คำขอของแผ่นดิน *****

อ่าน: 1411
ตอนที่ 1

คำร้องขอของแผ่นดิน*****

ขอส่งการบ้านของชาวเฮฮาศาสตร์ ที่ได้ขึ้นไปพบปะลูกหลานชาวจุฬาฯ-น่าน สดๆร้อนๆ ปล่อยนานไปก็เกรงความจำจะเหี่ยวเฉา จึงปิดประตูเขียนรายงานที่บางกอก1วัน เรื่องราวอาจจะยาวไปบ้าง แต่ถ้าท่านใดกรุณาทนอ่านจนจบ จะวาสนาดีและเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ..และถ้าคอมเมนท์ก็เป็นอุปการคุณที่หอมหวานยิ่งนัก

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะตัวเอง

ขบวนที่ไปน่านคราวนี้ คับคั่งไปด้วยจอมยุทธของชาวเฮฮาศาสตร์ทุกภาคส่วน ซึ่ ง ต ร ง กั บ เ จ ต น า ร ม ณ์ ข อ ง ห ลั ก สู ต ร นี้ ที่ต้องการเชิญวิพุทธิยาจารย์อาสามาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ อาจารย์ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการเกษียณอายุ นักธุรกิจ พ่อค้า นักกฎหมาย ผู้นำท้องถิ่น นักปกครอง ปราชญ์ชาวบ้าน ฯลฯ

วิพุทธิยาจารย์อาสา จะอาสาเข้ามาโดยไม่ได้ค่าตอบแทนเป็นเงินทอง แต่จะได้ความสุขทางใจที่ได้อบรมแนะนำลูกหลาน ผู้ที่จะเป็นอนาคตของชาติ ให้เข้าใจชีวิตการทำงาน และไม่ท้อถอยกับปัญหาอุปสรรคเมื่อทำงานในท้องถิ่นชนบท โดยที่ปูชะนียาจารย์อาสาจะเข้ามาอยู่กับนิสิต 3-5วันต่อเทอม สลับกันมา ทำให้มีความหลากหลายในข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาพบปะนิสิตจะเป็นเวลารับประทานอาหารร่วมกัน นิสิตอาจจะซักถาม ขอคำปรึกษา คำแนะนำจากปูชนียาจารย์และก่อนที่ท่านจะกลับหรือสิ้นสุดการการเยี่ยมยาม

จะมีการพบปะเพื่อสนทนากันทั้งชั้นปี ในสภาพนอกห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นใต้ถุนตึก ในโรงยิม ใต้ต้นไม้ หรือรอบกองไฟ เพื่อเล่าประสบการณ์ชีวิตที่ประสบผลสำเร็จ ความล้มเหลว และสอดแทรกทัศนคติของจิตอาสา จิตสาธารณะ บริการชุมชน เข้าไปด้วย

การจัดกระบวนทัพของชาวเฮครั้งนี้ เริ่มจากน้าอึ่งอ๊อบได้ส่งหนังสือ “เจ้าเป็นไผ”กับ“โมเดลบุรีรัมย์” ไปให้นิสิตจุฬาฯ-น่าน-อ่านล่วงหน้าอย่างละ100 เล่ม และได้แนะนำให้นิสิตได้ลองเข้าไปทำความรู้จักกับคณะวิพุทธิยาจารย์ในเฟสบุกส์ ทั้งนี้เพื่อที่เราจะได้ก่อสัมพันธ์รู้จักกันก่อนเห็นหน้า เป็นการชี้แนะนิสิตให้เรียนรู้การสร้างเครือข่ายเชิงปฏิบัติการทั้งทางตรงและทางอ้อม เรียนการถ่ายเทความรู้ การกระแซะความรู้ เรียนวิชาให้ความรักก่อนให้ความรู้ รวมทั้งเรื่องการใช้ไอทีคลี่ขยายความรู้แบบง่ายๆตามสไตล์Handy man

ตามแผนงานฯ นิสิตจะถูกกำหนดให้เรียนรู้ทางไกลแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive distance learning) เพื่อให้มีทักษะด้านเทคโนโลยีสื่อสารหรือสืบค้นข้อมูล เพื่อจะได้เป็นแนวทางและคุ้นเคย เมื่อจบการศึกษาเป็นบัณฑิตไปปฏิบัติงานในท้องถิ่นห่างไกล ก็ยังสามารถสืบค้นข้อมูลทางWebsite หรือแม้กับการติดต่อกับคณาจารย์ของหลักสูตรที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็พร้อมที่จะเป็นศูนย์บ่มเพาะ (incubator center) หรือศูนย์ศึกษาต่อเนื่อง (continuing education) ให้กับบัณฑิตไปตลอด ไม่ว่าบัณฑิตของหลักสูตรจะอยู่แห่งหนตำบลใด ก็ยังมีที่ปรึกษา มีที่พึ่งพาทางข้อมูล และสามารถสืบค้นข้อมูลได้ตลอดเวลา

การคิดเชิงบวกเช่นนี้ เท่ากับจุฬาฯทอดสะพานไฮเวย์2สาย เพื่อเปิดประตูวิชาการ-รับ-ส่ง-ข้อมูลข่าวสาร-ปัจจัยที่เอื้อต่อการพัฒนาที่จำเป็นต่อการสร้างเนื้อสร้างตัวของลูกศิษย์-ยืนหยัดเคียงข้าง เป็นพี่เลี้ยงหน่อเนื้อเชื้อไขของตนตลอดไป นับเป็นการก้าวรุกเชิงกระบวนการ โดยสร้างสะพานความรู้สู่ภูมิภาคอย่างมั่นคง แทนการไปเปิดศูนย์สาขาต่างๆเพื่อผลิตกระดาษเปื้อนหมึกแจกปริญญาโท-เอกโหลๆ ให้บัณฑิตปัญญานิ่มออกมาเพ่นพ่านสร้างปัญหาให้แก่บ้านเมือง ที่เปิดการสอนแบบยื่นหมูยื่นแมว “จ่ายครบจบแน่”

ตรงนี้ละครับที่บ่งบอกความเป็นแก่นแท้ของจุฬาฯ

ที่ไม่ยอมด่างพร้อย

ลดตัวลงไปขายเกียรติภูมิของสถาบันหากินกันอย่างกระสือ

เมื่อโจทย์กำหนดออกมาอย่างนี้ แทนที่จะไปคนเดียวโด่เด่ ผมก็ต้องยกไปทั้งเซทละครับ จึงตีฆ้องร้องป่าวไปว่า .มีเรื่องจิตอาสาพัฒนาการศึกษาไทยของจุฬาฯ ที่จังหวัดน่าน ญาติที่น่ารักท่านใดว่างให้ชูมือขึ้นสูงๆ ..เรามีเวลาเตรียมการไม่นานนัก แต่คณะเราสันทัดกรณีเรื่องอิงระบบอย่างนี้อยู่แล้ว ต่างคนต่างติดต่อนัดหมายการเดินทาง จะรับจะร่วมเดินทางเวลาไหนอย่างไรก็แล้วแต่เห็นควร ก่อนเดินทางไม่กี่วันก็ได้รายชื่อพระอาจารย์อาสาทั้งหลาย ผมแปะบทบาทให้ลองไปใคร่ครวญกันล่วงหน้า ท่านไหนจะต้องทำอะไรบ้าง?

ทุกอย่างก็เดินหน้าได้ดั่งพลิกฝ่ามือ

คณะที่ไปเฮน่านครั้งนี้ มีท่านอัยการชาวเกาะ/ครอบครัว บินมาจากภูเก็ต-เชียงใหม่ คุณหมอจอมป่วน/ครอบครัว/พ่วงตาหวานกับครูสุมาด้วย ขับรถมาจากพิษณุโลก พี่หมอเจ๊บินตรงจากกระบี่เข้าเชียงใหม่ ครูอึ่งครูอารามเอารถตู้จากลำพูนรับคณะที่บินลงเชียงใหม่ แถมยังไปหิ้วตัวครูแมว อาจารย์ป้อมและหนูฝนมาด้วย พระอาจารย์Handy ร้อนวิชาบินมาจากสุราษฎร์ธานีก่อนเพื่อน1วัน ส่วนผมบินจากบุรีรัมย์ต่อไฟล์บ่ายเข้าน่านพร้อมกับอาว์เปลี่ยน

นี่คือวิธีทำงานแบบอิงระบบสไตล์เฮฮาศาสตร์

เมื่อกดปุ่มแล้วทุกอย่างก็จะวิ่งเข้าสู่เป้าหมายโดยอัตโนมัติ

ไม่ต้องเขียนจดหมายเชิญสักแอ๊ะ

จะ จี บ ค น น่ า รั ก ต้องใช้หัวใจจีบครับผ๊ม!

นับไปนับมาแทบจะเป็นรายการเฮเมืองน่านไปเสียแล้ว เราเพิ่งทราบจากเจ้าถิ่นว่า สมเด็จพระเทพฯเพิ่งเสด็จมาเยี่ยมโครงการนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พอเรามาคณาจารย์ก็ยกทีมบินมาหมดสำนักงานฯอีกครั้ง ..สพ.ดร.อรรนพ คุณาวงษ์กฤต ในฐานะผู้อำนวยการฯ บอกว่า.. ทีมครูบายกพหลโยธามาอึกทึกขนาดนี้ ฝ่ายจุฬาฯก็ต้องยกทีมมาร่วมเฮฮากันหน่อย

เป็นการพบปะกันแบบยกทีมครับผม!

ท่านอาจารย์อรรณพ กรุณาพวกเราอย่างมาก

ท่านแนะนำโครงการผลิตบัณฑิตหัวใจพระเกี้ยวให้ชาวคณะเราฟังอย่างครับครัน นอกจากนั้นยังมอบเหรียญที่ระลึกในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60ปีพุทธศักราช 2549 จัดทำโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เป็นที่ระลึกแก่ชาวเฮทุกคนแล้ว ท่านยังดูแลเรายังกะไข่ในหิน แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว พาชมตลาด ใส่บาตรยามเช้าตรู่ พาไปชิมขนมบัวลอยป้านิ่มที่โด่งดังทะลุโลก

ผมกับอาว์เปลี่ยนเข้าไปทีหลัง..ได้รับเอกสารปึกใหญ่

เป็นคำถามของนิสิตที่อัดแน่นด้วยความสงสัยร้อยแปดพันประการ

มางานนี้..กว่าจะลาจากกันได้ เธอเอ๋ย ไหว้ลากัน 20 รอบได้ละมั๊ง !

สุกรนั้นไซร้ คือหมาหน่อยธรรมดา อย่างผมจะมาให้ความคิดเห็นในเรื่องใหญ่ๆสำคัญๆด้วยการไปดูไปเห็นข้อมูลแบบวับๆแวมๆเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เราจึงระดมออกแบบจัดกิจกรรมในวันรุ่งขึ้น หลังจากเขี่ยลูกไปสักพักหนึ่ง ก็ได้ข้อสรุปว่าควรจะแบ่งกลุ่มออกเป็น3กอง แล้วให้นิสิตเดินหมุนเวียนมาพบปะวิทยากร ก็จะได้รับเนื้อหาสาระครบครัน

กลุ่มที่1ว่าด้วยเรื่อง learn how to learn in digital age

กลุ่มที่2ว่าด้วยเรื่องการเกษตรกับการพัฒนาชุมชน

กลุ่มที่3ว่าด้วยเรื่องพลังชีวิต จิตอาสา

ส่วนภาคบ่ายพระอาจารย์Handy นำเสนอวิธีการเรียนกับผู้รู้ผ่านระบบไอทีแบบง่ายๆ ที่พระอาจารย์ค้นคิดขึ้นเอง จบด้วยการตอบคำถาม มอบของที่ระลึก ฟังเพลงสุดซึ้งจากลูกหลานจุฬาฯ-น่าน ร่วมรับประทานอาหาร ขึ้นรถชมบริเวณศูนย์ฯจุฬาฯ-น่าน แล้วขยับไปชิมบัวลอยป้านิ่ม ถ่ายรูปหมู เฮฮากันพอหอมปากหอมคอ แยกย้ายกันกลับที่พัก ออกไปเที่ยวถนนคนเดิน กว่าจะได้ล้มตัวนอน หัวใจก็ผะผ่าวแล้วละเธอ

รายการที่สุดของที่สุด ท่านผู้อำนวยการฯอรรณพ คุณาวงษ์กฤต ประกาศบอกนิสิตปี2ว่า ร้อนนี้เราจะบุกอีสาน แต่นักศึกษาผู้นำมาขอคุยด้วย “เร็วนี้พวกผมจะไปหาครูบาได้ไหม” จะไปเอาข้อมูลมาทำโครงการเสนอในงานวิชาการจุฬาฯ ก็คงไม่มีปัญหาใดๆ ข อ แ ต่ เ พี ย ง ส่ ง เ สี ย ง ม า นัดหมายกัน

ผมมีอาการไข้หวัดกำเริบ ไอๆๆ จะไอเลิฟยูก็ไม่เชิง

ไอกะด็อกกะแด็กทั้งคืน

ยังดีนะที่ไปไหนมีคุณหมอไปด้วย

พี่หมอเจ๊กรุณาซื้อยาพร้อมอุปกรณ์ปลายแหลมเปี๊ยบ!

มากระหน่ำแทงก้น ฉึกๆ ! 2 เข็ม

นับเป็นการเอาเปรียบคนอื่นที่ไม่มีใครอิจฉา

หลังจบสิ้นภาระหน้าที่กันแล้ว เราก็มารวมศีรษะกันในห้องของผม เพื่อขอข้อคิดเห็นจากการทำหน้าที่จิตอาสาในครั้งนี้ แต่ไม่อาจจะสรุปได้ในเวลาอันสั้น จึงโยกต่อไปคุยกันในวันรุ่งขึ้น หลังอาหารเช้า ไปส่งพระอาจารย์Handyที่สนามบิน แล้วพวกเราก็ตระเวนไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดบ้านหนองบัว ไปชมทิศทัศน์เมืองน่านที่วัดพระธาตุเขาน้อย แล้วหาที่เหมาะๆปรึกษาหารือกัน ว่าเราจะมีส่วนสนับสนุนพันธะกิจของโครงการนี้ได้อย่างไรบ้าง

ในลำดับถัดไปทางจุฬาฯ-น่าน จะเชิญคณะชาวเฮมาเป็นระยะๆ


อยากจะจับก้นหนอน**

อ่าน: 1759

(หนอนขี้ประหลาด)

อ่านเรื่องของมดมาหลายครา แต่ก็ใช่ว่าจะจบนะครับ เรื่องของคุณมดยังมีประเด็นให้ลุ้นระทึกอีกมากมาย แต่เช้านี้มีเรื่องใหม่ๆสดๆร้อนๆเข้ามา เป็นเรื่องพิเศษน่าทึ่งมาก ระหว่างที่ผมนั่งๆนอนๆอาบแดดใต้ต้นยางนา มองไปมองมาอ้าว อะไรละนี่ก้อนเล็กๆกลมๆตกมากระจายเกลื่อน ลองเอามือบี้ดูเป็นคล้ายๆขี้หนอนที่กินใบไม้เข้าไป จึงเก็บมาพิเคราะห์ แค่เรื่องขี้หนอนมันไม่น่าสนใจตรงไหนหร๊อกนะเธอ

แต่ขี้หนอนที่พบวันนี้มันสุดแสนจะโอราฬ

มันเป็นงานศิลปะชัดๆ เป็นไปได้ไง

ไม่เชื่อก็ดูรูปเอาก็แล้วกัน

ขี้หนอนก้อนเล็กๆกลมๆมีลวดลายเป็นซี่เล็กๆตัดขวางคล้ายๆฟักข้าวโพด

สงสัยว่าต่อไปนี้จะมีเรื่องเล่าเรื่องขี้หนอนแล้วละครับ

ผมนะอยากจะจับก้นหนู เอ๊ย ! จับก้นหนอนมาปลิ้นดู

ลำไส้ถูกออกแบบมาพิเศษยังไง

เอาไว้ติดตามอีกทีตอนเย็นดีไหมครับ

•·         ตอนนี้เรามาคุยเรื่องบุญเรื่องคุณหรือเรื่องบุญของคุณกันสักหน่อย พูดถึงบุญบาปผมก็มีความเชื่อตามประสาของผม ไม่มองเป็นเรื่องผิดหรือถูกใช่หรือมิใช่ เพราะมีรายละเอียดที่ซับซ้อนจนยากจะหยั่งถึง การที่เราจะได้รู้จักใครสักคน คงไม่ใช่เรื่องจับฉลากเอากระมังครับ ถ้าวาสนาต้องกันมันก็ไม่ยากหรอก ธรรมะจัดสรรนั้นมีจริง บางคนมานั่งนึกย้อนทีหลังก็งงเหมือนกัน “เรารู้จักกันตอนไหนนะ” ญาติแต่ละคนของผมมีจุดประทับใจเฉพาะเรื่องเฉพาะตัว เช่น อยู่ๆก็ได้รับยานวดที่ผลิตจากเมล็ดลำไย อยู่ๆก็ได้รับยาดม หมอนสมุนไพร อยู่ๆก็ได้รับยาผงทาผิวหนังตำหรับฤๅษี สิ่งเหล่านี้นึกถึงเมื่อใดก็มีภาพฉายชัดในห้วงคำนึง ขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่น ครูอึ่ง แห่งโรงเรียนมงคลวิทยา จังหวัดลำพูน ” จั ง ห วั ด ที่ ไ ป น อ น ห นึ่ ง คื น อ า ยุ ยื น ไ ป ห นึ่ ง ปี นั่ น แ ห ล ะ “ พอเห็นหน้าทีไรก็นึกถึงเรื่องที่ครูอึ่งเขียนเล่าประวัติตัวเอง ลงภาพด้วยนะ เป็นภาพเด็กหญิงตัวเล็กตัดผมม้าท่าทางส่อแววเฮี้ยวระดับหลุดโลกเชียวแหละ ถ้าอ่านเรื่องที่เล่าด้วยก็ยิ่งตีบทแตกกระเจิง ผมอ่านเรื่องนี้หลายรอบ อ่านทีไรก็มีสะเก็ดหล่นเพิ่มขึ้น ระยะหลังสนิทกันก็ยิ่งประทับใจในญาติผู้นี้ เกิดความเห็นใจอย่างบอกไม่ถูก คนที่จะเห็นใจกันระดับนี้ ต้องมีอะไรให้เห็น ไม่ใช่จู่ๆจะสถาปนาหรือปลุกเสกขึ้นมาได้ ผมจึงโชคดีมากที่ได้รู้จักครูอึ่ง ผู้ซึ่งอุทิศตนให้กับคนเยาวชนลำพูนให้กับชาวเฮและให้กับโลกการศึกษา ผมยังคิดว่าใครได้รู้จักครูอึ่งแล้วไม่เห็นความพิเศษในตัวคน แสดงว่าเครื่องรับของท่านชำรุดแล้ว

เช้านี้นั่งมองดูขี้หนอนคนเดียว

แ ต่ ถ้ า มี ค รู อึ่ ง ม า นั่ ง ข้ า ง ๆ เ ฝ้ า สั ง เ ก ต ด้ ว ย

ผมจะได้มุมมองเอ็กซเรย์จาก ส า ย ต า ค รู บ ว ก พ ย า บ า ล ที่ ล ะ เ อี ย ด ลึ ก ซึ้ ง

ทุกครั้งที่มีเรื่องเกี่ยวข้องกับการเฝ้าสังเกตสิ่งที่อยู่รอบตัว

ใ บ ห น้ า ค รู อึ่ ง ก็ จ ะ ผุ ด พ ร า ย ขึ้ น เ ส ม อ

เรื่องชีวิตครูอึ่งนั้นสนุกนัก

ต อ น เ ด็ ก ๆ เ ฮี้ ย ว จั ด  โตมาจึ ง ต้  อ ง ม า จั ด เ ฮี้ ย ว ให้กับเด็กๆในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียน

เด็กไหนๆก็เอาอยู่หมัด เพราะครูผ่านกลไกการเฮี้ยวมาหมดทุกกระบวนท่าแล้ว

ไ ม่ เ ชื่ อ ก็ ล อ ง ซื้ อ ห นั ง สื อ เ จ้ า เ ป็ น ไ ผ ไ ป อ่ า น ดู เ น้ อ

•·         อีกคนหนึ่งคืออุ้ยจันตา ขออนุญาตกล่าวถึงอุ้ยหน่อยนะ ผ.ศ.ดร.จันทรัตน์ เจริญสันติ แห่งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อุ้ยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสตรีวัฒโนทัยพายัพ ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกันกับคนสวยของผม อุ้ยเกิดมาเพื่อที่จะเป็นครูบาอาจารย์โดยแท้ ไม่รู้จะอธิบายยังไง ถ้าผมอยากจะเห็นคนเป็นครูทั้งตัวและหัวใจก็จะคิดถึงอุ้ยนี่แหละ ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่ว่าจะแง่มุมไหนความเป็นครูฉานฉายอยู่ตลอด ที่สำคัญ  อุ้ ย นี่ น ะ ห น้ า ต า เ ห มื อ น กั บ แ ม่ ย า ย ผ ม เ ป๊ ะ เ ล ย  เรียกว่าเห็นอุ้ย ก็ เ ท่ า กั บ เ ห็ น แ ม่ ย า ย นั้นแหละ อิ อิ

•·         เจอกันครั้งแรก  อุ้ยเข้ามากอดจากข้างหลัง ยังอบอุ่นประทับใจไม่ตกหล่นไปไหนได้เลยนะอุ้ย มีคราวหนึ่งชาวเฮมาชุมนุมกันที่สวนป่า ก่อนจะขึ้นรถทยอยแยกย้ายกันกลับ ผ ม จั ด ม ห ก ร ร ม ก อ ด อุ้ ย  นั่นก็คือพวกเราล้อมวงหน้าอาคาร ๓๐กว่าคนได้ แล้วให้อุ้ยเดินกอดทักทายญาติแซ่เฮทุกคน พระอาจารย์แฮนดี้หัวไว วิ่งไปเปิดเพลง”กอด” ซึ่งเป็นเพลงประจำสถาบันเฮ งานนั้นอุ้ยถูกกอดอ่วมอรทัย พวกเราประทับใจในกันและกันมิรู้ลืม มันไต่ระดับจากมิตรภาพไปซึมซาบในใจ อุ้ยเป็นญาติผู้ใหญ่ที่พูดน้อยต่อยตรงกระโดงคาง ให้ความห่วงใยและความตั้งใจดีกับเราอยู่เสมอ อุ้ยเคยพาผมทัวร์หลายสิบวัดรอบๆเชียงใหม่ แต่ละวัดมีเหตุผลกำกับอย่างน่าทึ่ง ว่าทำไมจึงชวนให้มาที่วัดแห่งนี้

•·         อุ้ยเป็นมัคคุเทศก์ที่ดีที่สุดประจำก๊วน ขอมีเวลาแม้นิดเดียว อุ้ยจะเลี้ยวพวงมาลัยทันที เราจึงได้ชมสิ่งดีๆที่ไม่คาดฝันเสมอ ค รั้ ง ห ลั ง สุ ด ไ ป ช ม วั ด เ จ ดี ย์ ห ล ว ง คื น ที่ พ ร ะ จั น ท ร์ ก ร ะ จ่ า ง ฟ้ า  ไม่มีใครเลย บรรยากาศสงบลมเย็นๆพัดอยู่รอบตัว ทำให้ย้อนถึงตอนมาจีบแม่ยอดขมองอิ่มเมื่อครั้งกระโน้น ..น้าอึ่งอ๊อบถลาถือกล้องไปถ่ายรูปแบบก๋าๆตามสไตล์ขาโจ๋ ผ ม ก ลั บ นิ่ ง งั น ส่ ง ค ว า ม ร ะ ลึ ก ถึ ง ไ ป ยั ง ส ร ว ง ส ร ร ค์  เ ป็ น ค รั้ ง ห นึ่ ง ที่ คิ ด ถึ ง ค น รั ก จ น ท่ ว   ม ท้ น ใ จ  ไม่นึกว่าจะมีห้วงเวลาที่วิเศษอย่างคืนนั้น อุ้ยมักจะทำเรื่องให้เราต้องขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าสม่ำเสมอ 

•·         ผมมีหลานสาวเยอะ ที่พิษณุโลกมีหลานตัวกะเปี๊ยก๒คน ชื่อภวรัญชน์ (นีน่า) กับ พิชามยน์ (เอ็มมี)เรียนอยู่ชั้น ป.๖ กับ ป.๕ ทั้ง๒เป็นหลานของตาหวาน (ศุภราภรณ์ พุทธพจน์มงคล) ตาหวานเปิดร้านเสริมสุขภาพความงาม ผมก็เรียกชื่อไม่ถูก เอาเป็นว่าทำนองสวยดูดีก็แล้วกันนะ ส่วนคุณพ่อเปิดร้านอินเดียสโตร์ คุณแม่ตาหวานทำอาหารประจำชาติได้เด็ดขาดนัก คณะแซ่เฮเคยไปชิมฝีมือถึงก้นครัวหลายครั้ง คุณแม่ลงมือแสดงเอง ยกโรตี ยกอะไรๆมา เกลี้ยงในพริบตา ลุงเอก (พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ) ชม..ระดับฝีมือบวกความอร่อย ดูได้จากอัตราความเร็วของอาหารที่หายในพริบตา เสิร์ฟแทบไม่ทันลูกหลานชูชกเจี๊ยะ

•·         ปีนี้หลานสาว๒คนโตพอที่จะส่งไปเรียนที่อินเดีย  ตาหวานซึ่งเป็นอาเลี้ยง๒คนนี้มา เคยไปเผชิญความลำบากมาแล้ว ไม่อยากให้หลานต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ไปเล่าเรียนอย่างนั้นอีก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะส่งหลานตัวจ้อยไปเรียนต่อที่ไหน เป้าหมายก็คืออยากได้โรงเรียนแนววิธีพุทธจริงๆ ถ้าได้โรงเรียนประจำก็ยิ่งดี เธอกับน้องเที่ยวตระเวนไปดูโรงเรียนหลายแห่งแต่ก็ยังไม่ปลงใจ หลานๆก็ไม่อยากไปอินเดีย ให้ทำอะไรก็ยอม สุดท้ายเธอตัดสินใจเลือกโรงเรียนสัตยาไส ที่อาจารย์ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ก่อตั้ง

•·         ตาหวานโทรฯมาหา ด้วยน้ำเสียงของคนที่แบกโลกไว้ เธอเล่าเรื่องหาโรงเรียนให้นีน่ากับเอ็มมี่จนท้อใจ เล่าว่าได้แอบเข้าไปเลียบเคียงที่โรงเรียนนี้แล้วชอบมาก นักเรียนรับประทานมังสะวิรัต เด็กทุกคนเป็นนักเรียนประจำ แนวทางการสั่งสอนอบรมก็ยอดเยี่ยม ฝึกปฏิบัติครบเครื่องเรื่องคุณธรรมประจำใจ แต่เมื่อทราบระเบียบการของโรงเรียนแล้ว เ ธ อ แ ท บ ห ม ด กำ ลั ง ใ จ  ไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แม้เท่ารูเข็ม ในเมื่อโรงเรียนแห่งนี้จะรับเด็กเฉพาะที่เข้าเรียนตั้งแต่แรกเริ่ม จะไม่รับระหว่างทาง ซึ่งก็มีเหตุผลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการปรับตัวที่ไม่ง่ายเลย อนึ่ง มีผู้ปกครองจำนวนมากมองหาโรงเรียนที่อบรมด้านคุณธรรมและจริยธรรม ถ้าเปิดรับระหว่างทาง โรงเรียนแบกปัญหาสารพัดไม่ไหวแน่ จึงมีกฎเหล็กดังกล่าวไว้

•·         เมื่อผมทราบกองทุกข์ของตาหวาน ผมก็นอนก่ายหน้าผากสิครับ โดยปกติผมจะไม่ยอมเตะต้องระเบียบต่างๆที่วางไว้ดีอยู่แล้ว แต่ก็แปลก คนนอกมักจะเข้าใจผิดว่าผมเป็นคนมีเส้น น่าจะใช้เส้นครูบาทำโน่นทำนี่ได้ ที่จึงไม่ได้มีน้ำยาอะไรหรอก ถ้าเป็นเรื่องจำเป็นของเครือญาติไม่กระทบกับกติกาของคนอื่นก็ยินดี แต่เรื่องที่จะไปเตะต้องความปกติสุขของโรงเรียนสัตยาไสนี่นึกไม่ออกจริงๆ ถ้าเลือกเป็นโรงเรียนอื่นน่าจะสบายใจกว่านี้ แต่นี่..ตาหวานปักหมุดให้แล้ว เป็นโจทย์ที่ยากกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา เดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่ได้ คิดถึงเรื่องนี้ทีไรแอบถอนใจทุกที ปลอบใจตัวเองว่าทุกเรื่องต้องมีทางออก ท า ง อ อ ก อ ยู่ ที่ ไ ห น ล ะ  ป้ า ย ก็ ไ ม่ มี บ อ ก   ล า ย แ ท ง ก็ ไ ม่ มี ใ ห้ อ่ า น   มืดแปดด้านอยู่เป็นเดือน เพราะภารกิจไม่เขยื้อนเลย

จนกระทั้งวันหนึ่ง

ผมนึกถึงเรื่องราวเมื่อคราวบล็อกโกทูโนมีปัญหา

พวกเราคนแซ่เฮคุยกันว่าเราจะลงขันระดมทุนช่วยเหลือบล็อกให้คงอยู่ต่อไป

ผมจึงป่าวประกาศเรื่องนี้ลงบล็อก

พวกเราทุกคนต่างกุลีกุจอเสนอตัวที่จะให้หักเงินเดือน ส่งเงินออม

บางคนอาสาผลิตของที่ระลึกหรือหาทางหาทุนมาสมทบจ้าละหวั่น

นีน่ากับเอ็มมี่ทุบกระปุกออมสินเอาเงินเหรียญมานับเป็นกองๆส่งมาให้เรา

ตาหวานถ่ายภาพลงบล็อก พี่ป้าน้าอากระตู้วู้กับจิตกุศลของหลาน๒คนนี้มาก

•·         ผมนะปลื้มจนแทบลืมกินข้าว รักเจ้าหลานตัวจ้อยจนสุดหัวใจ นีน่าพี่คนโต ตาหวานเคยเอามาเที่ยวเมื่อคราวจัดงานเฮที่ภูเก็ต และเคยมาที่สวนป่าด้วย  นีน่า ร่าเริง เป็นเด็กที่กล้าแสดงออก ร้องเพลงเก่ง จับไมค์เมื่อไหร่เหมือนมือติดตังเม ทั้งร้องทั้งเต้นด้วยนะ ร่าเริงแจ่มใสเรียกเสียงหัวเราะพี่ป้าน้าอาฮาตึง วันเข้าไปสอบสัมภาษณ์ที่สัตยาไสเป็นภาษาอังกฤษ ตาหวานเล่าว่า นีน่าดำน้ำตอบภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ ให้รู้เสียมั่ง ว่าเป็นหลานไผ  อิ อิ

การที่เด็ก๒คนฝ่าด่านเหล็กเข้าไปเรียนในสัตยาไสได้

เป็นเพราะเธอช่วยเหลือตัวเอง

ทั้ ง บุ ญ กุ ศ ล ที่ เ ธ อ ทำ ม า    แ ล ะ ค ว า ม ส า ม า ร ถ พิ เ ศ ษ ใ น ตั ว

ทำให้วันนี้นีน่ากับเอ็มมี่ได้เข้าเป็นน้องใหม่ของโรงเรียนสัตยาไสเรียบร้อยแล้ว

เฮ้อ เรื่องนี้มีเบื้องหลังลุ้นระทึกจนไม่อาจจะเขียนเล่าสั้นๆได้

ถ้าต้องการอ่านจนจบถ้อยกระทงความ

ก็รออ่านในหนังสือ บุรีรัมย์ โมเดล ดีไหมครับ

อิ อิ

 


สงกรานต์กับครู

อ่าน: 1307

วันนี้กระต๊อบน้อยรับแขกทั้งวัน 3-4คณะได้

ด่วนสายตรงที่โทรมาค่อนข้างตะกุกตะกั๊ก..เพราะรับแขกนะเธอ

เมื่อวานนี้เล่นสงกรานต์กับนางเมฆขลาและรามสูรย์เปียกมะล๊อกมะแล๊กไปตามฟอร์ม วันนี้ฟ้าใสตั้งแต่เช้า พอเข้าบ่ายทำท่าครึ้มอกครึ้มใจอีกแล้ว ถ้าจะมาแถมอีกก็ขอเป็นช่วงกลางคืนเถิดนะพระพิรุณ ขอให้มดปลวกตั้งหลักกันบ้าง ฝนที่เทมาทำให้บ้านปลวกแมลงชำรุดไปพอควร ส่วน-กบขียด-คางคก-ร่าเริงระรื่น แมลงเม่าก็รอจังหวะเล่นออกมารำวงเล่นไฟยามค่ำคืน

ฝนมาแต่ละครั้งนำความเปลี่ยนแปลงให้แก่สรรพสิ่งทั้งปวง

น้ำฝนมีคุณค่าเหมือนน้ำใจ

หล่นลงตรงไหนมีแต่ความดีงาม

นึกถึงข้อมูลที่คุณหมอสารภีนำเสนอเกี่ยวกับคุณค่าของผักชนิดต่างๆ อ่านแล้วได้ความรู้และประทับใจมากๆ ทำให้เรารู้ว่าผักแต่ละชนิดในบ้านเรา มีคุณค่าทางเภสัชอย่างเอกอุ เพียงแต่คนไทยเราไม่ใส่ใจเท่าที่ควร บ้างก็ไปหลงละเมอเมนูและผักต่างด้าวจนลืมของดีใกล้ตัว ลองเข้าไปอ่านดูละครับ อ่านแล้วท่านจะรักผักไทยๆอย่างไม่รู้ตัว แต่ละตัวมีสารอาหารมากมาย ถ้าเรารับประทานผักปลอดสารพิษทุกวัน ก็เหมือนการเติมภูมิต้านทานให้กับตัวเองทุกวัน

ถ้าเราเห็นความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องใด

เราก็จะใส่ใจกับเรื่องนั้นๆได้ดี

  1. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของผักจากบล็อกคุณหมอสารภีและที่อื่นๆ
  2. ทดลองปลูกผักดูบาง
  3. ให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อผัก
  4. ทดลองประกอบอาหารรับประทานในครอบครัวบ่อยขึ้น
  5. วางแผนระยะยาวเรื่องการบริโภคผักในครัวเรือน
  6. ทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม
  7. ออกทัศนศึกษาดูงานในจุดที่ท่านสนใจ
  8. ถามตัวเองว่า..พร้อมที่จะทำเรื่องนี้แล้วหรือยัง
  9. ถ้าสงสัย  กลับไปอ่านข้อ1-8

ผมมีเครือข่ายครูในพื้นที่มานมนาน เรียกตัวเองว่า “กลุ่ม3ก้อนเส้า”

ครูกลุ่มนี้มีแนวคิดเรื่องการศึกษาที่น่าสนใจ

กล้าคิด กล้าทำ กล้าเสนอแนะ และถ้าเบี้ยว ที่จะไม่ทำตามกระแสบ้าๆบอๆ

ด้วยพฤติกรรมเยี่ยงนี้จึงถูกผู้บังคับบัญชาบ้องตื้นหมั่นใส้

แต่..ด้วยความที่เป็นคนที่มีเจตนาดีต่อหน้าที่และรับผิดชอบลูกศิษย์

จึงพอประคับประคองตัวอยู่ในระบบได้ตามควรแก่อัตภาพ

พูดไปแล้ว..พวกเขตพื้นที่ ผู้บริหารก็ได้อาศัยผลงานของครูกลุ่มนี้แหละแก้ผ้าเอาหน้ารอดเนื่องๆ

 

ทุกปี วันสงกรานต์เขาก็จะนัดกันมาเยี่ยมยามผม และก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะบอกให้ผมรู้ตัวล่วงหน้า จึงไม่ทราบว่าจะจัดเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำได้อย่างไร มาถึงเขาก็จะจัดที่จัดทาง เสริ์ฟน้ำ จัดพิธีการรดน้ำ แจกของฝากของขวัญ ถ่ายภาพ ผมมีหน้าที่ให้พร แล้วก็คุยสารทุกข์สุกดิบกัน นานๆได้พบกัน..จึงได้ฟังเรื่องดีๆของแต่ละคน ซึ่งเป็นความรู้ใหม่ ผมได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆจากคุณครูกลุ่มนี้

ยกสุดท้าย..เขาจะบอกว่า..

ให้ครูบาเล่าเรื่องอะไรก็ได้สรุปท้ายให้ฟัง

แหม..เรื่องเล่ามีปะเลอะ

ให้ไปตามอ่านในลานปัญญาและFB.

แล้วก็อย่าลืมคอมเมนท์ด้วยละ

ไม่อย่างนั้น..เขาจะเป็นครูที่หัวไวใจสู้ได้อย่างไร?

ถ้าไม่ต่อแต้มความรู้กับคนอื่นๆ

จะ..เปิดห้องเรียนสู่โลกกว้าง ให้ทุกอย่างเป็นครูได้อย่างไร

ถ้าครู ไม่เปิดตา เปิดใจ เปิดโน๊ทบุกส์ กระโจนเข้าสนามความรู้อย่างชาญฉลาด

ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ครูทำไม่ได้ ถ้าครูอยากจะทำ


ครูพันธุ์ใหม่

อ่าน: 1776

ต้นไม้ป่าไม้ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใครหรอกนะครับ เขาพึ่งตัวเองและพึ่งกันเองได้ดี ไม่ได้อ่อนแอร้องกระจองง๋องเหมือนสรรพสิ่งอื่น เพียงแต่มนุษย์อย่าไปรบกวนไปทำลาย ป่าไม้ก็จะดำรงอยู่ได้เป็นปกติ มนุษย์นี่ก็แปลก รู้ทั้งรู้ว่าตนเองต้องอาศัยป่าไม้และธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มนุษย์ก็ไม่มีความตระหนัก ยังรุกทำลายป่าไม้อย่างหฤโหด

น่าจับพวกนี้ไปทิ้งไว้ที่ดาวอังคารนัก

เช้าๆเดินไปดูสภาพแวดล้อมกระต๊อบ

เดินไปเจอรูแมงมุมเล็กๆกำลังโผล่ออกมา

นั่งสังเกตุ ..จะเห็นความมหัศจรรย์ของบ้านแมลงชนิดนี้

ลองพิจาณาดูเส้นใยที่ถักทอปากรูดูเถิด

มันช่างละเอียดซับซ้อน..ถ้าเอามาต่อๆกันจะยาวสักกี่มากน้อย

เจ้าของรังจะต้องใช้ความพยายามมากเท่าไหร่

ที่จะสร้างเส้นใยดักสัตว์เล็กๆ..

เจ้าตัวนอนหลบร้อนอยู่ในรู..รอสิ่งที่จะมากระทบกับดักที่โยงไว้ปากรู

ดูๆไปแล้วช่างสบายเหลือเกิน

นับเป็นชุดความรู้ที่น่าสนใจยิ่งนัก

คุณครูที่สอนด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น่าจะชวนลูกศิษย์ไปเรียนในสภาพจริงบ้างนะครับ เสน่ห์ของโลกธรรมชาตินั้นน่าลุ้นระทึกยิ่งนัก ถึงสมัยนี้จะมีสื่อสะดวกดึงมาชมได้ แต่มันก็ยังขาดชีวิตชีวาอยู่ดีนั่นแหละ การที่เด็กสัมผัสความรู้สดๆเหล่านี้ จะช่วยปลูกฝังความตระหนักให้เห็นความสำคัญ เกิดความสนใจและห่วงใยธรรมชาติมากขึ้น

ไม่อย่างนั้นเราจะสร้างนิสัยความรับผิดชอบให้กับโลกใบนี้ได้ยังไงละครับ

เรียนในห้องได้ความรู้

เรียนนอกห้องได้ความจริง

เอาความรู้+ความจริง

ผู้เรียนก็จะได้รู้ความจริง

แต่..กว่าจะถึงจุดนั้น

ครูผู้สอน..ควรจะได้รู้ทะลุกระบวนการเหล่านี้ล่วงหน้าเสียก่อน

ไม่อย่างนั้น..คุณครูจะสอนเด็กให้ทันสมัยได้อย่างไร

เด็กพันธุ์ใหม่ต้องสอนด้วยกลอุบายใหม่ๆ

ครูพันธุ์ใหม่..สนใจเรื่องเหล่านี้ไหมละครับ?


จะไปหาหมอหรือจะไปหาครู

อ่าน: 1409

ผมมีเรื่องละล้าละลังตั้งแต่ออกจากบ้านมาบางกอกแล้วละครับ ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปประชุมกับหน่วยงานไหนดี ที่บังเอิญมานัดประชุมในเวลาเดียวกัน “ด่วนที่สุด” เป็นหัวจดหมายที่ประทับกำชับมา แต่จดหมายเดินทางมาถึงไม่พร้อมกัน ผู้ประสานงานโทรมาถามว่า “มาร่วมประชุมได้ไหมคะ” เราเว้นวรรคเรื่องอื่นอยู่แล้วก็ตอบไปว่า “ไปได้” รับปากแล้วก็มีเหตุทำให้ไปไม่ได้นี่แหละปวดศรีษะที่สุด งานแรกว่าด้วยเรื่องคณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ

คณะกรรมการฯทำหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะในระดับนโยบาย เกี่ยวกับกำลังคนด้านสุขภาพในภาพรวมของประเทศ รวมทั้งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและผลักดันการดำเนินงาน ตามแผนยุทธศาสตร์ทศวรรษกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งได้มีการประชุมคณะกรรมการฯมาอย่างต่อเนื่องนั้น จึงกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการครั้งที่3/2554 ในวันที่ 26 กันยายน 2554 เวลา 13.30-16.30 น. ห้องประชุม 1 สถาบันวิจัยระบบสาธารณะสุข ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ บริเวณกระทรวงสาธารณะสุข

หากท่านไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้

ขอความกรุณาโปรดมอบหมายผู้แทนระดับตัดสินใจได้เข้าประชุมแทน จะเป็นพระคุณ

ท่านที่รัก ถ้าพิจารณาใจความจะเห็นความเอาจริงของกรรมการคณะนี้ ว่าเขาทำงานกันแบบแข็งแรงแข็งขันขนาดไหน ผมเคยร่วมประชุมเมื่อครั้งยกร่างระบบปฏิรูปสุขภาพ ตั้งแต่ปีมะโว้โน่น คุณนายแพทย์ทั้งหลายประชุมกันหามรุ่งหามค่ำ เจอกันหลายเดือน เรื่องก็เลยติดสอยห้อยตามมาจนกระทั้งเดี๋ยวนี้ สิ่งที่ได้จากการประชุมคณะกรรมการฯแห่งนี้คือ เราจะได้เห็นบทบาทของผู้ที่วางแผนระดับนโยบาย ที่ทำการบ้านเชิงรุกอย่างหนักอย่างไร คำว่า “ผลักดันนโยบายยังน้อยไป” ทุกวิถีทางที่จะทำให้สิ่งที่ใคร่ครวญแล้วเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม นพ.มงคล ณ สงขลา นพ.สุวิทย์ วิบูลย์ผลประเสริฐ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ นพ. พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ฯลฯ ปักหลักลุยปัญหาระดับช้างอย่างทรหด

ผลงานที่เป็นรูปธรรมจึงเรียงล่ายซ่าย เช่น ระบบปะกันสุขภาพ การพัฒนาระบบบริการในโรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมทั้งโครงการโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพที่เกิดขึ้นอย่างเร่งรุด อนึ่ง บุคลากรทางด้านสาธารณะสุขทุกระดับมีการขยับเขยื้อนเอาภาคสังคมมาร่วมเป็นเจ้าภาพได้อย่างน่าสนใจ อสม.ผู้นำชุมชน นักวิจัย นักพัฒนาสังคม ครู อาจารย์ เดินกันให้ควักในเวทีสัมมนาต่างๆ ทางด้าน สสส. เองก็เป็นพี่เลี้ยงได้อย่างนี้ ในการที่จะเอื้อให้กระบวนการทำงานในพื้นที่มีความคล่องตัวทำงานสะดวกขึ้น

ถ้าอ่านรายงานการประชุมของกระทรวงสาธารณสุข จะเห็นความแตกต่างจากการประชุมของที่อื่นๆ ตัวแทนหน่วยงานเข้าร่วมก็ธรรมดาที่ไหนเล่า ล้วนเป็นผู้ที่เจ้ากระทรวงฯที่เกี่ยวข้องส่งมือดีมาร่วม เนื้อหาที่นำเข้าสู่ที่ประชุมล้วนแต่มีความสำคัญยิ่งต่อความเป็นไปด้านสุขภาพของประเทศ คำว่า อนุญาตให้ส่งผู้ที่ตัดสินใจได้เข้าประชุมแทน ถ้าคิดให้ดีก็หนาวแล้วละครับ ถ้าไม่จำเป็นขนาดดิ้นปัดๆผมก็จะถ่อสังขารมาประชุมให้ได้ เคยส่งตัวแทนเข้าประชุม 2 ครั้ง โคตรเกรงใจเขาเลยละครับ

อีกรายการหนึ่งเป็นการนัดประชุม ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชิญประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานโครงการบัณทิตจิตอาสา ของหลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตร เรื่องนี้ผมเข้าไปร่วมตั้งแต่แรกเริ่มที่มีการคิดจะเปิดการศึกษารูปแบบใหม่ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อหล่อหลอมความคิดและทัศนคติชีวิตของนิสิตด้านจิตอาสา ในการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นฐานเมื่อจบการศึกษาไปแล้ว  ในภาคการศึกษาที่ 2/2554 นี้ จะมีนิสิตเดินทางไปศึกษาและใช้ชีวิตในศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดน่าน ทางสำนักงานฯจึงเห็นสมควรจัดประชุมหารือวิพุทธิยาจารย์อาสาในโครงการฯ เพื่อสรุปแนวทางในการดำเนินงานต่อไป

ในการนี้สำนักงานฯเรียนเชิญประชุมในวันจันทร์ที่ 19 หรือ วันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2554 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานฯ ชั้น 12 อาคารวิทยกิตติ์ สยามสแควร์ มีหนังสือรายงานการประชุมย่อยมากระทุ้งให้เห็นว่าโครงการเดินหน้าเต็มลูกสูบด้วยนะ วันที่ 19 ผมติดรายการดูงานที่บ้าน ยังดีที่มีก๊อก2ให้มาติดตามความคืบหน้าวันนี้

ในการประชุมครั้งก่อน คณาจารย์มีความเห็นว่าควรจัดให้วิพุทธิยาจารย์ไปพบปะนิสิตยังศูนย์การเรียนรู้จังหวัดน่าน ครั้งละ 2 ท่าน ( ต่างสาขา) ทุก2-3สัปดาห์ โดยการพบปะแต่ละครั้งนิสิตจะเป็นผู้เลือกและกำกับหัวข้อการสนทนากับวิพุทธิยาจารย์อาสาตามความสนใจของนิสิตเอง ซึ่งวาระของการประชุมอาจเป็นช่วงเดือนมกราคม 2555 หลังงานกีฬามหาวิทยาลัยแห่งชาติ

ที่เขียนเล่าเป็นคุ้งเป็นแควไม่ได้โอ้อวดว่าไปยุ่งเกี่ยวกับพันธกิจของสถาบันใด แต่ให้เห็นความเป็นไปของงานเชิงโครงสร้างต่างๆที่ไปเกี่ยวข้อง เพื่อที่ญาติแซ่เฮจะเข้ามาแนะนำผมได้ หรือ อาสาไปประชุมแทนในยามขัดสนเวลา หรือ เข้าไปเป็นตัวแทนเสียเลย ยกตัวอย่าง เช่น รายการของกระทรวงสาธารณสุข ถ้าคุณหมอจอมป่วนเข้าไปเป็นตัวจริงจะสะท้อนงานด้านสาธารณะสุขได้อย่างปรุโปร่ง แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ งานสำคัญๆเชิงนโยบายเขามักจะเอาชาวบ้านไปห้อยไว้1คน ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน หลายท่านจะได้หายสงสัยว่าทำไมหลายองค์กรลากผมเข้าไปร่วม ไม่มีอะไรหรอก..ไปเป็นเม็ดมะแข่วนในเครื่องลาบเพื่อให้มันครบสูตร นะครับ

อนึ่ง ผมกำลังมองหาแซ่เฮจิตอาสาไปประชุมแทน

ในเวลากระชั้นชิดนี่แหละ  ทำไงได้

แถมยังเป็นวันราชการเสียด้วย

ท่านใดลงมาบางกอกช่วงนี้ยกมือขึ้น !

เท่าที่สัมผัสมา พอประมวลได้ว่างานด้านสาธารสุขนั้นเดินหน้าไปฉับๆแล้ว แต่งานด้านการศึกษานี่สิ อาการยังน่าเป็นห่วง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาคนใหม่ยังไม่ได้เรียกประชุมอะไร แต่มีข่าวว่ากำลังเดินหน้าหาประเด็นมาเปิดนโยบายเช่นกัน ดังที่เราอาจจะได้ข่าวเรื่องเอาแป๊ะเจี๊ยะออกมาวางบนโต๊ะ ทำเหมือนเอาหวยใต้ดินมาเป็นหวยออลไลน์ ที่น่าสนใจมีรายงานข่าวเรื่อง “สมัชชาหลักสูตร” ปลดแอกเด็กไทย

การศึกษาไทยใครไปใครมาก็ต้องรื้อๆ

ระบบมันไม่นิ่งสักที

เป็นรายการแก้ผ้าเอาหน้ารอดอยู่ประจำ

ถึงจะคิดดีทำดีอย่างไร อยู่ไม่นานก็เผ่น!ตามวาระเลือกตั้ง

คณะฯใหม่ๆเข้ามาก็อยากจะแก้ๆๆๆอะไรๆให้ดีขึ้น

แต่..แก้ผ้..า า ไม่ทันถูสบู่ ก็ไปเสียแล้ว

ท่านรัฐมนตรีแห่งเมืองแพร่ร่ายยาวว่า..การปรับหลักสูตรครั้งใหญ่คืองานแรกที่ผมต้องทำ และได้ลงมือแล้ว มีมหาวิทยาลัยแกนนำ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มทร.ธัญบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ฯลฯ ในการระดมสมอง ผู้มีความรู้ความสามารถแต่ละสาขาอาชีพ ในพื้นที่ ในจังหวัด ในชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของโรงเรียน เพื่อมาออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอน และเนื้อหาวิชาเรียนให้สอดรับต่อการนำไปพัฒนาศักยภาพของพื้นที่เป็นหลัก

ดังนั้น ความหลากหลายของหลักสูตร จึงขึ้นอยู่กับศักยภาพของพื้นที่ๆแตกต่างกัน แต่เด็กต้องได้เรียนในสิ่งที่ชอบ สาขาที่ใช่ เรียนจบแล้วมีงานทำ เพราะเป็นการบูรณาการหลักสูตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อาจจะเรียกว่าสมัชาหลักสูตร เพราะวิชาไหนที่ไม่จำเป็น หรือเรียนแล้วไม่เกิดประโยชน์ก็ตัดทิ้งไป  มุ่งสู่โลกไฮเทคเทคโนโลยีทางการศึกษามากขึ้น เพราะโลกอนาคตเราต้องเตรียมพร้อมคนไทยเข้าสู่ประชาคมอาเชียน ภาษาที่ 2 ภาษาที่ 3 มีควมจำเป็นที่ลูกหลานต้องได้เรียนแบบเข้มข้นมากขึ้น

“ผมไม่อยากเห็นภาพลูกหลานไปเรียนหนังสือมีความทุกข์อีกต่อไป เรียนกวดวิชาแทบเป็นแทบตาย สุดท้ายไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นหลักสูตรคือหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง คุณภาพชีวิตเด็ก คุณภาพชีวิตครู คุณภาพชีวิตของพ่อแม่ต้องดีขึ้นเมื่อผู้เรียนได้เรียนสิ่งที่ชอบ เรียนจบแล้วมีงานทำ ตาม 5 สาขาหลัก คือ เกษตรกรรม พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และอาชีพเฉพาะทาง”

เมื่อยุทธศาสตร์ของรัฐบาลหลอมรวมกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการเสร็จแล้ว

จะทำความเข้าใจให้ตรงกันทั้ง 3 รัฐมนตรี

เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง

แหม  มาตกม้าตายอีตอนรัฐมนตรียังไม่ได้ทำความเข้าใจกันนี่แหละ

ทำได้ก็ดี อย่าให้เป็นเพียงลมปากเหมือนที่ผ่านๆมา

ก่อนออกจากบ้านมีอาการคร๊อกแคร๊ก

มาถึงบางกอกเป็นหวัดจนได้

ที่นัดไว้จะกินข้าวเย็นกับดร.นฤมลของจุฬาฯ

หรือนัดเจี๊ยะสะเต๊กของขาใหญ่กับแห้ว

ก็คงจะแห้ว

งานประชุมมูลนิธิสันติภาพโลกก็วืดหนึ่งไปรายการหนึ่ง

ถ้าแห้วอีกคงไม่กระไรนัก

อ ย า ก จ ะ พั ก ร บ ไ ม่ พ บ รั ก

ตะกี้หนูพิมพ์ผู้ช่วยอาจารย์นฤมล บรรจงจิตร โทรมาถามอ บอกว่าไปประชุมที่ไหนจะรอรับข้างล่าง หลังจากนั้นจะพาไปรับประทานอาหารจีนสักมื้อหนึ่ง น้ำใจนี่หนอ ..ขอเป็นว่าเจี๊ยะแบบเร็วๆแอร์ไม่เย็นมากน่าจะพอไหว มีเหตุให้ต้องใจอ่อนนะเธอ “ขี้เหร่เลือกได้เชียวนะงานนี้” อิ อิ ผมรู้จักอาจารย์มานาน ทำงานร่วมกันประชุมกันมาเป็นสิบปี ให้ไปช่วยสอน ป.โท ที่สถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯก็หลายครั้ง ผมได้เรียนงานวิจัยจากที่นี่พอสมควร ทั้งในฐานะอีแอบ ผู้ร่วมวิจัย และ ผู้ ถู ก วิ จั ย

อาจารย์เกษียณปีนี้ ทราบว่าใครขอให้ต่ออายุงานอย่างไรก็ไม่เอาแล้ว ขอวางมือทำให้ชีวิตว่างจะได้พักผ่อนบ้าง ที่ผ่านมาตระเวณสอนตระเวณลุยพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรไทย เดือนนี้ก็จะจบอาชีพอาจารย์จุฬาฯแล้ว ที่สำคัญ อาจารย์ทำวิจัยทิ้งทวนเรื่องมหาชีวาลัยอีสานเป็นเรื่องสุดท้าย ศึกษาแบบกระเทาะเปลือกกระบวนการทำงานของสถานีเรียนรู้ภาคประชาชนที่ชื่อว่า กรมราษฎรส่งเสริม ส่งเสริมตรงไหน ส่งเสริมอย่างไร ผ ล ลั พ ธ์ ผ ล ล บ เ ป็ น อ ย่ า ง ไ ร ?  อาจารย์จะถอดรหัสและลีลาของครูบา เรียกว่าเปลือยครูบาก็ได้กระมัง ภายในเดือนหน้าก็จะรวบรวมพิมพ์งานดังกล่าวนี้ให้เบ็ดเสร็จส่งมอบงาน

การพบกันในเย็นนี้จึงมีความหมาย

จะได้ขมวดงานดังกล่าวจนถึงหยดสุดท้าย

จะได้พบปะกันในวาระสุดท้าย

จะได้ขอบคุณอาจารย์และลูกศิษย์ที่ให้การสนับสนุนคนบ้านป่าด้วยดีเสมอมา

ด้วยเหตุนี้ รายการขาใหญ่ ขาเล็ก สมควรหลีกทางให้ใช่ไหมละครับ

รายการตกค้างยกยอดไปวันพรุ่งนี้

อยากจะเรียนต่อเรื่องโปรแกรมโทรศัพท์ และนั่งทำต้นฉบับ “โมเดลอีสาน”

ใครจะอาสาสอนคนขี้โรค เอามือลง อิ อิ



Main: 0.058110952377319 sec
Sidebar: 0.047828912734985 sec