พรปีใหม่

โดย น้ำฟ้าและปรายดาว เมื่อ 1 มกราคม 2011 เวลา 11:53 ในหมวดหมู่ เปลือยความคิด #
อ่าน: 2931

จากที่นี่ค่ะ

ในแต่ละปีแม้จะมีคนที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงมากมายหรือได้นางงามจักรวาล ได้รางวัลโนเบล ได้รับการจัดอันดับเศรษฐีโลกแต่เมื่อผ่านความฮือฮานั้น ตัวเบิร์ดเองก็ไม่สามารถจดจำได้ …แต่มีบางคนแม้ไม่เคยได้รับรางวัลใด ไม่เคยยิ่งใหญ่จนเป็นที่โจษขาน แต่กลับอยู่ในความทรงจำ อยากแบ่งปันและมีความสุขทุกครั้งเมื่อนึกถึง ซึ่ง คุณยายยิ้ม จันทร์พร คือหนึ่งในนั้น

การดำรงชีวิตของคุณยายที่ติดตามดูจากรายการคน ค้น ฅน ในวันที่ 30 พย.และ 7 ธค. 53 ทำให้รู้ซึ้งถึงคำว่า”พร” ซึ่งพูดตามภาษาพระแท้ๆคือความหมายว่า เป็นสิ่งที่เราจะต้องสร้างเอง

พรในที่นี้จะประกอบไปด้วย อายุ วรรณะ สุขะ  โภคะ และพละ มาดูกันนะคะว่าคุณยายยิ้มมีพรครบทุกข้อแบบไหน…

ายุ…พลังสืบต่อชีวิต  คืออิทธิบาท 4 อันกอปรไปด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา

คุณยายยิ้มมี ฉันทะ คือ มีสิ่งดีงามที่ใจใฝ่รักที่จะทำ

มี วิริยะ คือความมีกำลังใจเข้มแข็ง แกล้วกล้า ใจสู้ กล้าเผชิญกับความยากลำบากและอุปสรรค

มี จิตตะ คือ การอุทิศตัว อุทิศใจให้กับสิ่งนั้นอย่างใจจดใจจ่อ

มี วิมังสา คือ คอยใช้ความคิดพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนั้นอยู่ตลอดเวลา มีอะไรที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข และจะปรับปรุงอย่างไร ให้เวลาและเพลิดเพลินกับสิ่งที่ทำจนเวลาล่วงไปอย่างไม่รู้ตัว

คุณยายสร้างฝายเล็กๆได้ 11 ฝายจาก 14 ฝายที่ตั้งใจไว้ภายในเวลา 20 ปีที่อยู่คนเดียวในป่า ด้วย”ใจและจอบ” ภาพคุณยายร่างเล็ก วัย 83 ปี หลังเริ่มงองุ้ม เดินกระย่องแย่งเข้าไปในป่า ใช้มือ+ มีดกับเรี่ยวแรงที่มีดึงทึ้งไม้ไผ่ลำสูง มาสร้างฝายตามหวัง แม้เป็นฝายที่ไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานใด ไม่มีเงินทองคนมากมายมาช่วยเจือจาน  และไม่เคยผ่านการออกแบบอย่างเหมาะสม แต่คุณยายทำฝายเล็กๆเหล่านั้นด้วยความรู้สึก”รักในหลวง พระราชินี ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินท่านยังทำ ยายอยากทำได้แบบที่เขาแนะ ท่านไม่เห็น ผีสางเทวดาต้องเห็น ว่ายายทำจริงด้วยความจริงใจ

ฝายเล็ก ๆ ของคุณยายกลายเป็นแอ่งกักเก็บน้ำกลางป่า

ลดทอนกำลังแรงยามน้ำหลาก

หน้าแล้งก็พอให้สัตว์ต่างๆได้มาอาศัย  ต้นไม้ชุ่มชื่น

ทำเสร็จก็ทำต่อเข้าไปเรื่อยๆ ทีละฝาย ทีละฝาย
เวลาแต่ละวันผ่านไปเมื่อไรไม่รู้

เหนื่อยก็พัก เย็นก็เดินกลับบ้าน
ชีวิตคุณยายแต่ละวันเป็นไปอย่างเรียบง่าย

ชอบคุณยายตอบคำถามผู้ดำเนินรายการที่ถามว่าเวลายายไปตัดไม้ไผ่ ทำฝายไม่เกินกำลังเหรอ เอาแรงมาจากไหน
คุณยายยิ้ม หัวเราะเบาๆแล้วตอบว่า มันเกินกำลังอยู่แล้วล่ะ แต่ต้องมีความพยายาม…”วันนี้หมดแรง นอนพัก พรุ่งนี้แรงมันก็มีมาเองใหม่”….คุณยายน่ารักมั้ยล่ะคะ ^ ^

*******************************************************

จากอายุ ก็มาถึงพรข้อที่ 2 คือ วรรณะ

รรณะ ในทางพระหมายถึง ศีล การมีความประพฤติดีงาม มีความสำรวม มีปฏิปทาที่บริสุทธิ์ผุดผ่องคือวรรณะของพระองค์นั้นๆ

สำหรับคนทั่วไป ความสุจริต ความมีชีวิตที่ดีงาม ความเป็นผู้บริสุทธิ์ในการดำเนินชีวิตก็คือ”ความงาม”ของบุคคลนั้นๆ …

เมื่อนั่งดูคุณยายอย่างหลงรัก ก็เห็นว่าคุณยายมีวันสำคัญคือ “วันพระ”

ทุกๆ วันโกน คุณยายยิ้มจะเก็บของใช้จำเป็นพร้อมเสบียงเล็กๆ น้อยๆ แต่งกายอย่างรัดกุมเท่าที่จะทำได้ ฉวยไม้เท้าและเดินทางออกจากบ้านซึ่งแวดล้อมด้วยป่าไผ่และต้นไม้ไปยังวัดของหมู่บ้านซึ่งเป็นระยะทางไกลเกือบ 8 กิโลเมตร กับ 2 เท้าที่ค่อยๆ ก้าวไปอย่างความระมัดระวัง อย่างมี “สติ” พร้อม “จิตที่เบิกบาน”

คุณยายใช้เวลากว่า 3 ชม.ไปถึงวัด ถ้าในฤดูฝนคงยิ่งลำบากกว่านี้หลายเท่า แต่คุณยายทำได้ !  ด้วยความตั้งใจอย่างไม่ลดละ …อุปสรรคใดๆก็พ่ายให้กับพลังแห่งศรัทธา

ผู้ดำเนินรายการ : เดินไปวัดลำบาก เหนื่อยไหม
คุณยายยิ้ม : เหนื่อยก็พัก แล้วเดินต่อ ทางไปสวรรค์มันรก ทางไปนรกมันเรียบ เห็นพระก็หายเหนื่อย

คุณยายยิ้ม”งาม”จริงๆนะคะ

****************************************************************

พรข้อที่สามคือ สุขะ

สุขะ  เป็นสภาพจิตใจที่ดีงามที่ประกอบด้วย

  • ปราโมทย์  คือความร่าเริงเบิกบาน
  • ปิติ    คือ ความอิ่มใจ ปลื้มเปรม
  • ปัสสัทธิ  คือ ความผ่อนคลายไร้ความเครียด
  • สุข  คือ ความคล่องใจ โปร่งเบา สบายใจ
  • สมาธิ  คือความมีใจสงบ มั่นคงอยู่กับสิ่งที่คิดที่ทำ

ทุกสิ่งที่คุณยายยิ้มทำมีความสุขอยู่ทุกย่างก้าว ใบหน้าเปื้อนยิ้ม คำพูดซื่อๆง่ายๆที่ยิ่งดูยิ่งฟังก็ยิ่งรัก ได้สะท้อนให้เห็นว่าคนจะเป็นที่รักนั้นควรมีลักษณะเช่นนี้คือ

รักคนอื่น เพราะคุณยายมีชีวิตอยู่เพื่อการบริจาคทานโดยแท้ ขนาดข้าวที่หุงตอนเช้า คุณยายยังตักมาเผื่อสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเมื่อคุณยายเดินไป”ทำงาน”สร้างฝายทุกๆวัน ….ความตั้งใจสุดท้ายของคุณยายคืออุทิศร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ให้ นศพ.ได้เรียน

ผู้ดำเนินรายการ : ยายมาทำบุญทุกวันพระไหม
ชาวบ้าน : ยายมาประจำแหละ ยายแกชอบทำบุญ ได้เบี้ยเดือน 500 แกยังทำบุญหมดเลย

พึ่งตัวเอง

ผู้ดำเนินรายการ : ลูกหลานอยากให้ไปอยู่ด้วยกัน
คุณยายยิ้ม : ไม่ใช่ว่าจะไม่พึ่ง แต่ให้หมดค่าก่อนค่อยพึ่ง ป่วยไม่สบายไม่มีแรงค่อยพึ่งเขา

ผู้ดำเนินรายการ : ยายมีของแค่นี้เหรอ (หยิบกระเป๋าหิ้วใบย่อมที่บรรจุเสื้อผ้า ยาที่จำเป็น และบัตรประชาชน)
คุณยายยิ้ม : แค่นี้แหละเตรียมไว้ เวลาเจ็บป่วยขึ้นมา เอาไปใบเดียว คนอื่นจะได้ไม่ลำบากหา

ผู้ดำเนินรายการ : จะไม่เป็นการแช่งตัวเองหรือ
คุณยายยิ้ม : ยิ่งเจ็บ ยิ่งต้องพึ่งตัวเอง ยิ่งต้องเตรียมตัว

คิดบวก สร้างสุขด้วยตัวเองได้

บ้านคุณยายไม่มิดชิด ดูๆแล้วคงกันลมกันฝนแรงๆไม่ได้  ที่นอนคุณยายมีแค่มุ้ง เสื่อผืน หมอนเก่าๆ และผ้าห่มบางๆ

ผู้ดำเนินรายการ : ฝนตกเปียกไหม
คุณยายยิ้ม : ก็หลบๆเอา ไม่ลำบาก อย่าคิดว่ามันลำบาก

ผู้ดำเนินรายการ : กลัวล้มไหมเวลาเดินไปไหน
คุณยายยิ้ม : กลัวแต่ก็ต้องทำ ทำแล้วมีความสุข

มีความอดทน มั่นคง ไม่หวั่นไหว และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน


ดูคุณยายแล้ว อายตัวเองมั้ยคะ?

*******************************************************

พรข้อที่ 4 คือ โภคะ

ภคะ หมายถึง ทรัพย์สมบัติทางจิตใจ ได้แก่ พรหมวิหาร 4

ตลอดระยะเวลาที่ติดตามดูคุณยายอย่างกับวัยสะรุ่นตามติด AF ประทับใจรอยยิ้มกลั้วเสียงหัวเราะของคุณยายอย่างที่สุด เห็นถึงโภคทรัพย์ที่คุณยายมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในตัว

เมตตา มีไมตรีจิต มิตรภาพกับคนทั่วไป เจอใครก็ยิ้มแย้มแจ่มใส รักใคร่ ปรารถนาดีกับทุกสิ่ง ทุกตัว

กรุณา เห็นใครหรืออะไรตกทุกข์ได้ยากก็ช่วยเหลือไปตามแรง ตามกำลังที่มี

มุทิตา เห็นใครดี ประสบผลสำเร็จก็ยินดี ส่งเสริมกันไป

อุเบกขา มีใจเป็นกลาง ใช้ปัญญาในทุกสิ่งที่เจอ

โภคทรัพย์ที่คุณยายมีทำให้เห็นว่าเราสร้างทรัพย์นี้ได้ด้วยตัวเอง  เป็นโภคะที่ไม่หมดสิ้น มีลักษณะพิเศษคือใช้ไม่หมด และซื้อหาไม่ได้ ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่มด้วยสิคะ ;)

************************************************

และพรข้อสุดท้ายคือ พละ

ละ ตามความหมายของท่าน ปอ.ปยุตโต คือ อิสรภาพ

คุณยายยิ้มมีอิสรภาพทางจิตใจซึ่งมีลักษณะสำคัญอยู่ 2 อย่างคือ

  • ไม่ถูกอะไรครอบงำ หรือคอยบังคับชักจูงให้ถดถอยหรือใช้กำลังหันเหไปในทางอื่นซึ่งในที่นี้ได้แก่กิเลสต่างๆ โลภะ โทสะ โมหะ จะทำอะไรก็มัวแต่หลงอยู่กับความโกรธ ความน้อยใจ คำนึงถึงลาภ ยศ สรรเสริญ ใจก็เสียกำลัง ทำอะไรไม่ได้เต็มที่ ..หรือถูกความกลัว ถูกความเกียจคร้านคุกคาม หน่วงเหนี่ยวจิตก็เสียกำลังเหมือนกัน
  • ไม่ถูกสิ่งใดผูกมัด มีกำลังเท่าไรก็ใช้ได้เต็มที่

สัจจะชีวิตจากคุณยายยิ้ม คือคุณค่าของความมีอยู่อย่าง”พอ” ที่เป็นทั้งพอเพียงและพอดี เป็นเพชรเม็ดเล็กๆที่ส่องทางให้หลายคนได้เห็นคุณค่าของชีวิต ที่ใครได้ติดตามเรื่องราวของคุณยายจะ”อิ่มสุข”ในใจ และน้ำรื้นในตา จิตสำนึกถูกจุดประกายจ้า เพราะ”ความลำบากไม่ได้อยู่ที่ความยาก แต่อยู่ที่ใจเรา

ดูทีไรก็ยิ้มทุกทีเมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า ยายยังขาดอะไรอีกในชีวิต
คุณยายยิ้ม : ยิ้มหวานใส ตอบอย่างที่ทำใำห้เรายิ้มตามว่า ขาดความทุกข์…นี่ให้มันได้อย่างนี้สิคะคุณยาย คนอะไรยิ่งดูยิ่งรักนะเนี่ย :)

คงเป็นเหมือนคุณสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ เจ้าของรายการ “คนค้นฅน” สรุปปิดท้ายไว้ว่า

คุณยายยิ้มไม่ได้ขาดอะไร

แต่โลกขาดคนอย่างคุณยายยิ้ม ต่างหาก….

ขอให้ทุกท่านประสบกับ”พร”ในตัว

เหมือนที่คุณยายได้ฉายให้เราเห็นตลอดปีใหม่นี้และตลอดไปนะคะ

***ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ตค่ะ

 

« « Prev : บทเรียนจากอุบัติเหตุแม่สลอง

Next : แค่ 12 นาทีก็พอ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

13 ความคิดเห็น

  • #1 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 มกราคม 2011 เวลา 12:27

    (^___________________________^)

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 มกราคม 2011 เวลา 13:00

    ดูระหว่างยายยิ้มกับหลานเบิร์ด
    ปีนี้เกิดพร้อมพรรคถักหมวกสวย
    ทำขนมแจกจ่ายผมได้ด้วย
    เหมือนถูกหวยเชียงรายสบายแฮ

  • #3 Panda ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 มกราคม 2011 เวลา 13:55

    ผมก็ติดตาม เรื่องของ ยายยิ้ม จากรายการนี้เช่นกัน ชื่นชมและทึ่งในความเพียรและตั้งใจของยายยิ้ม อย่างยิ่งครับ น้องเบิร์ด
    สวัสดีปีกระต่าย ขอให้ สุขี สุขี อายุ วัณโน สุขัง พลัง

  • #4 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 มกราคม 2011 เวลา 19:29
    กราบรับพรจากพ่อครูและพี่แพนด้าค่ะ …กอดน้องปูจ๋าที่ยิ้มกว้างซะตาปิดด้วยความมันเขี้ยว

    ช่วงเวลาที่คุณยายออกอากาศเป็นช่วงที่เบิร์ดตะลุมบอนกับงาน จึงมีโอกาสได้ดู ไม่งั้นปกติก็หลับไปแล้วล่ะค่ะ ดูแล้วก็ได้รู้ว่าถ้าปู่เย็นคือคนที่ทำให้สังคมหยุดคิด คุณยายยิ้มก็คือคนที่ทำให้สังคมสะอึกนะคะพี่แพนด้า

    คุณยายเดินไปวัดระยะทางตั้งเกือบ 8 กม. ถามว่าเบิร์ดเดินมั้ยยังคิดเลยค่ะ ความศรัทธาของเบิร์ดสู้คุณยายไม่ได้เลย แถมยังไม่มีบ่นแม้แต่น้อย ยิ้ม ร่าเริงสดใสได้ตลอดเวลา…เฮ้อ ! เราบ่นทุกเรื่อง ว่าทุกคนยกเว้นตัวเราเอง น่าอายนะคะเนี่ย …แถมคุณยายยังทำให้เราคิดถึงใครที่อยู่ข้างหลัง คอยเราอยู่เงียบๆที่บ้านได้อีกเยอะแยะนะคะ

    เราเปราะบาง ไม่มั่นคง มีอะไรก็โวยวายร้องขอ และเป็นสังคม Drama ขาดสติ เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมไทยที่ผ่านมา เมื่อดูคุณยายแล้วหน้าชาเลยล่ะ่ค่ะ ถ้าถามว่าจิตสำนึกจะปลูกยังไงเบิร์ดว่าเรื่องนี้เรื่องเดียวเอาไปนั่งดูก็พอไหวนะคะ เพราะเข้าไปทั้งทางตา ทางหู และกระแทกที่ใจ… เป็นสิ่งเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ ที่ไม่ต้องหรูหราไม่ต้องลงกินเนสบุ­๊ค เหมือนที่ผู้ดำเนินรายการพูด ….คุณยายได้บุญมากๆเชียวค่ะ

    เวลาเรารับพร เรามักคิดว่าทุกอย่างควรเกิดจากการวอนขอ ได้รับความเมตตาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และชั้นต้องได้สิเพราะชั้นดีพอ !….แต่เราลืมว่าที่แท้ท่านต้องการให้เราสร้างขึ้นเองอย่างรู้เืท่าทัน เพื่อรู้ ตื่น และเบิกบานเนาะคะ…

    ดังนั้นจึงขอส่งความสุขปีใหม่(พร้อมน้ำตาคลอๆ)ไปถึงหน้าจอคอมพ์ด้วยความรักและคิดถึงนะค้า ;)

  • #5 noina ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 มกราคม 2011 เวลา 21:49

    อ่านแล้วยิ้มยินดีปรีดายิ่ง
    โลกความจริงมีคนดีที่ค้นหา
    เป็นตัวอย่างความพอเพียงไม่พึ่งพา
    ควรคุณค่าเชิดชูไว้ในสังคม

    แค่เล็กน้อยแต่คุณค่าแสนยิ่งใหญ่
    หากคนไทยรู้บ่มเพาะความเหมาะสม
    มีเหตุผลรู้ดีชอบน่าชื่นชม
    สร้างค่านิยมความเพียงพอให้พอเพียง

  • #6 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 มกราคม 2011 เวลา 22:41

    ได้ดูรายการเหมือนกัน
    ชอบทั้งหมด รายการดีดีแบบนี้สร้างสำนึกดีแท้
    ชอบหมอเขียวที่พูดว่า “รางวัลนี้ไม่มีคุณค่าอะไรเลย
    สิ่งที่มีค่าที่สุดคือการทำความดีที่ไม่หวังรางวัลใดๆ”

  • #7 ป้าจุ๋ม ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 มกราคม 2011 เวลา 7:26

    สวัสดีปีกระต่ายค่ะน้องเบิร์ด ปีนี้ขอให้มีแต่ความสุขและสมหวังในทุกสิ่งนะคะ
    ขอขอบคุณสำหรับขนมปีใหม่ที่แสนอร่อยค่ะ ป้าจุ๋มกินอย่างมีความสุขค่ะ
    มีเรื่องตลกจะเล่าให้ฟังคือ ขนมชั้นที่น่ารักเธอถูกเหวี่ยงไปติดข้างกล่อง แต่ป้าจุ๋มก็จับมาวางเรียงสวยเหมือนเดิมแล้วถ่ายรูปไว้ ก่อนจะกินหมดไปค่ะ(วันหลังจะนำรูปมาโพสต์ให้ดูค่ะ)

    “มีความอดทน มั่นคง ไม่หวั่นไหว และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน” อันนี้สำคัญ เห็นคุณยายแล้วก็อายเหมือนกัน เราคงต้องเอาเป็นตัวอย่าง คิดว่าคงจะยังไม่สายเกินไป คงไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นทำสิ่งดีๆนะคะ

    เมื่อวานครอบครัวป้าจุ๋ม ตื่นไปทำบุญตักบาตรที่วัดใกล้บ้านแต่เช้า และหลังจากนั้นก็ไปตระเวนกราบขอพรญาติผู้ใหญ่ก็กลับถึงบ้านมืดเลยค่ะ เป็นปีใหม่อีกปีที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นกับสิ่งดีๆค่ะ โชคดีตั้งแต่ต้นปี เมื่อวานญาติผู้ใหญ่ที่เราไปกราบขอพรท่านมีอายุ 91 ปี ท่านให้แหวนเพชรโบราณป้าจุ๋มมา 1 วงค่ะดีใจมากค่ะ(อย่างนี้คงเรียกว่าเป็นมงคลชีวิตและการเริ่มต้นปีที่ดีีอีกปีได้นะคะ)

  • #8 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 มกราคม 2011 เวลา 9:31
    จ๊ะเอ๋คุณครูน้อย พี่บู๊ด และกราบรับพรป้าจุ๋มที่น่ารักน่ากอดที่ซู้ดค่ะ

    แหม จะขยับกลอนตอบก็กระไรเพราะต้องใช้เวลามากมายทั้งวันเป็นแน่แท้ อย่ากระนั้นเลยตอบแบบบันละยายนี่แหละดีแล้ว อิอิอิ

    การสร้างฝายของคุณยาย ทำให้รู้ว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย แต่อยู่ตามรายทางที่เราก้าวไปนะคะ…ถ้าเป็นเบิร์ดเวลาสร้างอะไรซักอย่างก็คงมีระยะเวลากำกับว่าต้องเสร็จช่วงแรกในวัน… ประเมินช่วงที่สองในวัน…. ฯลฯ

    เราลืมว่าเวลาที่เรากำหนดคือตัวบีบบังคับจนเรามองไม่เห็นความสุขรายทาง มองไม่เห็นการมีส่วนร่วมเล็กๆ น้ำใจใสเย็นจากคนอื่นๆ เพราะความแข็งกร้าวของกรอบเวลาและคำว่าประสิทธิภาพครอบไว้

    นึกถึงตอนภัยพิบัติต่างๆในประเทศไทยนะคะ ไล่มาตั้งแต่สึนามิ จราจล น้ำท่วม อุบัติเหตุฯลฯ ต่างเต็มไปด้วยความเร่งด่วนของการช่วยเหลือ ความคาดหวังในการฟื้นฟู ความห่วงใย ความกังวล ความโกรธ ความน้อยเนื้อต่ำใจ ฯลฯ และสังเกตเห็น”ความสุข”จากน้ำใจใสเย็น ทหาร ตำรวจ หมอ ครู นร.นักศึกษา ดารานักร้องนักแสดง ผู้รู้ในด้านต่างๆ ประชาชนทั่วไป ต่างยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ บางคนสละเวลาทำงานของตนเอง เพื่อเิดินทางไปที่นั่น

    คนที่มีฝีมือช่างก็ช่วยกันสร้างบ้านสร้างถนนสร้างสิ่งที่สูญเสียไปขึ้นมาใหม่ ทุกคนมอบรอยยิ้ม มอบหัวใจให้แก่กัน “ความรักที่บริสุทธิ์”เกิดขึ้นตรงนั้นแล้วเนาะคะ ความสุขจึงไม่ได้อยู่ที่วันรำลึก วันฉลองหลังการฟื้นฟูแต่อยู่ในทุกๆวันที่ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือกันต่างหาก

    หากไม่มีเหตุการณ์เหล่านั้นเราทุกคนก็คงไม่สะดุ้งตื่น และรับรู้ว่า”ความสุข”ที่จะเดินร่วมกันนั้นอยู่ที่ใดนะคะ :)

    คุณหมอเขียวก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำให้เบิร์ดทึ่งค่ะพี่บู๊ด การใช้หลัก”แพทย์วิถีพุทธ” ทำให้เห็นว่าสุขภาพดีไม่จำเป็นต้องแพง (และถ้าอยากตายไวให้ไปหาหมอ เหมือนที่คุณหมอท่านหนึ่งเขียนหนังสือชื่อนี้ไว้ 555)…เราทุกคน”รักษา”ตัวเองได้เนาะคะ …ส่วนรายการดีๆแบบนี้คงต้องช่วยกันรักษาไว้ เพราะรูปแบบรายการแม้จะสำเนาได้ แต่ทักษะต่างๆเป็นเรื่องเฉพาะตัวจริงๆในการทำให้น่าติดตาม และกระแทกใจ ;)

    ป้าจุ๋มทำให้เบิร์ดอดหัวเราะไม่ได้ค่ะ เมื่อนึกถึงสภาพขนม อยากเห็นขึ้นมาทันทีเลยค่ะว่าจะก่ายเกยกันขนาดไหน แต่ป้าจุ๋มเก่งมากนะคะที่แกะแต่ละดอกออกมาได้ ถ้าไม่อ่อนโยนจากใจที่คิดถึงคนทำ ก็คงไม่เกิดความสุขเล็กๆที่นำมาเล่าขานกันได้เฮฮาแบบนี้แน่ๆค่ะ ขอบคุณมากนะคะ กอดๆๆๆ ด้วยความอบอุ่นใจค่า :)

    ส่วนของรับไหว้สงสัยต้องเขียนเรื่องนี้อีกครั้งค่ะป้าจุ๋ม เพราะประเพณีดั้งเดิมของคนไทย เวลาไปกราบขอพรปีใหม่ หรือสงกรานต์ ผู้ใหญ่จะมีของเตรียมไว้ให้เสมอ อาจเป็นขนมที่ทำเอง น้ำอบ น้ำปรุงขวดเล็กๆ พระ หรือเครื่องประดับที่ท่านรักเหมือนที่ป้าจุ๋มได้มานี่แหละค่ะ แสดงว่าท่านรักมากนะคะเนี่ย ^ ^

    ป้าจุ๋มและทุกๆท่านทำให้เบิร์ดได้รู้ว่าขนมต่างๆที่อร่อยที่สุดนั้น ไม่สำคัญเลยว่าจะผลิตที่ไหน ผลิตจากอะไร และมีราคาเท่าไร เพียงแค่มันมีส่วนประกอบของความรัก ความคิดถึง และความปรารถนาดีจากใครสักคนอยู่ในนั้นเท่านั้นเอง… และในยามที่ใจเราเบิกบาน เราจะสามารถมองเห็นทุกอย่างในโลกนี้ที่ประสานกันไว้อย่างอบอุ่นเนาะคะ

    คิดถึงเสมอและมีความสุขที่ได้รู้จักกันค่ะ ;)

    (ขอเชิญครูน้อย พี่บู๊ด และป้าจุ๋มไปปูที่นอน เ้อ้ยร่วมอวยพรให้คนในลานฯที่นี่ด้วยนะคะ http://lanpanya.com/journal/archives/9960#comments...เจ้าตัวง่วนกับงาน เบิร์ดเลยป่วนต่อได้สบาย อิอิอิ)

  • #9 Panda ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 มกราคม 2011 เวลา 11:56

    สาธุ สาธุ สาธุ
    รายการ ฅนค้นฅน ที่ติดตามชีวิตของฅน หลากหลายรูปแบบ ที่มีคติสอนใจที่ดี ๆ แฝงอยู่ …. อย่างเช่นเรื่อง แม่จ๋าอย่าร้องไห้ ปู่เย็น ต้นข้าว…..เป็นต้น น่าเสียดายที่หัวเรือใหญ่ในการทำรายการนี้ได้จากไปเสียแล้ว

    หวังว่ารายการดี ๆ อย่างนี้คงจะยังคงมีอยู่ให้เราได้ดูต่อไป

    http://gotoknow.org/blog/myelearning/54284

  • #10 Nothing ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 มกราคม 2011 เวลา 13:54

    เข้ามาทักทาย ยังไม่ได้อ่านเพราะยุ่งมากครับ วันนี้จะย้ายก้นกลับบ้าน
    สวัสดีปีใหม่ครับ

  • #11 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 มกราคม 2011 เวลา 19:24
    พี่แพนด้าและว่าที่เจ้าบ่าวที่กำลังยุ่งสุดแสน

    “สุข” คือผล แต่เรามักลืมพิจารณาถึง”เหตุ” ว่าทำอย่างไรจึงมีสุขน่ะค่ะ …เห็นด้วยกับพี่แพนด้าว่าเรื่องราวแต่ละคนในรายการนี้น่าสนใจและมีแง่คิดเสมอ แม้ผู้ก่อตั้งเดินทางจากไปแต่ผู้ยังอยู่ก็สืบสานทำตามได้อย่างน่าดู บอกให้เห็นว่ามีการถ่ายทอดและทำความเข้าใจกันได้อย่างลึกซึ้งชัดเจน… ขอบคุณสำหรับลิ้งค์ที่พี่แพนด้่านำมาฝากค่ะ ^ ^

    ปี = เวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครั้งหนึ่ง ประมาณ 365 วันกว่าๆ
    ใหม่ = เพิ่งมี มีอีกหลังจากที่เคยมีอยู่แล้ว ของใหม่ไม่ใช่ของเก่า
    ปีใหม่ = 365 วันกว่าๆที่เวียนมาอีกครั้ง เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    จุดใหญ่จึงอยู่ที่จะทำอย่างไรให้ชีวิตในปีใหม่ไม่ซ้ำซาก ไม่ย่ำอยู่กับที่ เป็นแค่การเพิ่มขึ้นของปีพศ.อีกหนึ่ง อย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรดีขึ้น ซ้ำร้ายแย่ลงกว่าเดิมอีก

    ปีใหม่จึงควรใหม่ให้จริงนะคะ คือให้ต่างไปจากเก่า สิ่งไม่ดี นิสัยไม่ดีอะไรที่อยากทิ้งก็ทิ้งไปอย่าแบกข้ามปี
    จากเก่าสู่ใหม่…ที่ใหม่จริง จึงมีเงื่อนไขอยู่ว่า ขอให้มากขึ้น ดีขึ้น สูงขึ้นในทางที่ถูกที่ควร
    และน้อยลง เพลาลง เย็นลง ในทางที่ผิดเพี้ยน

    คุณยายยิ้มพูดถึงเวลาไว้อย่างกระตุกใจ
    “เวลาอยู่ที่เรา ไม่ใช่ที่ข้อมือ”
    คล้ายๆกับท่านพุทธทาสเคยสอนไว้
    เวลา คือจุดระหว่างความต้องการ กับจุดที่ความต้องการเลิกร้างไป
    ดังนั้นถ้าไม่มีความต้องการ…เวลาก็จะไม่มีอิทธิพลเหนือเรา
    อย่างนี้เรียกว่าเรากินเวลา
    การที่คนจะกินเวลา หรือเวลาจะกินคนนั้น วัดได้ตรงที่ถ้าไม่มีความทุกข์เลยเราก็กินเวลา
    แต่ถ้าเรายังกังวลทุกข์ร้อน…เวลาก็กินเรา

    คุณยายไม่ทุกข์ร้อนกับเวลาเลยค่ะ หรือคุณยายลดความต้องการของตัวเองจนใกล้ศูนย์ได้แล้ว ^ ^

    สวัสดีปีใหม่เช่นเดียวกันค่ะ เอาใจช่วยให้ว่าที่เจ้าบ่าวเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ในขณะที่เบิร์ดกับพี่แพนด้ามีความสุขอยู่ในบ้านนะคะ ;)

  • #12 ต้อมแม่น้องต้า ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 มกราคม 2011 เวลา 1:08

    คุณยายยิ้มเป็นบุคคลที่น่าทึ่งและน่าประทับใจมากค่ะ ขอบคุณค่ะที่ยกตัวอย่างบุคคลดีที่น่าเอามาเป็นแบบอย่าง

  • #13 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 17 มกราคม 2011 เวลา 19:52
    น้องต้อมที่รัก

    ทุกปัญหาในชีวิตเกิดขึ้นเืพื่อให้เรารู้ค่าของบางสิ่งที่อยู่ในตัวเราหรืออยู่ข้างๆเราตลอดมา ในยามที่ร้อนรุ่มทุกข์ท้อ ถ้าเราเห็น พิจารณาชีวิตของคนอื่นที่อิสระ เยือกเย็น เราจะคลายร้อนลงได้บ้างไม่มากก็น้อยน่ะจ้ะ

    พี่เคยตอบคำถามว่าจะระงับโกรธได้ยังไง ด้วยคำตอบว่าง่ายนิดเดียว แค่หายใจยาวๆก็ได้แล้ว …ความทุกข์ทั้งหลายในโลกนี้ก็เหมือนกันจ้ะ หยุดทุกข์นั้นง่ายนิดเดียว แค่หายใจยาว ช้า ลึก ทั้งเข้าและออก ทุกข์ดับเดี๋ยวนั้นเลย โฟกัสมันเปลี่ยนไงจ๊ะ ความรู้สึก ความคิดของมนุษย์เหมือนกระแสไฟฟ้านั่นแหละ น้องต้อมคงนึกออกว่าไฟสว่างจ้าที่เราเห็นนั้นแท้จริงเป็นกระแสสลับที่เกิดดับตลอดเวลาแต่มันเร็วมากเท่านั้นเอง…ถ้าดับทันทุกทีที่เกิด ก็สว่างได้ไงจ๊ะ ^ ^

    เคยสังเกตลมหายใจมั้ยจ๊ะ เวลาเราหายใจเข้าจะยาวกว่าหายใจออก แต่ถ้าเมื่อใดที่การเดินทางจะสิ้นสุดลง หายใจเข้าจะสั้นกว่าหายใจออก …ธรรมะอยู่กับตัวแท้เทียวเนาะ

    และลมหายใจเข้าจะส่งผลให้เราตั้งใจ ฮึดสู้ประมาณนั้น แต่ลมหายใจออกจะให้ความรู้สึกผ่อนลง คลายออก…เพียงแค่ดูลมก็เห็นอะไรตั้งเยอะเชียวจ้ะ ;)

    ในบางครั้งที่ชีวิตเหนื่อยล้า พี่แว้บไปถึงคำพูดของ John Atkinson …If you don’t run your own self, Somebody else will.

    กอดข้ามฟ้าให้น้องคนนี้มีความเข้มแข็ง มั่นคง และบอกให้รู้ว่ายังมีพี่อยู่ตรงนี้เสมอจ้า (หวานแมะ อิอิอิ)


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่
You must be logged in to post a comment.

Main: 0.083577871322632 sec
Sidebar: 0.057244062423706 sec