220;ลูกล้อ&#8221; และ &#8220;ลูกขัด&#8221;
<ul>
<li> เครื่องดนตรีไทยที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องนำส่วนใหญ่เป็นเครื่องดนตรีไทยที่มีเสียงแหลมและดัง เช่น ระนาดเอก ฆ้องวงเล็ก ซอด้วง จะเข้ ขลุ่ยหลิบ เป็นต้น</li>
<li>เครื่องดนตรีไทยที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องตามส่วนใหญ่มีเสียงทุ้มนุ่มนวล เช่น ระนาดทุ้ม ฆ้อวงใหญ่ ซออู้ ขลุ่ยเพียงออ เป็นต้น</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #000080;"><strong>เครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องกำกับจังหวะ</strong></span> หมายถึงเครื่องดนตรีไทยที่ทำหน้าที่ควบคุมจังหวะการบรรเลงของวงดนตรีไทย โดยจะเลือกใช้ตามลักษณะของ &#8220;การประสมวง&#8221; เช่น ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง ตะโพน กลองทัด กลองแขก โทน-รำมะนา เป็นต้น</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/thaimusic/?feed=rss2&amp;p=34</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ลอยกระทงใน มอ.ปัตตานี</title>
		<link>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=33</link>
		<comments>http://lanpanya.com/thaimusic/?p=33#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Nov 2009 15:51:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ครูฌอง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/thaimusic/?p=33</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้วันลอยกระทง ประจำปี 2552 จึงขอเว้นเรื่องดนตรีไทย มาเล่าเรื่องบรรยากาศการลอยกระทงใน ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ก่อนนะครับ
วันลอยกระทงปีนี้ อยู่ที่แฟลตใน มอ.ปัตตานีสองคนกับลูกสาว(น้องคีตา) ส่วนภรรยากับลูกชาย(พี่แคน) อยู่บ้านที่จังหวัดสงขลา ประมาณหนึ่งทุ่มน้องคีตากลับจากเรียนพิเศษ แล้วอ้อนให้พาไปถ่ายรูปในงานลอยกระทงเพื่อส่งเข้าร่วมกิจกรรมในเว็บที่เขาชอบเข้าไปอ่านเป็นประจำ จึงต้องเป็นพ่อที่ดีพาลูกไปตามประสงค์ (กว่าน้องคีตาจะถ่ายรูปได้ดั่งใจ ทำเอาผมยืนคอยจนเหนื่อยเลยครับ)
งานวันลอยกระทงของ มอ.ปัตตานีปีนี้ จัด ณ บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา

บริเวณด้านหน้าสถานที่จัดงาน บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา


สถานที่เดียวกับรูปแรก แต่ขยับไปทางด้านขวาอีกหน่อย

หน้าอาคารหอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา

นักศึกษาใช้โอกาสนี้หาทุนช่วยเหลือสังคม (น้องคีตาช่วยบริจาคไปหนึ่งกระทง 20 บาท)

รอบๆเวที มีการปล่อยโคมลอย เหมือนเชียงใหม่เลยครับ

เพื่อนน้องคีตาจากโรงเรียนสาธิต มอ. ก็มาปล่อยโคมลอยด้วย (รวมหุ้นกัน ประหยัดดี 555)

บรรยากาศแบบนี้คงไม่มีในงานลอยกระทงที่อื่นๆแน่ครับ (ทหารของประชาชน คลายเครียดจากการรักษาความปลอดภัย)

สถานที่ลอยกระทงแห่งแรก บ่อน้ำหน้าหอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา

พ่อลูกมาลอยกระทงหลังประกวดหนูน้อยนพมาศ
สถานที่ลอยกระทงแห่งที่สอง คลองกลางมหาวิทยาลัย (ทั้งบนและล่าง)


นี่แหละครับ น้องคีตา เจ้าของรูปถ่ายทั้งหมด (ถ่ายให้เขา 1 รูป เพราะเธอถ่ายตัวเองไม่ได้ 4+1=555)
ลอยกระทงปีนี้ขออวยพรให้ทุกๆท่านมีความสุขมากๆคร๊าาาาบ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้วันลอยกระทง ประจำปี 2552 จึงขอเว้นเรื่องดนตรีไทย มาเล่าเรื่องบรรยากาศการลอยกระทงใน ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ก่อนนะครับ</p>
<p>วันลอยกระทงปีนี้ อยู่ที่แฟลตใน มอ.ปัตตานีสองคนกับลูกสาว(น้องคีตา) ส่วนภรรยากับลูกชาย(พี่แคน) อยู่บ้านที่จังหวัดสงขลา ประมาณหนึ่งทุ่มน้องคีตากลับจากเรียนพิเศษ แล้วอ้อนให้พาไปถ่ายรูปในงานลอยกระทงเพื่อส่งเข้าร่วมกิจกรรมในเว็บที่เขาชอบเข้าไปอ่านเป็นประจำ จึงต้องเป็นพ่อที่ดีพาลูกไปตามประสงค์ (กว่าน้องคีตาจะถ่ายรูปได้ดั่งใจ ทำเอาผมยืนคอยจนเหนื่อยเลยครับ)</p>
<p>งานวันลอยกระทงของ มอ.ปัตตานีปีนี้ จัด ณ บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2009/11/01.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>บริเวณด้านหน้าสถานที่จัดงาน บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา</p>
<p><span id="more-33"></span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2009/11/02.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>สถานที่เดียวกับรูปแรก แต่ขยับไปทางด้านขวาอีกหน่อย</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2009/11/03.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>หน้าอาคารหอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2009/11/04.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>นักศึกษาใช้โอกาสนี้หาทุนช่วยเหลือสังคม (น้องคีตาช่วยบริจาคไปหนึ่งกระทง 20 บาท)</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2009/11/05.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>รอบๆเวที มีการปล่อยโคมลอย เหมือนเชียงใหม่เลยครับ</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2009/11/06.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>เพื่อนน้องคีตาจากโรงเรียนสาธิต มอ. ก็มาปล่อยโคมลอยด้วย (รวมหุ้นกัน ประหยัดดี 555)</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2009/11/07.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>บรรยากาศแบบนี้คงไม่มีในงานลอยกระทงที่อื่นๆแน่ครับ (ทหารของประชาชน คลายเครียดจากการรักษาความปลอดภัย)</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2009/11/08.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>สถานที่ลอยกระทงแห่งแรก บ่อน้ำหน้าหอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2009/11/09.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>พ่อลูกมาลอยกระทงหลังประกวดหนูน้อยนพมาศ</p>
<p>สถานที่ลอยกระทงแห่งที่สอง คลองกลางมหาวิทยาลัย (ทั้งบนและล่าง)</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2009/11/10.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/thaimusic/files/2009/11/keta.jpg" alt="" width="500" height="375" /></p>
<p>นี่แหละครับ น้องคีตา เจ้าของรูปถ่ายทั้งหมด (ถ่ายให้เขา 1 รูป เพราะเธอถ่ายตัวเองไม่ได้ 4+1=555)</p>
<p>ลอยกระทงปีนี้ขออวยพรให้ทุกๆท่านมีความสุขมากๆคร๊าาาาบ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/thaimusic/?feed=rss2&amp;p=33</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
