<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานชีวิต</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/sawaeng/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/sawaeng</link>
	<description>Just another ลานปัญญา weblog</description>
	<pubDate>Fri, 12 Feb 2010 17:43:57 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>พ่อขุนรามคำแหงมหาราชน่าจะประสูติที่ “นครไทย”????</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/13/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/13/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Feb 2010 17:26:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[การเรียนกรสอน]]></category>

		<category><![CDATA[นครไทย]]></category>

		<category><![CDATA[พ่อขุนรามคำแหง]]></category>

		<category><![CDATA[สถานที่ประสูติ]]></category>

		<category><![CDATA[เมืองบางยาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=43</guid>
		<description><![CDATA[
ตั้งแต่วันที่ผมไปเยี่ยมชมอำเภอนครไทย เมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ไทย ที่เกี่ยวข้องกับการก่อกำเนิดของราชวงศ์พระร่วงและกรุงสุโขทัย
ทำให้ผมได้มีโอกาสคิดใคร่ครวญถึงว่า พ่อขุนรามคำแหง น่าจะประสูติที่เมืองนี้ และไม่น่าจะไกลจากต้นจำปาขาว ที่พ่อขุนบางกลางท่าวได้ปลูกเป็นอนุสรณ์ไว้ เมื่อกว่า ๗๐๐ ปีมาแล้ว
และบริเวณนี้ปัจจุบันเป็นวัดกลาง อยู่ริมแม่น้ำเดิมที่เป็นลำน้ำสำคัญของเมือง ในบริเวณตัวอำเภอเมืองนครไทยนั่นเอง
ที่ผมคิดเช่นนี้เนื่องมาจากพ่อขุนบางกลางท่าวอพยพมาตั้งกองกำลังอยู่ที่เมืองบางยางตั้งแต่ปี พ.ศ. ๑๗๗๘ และ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชก็ประสูติเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. ๑๗๘๒
เมื่อพ่อขุนบางกลางท่าวได้ครองกรุงสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. ๑๗๙๒ นั้น พ่อขุนรามคำแหง ก็อาจย้ายตามไปอยู่กรุงสุโขทัย เมื่อพระชนมายุ ๑๐ พรรษา
และ หลังจากนั้นท่านก็ได้เข้าศึกษาที่เมืองละโว้ ร่วมชั้นกับพระยาเม็งรายมหาราช และพ่อขุนงำเมือง แห่งเมืองพะเยา ณ สำนักพระสุตทันตฤๅษี
เมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๘๐๑ เมื่อท่านมีพระชนมายุได้ ๑๙ พรรษา ได้ชนช้างชนะขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด จนได้ครองราชย์ในปี พ.ศ. ๑๘๒๒ ถึง ๑๘๔๑ รวม ๑๙ ปี โดยประดิษฐ์ &#8220;ลายสือไทย&#8221; ในปี พ.ศ. ๑๘๒๖
จากลำดับเหตุการณ์ทั้งในเชิงเวลาและสถานที่ที่มีผู้สันนิษฐานไว้
แม้จะมีข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์ของไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/c7/Ramkhamhaeng_the_Great.jpg"><img src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/c/c7/Ramkhamhaeng_the_Great.jpg/367px-Ramkhamhaeng_the_Great.jpg" border="0" alt="ไฟล์:Ramkhamhaeng the Great.jpg" width="367" height="599" /></a></p>
<p>ตั้งแต่วันที่ผมไปเยี่ยมชมอำเภอนครไทย เมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ไทย ที่เกี่ยวข้องกับการก่อกำเนิดของราชวงศ์พระร่วงและกรุงสุโขทัย</p>
<p><strong>ทำให้ผมได้มีโอกาสคิดใคร่ครวญถึงว่า พ่อขุนรามคำแหง น่าจะประสูติที่เมืองนี้ และไม่น่าจะไกลจากต้นจำปาขาว ที่พ่อขุนบางกลางท่าวได้ปลูกเป็นอนุสรณ์ไว้ เมื่อกว่า ๗๐๐ ปีมาแล้ว</strong></p>
<p>และบริเวณนี้ปัจจุบันเป็นวัดกลาง อยู่ริมแม่น้ำเดิมที่เป็นลำน้ำสำคัญของเมือง ในบริเวณตัวอำเภอเมืองนครไทยนั่นเอง</p>
<p>ที่ผมคิดเช่นนี้เนื่องมาจากพ่อขุนบางกลางท่าวอพยพมาตั้งกองกำลังอยู่ที่เมืองบางยางตั้งแต่ปี พ.ศ. ๑๗๗๘ และ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชก็ประสูติเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. ๑๗๘๒</p>
<p>เมื่อพ่อขุนบางกลางท่าวได้ครองกรุงสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. ๑๗๙๒ นั้น พ่อขุนรามคำแหง ก็อาจย้ายตามไปอยู่กรุงสุโขทัย เมื่อพระชนมายุ ๑๐ พรรษา</p>
<p>และ หลังจากนั้นท่านก็ได้เข้าศึกษาที่เมืองละโว้ ร่วมชั้นกับพระยาเม็งรายมหาราช และพ่อขุนงำเมือง แห่งเมืองพะเยา ณ สำนักพระสุตทันตฤๅษี</p>
<p>เมื่อประมาณ พ.ศ. ๑๘๐๑ เมื่อท่านมีพระชนมายุได้ ๑๙ พรรษา ได้ชนช้างชนะขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด จนได้ครองราชย์ในปี พ.ศ. ๑๘๒๒ ถึง ๑๘๔๑ รวม ๑๙ ปี โดยประดิษฐ์ &#8220;ลายสือไทย&#8221; ในปี พ.ศ. ๑๘๒๖</p>
<p>จากลำดับเหตุการณ์ทั้งในเชิงเวลาและสถานที่ที่มีผู้สันนิษฐานไว้</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">แม้จะมีข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์ของไทย แตกต่างออกไป</span></strong></p>
<p><strong>แต่ภายใต้เงื่อนไขนี้ </strong></p>
<p><strong>ผมจึงขอสันนิษฐานต่อว่า บริเวณวัดกลาง หรือใกล้เคียงบริเวณนั้นน่าจะเป็นสถานที่ประสูติของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชครับ</strong></p>
<p>ไม่ทราบว่าท่านผู้รู้ มีข้อมูลชัดกว่านี้ไหมครับ</p>
<p>ขอบคุณมากครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/13/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เหรียญ ๑๒ นักษัตรของจีน สำหรับคนเกิดปีขาล</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/11/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d-%e0%b9%91%e0%b9%92-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/11/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d-%e0%b9%91%e0%b9%92-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2010 21:35:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ปรัชญาชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[กวนอู]]></category>

		<category><![CDATA[ปีขาล]]></category>

		<category><![CDATA[ปีชง]]></category>

		<category><![CDATA[ม้า]]></category>

		<category><![CDATA[หมู]]></category>

		<category><![CDATA[เสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=42</guid>
		<description><![CDATA[ในปี ๒๕๕๓ เป็นปีขาล ที่ถือว่าเป็น &#8220;ปีชง&#8221; สำหรับคนเกิดปีขาล
และบังเอิญผมมีเหรียญประเภทนี้อยู่ชุดหนึ่ง ตั้งแต่สมัยที่ผมทำตัวเป็นนักสะสมเหรียญกษาปณ์
ได้มีคนนำมาให้ ผมก็เก็บไว้แบบนักสะสมมากกว่าที่จะนำมาใช้จริงๆ
เหรียญทั้งหมดเป็นเหรียญที่กำกับไว้ด้วยภาษาจีน

ด้านหลังของทุกเหรียญ มีสัญญลักษณ์หยินหยาง ล้อมรอบด้วยตราประจำนักษัตร

สำหรับคนที่เกิดปีขาล นั้น ผมได้ข้อมูลมาว่า
เหรียญที่ควรพกพาให้ถูกโฉลก ก็คือ

และ นักษัตรที่เป็นบริวารของคนปีขาล ก็คือคนปีจอ

สิ่งที่ควรพกพาเสริมบารมี ของคนปีขาลก็ยังมี สัญญลักษณ์รูปม้า

และ สัญญลักษณ์รูปหมู

โดยมี &#8220;กวนอู&#8221; เป็นเทพเจ้าประจำราศี
ที่อาจใช้รูป รูปหล่อ รูปแกะสลัก หรือลูกปัดที่มีรูปของกวนอู แขวนก็ได้

ลูกปัดรูปเทพเจ้ากวนอู
 
ผมได้ข้อมูลมาประมาณนี้ครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในปี ๒๕๕๓ เป็นปีขาล ที่ถือว่าเป็น &#8220;ปีชง&#8221; สำหรับคนเกิดปีขาล</p>
<p>และบังเอิญผมมีเหรียญประเภทนี้อยู่ชุดหนึ่ง ตั้งแต่สมัยที่ผมทำตัวเป็นนักสะสมเหรียญกษาปณ์</p>
<p>ได้มีคนนำมาให้ ผมก็เก็บไว้แบบนักสะสมมากกว่าที่จะนำมาใช้จริงๆ</p>
<p>เหรียญทั้งหมดเป็นเหรียญที่กำกับไว้ด้วยภาษาจีน</p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/coin001.JPG"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/coin001.JPG" border="0" alt="Coin001" /></a></p>
<p>ด้านหลังของทุกเหรียญ มีสัญญลักษณ์หยินหยาง ล้อมรอบด้วยตราประจำนักษัตร</p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/coin003.JPG"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/coin003.JPG" border="0" alt="Coin003" /></a></p>
<p>สำหรับคนที่เกิดปีขาล นั้น ผมได้ข้อมูลมาว่า</p>
<p>เหรียญที่ควรพกพาให้ถูกโฉลก ก็คือ</p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/coin002.JPG"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/coin002.JPG" border="0" alt="Coin002" /></a></p>
<p>และ นักษัตรที่เป็นบริวารของคนปีขาล ก็คือคนปีจอ<a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/coin003.JPG"></a></p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/coin004.JPG"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/coin004.JPG" border="0" alt="Coin004" /></a></p>
<p>สิ่งที่ควรพกพาเสริมบารมี ของคนปีขาลก็ยังมี สัญญลักษณ์รูปม้า</p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/coin005.JPG"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/coin005.JPG" border="0" alt="Coin005" /></a></p>
<p>และ สัญญลักษณ์รูปหมู</p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/coin006.JPG"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/coin006.JPG" border="0" alt="Coin006" /></a></p>
<p>โดยมี &#8220;กวนอู&#8221; เป็นเทพเจ้าประจำราศี</p>
<p>ที่อาจใช้รูป รูปหล่อ รูปแกะสลัก หรือลูกปัดที่มีรูปของกวนอู แขวนก็ได้</p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/coin00001.JPG"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/coin00001.JPG" border="0" alt="Coin00001" /></a></p>
<p>ลูกปัดรูปเทพเจ้ากวนอู</p>
<p> </p>
<p>ผมได้ข้อมูลมาประมาณนี้ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/11/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d-%e0%b9%91%e0%b9%92-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>พระพุทธรูปยุคทวาราวดี คือต้นแบบของพระกรุ และพระพุทธรูปปัจจุบัน</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/10/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/10/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2010 12:12:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[ทวาราวดี]]></category>

		<category><![CDATA[พุทธศิลป์]]></category>

		<category><![CDATA[ลพบุรี]]></category>

		<category><![CDATA[ลำพูน]]></category>

		<category><![CDATA[สุโขทัย]]></category>

		<category><![CDATA[อู่ทอง]]></category>

		<category><![CDATA[เชียงแสน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=41</guid>
		<description><![CDATA[ในระยะสองสามเดือนที่ผ่านมา ผมมีวาสนาที่ได้รับพระกรุยุคทวาราวดีมาบูชา เป็นจำนวนหลายองค์ ที่นับได้ว่ามากพอที่จะจัดหมวดหมู่ทั้งในเชิงของวัสดุ และศิลปะ ได้อย่างหลากหลาย
เนื่องจากผมมีพรรคพวกในวงการพระเครื่อง ที่รู้ว่าผมชอบพระ &#8220;ทวาราวดี&#8221; ก็เลยนำมาให้บ่อยมาก จนเกือบจะเป็นทุกวัน
ทำให้ผมสามารถศึกษารูปแบบของพระพุทธรูปได้
เช่น ที่ผมเคยเขียนไปแล้วก็คือ พระจุฬามณี ที่เป็นทั้งต้นแบบของพระนางพญา และพระพุทธชินราช และพระหลักๆของเมืองพิษณุโลก

พระจุฬามณี ที่เป็นต้นแบบของพระนางพญาพิษณุโลก

ลักษณะของซุ้มพระจุฬามณี ที่เหมือนซุ้มของพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก
เมื่อหลายเดือนก่อนผมก็ได้ พระทวาราวดีของภาคกลาง ที่มีเค้าร่างของพระพุทธรูปศิลปะอู่ทอง

พระทวาราวดีไม่ทราบที่ ที่มีเค้าของพระศิลปะอู่ทอง
เมื่อเดือนที่แล้วก็ได้พระกรุดอยคำ ที่เป็นเค้าร่างของพระรอด

พระกรุดอยคำ ยุคทวาราวดี
เมื่อวันก่อนผมก็ได้พระทวาราวดี ที่เป็นเค้าร่างของพระร่วงนั่ง

พระทวาราวดี ไม่ทราบที่ ที่เป็นต้นแบบของพระร่วงนั่งสมัยลพบุรี
 
พระยุคทวาราวดี ไม่ทราบที่ ที่เป็นต้นแบบของพระร่วงยืนลพบุรี
 
เมื่อวานผมก็ได้พระทวาราวดี ที่มีลักษณะคล้ายพระศิลปะเชียงแสน (ดังรูป)

พระทวาราวดี ที่คล้ายกับพระศิลปะเชียงแสน
เมื่อมีเหตุการณ์คล้ายคลึงกันซ้ำๆ หลายครั้ง
ผมจึงได้สรุปคร่าวๆว่า พระทวาราวดี น่าจะเป็นต้นแบบของพระกรุในระยะหลังๆ ตั้งแต่ยุคลพบุรี เชียงแสน ลำพูน สุโขทัย และอยุธยาตามลำดับ
ที่เป็นวิวัฒนาการของศิลปของการสร้างพุทธรูปที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
ถูกผิดอย่างไรก็หวังว่าผู้รู้จะชี้แนะครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในระยะสองสามเดือนที่ผ่านมา ผมมีวาสนาที่ได้รับพระกรุยุคทวาราวดีมาบูชา เป็นจำนวนหลายองค์ ที่นับได้ว่ามากพอที่จะจัดหมวดหมู่ทั้งในเชิงของวัสดุ และศิลปะ ได้อย่างหลากหลาย</p>
<p>เนื่องจากผมมีพรรคพวกในวงการพระเครื่อง ที่รู้ว่าผมชอบพระ &#8220;ทวาราวดี&#8221; ก็เลยนำมาให้บ่อยมาก จนเกือบจะเป็นทุกวัน</p>
<p>ทำให้ผมสามารถศึกษารูปแบบของพระพุทธรูปได้</p>
<p>เช่น ที่ผมเคยเขียนไปแล้วก็คือ พระจุฬามณี ที่เป็นทั้งต้นแบบของพระนางพญา และพระพุทธชินราช และพระหลักๆของเมืองพิษณุโลก</p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/shinarat024small.jpg"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/shinarat024small.jpg" border="0" alt="Shinarat024small" /></a></p>
<p><strong>พระจุฬามณี ที่เป็นต้นแบบของพระนางพญาพิษณุโลก</strong></p>
<p><strong><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/chulamanee3.jpg"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/chulamanee3.jpg" border="0" alt="Chulamanee3" /></a></strong></p>
<p><strong>ลักษณะของซุ้มพระจุฬามณี ที่เหมือนซุ้มของพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก</strong></p>
<p>เมื่อหลายเดือนก่อนผมก็ได้ พระทวาราวดีของภาคกลาง ที่มีเค้าร่างของพระพุทธรูปศิลปะอู่ทอง</p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/007.JPG"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/007.JPG" border="0" alt="007" /></a></p>
<p><strong>พระทวาราวดีไม่ทราบที่ ที่มีเค้าของพระศิลปะอู่ทอง</strong></p>
<p>เมื่อเดือนที่แล้วก็ได้พระกรุดอยคำ ที่เป็นเค้าร่างของพระรอด</p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/evolution013.JPG"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/evolution013.JPG" border="0" alt="Evolution013" /></a></p>
<p><strong>พระกรุดอยคำ ยุคทวาราวดี</strong></p>
<p>เมื่อวันก่อนผมก็ได้พระทวาราวดี ที่เป็นเค้าร่างของพระร่วงนั่ง</p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/sritep5.jpg"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/sritep5.jpg" border="0" alt="Sritep5" /></a></p>
<p><strong>พระทวาราวดี ไม่ทราบที่ ที่เป็นต้นแบบของพระร่วงนั่งสมัยลพบุรี</strong></p>
<p> <a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/005.JPG"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/005.JPG" alt="005" /></a></p>
<p>พระยุคทวาราวดี ไม่ทราบที่ ที่เป็นต้นแบบของพระร่วงยืนลพบุรี</p>
<p> </p>
<p>เมื่อวานผมก็ได้พระทวาราวดี ที่มีลักษณะคล้ายพระศิลปะเชียงแสน (ดังรูป)</p>
<p><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/coin007.JPG"><img class="upload" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/coin007.JPG" alt="Coin007" /></a></p>
<p>พระทวาราวดี ที่คล้ายกับพระศิลปะเชียงแสน</p>
<p>เมื่อมีเหตุการณ์คล้ายคลึงกันซ้ำๆ หลายครั้ง</p>
<p>ผมจึงได้สรุปคร่าวๆว่า พระทวาราวดี น่าจะเป็นต้นแบบของพระกรุในระยะหลังๆ ตั้งแต่ยุคลพบุรี เชียงแสน ลำพูน สุโขทัย และอยุธยาตามลำดับ</p>
<p>ที่เป็นวิวัฒนาการของศิลปของการสร้างพุทธรูปที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>ถูกผิดอย่างไรก็หวังว่าผู้รู้จะชี้แนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/10/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เรียนประวัติ &#8220;กรุงสุโขทัย&#8221; จากการเดินทางไป &#8220;นครไทย&#8221;</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 17:55:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[การเรียนกรสอน]]></category>

		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>

		<category><![CDATA[บางยาง]]></category>

		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ไทย]]></category>

		<category><![CDATA[พ่อขุนบางกลางท่าว]]></category>

		<category><![CDATA[สุโขทัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=40</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ ๘ กพ ๒๕๕๓ ผมได้มีโอกาสไปศึกษาประวัติศาสตร์ไทย ที่ผมศึกษามาตั้งแต่ชั้นประถม แต่ไม่เคยเข้าใจเท่าวันนี้
ในประเด็นการก่อกำเนิดของกรุง &#8220;สุโขทัย&#8221; ที่เราเริ่มนับว่าเป็น &#8220;ไทย&#8221; ซึ่งแม้ปัจจุบันผมก็ยังไม่ทราบว่าทำไมเริ่มจากยุคสุโขทัย
เพราะจากการศึกษาประวัติศาสตร์แถบนี้ ผมคิดว่าชนชาติที่เป็นต้นตระกูลของเรา น่าจะย้อนไปถึงยุคบ้านเชียงเป็นอย่างน้อย
แล้วก็ไล่เลียงมาถึงเมืองโบราณต่างๆต่อมาจากนั้น อีกหลายร้อยเมือง ที่ไม่ปรากฏชื่อจริง มีแต่นามสมมติแบบเดียวกับบ้านเชียง
หรือแม้กระทั่งใต้ถุนบ้านผมเองในปัจจุบันก็เป็นเมืองเก่า ที่กำหนดเป็นชื่อใหม่ว่า &#8220;โนนชัย&#8221;
แต่โดยยุคแล้วเราก็น่าจะนับย้อนไปถึงยุค ศรีเกษตร ยุคฟูนัน ยุคทวาราวดี ยุคลพบุรี อีกด้วย
ที่มีเมืองมีชื่อจริงปรากฏอยู่มากมาย เช่น จำปาศรี (นาดูน) คันธาระ (กันทรวิชัย) ฟ้าแดดสงยาง (กมลาไสย) ศรีมหาโพธิ์ ศรีมโหสถ ฯลฯ
แต่ก็ไม่เป็นไร จะเริ่ม สุโขทัยก็สุโขทัย
และเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยทราบมาก่อนว่าเมืองบางยางอยู่ในหุบเขา แบบเดียวกับเมืองราด (ของพ่อขุนผาเมือง)
ที่น่าจะเป็นที่ที่เหมาะสมในการตั้งกองกำลังซ้องสุมผู้คน ที่คนภายนอกบุกรุกได้ยาก แต่บุกไปโจมตีผู้อื่นภายนอกหุบเขาได้ง่าย เพราะมีแนวเขาเป็นกำแพงเมืองตามธรรมชาติ
และเมื่อผมพยายามเชื่อมโยงทั้งสองเมืองเข้าด้วยกัน ก็พบว่า ทั้งสองเมืองเกือบจะเป็นเมืองแฝด
ที่อยู่ในหุบเขาทั้งคู่ ที่น่าจะติดต่อกันเป็นประจำ เมื่อจะต้องรบ ก็คงช่วยกันรบ
 

อนุสาวรีย์ พ่อขุนบางกลางท่าว

ประวัติย่อของพ่อขุนบางกลางท่าว
จากประวัติที่ว่า มีการซ่องสุมไพร่พล ข้อนี้ผมเพิ่งทราบ เพราะที่เรียนมาก็แค่เป็นเจ้าเมืองที่ถูกกดขี่ ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมากมาย จึงยกกำลังเข้าสู้
ที่อาจแตกต่างไปเล็กน้อย
และการยกไปตีเอากรุงสุโขทัย (เมืองหน้าด่านของขอม) ก็เป็นเรื่องใหม่ที่ผมเพิ่งเข้าใจ
ว่า เดิมที่นั่น คงจะเป็นเมืองขอม เมื่อยึดได้ก็ตั้งเป็นเมือง &#8220;ไทย&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">เมื่อวันที่ ๘ กพ ๒๕๕๓ ผมได้มีโอกาสไปศึกษาประวัติศาสตร์ไทย ที่ผมศึกษามาตั้งแต่ชั้นประถม แต่ไม่เคยเข้าใจเท่าวันนี้</p>
<p>ในประเด็นการก่อกำเนิดของกรุง &#8220;สุโขทัย&#8221; ที่เราเริ่มนับว่าเป็น &#8220;ไทย&#8221; ซึ่งแม้ปัจจุบันผมก็ยังไม่ทราบว่าทำไมเริ่มจากยุคสุโขทัย</p>
<p>เพราะจากการศึกษาประวัติศาสตร์แถบนี้ ผมคิดว่าชนชาติที่เป็นต้นตระกูลของเรา น่าจะย้อนไปถึงยุคบ้านเชียงเป็นอย่างน้อย</p>
<p>แล้วก็ไล่เลียงมาถึงเมืองโบราณต่างๆต่อมาจากนั้น อีกหลายร้อยเมือง ที่ไม่ปรากฏชื่อจริง มีแต่นามสมมติแบบเดียวกับบ้านเชียง</p>
<p>หรือแม้กระทั่งใต้ถุนบ้านผมเองในปัจจุบันก็เป็นเมืองเก่า ที่กำหนดเป็นชื่อใหม่ว่า &#8220;โนนชัย&#8221;</p>
<p>แต่โดยยุคแล้วเราก็น่าจะนับย้อนไปถึงยุค ศรีเกษตร ยุคฟูนัน ยุคทวาราวดี ยุคลพบุรี อีกด้วย</p>
<p>ที่มีเมืองมีชื่อจริงปรากฏอยู่มากมาย เช่น จำปาศรี (นาดูน) คันธาระ (กันทรวิชัย) ฟ้าแดดสงยาง (กมลาไสย) ศรีมหาโพธิ์ ศรีมโหสถ ฯลฯ</p>
<p>แต่ก็ไม่เป็นไร จะเริ่ม สุโขทัยก็สุโขทัย</p>
<p>และเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยทราบมาก่อนว่าเมืองบางยางอยู่ในหุบเขา แบบเดียวกับเมืองราด (ของพ่อขุนผาเมือง)</p>
<p>ที่น่าจะเป็นที่ที่เหมาะสมในการตั้งกองกำลังซ้องสุมผู้คน ที่คนภายนอกบุกรุกได้ยาก แต่บุกไปโจมตีผู้อื่นภายนอกหุบเขาได้ง่าย เพราะมีแนวเขาเป็นกำแพงเมืองตามธรรมชาติ</p>
<p>และเมื่อผมพยายามเชื่อมโยงทั้งสองเมืองเข้าด้วยกัน ก็พบว่า ทั้งสองเมืองเกือบจะเป็นเมืองแฝด</p>
<p>ที่อยู่ในหุบเขาทั้งคู่ ที่น่าจะติดต่อกันเป็นประจำ เมื่อจะต้องรบ ก็คงช่วยกันรบ</p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/bangyang001.JPG"><img class="upload aligncenter" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/bangyang001.JPG" border="0" alt="Bangyang001" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><strong>อนุสาวรีย์ พ่อขุนบางกลางท่าว</strong></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/bangyang002.JPG"><img class="upload aligncenter" src="http://gotoknow.org/file/sawaengkku/preview/bangyang002.JPG" border="0" alt="Bangyang002" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ประวัติย่อของพ่อขุนบางกลางท่าว</strong></p>
<p>จากประวัติที่ว่า มีการซ่องสุมไพร่พล ข้อนี้ผมเพิ่งทราบ เพราะที่เรียนมาก็แค่เป็นเจ้าเมืองที่ถูกกดขี่ ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมากมาย จึงยกกำลังเข้าสู้</p>
<p>ที่อาจแตกต่างไปเล็กน้อย</p>
<p>และ<strong>การยกไปตีเอากรุงสุโขทัย (เมืองหน้าด่านของขอม) ก็เป็นเรื่องใหม่ที่ผมเพิ่งเข้าใจ</strong></p>
<p>ว่า เดิมที่นั่น คงจะเป็นเมืองขอม เมื่อยึดได้ก็ตั้งเป็นเมือง &#8220;ไทย&#8221; โดยถือว่าราชวงค์และพสกนิกรของพ่อขุนบางกลางท่าวเป็น &#8220;ต้นตระกูลไทย&#8221;</p>
<p>แล้วครองราชต่อมาอีกหลายรัชกาล จนกะทั่งศูนย์ขั้วอำนาจเปลี่ยนไปเป็นกรุงศรีอยุธยาในเวลาต่อมา</p>
<p>ที่ผมคิดว่าคนกลุ่มนี้ก็น่าจะเป็นเผ่าไทยเช่นเดียวกัน</p>
<p>แต่ทำไมเราจึงไม่นับเผ่าไทยเหล่านั้นเป็นต้นตระกูลไทยด้วย</p>
<p>ข้อนี้ผมก็ยังคงเป็นข้อสงสัยเช่นเดิม</p>
<p>แต่ เอาเป็นว่า</p>
<p><strong>พ่อขุนบางกลางท่าว หรือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์นั้น ได้มีชัยภูมิของการตั้งกองกำลังที่ดี อยู่ในหุบเขา มีแนวเขาเป็นกำแพงเมือง เข้าออกยาก</strong></p>
<p><strong>สามารถรบได้ดี จนได้ชัยชนะเหนือ &#8220;ขอม&#8221; และควบคุมเมืองอื่นๆ ให้อยู่ใต้อำนาจ จนมีการเปลี่ยนแปลงศูนย์อำนาจในระยะต่อๆมา</strong></p>
<p><strong>นี่คือบทเรียนที่ผมได้จากการไปกราบไหว้อนุสาวรีย์ของท่าน</strong></p>
<p>ที่วัดกลาง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ครับ</p>
<p>วันหลังจะไปเยื่ยมชมเมืองราด และเมืองศรีเทพ ที่ผคิดว่าน่าจะไขปริศนาได้อีกหลายประเด็นครับ</p>
<p>แล้วจะมาเล่าให้ฟังครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/10/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อการหลอกลวงตนเอง</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/08/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/08/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Feb 2010 02:04:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[อาหารปลอดภัย]]></category>

		<category><![CDATA[ผงชูรส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=39</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ผมได้สนทนาวิชาการเล็กๆน้อยๆกับลูกสาวที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ ๓ และเตรียมสอบวิชาเกี่ยวกับ “ระบบประสาทของมนุษย์” 
ที่เป็นสื่อสำคัญทำให้ให้เรา “รู้ตัว” “รักษาตัวเอง” และ “เอาตัวรอด” ในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ
มี ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ ความสามารถในการรับรสชาติอาหาร ที่เป็นสื่อของความ “อร่อย” ว่าคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร มีอะไรเป็นตัวกระตุ้นระบบทำงาน มีไว้ทำอะไรในระบบของสิ่งมีชีวิต
หลัง จากการวิเคราะห์ประเด็นทางชีววิทยาและวิวัฒนาการ เราได้ข้อสรุปว่า แท้ที่จริง “ความอร่อย” ก็คือการรับรู้ว่ามี “กลูตาเมท” ในอาหารชนิดนั้นๆ
แล้ว “กลูตาเมท” มีประโยชน์ต่อระบบการบริโภคอาหารของสิ่งที่มีชีวิต อย่างไร
เรา เริ่มวิเคราะห์แบบสืบค้นต่อไป ก็พบว่า “กลูตาเมท” จะมีมากในเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตที่มีกิจกรรมสูง เมื่อมีกิจกรรมสูง ก็น่าจะมีสารอาหารมาก เมื่อมีสารอาหารมาก ก็มีคุณค่าควรแก่การบริโภคมาก
คิดไปแล้วน่าทึ่งจริงๆ ทางด้านวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ช่างชาญฉลาดจริงๆ
แสดงว่า ความอร่อยน่าจะเป็นระบบการรับรู้ที่ช่วยให้เราบริโภคอาหารที่มีคุณค่าโดยแทบไม่ต้องใช้ความรู้ทางโภชนาการอะไรเลย ก็ได้
ไม่ต้องมีความรู้อะไรมาก แค่ “อร่อย” แบบธรรมชาติ ก็มีโอกาสได้สารอาหารดีๆ ที่สุดที่มีในอาหารประเภทนั้นแล้ว
แต่ต้องเป็น “ความอร่อย” ตามธรรมชาติ ไม่มีการ “ปรุงแต่ง” หรือ “ใช้สารเคมีหลอกตัวเอง”
ในอีกมุมหนึ่ง การรับรสชาติน่าจะกลไกธรรมชาติในการป้องกันการบริโภคสารพิษ อาหารบูดเน่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: ">วันนี้ผมได้สนทนาวิชาการเล็กๆน้อยๆกับลูกสาวที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ ๓ และเตรียมสอบวิชาเกี่ยวกับ “ระบบประสาทของมนุษย์” </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: ">ที่เป็นสื่อสำคัญทำให้ให้เรา “รู้ตัว” “รักษาตัวเอง” และ “เอาตัวรอด” ในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: ">มี ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ ความสามารถในการรับรสชาติอาหาร ที่เป็นสื่อของความ “อร่อย” ว่าคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร มีอะไรเป็นตัวกระตุ้นระบบทำงาน มีไว้ทำอะไรในระบบของสิ่งมีชีวิต</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><strong><span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; line-height: 115%; font-family: ">หลัง จากการวิเคราะห์ประเด็นทางชีววิทยาและวิวัฒนาการ เราได้ข้อสรุปว่า แท้ที่จริง “ความอร่อย” ก็คือการรับรู้ว่ามี “กลูตาเมท” ในอาหารชนิดนั้นๆ</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: ">แล้ว “กลูตาเมท” มีประโยชน์ต่อระบบการบริโภคอาหารของสิ่งที่มีชีวิต อย่างไร</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><strong><em><span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; line-height: 115%; font-family: ">เรา เริ่มวิเคราะห์แบบสืบค้นต่อไป ก็พบว่า “กลูตาเมท” จะมีมากในเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตที่มีกิจกรรมสูง เมื่อมีกิจกรรมสูง ก็น่าจะมีสารอาหารมาก เมื่อมีสารอาหารมาก ก็มีคุณค่าควรแก่การบริโภคมาก</span></em></strong><strong><em></em></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: ">คิดไปแล้วน่าทึ่งจริงๆ ทางด้านวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ช่างชาญฉลาดจริงๆ</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><em><span style="line-height: 115%; font-family: ">แสดงว่า ความอร่อยน่าจะเป็นระบบการรับรู้ที่ช่วยให้เราบริโภคอาหารที่มีคุณค่าโดยแทบไม่ต้องใช้ความรู้ทางโภชนาการอะไรเลย ก็ได้</span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><strong><span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; line-height: 115%; font-family: ">ไม่ต้องมีความรู้อะไรมาก แค่ “อร่อย” แบบธรรมชาติ ก็มีโอกาสได้สารอาหารดีๆ ที่สุดที่มีในอาหารประเภทนั้นแล้ว</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: ">แต่ต้องเป็น “ความอร่อย” ตามธรรมชาติ ไม่มีการ “ปรุงแต่ง” หรือ “ใช้สารเคมีหลอกตัวเอง”</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; line-height: 115%; font-family: ">ในอีกมุมหนึ่ง การรับรสชาติน่าจะกลไกธรรมชาติในการป้องกันการบริโภคสารพิษ อาหารบูดเน่า ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: ">แต่</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: ">ใน ในสังคมของเรากลับหาวิธี “หลอกตัวเอง” ด้วยการปรุงแต่งรสชาติอาหารโดยวิธีต่างๆ เพื่อ ทำอาหารให้เสมือนหนึ่ง “มีคุณค่า” ทางโภชนาการ กระตุ้นการบริโภค ด้วยเครื่องปรุงรสต่างๆ</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: ">ตั้งแต่สมัยโบราณมาก็ใช้ <span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: border; -moz-background-origin: padding; -moz-background-inline-policy: continuous;">เกลือ น้ำตาล เครื่องเทศ</span> ที่บางอย่างก็อาจมีคุณค่าทางโภชนาการ หรือด้านเภสัชกรรม แต่หลายๆอย่างก็ไม่ค่อยมีประโยชน์ และอาจเป็นพิษเป็นภัยก็เป็นได้ เช่นการบริโภคอาหารรสจัดทั้งหลายนั้น เป็นการหลอกตัวเองอย่างสุดๆ และน่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดี</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="background: aqua none repeat scroll 0% 0%; line-height: 115%; font-family: ">ใน ปัจจุบัน เรายังมีการผลิตสารเคมี “กลูตาเมท” เพื่อใส่ในอาหารแบบ “ยิงหมัดตรง” หลอกตัวเองอย่างสุดๆ ว่า อาหารที่ตนเองรับประทานนั้นมี “กลูตาเมท” ที่เป็นตัวชี้วัดทางธรรมชาติ และชีววิทยา ว่า มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยที่ สิ่งที่จะบริโภคนั้น อาจจะไม่ใช่อาหาร หรือ ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการแต่อย่างใด</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><strong><em><span style="line-height: 115%; font-family: ">และพบว่า การหลอกตัวเองในลักษณะนี้ มีอยู่ในทุกรูปแบบ ทั้ง สัมผัส รูป รส กลิ่น เสียง </span></em></strong><strong><em></em></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; line-height: 115%; font-family: ">ทั้งๆ ที่ ระบบประสาทเหล่านี้ น่าจะมีไว้เพื่อการรับรู้ธรรมชาติ สิ่งที่เป็นอยู่รอบตัวเรา เพื่อให้เราได้รู้ตัวว่า เรากำลังเผชิญอะไรอยู่ และควรตอบสนองอย่างถูกต้องได้อย่างไร ทั้งการตอบรับ การวางเฉย หรือปฏิเสธ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: ">แต่ มนุษย์เรากลับใช้สมอง ใช้ความรู้เพื่อจะหลอกตัวเองให้ไม่รู้ตัว ด้วยการปรุงแต่งอย่างเทียมๆ ให้เกิดการบริโภคอย่างผิดๆ ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><em><span style="background: aqua none repeat scroll 0% 0%; line-height: 115%; font-family: ">ตั้งแต่ การปรุงอาหาร ที่ส่วนใหญ่ก็ “หลอก” แบบ “หวังดี” ที่บางทีก็เกิด “ผลร้าย” ไปจนถึง การปรุงรสสารพิษ สารเสพติด (เช่น แอลกอฮอล์ นิโคติน แอมเฟตามีน ฯลฯ) ให้บริโภคง่ายขึ้น ที่ไม่ทราบว่า “หวังดี” หรือ “หวังร้าย” กันแน่</span></em><em></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: ">แต่ ผมกลับคิดว่า เราน่าจะเน้นความพยายามเข้าใจตนเอง เข้าใจธรรมชาติ ใช้ความรู้ เทคโนโลยีเพื่ออยู่กับธรรมชาติแบบ “ไม่หลอกตัวเอง” น่าจะดีกว่า</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: ">สิ่ง ที่ครอบครัวของผมเลิกไปนานกว่า ๒๐ ปีแล้วก็คือ ไม่สนับสนุน และไม่บริโภคสารเคมีปรุงรส อาหารซอง หรือน้ำอัดลมใส่สี ใส่กลิ่น ใส่สารปรุงรส และสารกันบูดเน่า</span><span style="font-family: "> </span><span style="line-height: 115%; font-family: ">ที่หลอกให้เราบริโภคสิ่งที่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: ">และ เราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มีโทษ มากกว่ามีประโยชน์</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; line-height: 115%; font-family: ">ส่วน ตัวผมเอง แม้แต่ยาแก้ไข้แก้ปวด ที่หลอกตัวเองว่า “ปกติดี” ผมก็ไม่รับประทาน เพราะผมอยากรู้ว่าตอนนี้ ร่างกายกำลังเป็นอะไร มากแค่ไหน ที่ตรงไหน</span><span style="line-height: 115%; font-family: "> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: ">ที่ผมคิดว่าดีกว่า “การปิดบังตัวเอง ไม่ให้ตัวเองรู้ ว่าตัวเองกำลังเป็นอะไร”</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: ">ข้อนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล ที่ไม่จำเป็นต้องว่าอะไรดีไม่ดี</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; line-height: 115%; font-family: ">แต่ผมคิดว่า การใช้ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อการหลอกตัวเอง ปิดบังตัวเอง หรือแม้กระทั่งทำลายตนเอง ไม่น่าจะดีสักเท่าไหร่</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: ">ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/02/08/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง &#8220;โมถ่าย&#8221; อีกหนึ่งความหวังของประเทศไทย</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/01/05/%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/01/05/%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jan 2010 23:09:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[กสิกรรมไร้สารพิษ]]></category>

		<category><![CDATA[การทำนา]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[อาหารปลอดภัย]]></category>

		<category><![CDATA[เกษตรอินทรีย์]]></category>

		<category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>

		<category><![CDATA[KM ธรรมชาติ]]></category>

		<category><![CDATA[ศูนย์เรียนรู้]]></category>

		<category><![CDATA[โมถ่าย]]></category>

		<category><![CDATA[ไชยา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=34</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อช่วงปลายธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ผมได้รับการร้องขอจากสหายร่วมอุดมการณ์ (ท่านอาจารย์แฮนดี้-พินิจ พันธ์ชื่น) ตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อนว่าทางบ้านเกิดของท่านได้รับอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย ผ่านมาทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอไชยา ด้วยวงเงินหลักหลายล้านให้มีการก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่ตำบลโมถ่าย เป็นหนึ่งในเจ็ดศูนย์ใหม่ในระดับประเทศ
ผมมีความตื่นเต้นมากเป็นพิเศษที่จะได้มีส่วนร่วมในโอกาสสำคัญนี้ โดยมีการวางแผนการเดินทางไปในช่วงที่มีงานแต่งงานของลูกชายท่านอัยการชาวเกาะ ที่ภูเก็ต
ท่านครูบาสุทธินันท์ ก็ได้แสดงความจำนงเข้าร่วมกิจกรรมนี้ในช่วงขากลับจากภารกิจสำคัญ โดยมาแวะพักที่บ้านพี่สาวของท่านอาจารย์แฮนดี้เป็นฐานการประสานงาน
เราเริ่มจากการสำรวจสภาพพื้นที่เพื่อความเข้าใจของเราเอง
ทำให้ทราบว่า

พื้นที่เดิมของโมถ่ายเป็นพื้นที่ทำนา แต่ได้ปรับไปเป็นสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันเกือบทั้งหมด

เหลือคนทำนาไม่กี่คน และมีนาเพียงแปลงเล็กๆที่เหลืออยู่

นอกนั้นเป็นแปลงปลูกยางพารา ปาล์ม และนาร้าง
บ้านทรงเดิมๆ และบ้านรุ่นใหม่หลังใหญ่ๆ หลายหลังแทบไม่มีคนอยู่อาศัย


มีการจ้างแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานแทนคนในพื้นที่

ที่มีลักษณะเป็นตัวแทนที่ดีของสังคมภาคใต้ในปัจจุบัน 
ที่มีปัญหาด้านการใช้ที่ดิน เศรษฐกิจ และสังคม ที่สวนกระแสกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจพอเพียงของประเทศ
อันเนื่องมาจาก

การพัฒนาการพึ่งพาภายนอก
ทั้งอาหาร และแรงงาน

ดังนั้น
การตั้งศูนย์เรียนรู้จึงเป็นสิ่ง &#8220;ท้าทาย- challenging&#8221; พอสมควรว่า
ถ้าทำได้จริงก็จะเป็นความหวังของภาคใต้ และของประเทศ
ที่จะพยายามพัฒนา

ระบบเกษตรอินทรีย์
การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า
การผลิตข้าวเพื่อการบริโภค
การพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน
การฟื้นฟูหัตถกรรม และ
การพัฒนากลุ่มและการรวมกลุ่ม

โดยมีท่านนายก อบต. ให้การสนับสนุนอย่างใกล้ชิด เข้าร่วมประชุม ปรึกษาหารือกันอย่างเอาจริงเอาจัง
มีแกนนำด้านการประชาสัมพันธ์ของตำบลเป็นกำลังหนุน
และอาจารย์แฮนดี้ก็กำลังทำงานแปลงโฉมตัวเองจากอาจารย์มหาวิทยาลัย ไปเป็นเกษตรกร เพื่อจะทำนาคล้ายๆกับที่ผมทำที่ขอนแก่น โดยปัจจุบันได้วางตัวเป็นแกนนำในการเชื่อมโยงประสานกลุ่มเฮฮาศาสตร์ลงไปช่วย
ฐานแนวคิดที่สำคัญก็ได้มาจากวัดธารน้ำไหล (สวนโมกข์) ที่อยู่ใกล้ๆ
ดูแล้วก็น่าจะมีความพร้อมพอสมควร
แต่สิ่งที่ท้าทายที่เหลือก็คือ
ชุมชนจะสามารถระดมทรัพยากรที่เหลืออยู่ เพื่อกลับมาฟื้นฟูระบบเกษตรกรรม สังคม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมให้เป็นตัวอย่างของระบบเศรฐกิจพอเพียงได้อย่างไร
ถ้าได้ ก็จะเป็นตัวอย่าง และเป็นศูนย์เรียนรู้ที่มีพลังจริงๆ
ผมจึงมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
แผนงานการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ที่กำลังทำอยู่ จะเป็นจริงและผลิดอกออกผลตามที่ตั้งใจไว้
ผมได้แจ้งกับทางทีมงาน และอาจารย์แฮนดี้ว่า
พร้อมที่ช่วยเหลือในทุกเรื่อง และทุกโอกาส
เห็นว่าจะมีการจัดเฮฮาศาสตร์สัญจรในครั้งต่อไปที่ไชยา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศูนย์เรียนรู้นี้
ผมขอไปด้วยนะครับ และจองที่ล่วงหน้าให้กับคนที่รู้ใจสักสองที่นะครับ อิอิ
 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อช่วงปลายธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ผมได้รับการร้องขอจากสหายร่วมอุดมการณ์ (ท่านอาจารย์แฮนดี้-พินิจ พันธ์ชื่น) ตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อนว่าทางบ้านเกิดของท่านได้รับอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย ผ่านมาทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอไชยา ด้วยวงเงินหลักหลายล้านให้มีการก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่ตำบลโมถ่าย เป็นหนึ่งในเจ็ดศูนย์ใหม่ในระดับประเทศ</p>
<p>ผมมีความตื่นเต้นมากเป็นพิเศษที่จะได้มีส่วนร่วมในโอกาสสำคัญนี้ โดยมีการวางแผนการเดินทางไปในช่วงที่มีงานแต่งงานของลูกชายท่านอัยการชาวเกาะ ที่ภูเก็ต</p>
<p>ท่านครูบาสุทธินันท์ ก็ได้แสดงความจำนงเข้าร่วมกิจกรรมนี้ในช่วงขากลับจากภารกิจสำคัญ โดยมาแวะพักที่บ้านพี่สาวของท่านอาจารย์แฮนดี้เป็นฐานการประสานงาน</p>
<p>เราเริ่มจากการสำรวจสภาพพื้นที่เพื่อความเข้าใจของเราเอง</p>
<p>ทำให้ทราบว่า</p>
<ul>
<li>พื้นที่เดิมของโมถ่ายเป็นพื้นที่ทำนา แต่ได้ปรับไปเป็นสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันเกือบทั้งหมด</li>
<li><img src="http://lanpanya.com/sawaeng/files/2010/01/e0b89ee0b8b4e0b8a9e0b893e0b8b8e0b982e0b8a5e0b881-129.jpg" alt="" width="518" height="478" /></li>
<li>เหลือคนทำนาไม่กี่คน และมีนาเพียงแปลงเล็กๆที่เหลืออยู่</li>
<li><img src="http://lanpanya.com/sawaeng/files/2010/01/e0b89ee0b8b4e0b8a9e0b893e0b8b8e0b982e0b8a5e0b881-102.jpg" alt="" width="516" height="379" /></li>
<li>นอกนั้นเป็นแปลงปลูกยางพารา ปาล์ม และนาร้าง</li>
<li>บ้านทรงเดิมๆ และบ้านรุ่นใหม่หลังใหญ่ๆ หลายหลังแทบไม่มีคนอยู่อาศัย</li>
<li><img src="http://lanpanya.com/sawaeng/files/2010/01/e0b89ee0b8b4e0b8a9e0b893e0b8b8e0b982e0b8a5e0b881-112.jpg" alt="" width="516" height="492" /></li>
<li><img src="http://lanpanya.com/sawaeng/files/2010/01/e0b89ee0b8b4e0b8a9e0b893e0b8b8e0b982e0b8a5e0b881-133.jpg" alt="" width="520" height="450" /></li>
<li>มีการจ้างแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานแทนคนในพื้นที่</li>
</ul>
<p><strong><em>ที่มีลักษณะเป็นตัวแทนที่ดีของสังคมภาคใต้ในปัจจุบัน </em></strong><strong><em></em></strong></p>
<p>ที่มีปัญหาด้านการใช้ที่ดิน เศรษฐกิจ และสังคม ที่สวนกระแสกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจพอเพียงของประเทศ</p>
<p>อันเนื่องมาจาก</p>
<ul>
<li>การพัฒนาการพึ่งพาภายนอก</li>
<li>ทั้งอาหาร และแรงงาน</li>
</ul>
<p>ดังนั้น</p>
<p>การตั้งศูนย์เรียนรู้จึงเป็นสิ่ง &#8220;ท้าทาย- challenging&#8221; พอสมควรว่า</p>
<p>ถ้าทำได้จริงก็จะเป็นความหวังของภาคใต้ และของประเทศ</p>
<p>ที่จะพยายามพัฒนา</p>
<ul>
<li>ระบบเกษตรอินทรีย์</li>
<li>การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า</li>
<li>การผลิตข้าวเพื่อการบริโภค</li>
<li>การพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน</li>
<li>การฟื้นฟูหัตถกรรม และ</li>
<li>การพัฒนากลุ่มและการรวมกลุ่ม</li>
</ul>
<p>โดยมีท่านนายก อบต. ให้การสนับสนุนอย่างใกล้ชิด เข้าร่วมประชุม ปรึกษาหารือกันอย่างเอาจริงเอาจัง</p>
<p>มีแกนนำด้านการประชาสัมพันธ์ของตำบลเป็นกำลังหนุน</p>
<p>และอาจารย์แฮนดี้ก็กำลังทำงานแปลงโฉมตัวเองจากอาจารย์มหาวิทยาลัย ไปเป็นเกษตรกร เพื่อจะทำนาคล้ายๆกับที่ผมทำที่ขอนแก่น โดยปัจจุบันได้วางตัวเป็นแกนนำในการเชื่อมโยงประสานกลุ่มเฮฮาศาสตร์ลงไปช่วย</p>
<p>ฐานแนวคิดที่สำคัญก็ได้มาจากวัดธารน้ำไหล (สวนโมกข์) ที่อยู่ใกล้ๆ</p>
<p>ดูแล้วก็น่าจะมีความพร้อมพอสมควร</p>
<p>แต่สิ่งที่ท้าทายที่เหลือก็คือ</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000; font-size: small;">ชุมชนจะสามารถระดมทรัพยากรที่เหลืออยู่ เพื่อกลับมาฟื้นฟูระบบเกษตรกรรม สังคม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมให้เป็นตัวอย่างของระบบเศรฐกิจพอเพียงได้อย่างไร</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff; font-size: medium;">ถ้าได้ ก็จะเป็นตัวอย่าง และเป็นศูนย์เรียนรู้ที่มีพลังจริงๆ</span></strong></p>
<p>ผมจึงมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่า</p>
<p>แผนงานการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ที่กำลังทำอยู่ จะเป็นจริงและผลิดอกออกผลตามที่ตั้งใจไว้</p>
<p>ผมได้แจ้งกับทางทีมงาน และอาจารย์แฮนดี้ว่า</p>
<p>พร้อมที่ช่วยเหลือในทุกเรื่อง และทุกโอกาส</p>
<p>เห็นว่าจะมีการจัดเฮฮาศาสตร์สัญจรในครั้งต่อไปที่ไชยา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศูนย์เรียนรู้นี้</p>
<p>ผมขอไปด้วยนะครับ และจองที่ล่วงหน้าให้กับคนที่รู้ใจสักสองที่นะครับ อิอิ</p>
<p> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2010/01/05/%e0%b8%a8%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ครูที่ไม่อยากสอน กำลังสอนเด็กที่ไม่อยากเรียน</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/11/20/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/11/20/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2008 12:25:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[การเรียนกรสอน]]></category>

		<category><![CDATA[ปรัชญาชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษาไทย]]></category>

		<category><![CDATA[ปัญหาการศีกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=33</guid>
		<description><![CDATA[เท่าที่ผมติดตามสังเกตระบบการเรียน การสอน และการศึกษาในปัจจุบัน
ผมรู้สึก (เพี้ยง! ขอให้ผิดเถอะ) ว่า

เรามีครูจำนวนหนึ่งที่สอนแบบ &#8220;ซังกะตาย&#8221; 
สอนเพราะมีหน้าที่ หรือได้รับคำสั่งให้ต้องสอน 
สอนเพราะทำมาหากินอย่างอื่นไม่เป๊น หรือ
สอนเพราะบังเอิญสอบผ่านเข้าไปเรียนวิชาครู และสอบบรรจุได้ เป็นครู โดยไม่เคยคิดอยากจะเป็นครู ทั้งก่อนเรียนครู เมื่อกำลังเรียนครู และเมื่อสอบบรรจุได้เป็น &#8220;ครู&#8221;
ที่โดยรวมเป็นครูที่ไม่อยากสอน
จึงไม่ใฝ่หาเทคนิดการสอน ความรู้ในการสอน และเอาใจใส่ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการสอน (การวิจัยในห้องเรียน)
ไม่พัฒนางานของตัวเอง เน้นการท่องหนังสือที่พอมี หรือคิดขึ้นเอง (แบบไม่มีหลักการพื้นฐานใดๆ) ไปสอน

ทีนี้ทางฝ่ายนักเรียนก็ &#8220;สักแต่ว่า&#8221; ทำอย่างไรก็ได้ที่ทำให้ผ่านวิชาตามหลักสูตร หรือต้องเรียน เข้าเรียนบ้าง ไม่เข้าบ้าง ทำพอให้ผ่านการสอบ ความรู้จะได้ไม่ได้ ไม่ใช่สาระ 

วิชาไหนผ่านง่ายได้คะแนนดีก็ไปเรียนวิชานั้น โดยไม่สนใจว่าจะได้ความรู้อะไร
โดยเฉพาะเมื่อมีการให้คะแนนแบบอิงกลุ่ม นักเรียนจะพยายามเกาะกลุ่มกันให้แค่พอผ่าน ก็จะได้เกรดดี เพราะผูสอน &#8220;ให้ตก&#8221; ไม่ได้ ถ้าขืนให้ ก็มาหนักเรื่องซ่อมวิชาอีก ทำให้ผู้สอนที่กลัวงานหนัก จะพยายามให้ &#8220;ผ่าน&#8221; ไว้ก่อน คุณภาพเป็นอย่างไร ไว้ว่ากันทีหลัง ที่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีการตามประเมิน ว่าหลังเรียนวิชานั้นไปแล้ว ๕ ปี ๑๐ ปี ผู้เรียนเหลืออะไรติดอยู่บ้าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: medium;">เท่าที่ผมติดตามสังเกตระบบการเรียน การสอน และการศึกษาในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมรู้สึก (เพี้ยง! ขอให้ผิดเถอะ) ว่า</span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: medium;">เรามีครูจำนวนหนึ่งที่สอนแบบ &#8220;ซังกะตาย&#8221; </span></li>
<li><span style="font-size: medium;">สอนเพราะมีหน้าที่ หรือได้รับคำสั่งให้ต้องสอน </span></li>
<li><span style="font-size: medium;">สอนเพราะทำมาหากินอย่างอื่นไม่เป๊น หรือ</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">สอนเพราะบังเอิญสอบผ่านเข้าไปเรียนวิชาครู และสอบบรรจุได้ เป็นครู โดยไม่เคยคิดอยากจะเป็นครู ทั้งก่อนเรียนครู เมื่อกำลังเรียนครู และเมื่อสอบบรรจุได้เป็น &#8220;ครู&#8221;</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">ที่โดยรวมเป็นครูที่ไม่อยากสอน</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">จึงไม่ใฝ่หาเทคนิดการสอน ความรู้ในการสอน และเอาใจใส่ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการสอน (การวิจัยในห้องเรียน)</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">ไม่พัฒนางานของตัวเอง เน้นการท่องหนังสือที่พอมี หรือคิดขึ้นเอง (แบบไม่มีหลักการพื้นฐานใดๆ) ไปสอน</span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: medium;">ทีนี้ทางฝ่ายนักเรียนก็ &#8220;สักแต่ว่า&#8221; ทำอย่างไรก็ได้ที่ทำให้ผ่านวิชาตามหลักสูตร หรือต้องเรียน เข้าเรียนบ้าง ไม่เข้าบ้าง ทำพอให้ผ่านการสอบ ความรู้จะได้ไม่ได้ ไม่ใช่สาระ </span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: medium;">วิชาไหนผ่านง่ายได้คะแนนดีก็ไปเรียนวิชานั้น โดยไม่สนใจว่าจะได้ความรู้อะไร</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">โดยเฉพาะเมื่อมีการให้คะแนนแบบอิงกลุ่ม นักเรียนจะพยายามเกาะกลุ่มกันให้แค่พอผ่าน ก็จะได้เกรดดี เพราะผูสอน &#8220;ให้ตก&#8221; ไม่ได้ ถ้าขืนให้ ก็มาหนักเรื่องซ่อมวิชาอีก ทำให้ผู้สอนที่กลัวงานหนัก จะพยายามให้ &#8220;ผ่าน&#8221; ไว้ก่อน คุณภาพเป็นอย่างไร ไว้ว่ากันทีหลัง ที่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีการตามประเมิน ว่าหลังเรียนวิชานั้นไปแล้ว ๕ ปี ๑๐ ปี ผู้เรียนเหลืออะไรติดอยู่บ้าง นอกจากได้คะแนน&#8221;ผ่าน&#8221;</span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: medium;">พอขนมผสมน้ำยาแบบนี้ ผลลัพธ์เป็นอย่างไร</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: medium;">ไม่อยากคิดเลย เท่าที่เห็นก็ไม่อยากมอง เพราะไม่อยากเสียกำลังใจในการเตรียมสอน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">&#8220;นักเรียน&#8221; ที่ไม่อยากเรียนนั้น อย่างมากจะเข้าห้องเรียนพอให้มีสิทธิ์สอบ เน้นท่องไปสอบมากกว่าที่จะเรียนรู้อะไร พอสอบผ่าน ก็ทิ้งทุกอย่าง</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แล้วเขาจะมีความรู้อะไร ทำอะไรได้ ให้กับตัวเอง และสังคม</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมไม่เข้าใจ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">นี่คือสิ่งที่ผมคิดไม่ออกจริงๆ ว่าทางออกคืออะไร</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เพียงแต่หวังว่า &#8220;ที่ผมเล่ามานั้น&#8221; ผิดทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">หวังแต่แค่นี้เองครับ </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">สวัสดีครับ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/11/20/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องแปลกๆ และความรู้ใหม่ที่ได้ในการเดินทางไปเอธิโอเปีย (๓)</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/11/07/athiopia3/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/11/07/athiopia3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2008 03:19:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[กสิกรรมไร้สารพิษ]]></category>

		<category><![CDATA[การทำนา]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[การเรียนกรสอน]]></category>

		<category><![CDATA[ปรัชญาชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[เกษตรอินทรีย์]]></category>

		<category><![CDATA[เอธิโอเปีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=30</guid>
		<description><![CDATA[
การเดินทางไปประเทศเอธิโอเปียในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของผมในประเทศนี้ และเป็นครั้งที่ ๔ ในทวีปอัฟริกา 
ที่ผ่านมา ๓ ครั้ง ผมก็ได้มีโอกาสเรียนรู้สังคมและวิถีชีวิตของแต่ละประเทศ แบบ “เท่าที่จะทำได้” โดยอาศัยการสร้างเพื่อน ที่ทำให้เขาเล่าชีวิต และความเป็นมาของประเทศเขา ได้ดีนอกเหนือจากการอ่านจากเอกสาร และอินเตอร์เน็ต ที่อาจจะครอบคลุมบางมุม และขาดบางประเด็น หรือขาดรายละเอียดในประเด็นที่เราสนใจ
โดยเฉพาะเรื่องชนเผ่านั้น จะไม่ค่อยมีปรากฏในข้อมูล เพราะบางแห่งถือว่าเป็นการแบ่งแยก ที่ทำให้เกิดปัญหาทั้งทางด้านปกครองและระบบเศรษฐกิจ การนำเสนอทางเอกสารทั่วๆไปจึงจะไม่เน้นตรงนี้ นอกจากงานวิจัย และราบงานการพัฒนาที่เจาะลงลึกทางสังคม ที่อาจจะให้รายละเอียดได้ดีพอสมควร
จากข้อมูลเอกสารที่ผมอ่านก่อนเดินทางมาเอธิโอเปีย เขาบอกว่า มีตั้ง ๘๐ เผ่า ๘๐ ภาษา แล้วก็ไม่พูดอะไรมากกว่านั้น ทำให้ผมต้องจินตนาการต่อเอาเองว่าเขาจะอยู่จะกินกันอย่างไร

โดยอาศัยประสบการณ์เก่าๆที่เคยมี ตั้งแต่สมัยไปเรียนออสเตรเลีย (ที่ผมไปตีสนิทกับชนเผ่าอะบอริจีนิส) อินโดนีเซีย อินเดีย จีน ศรีลังกา อเมริกา อังกฤษ อัฟริกาใต้ เวียตนาม พม่า เขมร ลาว หรือแม้กระทั่งของไทยเราเอง ที่มีช่องว่างของการสื่อสาร ความเข้าใจกัน ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม  ที่ทำให้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;">
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">การเดินทางไปประเทศเอธิโอเปียในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของผมในประเทศนี้ และเป็นครั้งที่ ๔ ในทวีปอัฟริกา </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ที่ผ่านมา ๓ ครั้ง ผมก็ได้มีโอกาสเรียนรู้สังคมและวิถีชีวิตของแต่ละประเทศ แบบ “เท่าที่จะทำได้” โดยอาศัยการสร้างเพื่อน ที่ทำให้เขาเล่าชีวิต และความเป็นมาของประเทศเขา ได้ดีนอกเหนือจากการอ่านจากเอกสาร และอินเตอร์เน็ต ที่อาจจะครอบคลุมบางมุม และขาดบางประเด็น หรือขาดรายละเอียดในประเด็นที่เราสนใจ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">โดยเฉพาะเรื่องชนเผ่านั้น จะไม่ค่อยมีปรากฏในข้อมูล เพราะบางแห่งถือว่าเป็นการแบ่งแยก ที่ทำให้เกิดปัญหาทั้งทางด้านปกครองและระบบเศรษฐกิจ การนำเสนอทางเอกสารทั่วๆไปจึงจะไม่เน้นตรงนี้ นอกจากงานวิจัย และราบงานการพัฒนาที่เจาะลงลึกทางสังคม ที่อาจจะให้รายละเอียดได้ดีพอสมควร</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">จากข้อมูลเอกสารที่ผมอ่านก่อนเดินทางมาเอธิโอเปีย <span style="color: #ff0000;">เขาบอกว่า มีตั้ง ๘๐ เผ่า ๘๐ ภาษา</span> แล้วก็ไม่พูดอะไรมากกว่านั้น ทำให้ผมต้องจินตนาการต่อเอาเองว่าเขาจะอยู่จะกินกันอย่างไร</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span id="more-30"></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">โดยอาศัยประสบการณ์เก่าๆที่เคยมี ตั้งแต่สมัยไปเรียนออสเตรเลีย (ที่ผมไปตีสนิทกับชนเผ่าอะบอริจีนิส) อินโดนีเซีย อินเดีย จีน ศรีลังกา อเมริกา อังกฤษ อัฟริกาใต้ เวียตนาม พม่า เขมร ลาว หรือแม้กระทั่งของไทยเราเอง ที่มีช่องว่างของการสื่อสาร ความเข้าใจกัน ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>ที่ทำให้ “ไม่กลมกลืน” ที่เป็นบ่อเกิดของความขัดแย้งทางสังคมและการปกครอง ที่ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็ง และความเป็นผู้นำ ความเป็นผู้ตาม ความสามารถในการปกครอง และการยอมรับการปกครองของเผ่าอื่นๆ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เมื่อผมได้รับข้อมูลว่ามี ๘๐ เผ่า ๘๐ ภาษา ผมคิดได้ทันทีว่า “ศักยภาพ” ของความขัดแย้งต้องมีสูงแน่นอน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารของผู้นำ ที่ลุงเอก (พลเอกเอกชัย) ได้พยายามช่วยเหลือสังคมไทยและสังคมโลก ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมที่สถาบันพระปกเกล้า นั่นแหละครับ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">แม้เมืองไทยเราพยายามที่จะไม่แบ่งแยกกันให้ชัดมากก็ยังมีปัญหาพอสมควร</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">แล้วนี่เขาประกาศชัดแบ่งกันชัดอย่างนี้ มีทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายตรงข้าม ปัญหาใหญ่กว่าเราแน่ๆ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">นี่คือที่มาของการสรุปผลจาก “ข้อมูลมือสอง”</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ทีนี้พอผมเริ่มถามเรื่องของความอดอยาก</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ประเด็นของชนเผ่าก็เริ่มชัดขึ้นมา</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ผู้สันทัดกรณี ที่ผมไปคุยด้วย เขาว่ามีหลายชนเผ่าที่ต่อต้านรัฐบาล มีการปิดกั้นไม่ให้รถ และเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลผ่าน <span style="background: yellow none repeat scroll 0% 0%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial; color: #ff0000;">จึงกลายเป็นพรมแดนซ้อนพรมแดน</span> เกิดขึ้นในประเทศของเขา มีการต่อสู้กันเอง และต่อสู้กับรัฐบาลอีกต่างหาก</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ทำให้ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ และการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐบาลจำกัดอยู่เฉพาะในวงพื้นที่ และกลุ่มชนเผ่าที่เขาคุยได้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ทำให้ผมเริ่มเข้าใจปัญหาสภาพมากขึ้น ว่าทำไมจึงมีปัญหาทางสังคมและการอดอยากในประเทศนี้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ที่มีทั้งปัญหาทางประวัติศาสตร์การต่อสู้ แก่งแย่ง แข่งขัน เหยียดหยัน ซึ่งกันและกัน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">และยิ่งมีปัญหาการยุยงส่งเสริมจากประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วยทั้งทางการสนับสนุนขยายความขัดแย้ง และทางการสร้างปัญหาเพิ่มเติมด้านต่างๆ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-family: "><span style="font-size: small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">พอมองตรงนี้ ผมเห็นภาพความขัดแย้ง ที่เป็นที่มาของกระแสข่าวได้ชัดเจนมากขึ้น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">กลุ่มองค์กรต่างประเทศ และองค์กรพัฒนาเอกชน จึงมักนำเสนอภาพของประเทศ คนละภาพกับทางรัฐบาล ด้วย<span style="mso-spacerun: yes;"> </span>“จุดเน้น” และ “ค่าเฉลี่ย” จากข้อมูลคนละชุดกัน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">จะทำอย่างไรให้ข้อมูลแต่ละชุดใกล้เคียงกัน อันนี้ผมว่าไม่ง่าย แม้แต่เมืองไทยเรายังทำไม่ได้เลย แค่ไม่กี่ภาษา และชัดๆ ไม่กี่กลุ่ม</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">นี่คือข้อสรุปของสถานการณ์ที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆในเอธิโอเปีย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ว่าจะเขียนให้จบถึงเรื่องสาวๆ เอธิโอเปีย ยกไว้พรุ่งนี้แล้วกันนะครับ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ให้ดูรูปอ่อยไว้ก่อนนะครับ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><img src="http://i268.photobucket.com/albums/jj37/su1958/sawaeng/a12.jpg" alt="" /></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpFirst" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">สวัสดีครับ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/11/07/athiopia3/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องแปลกๆ และความรู้ใหม่ที่ได้ในการเดินทางไปเอธิโอเปีย (๒)</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/11/06/athiopia2/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/11/06/athiopia2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Nov 2008 03:18:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[การเรียนกรสอน]]></category>

		<category><![CDATA[ปรัชญาชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>

		<category><![CDATA[เอธิโอเปีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=29</guid>
		<description><![CDATA[

ก่อนจะเดินทางไปประเทศเอธิโอเปีย เพื่อนต่างชาติที่ทำงานด้วยกัน และแม้กระทั่งครอบครัวของผมก็เตือนผมให้นำหม้อข้าว ข้าวสาร และอาหารแห้งมาเตรียมไว้รับประทานเอง เพื่อป้องกันความ “อดอยาก” 
ดังที่มีข่าวเสมอๆ ทุกวันว่า ประเทศนี้ อดอยากขาดแคลน ยากจน
ในตอนเตรียมตัวเดินทางนั้น ด้วยความรีบร้อนแบบ “วินาทีสุดท้าย” ก็เลยข้ามประเด็น “อาหาร” ไป 
ในใจขณะเตรียมตัวจัดกระเป๋าเดินทางนั้น ก็คิดว่า ถ้า “ขาดแคลน” จริงๆ ผมมีแผนจะทำ ๒ อย่าง
1. ลดน้ำหนักให้ได้ตามแผนที่วางไว้นานมาแล้ว ให้ต่ำกว่า ๗๐ กก. (ตอนนี้ นน. เกิน&#8230;. เท่าไหร่ไม่บอก อิอิ)
2. ไปปฏิบัติธรรมด้านการบริโภคอาหาร (มีอะไรก็บริโภค ไปตามนั้น ทั้งจำนวน ชนิด และรสชาติ) และถ้าจำเป็นก็ลดการบริโภคให้เหลือมื้อเดียว แบบถือศีลแปด ไปซะเลย 
และคิดว่า ถ้าคนที่เชิญผมไปประชุมจะปล่อยให้ผมอดอยาก ก็จะได้รู้กันในครั้งนี้ คราวหน้าจะได้ไม่ต้องคบกันอีก

ดังนั้นสาเหตุหนึ่งที่ไปขึ้นเครื่องบินช้าก็คือ ตั้งใจ เตรียมตัวที่จะเดินทางไปเผชิญสภาพการ “ขาดแคลน” จึง ค่อยๆ ละเลียดรับประทานอาหารที่เก็บมาจากนา และ “ข้าวกล้อง” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;">
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: center;"><img src="http://i268.photobucket.com/albums/jj37/su1958/sawaeng/a8.jpg" alt="" /></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ก่อนจะเดินทางไปประเทศเอธิโอเปีย เพื่อนต่างชาติที่ทำงานด้วยกัน และแม้กระทั่งครอบครัวของผมก็เตือนผมให้<strong><span style="color: #c00000;">นำหม้อข้าว ข้าวสาร และอาหารแห้งมาเตรียมไว้รับประทานเอง เพื่อป้องกันความ “อดอยาก”</span></strong> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ดังที่มีข่าวเสมอๆ ทุกวันว่า <strong><em><span style="color: #c00000;">ประเทศนี้ อดอยากขาดแคลน ยากจน</span></em></strong></span><strong><em></em></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ในตอนเตรียมตัวเดินทางนั้น ด้วยความรีบร้อนแบบ “วินาทีสุดท้าย” ก็เลยข้ามประเด็น “อาหาร” ไป </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ในใจขณะเตรียมตัวจัดกระเป๋าเดินทางนั้น ก็คิดว่า ถ้า “ขาดแคลน” จริงๆ ผมมีแผนจะทำ ๒ อย่าง</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpFirst" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; mso-list: l2 level1 lfo1;"><strong><span style="color: #0070c0;"><span style="mso-list: Ignore;"><span style="font-size: small;">1.</span><span style="font: 7pt "> </span></span></span></strong><strong><span style="font-size: 14pt; color: #0070c0; line-height: 115%;">ลดน้ำหนักให้ได้ตามแผนที่วางไว้นานมาแล้ว ให้ต่ำกว่า ๗๐ กก. (ตอนนี้ นน. เกิน&#8230;. เท่าไหร่ไม่บอก อิอิ)</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpLast" style="margin: 0cm 0cm 10pt 36pt; text-indent: -18pt; mso-list: l2 level1 lfo1;"><strong><span style="color: #0070c0;"><span style="mso-list: Ignore;"><span style="font-size: small;">2.</span><span style="font: 7pt "> </span></span></span></strong><strong><span style="font-size: 14pt; color: #0070c0; line-height: 115%;">ไปปฏิบัติธรรมด้านการบริโภคอาหาร (มีอะไรก็บริโภค ไปตามนั้น ทั้งจำนวน ชนิด และรสชาติ) และถ้าจำเป็นก็ลดการบริโภคให้เหลือมื้อเดียว แบบถือศีลแปด ไปซะเลย </span></strong></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpLast" style="margin: 0cm 0cm 10pt 36pt; text-indent: -18pt; mso-list: l2 level1 lfo1;"><strong><span style="font-size: medium; color: #0070c0;">และคิดว่า ถ้าคนที่เชิญผมไปประชุมจะปล่อยให้ผมอดอยาก ก็จะได้รู้กันในครั้งนี้ คราวหน้าจะได้ไม่ต้องคบกันอีก</span></strong></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpLast" style="margin: 0cm 0cm 10pt 36pt; text-indent: -18pt; mso-list: l2 level1 lfo1;"><span id="more-29"></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ดังนั้นสาเหตุหนึ่งที่ไปขึ้นเครื่องบินช้าก็คือ <strong><span style="color: #0070c0;">ตั้งใจ เตรียมตัวที่จะเดินทางไปเผชิญสภาพการ “ขาดแคลน” </span></strong>จึง ค่อยๆ ละเลียดรับประทานอาหารที่เก็บมาจากนา และ “ข้าวกล้อง” แบบ “<em><span style="color: #0070c0;">พุงกาง</span></em>” รองรับวิกฤติ เลียนแบบพระมหาชนก ตอนเรือแตก เลยละครับ ทำให้รับประทานอาหารได้มาก (จริงๆ) แบบ หมดหม้อเลยละครับ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">(<span style="color: #0070c0;">แต่ พอถึงสนามบิน ก็ยังแอบซื้อกล้วยฉาบ ถุงละครึ่งกิโลกรัม ราคาตั้ง ๑๐๐ บาท ใส่กระเป๋าเดินทาง แบบ “เผื่อว่า” ไว้เหมือนกัน และตอนนี้</span><span style="color: #c00000;">ก็ยังไม่ได้เปิดเลยครับ</span>)</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; background: yellow; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ด้วยความกังวลเล็กๆในใจ เจอใครก็ถามดะ ตั้งแต่บนเครื่องบินมาเลย ว่าประเทศนี้ ขาดแคลนแค่ไหน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ก็ได้ความ (<span style="color: #c00000;">แบบข้อมูลมือ ๒</span>) ว่า </span></p>
<ul style="margin-top: 0cm;" type="disc">
<li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; mso-list: l3 level1 lfo4;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เคยขาดแคลน </span></li>
<li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; mso-list: l3 level1 lfo4;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">แต่ตอนนี้ดีขึ้น </span></li>
<li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; mso-list: l3 level1 lfo4;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">สงครามก็ไม่มีแล้ว </span></li>
<li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; mso-list: l3 level1 lfo4;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">แถมมีความช่วยเหลือจากประเทศผู้ร่ำรวยน้ำมันมาช่วยอีกมากมาย เพราะเขาถือว่าเป็นคนศาสนาเดียวกัน อย่างที่เล่าไปวันก่อนนั้นแหละครับ</span></li>
</ul>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">หลังจากมาถึงประเทศเอธิโอเปีย ผมก็ตั้งใจว่าจะศึกษาข้อมูลเรื่องนี้ให้ได้ ว่า</span><span style="font-size: 16pt; color: #c00000; line-height: 115%;">สาเหตุของการขาดแคลนที่ว่านั้นคือ อะไรกันแน่</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">พอเครื่องบินจะลงตอนหกโมงเช้ากว่าๆ ก็เริ่มมองเห็นสภาพภูมิประเทศ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ใจผมคิดว่า <span style="color: #c00000;">น่าจะมีแต่ทะเลทราย</span> อะไรประมาณนั้น <span style="color: #00b050;">(อุตส่าห์จองที่นั่งริมหน้าต่างตั้งแต่ตอนไปรับตั๋วเครื่องบิน กะถ่ายรูปวิวตอนเช้า ซะด้วย</span>)</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt; text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://i268.photobucket.com/albums/jj37/su1958/sawaeng/a6.jpg" alt="" /></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; background: yellow 0% 50%; color: #c00000; line-height: 115%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;">แต่พอมองออกไป กลับเป็นพื้นที่เขียวชอุ่มไปหมด พยายามถ่ายรูป ก็ได้แค่ลางๆ ไม่ชัด เสียดายจริงๆ</span><span style="color: #c00000;"><span style="font-size: small;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; color: #c00000; line-height: 115%;">เพราะเมฆมาก และฝนก็ปรอยๆ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">พอมาถึงที่พักก็รีบสังเกต ดูดิน ดูต้นไม้ ดูน้ำ ดูสภาพฝน ก็ได้ความว่า </span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpFirst" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; mso-list: l1 level1 lfo2;"><span style="background: yellow 0% 50%; color: #0070c0; font-family: Symbol; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;"><span style="mso-list: Ignore;"><span style="font-size: small;">·</span><span style="font: 7pt "> </span></span></span><span style="font-size: 14pt; background: yellow 0% 50%; color: #0070c0; line-height: 115%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;">ดินดำแบบเดียวกับดินลพบุรีของเราเลย ไม่ยักกะเป็นดินทรายอย่างที่คิด</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; mso-list: l1 level1 lfo2;"><span style="background: yellow 0% 50%; color: #0070c0; font-family: Symbol; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;"><span style="mso-list: Ignore;"><span style="font-size: small;">·</span><span style="font: 7pt "> </span></span></span><span style="font-size: 14pt; background: yellow 0% 50%; color: #0070c0; line-height: 115%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;">ต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ที่พักก็มีตะไคร่น้ำ และ ไลเคน (</span><span style="background: yellow 0% 50%; color: #0070c0; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;"><span style="font-size: small;">Lichens) </span></span><span style="font-size: 14pt; background: yellow 0% 50%; color: #0070c0; line-height: 115%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;">ตามลานปูนในสนามที่เขาแต่งไว้ ก็มีมอส (</span><span style="background: yellow 0% 50%; color: #0070c0; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;"><span style="font-size: small;">Mosses) </span></span><span style="font-size: 14pt; background: yellow 0% 50%; color: #0070c0; line-height: 115%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;">คลุมเต็มไปหมด หญ้าก็เขียวสด แบบไม่มีร่องรอยการให้น้ำ แสดงว่า ความชื้นที่นี่สูงมาก</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; mso-list: l1 level1 lfo2;"><span style="background: yellow 0% 50%; color: #0070c0; font-family: Symbol; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;"><span style="mso-list: Ignore;"><span style="font-size: small;">·</span><span style="font: 7pt "> </span></span></span><span style="font-size: 14pt; background: yellow 0% 50%; color: #0070c0; line-height: 115%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;">อากาศเย็นประมาณ ๑๑- ๑๕ องศา แต่บางวันที่แดดจัด อุณหภูมิจะขึ้นถึง ๒๕ องศาเซลเซียส</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เอ๊ะ หรือว่า อากาศเย็นเกินไป เมฆมากเกินไปเลยผลิตอาหารไม่ค่อยได้</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะยุโรปเย็นกว่านี้ แสงน้อยกว่านี้ ก็ยังผลิตได้นี่นา</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">จะว่าเทคโนโลยีไม่พอ ก็ยิ่งไม่น่าจะใช่ เพราะคนที่นี่ครอบครองพื้นที่ ต้นแม่น้ำไนล์ และอยู่กันมายาวนานกว่า ๓๐๐๐ ปี พอๆ กับ ประเทศอียิปต์ ไม่แน่จริงคงสูญพันธุ์กันไปหมดแล้ว</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจ เลยใช้วิธีถามดะ ตั้งแต่เด็กเสิร์ฟ กุ๊ก คนที่เจอที่ร้านอาหาร ว่าที่นี่อดอยาก จริงหรือไม่ เพราะอะไร</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ตั้งแต่ไปโรงอาหารรวม ที่ศูนย์วิจัยที่เขาจัดประชุม ก็เริ่มสังเกต และถามๆๆๆ และถาม</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เห็นเขาจัดอาหารพื้นเมือง ปนกับแบบตะวันตก ให้นักวิจัยนานาชาติ ก็เดาไปว่า </span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">อาจเป็นการจัดแบบ “เอาใจ” ต่างชาติ ละมั้ง</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เพราะอาหารมีมาก แบบเหลือเฟือ กินแบบ </span><span style="font-family: "><span style="font-size: small;">Buffet </span></span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ได้ไม่อั้น ทุกมื้อ</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><img src="http://i268.photobucket.com/albums/jj37/su1958/sawaeng/a10.jpg" alt="" /></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><img src="http://i268.photobucket.com/albums/jj37/su1958/sawaeng/a3.jpg" alt="" /></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ผมก็เลยคิดไปเองว่า </span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; color: #c00000; line-height: 115%;">ทำไมต้องเอาใจต่างชาติขนาดนั้น</span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH"> ทั้งที่ประเทศตัวเองก็อดอยาก น่าจะจัดแบบตามมีตามเกิด หรือ อย่างน้อย ก็ประหยัดกว่านี้หน่อย</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">พอได้พบกับนักวิจัยชนเผ่า “อัฟริกา” ไม่รู้ใครเป็นใคร ชาติไหนบ้างผมแยกไม่ออก</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><img src="http://i268.photobucket.com/albums/jj37/su1958/sawaeng/a4.jpg" alt="" /></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ผมก็โยนคำถามแบบเป็นขบวน หนึ่ง สอง สาม สไตล์นักสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง </span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">โดยอาศัยหลักที่เรียน สอน และพัฒนามาด้วยตนเอง เป็นเวลาหลายปี</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ที่ </span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; mso-add-space: auto; mso-list: l0 level1 lfo3;"><span style="font-family: Symbol;"><span style="mso-list: Ignore;"><span style="font-size: small;">·</span><span style="font: 7pt "> </span></span></span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เริ่มจาก <span style="color: #c00000;">“ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว”</span> –ขาดแคลนแบบอดตาย</span><span style="font-family: " lang="TH"><span style="font-size: small;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ที่ดินเสื่อมโทรม</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; mso-add-space: auto; mso-list: l0 level1 lfo3;"><span style="font-family: Symbol;"><span style="mso-list: Ignore;"><span style="font-size: small;">·</span><span style="font: 7pt "> </span></span></span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ตามด้วย “<span style="color: #c00000;">สังเกต”-</span>อุดมสมบูรณ์ ดินดี น้ำดี อากาศก็ดี </span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">(อ้าว ทำไมขัดแย้งขนาดนี้ แล้วจะเดินต่ออย่างไร)</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;">
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH"><span style="color: #ff0000;">ผมเลยย้อนกลับไปใช้ข้อมูลมือสอง ว่า “มีการสู้รบ และกีดกันผลประโยชน์ของชนเผ่าต่างๆ” ที่ได้ข่าวมาเสมอๆ แทน-<span style="color: #0000ff;">คิดเข้าข้างตัวเองไปโน่น</span> </span></span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH"><span style="color: #ff0000;">(ก็ไม่ทราบจะคิดอย่างอื่นๆ ได้อย่างไร คิดได้แค่นั้นจริง)</span></span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;">
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; mso-add-space: auto; mso-list: l0 level1 lfo3;"><span style="font-family: Symbol;"><span style="mso-list: Ignore;"><span style="font-size: small;">·</span><span style="font: 7pt "> </span></span></span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">จึงตามด้วยการ <span style="color: #c00000;">“สัมภาษณ์</span>” ดะ (แบบกึ่งโครงสร้างด้วยนะครับ)</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ผมเริ่มพบว่า<span style="background: yellow 0% 50%; color: #c00000; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;">ข้อมูลสัมภาษณ์สอดคล้องกับการสังเกต</span> ก็คือ</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;">
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH"><span style="font-size: large;">“<span style="background: yellow 0% 50%; color: #0070c0; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;">ดี ไม่มีปัญหา</span>”</span></span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">อ้าวแล้วข้อมูลมือสอง มายังไง “อดอยาก ยากจน”</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ผมไม่รีรอ รีบถามดะ ว่า “คุณคือใคร ชาติไหน”</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ถ้าบอกว่าเป็นชาวเอธิโอเปียแล้ว ผมจะโยนคำถามเรื่องเกษตรกรรม และอาหารทันที</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">แต่ก็แบบนิ่มๆ ค่อยๆถาม ไม่ด่วนสรุป (แบบเดียวกับที่ผมสอนคนอื่น- ผมจะด่วนสรุปเองก็อายตัวเองครับ)</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ก็ได้ความว่า</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เกษตรกรรมของประเทศเอธิโอเปีย มีการปลูกพืชอาหารประเภทธัญพืช พืชหัว ข้าวโพด ผักต่างๆ ผลไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ และ เลี้ยงสัตว์ ได้ดี </span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">แต่เนื่องจากมีประชากรมุสลิมมากพอสมควร จึงไม่ค่อยมีสุกร มีแต่วัว แพะ แกะ ลา (ไว้ขนของ- เสียดายถ่ายไม่ทัน รถวิ่งเร็ว)</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">การบริโภค ก็มีทั้งทำเป็นแผ่นแป้งทอดแบบโรตี เรียกว่า อินเจอรา (</span><span style="font-family: "><span style="font-size: small;">Injera) </span></span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ทำจากเมล็ดธัญพืชที่เรียกว่า </span><span style="font-family: "><span style="font-size: small;">Teff </span></span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ทอดหน้าเดียวแบบ </span><span style="font-family: "><span style="font-size: small;">pancake </span></span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เวลารับประทาน จะรองบนจาน แล้วตักอาหารอื่นๆ วางไว้ข้างบน ทานด้วยมือเป็นส่วนใหญ่</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">อาหารอื่นๆทีนิยม ก็มีผักสลัดแบบต่างๆ เนื้อตุ๋น ถั่วตุ๋น (</span><span style="font-family: "><span style="font-size: small;">lentil) </span></span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ปรุงรสเผ็ดคล้ายอาหารไทย แต่มีเครื่องเทศมากแบบอาหารแขก</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ข้าวมีบ้าง แต่เขาว่าซื้อมาจากแถวบ้านเรา เลยแพง และเป็นอาหารคนมีเงิน</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ดังนั้น ผมสังเกต (อีกแล้ว) ว่าเวลาคนเอธิโอเปียมารับประทานอาหารแบบ </span><span style="font-family: "><span style="font-size: small;">Buffet </span></span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">จะเน้น “ตักข้าว” มากกว่าจะหยิบ “อิจารา” คงเป็นแบบ “กินของแพงและหายากไว้ก่อน” ละมั้ง (แบบเดียวกับที่ผมเน้นหยิบ ปลาดิบ อาหารญี่ปุ่น ตอนไปทานอาหาร </span><span style="font-family: "><span style="font-size: small;">buffet </span></span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ตามโรงแรม ในเมืองไทย อิอิ)</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">หลังจากได้ข้อมูลเบื้องต้น และ มั่นใจว่า “ไม่น่าจะพลาด” ว่า</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><strong><span style="font-size: 14pt; background: yellow 0% 50%; color: #0070c0; line-height: 115%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;">“เอธิโอเปียโดยรวม ไม่ได้ขาดแคลนอาหาร”</span></strong><strong><span style="font-size: 14pt; color: #0070c0; line-height: 115%;"> </span></strong><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ตาม ข้อมูลมือสอง ที่ได้ยินมา</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">การขาดแคลนมีอยู่บ้างแถบชายแดนกับโซมาเลีย ที่มีปัญหาการต่อสู้ของชนเผ่า ทำให้ไม่มีเวลาทำมาหากิน และมีปีญหาภายในเชิงชนเผ่า ที่รัฐบาลกระอักกระอ่วนใจในการแก้ไขปัญหา และยังมีปัญหาการช่วยเหลือจากต่างประเทศ ที่ทำให้การจัดการปัญหาภายในทำได้ยากขึ้นไปอีก</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ก็เริ่มมั่นใจ ยิงคำถามแบบฟันธง ไปกับสมาชิกชาวเอธิโอเปีย ว่า</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">“<span style="color: #c00000;">ทำไม จึงมีข่าว และข้อมูลออกไปทั่วโลก ว่า เอธิโอเปียโดยรวม อดยาก</span>”</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">นักวิจัยที่ทำงานด้านประชาสัมพันธ์ตอบผมแบบฟันธงเหมือนกันว่า</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">“เป็นการเลือกมุมที่แย่ของประเทศมานำเสนอ”</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เขายอมรับว่า</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; color: #ff0000; line-height: 115%;">อาจจะมีคนที่อดอยากอยู่บ้างในชนบทห่างไกล ที่ต้องอดมื้อกินมื้อ ที่มีทุกแห่ง ทุกชนชาติในโลกนี้ แม้กระทั่งอังกฤษ อเมริกา หรือประเทศที่ร่ำรวยขนาดไหนก็ตาม ก็อาจจะมีครอบครัวแบบนี้อยู่บ้าง “เป็นธรรมดา” และยิ่งมีปัญหาการต่อสู้และชนเผ่าเข้ามาอีก ทำให้การแก้ปัญหายากยิ่งขึ้น</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-family: "></span><span style="font-size: 14pt; background: yellow 0% 50%; color: #c00000; line-height: 115%; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;">แต่ด้วยการช่วยเหลือจากแหล่งต่างๆ นั้น ทำให้ในเขตทีลำบากที่สุด <em>วันหนึ่งจะมีอาหารรับประทานไม่ต่ำกว่า ๒ มื้อ</em></span><em></em></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ทำให้ผมย้อนคิดถึงรายการทีวีเมืองไทย บางรายการที่นำครอบครัวแย่ๆ มานำเสนอเพื่อขอความช่วยเหลือจากสังคม</span><span style="font-family: " lang="TH"><span style="font-size: small;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">(หลายท่านคงทราบดี)</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">หรือแม้กระทั่งเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ที่มีข่าวว่า “เด็กที่ศรีสะเกษ” อดอยาก จนต้องกินดินเป็นอาหาร มีการกระพือข่าวอย่างมากมาย ทั้งๆที่ความจริงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง (คนที่ตามข่าวนี้คงทราบดีนะครับ ว่าอะไรเป็นอะไร)</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เมื่อผมได้ยินอย่างนั้น คำถามผมจึงเข้มข้นไปอีกระดับหนึ่งว่า</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เมื่อประเทศเอธิโอเปียโดยทั่วไป ไม่อดอยาก ขนาดนั้น แล้ว</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; mso-add-space: auto; mso-list: l0 level1 lfo3;"><span style="font-size: 12pt; color: #c00000; line-height: 115%; font-family: Symbol;"><span style="mso-list: Ignore;">·<span style="font: 7pt "> </span></span></span><strong><span style="font-size: 16pt; color: #c00000; line-height: 115%;">ทำไมจึงมีคนไปประโคมข่าวขนาดนั้น</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">คำตอบที่ได้ (เขาว่านะครับ) มีคนต้องการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศของเขา โดยพิจารณาจาก </span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 74.75pt; text-indent: -18pt; mso-add-space: auto; mso-list: l0 level2 lfo3;"><span style="background: yellow 0% 50%; font-family: Symbol; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;"><span style="mso-list: Ignore;"><span style="font-size: small;">·</span><span style="font: 7pt "> </span></span></span><span style="font-size: 14pt; background: yellow; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ที่เสนอเป็นบางมุมของสังคม</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 74.75pt; text-indent: -18pt; mso-add-space: auto; mso-list: l0 level2 lfo3;"><span style="background: yellow 0% 50%; font-family: Symbol; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial;"><span style="mso-list: Ignore;"><span style="font-size: small;">·</span><span style="font: 7pt "> </span></span></span><span style="font-size: 14pt; background: yellow; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">และ อาจเป็นงานของคนบางกลุ่มที่ต้องการผลประโยชน์บางประการ จากการทำข่าวแบบนั้น</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">และผมก็เลยถามแบบทีเล่นทีจริงว่า</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">“</span><strong><span style="font-size: 16pt; color: #c00000; line-height: 115%;">แล้วรัฐบาลของคุณรู้สึกอย่างไร”</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><strong></strong></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เขาก็ตามแบบทีเล่นทีจริงเหมือนกันว่า </span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><strong><span style="font-size: 16pt; color: #c00000; line-height: 115%;">“ก็คงชอบอยู่บ้าง เพราะได้เงินและความช่วยเหลือจากต่างประเทศ” แต่ก็ทำให้การปกครองประเทศมีปัญหา</span></strong></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><strong></strong></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ผมมาถึง “บางอ้อ” ว่า</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><strong><span style="font-size: 14pt; color: #0070c0; line-height: 115%;"><span style="background: yellow; mso-highlight: yellow;">“ในระดับโลก” เขาเล่นการอย่างนี้เอง</span></span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ผมมีทั้งดีใจและผิดหวังในการเดินทางมาครั้งนี้ครับ</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; background: yellow; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ดีใจที่ไม่ต้องเผชิญภาวะ “อดอยาก</span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">” ที่แม้ผมจะไม่อด แต่เห็นชาวบ้าน หรือ ขอทานอดอยาก เต็มไปหมด ผมคงทานอาหารแบบไม่มีความสุขสักเท่าไหร่ (อันนี้คิดไปเองครับ)</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; background: yellow; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ผิดหวัง ที่ไม่มีโอกาส “ลดน้ำหนัก”</span><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH"> หรือ “ปฏิบัติธรรมในการรับประทานอาหาร “คุณภาพต่ำ” (จินตนาการไปเอง อีกนั่นแหละ)</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><img src="http://i268.photobucket.com/albums/jj37/su1958/sawaeng/a7.jpg" alt="" /></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">แต่วันนี้ ผม “โง่น้อยลง” อีกนิดหนึ่งแล้วครับ</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">และขอแจ้งให้ทราบว่า ใครจะไปเอธิโอเปีย ควรลดน้ำหนักล่วงหน้าไว้ก่อน</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">เพราะเมื่อท่านมาถึง</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">มีแต่อาหารอร่อยๆ จะได้ทานแบบไม่ต้องเกรงใจ “พุง” อิอิ</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">ตอนนี้ผมรู้สึกว่า “น้ำหนักเพิ่มครับ” อิอิ</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">วันหน้า มีเรื่องเด็ด กว่านี้ครับ ขอเชิญติดตามได้ครับ</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">วันนี้ต้องรีบไปประชุมอีกแล้ว อิอิ</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt;"><span style="font-size: 14pt; line-height: 115%; font-family: " lang="TH">สวัสดีครับ</span></p>
<p class="MsoListParagraphCxSpMiddle" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; mso-add-space: auto;"> </p>
<p class="MsoListParagraphCxSpLast" style="margin: 0cm 0cm 10pt 36pt; text-align: center;"><img src="http://i268.photobucket.com/albums/jj37/su1958/sawaeng/a5.jpg" alt="" width="404" height="404" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/11/06/athiopia2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องแปลกและความรู้ใหม่ในจากการเดินทางไปเอธิโอเปีย</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/11/04/20081103/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/11/04/20081103/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2008 02:56:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[ปรัชญาชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[เอธิโอเปีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=27</guid>
		<description><![CDATA[ระหว่างวันที่ ๓-๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ผม &#8220;จำเป็น&#8221; ต้องเข้าร่วมประชุมที่เมืองแอดดิส อะบาบา ประเทศเอธิโอเปีย ถึง ๒ งานต่อกัน 

เพื่อสรุปผลงานของโครงการวิจัยร่วม ๕ ลุ่มน้ำใหญ่ของโลก (ผมได้รับการสมมติว่า เป็นตัวแทนจากลุ่มน้ำโขง) และ
เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยของไทยด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ (ที่ผมทำในอีสานเป็นหลัก)


ผมรู้สึกว่า ไม่ค่อยอยากเดินทางเท่าไหร่ เพราะ &#8220;ห่วง&#8221; เมืองไทยหลายเรื่อง 
โดยเฉพาะ

งานสอนที่ทั้งเพิ่งเปิดเทอม และมีวิชาการฝึกงานที่ต้องรีบสรุปก่อนเด็กจะลืม
งานวิจัย และบริการสังคมที่ต้องทำต่อเนื่อง เว้นไม่ได้เลย
งาน&#8221;นา&#8221; ที่น้ำกำลังลด ปลากำลังลง ข้าวกำลังเหลือง รองานดูแล และเก็บเกี่ยว
และ งานในระบบชีวิตอื่นๆ อีกหลายเรื่อง เช่นสีข้าวขาย และอื่นๆ ที่เป็นกิจกรรมต่อเนื่อง แต่ต้อง &#8220;พักไว้ก่อน&#8221;


ผมเลยไม่ได้หาข้อมูล แทบจะไม่เตรียมตัวใดๆ เลย
และเตรียมการแบบ &#8220;วินาทีสุดท้าย&#8221; ทุกเรื่อง ตั้งแต่

ขออนุมัติเดินทาง
ซื้อตัว
ขอวีซ่า
แลกเงินดอลลาร์
เตรียมของใช้ที่จำเป็นในการเดินทาง
และ เตรียมใจ ไปเผชิญ &#8220;ความยากลำบาก&#8221; ในประเทศที่ &#8220;อดอยาก&#8221;

สิ่งประหลาดใจสิ่งแรกที่ผมตกใจมากคือ
บังเอิญผมเช็คข้อมูลอากาศเพื่อเตรียมเสื้อผ้า &#8220;ก่อนเดินทาง ๑ วัน&#8221; พบว่า เมืองแอดดิส อะบาบา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: medium;">ระหว่างวันที่ ๓-๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ผม &#8220;จำเป็น&#8221; ต้องเข้าร่วมประชุมที่เมืองแอดดิส อะบาบา ประเทศเอธิโอเปีย ถึง ๒ งานต่อกัน </span></p>
<ol>
<li><span style="font-size: medium;">เพื่อสรุปผลงานของโครงการวิจัยร่วม ๕ ลุ่มน้ำใหญ่ของโลก</span><span style="font-size: medium;"> (ผมได้รับการสมมติว่า เป็นตัวแทนจากลุ่มน้ำโขง) และ</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยของไทยด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ (ที่ผมทำในอีสานเป็นหลัก)</span></li>
</ol>
<p style="text-align: center;"><img src="http://i268.photobucket.com/albums/jj37/su1958/sawaeng/a2.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมรู้สึกว่า ไม่ค่อยอยากเดินทางเท่าไหร่ เพราะ &#8220;ห่วง&#8221; เมืองไทยหลายเรื่อง </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">โดยเฉพาะ</span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: medium;">งานสอนที่ทั้งเพิ่งเปิดเทอม และมีวิชาการฝึกงานที่ต้องรีบสรุปก่อนเด็กจะลืม</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">งานวิจัย และบริการสังคมที่ต้องทำต่อเนื่อง เว้นไม่ได้เลย</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">งาน&#8221;นา&#8221; ที่น้ำกำลังลด ปลากำลังลง ข้าวกำลังเหลือง รองานดูแล และเก็บเกี่ยว</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">และ งานในระบบชีวิตอื่นๆ อีกหลายเรื่อง เช่นสีข้าวขาย และอื่นๆ ที่เป็นกิจกรรมต่อเนื่อง แต่ต้อง &#8220;พักไว้ก่อน&#8221;</span></li>
</ul>
<p><span id="more-27"></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมเลยไม่ได้หาข้อมูล แทบจะไม่เตรียมตัวใดๆ เลย</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">และเตรียมการแบบ &#8220;วินาทีสุดท้าย&#8221; ทุกเรื่อง ตั้งแต่</span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: medium;">ขออนุมัติเดินทาง</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">ซื้อตัว</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">ขอวีซ่า</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">แลกเงินดอลลาร์</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">เตรียมของใช้ที่จำเป็นในการเดินทาง</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">และ เตรียมใจ ไปเผชิญ &#8220;ความยากลำบาก&#8221; ในประเทศที่ &#8220;อดอยาก&#8221;</span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: medium;">สิ่งประหลาดใจสิ่งแรกที่ผมตกใจมากคือ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">บังเอิญผมเช็คข้อมูลอากาศเพื่อเตรียมเสื้อผ้า &#8220;ก่อนเดินทาง ๑ วัน&#8221; พบว่า เมืองแอดดิส อะบาบา ที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรแบบเดียวกับไทยนั้น &#8220;หนาว&#8221; อุณหภูมิ ๑๑-๑๕ องศาเซลเซียส เป็นไปได้อย่างไร ผมคิดว่าต้องเป็นที่ราบสูงแน่นอน เลยไปย้อนอ่าน email ที่เขาส่งมาให้ก่อนหน้านี้ ก็เป็นเช่นนั้นจริง</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">อ้าว แล้วจะทำอย่างไรดี เสื้อกันหนาวที่ใช้เดินทางไปต่างประเทศก็ให้ลูกชายยืมไปหมด เพราะเขาเดินทางบ่อย (และผมไม่คิดจะไปไหน นอกจากไปนา อิอิ)</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ก็ต้องวุ่นเลย วิ่งหาซื้อทั้งเมืองขอนแก่น ไปตอนค่ำๆ หลังเลิกงาน ร้านปิดหมดแล้ว ไม่มีสักร้าน ต้องรอวันใหม่ หาซื้อตอนเช้า ก่อนเดินทางตอนเย็น จัดกระเป๋าให้ทัน</span><span style="font-size: medium;">ก่อนจะขึ้นเครื่องบิน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ต้องลุ้นระทึกว่าจะมีไหม ก็บังเอิญมีพอดี</span></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: medium;">(และมีผ้าพันคอแสนสวยที่คุณราณีทำข้ามปี และส่งมาให้เป็นของขวัญวันเกิดอีกผืนหนึ่ง ทำให้อุ่นใจมากขึ้น)</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">อ้าวแล้วสายต่อไฟล่ะ ลืมไปเลยว่าเป็นแบบไหน เลยต้องยกไปทั้งชุด เพราะไม่ทราบว่าแบบไหน (ปรากฏว่าเป็นหัวกลมเล็ก เขี้ยวกลมเล็ก แบบยุโรป)</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">อ้าวนาฬิกาแบบ Time Zone สำหรับเดินทางต่างประเทศ ก็หมดถ่าน เพราะไม่ใช้นาน ต้องรีบเอาไปเปลี่ยนถ่านอีก เสียหรือเปล่าก็ไม่รู้ เลยต้องสำรองนาฬิการุ่น automatic ไม่ต้องไขลาน ไม่ต้องใส่ถ่านอีกเรือน (กันพลาด ดูเวลาผิดแย่เลย) แต่ต้องใส่ตลอด ไม่งั้นหยุดเดินแบบ &#8220;ไม่บอกซะด้วย&#8221;</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">พอจัดกระเป๋าเสร็จ ก็รีบไปสนามบินแบบ &#8220;วินาทีสุดท้าย&#8221; ไปต่อแทกซี่ที่กรุงเทพ จากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ (กลับมาร้อยเอ็ด เอ้ย ไม่ใช่ ไปทางบางนา) แบบลุ้นระทึก ไปต่อคิวกับชนเผ่าอัฟริกาแบบแถวยาว กระเป๋าใหญ่ๆ (ขนเสื้อผ้าเมืองไทยไปขาย) แทบจะเป็นคนสุดท้ายของเที่ยวบิน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">พอขึ้นเครื่องได้เรียบร้อยก็เริ่ม &#8220;สืบ&#8221;จากคนนั่งข้างๆ </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ก็ได้ความว่า</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ความอดอยากที่เล่าลือกันนั้น มาจาก &#8220;สงคราม&#8221; และ &#8220;การปกครอง&#8221; กีดกันคนบางกลุ่มบางเหล่า ในการทำมาหากิน ทำให้อดอยาก เพราะไม่มีเวลาหากิน มีแต่ต่อสู้กัน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">อ้าวแล้วผมจะอดอาหารไหม</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">คนนั่งข้างๆ หัวเราะ และบอกว่า ไม่อดหรอก เพราะผมอยู่ในเมือง และไม่ต้องไปสู้กับใคร</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">อีกอย่างสถานการณ์ก็ดีขึ้นแล้ว ความอดอยากที่ออกข่าวนั้นเป็น &#8220;ภาพเก่าๆ&#8221; ทำให้ผมโล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ตอนนี้ประเทศผู้ร่ำรวยน้ำมันก็ช่วยมามาก เพราะศาสนาเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">พอถึงสนามบินผมต้องไปแลกเงิน ก็ได้พบความประหลาดใจมากเลย (หลายท่านคงมราบว่าผมเป็นนักสะสมเงินตรา ทั้งของเก่า และของต่างประเทศ)</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมเคยแต่เห็นหน่วยเงิน Birr แต่ไม่ทราบว่าอ่านว่าอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">พอได้ยินเขาพูด ผมตะลึงเลยครับ </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เขาอ่านว่า &#8220;เบี้ย&#8221; ครับ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แล้วผมก็ได้เศษเหรียญมา ผมเลยลองถามเขาว่า หน่วยเป็นอะไร (เพราะเงินไทยนั้น เท่าที่ผมมี &#8220;เบี้ย&#8221; เป็นหน่วยเล็กที่สุดแล้ว ผมก็เลยถามเชิงประชดในใจตัวเองว่า อะไรจะเล็กกว่าเบี้ยได้ (วะ)</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมยิ่งตกใจมากขึ้น เมื่อเขาบอกว่า หน่วยของเหรียญเขาเรียก &#8220;อัสดะ&#8221; ที่ผมเทียบภาษาไทยเป็น &#8220;อัฐ&#8221;</span></p>
<p><img src="http://i268.photobucket.com/albums/jj37/su1958/sawaeng/a9.jpg" alt="" /></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: medium;">เงินไทย ๑๐๐ เบี้ย เป็น ๑ อัฐ</span></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: medium;">เงินเอธิโอเปีย ๑๐๐ อัฐ (อัสดะ) เป็นหนึ่งเบี้ย (Birr)</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">อ้าว แล้วใครใหญ่กว่าใคร หรือใครเกิดก่อนใคร </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ระหว่างอัฐกับเบี้ย ไทยกับเอธิโอเปีย แล้วเราเป็นญาติกันมาแต่สมัยไหน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">งง จริง พับผ่า </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">วันนี้ต้องรีบเข้าประชุม</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">มีอะไรแปลกๆ จะเล่าให้ฟังอีกครับ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">สวัสดีครับ</span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://lanpanya.com/sawaeng/files/2008/11/a1.jpg" alt="" width="404" height="404" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://i268.photobucket.com/albums/jj37/su1958/sawaeng/a11.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="file:///C:/DOCUME~1/SERVER/LOCALS~1/Temp/moz-screenshot.jpg" alt="" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/11/04/20081103/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การได้ยิน การรับรู้ และความเข้าใจ</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/10/22/10/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/10/22/10/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Oct 2008 09:43:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[กสิกรรมไร้สารพิษ]]></category>

		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[ปรัชญาชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[เกษตรอินทรีย์]]></category>

		<category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>

		<category><![CDATA[การฝึกงาน]]></category>

		<category><![CDATA[การเรียนการสอน]]></category>

		<category><![CDATA[ปัญหาการศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=26</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้พานักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ ปีที่ ๑ จำนวน ๒๐ คน ไป &#8220;เรียนรู้ชีวิต&#8221; ที่วัดป่าสวนธรรมร่วมใจ ด้วยความช่วยเหลือของประธานเครือข่ายข้าวคุณธรรม (พ่อวิจิตร บุญสูง) ทีจังหวัด ยโสธร
ก่อนไปผมได้ปฐมนิเทศสองรอบ
รอบแรกได้เน้นสาระสำคัญของการเรียน และการฝึกงาน
โดยเน้นอธิบายว่า การฝึกงานที่สัมผัสของจริงจะทำให้การเรียนมีเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
และการไปวัดป่าสวนธรรมจะทำให้ได้มีโอกาสเรียนรู้ทั้ง

ธรรมะกับชีวิต
การเกษตรพอเพียง
เกษตรอินทรีย์
ชุมชนกับการพัฒนา

ผมก็ได้อธิบายตั้ง ๒ รอบ

แต่เมื่อวันประเมินผลการฝึกงาน
แทบทุกคนบอกว่า
ตอนแรก ไม่ทราบว่าจะให้มาทำอะไร
แต่ตอนนี้ รู้แล้ว
ผมก็กึ่งงง กึ่งประหลาดใจ ว่า
ทำไมจึงเป็นเช่นนี้
ผมจึงพยายามอธิบายให้ตัวเองเข้าใจว่า
คงเป็นที่ &#8220;ระดับ&#8221; ของความเข้าใจ
โดยเฉพาะ เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่าง
ความเข้าใจเมื่อฟัง กับ ความเข้าใจเมื่อมาเห็นและสัมผัสจริงๆ
มันน่าจะต่างกันมาก
จนทำให้เสมือนหนึ่ง &#8220;เดิม&#8230;.เข้าใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น&#8221;
นี่ ผมคิดแบบ &#8220;เชิงบวก&#8221; แบบสุดๆ แล้ว
แต่ก็ดีใจที่การฝึกงานได้ผลตามคาดทุกประการ
อย่างน้อยก็ในระยะสั้น
ระยะยาวคงต้องดูกันต่อไปครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: medium;">ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้พานักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ ปีที่ ๑ จำนวน ๒๐ คน ไป &#8220;เรียนรู้ชีวิต&#8221; ที่วัดป่าสวนธรรมร่วมใจ ด้วยความช่วยเหลือของประธานเครือข่ายข้าวคุณธรรม (พ่อวิจิตร บุญสูง) ทีจังหวัด ยโสธร</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ก่อนไปผมได้ปฐมนิเทศสองรอบ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">รอบแรกได้เน้นสาระสำคัญของการเรียน และการฝึกงาน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">โดยเน้นอธิบายว่า การฝึกงานที่สัมผัสของจริงจะทำให้การเรียนมีเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">และการไปวัดป่าสวนธรรมจะทำให้ได้มีโอกาสเรียนรู้ทั้ง</span></p>
<ul>
<li><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>ธรรมะกับชีวิต</strong></span></li>
<li><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>การเกษตรพอเพียง</strong></span></li>
<li><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>เกษตรอินทรีย์</strong></span></li>
<li><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>ชุมชนกับการพัฒนา</strong></span></li>
</ul>
<p><span style="font-size: medium;">ผมก็ได้อธิบายตั้ง ๒ รอบ</span></p>
<p><span id="more-26"></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แต่เมื่อวันประเมินผลการฝึกงาน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แทบทุกคนบอกว่า</span></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: medium;"><strong>ตอนแรก ไม่ทราบว่าจะให้มาทำอะไร</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: medium;"><strong>แต่ตอนนี้ รู้แล้ว</strong></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมก็กึ่งงง กึ่งประหลาดใจ ว่า</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ทำไมจึงเป็นเช่นนี้</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมจึงพยายามอธิบายให้ตัวเองเข้าใจว่า</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">คงเป็นที่ &#8220;ระดับ&#8221; ของความเข้าใจ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">โดยเฉพาะ เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่าง</span></p>
<p><span style="font-size: medium;"><span style="color: #ff0000; font-size: large;">ความเข้าใจเมื่อฟัง</span> กับ </span><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>ความเข้าใจเมื่อมาเห็นและสัมผัสจริงๆ</strong></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">มันน่าจะต่างกันมาก</span></p>
<p><span style="color: #008000; font-size: large;">จนทำให้เสมือนหนึ่ง &#8220;เดิม&#8230;.เข้าใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น&#8221;</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">นี่ ผมคิดแบบ &#8220;เชิงบวก&#8221; แบบสุดๆ แล้ว</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แต่ก็ดีใจที่การฝึกงานได้ผลตามคาดทุกประการ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">อย่างน้อยก็ในระยะสั้น</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ระยะยาวคงต้องดูกันต่อไปครับ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/10/22/10/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คน &#8220;ขี้เกียจ&#8221; ที่โชคดี</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/09/19/09/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/09/19/09/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Sep 2008 18:42:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การทำนา]]></category>

		<category><![CDATA[ปรัชญาชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[เกษตรอินทรีย์]]></category>

		<category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>

		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>

		<category><![CDATA[การชดเชย]]></category>

		<category><![CDATA[ความเสียหาย]]></category>

		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>

		<category><![CDATA[ศัตรูพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=25</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ฝนตกชุกมากในประเทศไทย และน้ำท่วมในหลายจุด โดยเฉพาะทางภาคกลาง ตะวันออก และทางภาคอีสานของประเทศไทย
ทำให้นาผมและบริเวณใกล้เคียงมีน้ำเจิ่งนองไปหมด 
น้ำท่วมล้นคันนาเล็กน้อย ทำให้ปลา &#8220;นักท่องเที่ยว&#8221; จากในนาของผมได้มีโอกาสไปเที่ยวข้างนอกนาบ้างพอสมควรทีเดียว
ผมก็ติดงานสอน และวิจัยหลายอย่างก็เลย &#8220;ปล่อยเลยตามเลย&#8221; ไปบ้าง
เพราะคิดว่า ได้บ้างเสียบ้าง คงไม่เป็นไร
ขณะไปนาก็ยังเห็นปลาประเภทที่เลี้ยงอยู่ในนาผม (โดยเฉพาะปลาดุกขนาดตัวเท่าแขน) ดำผุดดำว่ายอยู่ในร่องน้ำ ด้านนอกนาอยู่หลายตัว

เมื่อวาน น้ำเริ่มลด ผมก็เลยถือโอกาสไปสำรวจแปลงนา และ เปิด &#8220;ประตูน้ำ&#8221; ให้น้ำไหลออกจากนา &#8220;เผื่อ&#8221; ปลาที่ไปเที่ยว จะคิดถึงนา และกลับใจหวนคืน &#8220;บ้าน&#8221; ในนาผมอีกครั้ง ก่อนที่จะไปหลงทางเข้าท้องคนอื่นเสียก่อน
ในขณะผมอยู่ที่นา ผมได้ยินเสียงประกาศโดยผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ๆว่า
ทางราชการจะชดเชยค่าเสียหายให้กับนาที่เสียหายจาก &#8220;น้ำท่วม&#8221;
ผมได้ยินก็รู้สึกดีใจแทนผู้เสียหาย ก็เลยพยายามมองไปรอบๆ ว่ามีใคร (อาจจะ)เสียหายบ้าง
ก็พบว่า ในบริเวณใกล้เคียงกับนาผมนั้น มีอยู่สัก ๒-๓ แปลง ที่ดูเหมือนว่า &#8220;อาจจะเสียหาย&#8221; เพราะมีน้ำท่วมอยู่ และบางแปลงมีร่องรอยการทำลายของหอยเชอรรี่ หรือปู ผมก็ไม่แน่ใจ
ทำให้ผมได้คิดต่อไปว่า &#8220;อะไรทำให้เขามีโอกาสจะได้รับการ ชดเชย&#8220;
จากอาการเจริญของข้าวก็คือ

ข้าวต้นเตี้ย โตช้า จนถูถน้ำท่วม และอาจจะเสียหาย
ต้นข้าวยังอ่อน หอยและปู กัดกินขณะจมน้ำ

ผมเลยย้อนคิดไปว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น (เพราะนาแถบนั้นเป็นนาจัดรูป มีการปรับที่ดินให้เสมอใกล้เคียงกัน)
ก็ได้ข้อสรุปว่า

ไม่ทำคันนากั้นน้ำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: medium;">ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ฝนตกชุกมากในประเทศไทย และน้ำท่วมในหลายจุด โดยเฉพาะทางภาคกลาง ตะวันออก และทางภาคอีสานของประเทศไทย</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ทำให้นาผมและบริเวณใกล้เคียงมีน้ำเจิ่งนองไปหมด </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">น้ำท่วมล้นคันนาเล็กน้อย ทำให้ปลา &#8220;นักท่องเที่ยว&#8221; จากในนาของผมได้มีโอกาสไปเที่ยวข้างนอกนาบ้างพอสมควรทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมก็ติดงานสอน และวิจัยหลายอย่างก็เลย &#8220;ปล่อยเลยตามเลย&#8221; ไปบ้าง</span></p>
<p><span style="font-size: medium;"><span style="font-size: medium;">เพราะคิดว่า ได้บ้างเสียบ้าง คงไม่เป็นไร</span></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ขณะไปนาก็ยังเห็นปลาประเภทที่เลี้ยงอยู่ในนาผม (โดยเฉพาะปลาดุกขนาดตัวเท่าแขน) ดำผุดดำว่ายอยู่ในร่องน้ำ ด้านนอกนาอยู่หลายตัว</span></p>
<p><span id="more-25"></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เมื่อวาน น้ำเริ่มลด ผมก็เลยถือโอกาสไปสำรวจแปลงนา และ เปิด &#8220;ประตูน้ำ&#8221; ให้น้ำไหลออกจากนา &#8220;เผื่อ&#8221; ปลาที่ไปเที่ยว จะคิดถึงนา และกลับใจหวนคืน &#8220;บ้าน&#8221; ในนาผมอีกครั้ง ก่อนที่จะไปหลงทางเข้าท้องคนอื่นเสียก่อน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ในขณะผมอยู่ที่นา ผมได้ยินเสียงประกาศโดยผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ๆว่า</span></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: large;"><strong>ทางราชการจะชดเชยค่าเสียหายให้กับนาที่เสียหายจาก &#8220;น้ำท่วม&#8221;</strong></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมได้ยินก็รู้สึกดีใจแทนผู้เสียหาย ก็เลยพยายามมองไปรอบๆ ว่ามีใคร (อาจจะ)เสียหายบ้าง</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ก็พบว่า <span style="font-size: large;"><strong>ในบริเวณใกล้เคียงกับนาผมนั้น มีอยู่สัก ๒-๓ แปลง ที่ดูเหมือนว่า &#8220;อาจจะเสียหาย&#8221; เพราะมีน้ำท่วมอยู่ และบางแปลงมีร่องรอยการทำลายของหอยเชอรรี่ หรือปู ผมก็ไม่แน่ใจ</strong></span></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ทำให้ผมได้คิดต่อไปว่า &#8220;<strong><span style="color: #ff0000; font-size: large;">อะไรทำให้เขามีโอกาสจะได้รับการ ชดเชย</span></strong>&#8220;</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">จากอาการเจริญของข้าวก็คือ</span></p>
<ol>
<li><span style="color: #0000ff; font-size: medium;">ข้าวต้นเตี้ย โตช้า จนถูถน้ำท่วม และอาจจะเสียหาย</span></li>
<li><span style="color: #0000ff; font-size: medium;">ต้นข้าวยังอ่อน หอยและปู กัดกินขณะจมน้ำ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-size: medium;">ผมเลยย้อนคิดไปว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น (เพราะนาแถบนั้นเป็นนาจัดรูป มีการปรับที่ดินให้เสมอใกล้เคียงกัน)</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ก็ได้ข้อสรุปว่า</span></p>
<ol>
<li><span style="color: #ff0000; font-size: large;">ไม่ทำคันนากั้นน้ำ ทำให้ควบคุมน้ำได้ยาก ไม่มีน้ำทำนา และ น้ำท่วมนาได้ง่าย</span></li>
<li><span style="color: #ff0000; font-size: large;">เขาทำนาช้า เพิ่งหว่านข้าวไม่นานนี้เอง</span></li>
<li><span style="color: #ff0000; font-size: large;">ไม่ได้ปรับปรุงดิน ข้าวโตช้า ไม่แข็งแรง</span></li>
<li><span style="color: #ff0000; font-size: large;">เน้นใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้ต้นข้าวอวบ ปูและหอยชอบกัดกิน</span></li>
<li><span style="color: #ff0000; font-size: large;">ไม่กำจัดหอย และปู ทำให้ข้าวถูกทำลายได้ง่าย</span></li>
</ol>
<p><span style="font-size: medium;">ที่ต่างจากนาผมที่ ปัจจุบันข้าวสูงประมาณ ๒ เมตร มีคันนากักและคุมน้ำได้ง่าย</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เลยไม่เสียหายครับ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">และ<span style="font-size: large;">คนที่ทำนาเร็ว ตามฤดูกาล ก็ไม่เสียหาย</span></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมเลย &#8220;รู้สึกว่า&#8221; </span></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: large;"><strong>คนที่ทำนาช้า &#8220;ขี้เกียจ&#8221; ไม่วางแผนลดประชากรหอยและปู ไม่บำรุงดิน จนข้าวอ่อนแอ</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: large;"><strong>ทำให้ข้าวอาจจะ &#8220;เสียหาย&#8221; จากน้ำท่วม จะได้รับการชดเชย</strong></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ก็ดีเหมือนกันนะ </span></p>
<p><span style="color: #003366; font-size: medium;"><strong><em>แล้วคนที่ตั้งใจทำนา &#8220;ขยัน&#8221; จะน้อยใจไหมหนอ</em></strong></span></p>
<p><span style="color: #003366; font-size: medium;"><strong><em>หรือจะไป &#8220;งุบงิบ&#8221; แจ้งเท็จ เพื่อรับค่าชดเชย ก็ไม่ทราบได้</em></strong></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมเลยเขียนเรื่องนี้ไว้เป็น &#8220;กรณีศึกษา&#8221; และ &#8220;อุทาหรณ์&#8221; ครับ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/09/19/09/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>และแล้ว&#8230;. ผมก็ทำงานเป็นวงกลมพอดีๆ   เฮ้อ&#8230;&#8230;.</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/09/08/o/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/09/08/o/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Sep 2008 14:41:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[การเรียนกรสอน]]></category>

		<category><![CDATA[ปรัชญาชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[เกษตรอินทรีย์]]></category>

		<category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>

		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>

		<category><![CDATA[การทำงานแบบมีส่วนร่วม]]></category>

		<category><![CDATA[ธุรกิจเกษตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[ระยะหลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้รับการร้องขอจากบริษัทที่ต้องการลงทุนผลิตพลังงานทดแทน โดยใช้เมล็ดของต้นสบู่ดำ 
เมื่อเริ่มงานประมาณเดือนมกราคม ผมได้ใช้เทคนิคการกรองข้อมูลจากประสบการณ์ของผมว่าน่าจะมีที่ใดที่น่าจะเหมาะกับการเริ่มต้นปลูกสบู่ดำ
ท่านที่ไม่เคยรู้จักหรือได้ยินเกี่ยวกับโครงการสบู่ดำ อาจคิดว่า ทำไมต้องกรองประสบการณ์
ผมขอท้าวความสักนิดว่า
สบู่ดำเป็นพืชดั้งเดิมของไทยในการผลิตสบู่มาตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่มีเมล็ดสีดำ จะทำสบู่เป็นสีดำหรือไม่นั้น ผมไม่แน่ใจ

สบู่ดำเป็นพืชที่แข่งกับใครไม่ค่อยได้ ทั้งต้นที่เล็ก และไม่ทนร่ม จึงต้องหาวิธีอยู่รอดคือ ทนแล้ง ทนโรค ทนแมลง และสัตว์ไม่กิน
จึงอยู่กลางโคกแห้งๆ โล่งๆได้ดี
ชาวบ้านนิยมนำมาทำเป็นรั้ว เพราะไม่มีสัตว์แทะเล็ม อยู่ทน ปลูกง่าย ใช้กิ่งก็ได้ เมล็ดก็ได้ ไม่ต้องดูแล ก็อยู่รอดได้
เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน มีคนเริ่มคิดว่าน่าจะเตรียมพัฒนาให้เป็นพืชพลังงานทดแทน
คนที่ทำโดนกล่าวหาว่า &#8220;บ้า&#8221; เพราะต้นทุนต่อลิตรไม่ต่ำกว่า ๒๐ บาท ในขณะที่น้ำมันดีเซลขณะนั้น ๕-๖ บาท
พอประมาณสัก ๔-๕ ปีมานี้ มีช่วงหนึ่งที่น้ำมันดีเซลขึ้นเป็นประมาณ ๑๐-๑๕ บาท ทำให้นักธุรกิจเริ่มหันมามอง และเริ่มคิดว่าน่าจะวางแผนปลูกในปริมาณมาก
จึงมีการเริ่มกระตุ้น ส่งเสริม กันอย่างทั่วไป แต่พอน้ำมันถอยมาตั้งหลักแถวๆ ๘-๙ บาท ความคิดดังกล่าวก็ &#8220;ฝ่อ&#8221; และหยุดไปอีก
มีคนขาดทุนจากกิจกรรมดังกล่าวพอสมควร และชาวบ้านที่ร่วมโครงการรู้สึก &#8220;เข็ดขยาด&#8221; กับการปลูกสบู่ดำ ส่วนใหญ่ปล่อยแปลงทิ้ง แม้ระยะหลังๆ ทางราชการพยายามจะส่งเสริม แต่ก็ฮึดเป็นพักๆ แล้วก็เลิกรากันไป
จนกระทั่งเมื่อน้ำมันดีดตัวขึ้นมาเป็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: medium;">ระยะหลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้รับการร้องขอจากบริษัทที่ต้องการลงทุนผลิตพลังงานทดแทน โดยใช้เมล็ดของต้นสบู่ดำ </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เมื่อเริ่มงานประมาณเดือนมกราคม ผมได้ใช้เทคนิคการกรองข้อมูลจากประสบการณ์ของผมว่าน่าจะมีที่ใดที่น่าจะเหมาะกับการเริ่มต้นปลูกสบู่ดำ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ท่านที่ไม่เคยรู้จักหรือได้ยินเกี่ยวกับโครงการสบู่ดำ อาจคิดว่า ทำไมต้องกรองประสบการณ์</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมขอท้าวความสักนิดว่า</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">สบู่ดำเป็นพืชดั้งเดิมของไทยในการผลิตสบู่มาตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่มีเมล็ดสีดำ จะทำสบู่เป็นสีดำหรือไม่นั้น ผมไม่แน่ใจ</span></p>
<p><span id="more-24"></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">สบู่ดำเป็นพืชที่แข่งกับใครไม่ค่อยได้ ทั้งต้นที่เล็ก และไม่ทนร่ม จึงต้องหาวิธีอยู่รอดคือ ทนแล้ง ทนโรค ทนแมลง และสัตว์ไม่กิน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">จึงอยู่กลางโคกแห้งๆ โล่งๆได้ดี</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ชาวบ้านนิยมนำมาทำเป็นรั้ว เพราะไม่มีสัตว์แทะเล็ม อยู่ทน ปลูกง่าย ใช้กิ่งก็ได้ เมล็ดก็ได้ ไม่ต้องดูแล ก็อยู่รอดได้</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน มีคนเริ่มคิดว่าน่าจะเตรียมพัฒนาให้เป็นพืชพลังงานทดแทน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">คนที่ทำโดนกล่าวหาว่า &#8220;บ้า&#8221; เพราะต้นทุนต่อลิตรไม่ต่ำกว่า ๒๐ บาท ในขณะที่น้ำมันดีเซลขณะนั้น ๕-๖ บาท</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">พอประมาณสัก ๔-๕ ปีมานี้ มีช่วงหนึ่งที่น้ำมันดีเซลขึ้นเป็นประมาณ ๑๐-๑๕ บาท ทำให้นักธุรกิจเริ่มหันมามอง และเริ่มคิดว่าน่าจะวางแผนปลูกในปริมาณมาก</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">จึงมีการเริ่มกระตุ้น ส่งเสริม กันอย่างทั่วไป แต่พอน้ำมันถอยมาตั้งหลักแถวๆ ๘-๙ บาท ความคิดดังกล่าวก็ &#8220;ฝ่อ&#8221; และหยุดไปอีก</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">มีคนขาดทุนจากกิจกรรมดังกล่าวพอสมควร และชาวบ้านที่ร่วมโครงการรู้สึก &#8220;เข็ดขยาด&#8221; กับการปลูกสบู่ดำ ส่วนใหญ่ปล่อยแปลงทิ้ง แม้ระยะหลังๆ ทางราชการพยายามจะส่งเสริม แต่ก็ฮึดเป็นพักๆ แล้วก็เลิกรากันไป</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">จนกระทั่งเมื่อน้ำมันดีดตัวขึ้นมาเป็น ๔๐ กว่าบาท เราจึงได้มาเริ่มคิดกันใหม่อีกรอบหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">จึงทำให้เห็น &#8220;ร่องรอย&#8221; อยู่สามแบบด้วยกันคือ</span></p>
<ol>
<li><span style="font-size: medium;">การปลูกเป็นรั้ว</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">การปลูกเป็นแปลงๆ ในที่ไร่ ที่ส่งเสริมโดยนักธุรกิจ</span></li>
<li><span style="font-size: medium;">การปลูกตามสถานที่ราชการ และผู้นำชุมชน ภายใต้การส่งเสริมของทางราชการ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-size: medium;">พื้นที่ที่ปลูกอยู่ ส่วนใหญ่ก็เป็นพื้นที่ที่ไม่ทราบจะใช้ทำอะไรดี เพราะมีที่มากอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">กลับมาเรื่องงาน และการเดินทางเป็นวงกลม ของผมนะครับ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">พอผมเริ่มงานก็กรองข้อมูลนี้อย่างละเอียด เพื่อวางแผนการทำงาน และพบว่า มีเฉพาะพื้นที่แถบอำเภอชุมแพ ที่น่าจะพัฒนาเป็นพื้นที่ผลิตได้ดี จึงลงตรวจสอบพื้นที่แบบ ground survey ก็พบว่าเป็นเช่นนั้นจริง </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ทางกายภาพเหมาะมาก สภาพเสื่อมโทรม รกร้างว่างเปล่า เป็นพื้นที่กว้างๆ หลายร้อยไร่ แม้กระทั่งยูคาลิปตัสก็ยังไม่ค่อยโต มีสบู่ดำต้นแดง(พันธุ์ป่า เมล็ดเล็ก)กระจายอยู่ทั่วไป เป็นตัวชี้บ่งความเหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ใช่แน่ๆ </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมเริ่มดำเนินงานทันที ไปสอบถามชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. ฯลฯ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ปรากฏว่า ไม่มีใครสนใจ เพราะ คนเหล่านั้นโดนหลอกมา ๒ รอบแล้ว ว่าจะมาส่งเสริมแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">มิหนำซ้ำ ที่แปลงใหญ่ๆนั้น เป็นที่ของ &#8220;คนจีนในตลาด&#8221; ทั้งนั้น มีเหลือก็เล็กน้อยตามหัวไร่ปลายนา</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมยังไม่สิ้นความพยายาม ได้ขอความช่วยเหลือจาก อบต ที่มีที่สาธารณะ และขอให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยประสานงาน </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมไปเตรียมงานช่วงมีนาคม- เมษายน กะว่าจะเริ่มให้ทันฤดูฝน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ได้แต่รอแล้วรอเล่า ท่านผู้นำท้องถิ่นก็ไม่ดำเนินการใดๆ </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">โทรหาเกือบทุกวัน จนเบื่อคุยกันไปข้างหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ด้วยความอึดอัด ก็เลยพักงานทางชุมแพไว้ระยะหนึ่ง แต่หันไปเปิดงานทางอำเภอกระนวน (ทางตะวันออกของขอนแก่น) แทน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แต่ที่กระนวน ผมเผชิญปัญหาหนักกว่าชุมแพ เพราะเป็นพื้นที่อ้อย และมัน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ยากที่สบู่ดำจะแทรกเข้าไปได้</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แต่ก็ยังโชคดีอยู่นิดหนึ่งที่ได้พบ จนท. อบต ที่ให้ความสนใจ และชวนผมมาเยี่ยมแปลงสบู่ดำที่กำลังทดลอง แม้แค่ ๒ ไร่ก็ยังฟังดูว่ามีเพื่อนบ้าง</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมได้รู้จักกับปลัด อบต. ที่ดูแลงานนี้ แต่ท่านกำลังจะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ชุมแพ </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมเลยถือโอกาสฝากท่านให้ประสานงานทางชุมแพให้</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">พอโทรประสานอีกครั้งท่านปลัด อบต ก็บอกว่าช่วยไม่ได้ หาคนไม่ได้ แต่ก็ให้หมายเลขโทรศัพท์ ของ ปลัด อบต. ของตำบลหนึ่งในชุมแพมาให้ประสานงานต่อ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมโทรไปหาตามที่บอก ก็ได้รับคำตอบว่าช่วยไม่ได้ และให้หมายเลขติดต่อไปยังปลัด อบต อีกท่านหนึ่ง ที่ตำบลเสาเล้า</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมก็โทรตามไปอีกหลายครั้งกว่าจะติด</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">พอได้คุย ท่านกลับบอกว่าที่ตำบลท่านนั้น มีแต่นาไม่น่าจะหาที่ปลูกได้ แต่ก็ให้หมายเลขเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอชุมแพที่เป็นที่ปรึกษาของ อบต เผื่อจะช่วยได้</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมฟังแล้วก็แทบหมดหวัง เพราะผมทราบมาว่าระบบราขการได้พยายามส่งเสริมมานาน แต่ก็ไม่ได้ผล และ ยิ่งกว่านั้น สถิติการปลูกสบู่ดำของจังหวัดขอนแก่นนั้น มี ๐ ไร่ (ไม่มีการปลูก) ทั้งๆที่ผมไปเห็นมามากว่าปลูกหลายร้อยไร่</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แสดงว่าเจ้าหน้าที่เกษตรของจังหวัดขอนแก่นไม่สนใจสบู่ดำ จึงปล่อยให้สถิติกลายเป็น ๐ ไร่ ดังกล่าว</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แต่ผมก็ทำใจดีสู้เสือ โทรไปหาเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอท่านนั้น</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมต้องใจหายวูบทันที เมื่อท่านบอกกับผมว่า</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">&#8220;ผมศึกษามาหลายปี ผมไม่เชื่อว่าสบู่ดำจะมีผลผลิตคุ้มค่า&#8221;</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">&#8220;เกษตรกรแถวนี้เขาเบื่อกับคำเชิญชวน ที่ไม่เคยเป็นจริง&#8221;</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมแทบถอดใจกับสองประโยคนี้ แต่ก็พูดไปดีที่สุดเท่าที่จะทำได้</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เพื่อขอความร่วมมือ ภายใต้คำพูดที่ไม่มีความหวังใดๆ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แล้วก็วางสายด้วยความไม่หวังอะไรเลย</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แต่อีก ๒ วันต่อมาระหว่างที่กำลังสอนอยู่ ก็ปรากฏว่ามีเสียงโทรศัพท์ ที่ผมว่าจะไม่รับ แต่พอดูว่าใครโทรมา ก็ประหลาดใจที่เป็นหมายเลขของนักวิชาการเกษตรท่านนั้น</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมบอกว่ากำลังสอน เดี๋ยวจะโทรกลับ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">พอสอนเสร็จผมก็โทรกลับ และปรากฏว่าท่านได้มารอผมอยู่ที่ข้างๆตืกคณะเกษตรศาสตร์</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เราจึงได้คุยกัน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมได้ฉาย VCD เกี่ยวกับสบู่ดำให้ดูว่ามีวิธีการผลิต การปลูก อย่างไร</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ปรากฏว่า VCD ได้ทำให้นักวิชาการเกษตรจากอำเภอชุมแพ สนใจ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">จึงขอให้ผมไปบรรยายกับเกษตรกรที่อำเภอ ในวันที่ ๔ กันยายน ๕๑ ที่ผ่านมาในหัวข้อ </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เกษตรอินทรีย์ และพลังงานทดแทน (สบู่ดำ)</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">วันต่อมาท่านก็โทรบอกผมว่า ท่าน สจ. ให้ความสนใจ อยากจะคุยด้วย จะนัดให้เอาไหม</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมรีบตอบรับด้วยความดีใจ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมก็ได้ไปบรรยาย จนถีงเที่ยง</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">พอทานข้าวเสร็จก็รีบเดินทางไปพบท่าน สจ. ของอำเภอชุมแพ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมเปิดประเด็นด้วยเกษตอินทรีย์ ทำนาแบบประหยัดพลังงาน และตามด้วยการปลูกสบู่ดำเป็นพลังงานทดแทน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ท่านบอกว่า ท่านหามานานแล้ว และรีบรับปากว่าจะช่วยทันที</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ท่านรีบโทรไปหาคุณแม่ของท่าน ที่บอกว่าซื้อที่ไว้มากในอำเภอชุมแพ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">และพูดแบบอ้อนๆ ว่าขอยืมที่สัก ยี่สิบไร่ ตรงไหนก็ได้ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมแปลงสาธิต</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">และรีบพาผมไปพบคุณแม่ของท่าน ที่อยู่หลังปั๊มป์น้ำมัน </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">พอพบก็ได้เสนอแนวคิดอีกรอบหนึ่ง ท่านก็เริ่มไล่เลียงว่าท่านมีที่ตรงไหนบ้าง ทำอะไรอยู่บ้าง</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">จนมาถึงจุดแถวๆที่ผมเคยไปสำรวจเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ท่านบอกว่ามีอยู่ ๗๐ ไร่ ยูคาไม่ค่อยงาม จะใช้ได้ไหม</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ถ้าได้ก็ให้รื้อยูคาออกแล้วใช้เป็นแปลงสาธิตปลูกสบู่ดำได้เลย</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ก็บังเอิญเหลือเกินที่เป็นแปลงเดียวกับที่ผมไปสำรวจรอบแรก เมื่อต้นปีที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เป็นการเดินทางครบวงกลมพอดี ในจังหวัดขอนแก่น ที่ผมใช้เวลาทั้งสิ้น ๘ เดือน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ทำให้ได้ที่ทำแปลงทดลอง ๗๐ ไร่ (เป็นของคนจีนในตลาดจริงด้วย)</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">นี่แหละคือวงกลมที่ผมเดินจนครบรอบ &#8230;&#8230;เฮ้อ&#8230;&#8230;..หายท้อซะที</span></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: medium;">ตอนนี้เลยกำลังวางแผนงานปรับปรุงที่ ๗๐ ไร่เป็นแปลงสาธิต และทดลอง ผลิตสบู่ดำครับ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/09/08/o/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อีกวันกับความจริงใจที่ไม่น่าจะมีประโยชน์(มากนัก)</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/09/05/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/09/05/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Sep 2008 08:57:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[ปรัชญาชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>

		<category><![CDATA[ขำขัน]]></category>

		<category><![CDATA[ความจริงใจ]]></category>

		<category><![CDATA[วิธีคิดของเด็กรุ่นใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อสองวันที่แล้วผมได้ชมรายการทีวีถ่ายทอดพิธีมอบรางวัลแด่นักกีฬาเหรียญเงินโอลิมปิก โดยมีคุณสรยุทธ สุทัศนจินดาเป็นพิธีกร
มีช่วงหนึ่งคุณสรยุทธถามนักกีฬาว่า
&#8220;เป็นคนเกิดที่ไหนครับ&#8221;

ผมคิดว่าเป็นคำถามที่ต้องการทราบถึงภูมิลำเนาเดิม (ผมคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น) 
เวลามีคนถามเช่นนี้ ผมจะตอบว่าเกิดที่โคราชครับ
และจะไม่ตอบว่า 
&#8220;เกิดบนบ้าน&#8221; &#8220;เกิดจากท้องแม่&#8221; หรือ &#8220;เกิดอยู่บ้านนอก&#8221; หรือ อะไรประมาณนั้น
แต่นักกีฬาโอลิมปิกเหรียญเงินท่านนั้น ตอบด้วยความมั่นใจ อย่างฉาดฉานว่า
&#8220;เกิดที่โรงพยาบาลรามาค่ะ&#8221;
ผมนึกว่าเขาพูดล้อเล่นเสียอีก
แต่เมื่อ สรยุทธถามต่อว่า
&#8220;แล้ว สมัยเด็กๆ นั้น อยู่ที่ไหนครับ&#8221;
ก็กลับได้รับคำตอบสไตล์เดิม ว่า
&#8220;ส่วนใหญ่อยู่ที่โรงเรียนค่ะ&#8221;
ผมได้ยินก็งงครับ แต่ก็คิดในแง่ดีว่า คงล้อกันเล่นสนุกๆ แต่ท่าทางก็ดูจริงจังอยู่นะครับ
ต่อจากนั้น (ผมคิดว่า สรยุทธ ก็คงมึนเหมือนกัน) เลยถามต่อไปอีกว่า
&#8220;แล้วพ่อแม่อยู่ที่ไหนครับ&#8221;
ก็ได้รับคำตอบว่า
&#8220;อ๋อ พ่อแม่อยู่ที่สมุทรปราการค่ะ&#8221;
ต่อจากนี้นผมก็ลืมไปว่า คุยกันว่าอย่างไร
แต่ผมก็จำมาฝังใจ
ไม่แน่ใจว่าควรจะ &#8220;ขำ&#8221; 
หรือ ควร &#8220;พยายามเข้าใจ&#8221; เด็กสมัยใหม่ดี
ว่า &#8220;เขาจริงจังกับคำตอบของเขาแล้ว และไม่คิดล้อเล่นกับคนอย่างคุณ สรยุทธ สุทัศนจินดา&#8221;

ช่วยผมคิดด้วยครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: medium;">เมื่อสองวันที่แล้วผมได้ชมรายการทีวีถ่ายทอดพิธีมอบรางวัลแด่นักกีฬาเหรียญเงินโอลิมปิก โดยมีคุณสรยุทธ สุทัศนจินดาเป็นพิธีกร</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">มีช่วงหนึ่งคุณสรยุทธถามนักกีฬาว่า</span></p>
<p><span style="font-size: medium;"><span style="color: #0000ff; font-size: large;">&#8220;เป็นคนเกิดที่ไหนครับ&#8221;</span></span></p>
<p><span id="more-23"></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมคิดว่าเป็นคำถามที่ต้องการทราบถึงภูมิลำเนาเดิม (ผมคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น) </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เวลามีคนถามเช่นนี้ ผมจะตอบว่าเกิดที่โคราชครับ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">และจะไม่ตอบว่า </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">&#8220;เกิดบนบ้าน&#8221; </span><span style="font-size: medium;">&#8220;เกิดจากท้องแม่&#8221; หรือ &#8220;เกิดอยู่บ้านนอก&#8221; หรือ อะไรประมาณนั้น</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แต่นักกีฬาโอลิมปิกเหรียญเงินท่านนั้น ตอบด้วยความมั่นใจ อย่างฉาดฉานว่า</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">&#8220;</span><span style="color: #ff0000; font-size: large;">เกิดที่โรงพยาบาลรามาค่ะ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000; font-size: medium;">ผมนึกว่าเขาพูดล้อเล่นเสียอีก</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">แต่เมื่อ สรยุทธถามต่อว่า</span></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;">&#8220;แล้ว สมัยเด็กๆ นั้น อยู่ที่ไหนครับ&#8221;</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ก็กลับได้รับคำตอบสไตล์เดิม ว่า</span></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: large;">&#8220;ส่วนใหญ่อยู่ที่โรงเรียนค่ะ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000; font-size: medium;">ผมได้ยินก็งงครับ แต่ก็คิดในแง่ดีว่า คงล้อกันเล่นสนุกๆ แต่ท่าทางก็ดูจริงจังอยู่นะครับ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ต่อจากนั้น (ผมคิดว่า สรยุทธ ก็คงมึนเหมือนกัน) เลยถามต่อไปอีกว่า</span></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;">&#8220;แล้วพ่อแม่อยู่ที่ไหนครับ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #000000; font-size: medium;">ก็ได้รับคำตอบว่า</span></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: large;">&#8220;อ๋อ พ่อแม่อยู่ที่สมุทรปราการค่ะ&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: medium;">ต่อจากนี้นผมก็ลืมไปว่า คุยกันว่าอย่างไร</span></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: medium;">แต่ผมก็จำมาฝังใจ</span></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: large;">ไม่แน่ใจว่าควรจะ &#8220;ขำ&#8221; </span></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: large;">หรือ ควร &#8220;พยายามเข้าใจ&#8221; เด็กสมัยใหม่ดี</span></p>
<p><span style="color: #ff0000; font-size: large;">ว่า &#8220;<strong><span style="color: #0000ff;">เขาจริงจังกับคำตอบของเขาแล้ว และไม่คิดล้อเล่นกับคนอย่างคุณ สรยุทธ สุทัศนจินดา&#8221;</span></strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong></strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff; font-size: large;"><strong>ช่วยผมคิดด้วยครับ</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/09/05/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;ทาส&#8221; ที่ไม่รู้ว่าตนเป็นทาส จะมีโอกาสเป็น &#8220;ไท&#8221; ไหม????</title>
		<link>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/08/23/freedom/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/08/23/freedom/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 23 Aug 2008 08:45:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>แสวง</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[การเรียนกรสอน]]></category>

		<category><![CDATA[ปรัชญาชีวิต]]></category>

		<category><![CDATA[อาหารปลอดภัย]]></category>

		<category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>

		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>

		<category><![CDATA[การเป็นทาส]]></category>

		<category><![CDATA[การเป็นไท]]></category>

		<category><![CDATA[ปัญหาการศึกษา]]></category>

		<category><![CDATA[สารพิษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sawaeng/?p=22</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวานผมเปิดประเด็นการเรียน ต่อเนื่องจากแนวคิดของครูบาคำเดื่อง ภาษี ว่า
การศึกษาไทยในปัจจุบันนั้น เป็นการศึกษาเพิ่อความเป็นทาส ที่ทำให้ผู้เรียนไม่มีทางหลุดพ้นจากความเป็นทาสได้เลย
ปรากฎว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่เข้าใจคำว่า การศึกษาที่นำไปสู่ความเป็นทาส นั้น คืออย่างไร 
จึงตอบมาแบบประหลาด ๆ ว่า &#8220;การพ้นจากความเป็นทาส คือ การไม่ลอกการบ้านเพื่อน การไม่ลอกข้อมูลจาก Internet และศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง&#8220;
ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับการศึกษาเพื่อความเป็นทาส

ผมเลยจำเป็นต้องเสนอแนวคิด วิธีการ ที่จะแยกให้ออกว่าเรากำลังเป็นทาสหรือไม่ โดยพิจารณาอย่างน้อย ๓-๔ ขั้นตอน ดังนี้
๑. เป้าหมายชีวิตของเรา คืออะไร ?
๒. ขณะนี้ เราอยู่ในสถานการณ์ใด? อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องหรือยัง หรือกำลังหลงทางอยู่ หรือถูกใครหลอกอยู่หรือเปล่า?
๓. เรามีทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์ที่เป็นอยู่อย่างไร ? 
๔. เราจะต้องทำอะไรบ้าง? จึงจะหลุดพ้นสิ่งที่ไม่ใช่เส้นทางหลักในชีวิตของเรา และกลับสู่เป้าหมายในชีวิตของเราได้อย่างถูกตอง มีชีวิตทีเป็นอิสระ มีคุณค่ากับตัวเอง สร้างสรรค์สังคม สร้างผลงานอย่างมีคุณค่า ได้อย่างไร ?
ในขณะเดียวกัน ผมได้เปรียบเทียบให้ฟังว่า ให้ดูการพัฒนาการของสัตว์เป็นตัวอย่าง แทนการดูตัวเอง (สำหรับคนที่ยังดูตัวเองไม่ออก)
เช่น วัว ควาย ที่พัฒนาตัวเอง พร้อมที่จะรับใช้ผู้อื่น กับ วัวควายที่พัฒนาตัวเองพร้อมที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระ แม้ไม่มีผู้ดูแลก็ไม่เดือดร้อน
วัว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: medium;">เมื่อวานผมเปิดประเด็นการเรียน ต่อเนื่องจากแนวคิดของครูบาคำเดื่อง ภาษี ว่า</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">การศึกษาไทยในปัจจุบันนั้น เป็น<span style="color: #ff0000;">การศึกษาเพิ่อความเป็นทาส</span> ที่ทำให้ผู้เรียนไม่มีทางหลุดพ้นจากความเป็นทาสได้เลย</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ปรากฎว่า <span style="color: #ff0000;">นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่เข้าใจคำว่า</span> <span style="color: #0000ff;">การศึกษาที่นำไปสู่ความเป็นทาส นั้น คืออย่างไร </span></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">จึงตอบมาแบบประหลาด ๆ ว่า &#8220;<em><strong>การพ้นจากความเป็นทาส คือ การไม่ลอกการบ้านเพื่อน การไม่ลอกข้อมูลจาก Internet และศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง</strong></em>&#8220;</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ซึ่ง<span style="color: #ff0000;">เป็นคนละประเด็นกับการศึกษาเพื่อความเป็นทาส</span></span></p>
<p><span id="more-22"></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมเลยจำเป็นต้องเสนอแนวคิด วิธีการ ที่จะแยกให้ออกว่าเรากำลังเป็นทาสหรือไม่ โดยพิจารณาอย่างน้อย ๓-๔ ขั้นตอน ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">๑. </span><span style="font-size: large;">เป้าหมายชีวิตของเรา คืออะไร ?</span></p>
<p><span style="font-size: large;">๒. ขณะนี้ เราอยู่ในสถานการณ์ใด? อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องหรือยัง หรือกำลังหลงทางอยู่ หรือถูกใครหลอกอยู่หรือเปล่า?</span></p>
<p><span style="font-size: large;">๓. เรามีทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์ที่เป็นอยู่อย่างไร ? </span></p>
<p><span style="font-size: large;">๔. เราจะต้องทำอะไรบ้าง? จึงจะหลุดพ้นสิ่งที่ไม่ใช่เส้นทางหลักในชีวิตของเรา และกลับสู่เป้าหมายในชีวิตของเราได้อย่างถูกตอง มีชีวิตทีเป็นอิสระ มีคุณค่ากับตัวเอง สร้างสรรค์สังคม สร้างผลงานอย่างมีคุณค่า ได้อย่างไร ?</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ในขณะเดียวกัน ผมได้เปรียบเทียบให้ฟังว่า ให้ดูการพัฒนาการของสัตว์เป็นตัวอย่าง แทนการดูตัวเอง (สำหรับคนที่ยังดูตัวเองไม่ออก)</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เช่น <span style="color: #ff0000;">วัว ควาย ที่พัฒนาตัวเอง พร้อมที่จะรับใช้ผู้อื่น</span> กับ <span style="color: #0000ff;">วัวควายที่พัฒนาตัวเองพร้อมที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระ แม้ไม่มีผู้ดูแลก็ไม่เดือดร้อน</span></span></p>
<p><span style="font-size: large;"><strong>วัว ควาย ทั้งสองกลุ่มนี้จะมีวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกันอย่างไร?</strong></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">หรืออีกกรณีหนึ่ง <span style="color: #ff0000;">สุนัขเฝ้าบ้านที่พัฒนาตัวเองเป็นสัตว์เฝ้าบ้านที่ดี กับ<span style="color: #0000ff;">สุนัขที่พัฒนาตัวเองจนสามารถอยู่รอดได้โดยไม่พึ่งพาใครนั้น</span> เป็นอย่างไร</span></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมอธิบายถึง <span style="color: #ff0000;">สุนัขที่ผมเลี้ยงไว้ที่บ้าน ว่า ต้องมีการดูแลอย่างดี ฉีดวัคซีน ให้ยาสารพัดชนิดเมื่อยามเจ็บป่วย ดูแลไม่ให้ออกนอกถนนเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกรถเหยียบตาย</span></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ซึ่งตรงข้ามกับ <span style="color: #0000ff;">สุนัขพันธุ์ไทยข้างถนนที่ไม่ต้องมีใครดูแลเลย ไม่ต้องมีการฉีดวัคซีน ไม่ต้องมีการกินยาใด ๆ ทั้งสิ้น และสามารถอยู่รอดได้ข้างถนนโดยไม่ถูกรถชนตาย ข้ามถนนไปมาฉลาดกว่าคนบางคนเสียอีก</span></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">นี่คือ <span style="color: #ff0000;">ความแตกต่างในกรณีของสุนัขเฝ้าบ้าน </span></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ที่<em><strong><span style="color: #0000ff;">พัฒนาตัวเองเพื่อการเป็นทาสผู้อื่น ทำหน้าที่ี่เป็นทาสที่ดีในทุกเรื่อง </span></strong></em></span></p>
<p><span style="font-size: medium;"><em><strong><span style="color: #0000ff;">แต่ก็ต้องพึ่งผู้อื่นในแทบทุกเรื่องเหมือนกัน </span></strong></em></span></p>
<p><span style="font-size: medium;"><em><strong><span style="color: #0000ff;">ที่แตกต่างจากสุนัขข้างถนน ที่แทบไม่ต้องพึ่งใครเลย ยกเว้นพึ่งพาเศษอาหารตามถังขยะ ที่บูดเน่าขนาดไหนก็ไม่มีวันท้องเสีย อยู่ได้โดยไม่ต้องมีการกินยา ไม่ต้องฉีดวัคซีน ไม่ต้องมีใครพาจูงข้ามถนน ไม่ต้องมีกรงขัง ไม่ต้องมีบ้าน ก็ขยายเผ่าพันธุ์มาได้มากมาย</span></strong></em></span></p>
<p><span style="font-size: medium; color: #ff0000;">ผมไม่ทราบจะยกตัวอย่างใด จึงจะชัดเจนมากกว่านี้</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">อีกกรณีหนึ่ง ที่ผมประทับใจมาก เมื่อผมไปเข้าร่วมประชุมที่วัดป่าสวนธรรมร่วมใจในเครือข่ายสันติอโศก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ก่อนรับประทานอาหาร จะมีการพิจารณาว่า ให้ทุกคน &#8220;&#8230;<span style="color: #0000ff;"><strong><em>กินเพื่อความเป็นไท กินด้วยใจที่รู้ค่า</em></strong></span>&#8230;&#8221; ซึ่งต่างจาก &#8220;&#8230;<strong><span style="color: #ff0000;">กินด้วยใจเป็นทาส</span></strong>&#8230;&#8221; กินด้วยกิเลส ตัณหา </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ความแตกต่างของทั้งสอง ก็คือ กินด้วยใจที่รู้ค่า กับ กินด้วยกิเลส ตัณหา ซึ่งเป็นแบบ ไท และเป็น ทาส ตามลำดับ</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">การกินอย่างเพื่อความเป็นไท ก็คือ การกินเพราะความจำเป็นต้องกิน ไม่ได้กินเพราะอยากจะกิน </span></p>
<p><span style="font-size: medium;"><span style="color: #0000ff;">กินด้วยใจที่รู้ค่า</span> <span style="color: #ff0000;">ไม่ได้กินเพราะอร่อย </span></span></p>
<p><span style="font-size: medium;"><span style="color: #0000ff;">กินอย่างเพียงพอ</span> <span style="color: #ff0000;">ไม่ได้กินเพราะโลภมาก</span> </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">นี่คือความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่าง<span style="color: #0000ff;">วิธีคิดที่เป็น <span style="font-size: large;">ไท</span></span> และ<span style="color: #ff0000;">วิธีคิดที่เป็น <span style="font-size: large;">ทาส</span></span></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ตั้งแต่ผมได้เข้าร่วมกิจกรรมกับวัดดังกล่าวนี้ เมื่อหลายปีก่อน </span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมได้ใช้วิธีคิดแบบนี้ในการรับประทานอาหารมาตลอด</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">อาหารที่ผมรับประทาน ผมจะพิจารณาว่า มีคุณค่าหรือมีปริมาณเพียงพอต่อการดำรงชีวิตหรือไม่ โดยไม่สนใจว่า อร่อย หรือ ไม่อร่อย มากหรือน้อย มีสัดส่วนอย่างพอดี </span></p>
<p><span style="font-size: medium;"><span style="color: #ff0000;">โดยไม่สนใจว่า</span> อะไรอร่อยก็กินมาก หรือไม่อร่อยก็กินน้อย</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เพราะผมเคยฟังคำสอนของท่านพุทธทาส ว่า &#8220;<span style="color: #0000ff;">อร่อยก็เช่นนั้น ไม่อร่อยก็เช่นนั้น สำคัญอยู่ที่คุณค่าอาหาร ที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อการรักษาร่างกายให้ทำงานได้ต่อไป&#8221;</span></span></p>
<p><span style="font-size: medium;">นี่ <span style="color: #0000ff;">น่าจะเป็นวิธีคิดง่ายๆ ของการดำรงชีวิตแบบเป็น&#8221;ไท&#8221; และพยายามหลีกหนีการดำรงชีวิตแบบเป็น ทาส</span></span></p>
<p><strong><span style="font-size: large; color: #0000ff;">ผมจึงปฏิเสธที่จะรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผงชูรส น้ำตาล น้ำชา กาแฟ สารเสพติด น้ำอัดลม เครื่องปรุงรสต่างๆ ที่ทำให้มีรสชาติ &#8220;อร่อย&#8221; เพราะผมไม่ทราบว่า สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์อะไร ผมรู้แต่ว่าสิ่งเหล่านี้มีโทษ เพราะผมไม่ได้เป็นทาสสิ่งเหล่านี้ ผมพยายามทำตัวเป็นไท และพยายามใช้สติในการพิจารณาทุกครั้ง</span></strong></p>
<p><span style="font-size: medium;">สิ่งเหล่านี้จึงเป็นนิสัยประจำตัวผม มาตลอดระยะเวลากว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-size: large; color: #008000;">ผมพยายามจะสอนให้นักศึกษาเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ความคิดที่จะเตรียมตัวเป็นทาสในทุกสิ่งทุกอย่าง และความคิดที่พร้อมจะทำตัวเป็นไท ในทุกสิ่งทุกอย่างเช่นเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">ผมไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร? จึงจะทำให้การสอนของผมบรรลุวัตถุประสงค์</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">เพราะผมเข้าใจว่า <span style="font-size: large; color: #800000;">คนที่ยังไม่รู้ความแตกต่างระหว่างความเป็น &#8220;ทาส&#8221; กับความเป็น &#8220;ไท&#8221; นั้น ย่อมจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงหนีจากความเป็นทาสได้ และไม่สามารถพัฒนาตัวเองสู่ความเป็นไท</span> ได้</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">นี่ผม เข้าใจเอาเอง นะครับ</span></p>
<p><span style="font-size: medium; color: #0000ff;"><strong>อยากจะฟังความเห็นสำหรับท่านที่เป็น &#8220;ไท&#8221; ทั้งหลาย ว่า ท่านมีวิธีการพัฒนาตัวเองอย่างไร ผมจะได้นำมาสอนนักศึกษาในชั่วโมงต่อ ๆ ไปครับ</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sawaeng/2008/08/23/freedom/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
