มงคลวิทยา…ช่างสมนาม
อ่าน: 1468แรกมาถึงโรงเรียนมงคลวิทยา ด้านนอกขวามือจะเห็นเรือนไม้ชั้นเดียวหลังเล็กๆ ประตูเฟี้ยมพับเปิดได้ มีสวนหย่อมขนาดน่าเอ็นดูอยู่ด้านหน้า สอบถามทราบว่าเป็นการทำเลียนแบบเรือนเก่า ใช้ไม้เก่าที่เก็บไว้มาเนิ่นนาน
ประตูโรงเรียนทำด้วยเหล็กเลียนแบบไม้ระแนงโปร่ง มีความสูงเพียงเอวผู้ใหญ่ ไม่ให้ความรู้สึกหนาทึบหรือกักขังผู้อยู่ข้างในแต่อย่างใด
เพียงมองเข้าไปก็เห็นต้นจามจุรีใหญ่อายุกว่า 50 ปี ร่มครึ้มหลายต้นยืนรับอยู่ ดั่งผู้เฒ่าใจดีคอยเฝ้าดูลูกหลานผ่านกาลเวลา ..มีกี่คนแล้วหนอที่ผู้เฒ่าเหล่านี้เฝ้าดูจนเติบโต

ที่นั่งเล่นทำจากไม้ไผ่มุงคาที่ออกแบบและลงมือปฏิบัติการเองของ อ.ราม เ่พื่อให้คนตัวจี๊ด ๆได้สำราญ ดูน่าเอ็นดูและอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นคนตัวกลมปุ๊กนอนเอกเขนกในยามเช้าตรู่ที่ผู้ปกครองมาส่งไว้
อาคารทุกหลังมีความต่อเนื่องกลมกลืนด้วยเจตนาี่ต้องการความสอดคล้องกับอาคารหลังแรกที่ทาสีสดใสดุจวันวาน จนเห็นภาพวันแรกของโรงเรียนมีครูเซี้ยงยืนดูด้วยความภาคภูมิใจ… ยังเหลืออีกกี่แห่งที่ชั้นสองของอาคารยังเป็นไม้ พื้นกระดานมันวับด้วยการขัดถู ยืนอยู่ท่ามกลางความโลดแล่นของวัตถุและความทันสมัยในตัวเมือง

โรงอาหารสะอาดเป็นสัดส่วน ได้รับการรับรองมาตรฐาน มีตู้กระจกใส่อาหารเพื่อป้องกันแมลงวันหรือสัตว์นำโรคต่าง ๆ มีช่องไม้ปิด-เปิดด้านข้างเพื่อส่งอาหารออกมาให้ผู้ซื้อหลากหลายวัยโดยไม่ เปิดโล่งโจ้งเหมือนที่อื่น ๆ ..น่าสังเกตว่าไม่มีน้ำอัดลมหรือขนมขบเคี้ยวแบบซอง ๆ .. พฤติกรรมการกินของเด็ก ๆ จึงถูกปรับโดยอัตโนมัติ ด้วยโครงสร้างกำกับวินัย
เด็กนักเรียนและคุณครูต่างยิ้มแย้ม สดใส ทักทายหยอกล้อกันได้อย่างน่าเอ็นดู ยังจำได้ถึงรอยยิ้มและคำทักทายของคนตัวเล็ก ๆ ที่ถามคุณครูใหญ่อย่างจริงจังว่า”คุณครูจะไปไหน” และการก้มเก็บเศษกระดาษที่คุณครูใหญ่เล็งปาจากในรถด้วยมาดนักบาสฯเก่าแล้วไม่ลงถัง ^ ^
ชอบใจหลาย ๆ ที่ในโรงเรียนนี้ตั้งแต่ห้องครูเซี้ยงผู้ก่อกำเนิดโรงเรียน และส่งต่อมรดกที่ล้ำค่าแก่สังคมไทยให้กับทายาทผู้ดูแล ด้วยจิตวิญญาณของครูที่ควรคู่การบูชา ดั่งเห็นได้จากพานน้อยหน้ารูปที่มักมีมาลัยพวงจ้อยหรือดอกไม้หอมจัดวางบูชาคุณ….

ห้องสมุดขนาดเล็ก ๆ แต่สะอาดสะอ้าน พื้นไม้กระดานน่านอนเรียง โต๊ะเก้าอี้ไม้ตัวเล็ก ๆ ที่ขรึมขลังด้วยกาลเวลา.. ตู้ไม้ใบย่อมที่ศิษย์เก่าชั้นป.๓ ก ปี ๒๕๐๑ ร่วมกันมอบให้ยังถูกใช้งานจัดเก็บหนังสือหมวดหมู่ของในหลวงที่ปวงชนชาวไทยเทิดทูน..เดินดูแล้วเกิดคำถามในใจว่าคนตัวเล็ก ๆ ในวันนั้น ป่านนี้เป็นเช่นไร…กี่รูปรอยที่ฝากไว้บนหนังสือ บนโต๊ะ บนเก้าอี้ที่สั่งสมและส่งต่อจิตวิญญาณจากรุ่นสู่รุ่น..แม้ส่วนใหญ่จะผ่านมาแล้วผ่านไป แต่ผู้ดูแลยังใส่ใจไม่ลืมเลือน
บนชั้นวางหนังสือโปรดไม่พบการ์ตูนดุเดือดเลือดพล่าน ไม่พบสิ่งรกสมอง แต่มีหนังสือน่าสนใจอยู่หลายเล่มสำหรับวัยเติบโต ซึ่งมีร่องรอยการหยิบจับ บ่งบอกถึงการคัดสรรกลั่นกรอง
ทางเดินปูอิฐมอญฝีมือช่างตัวเล็ก สวยงามและน่าใช้สอย ถูกใจที่เรียงรายด้วยการนำสันอิฐขึ้น แม้จะสิ้นเปลืองมากกว่าแต่ทนทานและมีมิติเส้นสายทอดลายสวยอย่างน่าชื่นชม
ศาลาเรียนพละศึกษาเป็นอาคารไม้เปิดโล่ง ยกพื้นสูงนิดหน่อย ให้ลมโกรกผ่านด้านล่าง ดูน่าสบายและน่านอนเป็นยิ่งนัก ด้านหน้าของศาลามีป้ายที่น่าสนใจ คือ”คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน”

จะเห็นว่าไม่เน้น”เรียนดี” อย่างที่เห็นกันเกร่อตา แต่เน้นที่อุปนิสัยใฝ่รู้ มีวินัย มีน้ำใจ รู้จักเลือกสรร มีความรับผิดชอบ มีสุขภาพและบุคลิกลักษณะที่ดี…เพียงเท่านี้ชีวิตก็มีความสุขแล้ว
สระว่ายน้ำสวยกลางสวน ..น้ำใส สะท้อนสีฟ้าหวาน ทางเดินเป็นซีเมนต์ขนาดต่าง ๆ ที่มีรอยใบไม้หลากชนิดในโรงเรียนทาบประทับ และวางเรียงรายตามขนาดของการก้าวย่าง ทุกสิ่งช่างเงียบสงบและกลมกลืน

เดินเลยเข้าไปเจออาณาจักรของราม กอปรด้วยโรงช่างที่มีอุปกรณ์หลายขนาดจัดเก็บไว้อย่างน่ารื้อค้นเป็นอย่างยิ่ง ร่วมกับอาคารไม้โล่งโปร่ง ใต้ถุนสูงริมสระน้ำแวดล้อมด้วยต้นไม้นานาพันธุ์เห็นทุ่งนาอยู่ลิบ ๆ มุมสงบเช่นนี้เป็นสิ่งหายากในเมือง รวมทั้งที่หมักปุ๋ย กะละมังใส่ไข่ตะพาบ หรือรูวางไข่ของงูดิน … สำหรับเด็ก ๆ ที่นี่คงเปรียบเสมือนโลกเล็ก ๆ ที่น่ามหัศจรรย์

บ้านคุณครูใหญ่ที่พักนอน ก็มีเรื่องราวมากมายซุกซ่อนแอบอย่างน่าเอ็นดู …บันไดไม้ชัน ชวนคิดถึงช่องบันไดลับบ้านคุณตา ที่เคยวิ่งขึ้นลงอย่างสนุกหนักหนาในยามเยาว์ ..ยังมีรูบนพื้นกระดานชั้นบนที่เจ้าของบ้านคราวซน เคยหย่อนงูยางลอดลงมาตกกลางวงพี่ป้าน้าอาให้ครึกโครม ^ ^
ชานไม้นอกบ้านก็วัดใจคนเดิน ด้วยทำเป็นระแนงโปร่งแต่น่ารื่นรมย์ด้วยคูน้ำน้อยลอดใต้ชาน ชวนเบิกบานอย่างยิ่ง .. ภายในห้องนอนมีเตียงไม้ขนาดใหญ่พร้อมฟูกหนานอนสบายที่อาศัยพักกายตลอด 4 คืน นำพาให้หลับสนิทอย่างไม่อินังว่าไม่ใช่บ้านตัวแต่อย่างใด

ของเล่นชิ้นน้อยถูกวางเรียงร้อยเป็นเรื่องราวในตู้ไม้กระจกใส ชวนพิศและคำนึงถึงมือเล็ก ๆ ที่เคยจับต้อง บนหลังตู้มีรูปยามเยาว์และบุคคลอันเป็นที่รักที่เห็นแล้วอดยิ้มให้ไม่ได้
เรือนครัวไม้หลังเล็กหลังบ้านมีพื้นยกสูงให้นั่งห้อยขาอย่างสบาย ดูปลาในคู ดูนกบนต้นชมพู่ แลลอดโรงรถเพลินตากับผู้คนที่กำลังขะมักเขม้นในหน้าที่ของตน…จะมีสักกี่คนที่ได้เห็นบรรยากาศเช่นนี้ ..”บ้านและโรงเรียน“อยู่ในที่แห่งเดียวกัน
ยามเดินเล่นตอนเช้า หยุดนั่งเล่นใต้ต้นไม้เพื่อมองผ่านกาลเวลา ผู้คนล้ำค่าเหล่านี้คิดอะไร ดำรงตนอยู่ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายอย่างเรียบง่ายและทระนงได้อย่างไร …สายธารการหล่อหลอมที่อ่อนโยนแต่มั่นคงได้ชำแรกผ่านจิตใจของผู้คนไปกี่ร้อยพัน การดูแลความฝันที่มากมายต้องใช้ความยิ่งใหญ่ของหัวใจ…เพียงใด?

อิอิอิ ^ ^
(ภาพประกอบที่ไม่ค่อยเข้ากับเนื้อหาจิ๊กมาจาก ที่นี่ ที่นี่ ที่นี่ ที่นี่ และ ที่นี่ ค่ะ)
5 ความคิดเห็น
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ จ้า… ยินดีต้อนรับอีกทุกเวลา
..ความทรงจำดีๆเสี้ยวหนึ่งในวัยเด็ก…ที่ได้รับจากมงคลวิทยาไป ก็พอใจแล้วล่ะ และก็พยายามใช้สิ่งแวดล้อมที่ตั้งใจจัดวางสอนเด็กให้มากกว่าตำราเรียน
เบิร์ดนึกถึงเจ้า 4 ขา 4 ตัวที่วิ่งตามรามเวลาไปไหนต่อไหน โดยเฉพาะแม่ซูซี่ตาหวาน และคำถามที่รามถามพี่รุมกอดอย่างจริงใจว่า ” เป็นสิวมั้ยครับ” 5555 ฮิ้ววววววววว
ความผูกพัน ความจริงใจเหล่านี้ทำให้มงคลวิทยามีเสน่ห์เฉพาะตัว อย่างที่โรงเรียนใหญ่ของรัฐเทียบไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของที่ต้องดูแลทุกชีวิตในโรงเรียนให้มีความสุขเท่านี้
แน่นอนว่าการจัดการเรียนการสอนที่มีกรอบระเบียบการวัดผลจากรัฐกำกับ ย่อมทำอะไรไม่ได้ดังใจนัก แต่การเรียนการสอนโดยยึดหลักให้ใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด ได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนต่อเนื่องแม้ในพื้นที่เล็กๆอย่างที่รามทำก็เปิดโลกให้คนตัวจิ๋วได้รู้จักอย่างมากความหมายแล้วล่ะ
รามได้ให้เค้าลองสังเกตหนอนผีเสื้อ หรือวัดความสูงของต้นไม้ที่เค้าดูแลด้วยมั้ย วาดภาพการเจริญเติบโตไปด้วยคงดีเนาะ เจ้าต้นบานเย็นที่พี่หลินบอกว่าสีขาวในเมล็ดแต้มสิวได้ชะงักก็น่าให้เด็กๆได้ลองดูเหมือนกัน อิอิอิ
การให้ด้วยความรู้สึกที่อิ่มสุข พอใจที่ได้คิด ได้ทำให้ มากกว่าการได้มา ทำให้เด็กๆดูสนุกร่าเริง บรรยากาศร่มเย็นจากต้นไม้ช่วยให้ผ่อนคลายได้เยอะ แต่เบิร์ดยังสงสัยว่าการรมควันเพลี้ยแป้งบนต้นจามจุรีใหญ่ด้วยเตาอั้งโล่ที่จุดไฟสุมควันอยู่เบื้องล่างมันจะได้ผลหรือ ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆ
เบิร์ดเห็นระบบกรองน้ำในโรงเรียน และระบบระบายน้ำในคูรอบโรงเรียนสนใจว่าถ้าฝนตกหนักๆแล้วน้ำในสระเต็ม มีทางระบายออกไปทางอื่นมั้ย หรือมีน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงไหลล้นเข้ามาบ้างมั้ยน่ะจ้ะ
มุมห้องที่เบิร์ดนอนจะมองเห็นเด็กๆเดินเข้าโรงเรียนมา และอยู่ข้างอาคารเรียนชนิดที่มีถนนขนาด 3 เมตรกั้นเท่านั้นเอง เป็นบรรยากาศที่รื่นรมย์มั่กๆ ..นอกจากนี้ยังพบว่าทุกเช้าประมาณตี 4 จะมีผู้ดูแลเดินกวาดใบไม้ กิ่งไม้แกรกกรากทุกวันแม้ฝนตก ซึ่งเบิร์ดเชื่อว่าคนที่ทำแบบนี้ได้ คงไม่ใช่เกิดจากการบังคับแน่นอน
ความผูกพัน ความตั้งใจ ความบากบั่นเป็นพลังของทุกคนที่มีส่วนร่วมคิด ร่วมสร้างอย่างศรัทธาในคุณงามความดีของผู้นำและเชื่อมั่นกันและกัน ทำให้ทุกสิ่งมีชีวิตชีวา มีจิตวิญญาณ ไม่แห้งแข็งกระด้างมีแต่ตึก อิฐ ปูน และการเดินสวนไปมาโดยไม่รู้จักแม้จะทักทายกันอย่างหลายๆที่ ที่เข้าไปแล้วรู้สึกว่าทำไมจึงร้อนแล้งเหลือเกิน
เชื่อมั้ยว่าการตรวจงานแบบผู้ตรวจที่เข้ามาหลัง 5 โมงเย็นแบบนั้น ถ้าเป็นหน่วยงานรัฐได้เรื่องกันไปแล้ว ไม่มีใครเต็มใจอยู่รอ”ท่าน”กันหรอกถ้าไม่มีค่าโอที นี่ขนาดฉีดพ่นยุงจนคละคลุ้งไปทั้งรร. ก็ยังมีผู้อดทนรอ..อย่างนี้ไม่ต้องตรวจเอกสารก็ยังได้ เพียงทราบเบื้องหลังก็คงไม่ต้องดูอะไรกันแล้ว อิอิอิ
เบิร์ด..อยากดูโรงเรียนมั้ย..เดินดูเองนะ…555555
การจัดสภาพให้เกิดการเรียนรู้ตามจริตผู้เรียนเป็นสิ่งที่ทำได้ยากและเสี่ยงมากๆ ถ้าไม่เข้าใจ อ่านผู้เรียนไม่ออก และไม่วางใจกันจริงๆ อิอิอิ (ฟังดูดีมั้ยคะ? ^ ^)
เดี๋ยวกลับมาคุยด้วยค่ะ ไปตลาดก่อน อิอิอิ
พี่ครูอึ่งบอกเบิร์ดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือคน พี่ครูอึ่งโชคดีที่มีคนดีๆมาช่วยกันดูแล แต่ในขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรในช่วง 2-3 ปีแรกที่รับเข้ามาสูงกว่าปีอื่นๆ เพราะไปรับราชการ (ซึ่งอาจเสียครูดีๆที่ปั้นแต่งไว้กลายเป็นเช้าชามเย็นชามตามระบบราชการอีกต่อหนึ่ง?)
พี่ครูอึ่งมีลักษณะของผู้นำที่ไม่แข็งกร้าว แต่มั่นคงนุ่มนวล มีการบริหารแบบใจนำด้วยการยอมรับและให้อำนาจปกครองตนเอง มีการสื่อสารที่ฉะฉาน ชัดเจนแต่ไม่ก้าวร้าว ..เป็นลักษณะที่เหมาะกับการดูแลโรงเรียนมากๆค่ะ ซึ่งเบิร์ดยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ อิอิอิ
ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่จากมงคลวิทยาบนบทเรียนจริงที่เห็นได้ชัดเจนถึงการคิดทุกด้านแม้รายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็ตาม กอดๆๆๆๆค่า ^ ^