<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานน้ำฟ้าและปรายดาว</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/seasonschange/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/seasonschange</link>
	<description>เรื่องราวในรูปรอย และรอยใจในรายทาง</description>
	<pubDate>Mon, 08 Apr 2013 22:43:32 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>ประกาศภาวะฉุกเฉิน!&#8230;IQ-EQ เด็กไทยรอไม่ได้แล้ว</title>
		<link>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/818</link>
		<comments>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/818#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 May 2012 13:47:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เปลือยความคิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/seasonschange/?p=818</guid>
		<description><![CDATA[ในปี 2554 มีการสำรวจ IQ ครั้งใหญ่ของประเทศอีกรอบ ผลที่ได้ทำเอาถอนหายใจยาวด้วยความหนักใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับการเลี้ยงดู การศึกษา การเมือง สังคม เศรษฐกิจของเรา เพราะ IQ EQ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไม่ได้มีแค่ไอโอดีนเท่านั้น ซึ่งเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้มาบ้างแล้ว
ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกับสารพัดขั้นตอนกันก่อน การวัดครั้งล่าสุดเราใช้ SPM Parallel อันเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่นิยมนำมาใช้ในการสำรวจสติปัญญาที่ใช้กันทั่วโลก ดังนั้นไม่เพียงแต่บอกสถานการณ์ในประเทศได้เท่านั้น ยังสามารถเทียบเคียงกับค่าจากประเทศอื่นๆได้ค่ะ
และค่าเฉลี่ย IQ ตามมาตรฐานสากล คือ 100 ดังนั้นผลที่บอกว่าเรามี IQ เฉลี่ย = 98.59 จึงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ 1.41 แต้ม แล้วมันหมายถึงอะไรล่ะ ก็หมายถึง ค่าความสามารถของสมองในภาพรวมเฉลี่ยทั้งประเทศของเด็กนักเรียนไทย เราต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยอยู่เล็กน้อยน่ะสิ
แม้จะไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่า IQ เด็กนักเรียนไทย ดีขึ้น หรือแย่ลงเมื่อเปรียบเทียบกับอดีต เพราะใช้เครื่องมือต่างจากการสำรวจครั้งก่อนๆ แต่ครั้งนี้เป็นการสำรวจกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ ที่เป็นตัวแทนในระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัดเป็นครั้งแรกของประเทศไทย และใช้เครื่องมือเดียวกับนานาประเทศ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วพบว่า IQ เฉลี่ยของนักเรียนเราต่ำกว่าประเทศใกล้เคียง เช่น สิงคโปร์ ไต้หวัน จีน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในปี 2554 มีการสำรวจ IQ ครั้งใหญ่ของประเทศอีกรอบ ผลที่ได้ทำเอาถอนหายใจยาวด้วยความหนักใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับการเลี้ยงดู การศึกษา การเมือง สังคม เศรษฐกิจของเรา เพราะ IQ EQ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไม่ได้มีแค่ไอโอดีนเท่านั้น ซึ่งเคยเขียนเกี่ยวกับ<a href="http://lanpanya.com/seasonschange/archives/596">เรื่องนี้มาบ้างแล้ว</a></p>
<p>ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกับสารพัดขั้นตอนกันก่อน การวัดครั้งล่าสุดเราใช้ SPM Parallel อันเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่นิยมนำมาใช้ในการสำรวจสติปัญญาที่ใช้กันทั่วโลก ดังนั้นไม่เพียงแต่บอกสถานการณ์ในประเทศได้เท่านั้น ยังสามารถเทียบเคียงกับค่าจากประเทศอื่นๆได้ค่ะ<span id="more-818"></span></p>
<p>และค่าเฉลี่ย IQ ตามมาตรฐานสากล คือ 100 ดังนั้นผลที่บอกว่าเรามี IQ เฉลี่ย = 98.59 จึงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ 1.41 แต้ม แล้วมันหมายถึงอะไรล่ะ ก็หมายถึง <span style="color: #ff99cc;">ค่าความสามารถของสมองในภาพรวมเฉลี่ยทั้งประเทศของเด็กนักเรียนไทย </span>เราต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยอยู่เล็กน้อยน่ะสิ</p>
<p>แม้จะไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่า IQ เด็กนักเรียนไทย ดีขึ้น หรือแย่ลงเมื่อเปรียบเทียบกับอดีต เพราะใช้เครื่องมือต่างจากการสำรวจครั้งก่อนๆ แต่ครั้งนี้เป็นการสำรวจกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ ที่เป็นตัวแทนในระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัดเป็นครั้งแรกของประเทศไทย และใช้เครื่องมือเดียวกับนานาประเทศ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วพบว่า IQ เฉลี่ยของนักเรียนเราต่ำกว่าประเทศใกล้เคียง เช่น สิงคโปร์ ไต้หวัน จีน เกาหลี อยู่มาก (ประเทศเหล่านี้ค่า IQ เฉลี่ยของเขามากกว่า 100 ค่ะ)  ดังนั้นค่าคะแนนที่ได้ในครั้งนี้จึงเป็นฐานข้อมูลระดับประเทศเพื่อสำรวจ ติดตาม การพัฒนาเด็กไทยต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/03/picture.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-819" title="picture" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/03/picture-202x300.jpg" alt="" width="202" height="300" /></a></p>
<p>จากภาพที่เห็น สิ่งที่ชวนคิดคือ เรามีคนทำได้ในระดับเฉลี่ยน้อยกว่าที่ทฤษฎีระฆังคว่ำกำหนดไว้ &#8230; เรามีคนที่ทำได้ค่อนข้างสูงมากกว่าเกณฑ์ ในขณะเดียวกันก็มีคนที่ทำได้ต่ำมากๆสูงกว่าเกณฑ์ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างความสามารถทางสติปัญญาของเด็กไทยในสถานศึกษา ย้ำว่าในสถานศึกษานะจ๊ะ ไม่ใช่เด็กไทยทั้งหมด ซึ่งช่องว่างนี้แหละค่ะที่ทำให้จัดการศึกษายากมาก แต่ทำไมถึงชอบตัดเสื้อโหลกันนักก็ไม่ทราบ</p>
<p>นอกจากนี้ในระบบการศึกษาของเรายังมีเด็กที่สติปัญญาบกพร่องอยู่มากทีเดียว เพราะมาตรฐานสากลไม่ควรเกิน 2 % แต่เรามีถึง 6.5 % หรือจะมองในแง่ดีว่า นโยบายการศึกษาเราเปิดโอกาสให้มีการเรียนร่วม ทำให้มีเด็กๆที่มีความต้องการพิเศษอยู่ในระบบเยอะ?&#8230;แต่ส่วนตัวไม่คิดแบบนั้นหรอกค่ะ เพราะเป็นคนมองแง่ร้าย จึงสงสัยว่าอัตราการเกิดภาวะบกพร่องทางสติปัญญาอยู่ในกลุ่มไหนมากที่สุด แต่ยังไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีการศึกษาไว้ &#8230;เด็กชายขอบ ชาวเขา ต่างด้าว พ่อแม่วัยทีน ปู่ย่าตายายเลี้ยงในชนบท และนอกพื้นที่เขตการศึกษา 1 (นอกเขต อ.เมือง) จะเป็นคำตอบได้มั้ย  เป็นสิ่งที่ยังต้องรอการศึกษารอบต่อๆไปค่ะ เพียงแต่ตอนนี้ภาพรวมคร่าวๆคือเด็กๆ นอกพื้นที่เขตการศึกษา 1 มี IQ เฉลี่ยต่ำกว่าเด็กในเขตพื้นที่เท่านั้น</p>
<p>มะมาดูกันให้ชัดอีกนิดว่า ภาพรวมของเราเป็นอย่างไร</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/03/picture1.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-820" title="picture1" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/03/picture1-203x300.jpg" alt="" width="203" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">เกือบจะแดงทั้งแผ่นดินกันเลยทีเดียว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/03/picture2.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-821" title="picture2" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/03/picture2-204x300.jpg" alt="" width="204" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/03/picture3.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-822" title="picture3" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/03/picture3-207x300.jpg" alt="" width="207" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">แยกกันให้ชัดอีกทีว่าภาคไหน IQ เฉลี่ยเท่าไร</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/b7-small.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-826" title="b7-small" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/b7-small-300x219.jpg" alt="" width="300" height="219" /></a></p>
<p>ทำไมเหลื่อมล้ำกันขนาดนี้ &#8230; ทราบมั้ยคะว่าเราหลุดจาก 1 ใน 10 ของประเทศที่สามารถพัฒนาได้ในกลุ่มอาเซียน ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้</p>
<p>1. <strong><span style="color: #ff99cc;">การศึกษา</span></strong> : เปลี่ยนหลักสูตร และการวัดผลบ่อย ไม่มีแผนการศึกษาชาติที่ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ไม่สามารถแตะต้องได้เหมือนสิงคโปร์ ที่ลีกวนยูจ้าง ม.ดังของอังกฤษ ให้ออกแบบหลักสูตรการศึกษาชาติเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว จนปัจจุบันก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง</p>
<p>2. <strong><span style="color: #ff99cc;">การเมือง</span></strong> : คงไม่ต้องอธิบายนะคะว่าที่ผ่านมาเราทำอะไรกันไปบ้าง เอาชนะคะคาน ถือสาทุกเรื่องราว แบ่งแยกตีกันจนเกือบวอดวาย ไหนๆก็ไหนๆจารไว้ให้ลูกหลานรู้กันไป เผื่ออนาคตจะมีคนค้นหาว่าใคร อะไร ทำไม ที่ไหน อย่างไร ทำให้เด็กนร.ไทย เป็นแบบนี้</p>
<p>3. <strong><span style="color: #ff99cc;">การเตรียมคน การเตรียมทีม</span></strong> : เราไม่มีเลยค่ะ มีแต่คำพูดว่าเปิดเสรีอาเซียน แล้วไงต่อ?</p>
<p>จะ<strong><span style="color: #ff0000; font-size: x-large;">พอ</span></strong>กันได้หรือยัง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/b9.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-828" title="b9" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/b9-300x221.jpg" alt="" width="300" height="221" /></a></p>
<p style="text-align: center;">อีก 5 ปีข้างหน้า IQ เฉลี่ยของเด็ก 6-11 ปีในปีนี้จะเป็นเท่าไรเนี่ย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/b10-small.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-832" title="b10-small" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/b10-small-300x215.jpg" alt="" width="300" height="215" /></a></p>
<p>โรงเรียนในสังกัดอุดมศึกษาคือโรงเรียนสาธิตต่างๆนั่นแหละค่ะ เห็นแบบนี้แล้ว ไหงเรายังต้องไปศึกษาดูงานการจัดการเรียนการสอนจากประเทศอื่นอีกมิทราบ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/b5.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-825" title="b5" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/b5-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a></p>
<p>เมื่อเทียบกับผลสำรวจไอโอดีนปี 2553 แม้จะมีบางพื้นที่ที่ IQ ไม่สอดคล้องกับไอโอดีน เช่น ยโสธร ไอโอดีนอยู่ในระดับเพียงพอ แต่ IQ เฉลี่ยต่ำกว่า 100 หรือพะเยา ที่ไอโอดีนอยู่ในระดับขาด แต่ IQ เฉลี่ยมากกว่า 100 แต่เมื่อดูภาพรวมก็ต้องยอมรับว่าสอดคล้องพอควร ทำให้ไอโอดีนยังเป็นปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามแต่อย่างใด</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/b22-small.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-827" title="b22-small" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/b22-small-300x209.jpg" alt="" width="300" height="209" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ผู้หญิงกับผู้ชายใคร IQ ดีกว่ากัน&#8230;ถ้าสนใจรายละเอียดมากกว่านี้</p>
<p style="text-align: center;">ลองเข้าไปอ่าน<a href="http://www.iqeqdekthai.com/project/main.php?service=research">ในนี้</a>ค่ะ</p>
<p style="text-align: center;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p>เอาล่ะถึงคราวเหลียวมาดู <strong><span style="color: #ccffcc;">EQ</span></strong> กันบ้าง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/iq-eq3.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-836" title="iq-eq3" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/iq-eq3-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>EQ ในภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ แต่มีด้านที่ต่ำลงอย่างน่าสนใจดังนี้</p>
<p>ใน <span style="color: #ff99cc;">เด็ก 3-5 ปี</span> ได้แก่ <span style="color: #ff99cc;">การปรับตัวต่อปัญหา และความกระตือรือร้น</span> &#8230;อืม แปลไทยเป็นไทยก็คือ เด็กเราเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวยาก และไม่ค่อยสนใจอะไร</p>
<p>ส่วน<span style="color: #ff99cc;">เด็ก 6-10 ปี</span> ด้านที่ลดทำเอาขมวดคิ้วเพราะเป็นด้านหลักของพัฒนาการเด็ก ได้แก่ <span style="color: #ff99cc;">ความมุ่งมั่นพยายาม</span> (<a href="http://xn--q3cpbe5bna8ah.com/Contents/%E0%B8%97%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99">Industry</a> ของ Erikson)  ซึ่งเด็ก 6 -11ขวบในปี 2550 ก็คือวัยรุ่นในพศ.นี้นะคะ ไม่แปลกเลยใช่มั้ยที่เด็กๆเริ่มเห่อของนอก ชอบฟุ้งเฟ้อ ไม่อดทน  เพราะถ้าพัฒนาการขั้นนี้ไม่ผ่าน จะเกิด Inferior (ปมด้อย)ขึ้นแทนค่ะ แถมเด็กใน พศ.2554 ยังมีการลดเพิ่มอีกด้านคือ <span style="color: #ff99cc;">ความสุข ความเบิกบาน </span>&#8230;เด็กเรามีแนวโน้มว่านอกจากเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ชอบสบาย อิจฉาและเรียกร้องแล้ว ยังไม่มีความสุข ความเบิกบานในชีวิต ไม่สามารถสร้างความสุขในตัวเองขึ้นมาได้อีกด้วยนะคะ</p>
<p>ถามอีกครั้ง จะ<span style="color: #ff0000; font-size: x-large;"> พอ </span>และ<strong><span style="color: #99cc00; font-size: x-large;"> เริ่มต้น </span></strong>กันอย่างจริงจังได้หรือยัง?</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/iq-eq.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-837" title="iq-eq" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/05/iq-eq-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>ภาพข้างบนคือการเปรียบเทียบ 6 จังหวัดต้นแบบ ในโครงการพัฒนา IQ-EQ เด็กไทย ซึ่งมีตัวชี้ชะตากันอีก 5 ปีข้างหน้าในการสำรวจ IQ ใหญ่อีกครั้งว่า&#8230; IQ เฉลี่ยเด็กวัยเรียนของ 6 จังหวัดนี้ต้องมากกว่า 100 ค่ะ</p>
<p>ทำไมถึงมีการเปรียบเทียบในด้านประชากร รายได้ต่อหัวต่อปี  GPP ของจังหวัด รวมทั้งอันดับรายได้เมื่อเทียบกันในประเทศให้ดู ก็เพราะตามทฤษฎี ถ้า GDP สูง รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อคนต่อปีมากกว่า 100,000 บาท คุณภาพของเด็กน่าจะดี แต่เราสวนทฤษฎีค่ะ GDP ไทยโตอย่างน่าชื่นใจอย่างต่อเนื่อง(ตามรายงาน) รายได้ต่อหัวเราเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดเราลดลง อัตราการตายขณะคลอดลดลง มีการตรวจพัฒนาการสม่ำเสมอมากขึ้นและเด็กไทยพัฒนาการสมวัยมากกว่า 80 % (ตามรายงาน) ซึ่งคุณภาพเด็กเราน่าจะดีและ IQ เฉลี่ยเราน่าจะมากกว่า 100  เพราะเกิดน้อย พ่อแม่รวยขึ้น เข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขดีขึ้น การศึกษาปรับเปลี่ยนให้ทัดเทียมนานาอารยะประเทศ &#8230; <span style="text-decoration: underline;"><span style="font-size: x-large;"><strong><span style="color: #ff6600;">แต่</span></strong></span></span><span style="font-size: x-large;"><strong><span style="color: #ff6600;"> </span></strong></span>มันไม่ใช่&#8230;ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?</p>
<p>แมะล่า IQ-EQ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วล่ะค่ะ สหรัฐเคยสำรวจ IQ พร้อมเราเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว IQ เฉลี่ยของเขาอยู่ระดับ 102 รัฐบาลยุคนั้นเต้นผาง เปิดวอร์รูม ตั้งแผนการศึกษาชาติ รวมทั้งควบคุมสื่อสำหรับเด็ก ออกกฎหมายแรงงานให้แม่ลาคลอดได้ 1 ปี และสามารถกลับมาทำงานตำแหน่งเดิมได้ พ่อสามารถลาคลอดเพื่อช่วยแม่เลี้ยงเด็ก พัฒนาระบบบริการสาธารณสุข ฯลฯ สารพัดจัดตั้ง เพราะอเมริกาต้องการเป็นเจ้าโลก ถ้าคนของเขา IQ เฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ปกติ จะเป็นผู้นำของโลกได้อย่างไร&#8230;ผลสำรวจหลังจากนั้น พบว่า IQ เฉลี่ยของเขาอยู่ที่ 112 ค่ะ  แล้วเราล่ะ? &#8230;อะแฮ่ม โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง ^ ^</p>
<p style="text-align: center;">สุดท้ายนี้ขออัญเชิญพระราชดำรัส</p>
<p style="text-align: center;">ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว</p>
<p style="text-align: center;">ผู้ทรงพัฒนาการศึกษา</p>
<p style="text-align: center;">และทรงตราพระราชบัญญัติประถมศึกษาแห่งชาติ เมื่อ พศ.2464</p>
<p style="text-align: center;">มาไว้ในที่นี้ค่ะ</p>
<blockquote><p style="text-align: center;"><span style="color: #ffff00; font-size: large;">ข้าไม่ต้องการตำราเรียนที่เดินได้ ที่ข้าอยากได้นั้นคือเยาวชนที่เป็นสุภาพบุรุษ</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ffff00; font-size: large;">ข้าจะไม่โศกเศร้าเลย ถ้าเจ้ามารายงานว่าเด็กคนหนึ่งเขียนหนังสือไม่คล่อง</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ffff00; font-size: large;">คิดเลขซ้อนไม่เป็น และไม่รู้วิชาเรขาคณิต</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ffff00; font-size: large;">ถ้าข้าได้รู้ว่าเด็กคนนั้นได้ศึกษาพอ</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ffff00; font-size: large;">ที่จะรู้ว่าความเป็นลูกผู้ชายคืออะไร</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ffff00; font-size: large;">ข้าต้องการให้การศึกษาเป็นสิ่งที่งดงาม</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ffff00; font-size: large;">จนทำให้เด็กที่ออกไปแล้ว</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ffff00; font-size: large;">หวนกลับมาคิดถึงในวันข้างหน้าด้วยความภาคภูมิใจ</span></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">จากจุดเริ่มต้นของการศึกษาอย่างเป็นแบบแผนของประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;">ปัจจุบันเราทำได้แบบไหนคะ?</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
</blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/818/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เด็กอัจฉริยะ</title>
		<link>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/813</link>
		<comments>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/813#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Feb 2012 13:02:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ตามคำขอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/seasonschange/?p=813</guid>
		<description><![CDATA[
ตลอดการทำงานมาเจอเด็กที่มี IQ สูงเกิน 130 อยู่ 2 คน คนล่าสุดเพิ่งเจอวันนี้ และเป็นความสามารถที่สูงมากจริงๆ จนตกใจว่า error หรือเปล่า แต่เมื่อทบทวนทั้งหมดก็ต้องยอมรับว่าภายใต้การวัดด้วยแบบทดสอบแบบหนึ่ง เด็กน้อยคนหนึ่งทำได้มากกว่าวัยเดียวกันเยอะ ขนาดเกือบแตะเพดานสูงสุดของ very superior เลยล่ะ
ดูไม่น่ามีปัญหาใช่มั้ยคะ ผล IQ ทะลุทะลวง พ่อแม่พี่น้องรวมทั้งเจ้าตัวเล็กปลื้มกันทั้งบ้านแน่ๆ  แต่มีค่ะ! เพราะการบอกว่าใคร IQ เท่าไร ส่งผลทั้งบวกและลบ เจ้าตัวเล็กนี่ก็เหมือนกัน
เรามาดูปัญหาที่พามากันก่อน

งานไม่ส่ง ทำไม่เสร็จ ชวนเพื่อนคุย
ก้าวร้าว  รุนแรง ใจร้อน ขี้หงุดหงิด 
อ่าน-เขียนต่ำกว่าเกณฑ์

เท่านี้ก็คงพอนึกออกว่าเจ้าตัวเล็กประสบปัญหายุ่งยากขนาดไหนในห้องเรียน รวมทั้งคุณครูและพ่อแม่ด้วย แต่พอผลการทดสอบออกมามันตรงข้าม IQ สูงลิ่ว แต่มีลักษณะของ Dyslexia (ภาวะความผิดปกติของสมองที่สัมพันธ์กับการอ่าน)  และ Dysgraphia (ภาวะความผิดปกติของสมองที่สัมพันธ์กับการเขียน) ร่วมด้วย &#8230;แน่นอนว่าทุกคนโล่งอก เพราะภาวะผิดปกติดังกล่าวสามารถเรียนรู้ได้แต่อาจจะช้าหน่อย และเจ้าตัวเล็กมีฐานการเรียนรู้ที่ดีมากดังนั้นไม่น่ามีปัญหา

เมื่อไขปัญหาเบื้องต้นออก ก็มาถึงปัญหาพฤติกรรมกันล่ะ
จุดอ่อนของเด็ก IQ สูงๆคือ รำคาญเพื่อน รำคาญการเรียนซ้ำๆ เพราะฟังแป๊บเดียวก็เข้าใจแล้ว แต่ถ้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/02/images.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-814" title="images" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/02/images.jpg" alt="" width="225" height="224" /></a></p>
<p>ตลอดการทำงานมาเจอเด็กที่มี IQ สูงเกิน 130 อยู่ 2 คน คนล่าสุดเพิ่งเจอวันนี้ และเป็นความสามารถที่สูงมากจริงๆ จนตกใจว่า error หรือเปล่า แต่เมื่อทบทวนทั้งหมดก็ต้องยอมรับว่าภายใต้การวัดด้วยแบบทดสอบแบบหนึ่ง เด็กน้อยคนหนึ่งทำได้มากกว่าวัยเดียวกันเยอะ ขนาดเกือบแตะเพดานสูงสุดของ very superior เลยล่ะ<span id="more-813"></span></p>
<p>ดูไม่น่ามีปัญหาใช่มั้ยคะ ผล IQ ทะลุทะลวง พ่อแม่พี่น้องรวมทั้งเจ้าตัวเล็กปลื้มกันทั้งบ้านแน่ๆ  แต่มีค่ะ! เพราะการบอกว่าใคร IQ เท่าไร ส่งผลทั้งบวกและลบ เจ้าตัวเล็กนี่ก็เหมือนกัน</p>
<p>เรามาดูปัญหาที่พามากันก่อน</p>
<ol>
<li>งานไม่ส่ง ทำไม่เสร็จ ชวนเพื่อนคุย</li>
<li>ก้าวร้าว  รุนแรง ใจร้อน ขี้หงุดหงิด </li>
<li>อ่าน-เขียนต่ำกว่าเกณฑ์</li>
</ol>
<p>เท่านี้ก็คงพอนึกออกว่าเจ้าตัวเล็กประสบปัญหายุ่งยากขนาดไหนในห้องเรียน รวมทั้งคุณครูและพ่อแม่ด้วย แต่พอผลการทดสอบออกมามันตรงข้าม <strong><span style="color: #ff9900;">IQ สูงลิ่ว แต่มีลักษณะของ Dyslexia (ภาวะความผิดปกติของสมองที่สัมพันธ์กับการอ่าน)  และ Dysgraphia (ภาวะความผิดปกติของสมองที่สัมพันธ์กับการเขียน)</span></strong> ร่วมด้วย &#8230;แน่นอนว่าทุกคนโล่งอก เพราะภาวะผิดปกติดังกล่าวสามารถเรียนรู้ได้แต่อาจจะช้าหน่อย และเจ้าตัวเล็กมีฐานการเรียนรู้ที่ดีมากดังนั้นไม่น่ามีปัญหา</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/02/images3.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-815" title="images3" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/02/images3.jpg" alt="" width="200" height="232" /></a></p>
<p>เมื่อไขปัญหาเบื้องต้นออก ก็มาถึงปัญหาพฤติกรรมกันล่ะ</p>
<p><span style="color: #ff99cc;">จุดอ่อนของเด็ก IQ สูงๆคือ รำคาญเพื่อน รำคาญการเรียนซ้ำๆ </span>เพราะฟังแป๊บเดียวก็เข้าใจแล้ว แต่ถ้า <strong><span style="color: #ff99cc;">ร่วมกับปัญหาการอ่าน-เขียน</span></strong> จะเพิ่มอีกอย่างคือความปวดร้าว เพราะมันทำให้เก็บกด หมดความภาคภูมิใจในตัวเอง คิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า โดนล้อ หรือมีคนจ้องจับผิดว่า เดี๋ยวก็ทำผิดอีกหรือทำไม่ได้อีก แล้วก็โกรธตัวเองว่า   มันไม่ได้ยาก แต่ทำไมถึงทำไม่ได้</p>
<p>คำถามเหล่านี้จะอยู่ในใจตลอด ส่งผลให้เด็กที่เป็น Dyslexia เป็นคนเจ้าอารมณ์ เพราะทนไม่ได้ ที่ใคร ๆ ก็ดูถูก บางคนคิดว่า ปัญญาอ่อนไปโน่นเลย แต่จริงๆคือพฤติกรรมการเรียนรู้เป็นแบบนั้นเอง</p>
<p>ซึ่งเจ้าตัวเล็กก็บ่นเรื่องนี้ให้ฟังด้วยท่าทีเป็นผู้ใหญ่เกินตัวว่า รำคาญเพื่อนล้อ ทั้งเรื่องไม่ทำการบ้าน ไม่ส่งงาน อ่านเขียนไม่ได้ ตัวก็เตี้ย ฯลฯ  แถมยังชวนเพื่อนคุยจนเพื่อนเรียนไม่ได้ กลายเป็นจอมป่วนไป</p>
<p>ถ้าสังคมของเด็กเก่งมากๆ แวดล้อมไปด้วยคนไม่เข้าใจ เขาว่ากันว่า เด็กๆมักมีทางเลือก 2 ทางคือ</p>
<ol>
<li><strong><span style="color: #99cc00;">อวดตัว </span></strong>- ตั้งตัวเองอยู่บนหอคอยงาช้าง รู้สึกว่าตนเองสูงกว่าคนอื่น ทำงานคนเดียวก็ได้ ไม่มีเพื่อนก็ไม่เห็นเป็นไร ไม่ยอมใคร ชอบแข่งขันและต้องเอาชนะ(ให้ได้) </li>
<li><strong><span style="color: #99cc00;">ลดตัว</span></strong> - เมื่ออยากให้เพื่อนยอมรับ ก็ต้องลดศักยภาพของตนเองลง ไม่อยากเรียนรู้ อคติกับคุณครูและเพื่อน ทำให้ความสามารถที่มีอยู่ไม่พัฒนา  พรสวรรค์ถูกกลืนไปพร้อมกาลเวลา เรามีเด็กเก่งๆหลายคนหายไปกับวงจรนี้เมื่อโตขึ้นค่ะ</li>
</ol>
<p>เดาได้มั้ยคะว่าเจ้าตัวเล็กอยู่ข้อไหน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/02/images2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-816" title="images2" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/02/images2.jpg" alt="" width="256" height="184" /></a></p>
<p>ก็ถึงคราวของการแก้ไขพฤติกรรมและเสริมความสุขให้กับการเรียนรู้แล้ว</p>
<p>โชคดีมากที่เจ้าตัวน้อย อยู่<a href="http://www.wisaschool.com/"><span style="text-decoration: underline;"> </span>รร.วิศานุสรณ์ </a>ซึ่งทั้งชั้นมีนร.แค่ 6 คน  และเป็นรร.แนวมอนเตสซอรี่  ดังนั้นหมดห่วงเรื่องการเรียนการสอนได้เลย เพราะสามารถจัดให้สอดคล้องกับความสามารถของเขาได้ไม่ยาก เช่น คณิตศาสตร์ให้เรียนระดับ ป.6 ไป (เกินวัยแต่ความสามารถถึง) ส่วนการเขียน-อ่านก็ไปเรีียนกับน้องป.2 ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร</p>
<p>สารภาพว่าอยากเห็นระบบการศึกษาไทยจัดแบบเรียนตามศักยภาพเช่น เด็กบางคนอาจเรียนวิชาคณิตศาสตร์ชั้น ป.1 แต่วิชาวิทยาศาสตร์อยู่ชั้นป.3 อ่านเขียนไทยอยู่ชั้นป.2 &#8230;ซึ่งทุกวิชาจะอยู่ระดับชั้นที่ต่างกันก็ไม่เห็นเป็นไร ขึ้นอยู่กับความสามารถพิเศษของเด็กแต่ละคนไป น่าจะดีกว่าการเรียนแบบเหมาเข่ง เช่น ขึ้น ป.3 ต้องคูณ-หารเลขได้ ทั้งๆที่ความสามารถของเด็กบางคนบวกเลขยังไม่เป็นเลย แล้วไปอัดอั้นตันใจกันทั้งครู นร.และพ่อแม่</p>
<p>สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ของเจ้าตัวน้อยควรจะต้องทำ คือ<strong><span style="color: #99cc00;"> ดูแลความรู้สึกของลูก</span></strong> เพราะไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนเก่งที่สุดในโลก ยังมีอีกหลายคนที่เก่งกว่านี้ หรือเพื่อนๆอาจเก่งในด้านอื่นๆที่ทำได้ดีกว่าเขา (อย่างน้อยอัจฉริยภาพ 8 ด้าน ของ ดร.การ์ดเนอร์ก็ยืนยันอยู่ล่ะ (ที่ว่าอย่างน้อย เพราะยังมีการศึกษาในห้องทดลองอีก 1 ด้าน)) &#8230;<strong><span style="color: #ff9900;">สิ่งที่เขาควรรู้คือมนุษย์ไม่ได้มีแค่ IQ อย่างเดียวที่จะบอกว่าเป็นอัจฉริยะเท่านั้น</span></strong> &#8230; และเขาก็ยังเป็นเด็กเหมือนเพื่อนๆ ซึ่งจะดีมากถ้าเจ้าตัวเล็กจะช่วยเพื่อนด้วยการสอนวิชาที่ถนัดให้  รู้จักฟังความคิดเห็นของคนอื่น ไม่ใช้ความเก่งไปอวดข่มใคร  เพื่อนๆ ก็น่าจะชอบเขามากขึ้น และเขาก็น่าจะมีความสุขมากขึ้นด้วย เรียกว่าฝึกทักษะทางสังคมและทักษะทางอารมณ์กันไป เพราะเป็นจุดอ่อนของคนเก่งๆหลายๆคน</p>
<p>ที่สำคัญในอนาคตข้างหน้า เราอาจมีนักวิทยาศาสตร์ระดับไอน์สไตน์น้อยก็ได้ ขนาดตอนนี้เธอยังคิดทำกระทงอนุรักษ์ธรรมชาติจากน้ำแข็งมาแล้ว หึหึหึ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/02/images4.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-817" title="images4" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/02/images4.jpg" alt="" width="160" height="160" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ccffcc;">การดูแลเด็กๆ จึงน่าจะอยู่ที่การเข้าใจในตัวตนของลูกนะคะ</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ccffcc;">ถ้าเข้าใจในตัวตนของเขา</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ccffcc;">ไม่ว่าลูกจะเป็นเด็กแบบไหน </span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ccffcc;">คุณก็จะช่วยเติมเต็มความสุขของเขาได้เสมอค่ะ</span></p>
<p><span style="color: #99cc00; font-size: x-small;">** ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/813/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การพึ่งตัวเองในภาวะวิกฤต</title>
		<link>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/801</link>
		<comments>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/801#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2012 13:05:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ตามคำขอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/seasonschange/?p=801</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเอาตัวรอดในภาวะฉุกเฉิน แต่เท่าที่ประสบและช่วยประคองกันมา เป็นแนวทางง่ายๆแบบนี้ค่ะ
1.ผัก ผลไม้ ดูข่าวแล้วตกใจกับความว่างเปล่าของชั้นวางของในห้าง เพราะสงสัยว่านอกจากเครื่องกระป๋อง ของแห้งต่างๆแล้ว มีใครเตรียมผัก ผลไม้ไว้บ้างมั้ย ในภาวะที่ต้องทำกินเอง และเสี่ยงกับการไม่มีไฟฟ้าใช้นั้น ยังมีผักผลไม้หลายอย่างที่สามารถเก็บไว้กินได้นานๆโดยไม่ต้องเข้าตู้เย็น เช่น ฟักทอง ฟักเขียว เผือก มัน หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง ข้าวโพดหวานดิบ พริกสด มะนาว  ขิิง ข่า ตะไคร้ มะกรูด-ใบมะกรูดนะคะ
เลือกฟักทองแก่จัดซัก 1-2 ลูก มีเผือก มัน ขิง ข่า ข้าวโพด ฟักเขียวลูกแก่ๆ ติดบ้านไว้ก็ไม่เลวหรอกค่ะ เพราะบางทีเราอาจอยากกินผักสดบ้าง สำหรับมะนาว มะกรูด วิธีเก็บนอกจากฝังทรายแล้ว ยังผึ่งลมสัก2-3 ชม. แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ทิ้งให้สะเด็ดน้ำเก็บไว้ในภาชนะโปร่งๆก็ยังเก็บไว้ได้2-3 สัปดาห์ ส่วนพริกสด ใบมะกรูดล้างแล้วสะเด็ดน้ำให้แห้ง ห่อกระดาษเก็บไว้ในที่ร่ม ก็อยู่ได้นานเหมือนกัน ตะไคร้ทั้งต้นแช่น้ำพอท่วมโคน ตั้งทิ้งไว้เป็นอาทิตย์ได้สบายๆเลยค่ะ

เวลาตัดแบ่งฟักทอง ฟักเขียว มาทำอาหาร คนโบราณจะใช้ปูนแดงป้ายเพื่อรักษาส่วนที่เหลือ ดังนั้นควรมีปูนแดงไว้ด้วยก็จะดีค่ะ ฉุกเฉินมาทาตุ่มแมลงกัดก็ยังได้
ผลไม้สด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเอาตัวรอดในภาวะฉุกเฉิน แต่เท่าที่ประสบและช่วยประคองกันมา เป็นแนวทางง่ายๆแบบนี้ค่ะ</p>
<p>1.<span style="color: #99cc00; font-size: large;"><strong>ผัก ผลไม้</strong></span><span style="font-size: large;"> </span>ดูข่าวแล้วตกใจกับความว่างเปล่าของชั้นวางของในห้าง เพราะสงสัยว่านอกจากเครื่องกระป๋อง ของแห้งต่างๆแล้ว มีใครเตรียมผัก ผลไม้ไว้บ้างมั้ย ในภาวะที่ต้องทำกินเอง และเสี่ยงกับการไม่มีไฟฟ้าใช้นั้น ยังมีผักผลไม้หลายอย่างที่สามารถเก็บไว้กินได้นานๆโดยไม่ต้องเข้าตู้เย็น เช่น ฟักทอง ฟักเขียว เผือก มัน หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง ข้าวโพดหวานดิบ พริกสด มะนาว  ขิิง ข่า ตะไคร้ มะกรูด-ใบมะกรูดนะคะ</p>
<p>เลือกฟักทองแก่จัดซัก 1-2 ลูก มีเผือก มัน ขิง ข่า ข้าวโพด ฟักเขียวลูกแก่ๆ ติดบ้านไว้ก็ไม่เลวหรอกค่ะ เพราะบางทีเราอาจอยากกินผักสดบ้าง สำหรับมะนาว มะกรูด วิธีเก็บนอกจากฝังทรายแล้ว ยังผึ่งลมสัก2-3 ชม. แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ทิ้งให้สะเด็ดน้ำเก็บไว้ในภาชนะโปร่งๆก็ยังเก็บไว้ได้2-3 สัปดาห์ ส่วนพริกสด ใบมะกรูดล้างแล้วสะเด็ดน้ำให้แห้ง ห่อกระดาษเก็บไว้ในที่ร่ม ก็อยู่ได้นานเหมือนกัน ตะไคร้ทั้งต้นแช่น้ำพอท่วมโคน ตั้งทิ้งไว้เป็นอาทิตย์ได้สบายๆเลยค่ะ</p>
<p><span id="more-801"></span></p>
<p>เวลาตัดแบ่งฟักทอง ฟักเขียว มาทำอาหาร คนโบราณจะใช้ปูนแดงป้ายเพื่อรักษาส่วนที่เหลือ ดังนั้นควรมีปูนแดงไว้ด้วยก็จะดีค่ะ ฉุกเฉินมาทาตุ่มแมลงกัดก็ยังได้</p>
<p>ผลไม้สด เช่น แตงโม  ส้มโอ ส้ม กล้วยเป็นเครือ มะพร้าวอ่อน  สับปะรด  มันแกว มะม่วงดิบก็พอไหวนะคะ ส่วนไข่+ข้าวนั้นของจำเป็นแน่นอน สิ่งเหล่านี้อาจไม่ต้องไประดมที่ห้างใหญ่เสมอไป จากตลาดใกล้บ้านก็พอหาได้ค่ะ</p>
<p>หรือจะเปรี้ยวกว่านั้นปลูกโหระพา กระเพรา ตะไคร้ พริก สะระแหน่ คึ่นช่าย ฯลฯ ในกระถางทั้งตั้งพื้นและแขวน เตรียมสู้ภาวะวิกฤตก็ได้นะคะ ^ ^</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-802" title="page1" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page1-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page11.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-803" title="page11" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page11-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>2. นอกจากนี้ยังมี<strong><span style="color: #99cc00;"> <span style="font-size: large;">กลุ่มถนอมอาหาร</span> </span></strong>ตั้งแต่ แหนม กุนเชียง หมูหยอง หมูแผ่น หมูเส้น กุ้งแห้ง ปลาเค็ม ปลากรอบ ปลาแห้ง ผักดอง หน่อไม้ดอง หน่อไม้อัด ไชโป๊ว ไข่เค็ม ขิงดอง กระเทียมดอง น้ำพริกต่างๆ บะหมี่สำเร็จรูป วุ้นเส้น สปาเก็ตตี้  มักกะโรนี พาสต้า อาหารแช่แข็ง(ในกรณีที่มั่นใจว่ามีไฟฟ้าใช้) ข้าวกระป๋อง ปลา-ผัก - ผลไม้กระป๋อง ถ้ามีเวลาทำหมูเค็มเก็บไว้ได้เลยค่ะ เผื่อเบื่อกลุ่มอาหารกระป๋องก็ยังมีอาหารสร้างสรรค์ที่เราทำเก็บไว้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง  และเท่าที่ช่วยทำอาหารส่งช่วงอุทกภัย พบว่าไข่สดนึ่งให้สุกเก็บไว้ได้นานกว่าไข่ต้มค่ะ</p>
<p>*** แต่อาหารกลุ่มนี้ควรระวัง เพราะความเค็มจะทำให้หิวน้ำมากขึ้น และบะหมี่ซองดีกว่าบะหมี่กระป๋องนะคะอย่างน้อยยังเอามาขยำกินง่าย(ไม่ต้องใส่น้ำก็ได้)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-804" title="page2" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page2-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page4.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-805" title="page4" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page4-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>3. เชื่อมั้ยว่า &#8220;<span style="color: #ff99cc;"><strong>ข้าวหลาม</strong></span>&#8221; ช่วยชีวิตตอนลงไปช่วยน้ำท่วม  เพราะเก็บได้นาน คงคุณค่าอาหารสูง พลังงานเพียบ อิ่มทน เป็นภูมิปัญญาไทยที่คารวะด้วยความซาบซึ้งยิ่งเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ขนม ของว่างของไทยๆ ยังมีประโยชน์ในการเก็บไว้กินนานๆได้เยอะค่ะ เช่น ข้าวตัง กล้วยฉาบ กล้วยตาก กล้วยกวน ทุเรียนอบ ของกวนต่างๆ ขนมผิง อาลัว นางเล็ด ฝอยทองที่เป็นขนมแห้งๆก็ใช้ได้นะคะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page3.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-806" title="page3" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page3-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>กลุ่มธัญพืชก็น่าสนใจค่ะ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม งา ซีเรียลต่างๆ คอร์นเฟล็กซ์ หรือ แครกเกอร์  แยม  น้ำผึ้ง (ใช้ทาแผลได้ด้วยนะ) ผลไม้อบแห้ง ลูกเกด ช็อกโกแลต น้ำผลไม้ นม ลูกอม น้ำหวาน(พวกเฮลซ์บลูบอย เวลาเพลีย กลูโคสจากพวกนี้เข้าเลือดได้เร็วค่ะ) น้ำอัดลม เวลาเพลีย ท้องเสีย หรือความดันต่ำเล็กน้อยพอเวียนหัวจากความเครียดนอนไม่พอ เปิดโค้ก-เป็บซี่ (2อย่างนี้มีคาเฟอีน) ตั้งทิ้งไว้ให้หายซ่า ใส่เกลือไปหน่อย จิบไปเรื่อยๆทีละนิดก็พอช่วยได้ค่ะ</p>
<p>ยังมีถั่วเขียว+กระสอบหรือผ้าโปร่ง เมล็ดผักบุ้ง เผื่อเพาะถั่วงอกกับผักบุ้งกิน หรือเมล็ดพันธุ์ผักอื่นๆ&#8230; ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ซะเลย ถ้าเบื่ออาหารกระป๋อง ทำถั่วเขียวต้มน้ำตาล  เต้าส่วน(จากถั่วเขียวกระเทาะเปลือก) ถั่วแดงต้มน้ำตาล หรือมันต้มขิง เผือกต้มข่า ก็อร่อยดี</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page5.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-807" title="page5" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page5-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page6.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-808" title="page6" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page6-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p>4. เครื่องปรุงรส + ของแห้ง+แป้ง : หอม พริกแห้ง กระเทียม กะปิ น้ำตาล น้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำมัน เกลือ ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก จะต่อด้วยน้ำมันหอย น้ำส้มสายชู เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ กะทิสำเร็จรูป มะขามเปียก แป้งมัน(ทำอาหาร+ขนมได้หลายอย่าง) แป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม แป้งแพนเค้ก ก็ไม่มีใครว่าอะไรค่ะ อย่ายอมให้ภาวะวิกฤตสกัดความคิดสร้างสรรค์ในการทำอาหารของเรานะคะ (แม้จะยุ่งหน่อยก็เหอะน่า)</p>
<p>5.เตาหุงหาอาหาร จะใช้เตาแก๊สก็ไม่สะดวกนักหรอกค่ะ แต่ถ้ามีที่ทางและขนหนีทันเตาแก๊สก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่ เพียงแต่เวลาลงพื้นที่ สิ่งที่พัสดุจัดสรรให้เราคือ<a href="http://www.thailandoutdoor.com/OutdoorGear/StoveAndLantern/Stove2/stove2.html">เตาแคมปิ้ง</a>ค่ะ ลองศึกษาความเป็นไปได้ในการมีไว้ติดบ้าน ติดตัวก็ไม่เลวนะคะ</p>
<p>แล้วอย่าลืมอุปกรณ์ครัว อย่างน้อยมีหม้อ กระทะ มีด  เขียง ช้อน-ส้อม จาน-ชามบ้างก็ยังดีค่ะ อาจไม่ถึงขั้นต้องเตรียมครก แต่ถ้าอยากเตรียมก็ได้นะคะ <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>6. กระดาษอนามัย(ทิชชู)ทั้งแบบเปียกและแห้ง ผ้าเย็นแบบยกแพ็ค เจลล้างมือ ทั้งสามอย่างจะช่วยลดการใช้น้ำลงได้ค่ะ กระดาษแบบเปียกที่เขียนว่าสำหรับเช็ดหน้า-มือ และสำหรับทำความสะอาดเด็ก รวมทั้งผ้าเย็นมีประโยชน์มากถ้าเราจะประหยัดน้ำอาบ(หรือน้ำไม่สะอาดพอที่จะอาบ)  ถังน้ำ(มีฝาปิดยิ่งดี) สายยางเล็กเผื่อทำกาลักน้ำ ขัน กะละมัง ถุงดำ ถุงก๊อบแก๊บ เหล่านี้ขอให้เยอะหน่อยค่ะ ถ้าจะสร้างสรรค์ขึ้นไปอีกเตรียมถุงพลาสติก+ยางรัด+เชือกฟาง ไว้ก็สนุกนะคะ ไว้ใส่อาหารที่กินไม่หมดหรือเป่าลมมัดถุงให้แน่น ถ้าถุงใหญ่พอก็ใส่ของหรือเกาะลอยน้ำได้เหมือนกัน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page0.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-812" title="page0" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page0-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>แชมพู สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน สาวๆคนไหนใช้ครีมทาตัวทาหน้า ลิปมัน Pad ก็เตรียมเอาเองนะคะ (อันนี้บอกเฉยๆว่ามียาบางชนิดที่กินเพื่อ<a href="http://thaipharmacies.org/knowledge/disease/155-postpone-menstruation.html">เลื่อนประจำเดือน</a>ได้ ซึ่งเวลาลงพื้นที่แล้วคาดว่าจะเป็นพอดี เราก็กินค่ะเพื่อกันความยุ่งยาก ไม่สะดวกหลายๆประการ) <strong><span style="color: #ff9900;">ในกรณีที่สงวนน้ำไว้อาบแล้วต้องการสระผม </span></strong>ก้มตัวลง ใช้แป้งฝุ่นโรยตัว โรยที่โคนผมแล้วเขย่าเส้นผมเบาๆให้แป้งร่วง แล้วค่อยหวีผมจะช่วยลดความมันที่หนังศีรษะได้ค่ะ ประหยัดน้ำไปอีกหน่อย &#8230;อย่าลืมเสื้อผ้าที่เบาๆ แห้งง่าย เสื้อกันฝน (เวลาหนาวก็อุ่นดีค่ะ) เสื้อผ้าร่ม รองเท้าแตะแบบกระชับเท้าไม่ใช่ใส่แล้วลื่นปื๊ด ไม่มีดอกยางเหลือ</p>
<p>เท่าที่ลองมา สำหรับน้ำและโคลนรองเท้าแบบนี้จะเวิร์คที่สุดค่ะ ยิ่งได้บู๊ทยาว หรือกางเกงกันน้ำแบบเอี๊ยมจะดีมากเพราะโคลนจะดูุดเท้า แต่ถ้าแค่น้ำ รองเท้าแบบที่นำมาให้ดูก็ใช้ได้แล้วค่ะ หลักสำคัญคือหัวรองเท้าควรปิด เพราะใต้น้ำอาจมีเหล็ก ตะปู ฝาท่อ ฯลฯ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page31.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-811" title="page31" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page31-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>อย่าลืมไฟฉาย(แบบ LED ไฟจ้าดีมากเลยล่ะค่่ะ) เทียน ไม้ขีดไฟ ไฟแช็ค</p>
<p>7. ยาสามัญประจำบ้าน ยาประจำตัว และ<a href="http://61.19.30.155/koratflood2012/download/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B8%99%202554.pdf">หยดทิพย์</a>(คลอรีนน้ำ)  สารส้ม  สุขาจำเป็น ถ้ามีเครื่องกรองน้ำแบบเคลื่อนที่ หรือตั้งโต๊ะก็เตรียมไว้เถอะค่ะ อย่างน้อยเตรียมน้ำไว้ใช้ก็ยังดีกว่าพึ่งน้ำขวดอย่างเดียว</p>
<p>ที่สำคัญ<span style="color: #ccffff;"><span style="text-decoration: underline;">ถ้ามีสมาชิกต้องกินยาประจำตัว ควรกันน้ำดื่มไว้ส่วนหนึ่ง</span></span>เพื่อการนี้นะคะ เพราะยาไม่ควรกินกับน้ำผลไม้หรือนม</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page7.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-809" title="page7" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page7-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ถ้าใช้กาต้มน้ำไฟฟ้า(ถ้ามีไฟใช้) เลือกใช้แบบข้างล่างนี้นะคะ เพราะน้ำจะเดือด ฆ่าเชื้อโรคได้ดีกว่าแบบอื่น</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page8.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-810" title="page8" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page8-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></p>
<p>เก็บขวดน้ำดื่มไว้ทำน้ำใช้แบบลิ้งค์ข้างล่างก็ไม่เลวนะคะ หรือไว้ทำเสื้อชูชีพ แพไว้เกาะเล่นก็สร้างสรรค์กันไป เพราะจะอยู่รอดก็ควรเตรียมตัวระดับหนึ่ง และไม่ยอมอับจนง่ายๆเนาะคะ</p>
<p><a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1288083014&amp;grpid&amp;catid=04">http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1288083014&amp;grpid&amp;catid=04</a></p>
<p><a href="http://lanpanya.com/wash/archives/2549">http://lanpanya.com/wash/archives/2549</a></p>
<p style="text-align: center;">***********************************************</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีเรื่องของยุง+แมลงกัดต่อย เลยชวนทำอะไรสนุกๆเพื่อเตรียมตัวในเรื่องไล่ยุง+แมลงกันค่ะ  ได้ความรู้จากวารสาร<span style="color: #ff9900; font-size: large;"><strong>พลัง+งาน</strong></span> ของ สสส.(ฉบับ 13 พฤศจิกายน 2554-มกราคม 2555) และลองทำดูก็ง่ายดี เผื่อใครจะทำไว้ใช้หรือระดมพลพรรครักเธอทำไว้แจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยได้ใช้ประโยชน์ อย่างน้อยพอช่วยบรรเทาก็ยังดีนะคะ</p>
<p>เขาเรียกว่า <span style="color: #ff00ff; font-size: large;"><strong>บาล์มไล่ยุงและไล่แมลง</strong></span></p>
<p>ส่วนผสมคือ</p>
<p>1. น้ำยาฉุน 1 ช้อนโต๊ะ</p>
<p>2. กลีเซอรีนเกรดเอ 2 ถ้วย</p>
<p>3. ขี้ผึ้ง 2 - 3 ช้อนโต๊ะ</p>
<p>4. น้ำมันตะไคร้บ้าน 20 หยด</p>
<p>5. น้ำมันตะไคร้หอม 20 หยด</p>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>ยาฉุน </strong></span>คือ ใบยาสูบแห้งหั่นเป็นเส้น ๆ เลยไปขอยาเส้นของคนที่มาตัดหญ้าที่บ้านมา 1 มวน แกะใช้นิดเดียว แช่น้ำครึ่งถ้วยทิ้งไว้ 1 คืน ยาจะได้ออกดีๆ อิอิอิ</p>
<p>ส่วนผสมอื่นๆก็ไปที่ร้านขายสารเคมีที่ใช้ทดลองในวิชาวิทยาศาสตร์ จะได้ครบเลยล่ะค่ะ แปลงร่างกลับไปเป็นเด็กอีกทีก็สนุกดี</p>
<p>อุปกรณ์อื่นๆ ก็มี <span style="color: #ff9900;">ถ้วยตวง  ช้อนตวง  หลอดหยด (Dropper)  หม้อตุ๋น  ขวดใส่บาล์มหรือกระปุก </span>ก็ได้</p>
<p>มาเริ่มกันเลยค่ะ</p>
<p>ตั้งหม้อตุ๋น ใส่ขี้ผึ้ง กลีเซอรีน น้ำยาฉุน ตามขนาดที่ให้ไว้ ตุ๋นด้วยไฟอ่อนๆจนละลายเข้ากันดี ลดไฟ แล้วหยดน้ำมันหอมระเหยที่เตรียมไว้ ยกลงจากเตา คนต่อให้ตัวยาเข้ากัน จนเนื้อบาล์มเป็นสีขุ่นๆ ระหว่างที่ยังเหลวอยู่ก็เทใส่ขวด/กระปุกที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ให้เย็น ปิดฝา เก็บไว้ใช้หรือแจกก็ได้ค่ะ</p>
<p>** การใช้น้ำมันตะไคร้ 2 ชนิดร่วมกัน จะทำให้กลิ่นไม่ฉุนเกิน</p>
<p>แมะล่าถ้ามีการเตรียมตัว อย่างมีจุดหมาย อะไรๆก็ดูไม่ยากเย็นและไม่ต้องเป็นภาระมากนักเนาะคะ ^_________________^</p>
<p style="text-align: center;">***********************************************</p>
<p>***<span style="color: #ff0000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">แต่อย่างไรก็ตาม</span></strong></span>จะเห็นว่าการเตรียมอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็ก ผู้สูงวัยมีข้อจำกัดมากมาย จึงเป็นเหตุผลว่าถ้าเป็นไปได้กลุ่มนี้ควรออกจากพื้นที่ประสบภัยค่ะ</p>
<p>และการซื้อของ ควรสำรวจก่อนว่าปกติ เรากินอะไร เท่าไร มีคนอยู่กี่คน ของในบ้านมีอะไรบ้าง จดไว้เพื่อคำนวณปริมาณและการซื้อ อย่างทั้งปีใช้มะขามเปียกไม่ถึง 1 กก. ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเพื่อเก็บสำรองไว้ถึง 1 กก.ในช่วงคาดว่าจะเจอภัย  (ในช่วงแบบนั้นความอยากอาหารของเราจะลดลงค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นแค่กินให้มีแรงก็พอ ดังนั้นการซื้อจึงไม่ควรเผื่อมากมาย ) ซื้อไว้เยอะเกินเป็นภาระภายหลังด้วยนา</p>
<p>***<span style="color: #ccffcc; font-size: small;">*ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/801/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ให้ถอดก็ถอด(สิน่า)</title>
		<link>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/793</link>
		<comments>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/793#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Jan 2012 13:53:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ตามคำขอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/seasonschange/?p=793</guid>
		<description><![CDATA[
สืบเนื่องจากปีที่แล้วมีภารกิจยุ่งกับสาธารณภัยหลายครั้ง ทำให้ พี่ตึ๋ง ฝากการบ้าน(สั่ง)ไว้ &#8220;ถ้าว่างกรุณา(ต้อง) ถอดบทเรียนอย่างสร้างสรรค์ ให้หน่อย&#8221; &#8230;มันยากตรงนี้แหละ  

ไหนๆจะถอด ก็ต้องตกลงบริการ เอ้ย! ทำความเข้าใจกันก่อนว่า เป็นการถอดในกรอบของการเตรียมความพร้อมทางการแพทย์ในสถานการณ์สาธารณภัยและเป็นมุมมองของคนๆเดียวเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการบริหารจัดการส่วนอื่นๆ กรุณาอย่าเอาไปโยง เดี๋ยวมันจะยุ่ง
เมื่อเกิดภัยพิบัติ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ&#8221;การควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นระบบ&#8220;   ซึ่งการควบคุมสถานการณ์ในช่วงแรกให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีแผนที่ดีรองรับ และโดยหลักการแล้ว แผนที่ดี จำเป็นต้องอาศัยการประสานงานของหน่วยงานหลัก 3 ฝ่าย ได้แก่
1. หน่วยงานในเครือข่ายการปกครอง
2. หน่วยงานในเครือข่ายงานกู้ภัย ป้องกันภัยต่างๆ   ตำรวจ  ทหาร
3. หน่วยงานในเครือข่ายด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งประกอบด้วย งานบริการการแพทย์ก่อนถึงรพ. และงานรักษาพยาบาลใน รพ.
การปฏิบัติงานตามภารกิจของสามฝ่ายจะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีผู้สั่งการ (Field Commander) ค่ะ&#8230;(บันทึกนี้ใครไม่ชอบคำว่าต้องอ่านผ่านๆไปก็ได้ อิอิอิ) ซึ่งหน่วยงานหลักทั้ง 3 ฝ่าย จำเป็นจะต้องมีผู้สั่งการเฉพาะของทีมแต่ละฝ่าย ที่มีความรู้ ความชำนาญในการควบคุมสถานการณ์ สามารถตัดสินใจสั่งการได้ถูกต้อง เท่าทันกับเหตุการณ์ มีความรอบรู้ในเรื่องทรัพยากรและเครือข่ายต่างๆในพื้นที่ มีทักษะในการติดต่อประสานงาน เพื่อระดมสรรพกำลังเข้าร่วมนะคะ คือเป็นทั้ง Command (สั่งการตามสายบังคับบัญชา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/images-6.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-795" title="images-6" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/images-6.jpg" alt="" width="194" height="260" /></a></p>
<p>สืบเนื่องจากปีที่แล้วมีภารกิจยุ่งกับ<a href="http://lanpanya.com/seasonschange/archives/755">สาธารณภัย</a>หลายครั้ง ทำให้ <a href="http://lanpanya.com/jogger/">พี่ตึ๋ง</a> ฝากการบ้าน(สั่ง)ไว้ &#8220;ถ้าว่างกรุณา(ต้อง) ถอดบทเรียน<em><strong><span style="color: #99cc00;">อย่างสร้างสรรค์</span></strong></em> ให้หน่อย&#8221; &#8230;มันยากตรงนี้แหละ <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' /> </p>
<p><span id="more-793"></span></p>
<p>ไหนๆจะถอด ก็ต้องตกลงบริการ เอ้ย! ทำความเข้าใจกันก่อนว่า เป็นการถอดในกรอบของ<span style="font-size: x-large;"><strong><span style="color: #ff9900;">ก</span></strong></span>ารเตรียมความพร้อมทางการแพทย์ในสถานการณ์สาธารณภัยและเป็นมุมมองของคนๆเดียวเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการบริหารจัดการส่วนอื่นๆ กรุณาอย่าเอาไปโยง เดี๋ยวมันจะยุ่ง</p>
<p>เมื่อเกิดภัยพิบัติ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ&#8221;<span style="color: #ccffcc;"><span style="font-size: x-large;"><strong>ก</strong></span>ารควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นระบบ</span>&#8220;   ซึ่งการควบคุมสถานการณ์ในช่วงแรกให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีแผนที่ดีรองรับ และโดยหลักการแล้ว แผนที่ดี จำเป็น<span style="font-size: x-large;"><strong><span style="color: #ff99cc;">ต้</span></strong></span>องอาศัยการประสานงานของหน่วยงานหลัก 3 ฝ่าย ได้แก่</p>
<p>1. หน่วยงานในเครือข่ายการปกครอง</p>
<p>2. หน่วยงานในเครือข่ายงานกู้ภัย ป้องกันภัยต่างๆ   ตำรวจ  ทหาร</p>
<p>3. หน่วยงานในเครือข่ายด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งประกอบด้วย งานบริการการแพทย์ก่อนถึงรพ. และงานรักษาพยาบาลใน รพ.</p>
<p>การปฏิบัติงานตามภารกิจของสามฝ่ายจะประสบความสำเร็จได้ ต้องมีผู้สั่งการ (Field Commander) ค่ะ&#8230;(บันทึกนี้ใครไม่ชอบคำว่าต้องอ่านผ่านๆไปก็ได้ อิอิอิ) ซึ่งหน่วยงานหลักทั้ง 3 ฝ่าย จำเป็นจะ<em><span style="color: #ff99cc;"><span style="font-size: x-large;"><strong>ต้</strong></span>องมีผู้สั่งการเฉพาะของทีมแต่ละฝ่าย</span></em> ที่มีความรู้ ความชำนาญในการควบคุมสถานการณ์ สามารถตัดสินใจสั่งการได้ถูกต้อง เท่าทันกับเหตุการณ์ มีความรอบรู้ในเรื่องทรัพยากรและเครือข่ายต่างๆในพื้นที่ มีทักษะในการติดต่อประสานงาน เพื่อระดมสรรพกำลังเข้าร่วมนะคะ คือเป็นทั้ง Command (สั่งการตามสายบังคับบัญชา เป็นแนวดิ่ง) และ Control (การควบคุมกำกับ ประสานงานให้หน่วยต่างๆทำงานร่วมกัน เป็นการควบคุมแนวราบ)&#8230;</p>
<p><strong><em><span style="color: #ccffcc;">Command &amp; Control </span></em></strong>จึงเป็นกระบวนการควบคุมและสั่งการ ที่สามารถพลิกผันสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ จากร้าย ยุ่งเหยิง อลหม่าน ให้กลายเป็น ดี มีระบบได้ ถ้าเข้าใจทั้งกระบวนการและมีการสื่อสารที่ดีทั้งแนวราบและแนวดิ่ง</p>
<p>แต่ที่ผ่านมามันไม่ชัดเจนไงคะ การสั่งการแบบ ผวจ.CEO ที่ประชุมบนโต๊ะ จึงยังไม่เพียงพอในแผนปฏิบัติการให้ได้ผลค่ะ และ&#8221;ทีมแต่ละทีม&#8221;ก็เป็นเบี้ยหัวแตก &#8230;ทำให้การช่วยเหลือหรือควบคุมสถานการณ์ช้าไป</p>
<p>นอกจากเครือข่าย 3 ฝ่ายใหญ่แล้ว ยังมีหน่วยงาน/องค์กรเอกชนที่ช่วยในการควบคุมสถานการณ์ได้ เช่น อาสาฯต่างๆ  หน่วยกู้ชีพ หน่วยกู้ภัย  เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น เราไม่ควรลืมพวกเค้านะคะ</p>
<p>อยากเห็นการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินแบบผู้ตัดสินใจสูงสุด มีรายชื่อของผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านอยู่ในมือน่ะค่ะ เช่น รู้ว่าพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว ผู้บริหารสูงสุดมีลิสต์รายชื่อของผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว ทีมฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เก่งฉกาจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร การประมวลข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญด้านฐานรากอยู่ในมือ เพื่อช่วยในการเตือนภัย-ควบคุมสถานการณ์ - ฟื้นฟู ฯลฯ &#8230; เรามีผู้เชี่ยวชาญตั้งเยอะ ลองเอามาขึ้นลำดับไว้ ก็น่าจะดีนะคะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/images-7.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-796" title="images-7" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/images-7.jpg" alt="" width="244" height="206" /></a></p>
<p><span style="color: #ccffcc;"><span style="font-size: x-large;"><strong>การ</strong></span>เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์สาธารณภัย</span></p>
<p>ต่อจากการควบคุมสถานการณ์ ก็มาถึง P แรกและ P เดียวของสาธารณสุข ก็คือการเตรียมการ (Preparation)</p>
<p>เราควรมีการเตรียมการที่จำเป็น 3 ด้านคือ</p>
<p>1. การวางแผนบริหารจัดการทางการแพทย์ในสถานการณ์สาธารณภัย (Planing) องค์ประกอบของแผนควรประกอบด้วย โครงสร้าง ผู้ประกาศใช้แผนฯ บุคลากร และบทบาทความรับผิดชอบ ซึ่งแผนควรมีข้อมูลประกอบ เช่น ธรรมชาติของภัยที่เกิดขึ้น อย่างที่ผ่านมาคืออุทกภัย(ใหญ่) ควรรู้ว่าธรรมชาติของภัยน้ำ คือการท่วม แล้วจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง โรค-อุบัติเหตุ-ผลกระทบ-ความเสียหายโครงสร้างพื้นฐาน ที่สำคัญคือ <span style="color: #ff99cc;"><strong>การขนย้ายผู้ป่วย </strong></span>ฯลฯ ศักยภาพของบุคลากร ระบบสื่อสาร จำนวนทรัพยากรที่มี วิธีการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นๆ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ควรมีการประเมินสถานการณ์อย่างแย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้น และวางแผนไว้ล่วงหน้านะคะ</p>
<p>2. การจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น ในการบริหารจัดการทางการแพทย์ ในสถานการณ์สาธารณภัย (Equipment) มี 2 ส่วนได้แก่ อุปกรณ์ป้องกันตัวเอง (Personal Protective Equipment) และ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Equipment)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-800" title="page" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>อุปกรณ์ป้องกันตัวเอง เช่น เสื้อ ที่สามารถจำแนกประเภทของบุคลากรได้ อย่างฝนตกเป็นเสื้อคลุมสะท้อนแสง ..เบิร์ดมีเสื้อ DMAT เสื้อกั๊กของสธ. เสื้อของกรมสุขภาพจิต ฯลฯ เพื่อใช้จำแนกเมื่อต้องเข้าไปในกลุ่มชน  เวลาลงพท.มีเสื้อชูชีพ รองเท้าบู๊ท ถุงมือยางทางการแพทย์  ป้ายชื่อพร้อมเบอร์โทร.ส่วนตัวและทีมผนึกแบบกันน้ำ ฯลฯ เหล่านี้เป็นอุปกรณ์เพื่อป้องกันตัวเองทั้งหมด</p>
<p>อุปกรณ์ทางการแพทย์ก็เช่น อุปกรณ์ช่วยชีวิต อุปกรณ์ช่วยฟื้นคืนชีพ อุปกรณ์ในการขนย้ายผู้ป่วย ยาที่จำเป็นตามสถานการณ์ที่เข้าไป  น้ำเกลือ  ฯลฯ</p>
<p>3. การฝึกอบรมบุคลากร เพื่อการบริหารจัดการทางการแพทย์ในสถานการณ์สาธารณภัย (Training)</p>
<p>เรามีความครอบคลุมในแผนเพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์มาก-น้อยแค่ไหน มีการซักซ้อมอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ มาก-น้อยและสม่ำเสมอเพียงไร มีองค์กรหลักที่รับผิดชอบในการจัดทำแผนบูรณาการที่ครอบคลุมทุกเครือข่าย และติดตามการนำแผนไปสู่การเตรียมความพร้อมและการปฏิบัติจริงหรือไม่</p>
<p><span style="font-size: x-large;"><strong><span style="color: #99cc00;">ใคร</span></strong></span>จะเป็นคนทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น&#8230;</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/images-5.jpg"></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/images-8.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-797" title="images-8" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/images-8.jpg" alt="" width="188" height="268" /></a><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2012/01/page.jpg"></a></p>
<p>เมื่อลงพื้นที่ พบว่าหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการบริหารจัดการสถานการณ์สาธารณภัยคือ&#8221;<strong><span style="color: #ff9900;"><span style="font-size: x-large;">ก</span>ารสื่อสาร</span></strong>&#8220;</p>
<p>และปัญหาที่พบคือ <strong><span style="color: #ff99cc;">การขาดข้อมูล</span></strong> (Information) เช่น เราไม่รู้เลยว่าพื้นที่ที่รับผิดชอบเป็นอย่างไร มีการแพร่ระบาดของโรคอะไร</p>
<p><strong><span style="color: #ff99cc;">ขาดการยืนยันความถูกต้องของข้อมูล</span></strong> (Confirmation) เช่น เราได้รับพื้นที่ไหน (ก่อนลงมา ไ้ด้รับคำสั่งว่าบางกรวย แต่พอมารายงานตัวกลับเป็นบางใหญ่) ไม่ทราบว่าพื้นที่ที่เข้าไปต้องการอะไรบ้าง และได้รับการช่วยเหลือจากไหนแล้ว</p>
<p>และ<strong><span style="color: #ff99cc;">การขาดการประสานงาน</span></strong> (Coordination) ผู้ประสานคือใคร ไปที่ไหน อย่างไร ใครคือผู้รับผิดชอบหลัก  เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุที่ทำให้การทำงานลำบากขึ้นทั้งสิ้น</p>
<p>เช่น เราขาด IV  Set IV  Setเย็บแผล วัคซีนบาดทะยัก ฯลฯ สื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ก็ได้รับการสนับสนุนตามมา แม้จะเป็นอีก 3 วันให้หลังก็เหอะ แต่ถ้าไม่มีการสื่อสาร ไม่มีการสนับสนุน ก็ขาดแคลนแน่ๆ</p>
<p>ซึ่งวิธีการสื่อสาร ใช้ทั้งวิทยุ โทรศัพท์ และ Telemedicine ผ่าน Internet  ดังนั้นเครือข่าย-คลื่นความถี่ เพื่อรองรับในสถานการณ์แบบนี้มีความจำเป็นสูงสุดค่ะ นอกจากนี้ยังมี&#8221;<strong><span style="color: #99cc00;">นกหวีด</span></strong>&#8221; ติดตัว เพื่อการสื่อสารฉุกเฉินอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/images-5.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-794" title="images-5" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/images-5.jpg" alt="" width="229" height="220" /></a></p>
<p>อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ 3 T</p>
<p><strong><span style="color: #ffff00;">Triage</span></strong> = การคัดกรอง เป็นการจัดกลุ่มและนำผู้ป่วยไปส่งยังสถานที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม กรณีของเราเป็นการไปตั้ง รพ.สนามที่ศูนย์ฯเฉลิมพระเกียรติ จึงมีการคัดกรองแบบ Triage sort โดยทางการแพทย์ใช้ trauma score ในการคัดแยกผู้ป่วย ส่วนทางจิตวิทยาใช้คำถามในการประเมิน บันทึกมันยาวแล้ว ละรายละเอียดไว้แล้วกันค่ะ</p>
<p><strong><span style="color: #ffff00;">Treatment </span></strong>= การรักษา อันนี้ไม่มีอะไรมาก เพราะเป็นความชำนาญตามวิชาชีพอยู่แล้ว</p>
<p><strong><span style="color: #ffff00;">Transport</span></strong> = การส่งต่อผู้ป่วย ในเหตุการณ์สาธารณภัย ขั้นตอนนี้สำคัญมากค่ะ เพราะควรทำอย่างรวดเร็ว และมีขั้นตอนที่ถูกต้อง ที่ผ่านมาเรามีข้อจำกัดในเรื่องยานพาหนะ พื้นที่ และกำลังคน จำเป็นต้องปรับใช้วิธีการที่สั้นที่สุด เพื่อส่งให้เร็วที่สุดด้วยการประสานงานกับป้องกันภัยฯในพื้นที่ ใช้เรือในการขนส่ง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/page1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-799" title="page1" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/page1-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></p>
<p style="text-align: center;">สำหรับเพื่อนรักสี่ขา</p>
<p style="text-align: center;">ควรมีการทำป้ายชื่อ+เบอร์โทร.เจ้าของห้อยปลอกคอไว้ค่ะ</p>
<p style="text-align: center;">เวลาพลัดหลงติดต่อกันได้ง่าย</p>
<p style="text-align: center;">โปรดทราบว่ากระพรวน กระดิ่ง กระดึง ไม่ได้ช่วยอะไรมากไปกว่ารู้ว่ามีเจ้าของนะคะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/page.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-798" title="page" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/page-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">และสุดท้ายก็พบว่า</p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff99cc;"><span style="font-size: x-large;">ก</span>ะละมังธารา  ปรมาลาภา</span></strong>&#8230;</p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff99cc;">การมีกะละมังไว้ลอยน้ำเป็นลาภอันประเสริฐ(ยิ่ง)</span></strong></p>
<p style="text-align: center;">^__________________^</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">นักข่าวหัวเป็ด..รายงาน</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: x-small;">***ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ตค่ะ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/793/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ต้นหนาวที่ดอยช้าง</title>
		<link>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/772</link>
		<comments>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/772#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Dec 2011 14:59:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[รอยใจในรายทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/seasonschange/?p=772</guid>
		<description><![CDATA[
อาทิตย์ที่ผ่านมา พา แขกเมืองหลวง ที่หนีน้ำท่วมมาอยู่ชร. 1 เดือนเต็มขึ้นดอยช้าง เพราะส่วนตัวอยากเห็นความก้าวหน้าของกลุ่มผลิตกาแฟดอยช้างที่วช.(สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ) คัดเลือกเป็นจังหวัดนำร่องในการสร้างชุมชนเศรษฐกิจสังคมฐานความรู้  ( Knowledge - Based Economy and Society System: KBES ) ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งป่านนี้น่าจะจบโครงการที่ทำต่อเนื่อง 3 ปีไปเรียบร้อยแล้ว จึงควรไปดูว่าดอยช้างจะอยู่ได้ดีจริงๆหรือเปล่า
ล้อหมุน 8 โมง 10 นาที ออกจากรพ.ชร.  ระยะทางประมาณ 37 กม.จากตัวเมือง บนเส้นทางสายเชียงราย-เชียงใหม่ เลี้ยวขวาที่แยกบ้านตีนดอย-เลียบริมเขื่อนแม่สรวย-ผ่านหมู่บ้านทุ่งพร้าว-ห้วยไคร้ วกวนคดโค้งไปตามทิวเขาอีกประมาณ 30 กิโลเมตร ก็ถึงจุดหมายปลายทาง เส้นทางนี้เห็นน้ำในเขื่อนแม่สรวย  เป็นฉากสวยอยู่หลายช่วงตอน

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. ก็ถึงที่หมาย แวะพักยืดเส้นยืดสาย กินกาแฟเรียกแรงกลับมา ที่บ้าน พี่สุวนัย กู่แก้วเกษม หนึ่งในกลุ่มชุมชนผู้ปลูกกาแฟดอยช้างและเป็นผู้พาเที่ยวในทริปนี้ ก่อนจะเปลี่ยนขึ้นรถกระบะ 4&#215;4 ของพี่สุวนัย เพื่อตะลุยขึ้นดอยสูงกว่า 1500 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-773" title="dc" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>อาทิตย์ที่ผ่านมา พา <a href="http://lanpanya.com/cinshy/">แขกเมืองหลวง</a> ที่หนีน้ำท่วมมาอยู่ชร. 1 เดือนเต็มขึ้นดอยช้าง เพราะส่วนตัวอยากเห็นความก้าวหน้าของกลุ่มผลิตกาแฟดอยช้างที่วช.(สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ) คัดเลือกเป็นจังหวัดนำร่องในการสร้าง<a href="http://lanpanya.com/seasonschange/archives/38">ชุมชนเศรษฐกิจสังคมฐานความรู้  ( Knowledge - Based Economy and Society System: KBES )</a> ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งป่านนี้น่าจะจบโครงการที่ทำต่อเนื่อง 3 ปีไปเรียบร้อยแล้ว จึงควรไปดูว่าดอยช้างจะอยู่ได้ดีจริงๆหรือเปล่า</p>
<p>ล้อหมุน 8 โมง 10 นาที ออกจากรพ.ชร.  ระยะทางประมาณ 37 กม.จากตัวเมือง บนเส้นทางสายเชียงราย-เชียงใหม่ เลี้ยวขวาที่แยกบ้านตีนดอย-เลียบริมเขื่อนแม่สรวย-ผ่านหมู่บ้านทุ่งพร้าว-ห้วยไคร้ วกวนคดโค้งไปตามทิวเขาอีกประมาณ 30 กิโลเมตร ก็ถึงจุดหมายปลายทาง เส้นทางนี้เห็นน้ำในเขื่อนแม่สรวย  เป็นฉากสวยอยู่หลายช่วงตอน<span id="more-772"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc11.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-785" title="dc11" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc11-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. ก็ถึงที่หมาย แวะพักยืดเส้นยืดสาย กินกาแฟเรียกแรงกลับมา ที่บ้าน <strong><span style="color: #99cc00;">พี่สุวนัย กู่แก้วเกษม</span></strong> หนึ่งในกลุ่มชุมชนผู้ปลูกกาแฟดอยช้างและเป็นผู้พาเที่ยวในทริปนี้ ก่อนจะเปลี่ยนขึ้นรถกระบะ 4&#215;4 ของพี่สุวนัย เพื่อตะลุยขึ้นดอยสูงกว่า 1500 เมตรกันต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc4.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-774" title="dc4" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc4-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>หลังจากหัวสั่นหัวคลอนในท้ายกระบะกันเล็กน้อยพอให้ซ้อมใหญ่ ก็แวะกินข้าวเที่ยงที่ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ อันเป็นส่วนหนึ่งของเกษตรที่สูงดอยช้าง(วาวี) ซึ่งไม่มีคนมากมายมาวุ่นวายให้รำคาญใจ พี่เจี๊ยบเตรียมข้าวผัดกุนเชียงมาหม้อใหญ่ ผักสด จาน-ช้อน-น้ำพร้อม ลูกทัวร์ก็หาที่นั่งตามอัธยาศัยทั้งม้านั่งยาวใต้เงาแดดสวย หรือในร่มเงาของซุ้ม อากาศบนนั้นเย็นสบาย ไม่ร้อนทั้งๆที่เกือบเที่ยง เป็นมุมกินข้าวที่สวย สบายและอร่อยชวนเจริญอาหาร จน(ตอนนั้น)เอาอะไรมาแลกก็ไม่ย้อมมมม</p>
<p>เมื่ออิ่มและถ่ายรูปนู่นนี่นั่นกันจนพอใจแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปดูบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และพุทธอุทยานดอยช้างกันล่ะ &#8230;ลูกทัวร์พร้อมสำหรับการเดินทางแล้วนะคะ มะไปกันเล้ย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc0.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-775" title="dc0" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc0-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>กระด๊อกกระแด๊กไปตามทางลูกรังอีกประมาณกิโลกว่าๆ ก็ถึงทางเดินขึ้นพุทธอุทยานดอยช้าง ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 159 ไร่ (มั้งถ้าจำไม่ผิด) เส้นทางลัดเลาะผ่านป่าสวย ครึ้ม เย็น ได้ยินเสียงจิ้งหรีด แมลงคุยกันขรม คงบอกกันว่ามีคนมาอีกแล้วๆๆ</p>
<p>ก่อนถึงลานแท่นหินศักดิ์สิทธิ์ ต้องผ่านป่าไผ่ชนิดที่หลินปิงกิน บรรยากาศสวยมากเหมือนในหนังจีน จนอยากได้มาปลูก เพราะต้นเล็ก เรียว เปลาตรง ไม่มีหนาม และเหมือนจะไม่แตกกอเกะกะ แต่พบความจริงอย่างหนึ่งว่าไม่ควรไปถ่ายรูปด้วยอย่างเด็ดขาดเพราะเราจะ&#8221;<strong><span style="color: #ff9900;">อ้วน</span></strong>&#8220;ทันที</p>
<p>ตรงแท่นหินศักดิ์สิทธิ์ มีป้ายจารบอกรายละเอียดไว้ว่า</p>
<p><em><span style="color: #ff99cc;">ณ ที่แห่งนี้ พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับที่แท่นหินนี้ เมื่อพรรษาที่ 4 ของพระองค์ พระองค์มาพร้อมด้วยสาวกจำนวนหนึ่ง มีพระสาวกที่เรารู้จักกันดี  2 องค์ คือพระกัสสปะเถระ ผู้เ่ก่งทางธุดงค์ และพระสังกัจจายะผู้มากด้วยโชคลาภ </span></em></p>
<p><em><span style="color: #ff99cc;">เมื่อพระองค์จะเสด็จกลับ จึงได้อธิษฐานวางเส้นผม 4 เส้นลงในก้อนหินที่ประทับ วันดีคืนดี (เพ็ญ 15 ค่ำ มักจะเป็นเวลาดึกสงัด) จะปรากฎเป็นแสงสว่างลอยขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วจะลอยกลับตอนใกล้สว่าง เป็นเช่นนี้มานานแล้ว และสถานที่แห่งนี้ก็เป็นที่ธุดงค์ของพระสายธุดงค์มานานแล้วเช่นเดียวกัน สถานที่แห่งนี้จึงถือว่าเป็นสถานที่ทำความสงบทางกาย วาจา ใจ ทางพุทธศาสนา</span></em></p>
<p>หลังจากยกมือไหว้สักการะพระพุทธรูปที่ลาน และแท่นหินศักดิ์สิทธิ์แล้ว เราวกลงเดินผ่านป่าไผ่ เพื่อขึ้นไปสำนักสงฆ์พุทธอุทยานดอยช้าง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc3.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-776" title="dc3" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc3-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ทางเดินเข้าสำนักสงฆ์สวยมาก ปูด้วยหินแม่น้ำก้อนแบนๆ หลายขนาดซ้อนๆกัน &#8230;ต้องมีศรัทธาแรงกล้าปานใด ถึงขนหินแม่น้ำมาเรียงสวยได้เช่นนี้</p>
<p>ที่นี่เราต้องถอดรองเท้าแล้วเดินไปตามทางที่มีกลิ่นดอกชาหอมหมื่นลี้กรุ่นหวาน ช่วยให้การเดินเพลินดีเหมือนกัน เพราะต้องระวังทุกย่างก้าว ไม่งั้นจะเซได้ง่ายๆ เปรียบเหมือนการเดินทางของชีวิตได้เลย</p>
<p>ที่สำนักสงฆ์มีหลวงพี่อยู่รูปหนึ่ง บวชมา 14 พรรษาแล้ว เป็นคนท่าศาลา เมืองนครศรีธรรมราช ทำให้น้องณิชได้แหลงใต้สมใจ &#8230;สำเนียงแหลงใต้ บนดอยสูงท่ามกลางบรรยากาศสงบสวย นับเป็นความแตกต่างที่กลมกลืนอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งพี่สุวนัยแอบบอกว่าดีที่หลวงพ่อไม่อยู่ ไม่งั้นเราคงไม่ได้ลงมาง่ายๆ เพราะหลวงพ่อคุยเก่ง ^ ^</p>
<p>หลวงพี่เล่าว่า สำนักสงฆ์แห่งนี้มีกฎอยู่ 3 ข้อ</p>
<p>1. ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์</p>
<p>2. ถือสันโดษ ไม่นิยมการถือไมค์ ไฟส่องหน้า</p>
<p>3. ดูแลรักษาป่า</p>
<p>ตลอดเวลาที่อยู่ในพุทธอุทยาน สัมผัสได้ถึงความเย็น ฉ่ำ อ่อนโยนและสรรพสำเนียงที่เพรียกพร้องก้องไพร &#8230;เราเคยได้ยินเสียงของป่ากันบ้างไหมคะ?</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-777" title="dc1" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc1-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นบ่อก่ออิฐสัณฐานกลม อยู่ข้างบึงกว้าง  น้ำสีมรกตสวย ใสจนเห็นก้นบึง</p>
<p>สิ่งที่น่าทึ่งคือ บนความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่ต่ำกว่า 1200 เมตร มีน้ำซับผุดขึ้นมาจนเป็นบึงกว้าง น้ำใส เย็น อยู่ตลอดปี &#8230;น้ำในบ่อก็เป็นน้ำซึมขึ้นมาเหมือนกันค่ะ(มีปลาตัวหนึ่งอยู่ในบ่อด้วย ^ ^)  นอกจากนี้พรรณไม้ยืนต้นในน้ำ เท่าที่เห็นไม่ใช่ไม้น้ำ แต่ไม่ตาย ลางต้นคือพญาสัตบรรณ และอีกหลายต้นไม่รู้จักนาม ทั้งหมดรากแช่น้ำก็ยังยืนต้นสูงสวยสล้าง ใบร่วงหล่นน้ำก็ไม่เน่า แถมมีฝูงปลาคาร์พตัวอ้วนแหวกว่ายไปมาอย่างเชื่องเชื่อ เมื่อหยุดยืนริมบ่อ ได้ยินเสียงกบเขียด จั๊กจั่นเรไรก้องพนา เป็นระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์และธรรมชาติสงบงามเกินบรรยาย</p>
<p>น้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เย็น ใส ข้างบ่อมีกระบวยให้นักเดินทางตักล้างหน้าหรือดื่มกินได้ตามอำเภอใจ พี่สุวนัยเล่าว่าสมัยก่อนบึงลึกกว่านี้ และเป็นที่เล่นน้ำของช้าง เคยมีคนจับปลาในบึงไปกินแล้วตาย จึงฝังไว้ในบริเวณใกล้ๆนี้ พี่สุวนัยก็ชี้ให้ดูแหละ แต่ไม่อยากถ่ายภาพมา แหะแหะ</p>
<p>บริเวณพุทธอุทยานดอยช้าง หญ้าเรียบเตียน ต้นไม้ พุ่มไม้บางแห่งถูกตัดแต่งอย่างดี ถามพี่สุวนัยถึงรู้ว่าหลวงพ่อมีคนคอยดูแลตัดหญ้าให้อีก 3-4 คน ปัจจัยในการจ้างได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยางพาราใหญ่แห่งหนึ่งของภาคใต้ เพราะหลวงพ่อเคยเป็นที่ปรึกษาบริษัทนั้นมาก่อน &#8230;ใต้กับเหนือ หรือกลาง อีสาน ไม่ได้ห่างไกลกันเหมือนการแบ่งตามภูมิประเทศเลยนะคะ <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc5.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-778" title="dc5" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc5-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ต่อจากพุทธอุทยานดอยช้าง เรากระต๊อกกระตอนบนท้ายรถกระบะกันต่อไปอีกหน่อยก็ถึงสวนแมคคาเดเมียของเกษตรที่สูงดอยช้าง ช่วงนี้แมคคาเดเมียเริ่มติดผล และหล่นเกลื่อนโคนต้น แต่ไม่ทันหนู กระรอก กระแต เพราะเท่าที่เห็นส่วนใหญ่โดนเจาะเรียบ เสียดาย <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' /> </p>
<p>เปลือกแมคคาเดเมียแข็งและหนามาก ถ้าอยู่บ้านพี่สุวนัยจะมีที่บีบทำให้การกินรื่นรมย์ขึ้นเยอะ แต่ที่ดงแมคคาเดเมียต้องหาสิ่งใกล้ตัวมาประยุกต์ ซึ่งจะมีอะไรดีเท่าหิน หิน และหิน</p>
<p>แมคคาเดเมียสด อร่อยมาก รสชาติมันๆเหมือนมะพร้าวเลยล่ะค่ะ และแมคคาเดเมียมีโอเลอิก แอซิด หรือโอเมก้า 9  ซึ่งเป็นไขมันดี สูงถึง 60% แถมที่นี่เก็บฟรี กินฟรี ทำให้น่ากินขึ้นไปอีก อิอิอิ</p>
<p>หลังจากเก็บ ทุบ และกินจนหนำใจ เราก็ไปจุดชมวิวกันต่อ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc6.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-779" title="dc6" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc6-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ที่จุดชมวิว (View point: รู้สึกจะสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1700 เมตร(มั้ง)) วิวสวยมาก ช่วงนั้นเป็นเวลาบ่ายสองกว่า แต่อากาศสดชื่น เย็นสบาย เพราะมีเมฆบังแสงอาทิตย์ให้ ทำให้ภาพหุบเขาเบื้องล่างยังกับอยู่เมืองนอกเลยล่ะค่ะ จนอยากถลาลงเนินแบบจูลี่ แอนดรูวส์ ใน The sound of music เพียงแต่อาจต้องมีคนลงไปแกะจากต้นท้อ กาแฟหรือแมคคาเดเมียอีกที เพราะชัน ^ ^</p>
<p>เมื่อมองจากที่สูงจะเห็นว่าบริเวณนี้ป่ายังอยู่ ถ้าเปรียบเทียบกับช่วงเหนือเขื่อนแม่สรวยพบว่าต่างกันลิบลับจนใจหาย ..อีกนานเท่าไรหนอพื้นที่โล่งเตียนจะกลับเป็นป่าสวยอีกครา</p>
<p>เราอยู่ที่นี่ประมาณครึ่งชม. เอมอิ่มกับความสดของอากาศ และความรู้สึกที่โลกอยู่ใต้เรา แต่อาจมีบางคนแอบนึกว่าขึ้นมาได้ไง&#8230; รวมทั้งประหวั่นนิดๆเมื่อคิดถึงระยะทางที่ต้องลงไป+กลิ้งขลุกๆในท้ายกระบะอีกครั้ง <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc6a.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-780" title="dc6a" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc6a-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc10.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-784" title="dc10" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc10-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>จากจุดชมวิว เรานั่งป๊งกระเด๊งต่อไปที่ไร่กาแฟของพี่สุวนัย  กาแฟที่นี่เป็นพันธุ์อาราบิก้า ที่ปลูกตามธรรมชาติ โดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง-สารเคมี น่าทึ่งว่าปลูกแล้วไม่ต้องให้น้ำอีกเลย เพราะพี่สุวนัยปลูกต้นฝน หลังจากนั้นก็ปล่อยให้โตเอง เพราะฝนที่นี่ดี และน้ำค้างแรง ทำให้ดินชื้นพอ จนไม่ต้องง้อการรดน้ำใดๆ</p>
<p>กาแฟเป็นพืชยืนต้น อายุยืน ถ้าดูแลดีๆอยู่ได้เป็นร้อยปี โดยไม่ต้องปลูกใหม่ เรียกว่าเป็นมรดกให้ลูกหลานได้เลยล่ะค่ะ ต้นกาแฟของพี่สุวนัยส่วนใหญ่อายุ 8-9 ปี แต่ก็ให้ผลผลิตเก็บขายหลายรุ่นแล้ว</p>
<p>นอกจากกาแฟในไร่นี้ยังมีเสาวรส ฟักแม้ว ผักกาดเจ้าหม่อน ชา ฟักทอง สาลี่ป่า ฯลฯ ขึ้นคละกันมากมาย ใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นไม้ต่าง ๆ เมื่อปกคลุมดินก็กลายเป็นปุ๋ยอย่างดีให้กับต้นกาแฟพร้อมกับเพิ่มรสชาติและกลิ่น ทำให้ผลผลิตกาแฟจากดอยช้างแตกต่างจากกาแฟแหล่งอื่นๆ</p>
<p>เปลือกของเมล็ดกาแฟเป็นปุ๋ยเสริมในการบำรุงหน้าดิน และใช้ปลูกผัก การปลูกกาแฟใต้เงาของแมกไม้ใหญ่และระดับความสูงตามสภาพภูมิศาสตร์ทำให้กาแฟของที่นี่เติบโตอย่างช้าๆ สะสมความหนักแน่น รสละเมียดและกลิ่นหอมค่ะ ส่วนวิธีปลูกไม้ใหญ่ควบคู่กันไปอย่างนี้ก่อให้เกิดการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังบำรุงหน้าดินและลดการตัดไม้ทำลายป่าด้วย ขณะเดียวกันต้นไม้ใหญ่ยังก่อให้เกิดผืนป่าและสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยสร้างสมดุลให้กับธรรมชาติ (พี่สุวนัยเรียกว่าติดแอร์ให้กาแฟ) ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพของป่าที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของพันธุ์พืชและสัตว์ป่าทั้งหลาย ขนาดมีชะมดมาอาศัยในไร่กาแฟนี้ด้วยนะ ^ ^ (กาแฟขี้ชะมดแพงมากนะคะ)</p>
<p>กาแฟเชอรี่(เม็ดกาแฟสุกเต็มที่มีสีแดง) เก็บกินสดๆ หวานมาก มิน่าชะมดถึงชอบ ราคาของกาแฟที่สีแล้วตก กก.ละ 220 บาท ถ้ายังไม่ได้สี กก.ละ 180 บาท ส่วนที่คั่วและบรรจุเรียบร้อย กก.ละ 500 บาท&#8230;ราคาดีขนาดนี้คงไม่ต้องสงสัยว่าเศรษฐกิจบนดอยช้างจะเป็นยังไงนะคะ หลายๆบ้านติดจานดาวเทียม(แบบจานดำ) อ่ะ เฮอะๆเหอ</p>
<p>วันที่เราไป แอฟ+ป๋อ ไปถ่ายละครที่โรงงานกาแฟดอยช้าง ทำให้อดไปดู ได้แต่ถ่ายภาพโรงงานกาแฟจากไร่พี่สุวนัยแทน และได้รู้ว่าโรงงานกาแฟบนดอยนี้มีมากกว่า 16 โรง ! อะไรจะขนาดนั้น</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc7.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-781" title="dc7" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc7-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">(ได้หมวกกับผ้าพันคอที่ป้าจุ๋มถักให้ เลยยิ้มสู้ความหนาวได้สบายๆเลยล่ะค่ะ ^ ^)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc8.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-782" title="dc8" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc8-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>หลังจากเหน็ดเหนื่อยกันพอสมควร ก็ได้เวลาเข้าที่พัก (สุวนัย เกสต์เฮ้าส์) ที่นี่มีห้องอาบน้ำอุ่นอยู่ห้องเดียว ที่เหลือน้ำเย็นล้วนๆ อิอิอิ ถนนที่เห็นในภาพ เป็นถนนเลียบหลังที่พักความยาว 10 กม. รับเหมา 52 ล้าน เริ่มในสมัยของคุณสุพจน์  ทรัพย์ล้อม เปลี่ยนผู้รับเหมาไปแล้ว 5 คน คนที่ 5 ทิ้งงานเอาดื้อๆ เพราะสู้ไม่ไหว &#8230;ปปช.จะลองตามรายละเอียด ก็น่าสนใจดีนะคะ ^ ^</p>
<p>พี่เจี๊ยบจัดเต็มให้ในทริปนี้ เตรียมมาหมดทั้งโปรเจคเตอร์ คอมพ์ฯ เพื่อคาราโอเกะ น้องไม้ก็เอากีตาร์มา แถมมันเทศอีกหนึ่งถุงเต็มๆ &#8230;ตอนแรกกะจะปล่อยโคมลอยด้วย แต่อด เพราะกลัวลงไร่กาแฟ ถ้าโคมลอยตกแล้วไฟไหม้กาแฟนะ&#8230;อ่วมแหงมๆเลย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc9.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-783" title="dc9" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc9-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ที่สุวนัย เกสต์เฮ้าส์ นอกจากที่พัก พาเที่ยวและกินกาแฟฟรีแล้ว ยังเลี้ยงอาหารเย็น-อาหารเช้าด้วย เป็นอาหารอาข่าที่อร่อยมหัศจรรย์ ..ข้าวดอยเม็ดสั้นๆ ผัดหอมชูที่เผ็ดนิดๆ (หน้าตาหอมชูอยู่ในมือแม่พี่สุวนัย ภาพมุมซ้ายล่าง)  แกงจืดมะระหวาน แกงจืดผักกาดดอย+ถั่วแขก น้ำพริกอาข่าที่ใส่มะเขือเทศลูกเล็ก+ถั่วคั่วหอมๆ รสเปรี้ยวนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ กินกับผักลวกนานาชนิด แถมไข่เจียว และหมูทอดให้ เผื่อคนข้างล่างไม่ถูกปาก เป็นอาหารง่ายๆแต่อร่อยเพราะความสดของผักที่เก็บจากไร่ + สวนข้างบ้าน ทำให้นึกถึงเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงขึ้นมาจับใจ&#8230;<strong><span style="color: #99cc00;">พอเพียง เพื่อเติบโต อย่างมั่นคง</span></strong> ไม่ใช่พอเพียงแล้วแคระแกร็นตามที่หลายคนอวดความ(ไม่)รู้ไว้อย่างน่าอาย</p>
<p>พี่สุวนัยเล่าว่าคนบนดอยกินเผ็ดเก่ง เพราะอากาศเย็น และสมัยก่อนไม่มีเสื้อผ้ามากมายเหมือนเดี๋ยวนี้ เป็นการใช้ธรรมชาติช่วยปรับสมดุลร่างกายได้อย่างน่าสนใจ ใครว่าคนบนดอยไม่มีความรู้?</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc13.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-786" title="dc13" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc13-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">(ดอยช้างในวันที่ซากุระเมืองไทยยังไม่บาน แต่มีอะไรให้แวะทักทายไม่น้อย)</p>
<p style="text-align: center;">จากดอยสูง เราลงไปที่ไร่ชาสุวิรุฬห์ ซึ่งเป็นชา organic</p>
<p style="text-align: center;">และได้รับเลือกเป็น &#8220;ไร่ชาอินทรีย์ตัวอย่าง&#8221; ของจังหวัดเชียงราย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc16.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-787" title="dc16" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc16-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">หลังกินข้าวเที่ยงที่ร้านครัวพี่หน่อย<br />
 ก็ได้เวลาพาแขกเมืองไปตุหรัดตุเหร่ต่อที่<a href="http://www.tourismchiangrai.com/?p=travelnew&amp;id=4">ไร่แม่ฟ้าหลวง</a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc12.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-788" title="dc12" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc12-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">และปิดท้ายวันอันเหน็ดเหนื่อยที่<a href="http://www.oubkhammuseum.com/">พิพิธภัณฑ์อูบคำ</a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc151.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-790" title="dc151" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/12/dc151-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ตลอดสองวันที่สนุกสนาน เมื่อยระบม อ่อนล้า</p>
<p style="text-align: center;">&#8230;&#8221;<span style="color: #ff99cc;">เพื่อนและมิตรภาพ</span>&#8220;&#8230;</p>
<p style="text-align: center;">ทำให้รู้ว่าการเดินทาง ไม่ใช่แค่ไปถึงจุดหมาย</p>
<p style="text-align: center;">แต่คุณค่าอยู่ที่&#8221;<span style="color: #ff9900;">ความทรงจำ</span>&#8220;</p>
<p style="text-align: center;">ขอบคุณสำหรับรอยใจอันอบอุ่น งดงาม</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">ปล.ลองหาโอกาสพักให้กับตัวเองเพื่อชาร์จแบตฯบ้างก็ไม่เลวนะคะ</p>
<p style="text-align: center;">^_______________^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/772/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อีกครั้งกับน้ำท่วม</title>
		<link>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/755</link>
		<comments>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/755#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Nov 2011 14:38:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความสุขที่แบ่งปัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/seasonschange/?p=755</guid>
		<description><![CDATA[ที่ว่าอีกครั้งเพราะเป็นการไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งที่สองของรพ.ชร.ในรอบปีนี้ แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่หนึ่งลิบลับ การไปนครสวรรค์ครั้งนั้นไปอยู่ รพ.ค่ายจิระประวัติ เป็นพื้นที่สูง น้ำไม่ท่วม ไปช่วยดูแลคนไข้ในลักษณะตั้งรับ แต่ที่ รร.เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาฯ บางใหญ่ซิตี้ มันตรงข้าม
ตั้งแต่การเดินทาง ชร.ทีมหนึ่งใช้เวลาในการเข้าถึงพื้นที่ 3 วัน ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 28 ตค. 2554 เวลาประมาณ 10 โมงกว่า ถึงนครสวรรค์ทุ่มกว่าๆ ต้องพักนอนหนึ่งคืน บรรยากาศในตัวเมืองหลังน้ำลด กลับมาครึกครื้น สดใส มีความหวัง&#8221;ด้วยคนนครสวรรค์เอง&#8221; ที่ไม่ยอมแพ้ ไม่รอคอยการ&#8221;ให้&#8221;จากใคร
แต่ส่วนนอกเมือง ยังรอน้ำลด และต้องพักพิงข้างถนนอยู่อีกไม่น้อย&#8230;    คนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมากที่สุดในครั้งนี้น่าจะเป็นเกษตรกร มากกว่าพ่อค้า นักธุรกิจในเมือง เพราะพ่อค้าถ้าลงมือขายของก็มีเงินสดผ่านมือ แต่เกษตรกรกว่าจะได้เงินกินเวลาเป็นเดือนจึงจะเก็บผลผลิตได้
โรงแรมพิมานอินน์ (ตึกหลัง) ที่เราพักนอน เพิ่งเปิดกิจการได้สองวัน แม้ยังเหลือร่องรอยคราบน้ำ และความไม่พร้อมของอาหารที่เตาอบขนมปังพังเสียหายและแป้งทำขนมสูญสิ้น แต่ความหวังในแววตา ความตรงไปตรงมาและรอยยิ้ม ทำให้ทีมผู้มาเยือนครั้งที่สองยิ้มกว้างพร้อมยักคิ้วบอกไม่เป็นไรอย่างเต็มใจ  

ตลอดเส้นทางสายเอเชียจากนครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา มีน้ำเจิ่งนองสองข้าง และการพักพิงบนไหล่ทางเป็นระยะ ทำให้การจราจรติดขัดอย่างมาก   [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ที่ว่าอีกครั้งเพราะเป็นการไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งที่สองของรพ.ชร.ในรอบปีนี้ แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่หนึ่งลิบลับ การไปนครสวรรค์ครั้งนั้นไปอยู่ รพ.ค่ายจิระประวัติ เป็นพื้นที่สูง น้ำไม่ท่วม ไปช่วยดูแลคนไข้ในลักษณะตั้งรับ แต่ที่ <a href="http://maps.google.co.th/maps?hl=th&amp;gs_upl=710l13747l1l14073l27l26l1l0l0l0l704l6164l0.10.14.1.6-1l27l0&amp;bav=on.2,or.r_gc.r_pw.,cf.osb&amp;biw=1024&amp;bih=558&amp;um=1&amp;ie=UTF-8&amp;q=%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4+60+%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2+%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88+%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5&amp;fb=1&amp;gl=th&amp;hq=%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4+60+%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2&amp;hnear=0x30e291c20f9cc98d:0x3019237450c5130,%E0%B8%AD.%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88+%E0%B8%88.%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5&amp;cid=0,0,4224731944946036681&amp;ei=34a2TuCjFsb3rQfktKCVBg&amp;sa=X&amp;oi=local_result&amp;ct=image&amp;ved=0CAYQ_BI">รร.เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาฯ บางใหญ่ซิตี้</a> มันตรงข้าม</p>
<p>ตั้งแต่การเดินทาง ชร.ทีมหนึ่งใช้เวลาในการเข้าถึงพื้นที่ 3 วัน ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 28 ตค. 2554 เวลาประมาณ 10 โมงกว่า ถึงนครสวรรค์ทุ่มกว่าๆ ต้องพักนอนหนึ่งคืน บรรยากาศในตัวเมืองหลังน้ำลด กลับมาครึกครื้น สดใส มีความหวัง&#8221;<strong><span style="color: #ff99cc;">ด้วยคนนครสวรรค์เอง</span></strong>&#8221; ที่ไม่ยอมแพ้ ไม่รอคอยการ&#8221;ให้&#8221;จากใคร</p>
<p>แต่ส่วนนอกเมือง ยังรอน้ำลด และต้องพักพิงข้างถนนอยู่อีกไม่น้อย&#8230;    คนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมากที่สุดในครั้งนี้น่าจะเป็นเกษตรกร มากกว่าพ่อค้า นักธุรกิจในเมือง เพราะพ่อค้าถ้าลงมือขายของก็มีเงินสดผ่านมือ แต่เกษตรกรกว่าจะได้เงินกินเวลาเป็นเดือนจึงจะเก็บผลผลิตได้</p>
<p>โรงแรมพิมานอินน์ (ตึกหลัง) ที่เราพักนอน เพิ่งเปิดกิจการได้สองวัน แม้ยังเหลือร่องรอยคราบน้ำ และความไม่พร้อมของอาหารที่เตาอบขนมปังพังเสียหายและแป้งทำขนมสูญสิ้น แต่ความหวังในแววตา ความตรงไปตรงมาและรอยยิ้ม ทำให้ทีมผู้มาเยือนครั้งที่สองยิ้มกว้างพร้อมยักคิ้วบอกไม่เป็นไรอย่างเต็มใจ <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> <span id="more-755"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-756" title="fl1" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl1-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ตลอดเส้นทางสายเอเชียจากนครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา มีน้ำเจิ่งนองสองข้าง และการพักพิงบนไหล่ทางเป็นระยะ ทำให้การจราจรติดขัดอย่างมาก   เรามุ่งหน้าเข้ารังสิต  เลี้ยวซ้ายเข้าปทุมฯ เพื่อขึ้นทางด่วนอุดรรัถยา ตามที่ผู้รู้ (ใครฟะ) บอก</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl4.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-759" title="fl4" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl4-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ผ่านเส้นทางไปถึงคลองห้า ขบวนก็ถอดใจ เพราะน้ำลึกมาก เห็นทางขึ้นทางด่วนอยู่ลิบๆ แต่ไม่สามารถฝ่าไปได้ จึงวกรถกลับ ช่วงขากลับนี่แหละที่รู้ธรรมชาติของน้ำ ว่าถ้ามาจะเร็วมาก &#8230;2 ภาพเล็กด้านล่าง คือภาพถ่ายตอนล้อรถตู้ที่นั่งมา(เป็นคันสุดท้ายของขบวน) ลอยจากพื้นถนนทั้งสี่ล้อ เนื่องจากน้ำลึกและเชี่ยว ระดับน้ำเกือบถึงขอบกระจก และน้ำเริ่มซึมเข้ารถ ทำให้ 7 ชีวิตที่อยู่ในคันนี้ เงียบกริบ แม้แต่พี่สนองคนขับ ซึ่งต้องกราบงามๆให้กับสติและความไม่หวั่นไหว เพราะเร่งเครื่องรถตลอดเวลาเพื่อกันน้ำเข้าท่อไอเสีย &#8230;ถ้าน้ำเข้าท่อไอเสีย  เครื่องดับ จากผู้ตั้งใจช่วยเหลือตาละปัดเป็นผู้ประสบภัยเองแน่นอน คงลอยตุ๊บป่องลงคลอง แถมเป็นข่าวอีกต่างหาก 555</p>
<p>พอล้อรถด้านหน้าแตะสะพานข้ามแยก ทุกคนถอนหายใจยาว เฮ้อ ! เกือบไปแล้วแมะล่า แต่อย่าถามเชียวนะคะว่าตอนนั้นนึกถึงอะไร ^ ^</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl6.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-761" title="fl6" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl6-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">(ดอนเมือง 29 ตค. 2554 บ่ายสองโมงกว่าๆ)</p>
<p>หลังจากตะกายออกจากเส้นที่จะขึ้นอุดรรัถยา หมอเต๊าะผู้นำทีมก็ตัดสินใจฝ่าน้ำมุ่งหน้าเข้ากทม. เพื่อขึ้นโทลล์เวย์ไปลงแคราย ภาพรถจอดเรียงรายข้างทางเพื่อหนีน้ำ มันเหมือนหนังมากกว่าเรื่องจริง</p>
<p>เข้าบำราศนราดูร เพื่อพักนอนอีกคืน พอเช้าก็ไปรายงานตัวที่สสจ.นนทบุรี ซึ่งได้รับการ Brief แบบสั้นมากเกี่ยวกับสถานที่ที่เราต้องรับผิดชอบคือ วัดแก้วอินทร์ และ รร.เฉลิมพระเกียรติฯ โดยมอบหมายให้รับผิดชอบเป็นเวลา 1 เดือน และทั้งสองที่ไม่มีพื้นที่แห้งให้ตั้งรพ.สนามได้  ส่วนจะพลิกแพลงอย่างไรหมอเข้าไปดูพื้นที่เองเถอะ !!</p>
<p>เอ๊า เอายังไงก็เอา ชร.ซะอย่าง &#8230;ดูของในรถหกล้อที่เราขนมาซะก่อน ความพร้อมของเราทำเอาทีมปราจีนฯแซวว่ายังกะจะออกรบ ในขณะที่ทีมเค้าเหมือนเดินชายหาด 555 (มีเหน็บอ่ะ)</p>
<p>แต่รถหกล้อของเราเข้าพื้นที่บางใหญ่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเป็นรถสิบล้อ กระบะยาว (แบบที่ใช้ขนรถมาขายนั่นแหละค่ะ) เลยต้องนั่งรอรถอีกครึ่งวัน กว่าจะได้เดินทางเข้าพื้นที่จริง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl2.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-757" title="fl2" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl2-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl3.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-758" title="fl3" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl3-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>เราลงรถที่<a href="http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9540000141627&amp;Keyword=%ba%d2%a7%e3%cb%ad%e8">หน้าตลาดบีบีมาร์เก็ต</a> (พอเรากลับในวันเสาร์ที่ 5 พย.54 &#8230;นายกฯก็ไปเยี่ยมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พย.54 และไปกินข้าวที่ศูนย์ฯนั่นแหละ) ขนของลงเรือตชด.จากชร.ที่มาช่วยพี่น้องประสบภัยที่นี่  เข้าศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย รร.เฉลิมพระเกียรติฯ</p>
<p>เส้นทางเข้าน้ำขนาดไหนดูภาพเอาเองแล้วกันนะคะ เห็นความพยายามเอารถไว้ในที่สูงชัดเจนเลย ^ ^</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl13.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-768" title="fl13" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl13-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>เย็นวันที่ 30 ตค.54  บนเกาะใหม่ของประเทศไทย (เกาะเฉลิมพระเกียรติฯ) รพ.ชั่วคราว ของรพ.ชร.เริ่มจัดตั้ง มีลูกค้ามานั่งรอตั้งแต่หมอยังจัดของในห้องไม่เสร็จ ยามีกี่อย่างก็ยังไม่รู้ แต่ก็ออกมาบริการกันแบบคนข้างนอกรับตรวจไป คนข้างในคอยรับออร์เดอร์ยาเพื่อตะกุยตะกายหาตามกล่องที่เขียนชื่อติดไว้</p>
<p>เย็นวันแรกมีลูกค้า 21 ราย ส่วนใหญ่ท้องเสีย และผื่นคันจากน้ำอาบ มีบางคนต้องสะกิดหนอง เพราะอาบน้ำที่ศูนย์ฯ มานาน 3- 4 วัน เก๊าะช่วงนั้นถังเก็บน้ำใต้ดินของศูนย์ฯ มีน้ำซึมเข้าไป ทำให้การอาบน้ำประปาก็คือการอาบน้ำที่ท่วมนั่นแหละ</p>
<p>ในวันที่ไปถึงเป็นวันสุดท้ายที่น้ำอาบยังไม่สะอาด ทำให้ทุกคนในทีมเมื่ออาบน้ำเสร็จต้องทา TA ครีมตามทันที เพราะคันมาก ส่วนล้างหน้า-แปรงฟัน ใช้น้ำขวดที่เอาไปแทน</p>
<p>ซึ่งการแก้ไขเรื่องน้ำประปาคือการติดตั้งถังเก็บน้ำใหม่จำนวน 3 ถัง ให้อยู่สูงจากระดับน้ำ โดยความช่วยเหลือจากเทศบาลบางใหญ่ส่วนหลังจากนั้น ถ้าน้ำยังมีปัญหาก็น่าจะมาจากกระบวนการผลิตหรือท่อที่ส่งน้ำประปาเองนั่นแหละ&#8230;แต่พูดจริงๆนะ ถึงจะมีการแก้ไขแล้ว น้ำก็ยัง 3 วันดี 4 วันไข้ และกลิ่นคลอรีนแรงมาก เมื่อสอบถามคุณหมออิทธิในวันที่ท้องเสียและอาเจียนจนเกือบทรุด ก็พบว่าใช้น้ำประปานี่แหละบ้วนปาก ล้างหน้า แปรงฟัน</p>
<p>และ<span style="text-decoration: underline;"><em><span style="color: #ff6600;">เมื่อเราทำอาหารกินเอง เพราะเกรงใจแม่ครัว+คนในศูนย์ฯที่ต้องแบ่งปันข้าว-น้ำให้ เจ้าหน้าที่เราก็ไม่ป่วยเพิ่มอีกเลย</span></em></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl12.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-767" title="fl12" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl12-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ในศูนย์ฯแห่งนี้ นอกจากคนแล้วยังมีหมา-แมว ทั้งมีเจ้าของและจรจัด พักอาศัยอยู่ด้วยกัน ซึ่งเจ้าสี่ขาเหล่านี้มีวีรกรรมให้เก็บกวาดกันทุกวัน เพราะเจ้าของส่วนใหญ่ไม่สนใจทำความสะอาดตาม</p>
<p>บางตัวเก่งกล้าขนาด นั่งจ่ายยาอยู่ ก็มาอึข้างๆหน้าตาเฉย เอากับเค้าสิ ! แถมบางตัวมาพร้อมเจ้าของที่มาตรวจ(คน) หมาก็ยกขาฉี่ใส่กล่องใส่ OPD Card ต้องรีบอุ้มออกไปกันอย่างสนุกสนาน</p>
<p>สังเกตเห็นว่าคนที่อยู่ในศูนย์ฯ จะอยู่กันไปวันๆ ไม่ค่อยมีใจที่จะช่วยเหลือกัน หรือคิดถึงส่วนรวมมากนัก เรียกได้ว่าขาดระเบียบ-กฎในการอยู่ร่วมกันค่อนข้างมาก ทำให้ ผอ.รร. เครียดสุดๆ เนื่องจากไม่ีมีการจัดระเบียบก่อนเข้าไป ทั้งเรื่องของการแบ่งงาน การดูแลรักษาความสะอาด ป้ายประจำตัว เพื่อกันคนนอกเข้า-ออกตามสบาย ความรับผิดชอบร่วมกันในเรื่องการกำจัดขยะ สุขาภิบาลอาหาร หรือแม้แต่การรักษาความปลอดภัย</p>
<p>ในการจัดที่พักพิง ควรคำนึงถึงกฎ-ระเบียบ และการรักษาความปลอดภัยในการอยู่ร่วมกันของศูนย์ฯด้วยนะคะ และศูนย์ ฯ ไม่ควรอยู่กลางน้ำนะเนี่ย มันเสี่ยงต่อโรคอีกหลายอย่างเลย</p>
<p>โรคที่พบกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์คือ ท้องเดิน - Diarrhea , ท้องร่วง - Gastroenteritis (มีทั้ง 2 Diagnosis) รองลงมาคือโรคผิวหนัง ผื่นคัน น้ำกัดเท้า แต่ที่ทำเอาจ้าละหวั่นกันทั้งจังหวัดจนต้องลงมาสอบสวนโรคคือ <strong><span style="color: #ff9900;">ทีมเราป่วย</span></strong> จนต้องส่งออกไปพักฟื้นที่บำราศนราดูร 6 คน ได้แก่ คุณหมออิทธิ น้องใหม่(เภสัชฯ) น้องอั๋น (รปภ.) พี่บี๋ (พยาบาล) พี่กมล (พขร.) น้องแรม (พยาบาล) เมื่อเภสัชฯคนเดียวมีอันเป็นไป เบิร์ดก็ต้องมาจ่ายยาแทน เพราะหลักการของ&#8221;ทีมแรก&#8221; สำหรับทีมการแพทย์ฉุกเฉิน DMAT (Disaster Medical Assistant Team) ซึ่งหมอเต๊าะเป็นผู้กำหนดคือ ต้องทำแทนกันได้ <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>การคัดเลือกทีมหนึ่ง ในการนำร่องลงพื้นที่ตามเสป็คหมอเต๊าะคือ 1. ไม่ชี้นิ้ว 2. ไม่บ่น 3. ทำงานเป็นทีม และทำได้หลายอย่าง 4. ลุย เพราะทีมหนึ่งต้องแกร่ง เนื่องจากไม่รู้ว่าต้องเจออะไรบ้าง และต้องใช้เวลาเท่าไรถึงจะลงตัว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl16.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-771" title="fl16" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl16-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>เห็นการจัดการขยะมั้ยคะ น่าสงสัยมั้ยว่าท้องเสียเกิดจากอะไร ระหว่างขยะที่แช่น้ำ หรืออึ-ฉี่ของหมา แมว คน หรือน้ำประปาไม่สะอาด แม่ครัวเอาน้ำจากก๊อกมาทำอาหาร โดยไม่ต้มก่อน ใช้น้ำประปาล้างจาน-ชาม-ช้อน หรือความเย็นในการแช่หมู-ผักในถังน้ำแข็งไม่เพียงพอ หรือการนำอาหารเหลือมาทำต่อในมื้อถัดไป ฯลฯ</p>
<p>นี่แหละคือเหตุผลที่ต้องการให้มีการสอบสวนโรค เพราะอาหารในศูนย์ฯ ต้องแจกจ่ายไปหมู่บ้านใกล้เคียงด้วย แต่ละมื้อทีมเราต้องไปช่วยแม่ครัวมัดถุงอาหารเป็นจำนวนกว่าเจ็ดร้อยถุง เพื่อให้คนรอบๆศูนย์ฯมาเอา ถ้ารวมอาหารที่ทำให้คนในศูนย์ฯด้วยก็ประมาณ 1400 ราย มันเป็นเรื่องเล็กๆเหรอ? ขนาดแม่ครัวยังท้องเสียเลย &#8230;แต่น่าแปลกว่าข้อมูลเหล่านี้ สสจ.นนทบุรี ไม่รู้ เพราะตอนที่ Brief ข้อมูลให้เราฟังก่อนมา ไม่มีบอกแม้แต่น้อยว่าเราต้องมาอยู่ท่ามกลางโรคท้องร่วง (แถมจระเข้ด้วย)</p>
<p>แล้วเจ้าหน้าที่ที่มาสอบสวนโรคก็น่ารักมากกกกกกกกกก มาถึงท่านก็ซักเรา รู้มั้ยว่าผู้ป่วยกิน-นอนยังไง เค้าล้างมือหรือเปล่า เข้าห้องน้ำที่ไหน ฯลฯ ดีที่หมอเต๊าะใจเย็น ตอบกลับเรียบๆว่า ไม่ได้ซักหรอกครับ เพราะไม่มีเวลา (ไม่งั้นจะมีสอบสวนโรคไว้ทำไมฟะ) ซึ่งท่านก็ทิ้งงานไว้ให้เรา โดยให้ทำ Stool swab และ Rectal swab ในคนไข้ที่ท้องเสียทุกราย แล้วบ่ายอีกวันจะมาเอา</p>
<p>แต่หลังจากที่ได้ยอดคนไข้แล้ว ท่านก็ไม่มาเอา เลยทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า เผื่อจะคิดถึงกันบ้าง ฮี่ๆๆ</p>
<p>ยอมรับ <span style="font-size: x-large;"><strong><span style="color: #ff6600;">ไม่เชื่อ</span></strong></span>ว่าตลอดระยะเวลา 4 -5 เดือนที่น้ำท่วม สธ.ไม่เคยเจอการระบาดของโรคเลยแม้แต่ท้องร่วง เพราะมันน่าแปลกเกินไป&#8230;หรือเราพอใจกับคำตอบง่ายๆ เท่านั้น?</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl15.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-770" title="fl15" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl15-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ตุ่มแดงขึ้นทั้งแขน-ขาหลังจากอาบน้ำที่ศูนย์ฯ เพียงวันเดียว</p>
<p style="text-align: center;">พอกลับมาอาบน้ำบ้าน ตุ่มก็ค่อยๆยุบลงเอง</p>
<p style="text-align: center;">นี่ขนาดอาบแค่วันละครั้งนะคะ ส่วนที่เหลือใช้กระดาษอนามัยเช็ดแทน <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl5.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-760" title="fl5" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl5-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>มีวันหนึ่ง เราได้รับ ว. บอกว่าจะมี เฮลิคอปเตอร์ มาที่ศูนย์ฯ ตอนแรกเข้าใจกันว่าเป็นเวชภัณฑ์ที่ขอไปตั้งแต่วันอาทิตย์(30 ตค.54) เพราะเราไม่มี IV + Set IV &#8230;พี่เอกเตรียมตัวลงเรือไปให้สัญญาณ (บอกแล้วว่า DMAT ต้องทำได้หลายหน้าที่ อิอิอิ) ขอบอกว่ามันเท่มาก คนทั้งศูนย์ฯ แตกตื่นมาดูกัน เพราะเป็นครั้งแรกที่เห็นของจริง</p>
<p>แต่พอหย่อนของลงมา กลายเป็นถุงยังชีพ 4 ถุง สำหรับคนเจ็ดร้อยคนเนี่ยนะ !! ในนั้นมีมาม่า ข้าว น้ำ และปลากระป๋อง &#8230;ไม่น่าเชื่อว่าเอาเฮลิคอปเตอร์มาเพื่อการนี้เท่านั้น โอ้ ! แม่เจ้า เรารวยถึงเพียงนี้เลยหรือ <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl6.jpg"><br />
 </a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl7.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-762" title="fl7" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl7-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></p>
<p style="text-align: center;">แต่ละวันจะมีเรือเอาของมาขาย ในนั้นมีทั้งผัก หมู ไข่ ขนม ผลไม้</p>
<p style="text-align: center;">เพื่อให้ซื้อหาไปทำกินเอง</p>
<p style="text-align: center;">แต่แพงมาก หมูขีดละ 40 บาท ไข่ฟองละ 10 บาท (แผงละ 300 อ่ะ)</p>
<p style="text-align: center;">ผักบุ้งกำเล็ก กำละ 10 บาท</p>
<p style="text-align: center;">แต่ขนมอย่างยูโร คัสตาร์ดเค้ก ยังพอไหว เพราะมีราคาแน่นอนข้างกล่อง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl8.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-763" title="fl8" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl8-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></p>
<p style="text-align: center;">กิจวัตรของทีมชร. ช่วยกันมัด+แพ็คกับข้าวทั้ง 3 มื้อให้คนที่อยู่รอบๆศูนย์ฯ</p>
<p style="text-align: center;">และช่วยขนข้าว/ผัก/หมู ที่เทศบาลบางใหญ่ใส่รถขนมาให้ที่ปากทางเข้าศูนย์ฯ</p>
<p style="text-align: center;">เพราะน้ำข้างในสูงเกินกว่าจะบุกเข้ามาได้</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl9.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-764" title="fl9" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl9-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ที่ศูนย์วัดแก้วอินทร์ อีกหนึ่งความรับผิดชอบที่ต้องแบ่งทีมไปดูแล</p>
<p style="text-align: center;">แต่พอทีมเราป่วย ก็ไม่สามารถแบ่งทีมไปได้ ชัยนาทจึงเข้าดูแลแทน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl10.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-765" title="fl10" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl10-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></p>
<p style="text-align: center;">(แฟลตเอื้ออาทร ที่ออกไปตรวจถึงที่)</p>
<p>ในแฟลตนี้ตัวเล็กตัวน้อยก็ป่วยท้องร่วงเหมือนกันไปหมด แต่มีบางแฟลตที่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่นเบาหวาน ความดันที่เราไม่ได้เตรียมยาเฉพาะโรค/ BP / DTX ไป เพราะการประสานงานไม่ชัดเจน สอ.บอกกับเราแต่เพียงว่าออกไปจ่ายยา &#8230;เลยต้องขอให้ไปตรวจที่ศูนย์เฉลิมพระเกียรติฯแทน แต่หลายๆคนก็ไม่สะดวกไป เพราะต้องใช้เงินในการเดินทางไม่ต่ำกว่าร้อยบาท (ทั้งไป-กลับ) เลยต้องขอให้ สอ.ช่วยลิสต์รายชื่อ+ยา เพื่อส่งต่อข้อมูล และดูแลกันต่อไป แต่ก็ทำให้เราโดนตะโกนใส่หน้าว่าทำงานเอาหน้า ทำเอาเซ็งไปเหมือนกัน แถมต้องปลอบใจเจ้าหน้าที่สอ.ว่าเราไม่คิดอะไร ไม่ต้องคิดมาก&#8230; เฮ้อ ยังไงก็ต้องดูแลกันไปล่ะน่า <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' /> </p>
<p>และตลอดระยะเวลาที่อยู่ศูนย์เฉลิมพระเกียรติฯ แปลกใจมากที่ไม่เห็นรถทหารเข้าไปในพื้นที่นี้เลย เพราะถ้ามีรถทหารการเดินทางของชาวบ้านจะสะดวกขึ้นมาก ไม่ต้องจ่ายค่าเรือแพงๆ &#8230;และความช่วยเหลือจะเข้าไปถึงข้างในมากขึ้น  เมื่อสอบถามข้อเท็จจริงถึงรู้ว่า รถทหารเคยมาวิ่ง แต่ถูกก้อนหินขว้างบ้าง ยิงหนังสติ๊กใส่บ้าง จนกระจกรถร้าว/แตก ซึ่งเกิดจากคนขับเรือรับจ้าง/ลากเรือ แถวนั้นทำ เพราะไม่ต้องการขาดรายได้ &#8230;เราคิดอะไรกันอยู่ และเราทำอะไรกัน มันน่าเศร้านะคะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl11.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-766" title="fl11" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl11-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">(เปรียบเทียบที่นอนระหว่างบำราศนราดูร (ภาพบนซ้าย) กับที่ศูนย์ ฯ ^ ^)</p>
<p>คุณหมออิทธิ (นายแพทย์ใหญ่ อาจารย์แพทย์) ในห้องพักผู้ชายก็ต้องปูนอนกับพื้น และเบิร์ดก็นอนกับพื้นเหมียนกัน เพราะเตียงไม่พอ แหะแหะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl14.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-769" title="fl14" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/11/fl14-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></p>
<p>ในวันกลับเพื่อให้ทีมสองมาผลัดเปลี่ยน หลังจากจัดการทุกอย่างลงตัว เจ้าตัวเล็กร้องไห้ตาม จนแม่ต้องอุ้มไปเก็บในห้อง  คนในศูนย์ฯออกมาโบกมือส่ง ทั้งชั้นบน และชั้นล่าง &#8230;</p>
<p style="text-align: center;">&#8230;ภารกิจที่นี่เสร็จสิ้น เราทำหน้าที่ข้าของพระราชาอีกหน้าที่หนึ่งเรียบร้อยแล้ว&#8230;</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: x-large;"><strong><span style="color: #ff99cc;">ข</span></strong></span>อบคุณสำหรับความช่วยเหลือจาก <strong><span style="color: #99cc00;">พี่พูล</span></strong></p>
<p style="text-align: center;">(คุณอังคณา พุฒิวิญญู นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนนทบุรี)</p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: x-large;"><strong><span style="color: #ff99cc;">ข</span></strong></span>อบคุณสำหรับความช่วยเหลือจาก <strong><span style="color: #99cc00;">ปลัดชุ้น</span></strong></p>
<p style="text-align: center;">(ปลัดฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อ.บางใหญ่)</p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-size: x-large;"><strong><span style="color: #ff99cc;">ข</span></strong></span>อบคุณสำหรับความช่วยเหลือ</p>
<p style="text-align: center;">จาก <a href="http://lanpanya.com/jogger/">พี่ตึ๋ง</a> <a href="http://lanpanya.com/wash/">พี่รุมกอด</a> <a href="http://lanpanya.com/iwhale/">คุณปรเมศวร์</a> ผู้ช่วยประสานงาน</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">ในวันที่เราอับจนกับการ refer ผู้ป่วยแผลติดเชื้อที่เท้าจนขาบวมเป่ง</p>
<p style="text-align: center;">ไป รพ.พระนั่งเกล้า</p>
<p style="text-align: center;">อับจนกับการ refer เจ้าตัวเล็กอายุ 2 เดือนที่ท้องเสีย เป็นไข้ จนเซียวโหล</p>
<p style="text-align: center;">ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ที่ต้องไปเอา Set IV จาก โรงงานที่อ่อนนุช</p>
<p style="text-align: center;">เพื่อขนส่งไปชร. เพราะ Set IV ที่รพ.ชร.มีไม่พอใช้ถึงหนึ่งอาทิตย์</p>
<p style="text-align: center;">ช่วยส่งน้ำ/อาหารให้กับครอบครัวที่อยู่กัน 15 ชีวิตและกำลังขาดแคลน</p>
<p style="text-align: center;">ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ของเราที่ป่วยจนถึงสสจ.นนทบุรี</p>
<p style="text-align: center;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p style="text-align: center;">ขอบคุณทุกความช่วยเหลือ</p>
<p style="text-align: center;">&#8220;<span style="color: #ffff00; font-size: x-large;">เรา</span>&#8220;ทุกคนขอบคุณมากๆค่ะ</p>
<p style="text-align: center;">เพราะทุกๆท่าน ทำให้รู้ว่า</p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ccffff;"><span style="font-size: x-large;">ก</span>ารคิดถึงคนอื่น</span></strong>&#8230;<strong><span style="color: #ff99cc;">คือความรัก</span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/755/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แทนคำขอบคุณ&#8230;ชาวฟ้า</title>
		<link>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/744</link>
		<comments>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/744#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Sep 2011 06:46:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความสุขที่แบ่งปัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/seasonschange/?p=744</guid>
		<description><![CDATA[จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ
กลายมาเป็น 1 2 และ 3 ที่มีไหมพรมกล่องใหญ่ 2 กล่องเดินทางมาถึงชร.ช่วงปลายหนาวของปีที่แล้ว ด้วยฝีมือซานต้าฯตัวใหญ่ใจดี ขี่ Mercedes แทนกวางเรนเดียร์ ไปส่งของที่สมบัติทัวร์ให้น้องก้อยและแม่แก้วผู้เป็นต้นทางบุญในครั้งนี้

ไหมพรมจากนอกเกือบสองร้อยม้วน วางเรียงรายเพื่อจัดหมวดหมู่ เรียงลำดับความยากง่ายในการถัก ก่อนจะลงมือแทคทีมอันประกอบด้วยแม่ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ พี่ตุ๊บติ๊บ ป้าแต๋ม เบิร์ดเดินหน้าลุยทีละม้วน เพื่อสานต่อความตั้งใจของทุกคน รวมทั้งผู้ที่คอยเอาใจช่วยเงียบๆอยู่ด้า่นหลัง ให้ภารกิจที่หวังไว้สำเร็จได้ด้วยดี

ระยะเวลาเกือบ 7 เดือนที่ไหมพรมกลมๆ อ้วนฟู แปลงร่างกลายเป็นหมวกใหญ่น้อยร้อยกว่าใบ บนความตั้งใจของคนหลายคน ทั้งผู้บริจาค ผู้ขนส่ง ผู้ถัก ผู้รับที่ลงมาขนเอง และพี่ๆน้องๆเพื่อนร่วมงานที่พร้อมใจกันทำตัวแบน เมื่อต้องเดินผ่านกล่องหมวกใบใหญ่ที่ตั้งขวางทางเดินอย่างเต็มใจ

จากวันนั้นถึงวันนี้ วันที่มีเมล์น่ารักๆจากน้องอุ๊ส่งมาให้ พร้อมรอยยิ้มกว้างของผู้ที่ได้อ่านทุกคน
&#8220;น้องๆฝากขอบคุณพี่เบิร์ด พี่นุช พี่ๆทุกคนด้วยนะคะ ที่มอบความอบอุ่นให้แก่น้องๆ แม่ฟ้าหลวง เลยส่งภาพรอยยิ้มและความยินดี แทนคำขอบคุณมาให้นะคะ&#8220;

ทุกคนในภาพจะรู้หรือไม่ว่า ได้ทำให้เราหัวเราะและหยอกล้อกันในเช้านี้ด้วยความร่าเริงเบิกบานใจยิ่ง
เพราะความละเอียดอ่อนของผู้รับ ทำให้การส่งต่อมีความหมาย  

เป็นการทำให้เรื่องธรรมดากลายเป็นเรื่องพิเศษ
โดยเฉพาะภาพคนตัวเล็กที่เบะร้องไห้  

เพราะความสุขไม่จำเป็นต้องทำเรื่องยิ่งใหญ่ เพียงแค่รอยยิ้มใสก็พอแล้ว

หมวก จึงไม่ใช่แค่หมวก แต่เป็นกำลังใจยามเจ็บป่วย

เป็นรอยยิ้ม
เป็นความอ่อนโยน อาทร
และเป็นของขวัญจากหัวใจ

&#8220;จริงๆยังไม่หมดนะคะ ยังเหลือหมวกผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้นำไปแจกเยอะเลยค่ะ 
หนูจะทะยอยส่งรูปให้นะคะ เผื่อพี่ๆจะได้มีกำลังใจทำงานต่อค่ะ 
เจ้าหน้าที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จาก<a href="http://lanpanya.com/seasonschange/archives/265">จุดเริ่มต้นเล็กๆ</a></p>
<p>กลายมาเป็น <a href="http://lanpanya.com/wash/archives/2025">1</a> <a href="http://lanpanya.com/wash/archives/2032">2</a> และ <a href="http://lanpanya.com/wash/archives/2414">3</a> ที่มีไหมพรมกล่องใหญ่ 2 กล่องเดินทางมาถึงชร.ช่วงปลายหนาวของปีที่แล้ว ด้วยฝีมือซานต้าฯตัวใหญ่ใจดี ขี่ Mercedes แทนกวางเรนเดียร์ ไปส่งของที่สมบัติทัวร์ให้น้องก้อยและแม่แก้วผู้เป็นต้นทางบุญในครั้งนี้<span id="more-744"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b984e0b8abe0b8a11.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-745" title="e0b984e0b8abe0b8a11" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b984e0b8abe0b8a11-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ไหมพรมจากนอกเกือบสองร้อยม้วน วางเรียงรายเพื่อจัดหมวดหมู่ เรียงลำดับความยากง่ายในการถัก ก่อนจะลงมือแทคทีมอันประกอบด้วยแม่ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ พี่ตุ๊บติ๊บ ป้าแต๋ม เบิร์ดเดินหน้าลุยทีละม้วน เพื่อสานต่อความตั้งใจของทุกคน รวมทั้งผู้ที่คอยเอาใจช่วยเงียบๆอยู่ด้า่นหลัง ให้ภารกิจที่หวังไว้สำเร็จได้ด้วยดี</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b984e0b8abe0b8a12.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-746" title="e0b984e0b8abe0b8a12" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b984e0b8abe0b8a12-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ระยะเวลาเกือบ 7 เดือนที่ไหมพรมกลมๆ อ้วนฟู แปลงร่างกลายเป็นหมวกใหญ่น้อยร้อยกว่าใบ บนความตั้งใจของคนหลายคน ทั้งผู้บริจาค ผู้ขนส่ง ผู้ถัก ผู้รับที่ลงมาขนเอง และพี่ๆน้องๆเพื่อนร่วมงานที่พร้อมใจกันทำตัวแบน เมื่อต้องเดินผ่านกล่องหมวกใบใหญ่ที่ตั้งขวางทางเดินอย่างเต็มใจ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b984e0b8abe0b8a13.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-747" title="e0b984e0b8abe0b8a13" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b984e0b8abe0b8a13-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>จากวันนั้นถึงวันนี้ วันที่มีเมล์น่ารักๆจากน้องอุ๊ส่งมาให้ พร้อมรอยยิ้มกว้างของผู้ที่ได้อ่านทุกคน</p>
<p>&#8220;<span style="color: #ff99cc;">น้องๆฝากขอบคุณพี่เบิร์ด พี่นุช </span><span style="color: #ff99cc;"><span style="color: #ff9900;"><strong>พี่ๆทุกคนด้วยนะคะ </strong></span></span><span style="color: #ff99cc;">ที่มอบความอบอุ่นให้แก่น้องๆ แม่ฟ้าหลวง เลยส่งภาพรอยยิ้มและความยินดี แทนคำขอบคุณมาให้นะคะ</span>&#8220;</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8811.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-748" title="e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8811" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8811-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ทุกคนในภาพจะรู้หรือไม่ว่า ได้ทำให้เราหัวเราะและหยอกล้อกันในเช้านี้ด้วยความร่าเริงเบิกบานใจยิ่ง</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff99cc;"><em>เพราะความละเอียดอ่อนของผู้รับ ทำให้การส่งต่อมีความหมาย <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </em></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8812.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-749" title="e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8812" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8812-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">เป็นการทำให้เรื่องธรรมดากลายเป็นเรื่องพิเศษ</p>
<p style="text-align: center;">โดยเฉพาะภาพคนตัวเล็กที่เบะร้องไห้ <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8813.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-750" title="e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8813" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8813-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">เพราะความสุขไม่จำเป็นต้องทำเรื่องยิ่งใหญ่ เพียงแค่รอยยิ้มใสก็พอแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8814.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-751" title="e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8814" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8814-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">หมวก จึงไม่ใช่แค่หมวก แต่เป็นกำลังใจยามเจ็บป่วย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8815.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-752" title="e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8815" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8815-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">เป็นรอยยิ้ม</p>
<p style="text-align: center;">เป็นความอ่อนโยน อาทร</p>
<p style="text-align: center;">และเป็นของขวัญจากหัวใจ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8816.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-753" title="e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8816" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/e0b8abe0b8a1e0b8a7e0b8816-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>&#8220;<span style="color: #ff99cc;">จริงๆยังไม่หมดนะคะ ยังเหลือหมวกผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้นำไปแจกเยอะเลยค่ะ </span></p>
<p><span style="color: #ff99cc;"><span style="color: #ff9900;">หนูจะทะยอยส่งรูปให้นะคะ เผื่อพี่ๆจะได้มีกำลังใจทำงานต่อค่ะ </span></span></p>
<p><span style="color: #ff99cc;">เจ้าหน้าที่ น้องๆ พยาบาล หนูก็แบ่งให้พวกน้องๆ เช่นกันค่ะ เพราะที่นี่ช่วงดึกอากาศจะหนาวมากๆ น้องๆจะได้ใส่ขึ้นเวรบ่าย-ดึกกัน </span></p>
<p><span style="color: #ff99cc;"><strong><span style="font-size: x-large;">ข</span>อบคุณจากใจชาวฟ้า</strong></span>&#8220;</p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">เมล์เล็กๆที่สร้างรอยยิ้มกว้าง ในวันฟ้าใส ทำให้ใจหลายๆใจ อบอุ่น ร่าเริง</p>
<p style="text-align: center;">ทุกสิ่งมีเรื่องราวในตัวเอง</p>
<p style="text-align: center;">ไม่ว่าสิ่งนั้นจะยิ่งใหญ่ หรือเพียงเล็กน้อยก็ตาม ต่างก็มีคุณค่าภายในตน</p>
<p style="text-align: center;">^_________________________^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/744/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องเล่าจากอดีต 12 : อยู่ริมน้ำ</title>
		<link>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/740</link>
		<comments>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/740#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Sep 2011 14:48:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ตามคำขอ]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องราวในรูปรอย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/seasonschange/?p=740</guid>
		<description><![CDATA[จากบันทึกนี้ของเม้ง ทำให้คิดมานานว่าจะเขียนเรื่องโอ่งบ้านคุณตา
บ้านคุณตา อยู่หลักสี่ คลองดำเนินสะดวก บ้านแพ้ว สมุทรสาคร ซึ่งตอนเด็กๆจะไปพักทุกปี แต่ช่วงที่ไปเป็นช่วงปิดเทอมหน้าร้อนจึงไม่รู้ว่าหน้าน้ำเป็นอย่างไร ถามแม่ แม่เล่าให้ฟังว่า หน้าน้ำน้ำท่วมถึงทางเดินไม้รอบบ้าน แต่ไม่เข้าบ้าน เพราะบ้านคุณตาปลูกสูงพอควร ช่องว่างระหว่างทางเดินไม้ข้างบ้านกับพื้นบ้าน (ตามรูป) ห่างกันมากกว่า 10 cm. เป็นช่องว่างให้ลมโกรกผ่านและกวาดฝุ่นผงลงใต้บ้านได้  เวลาน้ำลดก็ออกด้านท้ายเขื่อนไม่ขังใต้บ้าน ซึ่งบ้านหลังนี้คุณตาออกแบบและคุมการก่อสร้างเอง หนุ่มๆสมัยก่อนเก่งสารพัดเลยนะคะ

ก่อนจะถึงหน้าน้ำช่วงเดือนกย. คุณตาจะเริ่มเช็คระดับน้ำทุกวัน และเตรียมตัวขนหมู เป็ด ไก่ ขึ้นเล้าสูง เร่งต่อเรือ ซ่อมเรือให้เสร็จจะได้ไม่มีงานค้าง ยกข้าวในโรงสีขึ้นฉาง และแบ่งมาเก็บไว้ที่บ้าน  วิดบ่อปลาขาย ขุดลอกท้องร่อง เบ็ด แห อวนปะชุนให้พร้อม หยูกยา ไฟ ตะเกียงน้ำมันเตรียมไว้ ตะเกียงเจ้าพายุนี้เด็ดขาดมากเลยนะคะ ไฟสว่างจ้า ไม่กลัวลมฝนเลยล่ะ
คุณยายจะทำข้าวตาก ข้าวตัง ข้าวคั่ว ข้าวตู กล้วยตาก กล้วยกวน มะม่วงกวน ปลาแห้ง น้ำปลา ปลาร้า น้ำตาลมะพร้าว พริกกับเกลือเก็บไว้ตั้งแต่ช่วงเม.ย- กค. เพราะเมื่อเริ่มเข้าหน้าฝนแดดจะหมดไว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จาก<a href="http://lanpanya.com/lanaree/?p=214">บันทึกนี้</a>ของเม้ง ทำให้คิดมานานว่าจะเขียนเรื่องโอ่งบ้านคุณตา</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/archives/23">บ้านคุณตา</a> อยู่หลักสี่ คลองดำเนินสะดวก บ้านแพ้ว สมุทรสาคร ซึ่งตอนเด็กๆจะไปพักทุกปี แต่ช่วงที่ไปเป็นช่วงปิดเทอมหน้าร้อนจึงไม่รู้ว่าหน้าน้ำเป็นอย่างไร ถามแม่ แม่เล่าให้ฟังว่า หน้าน้ำน้ำท่วมถึงทางเดินไม้รอบบ้าน แต่ไม่เข้าบ้าน เพราะบ้านคุณตาปลูกสูงพอควร ช่องว่างระหว่างทางเดินไม้ข้างบ้านกับพื้นบ้าน (ตามรูป) ห่างกันมากกว่า 10 cm. เป็นช่องว่างให้ลมโกรกผ่านและกวาดฝุ่นผงลงใต้บ้านได้  เวลาน้ำลดก็ออกด้านท้ายเขื่อนไม่ขังใต้บ้าน ซึ่งบ้านหลังนี้คุณตาออกแบบและคุมการก่อสร้างเอง หนุ่มๆสมัยก่อนเก่งสารพัดเลยนะคะ<span id="more-740"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2008/09/p3-medium1.jpg" alt="" width="300" height="300" /></p>
<p>ก่อนจะถึงหน้าน้ำช่วงเดือนกย. คุณตาจะเริ่มเช็คระดับน้ำทุกวัน และเตรียมตัวขนหมู เป็ด ไก่ ขึ้นเล้าสูง เร่งต่อเรือ ซ่อมเรือให้เสร็จจะได้ไม่มีงานค้าง ยกข้าวในโรงสีขึ้นฉาง และแบ่งมาเก็บไว้ที่บ้าน  วิดบ่อปลาขาย ขุดลอกท้องร่อง เบ็ด แห อวนปะชุนให้พร้อม หยูกยา ไฟ ตะเกียงน้ำมันเตรียมไว้ ตะเกียงเจ้าพายุนี้เด็ดขาดมากเลยนะคะ ไฟสว่างจ้า ไม่กลัวลมฝนเลยล่ะ</p>
<p>คุณยายจะทำข้าวตาก ข้าวตัง ข้าวคั่ว ข้าวตู กล้วยตาก กล้วยกวน มะม่วงกวน ปลาแห้ง น้ำปลา ปลาร้า น้ำตาลมะพร้าว พริกกับเกลือเก็บไว้ตั้งแต่ช่วงเม.ย- กค. เพราะเมื่อเริ่มเข้าหน้าฝนแดดจะหมดไว ตากข้าวของไม่ค่อยแห้ง และช่วงหน้าร้อนมีแรงงานเด็กๆเยอะ มะม่วงก็ทะยอยสุกร่วงทุกวัน เก็บมากวนได้มากมาย เป็นเสบียงยามหน้าน้ำได้อย่างคาดไม่ถึง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/page.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-741" title="page" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/page-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>เมื่อฝนแรกเริ่มลง คุณตาจะให้ช่วยกันขัดพื้นกระดานรอบบ้าน ด้วยกระดวง(กะลามะพร้าวผ่าซีก) เล่นน้ำฝนไปขัดกันไปสนุกสนาน ถ้ามีผ้าก็ให้เอามาซัก มีจานชามก็เอามาล้าง และช่วยกันล้างโอ่งซีเมนต์(ขนาดพอๆกับในภาพข้างบนนี่แหละค่ะ แต่ภาพนั้นไม่ใช่โอ่งที่บ้านคุณตา ขอยืมมาจาก<a href="http://www.google.co.th/search?hl=th&amp;sugexp=gsis,i18n%3Dtrue&amp;cp=7&amp;gs_id=k&amp;xhr=t&amp;q=%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C&amp;biw=962&amp;bih=550&amp;gs_sm=&amp;gs_upl=&amp;um=1&amp;ie=UTF-8&amp;tbm=isch&amp;source=og&amp;sa=N&amp;tab=wi">อากู๋</a>) โอ่งของคุณตามีมากกว่ายี่สิบใบ แบ่งไว้ทางด้านข้างและด้านหลังบ้าน นอกจากนี้คุณตายังให้คนงานขึ้นกวาดรางน้ำเพื่อเตรียมรับน้ำ ที่คุณตาบอกเสมอว่าเทวดาส่งมาให้เราใช้ฟรีๆ ก็ต้องรู้จักเก็บงำไว้</p>
<p>คุณยายจะตัดเย็บผ้าขาวบางมากมายเพื่อขึงปากโอ่ง เพื่อกรองสิ่งสกปรกก่อนจะรองน้ำไว้ใช้ ฝนตกช่วงแรกฤดู คุณตาจะยังไม่ให้รองน้ำไว้ ต้องรอจนผ่านไปประมาณ 2-3 วัน ถึงจะรองน้ำได้ เพราะรางน้ำยังไม่สะอาดพอ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/p1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-742" title="p1" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/p1-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>แม้ฝีมือวาดรูปไม่อาจสู้<a href="http://lanpanya.com/pocky/">เด็กหญิงเสื้อสีส้ม</a> แต่ก็จำเป็นเพราะรางน้ำบ้านคุณตามีลักษณะพิเศษที่ออกแบบเอง โดยเป็นกรวยครอบรองรับส่วนบน เพื่อหมุนให้รางน้ำส่วนต่อ ไปลงยังโอ่งอื่นๆได้ โอ่งไหนไกลมากก็มีรางสังกะสีต่อไปจนถึง</p>
<p>คุณยายจะใช้ผ้าขาวบางขึงปากโอ่งก่อนเพื่อกรองสิ่งสกปรก  พอเต็มก็เปลี่ยนผืนใหม่ขึงให้ตึงก่อนปิดฝาโอ่งให้มิดชิดเก็บไว้เป็นโอ่งๆไป เพราะตอนนั้นยังไม่มีน้ำประปา น้ำที่เก็บไว้สามารถกิน-ใช้ทั้งปีสบายๆ  ส่วนโอ่งสิบกว่าใบด้านข้างบ้านตั้งไว้ให้คนมาขอไปกิน เพราะคนแถวนั้นรู้กันว่าคุณตาแจกน้ำกิน บ้านใครหมดก็มาตักเอาไป เคยเห็นเขาพายเรือมาขึ้นหน้าบ้าน เอาถังมาตักแล้วลงเรือไปเงียบๆ  โดยไม่ต้องบอกกล่าวให้วุ่นวาย เพราะรู้ๆกันอยู่ว่าเอาไปใช้ได้เลย และมีหลายครั้งที่มีกล้วยเป็นเครือๆ มะพร้าวเป็นทะลาย มะนาว ฝรั่ง ชมพู่ พริก ฯลฯ วางไว้ให้ที่ประตูหน้าบ้าน โดยไม่ระบุเจ้าของ แต่เราก็มีความสุขที่ได้รับ ^ ^&#8230;การแบ่งปันไม่เห็นต้องประกาศบอกใครเลยนะคะ</p>
<p>เวลาตักน้ำในโอ่งมาใช้ ถ้าช่วงน้ำเต็มก็ไม่กระไรหนักหนา แต่พอน้ำพร่อง จำเป็นต้องใช้ถังโพงน้ำขึ้นมา เหมือนๆการโพงน้ำจากบ่อ แต่เป็นโพงน้ำจากโอ่งแทน <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/p2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-743" title="p2" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/09/p2-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>เห็นอย่างนี้สงสัยมั้ยคะว่าเขาลำเลียงโอ่งขนาดมหึมาแบบนี้กันยังไง</p>
<p>แม่เล่าว่าคนขายโอ่ง จะมีเรือหนึ่งลำไว้จูง และเอาโอ่งลอยน้ำมา โดยผูกกันเป็นคู่ๆ มีไม้ไผ่ประกบข้างอย่างแน่นหนา แล้วมีคนนั่งบนฝาโอ่งพร้อมถ่อ เพื่อคอยค้ำยัน เหมือนๆเรือโยง แต่เป็นโอ่งโยง <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>เมื่อมีคนซื้อ ก็จะช่วยกันทั้งคนซื้อคนขาย ค่อยๆประคองโอ่ง(ทั้งไม้ไผ่ที่ประกบ) ผลักดัน ดึง ขึ้นตามทางลาดของอู่เรือ โดยมีไม้แข็งกลมเรียงเป็นฐานรองรับ ก่อนจะค่อยๆดันให้เคลื่อนไปทีละนิดๆ สลับกับเอาไม้ท่อนที่โอ่งผ่านไปแล้วมาวางด้านหน้า จนถึงที่หมาย ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้ บ้านต้องมีที่พอสมควร และออกแบบไว้แล้วว่าจะมีโอ่งอยู่ตรงไหน ก่อนจะซื้อ ไม่งั้นหน้ามืดแน่ๆค่ะ</p>
<p>การนำโอ่งลอยน้ำมีข้อดีคือ โอ่งจะรั่วไม่รั่วก็รู้กันตอนนั้นทั้งคนซื้อคนขาย ทำให้ตกลงราคากันง่าย ไม่ลังเล <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>ขนาดบ้านคุณตาอยู่ริมน้ำก็ยังไม่ประมาท มีเขื่อนกันคลื่น มีการออกแบบบ้านอย่างรู้ว่าระดับน้ำสูงสุดอยู่ตรงไหน มีการเก็บน้ำไว้กิน-ใช้ ในยามขาดแคลน</p>
<p style="text-align: center;">คนโบราณอยู่กับน้ำ อย่างรู้จักน้ำ รู้จักบ้าน</p>
<p style="text-align: center;">รู้จักพื้นที่ของตนเอง</p>
<p style="text-align: center;">และรู้จักเตรียมตัวก่อนน้ำมา</p>
<p style="text-align: center;">ในช่วงที่มีข้าวปลาอาหารมาก ก็ทำของแห้ง เสบียงเก็บตุนไว้</p>
<p style="text-align: center;">เมื่อยามน้ำหลาก ก็ยังไม่เดือดร้อน</p>
<p style="text-align: center;">เห็นช่องทางอยู่กิน</p>
<p style="text-align: center;">&#8230;เพราะรู้จักเตรียมตัว&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/740/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วันสนุก เที่ยวสบายกับคนน่ารัก</title>
		<link>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/734</link>
		<comments>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/734#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Aug 2011 07:57:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องราวในรูปรอย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/seasonschange/?p=734</guid>
		<description><![CDATA[
26-28 สิงหาคมที่ผ่านมา เชียงรายมีโอกาสได้ต้อนรับสาวน้อยเจ้าของลานปลาหัวโม้ง ที่น่ารัก ช่างพูดช่างคุยพร้อมคนรู้ใจ ที่ผ่านการ train มาอย่างดี ขนาดยกมือไหว้พร้อมเรียก&#8221;พี่เบิร์ด&#8220;ได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ จนทึ่งว่าภาษาไทยของหนุ่มฝรั่งคนนี้ไม่เลวเลย (แต่ภาษาปะกิดของคนไปรับลงเหวหมดแล้ว 555)
ในวันที่รถเจ้าบ้านต้องเข้าซ่อมยาว ก็ได้แวนของน้องโรจน์ เจ้าของลานครัว ผู้ไม่ยอมเขียนสักที มาช่วยกู้หน้า พร้อมหน่วยสนับสนุนอีก 2 คือน้องแตน(คนข้างกายโรจน์) และไอคิว ลูกชายตัวกลม ร่วมเป็นฝ่ายต้อนรับ
นัดกันดิบดีกับน้องสาวคนสวย จะไปรับตอน 10 โมงที่ไร่แสงอรุณ แต่ก็ไม่วายหลงอีก (ตามเคย) แม้จะมีแผนที่ที่พริ้นท์จากเว็บติดมือมาก็ตาม ทำให้ช้าจากเวลานัดไปเกือบครึ่งชม. เดชะบุญที่น้องณิชโทร.เข้ามา  ตอนกำลังมึนกับทาง ทำให้คลำกลับมาถูก(จนได้สิน่า) &#8230;แม้โรจน์จะกด Sumsung galaxy S เพื่อดู google map แล้วก็เหอะ แต่จะสู้ระบบถามได้ยังไง้ อิอิอิ
พอไปถึงก็ทึ่งกับที่พักบรรยากาศสวย เงียบ เรียบร้อย เหมือนผู้หญิงน่ารัก สดใส  จริงใจ โรแมนติกอยู่ริมโขง แถมเนื้อที่ของไร่ยังแบ่งเป็น 2 ฟากถนน คือด้านล่างติดน้ำโขง มีส่วน Front office [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/page1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-735" title="page1" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/page1-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>26-28 สิงหาคมที่ผ่านมา เชียงรายมีโอกาสได้ต้อนรับสาวน้อยเจ้าของ<a href="http://lanpanya.com/cinshy/">ลานปลาหัวโม้ง</a> ที่น่ารัก ช่างพูดช่างคุยพร้อมคนรู้ใจ ที่ผ่านการ train มาอย่างดี ขนาดยกมือไหว้พร้อมเรียก&#8221;<em><span style="color: #ccffcc;">พี่เบิร์ด</span></em>&#8220;ได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ จนทึ่งว่าภาษาไทยของหนุ่มฝรั่งคนนี้ไม่เลวเลย (แต่ภาษาปะกิดของคนไปรับลงเหวหมดแล้ว 555)<span id="more-734"></span></p>
<p>ในวันที่รถเจ้าบ้านต้องเข้าซ่อมยาว ก็ได้แวนของน้องโรจน์ เจ้าของ<a href="http://lanpanya.com/siri/">ลานครัว</a> ผู้ไม่ยอมเขียนสักที มาช่วยกู้หน้า พร้อมหน่วยสนับสนุนอีก 2 คือน้องแตน(คนข้างกายโรจน์) และไอคิว ลูกชายตัวกลม ร่วมเป็นฝ่ายต้อนรับ</p>
<p>นัดกันดิบดีกับน้องสาวคนสวย จะไปรับตอน 10 โมงที่<a href="http://www.raisaengarun.com/">ไร่แสงอรุณ</a> แต่ก็ไม่วายหลงอีก (ตามเคย) แม้จะมีแผนที่ที่พริ้นท์จากเว็บติดมือมาก็ตาม ทำให้ช้าจากเวลานัดไปเกือบครึ่งชม. เดชะบุญที่น้องณิชโทร.เข้ามา  ตอนกำลังมึนกับทาง ทำให้คลำกลับมาถูก(จนได้สิน่า) &#8230;แม้โรจน์จะกด Sumsung galaxy S เพื่อดู google map แล้วก็เหอะ แต่จะสู้ระบบถามได้ยังไง้ อิอิอิ</p>
<p>พอไปถึงก็ทึ่งกับที่พักบรรยากาศสวย เงียบ เรียบร้อย เหมือนผู้หญิงน่ารัก สดใส  จริงใจ โรแมนติกอยู่ริมโขง แถมเนื้อที่ของไร่ยังแบ่งเป็น 2 ฟากถนน คือด้านล่างติดน้ำโขง มีส่วน Front office ห้องอาหาร Organic farm ห้องประชุมและบ้านริมโขง อีก 3 หลัง แต่พอข้ามถนนไป เป็นสะพานไม้วางตัวสวยผ่านทุ่งนา เพื่อขึ้นไปบนบ้านที่อยู่บนเขาและริมบึง..แค่เห็นผ่านๆก็น้ำลายยืด อยากวางแผนมานอนกลิ้งเล่น</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/page2jpg.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-737" title="page2jpg" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/page2jpg-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>แอบถามคนมาพักว่าเป็นยังไงบ้าง นีลบอก Lovely ก็ลองดูบรรยากาศเอาเองนะคะว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือเปล่า <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>เหลือบเห็นสโลแกนสวยของเจ้าของไร่ เลยเอามาแปะบอกกันไว้เผื่อใครจะไป Honeymoon  แฮ่ม !</p>
<p><em><span style="color: #ff99cc;">สายน้ำโขงแหวกหุบเขาแห่งชีวิต<br />
 แสงอาทิตย์กระทบสายหมอกบ่งบอกการเดินทาง<br />
 ดังสายธาร ลมหนาว รอคอยผู้มาเยือน<br />
 ขอเราเปรียบเสมือนไออุ่น&#8230;โอบกอดผู้รอนแรม<br />
 พาคุณไปสัมผัสดวงดาวระยิบระยับหลังพระอาทิตย์อัสดง&#8230;ท่ามกลางสายลมหนาว</span></em></p>
<p>ที่นี่เจ้าของต้องการให้การท่องเที่ยวนำการเกษตร จึงใช้อาณาเขตของไร่ส่วนหนึ่ง ประมาณ 30% เป็นที่พักอาศัยสำหรับผู้รักธรรมชาติ แสวงหาการพักผ่อนอย่างสงบสุขและรับความสะอาดบริสุทธิ์ของสิ่งแวดล้อม โดยสร้างที่พักเพียงไม่กี่หลัง ให้ผู้เข้าพักได้รับความสงบและการพักผ่อนอย่างแท้จริง แต่รายได้จากการเยี่ยมชมและเข้าพัก ควรช่วยให้ไร่เลี้ยงตัวเองได้ เพียงพอแก่ค่าใช้จ่าย และการดูแลรักษาสิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นสถานที่ที่ให้บริการแก่ผู้เข้าพัก</p>
<p>ไร่แสงอรุณเริ่มทำการเกษตร เพราะการเกษตรคือสายเลือดของพื้นที่แห่งนี้ รายได้จากการเกษตร อาจเพียงพอให้ทำการเกษตรในรอบ ต่อ ๆ ไปก็ได้ ถ้าจะให้ดี ผลิตผลทางการเกษตรนอกจากขายแล้ว ก็นำมาบริการให้ผู้ที่เข้าพักได้ลิ้มชิมความสดชื่นจากธรรมชาติได้ด้วย เช่นแปลงนาก็ได้ข้าวให้รับประทาน ไร่ลิ้นจี่ให้ผลลิ้นจี่และเป็นน้ำผลไม้ ไร่ข้าวโพดเพื่อขายเป็นรายได้ ไร่ผักเพื่อรับประทาน ไร่มะนาวเพื่อใช้ในครัว ไร่ชาเพื่อการเกษตรในวันข้างหน้า</p>
<p>สถานที่เล็กๆ งดงามเกิดจากความฝัน ความหวัง การลงมือทำ อย่างมีเป้าหมาย  ระบบน้ำถูกวางไว้อย่างดี เพราะน้ำโขงนำขึ้นมาใช้ไม่ได้ จึงต้องพึ่งน้ำบาดาล  แต่บาดาลอย่างไรให้เพียงพอกับที่พัก การเกษตร ร้านอาหารและห้องน้ำทุกแห่ง  จึงต้องมีแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อกักเก็บร่วมด้วย ไร่แสงอรุณจึงมีบึงบัว  มีฝายน้ำล้นที่วิศวกรโยธาออกแบบรองรับธารน้ำไหลด้านหลังไร่</p>
<p>ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยการเรียนรู้ เพราะเจ้าหน้าที่ของไร่ ไม่เคยรู้เรื่องการบริการหรือการโรงแรม ความเอื้อเฟื้อของผู้มาพัก คำแนะนำต่างๆ ร่วมกับความงามโดยธรรมชาติของสถานที่ ความสงบของที่พัก ความเอาใจใส่ดูแลผู้เข้าพัก คงเป็นหลักให้ไร่แสงอรุณเติบโต มั่นคงได้ต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/page.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-738" title="page" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/page-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>ตลอดการพาเที่ยว ในวันสบาย ท่ามกลางผู้คนน่ารัก ทำให้วันธรรมดารื่นรมย์อย่างประหลาด &#8230;จนหวนนึกว่านานเท่าไรแล้วหนอที่ไม่ได้หัวเราะกันพร้อมหน้าแบบนี้</p>
<p>อย่างเช่น ความที่ภาษาไทยของนีลได้รับการติวเข้มจากน้องณิช ทำเอาเจ้าบ้านที่มึนกับการหาศัพท์ว่า&#8221;ใบตองตึง&#8221; &#8230;&#8221;เทียนอบขนม&#8221; &#8220;พระบรมธาตุเจดีย์&#8221; หรือ &#8220;เตี่ยวสะดอ&#8221; ในภาษาอังกฤษคืออะไร&#8230; ต้องหัวเราะก๊ากกับภาษาไทยที่ชัดถ้อยชัดคำของคุณเธอว่า&#8221;<span style="font-size: x-large;"><strong><span style="color: #ffcc00;">เซ็ง</span></strong></span>&#8221; หลังพยายามไต่ถามว่าจะกินอะไร เพื่อขอเลี้ยงบ้างแล้วได้รับการปฏิเสธว่ายังไม่หิว  &#8230;มั้ยล่ะ ความจริงใจแบบนี้ทำเอาเจ้าบ้านต้องยอมเลยนะเนี่ย 555</p>
<p>พี่ป้าน้าอาในลานฯคงอยากทราบว่าโปรแกรมพาแขกเมืองเที่ยวมีอะไร ได้แค่ไหว้พระธาตุผาเงา กับขึ้นดอยตุง ก่อนไปส่งขึ้นเครื่องกลับ กทม. แต่แหม มันไม่จุใจ ทำให้หมายมาดว่า(โปรด) กลับมาอีกนะ ยังมีอีกตั้งหลายที่ ที่อยากพาไป เพราะฝรั่งกินง่าย อะไรก็กินได้อร่อยหมด (ยกเว้นเครื่องในและหมาก) &#8230;อย่างงี้-สบายมาก เสร็จเรา(เนาะคะ)  <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: center;">&#8230;5 ปีแล้วสิ ที่รู้จักกัน&#8230;</p>
<p style="text-align: center;">ขอบคุณที่มาทำให้วันธรรมดามีความหมาย</p>
<p style="text-align: center;">และมีความทรงจำในใจให้ยิ้มสวย</p>
<p style="text-align: center;">ขอบคุณน้ำใจจากน้องชายที่ไม่เคยเกี่ยงงอน</p>
<p style="text-align: center;">แต่ไม่รู้เป็นอะไร</p>
<p style="text-align: center;">หนีเที่ยวทั้งคู่ทีไร พี่เจี๊ยบรู้ไปทุกที !!</p>
<p style="text-align: center;">ตอนไปกทม. พี่รุมกอดกับป้าจุ๋มแอบพาไปดูแสงสี</p>
<p style="text-align: center;">คุณพี่ก็โทร.หา ให้มัีนได้ยังงี้สิน่า&#8230;เฮ้อ !</p>
<p style="text-align: center;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p style="text-align: center;">แต่ยังไงก็ยังรอ และหวังว่าสักวัน จะได้ไปนับดาว</p>
<p style="text-align: center;">บนฟ้าพราว ดอยสูง กันอีกสักคราวนะจ๊ะ <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p><span style="font-size: x-small;">***ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/734/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>LD : เด็กเรียนไม่ดี ที่แก้ไขได้</title>
		<link>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/721</link>
		<comments>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/721#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Aug 2011 13:33:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เปลือยความคิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/seasonschange/?p=721</guid>
		<description><![CDATA[ในการทำ R2R ของรพ. ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับเด็ก LD (Learning  Disorder : เด็กที่มีความบกพร่องของทักษะในการเรียนรู้) โดยใช้แบบทดสอบเชาวน์ปัญญาในการช่วยจำแนก พบว่าเด็ก LD ส่วนใหญ่เป็นเด็กสมองซีกขวา เพราะสมองซีกซ้ายที่ทำงานเกี่ยวกับทักษะทางคณิตศาสตร์ ความเป็นเหตุผล ความสามารถในการอ่าน การเขียนเป็นส่วนที่เด็ก LD มักจะมีปัญหา ทำให้ทำได้ต่ำ
ความบกพร่องของเด็ก LD พบได้ 3 รูปแบบใหญ่คือ การอ่าน การเขียน การคำนวณ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นความบกพร่องด้านการอ่านเกือบทั้งหมด จึงจะอธิบายเฉพาะด้านการอ่านเพื่อทำความเข้าใจร่วมกัน ไล่ไปตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานและหลักการทำงานของสมอง ความบกพร่องของสมองในเด็กที่มีทักษะการอ่านผิดปกติ(Dyslexia) และความเชื่อมโยงการทำงานของสมองกับการอ่านหลังจากการบำบัดช่วยเหลือนะคะ
ความบกพร่องของทักษะการอ่าน ความผิดปกติหลักคือความบกพร่องของทักษะการเชื่อมโยงการฟัง และการแยกเสียง หรือ Phonological awareness
Phonological awareness หมายถึง ความไวในการฟังและแยกเสียง แต่ไม่เกี่ยวกับความหมายของเสียง ซึ่งเด็กทั่วไปสามารถแยกความแตกต่างนี้ได้เพียงไม่กี่ชม.หลังคลอด เช่น นม-แม่ ซึ่งเด็กพร้อมเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เ่กิดขึ้นหลังจากนั้น เพื่อเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ต่างๆในชีวิต เพราะการทำงานของสมองคือการเชื่อมโยงสิ่งเก่ากับสิ่งที่เข้าไปใหม่นั่นเอง

ในการอ่านสมองจะทำงานสามส่วนพร้อมๆกัน คือ Inferior frontal gyrus เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ Phonological processing คือเรียงลำดับเสียงที่ได้ยิน  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในการทำ <a href="http://lanpanya.com/seasonschange/archives/418">R2R ของรพ.</a> ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับเด็ก LD (Learning  Disorder : เด็กที่มีความบกพร่องของทักษะในการเรียนรู้) โดยใช้แบบทดสอบเชาวน์ปัญญาในการช่วยจำแนก พบว่าเด็ก LD ส่วนใหญ่เป็นเด็กสมองซีกขวา เพราะสมองซีกซ้ายที่ทำงานเกี่ยวกับทักษะทางคณิตศาสตร์ ความเป็นเหตุผล ความสามารถในการอ่าน การเขียนเป็นส่วนที่เด็ก LD มักจะมีปัญหา ทำให้ทำได้ต่ำ</p>
<p>ความบกพร่องของเด็ก LD พบได้ 3 รูปแบบใหญ่คือ การอ่าน การเขียน การคำนวณ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นความบกพร่องด้านการอ่านเกือบทั้งหมด จึงจะอธิบายเฉพาะด้านการอ่านเพื่อทำความเข้าใจร่วมกัน ไล่ไปตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานและหลักการทำงานของสมอง ความบกพร่องของสมองในเด็กที่มีทักษะการอ่านผิดปกติ(Dyslexia) และความเชื่อมโยงการทำงานของสมองกับการอ่านหลังจากการบำบัดช่วยเหลือนะคะ<span id="more-721"></span></p>
<p>ความบกพร่องของทักษะการอ่าน ความผิดปกติหลักคือความบกพร่องของ<em><span style="color: #ff99cc;">ทักษะการเชื่อมโยงการฟัง</span></em> และ<em><span style="color: #ff99cc;">การแยกเสียง</span></em> หรือ <em><span style="color: #ff99cc;">Phonological awareness</span></em></p>
<p><strong><span style="color: #ccffff;"><span style="font-size: x-large;">P</span>honological awareness</span></strong> หมายถึง <span style="color: #ccffcc;">ความไวในการฟังและแยกเสียง </span><span style="color: #ffff00; font-size: x-large;"><span style="text-decoration: underline;"><strong><span>แต่</span></strong></span></span><span style="color: #ccffcc;">ไม่เกี่ยวกับความหมายของเสียง</span> ซึ่งเด็กทั่วไปสามารถแยกความแตกต่างนี้ได้เพียงไม่กี่ชม.หลังคลอด เช่น นม-แม่ ซึ่งเด็กพร้อมเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เ่กิดขึ้นหลังจากนั้น เพื่อเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ต่างๆในชีวิต เพราะการทำงานของสมองคือการเชื่อมโยงสิ่งเก่ากับสิ่งที่เข้าไปใหม่นั่นเอง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/bb_feb2006_large.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-728" title="bb_feb2006_large" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/bb_feb2006_large-240x300.jpg" alt="" width="240" height="300" /></a></p>
<p>ในการอ่านสมองจะทำงานสามส่วนพร้อมๆกัน คือ <span style="color: #ff9900;"><strong>Inferior frontal gyrus</strong></span> เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ Phonological processing คือเรียงลำดับเสียงที่ได้ยิน  ส่วน <strong><span style="color: #ff9900;">Parietal- temporal area </span></strong>จะเป็น Word meaning คือรู้ว่าคำนี้หมายถึงอะไร และ<strong><span style="color: #ff9900;"> Occipito-temporal area</span></strong> เป็นส่วนของ Letter identification</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/281_2.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-727" title="281_2" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/281_2-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>ภาพข้างบนเปรียบเทียบระหว่างเด็กปกติ กับเด็ก LD ด้านการอ่าน (Dyslexia) จะเห็นว่าการทำงานของสมองในส่วนของ<strong><span style="color: #ff9900;">Parietal- temporal area </span></strong>ซึ่งเป็นการรู้ความหมายของคำ และ <strong><span style="color: #ff9900;">Occipito-temporal area</span></strong> ที่สามารถแยกความแตกต่างของตัวอักษร ของเด็ก LD หายไป แต่ <strong><span style="color: #ff9900;">Inferior frontal gyrus </span></strong>ที่ทำหน้าที่ Phonological processing ทำงานมากขึ้น</p>
<p>สนุกกว่านั้นคือถ้าการอ่านดี สมองซีกซ้ายจะทำงานเยอะกว่าขวา แต่ถ้าอ่านไม่ดีสมองซีกขวาจะทำงานเยอะกว่าซ้าย เพื่อชดเชย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/nm1099_1114.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-724" title="nm1099_1114" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/nm1099_1114-300x205.jpg" alt="" width="300" height="205" /></a></p>
<p>สมองแยกกลุ่มเซลล์สมองเกี่ยวกับการทำงานเรื่องภาษาออกเป็นส่วนๆ อย่างเป็นระบบ-ระเบียบ เชื่อมโยงประสานงานกัน แต่ไม่แย่งกันทำงาน เช่น</p>
<p><strong><span style="color: #99cc00;">การฟัง</span></strong> จะอยู่ข้างหลังสมองซีกซ้าย (ภาพมุมซ้ายบน)</p>
<p><strong><span style="color: #99cc00;">การพูด</span></strong> อยู่ค่อนไปด้านหน้า (มุมซ้ายล่าง)</p>
<p><strong><span style="color: #99cc00;">การอ่าน</span></strong> อยู่ข้างหลังในส่วนลึก (มุมขวาบน)</p>
<p><strong><span style="color: #99cc00;">การเขียน</span></strong> จะอยู่ประมาณตรงกลาง (ไม่มีภาพประกอบ)</p>
<p><strong><span style="color: #99cc00;">การคิดเป็นถ้อยคำ</span></strong> จะอยู่ส่วนหน้า (มุมขวาล่าง)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/brains-pet.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-729" title="brains-pet" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/brains-pet-300x159.jpg" alt="" width="300" height="159" /></a></p>
<p>จากภาพบนจะเห็นว่าเมื่อฟังเพลงที่บรรเลงอย่างกลมกลืน นุ่มนวล ไพเราะสมองมีการทำงานมากขึ้น เชื่อมโยงได้มากขึ้น อาขยานของไทยเราจึงเป็นพื้นฐานทางภาษาที่สำคัญของเด็กๆ เพราะเป็นคำคล้องจองที่ช่วยเรื่องภาษา เป็นฐานแรกที่สำคัญตั้งแต่อายุ 1-2 ปี &#8230;ยังจำกันได้มั้ยคะที่มีบทอาขยานร้องเป็นเพลง เช่น แมวเอ๋ยแมวเหมียว รูปร่างประเปรียวเป็นนักหนา ฯลฯ เป็นการฝึกเรื่อง Phonic (เสียง) ให้กับเด็กๆได้อย่างดีทีเดียวค่ะ</p>
<p>ในการบำบัดและส่งเสริมการอ่าน จึงเน้นการสอนเสริมกลุ่มเล็ก แบบเน้นการฝึกเรื่องการรับรู้ของเสียงและการสะกด ซึ่งสามารถใช้อาขยาน หรือบทเพลงมาช่วยได้ในเด็กเล็กๆ ส่วนในวัยอนุบาล 3 และ ป.1-ป.2 ควรเรียนเรื่องคำเพื่อเชื่อมโยง อาจฝึกด้วยแบบทดสอบ+เกมส์ในตัว เช่น ทำ Naming โดยทายคำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะต่างๆ เช่น เสียง ส. ( ส ศ ษ) , ข-ค , ซ-ส , ผ-พ หรือเล่นคำคล้องจอง เช่น กา-ขา-คา ถ้าสอนตัวสะกด วรรณยุกต์ถ้าเน้นเสียง ไม่ต้องเน้นรูป เอาแค่ให้รู้ความแตกต่างของเสียงก่อนก็พอค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/dyslexia325_280_fig1-a.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-731" title="dyslexia325_280_fig1-a" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/dyslexia325_280_fig1-a-293x300.jpg" alt="" width="293" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/dyslexia325_280_fig1-b.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-732" title="dyslexia325_280_fig1-b" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/dyslexia325_280_fig1-b-293x300.jpg" alt="" width="293" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/dyslexia325_280_fig1-c.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-733" title="dyslexia325_280_fig1-c" src="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/dyslexia325_280_fig1-c-297x300.jpg" alt="" width="297" height="300" /></a></p>
<p>ภาพทั้ง 3 นี้ พิสูจน์ว่าช่วยแล้ว สมองของเด็กที่มีปัญหาการอ่านเกิดการเปลี่ยนแปลง &#8230;เป็นกำลังใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองและคุณครูได้อย่างดีมั้ยเอ่ย ^ ^</p>
<p>ใน<strong><span style="color: #ff9900;">การป้องกัน</span></strong> เราควรรู้เกี่ยวกับพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัยก่อนนะคะ</p>
<ol>
<li>เขาต้องการการเรียนรู้มากพอสมควร</li>
<li>มีความสัมพันธ์โดยตรงกับทั้ง IQ และ EQ</li>
<li>มีความหลากหลาย และจำเป็นต้องเฝ้าระวังตั้งแต่ขวบปีแรก</li>
</ol>
<p><strong><span style="color: #ff99cc;">องค์ประกอบของภาษา</span></strong></p>
<ol>
<li>ระบบเสียง (Phonological รู้ แยกแยะเสียงได้ เป็น&#8221;ขาเข้า&#8221;ของภาษา)</li>
<li>รูปแบบของภาษา เช่น พูดชัดถ้อยชัดคำ (&#8221;ขาออก&#8221; ของภาษา ซึ่งเกี่ยวกับความสามารถในการอ่านนิดหน่อย)</li>
<li>ไวยากรณ์ (เกี่ยวกับการพูด อ่านและเขียน)</li>
<li>ความหมายของภาษา</li>
<li>การใช้ภาษาเพื่อสื่อสาร (ทั้งพูด-อ่าน-เขียน) เป็นระดับการพูดคุย เช่นเล่าทั่วไป หรือเล่าเป็นเรื่องเป็นราว วางลำดับคำได้ถูกต้อง</li>
</ol>
<p>ดังนั้น ถ้าเด็กพูดได้ดี แยกแยะเสียงได้ดี สมาธิดี จะอ่านได้ดีกว่า การช่วยเด็กตั้งแต่แรกๆจึงควรดูประวัติครอบครัวประกอบกับความสามารถในการฟัง-พูดของเด็ก ถ้าบ้านไหนเคยมีประวัติควรกาไว้เลย เพื่อใส่ early intervention ตั้งแต่เนิ่นๆ เด็กจะได้ไม่ช้ำเมื่อโตแบบไม่เข้าใจว่าทำไมถึงอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้เหมือนเพื่อน ทั้งๆที่พัฒนาการด้านอื่นๆดีหมด <img src='http://lanpanya.com/seasonschange/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>มีความจริงอย่างหนึ่งว่า <span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #ffff00;">เด็ก LD ไม่ได้ช้าทุกเรื่อง </span></strong></span>เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือจึงไม่ใช่การสอนซ้ำๆ แต่ควรพลิกวิธีเรียน ซึ่งเทคนิคที่ได้ผลมักเริ่มจากความสนใจ-ความถนัดของเด็กเป็นหลัก เช่น ชอบวาดภาพ ก็ให้วาดแล้วค่อยโยงกับภาษา</p>
<p>น่าสนใจว่าเราควรเปลี่ยนหลักสูตรจาก <strong><span style="color: #ff0000;">Whole language </span></strong>ที่สอน ตั้งแต่พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ตัวสะกดและ&#8221;ความหมาย&#8221; ฯลฯ ตั้งแต่วัยเล็กๆ ให้เป็น <strong><span style="color: #ff0000;">Phonological language</span></strong> เพื่อสอนให้เด็กมีความไวในการฟังและแยกเสียง โดยไม่เกี่ยวกับ&#8221;ความหมายของเสียง&#8221; จะดีมั้ย ???</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/seasonschange/files/2011/08/02petscanword4.jpg"><br />
 </a><span style="font-size: x-small;">*** ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/seasonschange/archives/721/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
