<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ลานสวนป่า</title>
	<link>http://lanpanya.com/sutthinun</link>
	<description>ลานสวนป่า</description>
	<lastBuildDate>Fri, 28 Dec 2012 21:55:15 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>สคส.รอรัก</title>
		<description>
	ขอเปิดมุ้งอวยพรตอนย่ำรุ่ง

ถึงคนกรุงคนไกลใจวาบหวาม

ร่วมทุกข์สุขกันมาอย่าถือความ

อาจซุ่มซ่ามเลินล่อขออภัย

	ส่วนผสมความรักและความรู้

มันกล้ำเกินกันอยู่อย่าสงสัย

เผลออัพเดตความคิดจนติดใจ

อยู่กันไปช่วยกันไปดีไหมเธอ

	คนอื่นเขาได้ออกรถป้ายแดง

คนป่าแบ่งความรักสม่ำเสมอ

คนน่ารักมากมายที่เจอะเจอ

คนพลั่งเผลอหลงมาอย่าตกใจ

	ปีใหม่นี้อย่าขาดการคอมเมนท์

ปีใหม่เน้นดีท็อกความรู้ไว้

ปีใหม่ให้ยิ้มชื่นทุกคืนไป

มีอะไรมิอะไรเข้าที่ทาง

	อยากเปลี่ยนแฟนขอให้แฟนแจ้นมาหา

อยากก้าวหน้าก้าวไกลใสสว่าง

อยากสวยพริ้งผ่องพรายได้เลยนาง

อยากให้ร่างเฟิมส์ฟิตดั่งคิดเอย

เกิดเป็นคนไทยนั้นดีนัก อยากจะส่งความรักระลึกถึงใครก็สะดวก 3จี4จีกำลังจะมา มีจารีตประเพณีให้แสดงออกเป็นระยะๆ อากาศก็ไม่หนาวกระโชกโฮกฮาก ไม่มีหิมะตกท่วมหูท่วมทางเหมือนประเทศตะวันตก ถนนหนทางไม่ลื่นไถล ถึงจะแห่กันไปค้างเติ่งบนถนนก็ยังพอทน คนที่ออกรถป้ายแดงจะให้นั่งแช่นานเท่าไหร่ก็ยังปลึ้ม รถใหม่ๆนี่ขับไม่เหนื่อยหรอกนะเธอ มันเป็นความพูมใจจากน้ำพักน้ำแรงของเราเอง  ขับรถไปคุยกันไปไม่บ่นสักคำ เผลอๆยังเอาทะเบียนรถไปซื้อหวยอีกแน่ะ

ไม่เหมือนรถป้ายดำไปกับใจดำ

บางคนอาจจะเบื่อบ้างก็ถือว่าเป็นธรรมดาของโลก

อย่าเพิ่งเอือมระอากับชีวิต

ดีเท่าไหร่แล้วที่คืนนี้ยังมีดวงจันทร์สวยกระจ่างฟ้าให้ชม  

ดีเท่าไหร่แล้วที่ยังลมหายใจ  

ดีเท่าไหร่แล้วที่ยังมีแรงทำความดี  

ดีเท่าไหร่แล้วที่ยังมีคนให้รัก

	ปี 2556 ขออนุญาตเชิญชวนคนสวยดังนี้ &#62; &#62;
	ปีใหม่นี้ จะเป็นพกสกนิกรที่ดีของพระเจ้าอยู่หัว
	ปีใหม่นี้ จะเป็นศาสนิกชนที่ดีของศาสนา
	ปีใหม่นี้ จะเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ
	ปีใหม่นี้ จะเป็นพลโลกที่ดีของมนุษยชาติ
	ปีใหม่นี้ จะเป็นคนดีของเพื่อนๆ
	ปีใหม่นี้ จะเป็นคนดีของครอบครัว
	ปีใหม่นี้ จะเป็นคนใจเย็นยิ้มง่ายทำกับข้าวอร่อย
	ปีใหม่นี้ จะเป็นคนมีน้ำใจ ให้อภัย เมตตา กรุณา
	ปีใหม่นี้ จะเป็นคนที่คอมเมนท์มากขึ้น

ด้วยรักและระลึกถึงเธอสม่ำเสมอ 

ฝากกอดมากับแสงจันทร์ผ่องด้วยแล้ว  

ขออนุญาตมุดมุ้งไปนอนฝันถึงเธอ

รักนะ จุ๊บๆๆ  อิ อิ   </description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7158</link>
			</item>
	<item>
		<title>วิธีหาภรรยาใหม่ที่ค่อนข้างได้ผล</title>
		<description>วันนี้นอกจากอากาศไม่หนาวแล้ว ทำท่าจะร้อนผสมลมแล้งสิแล้วละเธอ วิกฤติสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันเล่น ถ้าช่วยกันคนละไม้ละมือด้วยการปลูกต้นไม้ประเภทต่างๆ นอกจากไม่เป็นการดูดายแล้ว เรายังมีส่วนร่วมเชิงประจักษ์ที่จะรักษ์โลกแบบร่วมด้วยช่วยปลูก ..ปลูกเถอะนะแม่ปลูก ผักสวนครัวก็ได้ ไม้ดอกไม้ประดับก็ได้ พื้นที่คับแคบก็ปลูกไม้กระถาง ถ้าอยากจะอาสาปลูกต้นไม้ในพื้นที่กว้างก็ต้องมาที่สวนป่าของผู้เขียนนี่แหละ มีจัตุปัจจัยพร้อมมูลให้ปลูกได้ไม่อั้น

เช้านี้นอกจากรดน้ำต้นไม้แล้ว
ผมปลูกต้นเทพทาโรไป2ต้น
ขอบคุณท่านที่อุปการะต้นไม้

เทพทาโรเป็นไม้หอมทางปักษ์ใต้ ด อ ก ใ บ มี ก ลิ่ น ห อ ม เด็ดมาเข้าเครื่องสมุนไพรได้ด้วย หรือแม้แต่เด็ดใบสดๆมาสูดดมก็ทำให้มีแฮงสดชื่นได้เหมือนกัน ผมปลูกใกล้ๆกระต๊อบ นอกจากจะได้ดูแลใกล้ชิดแล้ว ยังสะดวกเก็บใบมาลงหม้ออบสมุนไพรแบบกระโจม (เอาสมุนไพรหอมต่างๆใส่หม้อต้มให้เดือด แล้วยกมาวางในกระโจมผ้า เอาถอดเสื้อผ้าแล้วเข้าไปนั่งในกระโจมที่ว่า ค่อยแง้มฝาหม้อให้ไอร้อนพวยพุ่งออกมา ต้องการร้อนมากร้อนน้อยก็ใช้วิธีควบคุมด้วยรีโมทมือ กลิ่นไอหอมร้อนๆพวยพุ่งออกมา ไล่เหงื่อออกมาทุกรูขุมขน เพียง10นาทีก็เหงื่อหยดติ๋งๆแล้วละเธอ กลิ่นสมุนไพรที่สูดดมเข้าไปทำให้ปอด/จมูกโล่ง) ถ้าให้ดีนะเธอ ออกจากกระโจมแล้วลงแช่ในน้ำเย็น ทำสลับกันไป 2-3ครั้ง  ก็จะรู้สึกสบาย เบาตัว

แค่นี้ก็แก้มแดงอ่องต่อง  เ ลื อ ด ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7157</link>
			</item>
	<item>
		<title>ข้าวหม้อแกงหม้อ</title>
		<description>หม้อข้าวหม้อแกง นับเป็นความสุขเล็กๆแต่ปลึ้มมากในช่วงปลายปีนี้ ที่เกิดรายการหม้อข้าวหม้อแกงขึ้นมา อาจารย์กับฤๅษีมาเยี่ยมตามแบบหมู่เฮาชาวอีสาน มีนัดที่จะทำอาหารชวนกันชิมเหมือนทุกครั้ง ผมจึงออกแบบรายการหม้อข้าวหม้อแกง ชวนคุณชายล่วงหน้า ชวนปุ๊บบอกปั๊บว่าจะทอดปลามาร่วม นึกดีใจเงียบๆ ที่รายการหม้อข้าวหม้อแกงครบเครื่องเรื่องคนละหม้อมาดวลกัน

คุณชายทอดปลามาดอลลี่มาจานใหญ่
โฉมยงตำหมากหุ่งจานใหญ่
อาจารย์ทำอาหารไทยแท้สูตรโบราณสมัย ร.5
ผมทำน้ำพริกสดที่คิดค้นสูตรสำหรับกินกับผักสด

นอกจากนั้นก็มีขนมไทยๆที่อาจารย์เอามาฝากกับผลไม้ของสวนป่า กล้วย/มะละกอ แค่นี้อิ่มอร่อยแล้วละครับ บรรยากาศเป็นธรรมชาติมาก คุณชายถือจานปลาทอดมาเป็นคนแรก อาจารย์หันไปเตรียมปรุง..ต้องเอาปลีกล้วยไปเผา หอมกระเทียมพริกย่างไฟให้สุก แล้วเอามาหั่นซอยบางๆ อาจารย์ขอมะนาว-ปลาป่น-และมะเฟือง ที่สวนมีครบเครื่อง มะเฟืองหล่นเหลืองเกลื่อนหน้าบ้าน เมื่อเตรียมเครื่องครบแล้วก็จัดลงหม้อตั้งไฟ พอสุกหอมฉุยก็ตักเสริฟ์

ผมเตรียมปรุงน้ำพริกสูตรใหม่ เดินไปผักสด คะน้า ดอกชมจันทร์ ดอกอัญชัน มะเขือกรอบ ยอดชะพลู ยอดพลูคาว พริกไทยสด มะกรูด มาล้างจัดลงจาน แล้วหันมาหั่นหอมหัวใหญ่-พริกหอม-ขิง-ชิ้นเล็กๆ เด็ดเม็ดพริกไทยลงถ้วย บีบน้ำมะกรูด เอาน้ำปู๋ผสมลงไป1ช้อนโต๊ะ เติมเกลือนิดหน่อยแล้วชิม รสกลมกล่อมก็ใช้ได้

จุดพิเศษ อยู่ที่ต้องการนำเสนอวิธีกินใบชะพลูกับใบพลูคาว ผัก2ชนิดนี้มีกลิ่นเฉพาะตัว ถ้าคนที่ไม่คุ้นชินจะรับประทานยาก โดยเฉพาะพลูคาว อาจจะรู้ถึงรสขื่นคาว พอเอาผัก2ชนิดนี้มาซ้อนกันพับเป็นกรวยเล็กๆ แล้วตักน้ำพริกหยอดลงไป พับม้วนแล้วเปิบ..จะได้รสผักอร่อยไปอีกแบบหนึ่ง นอกจะไม่มีกลิ่นฉุนแล้ว ยังรู้ได้ถึงรสผักอร่อยอย่างเหลือเชื่อ พลูคาวมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์มาก ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7155</link>
			</item>
	<item>
		<title>คิดได้ อยากทำ</title>
		<description>เรื่องนี้ เป็นเรื่องเราคิดเราทำ บังเอิญตะกี้นี้ ได้ชมรายการทีวีที่โดนใจอย่างมาก เป็นเรื่องราวชีวิตของชายคนหนึ่งที่สนใจเรื่องงานประดิษฐ์ไม้เล็กๆเชิงศิลปะ จำได้แวบๆว่าท่านผู้นี้มีนิวาสถานอยู่เกาะเกล็ด นนทบุรี เป็นผู้ที่มีความสามารถเอาเศษไม้เล็กน้อยๆมาทำเป็นหุ่นไม้ ชักให้เคลื่อนไหว ทุกอย่างเกิดจากการผลักจินตนาการให้ออกมากระโดดโลดเต้น ทำไป ฝึกฝนไป ไปดูงานแสดงของคนอื่นบ้าง เพื่อเอามาต่อเติมความคิด ค่อยอดจินตนาการตนเองให้บรรเจิด

คุณชุมพล กลัดทอง ออกรายการไทยคิดไทยทำ ช่องMEDIA NEWS  ออกอากาศทุกวันอังคาร เ ว ล า จำ ไ ม่ ไ ด้ (ออกรายการซ้ำช่วงกลางดึกอีกด้วย)  ควรค้นในเน็ทอีกที ที่ชอบใจเพราะเห็นว่า..คุณชุมพล กลัดทอง ได้ค้นพบตัวเอง ทำตัวเองให้มีความสุข คิดได้และได้คิดในมุมที่สงบสุขและยังได้เจือจานความดีงามให้แก่สาธารณชนอีกด้วย มีเด็กๆไปเรียนกับคุณชุมพลพอสมควร งานของคุณชุมพลวางที่สยามพารากอน มีชาวต่างชาติสนใจเอาไปโพสในสื่อต่างๆ ทำให้งานเล็กๆน้อยไม่น้อยเสียแล้ว เมื่อคนเริ่มเห็นคุณค่าและความหมายที่ซ่อนอยู่

เข้าทำนองผ้าขี้ริ้วห่อความสุขห่อความงดงาม

ที่สำคัญมันเป็นงานที่เหมาะกับเจ้าตัว เป็นการเอาเศษไม้มาทำงานศิลปะ ที่ไม่ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมืออะไรมากมาย ไม่ต้องใช้วัสดุราคาแพง สามารถที่จะเอาเศษไม้เล็กๆน้อยๆมาสร้างงาน เรื่องอย่างนี้ละครับ ที่คนปลูกป่าแสวงหา ผมชอบชมงานศิลปะทำนองนี้ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7154</link>
			</item>
	<item>
		<title>บ่ายนี้มีรอยยิ้ม</title>
		<description>“อยากจะเจาะกลางใจใส่คำพร 
มาอ้อนวอนคนดีบ่ายนี้หน่อย 
หาสว่านไม่เจอต้องเก้อคอย
จึงต้องลอยคำหวานมาซานซบ”

อยู่บ้านป่าไม่รู้ว่าจะไปฉลองคริสต์มาสกับใคร จึงชวนโฉมยงทำกับข้าวเจี๊ยะกัน2คน หลังจากนั้นก็เอา ส.ค.ส.ของท่านที่รักทั้งหลายทยอยส่งมา แล้วเปิดFB.ก็มีผู้ที่อุปการะความรักส่งสารมาทักทาย พระอาจารย์ไร้กรอบ ดร.วรภัทร ภูเจริญ ส่งคริปอวยพระน่ารักมาก ญาติทางไกลส่งภาพสวยๆมาให้คิดถึง จงเป็นสุขๆทั่วหน้ากันเถิดนะคนดี ขอให้ปีที่จะมาเยือนเป็นปีที่อุ่นอกอุ่นใจ ทำอะไรก็โชติช่วงชัลวาลย์ กิจการงานก็พุ่งพรวดพราด เงินทองมิได้ขาดกระเป๋า ความรักเข้ามามิขาดสาย ต่อสายป่านสติปัญญาไปรอบโลก เพี๊ยงๆๆ และเพี๊ยง!

ช่วงสายๆ..ดูทีวี เห็นประธานาธิบดีโอบามา ฉลองกับประชากรทั้งประเทศ เขาเอากวางเรนเดียร์ตัวเป็นๆมาโชว์ด้วย อเมริกันชนยิ้มย่องผ่องใสกันหน้าบาน นับเป็นนิมิตรหมายที่ดีหลังจากข่าวโลกแตกผ่านไป รอยยิ้มแตกกระจายแทนไปทั้งโลกใบนี้ ถ้าประชากรโลก..ช่วยกันสร้างสันติสุขทั่วหน้า พากันเชื่อมรักฉลองไมตรีกันดั่งเทศกาลในวันนี้ มนุษยชาติก็จะผาสุกร่วมกัน

วันอันเป็นมงคลอย่างนี้ ก็มานั่งนึกว่าจะทำอะไรดี ..เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ปลูกองุ่น 1 ต้น ปลูกกาแฟ 1 ต้น อยากจะปลูกกุหลาบไว้แจกคนสวยก็ไม่มีต้นพันธุ์ โครงการปลูกต้นรักจึงชะลอไว้ก่อน ฉวยตะกร้ากับมีดไปตัดกล้วยหอมมา2หวี ไปเก็บมะละกอฮอลแลนด์มา4-5ลูก พรุ่งนี้จะมีอาจารย์ที่เคารพรัก จะมาฉลองมื้อเที่ยงด้วย มนนพน้อยที่มาจากบางกอกขอปิ้งลูกชิ้น พวกเราคนโตถอยห่างเนื้อสัตว์ กะจะทำอาหารมังสวิรัติแทน

พรุ่งนี้คงได้โชว์ฝีมือเคาะกระทะ
ผลเป็นประการใดจะรายงานอีกครั้งนะคนสวย  อิ อิ </description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7153</link>
			</item>
	<item>
		<title>ถามมาตอบไป</title>
		<description>หนาวไหม หนาวไหม คนดี 
คนไหนมีคู่ก็คงสุขล้น 
คนไหนรักหล่นก็ต้องทนหนาวไป  อิ อิ 


และแล้วสวรรค์ก็ประทานลมหนาว มาให้คนชอบหนาวได้ระรี้ระริก หลายครอบครัววางแผนเดินทางไปสัมผัสหนาวที่ยอดดอย ไปกางเต็นท์ ไปหุงหาอาหาร ใช้ชีวิตช่วงสั้นอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เยือกเย็นแต่อุ่นอิงใจ ก็ ดี น ะ ค รั บ .. ออกไประบายอากาศเสียเก่าๆออกทิ้งบ้าง สูดโอโซน ผิงไฟ ใส่เสื้อหนาว ชมดาว ชมทะเลหมอก จิบชา อาบแดด ไปเยี่ยมแม่คะนิ้ง ถ่ายภาพที่ระลึก

รอยต่อกาลเวลา..ระหว่างปีเก่าเข้ามาหาปีใหม่
คนสวยมีแผนไว้ในใจแล้วหรือยัง
มีคนถามว่า  พ่อปีใหม่ไปไหนหรือเปล่า
คงไม่ไปไหนหรอกนะครับ ?
จะอยู่กับน้องหนาวให้จุใจ
ห่วงใยการเดินทางในช่วงนี้..
รถราประจัญบานกันมากเหลือเกิน
จราจรแทบจราจล..
ถ้าจำเป็นต้องเดินทาง  ควรคืบคลานใจเย็นๆนะน้อง 
 
กลางดึกเมื่อคืนนี้ ระหว่างหลับอย่างสุขารมณ์ ลมหนาวกระโชกแรงมาก ชายมุ้งปลิว เสียงสิ่งของตกหล่นเปรี้ยงปร้าง ร่มปลิวไปหลายเมตร ใบไม้ที่ร่วงอยู่ก่อนแล้ว ลอยปลิวไปจนลานซีเมนต์เกลี้ยงเกลา เออ..เทวดาก็มาช่วยกวาดบ้านด้วย ลมแรงจริงๆนะเธอ  ยังดีที่ไม่แตกตื่นนึกว่า ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7152</link>
			</item>
	<item>
		<title>บุรีรัมย์ตำน้ำกิน *****</title>
		<description>ตอนเด็กๆผมตื่นใจมากกับเรื่องขงเบ้งดูดาว แล้วยังทำนายทายทักเรื่องลมฟ้าอากาศได้แม่นยำ นำมาวางกลยุทธหลอกล่อโจโฉจนตกน้ำป๋อมแป๋ม ตอนบ่ายคุณชายมาบอกว่าวันสองวันนี้จะหนาวแล้วละนะ จึงฉุกคิดว่า..เออ คุณชายนี่นะ..แกเก่งพอๆกับขงเบ้งนั้นแหละ บอกเรื่องลมฟ้าพยากรณ์แม่นยำทุกที คนขี้หนาวรู้แล้วก็เตรียมตัวเตรียมใจสิครับ อาบน้ำเอาลูกมะกรูดมาขัดถูทุกซอกทุกมุม เผื่อหนาวจริงๆจะได้ใช้สูตร 7 วันอาบน้ำหนเดียว

ตอนหัวค่ำจะดูบอลไทย-สิงคโปร์ เปิดทีวี ..มันทะลึ่งบอกว่า..ให้ใส่รหัส อ้าว! รหัสบ้าอะไรอีกละใส่ไม่เป็น ก็เลยอดดู ไม่ดูก็ไม่ลงแดงตายหรอกว่ะ ไอ้พวกมนุษย์ขี้เหม็นมันก็สร้างเงื่อนไขสารพัดอย่างนี้แหละเธอ ..เอาโคมมาจุด1ใบส่งเคราะห์ส่งโศกให้ไอ้พวกหากินกับทีวี หาเสื้อหนาวกับหมวกไหมพรมที่คนใจดีส่งมาให้สวมฉับ แล้วก็กลับมามุดมุ้งนอน

ตื่นขึ้นมากลางดึก ..ลมหนาวกรูเกรียวมาวูบหนึ่ง ลมหนาวมาเปิดชายมุ้งมากระทบขอบเตียง เออ..หนอ ใครนะส่งลมเย็นมาปลุกเรา ลุกขึ้นจัดชายมุ้งให้เรียบร้อย ดึงผ้านวมมาคลุมจะนอนต่อ..แต่ตากับใจตื่นเสียแล้ว จึงเอาโต๊ะพับมากางกลางเตียง แล้วก็นั่งทำการบ้านในหัวข้อที่ว่า..คุณเป็นคนบุรีรัมย์รึเปล่า เมื่อก่อนก็ไม่เคยคิดอย่างนี้ ..ทำไมเราถึงได้มาเกิดอยู่ที่นี่ นั่นนะสิ จะถามใครละ คิดไปก็เท่านั้น คนเรานี่นะเธอ ต่อให้ไปเกิดบนสวรรค์ ถ้าไม่คิดทำอะไรให้กับถิ่นฐานบ้านเกิดตนเองมันก็ไอ้แค่นั่นแหละ

โจทย์นี้ค้างใจมาตั้งแต่ดร.พิสมัย ประชานันท์ มาชวนไปงานวันบุรีรัมย์โป๊ะเช๊ะ ในวันที่5 มกราคมที่จะถึงนี้ การจัดงานเสวนาต้นปีก็ดีนะเธอ เราจะได้ตั้งต้นคิดร่วมกันว่า ปีใหม่นี้เราจะคืนอะไรให้กับบุรีรัมย์ ค น บุ รี รั ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7150</link>
			</item>
	<item>
		<title>ผู้นำที่ยากจนที่สุดในโลก</title>
		<description>

ฝนดาวไม่ตก เมื่อคืนนี้..มีคนชวนให้ตื่นมาดูฝนดาวตก
แต่ช่วงนี้ฝนตกตัดหน้าเสียก่อน ตกหนักตกเบาหยิมๆทั้งวันทั้งคืน บางช่วงก็เหมือนขี้เกียจตก
หรือจำใจตก เออหนอ ธรรมชาติก็เพี้ยนเหมือนกันนะเธอ ลองตื่นย่องมาดูอีกทีตอนตี3 ฟ้าก็ยังครึ้ม มาดูตี4ครึ่ง ฝนยังไม่เลิกรา
เป็นอันว่า ฝนตกแทนดาวตกแน่นอน เลิกตอแย กลับหลังหันมามุดมุ้ง
เปิดดูในเว็ปเจอเรื่องประธานาธิบดีที่จนที่สุดในโลก อ่านแล้วแสนประทับใจจนต้องลุกมาบันทึกไว้เตือนใจตนเอง


 


อ่านเรื่องดีๆบ้านเขา
นึกย้อนมาดูประวัติและผลงานผู้นำของไทยแล้ว อิจฉาชาวอรุวัยเป็นบ้า ผู้นำของเรามันมีแต่ไอ้เขี้ยวลากดินกินตะกะมูมมาม
จัดอยู่ในประเภท..พวกสมองหมาปัญญาควาย..


 


ประธานาธิบดี
แห่งอุรุวัย นายโอเซ่ มูฮิก้า ได้ปิดบ้านหรูที่รัฐบาลมอบให้ในกรุงมอนเดวิเดโอ
และเลือกที่จะอยู่กับภรรยาที่บ้านหลังเล็กๆสุดถนนลูกรัง ในฟาร์มย่านเมืองหลวง
ทั้งสองท่านทำเกษตรกรรมเท่าที่พอจะอำนวยด้วยตนเอง 
ด้วยการปลูกพืชไม้ดอก 


ชีวิตที่แสนเรียบง่ายและความจริงที่ว่า
นายมูฮิกาบริจาคเงินเดือนซึ่งตกเดือนละ 12,000 ดอลลาร์สหรัฐกว่าร้อยละ90 เพื่อมอบให้การกุศล
ซึ่งนี่เองที่ทำให้เขาได้ชื่อว่าประธานาธิบดีที่ยากจนสุดในโลก นายมูฮิกาเปิดเผยว่า
เขาใช้ชีวิตเช่นนี้มานานแล้ว นั่งพักผ่อนบนเก้าอี้ไม้เก่าๆในสวน 


“ผมพอใจในสิ่งที่ผมมี”


 


ในปี2010 การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของคณะรัฐบาลอุรุวัย
พบว่านายมูฮิกามีทรัพย์สินมูลค่า1,800ดอลลาร์ (ราว215,800
บาท) ซึ่งก็คือราคารถเต่าโฟล์กสวาเกนของเขา ที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 1987
 ส่วนในปีนี้
เขาบวกทรัพย์สินของภรรยาไปด้วย ซึ่งประกอบด้วยที่ดิน รถแทรกเตอร์ และบ้านรวมแล้ว
เขามีทรัพย์สินอยู่ที่ 215,000ดอลลาร์ (ราว 6,665,000
บาท)


เ ข า ก ล่ า
ว ว่ า  การได้รับฉายาประธานาธิบดีที่ยากจนที่สุดในโลก
ไม่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองจน คนจนคือคนที่ทำงานเพื่อตอบสนองรสนิยมอันหรูราของตน
และมีความต้องการไม่สิ้นสุด 
สำหรับเขา “สภาพความเป็นอยู่เช่นนี้ คือการได้อิสรเสรี เพราะหากคุณไม่ได้ครอบครองสิ่งใดมากมาย
คุณก็ไม่ต้องทุ่มแรงกายแรงใจเยี่ยงกรรมกรเพื่อหามันมาครอบครอง ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7149</link>
			</item>
	<item>
		<title>โอย อยากจีบพยาบาล ****</title>
		<description> 
::เอกสารประกอบการบรรยาย

 
:การมาดูงานของคณะพยาบาลบัณฑิตแห่งเอเซีย

 
:วันที่ 16 พฤศจิกายน 2555

 
: เอกสารอ่านประกอบ “หนังสือเจ้าเป็นไผ กับ โมเดลบุรีรัมย์ 

 
 

 
ถ้าจับคนน่ารักมาเข้าแถว แล้วเรียงลำดับความน่ารักให้เลือกจีบได้ ผมก็จะเลือกคุณๆพยาบาลนี่แหละเป็นอันดับแรก ทำไมรึ ? โธ่! ไม่น่าถามเล๊ยยย..เธอก็ลองวิเคราะห์ใคร่ครวญดูสิว่า..วิชาการพยาบาลนั้น แต่ละสถาบันเขาเคี่ยวกร่ำให้นางฟ้าสีขาวเป็นผู้ที่มีวินัย มีความรู้ มีความสามารถอย่างแท้จริง มีความรับผิดชอบสูงมาก มีความทนทานต่อการกดดันเป็นเยี่ยม มีความสุภาพเรียบร้อย มีความเมตตากรุณา และมีความอดทนเป็นแรด..ด้วยคุณสมบัติบรรเจิดเช่นนี้ เรายังจะเลือกไปรักคนอื่นได้จะได? เรื่องนี้มีเหตุผลส่วนตัวที่อธิบายได้ เพราะคุณอาจารย์พยาบาล คุณพยาบาลวิชาชีพ หรือนักศึกษาที่กำลังเรียนเข้มเพื่อเติมเต็มวิชา”หัวใจพยาบาล” ทุกท่านที่ผมรู้จัก ล้วนประทับใจในไมตรีจิต และผมได้รับความเมตตา กรุณา อุเบกขา มาอย่างท่วมท้น เรียกว่าเป็นความงดงามที่แสนจะชื่นมื่นเลยละเธอเอ๊ยยย! 

 
 

 
สมัยนี้จะมาโมเมชั่นไม่ได้หรอกว่า ต้องมีหลักฐานประกอบการอ้างอิงว่า ผมได้รับความปรารถนาดีจากชาวพยาบาลอย่างไร? เรื่องนี้โยงไปถึงกระบวนการของชาวเฮฮาศาสตร์ ยามใดที่ผมประสบปัญหาต้องการความช่วยเหลือ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7148</link>
			</item>
	<item>
		<title>ความสุขแบบสุกๆดิบๆ</title>
		<description> 
ความสุขแบบสุกๆดิบๆ 

 
 

 
เอกสารประกอบการบรรยาย นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

 
เรื่อง : เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาความสุข

 
 

 
ขออนุญาตรวบรัดตัดความดังนี้นะขอรับ..สภาพของผมก็คือ ได้ทำการเกษตรแบบถูลู่ถูกัง เพราะไม่ได้เล่าเรียนมาอย่างเป็นระบบ เป็นแต่ศึกษาหาความจริงเอาเท่าที่จะทำได้ ระหว่างทางของการลงมือมันจึงถลอกปอกเปิก สิ่งที่ได้รู้ได้ทดลองมันคละกันไปทั้งในแง่ความเจ็บใจที่ตัวเองโง่ และภูมิใจที่ตนเองลดอาการโง่ให้กระเตื้องขึ้นบ้าง การทำงานกับธรรมชาติมันไม่มีอะไรตายตัว ทุกอย่างพลิกผันไปตามปรากฏการณ์ที่ต้องคาดเดาเอาทั้งนั้น ฝนจะตกแดดจะออกนกกระจอกจะเข้ารัง ..ใ ค ร จ ะ ไ ป สั่ ง ไ ด้.. มีทางเดียวต้องตั้งรับ ทำตัวให้กลมกลืนกับธรรมชาติ อย่าไปก๋าๆกับดินฟ้าอากาศเป็นอันขาด ควรอยู่อย่างมีสำนึก มีความเคารพต่อเทพยาดาฟ้าดิน เช่นที่คนโบราณเขาทำพิธีไหว้เจ้าป่าเจ้าเขาความน้อมน้อม.

 
 

 
แม่พระธรณี แม่คงคา คุณแม่เหล่านี้ผลิตความอุดมสมบูรณ์ให้โลก

 
พวกที่ไม่ดูตาม้าตาเรือมักจะประสบเหตุเกิดอาเพศต่างๆนานา

 
ไม่งั้นมันจะมีคน โดนฟ้าผ่า โดนพายุ โดนแผ่นดินไหว ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7146</link>
			</item>
	<item>
		<title>เป็นนักเลงบ้านนอก ดีกว่าเป็นกิ๊กก๊อกในเมืองหลวง</title>
		<description>ถ้าท่านใดได้ฟังเพลงที่ลูกหลานจุฬา-น่านร้อง ในคริปที่เราเอามาลงไว้แล้วนั้น จะเห็นนัยสำคัญอย่างยิ่ง เรื่องมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อชนบทไทย ทั้งๆที่คนรุ่นเก่าต่างโหยละห้อยมองหาทางออกไปพำนักอาศัยในชนบท โดยเฉพาะท่านที่ทำงานรุกรี้รุกรนเหมือนหนูติดจั่นมาตลอดชีวิต กว่าจะลากยาวจนผ่านเกษียณอายุมาได้ก็หืดขึ้นคอ ทนทุกข์ทรมานอัดกันแย่งกันอยู่เหมือนปลากระป๋อง
 
ทุกครั้งที่เราขับรถออกต่างจังหวัด 
ฝ่าจราจรผ่านวังน้อยอยุธยาทะลุมาได้
ทุกคนจะโล่งอกโล่งใจเหมือนหลุดภัยสงครามมาได้หวุดหวิด
ส่วนพวกที่หนีไม่ออกทนทรมาทรกรรมในกรุงนั้นเล่า..
ก็ต้องหวานอมขมกลืนเผชิญวิกฤติจราจรจลาจลแบบไม่มีน้ำยาอะไร?
ใหญ่แค่ไหน?..ก็ต้องรอ ไ ฟ เ ขี ย ว – ไ ฟ แ ด ง !
 
ถึงจะมีทางด่วนสักร้อยชั้น มีรถไฟใต้ดินสักร้อยสาย มันก็ยังต้องตะกายอยู่ตะกายกินอยู่นั่นแหละ ทำไงได้ ในเมื่อพัฒนาประเทศแบบเอาทุกอย่างมากองไว้ในเมืองหลวง ผังเมืองก็ห่วยแตก ระบบสาธารณูปโภคก็เลวเละ ฝนตกทีก็ติดเป๊กกันทั้งเมือง เวลาชีวิตแต่ละวันหมดไปบนท้องถนนนี่แหละ ลองคิดดูเถิดว่าถ้ามีลูกน้อยต้องไปส่ง-ไปรับที่โรงเรียน คุณแม่แทบจะเสียสติในบางวัน ถ้ามีญาติเจ็บป่วยต้องฝ่าจราจรไปโรงพยาบาล คุณภาพชีวิตจะไปอยู่ตรงไหน? มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความวิตกกังวลไม่เว้นแต่ละวัน มันสนุกมากรึไง 
ขอยืนยันว่าคุณภาพชีวิตเลือกได้ถ้าหัวใจเต็มร้อย
 
รึคุ้นชินเสียแล้วที่จะทนทุกข์ทนใจไปวันๆ 
เครียดมากๆก็หน้าเหี่ยวใจเหี่ยว
ต้องหาเครื่องสำอางมาโป๊ะเอาไว้หนาๆ
นั่ ง ๆ ไ ป ก็ ค วั ก ก ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7145</link>
			</item>
	<item>
		<title>น้ำใจน้องพี่สีชมพู</title>
		<description>
น้ำใจน้องพี่สีชมพู ..ฟั ง เ พ ล ง นี้ ที่ นิ สิ ต ร้ อ ง แ ล้ ว ยั ง ก้ อ ง อ ยู่ ใ น หู
เกิดคำถามว่า ..แล้วน้ำใจของคนไทยทั่วไปสีอะไรละ?
อย่าบอกนะว่า..สีช้ำเลือดช้ำหนอง 
 
กลับจากน่านคราวนี้ ไม่รู้จะออกหัวออกก้อย ระโหยโรยแรงเหมือนนกปีกหัก เพราะไปกินสับปะรดแช่เย็นชิ้นเดียวในยามอากาศผันผวนแท้ๆ ทำให้อาการหลอดลม/ภูมิแพ้กำเริบ เรียกว่ามาแบบซึมกะทือเลยละครับ มากระดี๋กระด๊าได้บ้างก็ตอนเจอหน้าพี่น้องชาวเฮนี่แหละ 
พลังความรู้สึกที่ดีบรรเทาโรคได้
แต่ก็นั่นแหละเธอ กันไว้ดีกว่าแก้..
จะเล่าอาการคร่าวๆให้พี่หมอเจ๊ฟัง
พอได้จังหวะก้นก็โดนเข็มฉีดยาไป 2ฉึกต่างกรรมต่างวาระ
รู้สีกว่าอาการสั่นคลอนของอวัยวะภายในค่อยยังชั่วขึ้น
ขณะเดียวกันผมก็ไม่ลืมวิธีธรรมชาติบำบัด
มาน่านเที่ยวนี้ขนมะกรูดมาด้วยถึงใหญ่
แบ่งเอาน้ำมันมะพร้าวมากลั้วคอด้วย1ขวด
เตรียมเสื้อยืดเสื้อกันหนามายังกะจะไปเที่ยวไซบีเรียน
เสียงกัปตันประกาศก่อนลงเครื่องที่น่าน..
อุณหภูมิที่สนามบิน 30 องศา
โอ้..แม่เจ้า ..แม้แต่อากาศก็สุดโต้งไปด้วยรึนี่
 
กลับมานอนสะงึมสะงำที่บางกอก 2 คืน อาการก็เรื่อยๆมาเรียงๆ นั่งเขียนหนังสือ..ไอไปครั้นเนื้อครั้นตัวไป เหนื่อยก็นอน นึกว่าร่างกายมันคงจะปรับสมดุลดีขึ้น ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7144</link>
			</item>
	<item>
		<title>คำขอของแผ่นติน</title>
		<description>ตอนที่ 2

 
จากบทสรุปของพวกเรา หลายท่านเห็นตรงกันว่านักศึกษาควรจะได้ฝึกปฏิบัติมากกว่านี้ ช่วงที่มาอยู่ที่น่าน3ปี ทางศูนย์ฯควรจะหาที่ดินให้ฝึกปฏิบัติคนละ 2-5ไร่ เพื่อเอาวิชาความรู้ที่เล่าเรียนมาฝังลงหลุมแล้วให้ผลิผลิตผลทางวิชาการออกมาเห็นเป็นรูปธรรม นั่นก็หมายความว่านิสิตแต่ละคนจะได้เรียนเชิงประจักษ์ ได้เพาะปลูกได้เลี้ยงสัตว์ได้ปลูกต้นไม้ด้วยมือตนเองจนครบวงจร เพื่อให้ตระหนักว่าทรัพยากรธรรมชาตินั้นสำคัญต่อมวลมนุษย์อย่างไร?
 
 
 
คณะชาวเฮอยากเห็น..แปลงเรียนรู้ของนิสิตแต่ละคน ยามใดที่มีการจัดงาน เจ้าของผลิตผลจะได้นำมาผลิตมาทำเลี้ยงดูแขกเหรื่อ ในยามปกติก็จะนิสิตก็จะได้บริโภคอาหารของตนเอง เป็นการซึมซับจิตวิญญาณของธรรมชาติ เรียนรู้การใช้วิถีชีวิตเกษตรกรพันธุ์ใหม่อย่างเข้มข้น จะได้มีความเพิ่มทักษะการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อไปผ่องถ่ายให้กับครอบครัวยามที่กลับไปพัฒนาบ้านเกิด 
 
บั ณ ฑิ ต ส า ย พั น ธุ์ ข้ า ว ก ล่ อ ง มั น จั ก ก ะ จี้ น ะ ข อ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7143</link>
			</item>
	<item>
		<title>คำขอของแผ่นดิน *****</title>
		<description>ตอนที่ 1
 
คำร้องขอของแผ่นดิน*****
 
ขอส่งการบ้านของชาวเฮฮาศาสตร์ ที่ได้ขึ้นไปพบปะลูกหลานชาวจุฬาฯ-น่าน สดๆร้อนๆ ปล่อยนานไปก็เกรงความจำจะเหี่ยวเฉา จึงปิดประตูเขียนรายงานที่บางกอก1วัน เรื่องราวอาจจะยาวไปบ้าง แต่ถ้าท่านใดกรุณาทนอ่านจนจบ จะวาสนาดีและเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ..และถ้าคอมเมนท์ก็เป็นอุปการคุณที่หอมหวานยิ่งนัก
 
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะตัวเอง 
 
 
 
ขบวนที่ไปน่านคราวนี้ คับคั่งไปด้วยจอมยุทธของชาวเฮฮาศาสตร์ทุกภาคส่วน ซึ่ ง ต ร ง กั บ เ จ ต น า ร ม ณ์ ข อ ง ห ลั ก สู ต ร นี้ ที่ต้องการเชิญวิพุทธิยาจารย์อาสามาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ อาจารย์ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการเกษียณอายุ นักธุรกิจ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7141</link>
			</item>
	<item>
		<title>2 พฤศจิกาฯไปช่วยจุฬาฯโย้นๆที่น่าน</title>
		<description>




คนป่าก็มีการบ้านนะเธอ มีมากเสียด้วย ยังค้างเรื่องที่หน่วยงานต่างๆขอมาให้ความเห็น บางหน่วยงานขอข้อมูล บ้างหน่วยงานท้าให้ตอบ แต่วันนี้เป็นเรื่องเฉพาะที่เคยเกริ่นไว้บ้างแล้วที่จะไปช่วยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโครงการวิพุทธิยาจารย์อาสา ซึ่งคณะกรรมการการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตรเชิญไปช่วยเล่าประสบการณ์ความรู้ความคิด ที่มีอยู่แค่หางอึ่งให้นักศึกษาฟังที่จังหวัดน่าน จุฬาฯเขาเชิญชวนมาตั้งแต่ให้ช่วยยกร่างหลักสูตรฯแล้วละเธอ ต่อมาเขาก็ตั้งให้เป็นพุทธิยาจารย์ ซึ่งมีหน้าที่ๆจะไปช่วย-ปั้น-ปะ-ผุ-โครงการที่จุฬาฯตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นการสนองคุณแผ่นดินในวาระที่มีอายุครบรอบ100ปี

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และยาก 

ถ้าไม่อยากเห็นจุฬาฯเป็นจุลา..ก็ต้องไปร่วมแรงร่วมใจช่วยกัน

ถึงผมจะไม่ได้มีวาสนาได้เป็นเชื้อเผ่าเหล่ากอของจุฬาลงกรณ์กับใครเขา แต่ก็เคยไปเดินเล่นในสนาม ไปเห็นเสาธงสูงๆ เห็นอาคารที่มีรูปร่างคล้ายกับวัด ก็ได้แต่ทึ่งตาโตตามอาการของเด็กบ้านนอกเข้ากรุง ในชั้นหลังๆผมได้เข้าไปประชุมที่หอประชุมใหญ่ ไปพูดไปบรรยายไปสอนพิเศษให้แก่นักศึกษาของสถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯ และได้รู้จักมักคุ้นกับชาวจุฬาฯบางท่าน ก็ตระหนักถึงบุญคุณของจุฬาฯตามประสาของคนวาสนาน้อยๆ ที่ได้รับความเมตตาจากสถาบันอันทรงเกียรติของชาติแห่งนี้

ตอนเป็นเด็กรุ่นกระเต๊าะ..ผมนะขาโจ๋จุฬาฯซอย11เชียวนะเธอ ผมอยู่ตอนที่เขากำลังสร้างโรงแรมสยามที่มีหลังคาแปลกข้างวังสระปทุมนั่นแหละ..อยู่หอพักใกล้ๆกับค่ายมวยศรีโสธร สมัยนั้น อดุล ศรีโสธร, เด่น ศรีโสธร เป็นนักมายดังระดับแม่เหล็ก รุ่นใกล้เคียงกับพุฒ ล้อเหล็ก อภิเดช ศิษย์หิรัญ ว่างๆผมไปเยี่ยมๆมองๆที่ค่ายมวยแห่งนี้ ก็สงสัยว่า..ทำไมนักมวยลงจากเวทีถึงมีรอยไหม้รอบตัวที่เกิดจากพิษแข้งคู่ต่อสู้ จะนั่งจะขี้ต้องค่อยๆบรรจงเพราะมันปวดไปทั้งสรรพรางกาย ..บางคนถึงกับโอดโอย กินยาแก้ฟกช้ำเป็นถังๆนับเดือน

วันหนึ่งเห็นน้าอดุลย์นั่งอยู่ว่างๆ จึงเดินไปหา

แล้วถามเรื่อง..ทำ ไ ม ถึ ง ท น ค ว า ม เ จ็ บ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sutthinun/archives/7139</link>
			</item>
</channel>
</rss>
