<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ลานสันติสุข</title>
	<link>http://lanpanya.com/santisuk</link>
	<description>เป็นลานแห่งการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันอย่างสันติวิธี</description>
	<lastBuildDate>Wed, 20 May 2009 13:31:25 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>๘๑.ปัจฉิมนิเทศ๒</title>
		<description>          ผมมานั่งทบทวนว่า ตลอดระยะเวลา ๙ เดือน ที่มาเรียนที่สถาบันพระปกเกล้า ผมได้อะไรกลับไปบ้าง มีสิ่งดีๆในสมองผมเต็มไปหมด เริ่มจากการที่ไม่มีสิทธิจะได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรของตัวเองให้เข้าเรียนเพราะยังไม่ถึงระดับอธิบดี ห่างชั้นมาก เพราะผมเป็นแค่ผู้เชี่ยวชาญ ยังไม่ถึงตำแหน่งอัยการพิเศษฝ่าย ยังไม่ถึงรองอธิบดี และที่สำคัญคือยังไม่ถึงอธิบดีจึงไม่อาจผ่านกระบวนคัดเลือกขององค์กรได้   แต่ทางสถาบันฯมีหนังสือเชิญให้เข้าสมัครเรียน และได้รับการคัดเลือกในที่สุด คราวนี้จึงได้ขออนุญาตเรียนและได้รับอนุญาตจากท่านอัยการสูงสุดจึงเข้าเรียนได้ แต่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต้องจ่ายเอง  

           มีคนถามผมหลายคนว่ามาเรียนแล้วจะได้เลื่อนตำแหน่งอีกใช่ไหม ผมตอบว่าไม่ใช่หรอก ผมเรียนเพราะอยากเรียน มีคำถามให้กับตัวเองว่าเรียนไปทำไม เหตุผลในการเรียนแต่ละคนแตกต่างกันไป คงไม่มีใครปฏิเสธความจริงหรอกว่าที่บางคนมาเรียนหลักสูตรต่างๆเพราะต้องการการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ของฐานอำนาจ เพราะอยากได้เพื่อน เรียนเพราะอยากไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะอยากเรียนรู้(เพราะเป็นพวกชอบเรียนรู้ตลอดชีวิต) ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/santisuk/archives/127</link>
			</item>
	<item>
		<title>๘๐.ปัจฉิมนิเทศ</title>
		<description>       และแล้วก็ครบ ๙ เดือนที่ผมเป็นนักเรียนสถาบันพระปกเกล้า เพิ่งปัจฉิมนิเทศจบมาหมาดๆ ผมรู้สึกว่าในวันปัจฉิมนิเทศ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ชาว สสสส.๑ (การเสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่นที่ ๑)มีความสนิทสนมกันมากขึ้น มีความเป็นพี่เป็นน้องมากขึ้น ถ้าคนในสังคมเป็นแบบนี้สังคมเราสันติสุขแน่

        วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒ เป็นวันที่เราทบทวนกันว่าหลักสูตรของเรามีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไรข้อบกพร่องของเราอยู่ที่ไหน เราจะแก้ไขกันอย่างไร เราแยกกลุ่มกัน ๕ กลุ่ม เพื่อให้แต่ละกลุ่มไประดมสมองกัน เมื่อนำเสนอก็ไม่มีการเรียงลำดับกลุ่ม ใครอยากนำเสนอก่อนก็ให้นำเสนอได้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน เพราะมีการอำกัน เช่น กลุ่มแรกที่ออกมานำเสนอก็พูดดักคอว่า ที่เขาพูดนั้นหากกลุ่มต่อไปจะลอกก็ไม่ว่ากัน (รู้กันว่าต่างคนต่างก็รู้ปัญหาเพราะมันเป็นปัญหาเดียวกัน) กลุ่มที่นำเสนอเป็นกลุ่มที่ ๒ ก็บอกว่า กลุ่มแรกมานำเสนอในเรื่องรายละเอียด แต่เขาจะนำเสนอเป็นภาพรวมกว้างเป็นการเสนอเรื่องยุทธศาสตร์ อิอิ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/santisuk/archives/126</link>
			</item>
	<item>
		<title>๗๙.บทสรุปคนไร้รัฐ</title>
		<description>สภาพปัญหา
        ที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่าและเป็นเขตทับซ้อนทางอธิปไตยระหว่างไทยกับพม่าอีกด้วย   ในอดีตชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวไม่รู้เรื่องความสำคัญของบัตรประชาชน/ทะเบียนราษฎร จึงไม่ให้ความสนใจไปแจ้งข้อมูลกับทางราชการ  แต่พอไปขอเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรได้ระยะหนึ่ง ที่ว่าการอำเภออายถูกไฟไหม้เอกสารสูญหาย ราษฎรขอทำบัตรใหม่อำเภอก็ไม่ออกให้ประกอบกับช่วงประมาณ ปีพ.ศ.๒๕๑๙-๒๐ คนพม่าได้อพยพหนีตายจากสงครามเข้ามามาก ช่วงนั้นอำเภอแม่อายได้ออกบัตร “ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า” ให้กับชาวบ้าน แต่ชาวบ้านไม่ยอมรับ จึงทูลเกล้าถวายฎีกาแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในที่สุดด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปัญหานี้จึงคลี่คลายลง  โดยนายอำเภอกฤษฎา และ นายอำเภอ ชยันตร์ ตรวจสอบยืนยันว่าชาวบ้านแม่อายเป็นคนสัญชาติไทยจึงได้มีการทำบัตรประชาชน และมีรายชื่อชาวบ้านในทะเบียนราษฎร์
        แต่พอวันที่ ๕ กุมภาพันธ์  พ.ศ.๒๕๔๕ นายอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการให้มีการจำหน่ายชื่อราษฎรจำนวน ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/santisuk/archives/125</link>
			</item>
	<item>
		<title>๗๘.ระโหยโรยแรงแห่งอิหร่าน๕.</title>
		<description>เราได้ทานอาหารอิ่ม ได้ฟังข้อมูลที่น่าสนใจ ผมพอสรุปได้ดังนี้ครับ
ดูไบเป็นเพียงรัฐๆหนึ่งของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์คือกรุงอาบูดาบี  การเจริญเติบโตของดูไบรวดเร็วมาก หากเห็นภาพการก่อสร้างถนนหนทางและตึกที่ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วจะยิ่งทำให้เห็นความทันสมัยของดูไบอย่างชัดเจน ดังนั้นผู้คนที่มีวิชาชีพวิศวกร การออกแบบอาคารบ้านเรือน ตึกสูง หากฝีมือเตะตาผู้ประกอบธุรกิจก็จะมีงานรองรับอย่างสบาย ดังจะเห็นว่าตึกอาคารต่างๆจะมีการออกแบบอย่างสวยงามแปลกตา ตึกที่สูงที่สุดในโลกก็อยู่ที่นี่ 
ดูไบเป็นศูนย์กลางการค้า เป็นศูนย์กลางของท่าเรือ การท่องเที่ยว การลงทุนและการธนาคารของตะวันออกกลาง รัฐอื่นๆอาจมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบ แต่สำหรับดูไบแล้วเน้นไปที่ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ทราบว่ามีการตั้งเป้าหมายว่าจะให้มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไม่ต่ำกว่าปีละ ๑๐๐ ล้านคน ซึ่งจะเป็นรายได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจต่างๆในดูไบ แถมยังใจป้ำให้ถือครองหุ้นได้ทั้งหมด เช่น ไทเกอร์ วู๊ด มาลงทุนทำสนามกอล์ฟ  แต่เขาไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินนะครับ ดูไบขายความไว้เนื้อเชื่อใจครับ คุณมาลงทุนเก็บกินผลประโยชน์ไปเลย ๙๐ ปี คุ้มค่าพอแก่การลงทุนหรือไม่ หากคุ้มแล้วลุยเลย...
        สำหรับประเทศไทยได้ซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นอันดับหนึ่ง ขณะเดียวกันได้มีการรับรองตราฮาลาลของสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยได้โอกาสในการส่งไก่ต้มสุกไปขายยังประเทศกลุ่มอาหรับได้ง่ายขึ้น ภาคก่อสร้างก็ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจในดูไบมากขึ้น แต่ยังมีปัญหาสำหรับสินค้าเมื่อเจอคู่แข่งจากจีนและอินเดีย เพราะของไทยจะมีราคาสูงกว่า
 ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/santisuk/archives/124</link>
			</item>
	<item>
		<title>๗๗.ระโหยโรยแรงแห่งอิหร่าน ๔.</title>
		<description>ขอเล่าต่อนะครับ... ที่มหาวิทยาลัยอิหม่ามโคมัยนี่-เฮาซะห์ มีนศ.ที่ไปกลับและพักที่นี่นับหมื่นคน  ได้เปิดสาขาต่างประเทศ ๕๓ สาขาทั่วโลก มีคณะอาจารย์ ๒,๐๐๐ กว่าคน เปิดสาขาทั้งหมด ๕๐ สาขาเป็นสาขาปรัชญาศาสนาเป็นส่วนใหญ่ 
การศึกษาศาสนาอิสลามเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การเข้าไปถึงแก่นจึงต้องแยกย่อยสาขาเพื่อเข้าถึงในเชิงลึก ที่นี่จึงเปิดกว้างให้นศ.ทั่วโลกมาเรียนรู้ ขณะนี้มีนศ.ไทย ๓๐กว่าคน จบไปแล้ว ๑๐๐ กว่าคน มีสมาคมศิษย์เก่า มีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาไทย-อิหร่าน 

        ท่านรองอธิการบดีบอกว่า สาเหตุที่มีผู้สนใจศาสนาอิสลามมากก็เพราะแม้จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีแต่มนุษย์ก็หาเข้าใจตนเองไม่ สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือคำสอนของศาสดา
        หลังจากนั้นพวกเราได้ซักถามท่านหลายประเด็น และคำตอบที่ท่านตอบพวกเราล้วนแต่สร้างความเข้าใจในศาสนาอิสลามมากขึ้น โดยที่ท่านมิได้กล่าวโต้แย้งคำสอนของศาสนาอื่นหรือนิกายอื่นเลย 
      ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/santisuk/archives/123</link>
			</item>
	<item>
		<title>๗๖.ระโหยโรยแรงแห่งอิหร่าน ๓</title>
		<description>          เช้าวันต่อมาผมกับครูบาจะลงไปทานอาหารเช้า ผมได้ข้อมูลมาว่าเมื่อคืนเขาจะให้เราทานอาหารที่ชั้น ๑๑ เราลองขึ้นไปดูกันดีกว่า แล้วก็ไม่ผิดหวังครับวิวสวยมากๆ ใครไม่ได้ขึ้นมาเสียดายแย่..แต่ที่รู้มีผมกับครูบาสองคนเท่านั้นที่ขึ้นไปตอนจังหวะแสงพอดี ตอนแรกเราถ่ายรูปผ่านกระจก แต่ตอนหลังผมเจอทางขึ้นลงออกไปข้างนอกก็เลยได้ถ่ายภาพอีกหลายภาพ ผมถ่ายภาพพาโนรามา แต่มีปัญหาที่แสงมองภาพในจอไม่ค่อยชัดก็เลยไม่ได้ภาพดังใจสักเท่าไหร่ แต่ก็พอมีโชว์มั่งแหละน่า...อิอิ แม่น้ำที่เห็นเป็นแม่น้ำสายหลักของที่นี่
 

        ทานข้าวกันเสร็จแล้วไกด์พาเราไปจตุรัสอิหม่ามหรืออิหม่ามสแควร์ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของชาห์ อับบาสที่ ๑ ที่สร้างอิสฟาฮานให้เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่เหมือนกับย่อโลกครึ่หนึ่งมาไว้ที่นี่ นี่ว่าตามที่ไกด์เล่าแล้วฟังออกมั่งไม่ออกมั่งแล้วอ่านจากหนังสือ  "อิหร่านในรอยจำ" มั่ง เจอคุณไกด์(ฟาม)ในหนังสือเล่มนั้น ก็เลยได้ถ่ายภาพเธอเอาไว้และให้เธอลงชื่อที่รูปของเธอในหนังสือด้วย แต่เธอน่าจะเซ็นชื่อตรงผ้าสีชมพูจะได้เห็นลายเซ็นของเธอ นี่ถ่ายมาก็มองไม่เห็นอะไร อย่าดูเลย อิอิ 


      ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/santisuk/archives/122</link>
			</item>
	<item>
		<title>๗๕.ระโหยโรยแรงแห่งอิหร่าน ๒</title>
		<description>รุ่งเช้าเราต้องเช็คเอ้าท์ ก่อนไปก็เข้าห้องอาหารทานอาหารเช้า  ผมเดินไปสั่งออมเล็ต เขาบอกว่าเดี๋ยวรอก่อนกำลังทำ  ผมเห็นเขาผัดมะเขือเทศสุก เห็ดและหอมใหญ่จนเละๆ  ก็สั่งเขาไว้เลย ๑ ที่นึกในใจว่าที่นี่เขาแปลกดี ทำออมเล็ตเขาทำไส้มันก่อนทอดไข่ทีหลัง แต่จริงๆแล้วมันเละๆอย่างในภาพนั่นแหละ  ผมไปจัดการไส้กรอก กับผักดองมีกระเทียม(ตอนตักไม่รู้ว่าดอง) ผักโน่นผักนี่ แต่พอเริ่มทานพ่อเจ้าประคุณเอ๋ย ทำไมมันเปรี้ยวอย่างนี้ กินไข่ต้ม แล้วเดินดู เอ๊ะ...มีโรตีแปะโอ่งนี่นา...ใช่แล้วที่เขาเรียกว่า นาน..ก็เลยสั่ง ๑ แผ่น มีตะกร้าอยู่ก็เอาตะกร้าไปรองพอนานสุกได้ที่คนที่ ๑ ก็โยนให้ตรงช่อง ผมหยิบใส่ตะกร้าทั้งบานๆ นึกในใจว่ามันทำขนาดใหญ่ทำไมใส่ตะกร้าเล็กจัง วะ... พอเอามาแบ่งกินกันที่โต๊ะอร่อยไปเอาชิ้นที่สอง พอคนแรกโยนมาที่ช่อง คนที่สองมองหน้าผมรีบจับนานพับให้ใส่ลงตะกร้าพอดี...เออ...ตูโง่.....ฮา....
ไกด์พาเราไปชมพระราชวังโกเลสตาน หรือพระราชวังแห่งดอกไม้ ของพระเจ้าชาร์  สวยงามมาก ถ่ายรูปได้มากมายความจริงยังไม่สะใจเพราะยังมีสวยๆให้ถ่ายอีกเยอะ ผมถ่ายนกได้หลายภาพ   ไกด์พาเราไปชมความงามของทั้งภายนอกภายในลวยลายประดับประดาไปด้วยดอกไม้ รอบนอกก็มีต้นไม้ขนาดใหญ่ เสียดายที่เรามาหน้าหนาว ถ้ามาฤดูใบไม้ผลิน่าจะงามกว่านี้อีกหลายเท่า ขนาดเรามีเวลาเที่ยวไม่มากเรายังหลงไหล พี่อภัยเห็นแล้วยังอยากเป็นชาร์มีสาวๆในฮาเร็มตามฝัน.... 


ผมเก็บภาพที่นี่มาหลายภาพ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/santisuk/archives/121</link>
			</item>
	<item>
		<title>๗๔.ระโหยโรยแรงแห่งอิหร่าน</title>
		<description>ถึงดูไบแล้วครับ วีรกรรมวีรเวรของสองหนุ่มมากๆและคณะนักศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่นที่ ๑ ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลฝ่าดงทะเลทรายไปยังประเทศอิหร่านและสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือดูไบ พวกเราเพิ่งเดินทางมาถึงดูไบเมื่อกี้นี้เอง พ่อครูบาบอกว่ากลัวลูกหลานและพี่น้องที่นี่เป็นห่วงก็จะหาทางเอาเรื่องขึ้นบล็อกให้ได้ แต่อยู่ที่อิหร่านจนปัญญาเพราะในโรงแรมมีบริการแต่ไม่มีภาษาไทยกลัวส่งข้อมูลแล้วญาติๆจะนึกว่าเราเก่งไปไม่กี่วันเขียนบันทึกเป็นภาษาเปอร์ซี(ภาษาทางการของอิหร่าน)ได้ อิอิ  เอาละครับพ่อแม่พี่น้องตามมาสนุกกับเราได้ทั้งในบล็อกของอัยการชาวเกาะที่ลานสันติสุขและของครูบาสุทธินันท์นะขอรับ

เราออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตอนตีหนึ่งเศษ หลังจากที่ทัวร์นัดเราเจอกันที่สนามบินตอนสามทุ่ม แต่ผมต้องแหกขี้ตามาจากภูเก็ตตั้งแต่ ๖ โมงเย็น นั่งพูดคุยกันไปเดินไปเดินมา สาวของๆพวกเราก็ลองคลุมศีรษะกันดูเพราะเมื่อจะเข้าเตหะรานผู้หญิงทุกคนไม่ว่าชาติไหนก็ต้องคลุมศีรษะ
 
เดินไปเดินมาจนได้เวลาขึ้นเครื่อง บนเครื่องครูบานั่งแถวสหน้าผมหยิบหนังสือพิมพ์อิหร่านมาทำเท่ห์ ดูแต่รูป...ฮา.ก๊าก...ดูรูปพ่อครูอ่านหนังสือพิมพ์อิหร่านสิ

ตอนหลังถูกย้ายมานั่งขนาบหลวงพี่ติ๊กด้านหนึ่ง ผมขนาบอีกข้างหนึ่ง พอกำลังเคลิ้มหลับ แอร์ก็มาปลุกกินอาหารตอนตีสองครับพี่น้อง พวกเรารำคาญก็เลยซัดกันหมดบะหมี่ผัดหมดไป ๑ จาน ฮ่าๆ  ส่วนหลวงพี่ติ๊กนั่งทำตาปริบๆ ไม่รู้จะทำไงได้ ก็เลยสั่งน้ำส้มมาถวาย แถมด้วย เซเว่นอัพอีก ๑ กระป๋อง นึกอยู่ในใจว่าบาปไหมตู กินยั่วพระอยู่ได้..อิอิ 

ระหว่างเดินทางพวกเราดูหนังกันบ้าง เล่นเกมส์บ้าง หลับกันไปบ้าง ผมไม่ค่อยกล้าหลับเพราะชอบกรนกลัวกัปตันนึกว่ามีสิงโตคำรามบนเครื่อง แต่ก็วูบหลับจนได้เราไปถึงดูไบตอนมืดตีสี่กว่า แต่ยังต้องรอเครื่องไปเตหะรานตอนเวลา ๐๗.๕๕ น. ปรากฏว่าเวลาที่นี่ห่างกับเมืองไทย ๓ ชั่วโมง แสดงว่าเราได้เวลาเพิ่ม   ๗  โมงเช้าจึงเท่ากับ ๑๑.๕๕ น.ของบ้านเรา มีหรือมาถึงดูไบแล้วจะอยู่เฉยๆเพราะสนามบินเขากว้างใหญ่ ว่ากันว่าคนออกแบบคือคนที่ออกแบบสนามบินสุวรรณภูมิ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/santisuk/archives/119</link>
			</item>
	<item>
		<title>๗๓.ปัญหาความมั่นคงของประเทศ๒</title>
		<description>	ผมขอเล่าต่อในสิ่งที่ได้เรียนรู้มา  ท่านเล่าว่า พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ว่าเมืองไทยนี้ดีจริงๆ นายกฯมีความ สามารถที่ทำให้บ้านเมืองที่เจริญกลายเป็นบ้านเมืองที่ลำบาก

	ประเทศเกาหลีหลังสงครามเดือดร้อนแสนสาหัส   คนเกาหลีอยู่ได้เพราะกระป๋องเบียร์ของอเมริกัน เพราะอเมริกันกินเบียร์แล้วทิ้งกระป๋องไว้ คนเกาหลีจึงเอากระป๋องเบียร์มาทุบๆทำฝาบ้าน

	เขมรสามฝ่าย ทำข้อตกลงที่กรุงโตเกียว เราผลักดันให้ฮุนเซนขึ้นเป็นผู้นำ ลูกชายฮุนเซนจบเวสต์ปอยท์ วันนี้เขมรเล่นกอล์ฟหลุมละพันเหรียญ  ของไทยยังเล่มหลุมละร้อยอยู่เลย 

	ท่านฝากความไปถึงท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ การแก้ไขปัญหาของชาติ ให้ดูปัญหาพื้นฐาน ดูว่าอะไรเป็นปัญหาหลัก และอย่าทิ้งปัญหาพื้นฐาน ต้องให้ประชาชนมีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องมากที่สุด (ใครจะเป็นคนไปบอกละเนี่ย..อิอิ) ท่านเล่าว่า ท่านผลักดันร่างพรบ.การบริหารราชการส่วนตำบล ๕ ครั้งกว่าจะได้มา เพราะต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการท้องถิ่นของตนเอง

                ท่านเสนอความคิดเห็นว่า มาถึงวันนี้เรายังแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการเมือง ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/santisuk/archives/118</link>
			</item>
	<item>
		<title>๗๒.ปัญหาความมั่นคงของประเทศ</title>
		<description>	วันนี้(๖ ก.พ.๒๕๕๒) เรามีโอกาสดีที่ได้ฟังอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ หรือพ่อใหญ่ของชาวอีสาน หรือบิ๊กจิ๋ว ที่คนกรุงเรียกกัน ท่านได้มาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับปัญหาความมั่นคงในประเทศไทย  ท่านบอกว่าสิ่งที่ท่านจะพูดเป็นความคิดเห็นส่วนตนที่ได้จากประสบการณ์การทำงานและมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

	ปัญหาความมั่นคงของชาติก็คือความมั่นคงในองค์ประกอบของชาติไม่ใช่เฉพาะเรื่องทางการทหาร  ตำรวจ หรือหน่วยงานที่มีอาวุธ
ชาติ คือ พี่น้องประชาชน อาจจะเชื้อชาติเดียวหรือหลายเชื้อชาติรวมกันอยู่บนแผ่นดินหนึ่ง มีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม มีระบบเศรษฐกิจ    มีการเมืองการปกครองที่สามารถดำเนินการไปได้ มีกองกำลังปกป้องเอกราชอธิปไตยบูรณภาพดินแดน
องค์ประกอบของชาติ   ในหลักการใหญ่ จะแบ่งเป็นความมั่นคงทางด้านสังคมของชาติ เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง และความมั่นคง
องค์ประกอบที่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือ ทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง  เศรษฐกิจสำคัญที่สุด บนความสำคัญนั้นจะต้องมีการเมืองที่ชอบธรรมด้วย
	ในอดีตการทำมาหากินเป็นการเกษตรโบราณ ใช้แรงงานสัตว์ คน การเมืองการปกครอง จะต้องมีผู้นำที่มีความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว บังคับให้สะสมอาหารเพื่อการสงครามได้ การเมืองยุคนี้จึงต้องเป็นระบอบเผด็จการ (การเมืองต้องสอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจ)
	ต่อมาพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็จะมีการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม เครื่องจักรไอน้ำ เป็นการผลิตจำนวนมาก เป็น  Line ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/santisuk/archives/117</link>
			</item>
</channel>
</rss>
