<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ลานซากุระ</title>
	<link>http://lanpanya.com/sakura</link>
	<description>Just another ลานปัญญา weblog</description>
	<lastBuildDate>Tue, 30 Jun 2009 11:34:24 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>กว่าจะรู้จัก..มนุษยธรรม</title>
		<description>เมื่อครั้งยังเด็ก แม่สอนเสมอว่าให้เป็นคนดีมีมนุษยธรรม และก็ยังได้ยินผู้ใหญ่หลายๆ คนพูดว่า เวลาจะทำอะไร ต้องคำนึงถึงมนุษยธรรม เวลาคนตกทุกข์ได้ยาก ก็อย่าไปซ้ำเติมเขา จึงเข้าใจมาตลอดว่า มนุษยธรรม หมายถึง ความเป็นคนมีเมตตา เห็นอกเห็นใจ และช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก 

แต่วันนี้เพิ่งได้เรียนรู้ว่า มนุษยธรรม หมายถึง ธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ หรือธรรมชาติของความเป็นผู้มีใจสูง  ธรรมอะไรที่ยกฐานะคนธรรมดาให้เป็นมนุษย์ ธรรมอันใดที่เป็นพื้นฐานประจำตัวที่มนุษย์ทั่วไปต้องมี ธรรมอันใดที่ทำให้คนต่างจากสัตว์ ธรรมดังกล่าวนี้ ได้แก่ กุศลกรรมบถ ๑๐ หรือบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ซึ่งธรรมหมวดนี้สามารถสรุปรวมได้เป็นบุญกิริยาวัตถุ ๓ คือ ทาน ศีล ภาวนา

บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประกอบไปด้วย

กายสุจริต ๓ หมายถึง การกระทำดีทางกาย ๓ ประการ ได้แก่ ศีล ๓ ข้อแรก

- ปาณาติปาตา เวรมณี  งดเว้นจากการเบียนเบียนและทำร้ายชีวิตสัตว์ ซึ่งหมายรวมถึงชีวิตตนเอง ชีวิตทั้งมวลในอาณาจักรสัตว์ มด ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2009/06/30/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>สโลว์จ๊อกกิ้ง (Slow jogging)</title>
		<description>หลายวันก่อนซากุระได้มีโอกาสดูรายการทีวีเชิงวิชาการของญี่ปุ่น วันนั้นเป็นรายการสำหรับคนชอบและไม่ชอบวิ่ง ซึ่งน่าสนใจมากๆ จึงคิดว่าน่าจะเอามาเล่าแบ่งปันความรู้กัน แต่ภาษาญี่ปุ่นของซากุระก็ไม่ได้เก่งมากขนาดที่จะจดจำและเข้าใจศัพท์ทุกคำที่เขาใช้ เพราะบางครั้งก็เป็นศัพท์ทางการแพทย์ หากขาดตกบกพร่องประการใด ก็ขอเชิญนักวิชาการทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทางการวิ่งคอมเมนต์ได้เต็มที่ค่ะ
คนญี่ปุ่นวิ่งกันตัวปลิวเหมือนลมพัด วิ่งเหมือนร่างกายไร้น้ำหนัก การจัดแข่งมาราธอนของที่นี่มีเป็นประจำทุกปี ส่วนใหญ่ไปวิ่งเพื่อพิสูจน์สปิริตและกำลังใจของตัวเอง ไม่ได้ไปวิ่งเพื่อเอาโล่รางวัล การซ้อมของคนที่นี่ก็จะมีทั้งแบบซ้อมเดี่ยวและซ้อมเป็นทีม ใครว่างตอนไหนก็ออกไปวิ่งกันได้เลย ถ้าเทียบกับบ้านเรา อากาศที่นี่เย็นกว่า เส้นทางวิ่งก็สะดวกสบายไม่ร้อน ถ้าวิ่งบนฟุตบาทก็เป็นฟุตบาทจริงๆ ไม่ใช่ซุ่มๆ เดาเอาว่านี่คือฟุตบาทเหมือนในเมืองไทยที่วิ่งๆ ไปต้องคอยเหลียวหลังดูว่ารถจะมาเสียบก้นเปล่า ซึ่งเพื่อนของซากุระที่เขาชอบวิ่งเคยโดนมาแล้ว
ทำไมคนญี่ปุ่นชอบวิ่ง จากที่ดูการให้สัมภาษณ์ทีมคนชอบวิ่งทีมหนึ่ง ส่วนใหญ่คนในทีมเคยมีปัญหาสุขภาพมาก่อนเกือบทุกคน เช่น เป็นโรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง อ้วน หุ่นไม่สวย เหนื่อยง่าย เดินขากะเพลก ฯลฯ พอมาวิ่งแล้วก็ทำให้สุขภาพดีขึ้นจนในปัจจุบันแข็งแรงกว่าคนปรกติโดยทั่วไป ซึ่งในกลุ่มเหล่านี้ก็มีทั้งวัยรุ่นเอ๊าะๆ และรุ่นแง้มฝาโลง บางคู่ก็มาวิ่งกันทั้งสามีและภรรยาโดยบอกว่า หลังจากมาวิ่งด้วยกันแล้วทำให้รักกันมากขึ้น ทะเลาะกันน้อยลง เพราะต่างคนต่างอารมณ์ดี มีกิจกรรมทำร่วมกัน

อีกตอนหนึ่งของรายการเป็นการทดลองกับคนไม่ชอบวิ่ง ซึ่งคนกลุ่มนี้เกลียดการออกกำลังกายทุกชนิด เกลียดตั้งแต่เด็กจนแก่ก็ยังไม่เลิกเกลียด ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งให้ผู้เข้าร่วมทดลองวิ่งรอบสนามตามสบาย เอาอย่างที่ชอบ แล้วจับมาวัดด้วยเครื่องมือ ซึ่งตอนนี้ซากุระฟังไม่ทันว่าเครื่องมืออะไร ปรากฎว่าผู้เข้าร่วมทดลองทุกคนมีค่าเกินกว่าสองมาก ศาสตราจารย์ท่านนี้เฉลยว่าคนกลุ่มนี้ใช้กล้ามเนื้อขาวในการวิ่งทำให้เกิดอาการล้าและเจ็บได้ง่าย จึงทำให้เกลียดการวิ่งและการออกกำลังกายทุกชนิด เพราะกล้ามเนื้อสีขาวนี้มีความทนทานน้อย ท่านจึงแนะนำให้คนกลุ่มนี้จ๊อกกิ้งแบบช้าถึงช้าที่สุดเพื่อเปลี่ยนจากการใช้กล้ามเนื้อสีขาวเป็นการใช้กล้ามเนื้อสีแดงแทน ซึ่งที่ซากุระเห็นกับตัวเอง ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2009/06/20/%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>วัดใหม่ในอิบาราขิ</title>
		<description>
เพิ่งรู้ว่าซากุระห่างหายจากวงการลานปัญญาเฮฮาศาสตร์ไปนานแค่ไหน ก็ตอนกลับมาเปิดลานของตัวเองดูแล้วพบว่า บันทึกสุดท้ายที่เขียนก็คือเรื่อง กฐินแดนซากุระ ซึ่งก็ผ่านมานานกว่าครึ่งปีแล้ว วันนี้ก็เลยถือโอกาสมารายงานความคืบหน้าว่า หลังจากตอนกฐินปีที่แล้ว ที่มีสาธุชนมากันอย่างเนืองแน่นจนล้นวัด จึงเกิดแรงบันดาลใจให้พวกเราชาวอาทิตย์อุทัยในจังหวัดอิบาราขิและใกล้เคียง พร้อมใจกันระดมทุนซื้อที่ดินและซื้ออาคารวัดใหม่

การดำเนินงานเริ่มจากการที่ต้องประเมินกำลังทรัพย์ของพวกเรา การติดต่อกับตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และเป็นที่โชคดีว่า โอโต้ซัง (แปลว่าคุณพ่อ) เจ้าของอาคารที่เราเช่าเป็นวัดอยู่ในปัจจุบันนี้ เห็นความตั้งใจจริงของพวกเรา จึงช่วยเราหาอาคารและหาที่ อ๊ะๆๆ อย่าเพิ่งนึกว่าโอโต้ซังจะเข้าใจและมีศรัทธาแรงกล้าในพระพุทธศาสนานะคะ หาเป็นเช่นนั้นไม่ค่ะ โอโต้ซังจะมาวัดเฉพาะตอนเราโทรเรียกให้มา โดยอ้างว่ามีธุระจะรบกวนเท่านั้น นอกนั้นไม่มาแน่นอนค่ะ เพราะโอโต้ซังห่วงนกพิราบที่เลี้ยงไว้ กลัวว่ามันจะคิดถึงถ้าแกออกจากบ้านไปนานๆ แต่ซากุระก็อัศจรรย์ใจเหลือเกินว่า ถ้าบอกเรื่องสร้างวัดแล้วละก็โอโต้ซังจะกุลีกุจอทุ่มเต็มกำลัง ชนิดที่เอ่ยปากกับซากุระเองเลยว่า "ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าสร้างวัดอิบาราขิไม่เสร็จ โอโต้ซังจะยังไม่ยอมตาย" สุดยอดโอโต้ซังเลย เอ แล้วชาวพุทธแท้ๆ ล่ะค่ะ จะรอให้คนอื่นหามเข้าหรือว่าจะเดินทางไปเองในขณะที่ยังมีลมหายใจเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ดำรงพระธรรมคำสอนไว้ให้ลูกหลานไทยได้ศึกษาและนำมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตกันดี

ค่ะ หลังจากที่พวกเราลุ้นแล้วลุ้นอีกเพื่อเสาะหาสถานที่ที่เหมาะสมหลายเดือน เราก็ได้สถานที่สร้างวัดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นปาจิงโกะเก่าค่ะ (ภาพบนและภาพล่างซ้าย) สร้างโดยนักลงทุนชาวเกาหลี แต่ทำได้ไม่กี่ปีก็เจ๊ง เราก็เลยไปซื้อต่อมา ไม่ใช่ว่าเรารวยนะคะ ก็ต้องไปผ่อนกับทางธนาคารอีกทีนึง ก็ค่อยๆ ผ่อนกันไปค่ะ เมื่อเซ็นสัญญาเรียบร้อยพวกเราก็ระดมทีมไปรื้อโต๊ะรื้อตู้ออก เพื่อให้อาคารโล่งโปร่งเหมาะสมกับการปฏิบัติธรรมและปฏิบัติกิจทางพุทธศาสนา (ภาพล่างขวา) เสียดายอยู่นิดว่า ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2009/06/03/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b4/</link>
			</item>
	<item>
		<title>กฐินแดนซากุระ</title>
		<description>


ต้องขออภัยที่ห่างหายไปนานค่ะ เนื่องจากภารกิจล้นพ้นตัว บวกกับปัญหาสุขภาพตามประสาคนผอมบางร่างน้อยในสภาวะอากาศที่หนาวเย็นค่ะ แต่ตอนนี้แข็งแรงดีแล้วหลังจากโด๊ปเวย์โปรตีนไปเพิ่มกรดอะมิโนและพลังงานให้กับร่างกายไปตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ก็เลยมีแรงมาโพสต์ต่อตามที่เจ้าคุณพ่อจอมป่วนเรียกร้องและรอคอยค่ะ
ก็เพิ่งผ่านไปหมาดๆ (อิอิ แค่เกือบจะ 1 เดือน) กับกฐินวัดภาวนาอิบาราขิ วัดที่ซากุระ ไปช่วยงานอยู่ประจำ แม้จะไกลแสนไกลก็ตาม เหตุผลที่เลือกไปที่นี่เพราะ เป็นวัดเล็กๆ เปิดได้ไม่นาน ไม่มีคนไปช่วย พี่ๆ ที่มาวัดก็ใจดี มีอาหารอร่อยๆ ที่ซากุระชอบมาฝากเสมอ และทุกคนก็น่ารัก เป็นกันเอง ปัจจัยน้อย แต่หัวใจเกินร้อยขอรับ ถ้าในบรรดาวัดในญี่ปุ่นนี่ วัดอิบาราขิได้ชื่อว่า "วัดบ้านนอก..ที่สุด" เราก็เลยอยู่กันอย่างบ้านนอกๆ ค่ะ

ถ้าสงสัยว่าบ้านนอกยังไง ต้องแวะมาดูคะ เราจะมีทั้งปลาร้าสับ ปลาร้าหลน น้ำพริกกะปิ ผัดผักบุ้งไฟแดง ฯลฯ อาหารทุกอย่างที่หาทานได้เกือบจะเฉพาะในเขตชนบทของไทย จะหาทานได้ที่นี่ อิอิ วัดของเราก็ล้อมรอบด้วย ป่าหอม ไร่ถั่ว และไร่ผักกาด เลยไปหน่อยก็เป็นนาข้าว อิอิ บ้านนอกหรือยังคะ ด้านหน้าวัดก็จะปลูกมะระ ฟักทอง ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2008/12/02/%e0%b8%81%e0%b8%90%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b0/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Olympic</title>
		<description>สวัสดีค่ะ ตลอดเวลาเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ซากุระก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของโอลิมปิกเกมส์ เรียกว่าเกาะติดหน้าจอกันเลยทีเดียวค่ะ ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยมีการถ่ายทอดทั้งสดและไม่สดเกือบ 24 ชั่วโมงเหมือนที่ญี่ปุ่นไม๊นะคะ แต่ที่นี่มีเกือบตลอดค่ะ เป็นกระแสที่มาแรงและประชาชนของเขาให้ความสำคัญมากๆ ค่ะ
ซากุระเองก็ทึ่งมากกับภาพบนจอที่เราจะสัมผัสได้ถึง ความฝัน ความเจ็บปวด ความเสียใจ ความชื่นชม ความยินดี น้ำตาที่ไหลก็มีคละเคล้ากันไป ทั้งน้ำตาแห่งความปิติ และน้ำตาแห่งความเสียใจ สี่ปีที่รอคอย เชื่อได้ว่านักกีฬาทุกคนทุ่มเทกันเต็มที่เพื่อที่จะฝึกฝนตนเองให้เป็นหนึ่งในยุทธจักร แต่แม้ว่าจะแพ้หรือชนะก็มีมิตรภาพให้เห็น แม้จะต่างชาติ ต่างเผ่าพันธุ์แต่ทุกคนก็เป็นมิตรกันได้ แม้สีผิวจะต่างกัน เราก็วิ่งบนความฝันเดียวกันได้
ญี่ปุ่นก็กวาดเหรียญไปเยอะมากทีเดียวค่ะ แม้จะไม่ที่หนึ่งแต่ก็ประทับใจกองเชียร์ทุกรายการค่ะ มีหลายๆ อย่างที่ซากุระไม่รู้ว่าที่เมืองไทยมีหรือเปล่าคือ การกระตุ้นให้เด็กมีความใฝ่ฝันแต่เด็ก นักกีฬาว่ายน้ำเจ้าของสถิติโอลิมปิกสองสมัยเคยเขียนเรียงความสมัยมัธยมต้นส่งอาจารย์ "ผมจะเป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก" เจ้าตัวลืมไปแล้ว แต่ความฝันก็คือความฝัน เขาพยายามฝึกฝนตนเองจนเป็นเจ้าเหรียญทองและเรียงความที่เขาเคยเขียนก็ถูกนำมาบอกเล่า นักกีฬาว่ายน้ำอีกคน อยู่ในต่างจังหวัด อย่างที่ทราบค่ะว่าที่ญี่ปุ่นเป็นเมืองหนาว สระว่ายน้ำก็ต้องเป็นแบบในร่มมีระบบปรับอากาศ แต่มีที่แห่งหนึ่งที่นักกีฬาเจ้าของเหรียญโอลิมปิกนี้ใช้ฝึกฝนตัวเอง ได้ถูกสร้างขึ้นแบบง่ายๆ ท่ามกลางสวนเกษตร และมันถูกคลุมด้วยพลาสติกเพื่อให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว นักกีฬาว่ายน้ำคนนี้ได้รับฉายาว่า "ราชาแห่งสระพลาสติก" น่าประทับใจใช่ไม๊คะ ว่าความจนหรือความขาดแคลนไม่ได้เป็นอุปสรรคแห่งความสำเร็จ ขอแต่เพียงเราตั้งใจจริงและรักในสิ่งที่จะทำจริงๆ
กลับมาดูที่นักกีฬาสาวๆ สวยๆ กันบ้าง นักกีฬาระดับโลกที่ซากุระเห็นไม่ว่าจะเป็นว่ายน้ำ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/26/olympic/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ญี่ปุ่นกับไทย ที่ไหนร้อนกว่ากัน</title>
		<description>
ก่อนที่ซากุระจะมาญี่ปุ่น มีความรู้สึกว่าญี่ปุ่นนี่ คงจะหนาวมากๆ เลยนะ มาแล้วก็คงจะมีแต่หิมะเต็มไปหมด แต่ด้วยความที่ซากุระเป็นสาวไทยที่ค่อนข้างจะมีวาสนาน้อย ก็เลยได้อยู่โตเกียว เมืองแห่งมลพิษ ปีนึงมีหิมะตกแค่วันสองวันก็เป็นบุญตาของคนที่นี่อย่างยิ่งแล้ว แต่ตอนนี้ได้ย้ายมาทำงานบนยอดเขาที่คานากาว่าแต่ต้องเดินทางกลับไปนอนบ้านที่ริมทะเล ฟังดูเท่ห์ดีใช่ไหมคะ ทุกๆ วันซากุระก็จะต้องขี่เสือหมอบขึ้นเขาไปทุกวันจนกล้ามขาขึ้นเป็นมัดๆ ยิ่งเพิ่มความร้อนในช่วงวันที่อากาศแสนร้อน ด้วยเหตุที่เราเสียดายเงินซื้อมอเตอร์ไซด์ เก็บตังค์ไว้ทำบุญดีกว่า ก็เลยต้องรีบตื่นมานั่งสมาธิแต่เช้า รถน้ำผัก แล้วก็ควบเสือหมอบคู่ใจขึ้นเขาไปอาบน้ำที่ที่ทำงาน (อิอิอิ ประหยัดไฟ ประหยัดน้ำค่ะ) ดูเหมือนจะขยันนะคะ เพราะซากุระจะเป็นคนไปเปิดประตูที่ทำงานแทบทุกวัน ความจริงแล้วอยากนอนต่อ แต่มองดูสภาพอากาศที่แสนทรมานนี้แล้ว ยอมตื่นนอนมาแต่เช้าดีกว่า อุณหภูมิที่นี่น่ะต่ำกว่าที่เมืองไทยค่ะ แต่เราจะรู้สึกร้อนมากกว่าเพราะมีความชื้นสูง และความที่ซากุระเป็นนักวิจัยทางสิ่งแวดล้อม ก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี โดยการไม่เปิดแอร์ในบ้านค่ะ ขอบอกด้วยความสัตย์จริงเลยว่า ป่วยแค่ไหนก็ต้องตะกายไปทำงานดีกว่า เพราะอยู่ที่บ้านนี่ร้อนเหลือเกิน

ตอนนี้ที่เมืองไทยคงเป็นหน้าฝน และฝนก็คงตกต้องตามฤดูกาล (ที่ผันผวน) แต่ที่ญี่ปุ่นตอนนี้อากาศร้อนมากๆ บ้านเราเขาเรียกว่า ร้อนจนตับจะแตก แต่ที่นี่ซากุระขอบอกว่า ร้อนเหมือนโดนอบ มันทั้งอบ และทั้งอ้าว แดดก็แรงสะใจตั้งแต่ตีสี่ไปยันทุ่มกว่าๆ (จริงๆ แดดอาจจะส่องก่อนตีสี่ แต่ซากุระตื่นไม่ไหว เลยไม่กล้ายืนยัน) และก็เจ้ากรรมว่าฝนก็มีตกนะคะ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/08/%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ยังไม่รู้จะไปทางไหนดี</title>
		<description>ขอบคุณทุกท่านที่มาให้กำลังใจนะคะ ตอนนี้ยังมึนๆ อยู่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง ยังไม่รู้จะไปทางไหนดีค่ะ เห็นเว็บเพจของท่านจอมป่วนแล้วน่าสนใจดี เลยเชื่อแรงยุแบบง่ายๆ เข้ามาแล้ว ไม่ง่ายแฮะ จะแกะเว็บในที่ทำงานก็ไม่ได้ กลับไปบ้านคอมก็ไม่มีภาษาไทยอีก เศร้าจริงๆ เลย แต่ไม่เป็นไร รอแอบดูของชาวบ้านไปก่อนว่าเขาทำกันยังไง อิอิอิ 
 </description>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/07/%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
			</item>
	<item>
		<title>บันทึกแรกของฉัน!</title>
		<description>Welcome to Lan Sakura naka!

  </description>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/05/hello-world/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
