<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานซากุระ</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/sakura/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/sakura</link>
	<description>Just another ลานปัญญา weblog</description>
	<pubDate>Tue, 30 Jun 2009 11:34:24 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>กว่าจะรู้จัก..มนุษยธรรม</title>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2009/06/30/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sakura/2009/06/30/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Jun 2009 11:34:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sakura</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Perfection time]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sakura/?p=15</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อครั้งยังเด็ก แม่สอนเสมอว่าให้เป็นคนดีมีมนุษยธรรม และก็ยังได้ยินผู้ใหญ่หลายๆ คนพูดว่า เวลาจะทำอะไร ต้องคำนึงถึงมนุษยธรรม เวลาคนตกทุกข์ได้ยาก ก็อย่าไปซ้ำเติมเขา จึงเข้าใจมาตลอดว่า มนุษยธรรม หมายถึง ความเป็นคนมีเมตตา เห็นอกเห็นใจ และช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก 
แต่วันนี้เพิ่งได้เรียนรู้ว่า มนุษยธรรม หมายถึง ธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ หรือธรรมชาติของความเป็นผู้มีใจสูง  ธรรมอะไรที่ยกฐานะคนธรรมดาให้เป็นมนุษย์ ธรรมอันใดที่เป็นพื้นฐานประจำตัวที่มนุษย์ทั่วไปต้องมี ธรรมอันใดที่ทำให้คนต่างจากสัตว์ ธรรมดังกล่าวนี้ ได้แก่ กุศลกรรมบถ ๑๐ หรือบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ซึ่งธรรมหมวดนี้สามารถสรุปรวมได้เป็นบุญกิริยาวัตถุ ๓ คือ ทาน ศีล ภาวนา
บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประกอบไปด้วย
กายสุจริต ๓ หมายถึง การกระทำดีทางกาย ๓ ประการ ได้แก่ ศีล ๓ ข้อแรก
- ปาณาติปาตา เวรมณี  งดเว้นจากการเบียนเบียนและทำร้ายชีวิตสัตว์ ซึ่งหมายรวมถึงชีวิตตนเอง ชีวิตทั้งมวลในอาณาจักรสัตว์ มด แมลง ยุง ไส้เดือน หนอน กิ้งกือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อครั้งยังเด็ก แม่สอนเสมอว่าให้เป็นคนดีมีมนุษยธรรม และก็ยังได้ยินผู้ใหญ่หลายๆ คนพูดว่า เวลาจะทำอะไร ต้องคำนึงถึงมนุษยธรรม เวลาคนตกทุกข์ได้ยาก ก็อย่าไปซ้ำเติมเขา จึงเข้าใจมาตลอดว่า มนุษยธรรม หมายถึง ความเป็นคนมีเมตตา เห็นอกเห็นใจ และช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก <span id="more-15"></span></p>
<p>แต่วันนี้เพิ่งได้เรียนรู้ว่า มนุษยธรรม หมายถึง ธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ หรือธรรมชาติของความเป็นผู้มีใจสูง  ธรรมอะไรที่ยกฐานะคนธรรมดาให้เป็นมนุษย์ ธรรมอันใดที่เป็นพื้นฐานประจำตัวที่มนุษย์ทั่วไปต้องมี ธรรมอันใดที่ทำให้คนต่างจากสัตว์ ธรรมดังกล่าวนี้ ได้แก่ กุศลกรรมบถ ๑๐ หรือบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ซึ่งธรรมหมวดนี้สามารถสรุปรวมได้เป็นบุญกิริยาวัตถุ ๓ คือ ทาน ศีล ภาวนา</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">บุญกิริยาวัตถุ ๑๐</span></strong> ประกอบไปด้วย</p>
<p><strong>กายสุจริต ๓</strong> หมายถึง การกระทำดีทางกาย ๓ ประการ ได้แก่ ศีล ๓ ข้อแรก</p>
<p>- ปาณาติปาตา เวรมณี  งดเว้นจากการเบียนเบียนและทำร้ายชีวิตสัตว์ ซึ่งหมายรวมถึงชีวิตตนเอง ชีวิตทั้งมวลในอาณาจักรสัตว์ มด แมลง ยุง ไส้เดือน หนอน กิ้งกือ ไม่ว่าจะฆ่าเพื่อทำอาหาร ฆ่าเพื่อใส่บาตร หรือเพื่อเกมกีฬา</p>
<p>- อทินนาทานา เวรมณี งดเว้นจากการลักขโมยหรือถือครองเอาทรัพย์สินที่เจ้าของเขาหวง</p>
<p>- กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ซึ่งหมายรวมถึงการมีเพศสัมพันธ์กับสามีหรือภรรยาของผู้อื่น การร่วมประเวณีกับหญิงขายบริการแม้ว่าตนจะมีภรรยาอยู่แล้ว การร่วมประเวณีกับหญิงที่ยังอยู่ในการปกครองของพ่อแม่หรือผู้ปกครอง (หมายถึงหญิงสาวที่ไม่สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้) โดยที่ผู้ปกครองของหญิงนั้นมิได้อนุญาต</p>
<p>เอ แล้วในกรณีที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงจัดการให้ฝ่ายชายขืนใจลูกสาวตัวเองเพื่อบังคับให้ฝ่ายหญิงแต่งงานกับฝ่ายชายนั้น ถือว่าบาปหรือเปล่านะ ก็คงมีวิบากกันไปตามเจนาแห่งกรรมของแต่ละคน ในภพชาติเบื้องหน้าพ่อแม่ที่วางแผนนั้นก็คงจะได้รับกรรมอย่างที่ตัวเองเคยทำกับลูกเอาไว้ ส่วนว่าจะต้องไปเสวยวิบากในนรกหรือเปล่า อันนี้ซากุระก็ไม่แตกฉานพอจะวิเคราะห์ได้</p>
<p><strong>วจีสุจริต ๔</strong> หมายถึง การกระทำดีทางวาจา ๔ ประการ ซึ่งก็คือ ศีลข้อ ๔ นั่นเอง แต่ส่วนใหญ่เราจะจำกันได้เพียงว่า ห้ามพูดโกหก</p>
<p>- มุสาวาทา เวรมณี  งดเว้นจากการพูดเท็จ หรือพูดไม่ตรงความจริง แม้จะโกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจก็ถือว่าผิดเช่นกัน เพราะการโกหก อย่างน้อยก็ได้ทำลายคุณภาพใจของผู้พูดไปแล้ว วิบากนี้จะส่งผลให้ผู้พูดมีความจำที่ไม่ดี หรือเป็นคนความจำเลอะเลือนในตอนแก่ โดยเฉพาะจะจำไม่ได้ว่า อันไหนจริง อันไหนเท็จ ซึ่งคนที่โกหกเป็นประจำก็ความจำเสื่อมตั้งแต่ยังไม่แก่แล้ว เช่น เขาจำไม่ได้ว่า เคยโกหกเราไว้อย่างไร พอมาอีกรอบก็บอกเราอีกอย่างหนึ่ง แบบนี้เป็นต้น ใครไม่อยากเป็นคนแก่เลอะเทอะต้องพยายามหลีกเลี่ยงการพูดโกหก</p>
<p>- ปิสุณาย วาจาย เวรมณี งดเว้นจากการพูดส่อเสียด พูดให้คนอื่นรู้สึกเสียดแทงใจ หรือรู้สึกเหมือนโดนเอามีดไปกรีดใจ</p>
<p>- ผรุสาย วาจาย เวรมณี งดเว้นจากการพูดคำหยาบ นี้ไม่ได้หมายความว่าห้ามพูดมึงกู แต่หมายถึงการใช้คำพูดที่หยาบคาย ระคายหู ผู้ใดฟังแล้วรู้สึกไม่ระรื่นหู เช่น ไอ้&#8230; ซึ่งส่วนใหญ่คำหยาบนี้มักจะมาจากคนที่กำลังโกรธอยู่ หรือคำพูดที่ใช้พูดถึงคนที่เกลียดกัน หรือจากเจ้านายบ้าอำนาจ ฯลฯ</p>
<p>- สัมผัปปลาปา เวรมณี งดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ</p>
<p>แต่เอ ซากุระชอบแกล้งอำเพื่อน ไม่รู้จะเข้าข่ายพูดเพ้อเจ้อหรือเปล่า ต้องเลิกเสียแล้ว</p>
<p><strong>มโนสุจริต ๓</strong> หมายถึงการกระทำดีทางใจ ๓ ประการ คือ</p>
<p>- อนภิชฌา ไม่คิดเพ็งเล็งอยากได้ของของผู้อื่น (ไม่โลภ) แต่หากมีความปรารถนาว่าอยากจะได้รถ ได้บ้านเหมือนที่คนอื่นเขามี อยากได้เป็นรองนายกฯ แทนหมอจอมป่วน (อิอิ) แล้วแสวงหามาด้วยความสุจริต อย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นอนภิชฌา</p>
<p>- อัพยาบาท ไม่คิดปองร้ายเบียดเบียนผู้อื่น คือไม่พยาบาทใคร รู้จักการให้อภัย</p>
<p>- สัมมาทิฏฐิ คือ คิดถูก เห็นถูก ซึ่งสัมมาทิฏฐินี้ มีข้อแยกย่อยไปอีกหลายประการ แต่เอาง่ายๆ ว่าหมายถึง มีศรัทธาเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ฯลฯ ซึ่งจะนำมาเล่าในโอกาสต่อไป</p>
<p>หลายคนอาจสงสัยว่า มโนสุจริตนี้ เกี่ยวกับภาวนาอย่างไร ต้องขอบอกว่าเกี่ยวอย่างยิ่ง เพราะการภาวนา ไม่ว่าจะเป็นสมาถะ วิปัสสนา หรือนั่งสมาธิ นั้นเป็นการบำเพ็ญเพียรเพื่อกำจัดกิเลสในใจ เพื่อกำจัดความโลภ ความโกรธ ความพยาบาท และความหลงผิด นอกจากนี้การฝึกจิตยังช่วยให้การประพฤติกายสุจริต และวจีสุจริตเป็นไปอย่างสมบูรณ์อีกด้วย</p>
<p>เป็นไงคะ ง่วงนอนกันหรือยัง ถ้ายังก็ลองพิจารณาดูนะคะว่า จะสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้มากน้อยเพียงใด อิอิ อย่าหาว่าเด็กวอนสอนผู้ใหญ่นะคะ พอดีเพิ่งอ่านมาจากตำรา ช่วงนี้กำลังศึกษาเรื่องสรรพศาสตร์ในพระไตรปิฎกอยู่ค่ะ เลยเอามาเล่าสู่กันฟังค่ะ มิได้มีเจตนามาอวดภูมิรู้ภูมิธรรมแต่อย่างใดค่ะ ยังเป็นเด็กหัดเรียนธรรมะอยู่ค่ะ</p>
<p> </p>
<p> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sakura/2009/06/30/%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สโลว์จ๊อกกิ้ง (Slow jogging)</title>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2009/06/20/%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sakura/2009/06/20/%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Jun 2009 02:59:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sakura</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Sports]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sakura/?p=14</guid>
		<description><![CDATA[หลายวันก่อนซากุระได้มีโอกาสดูรายการทีวีเชิงวิชาการของญี่ปุ่น วันนั้นเป็นรายการสำหรับคนชอบและไม่ชอบวิ่ง ซึ่งน่าสนใจมากๆ จึงคิดว่าน่าจะเอามาเล่าแบ่งปันความรู้กัน แต่ภาษาญี่ปุ่นของซากุระก็ไม่ได้เก่งมากขนาดที่จะจดจำและเข้าใจศัพท์ทุกคำที่เขาใช้ เพราะบางครั้งก็เป็นศัพท์ทางการแพทย์ หากขาดตกบกพร่องประการใด ก็ขอเชิญนักวิชาการทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทางการวิ่งคอมเมนต์ได้เต็มที่ค่ะ
คนญี่ปุ่นวิ่งกันตัวปลิวเหมือนลมพัด วิ่งเหมือนร่างกายไร้น้ำหนัก การจัดแข่งมาราธอนของที่นี่มีเป็นประจำทุกปี ส่วนใหญ่ไปวิ่งเพื่อพิสูจน์สปิริตและกำลังใจของตัวเอง ไม่ได้ไปวิ่งเพื่อเอาโล่รางวัล การซ้อมของคนที่นี่ก็จะมีทั้งแบบซ้อมเดี่ยวและซ้อมเป็นทีม ใครว่างตอนไหนก็ออกไปวิ่งกันได้เลย ถ้าเทียบกับบ้านเรา อากาศที่นี่เย็นกว่า เส้นทางวิ่งก็สะดวกสบายไม่ร้อน ถ้าวิ่งบนฟุตบาทก็เป็นฟุตบาทจริงๆ ไม่ใช่ซุ่มๆ เดาเอาว่านี่คือฟุตบาทเหมือนในเมืองไทยที่วิ่งๆ ไปต้องคอยเหลียวหลังดูว่ารถจะมาเสียบก้นเปล่า ซึ่งเพื่อนของซากุระที่เขาชอบวิ่งเคยโดนมาแล้ว
ทำไมคนญี่ปุ่นชอบวิ่ง จากที่ดูการให้สัมภาษณ์ทีมคนชอบวิ่งทีมหนึ่ง ส่วนใหญ่คนในทีมเคยมีปัญหาสุขภาพมาก่อนเกือบทุกคน เช่น เป็นโรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง อ้วน หุ่นไม่สวย เหนื่อยง่าย เดินขากะเพลก ฯลฯ พอมาวิ่งแล้วก็ทำให้สุขภาพดีขึ้นจนในปัจจุบันแข็งแรงกว่าคนปรกติโดยทั่วไป ซึ่งในกลุ่มเหล่านี้ก็มีทั้งวัยรุ่นเอ๊าะๆ และรุ่นแง้มฝาโลง บางคู่ก็มาวิ่งกันทั้งสามีและภรรยาโดยบอกว่า หลังจากมาวิ่งด้วยกันแล้วทำให้รักกันมากขึ้น ทะเลาะกันน้อยลง เพราะต่างคนต่างอารมณ์ดี มีกิจกรรมทำร่วมกัน
อีกตอนหนึ่งของรายการเป็นการทดลองกับคนไม่ชอบวิ่ง ซึ่งคนกลุ่มนี้เกลียดการออกกำลังกายทุกชนิด เกลียดตั้งแต่เด็กจนแก่ก็ยังไม่เลิกเกลียด ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งให้ผู้เข้าร่วมทดลองวิ่งรอบสนามตามสบาย เอาอย่างที่ชอบ แล้วจับมาวัดด้วยเครื่องมือ ซึ่งตอนนี้ซากุระฟังไม่ทันว่าเครื่องมืออะไร ปรากฎว่าผู้เข้าร่วมทดลองทุกคนมีค่าเกินกว่าสองมาก ศาสตราจารย์ท่านนี้เฉลยว่าคนกลุ่มนี้ใช้กล้ามเนื้อขาวในการวิ่งทำให้เกิดอาการล้าและเจ็บได้ง่าย จึงทำให้เกลียดการวิ่งและการออกกำลังกายทุกชนิด เพราะกล้ามเนื้อสีขาวนี้มีความทนทานน้อย ท่านจึงแนะนำให้คนกลุ่มนี้จ๊อกกิ้งแบบช้าถึงช้าที่สุดเพื่อเปลี่ยนจากการใช้กล้ามเนื้อสีขาวเป็นการใช้กล้ามเนื้อสีแดงแทน ซึ่งที่ซากุระเห็นกับตัวเอง (แถวที่ซากุระอยู่เป็นย่านคนชอบออกกำลังกาย เพราะอยู่ติดทะเลและภูเขา สภาพอากาศดีมากๆ) บางคนก็ช้าชนิดที่เรียกว่าปลายเท้าแทบไม่ห่างจากพื้นและขยับไปได้ทีละนิ้วสองนิ้วก็มี โดยเขาแนะนำว่าให้ดูสภาพของตัวเองค่ะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลายวันก่อนซากุระได้มีโอกาสดูรายการทีวีเชิงวิชาการของญี่ปุ่น วันนั้นเป็นรายการสำหรับคนชอบและไม่ชอบวิ่ง ซึ่งน่าสนใจมากๆ จึงคิดว่าน่าจะเอามาเล่าแบ่งปันความรู้กัน แต่ภาษาญี่ปุ่นของซากุระก็ไม่ได้เก่งมากขนาดที่จะจดจำและเข้าใจศัพท์ทุกคำที่เขาใช้ เพราะบางครั้งก็เป็นศัพท์ทางการแพทย์ หากขาดตกบกพร่องประการใด ก็ขอเชิญนักวิชาการทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทางการวิ่งคอมเมนต์ได้เต็มที่ค่ะ</p>
<p style="font-weight: normal;"><strong>คนญี่ปุ่นวิ่งกันตัวปลิวเหมือนลมพัด</strong> วิ่งเหมือนร่างกายไร้น้ำหนัก การจัดแข่งมาราธอนของที่นี่มีเป็นประจำทุกปี ส่วนใหญ่ไปวิ่งเพื่อพิสูจน์สปิริตและกำลังใจของตัวเอง ไม่ได้ไปวิ่งเพื่อเอาโล่รางวัล การซ้อมของคนที่นี่ก็จะมีทั้งแบบซ้อมเดี่ยวและซ้อมเป็นทีม ใครว่างตอนไหนก็ออกไปวิ่งกันได้เลย ถ้าเทียบกับบ้านเรา อากาศที่นี่เย็นกว่า เส้นทางวิ่งก็สะดวกสบายไม่ร้อน ถ้าวิ่งบนฟุตบาทก็เป็นฟุตบาทจริงๆ ไม่ใช่ซุ่มๆ เดาเอาว่านี่คือฟุตบาทเหมือนในเมืองไทยที่วิ่งๆ ไปต้องคอยเหลียวหลังดูว่ารถจะมาเสียบก้นเปล่า ซึ่งเพื่อนของซากุระที่เขาชอบวิ่งเคยโดนมาแล้ว<span id="more-14"></span></p>
<p><strong>ทำไมคนญี่ปุ่นชอบวิ่ง</strong> จากที่ดูการให้สัมภาษณ์ทีมคนชอบวิ่งทีมหนึ่ง ส่วนใหญ่คนในทีมเคยมีปัญหาสุขภาพมาก่อนเกือบทุกคน เช่น เป็นโรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง อ้วน หุ่นไม่สวย เหนื่อยง่าย เดินขากะเพลก ฯลฯ พอมาวิ่งแล้วก็ทำให้สุขภาพดีขึ้นจนในปัจจุบันแข็งแรงกว่าคนปรกติโดยทั่วไป ซึ่งในกลุ่มเหล่านี้ก็มีทั้งวัยรุ่นเอ๊าะๆ และรุ่นแง้มฝาโลง บางคู่ก็มาวิ่งกันทั้งสามีและภรรยาโดยบอกว่า หลังจากมาวิ่งด้วยกันแล้วทำให้รักกันมากขึ้น ทะเลาะกันน้อยลง เพราะต่างคนต่างอารมณ์ดี มีกิจกรรมทำร่วมกัน</p>
<p>อีกตอนหนึ่งของรายการเป็นการทดลองกับคนไม่ชอบวิ่ง ซึ่งคนกลุ่มนี้<strong>เกลียดการออกกำลังกายทุกชนิด</strong> เกลียดตั้งแต่เด็กจนแก่ก็ยังไม่เลิกเกลียด ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งให้ผู้เข้าร่วมทดลองวิ่งรอบสนามตามสบาย เอาอย่างที่ชอบ แล้วจับมาวัดด้วยเครื่องมือ ซึ่งตอนนี้ซากุระฟังไม่ทันว่าเครื่องมืออะไร ปรากฎว่าผู้เข้าร่วมทดลองทุกคนมีค่าเกินกว่าสองมาก ศาสตราจารย์ท่านนี้เฉลยว่าคนกลุ่มนี้ใช้กล้ามเนื้อขาวในการวิ่งทำให้เกิดอาการล้าและเจ็บได้ง่าย จึงทำให้เกลียดการวิ่งและการออกกำลังกายทุกชนิด เพราะกล้ามเนื้อสีขาวนี้มีความทนทานน้อย ท่านจึงแนะนำให้คนกลุ่มนี้จ๊อกกิ้งแบบช้าถึงช้าที่สุดเพื่อเปลี่ยนจากการใช้กล้ามเนื้อสีขาวเป็นการใช้กล้ามเนื้อสีแดงแทน ซึ่งที่ซากุระเห็นกับตัวเอง (แถวที่ซากุระอยู่เป็นย่านคนชอบออกกำลังกาย เพราะอยู่ติดทะเลและภูเขา สภาพอากาศดีมากๆ) บางคนก็ช้าชนิดที่เรียกว่าปลายเท้าแทบไม่ห่างจากพื้นและขยับไปได้ทีละนิ้วสองนิ้วก็มี โดยเขาแนะนำว่าให้ดูสภาพของตัวเองค่ะ ให้เทียบกับสภาพกล้ามเนื้อว่าตอนวิ่งนั้นเรารู้สึกหนักล้าไหม ให้ปรับให้พอดีกับตัว ซึ่งบางคนอาจจะไวหรือช้าไม่เท่ากัน คนที่ทำถูกต้องจะวัดได้ค่าน้อยกว่าสอง </p>
<p>หลังจากสามเดือนผ่านไป กลุ่มคนเกลียดการออกกำลังกายทั้งหมด (ซึ่งอายุมากกว่าห้าสิบปี) <strong>สามารถร่วมแข่งมินิมาราธอนระยะทาง สิบ กิโลเมตรได้อย่างสบายๆ </strong>โดยไม่แสดงท่าทางอิดโรยเลย ขอสารภาพเลยว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยร่วมแข่งสิบกิโลกับเขาเลย เบรกไว้ที่แค่ห้ากิโลเมตรเท่านั้น ฮ่าๆๆๆ อายคนแก่จัง</p>
<p>ยังมีรายงานต่อไปอีกว่า<strong>สโลว์จ๊อกกิ้งเหมาะสำหรับผู้สูงวัยมากกว่าการเดิน</strong> เพราะสโลว์จ๊อกกิ้งทำให้สมองส่วนหน้ามีการขยายตัว ส่วนการเดินเป็นการใช้สมองส่วนหลัง ดังนั้นสโลว์จ๊อกกิ้งจึงทำให้ผู้สูงอายุสามารถจะจำเรื่องราวต่างๆ ได้ดี รับรสได้ดี เรียนรู้ได้ดี มีบุคลิกภาพและอารมณ์ดี มีสายตาดี สามารถพูดได้ปรกติ มีระบบการควบคุมสมดุลสสารภายในร่างกายดี ในขณะที่การเดินช่วยให้มีการทรงตัวดี (ดูข้อมูลเพิ่มเติม <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87</a>)</p>
<p>เมื่อทราบข้อดีของการจ๊อกกิ้งแบบช้าถึงช้าที่สุดแบบนี้แล้ว ลองปรับจากการเดินเป็นการจ๊อกกิ้งแบบนี้ดูนะคะ ซึ่งซากุระลองทำดูแล้ว พบว่าการจ๊อกกิ้งแบบนี้ทำให้ขาผ่อนคลายและเหนื่อยช้ากว่าการเดิน แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สองข้างทางได้มากกว่าการเดินด้วยค่ะ ลองทำดูนะคะ ได้ผลยังไงเอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sakura/2009/06/20/%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วัดใหม่ในอิบาราขิ</title>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2009/06/03/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sakura/2009/06/03/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Jun 2009 00:59:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sakura</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Perfection time]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sakura/?p=13</guid>
		<description><![CDATA[
เพิ่งรู้ว่าซากุระห่างหายจากวงการลานปัญญาเฮฮาศาสตร์ไปนานแค่ไหน ก็ตอนกลับมาเปิดลานของตัวเองดูแล้วพบว่า บันทึกสุดท้ายที่เขียนก็คือเรื่อง กฐินแดนซากุระ ซึ่งก็ผ่านมานานกว่าครึ่งปีแล้ว วันนี้ก็เลยถือโอกาสมารายงานความคืบหน้าว่า หลังจากตอนกฐินปีที่แล้ว ที่มีสาธุชนมากันอย่างเนืองแน่นจนล้นวัด จึงเกิดแรงบันดาลใจให้พวกเราชาวอาทิตย์อุทัยในจังหวัดอิบาราขิและใกล้เคียง พร้อมใจกันระดมทุนซื้อที่ดินและซื้ออาคารวัดใหม่
การดำเนินงานเริ่มจากการที่ต้องประเมินกำลังทรัพย์ของพวกเรา การติดต่อกับตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และเป็นที่โชคดีว่า โอโต้ซัง (แปลว่าคุณพ่อ) เจ้าของอาคารที่เราเช่าเป็นวัดอยู่ในปัจจุบันนี้ เห็นความตั้งใจจริงของพวกเรา จึงช่วยเราหาอาคารและหาที่ อ๊ะๆๆ อย่าเพิ่งนึกว่าโอโต้ซังจะเข้าใจและมีศรัทธาแรงกล้าในพระพุทธศาสนานะคะ หาเป็นเช่นนั้นไม่ค่ะ โอโต้ซังจะมาวัดเฉพาะตอนเราโทรเรียกให้มา โดยอ้างว่ามีธุระจะรบกวนเท่านั้น นอกนั้นไม่มาแน่นอนค่ะ เพราะโอโต้ซังห่วงนกพิราบที่เลี้ยงไว้ กลัวว่ามันจะคิดถึงถ้าแกออกจากบ้านไปนานๆ แต่ซากุระก็อัศจรรย์ใจเหลือเกินว่า ถ้าบอกเรื่องสร้างวัดแล้วละก็โอโต้ซังจะกุลีกุจอทุ่มเต็มกำลัง ชนิดที่เอ่ยปากกับซากุระเองเลยว่า &#8220;ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าสร้างวัดอิบาราขิไม่เสร็จ โอโต้ซังจะยังไม่ยอมตาย&#8221; สุดยอดโอโต้ซังเลย เอ แล้วชาวพุทธแท้ๆ ล่ะค่ะ จะรอให้คนอื่นหามเข้าหรือว่าจะเดินทางไปเองในขณะที่ยังมีลมหายใจเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ดำรงพระธรรมคำสอนไว้ให้ลูกหลานไทยได้ศึกษาและนำมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตกันดี
ค่ะ หลังจากที่พวกเราลุ้นแล้วลุ้นอีกเพื่อเสาะหาสถานที่ที่เหมาะสมหลายเดือน เราก็ได้สถานที่สร้างวัดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นปาจิงโกะเก่าค่ะ (ภาพบนและภาพล่างซ้าย) สร้างโดยนักลงทุนชาวเกาหลี แต่ทำได้ไม่กี่ปีก็เจ๊ง เราก็เลยไปซื้อต่อมา ไม่ใช่ว่าเรารวยนะคะ ก็ต้องไปผ่อนกับทางธนาคารอีกทีนึง ก็ค่อยๆ ผ่อนกันไปค่ะ เมื่อเซ็นสัญญาเรียบร้อยพวกเราก็ระดมทีมไปรื้อโต๊ะรื้อตู้ออก เพื่อให้อาคารโล่งโปร่งเหมาะสมกับการปฏิบัติธรรมและปฏิบัติกิจทางพุทธศาสนา (ภาพล่างขวา) เสียดายอยู่นิดว่า ซากุระแอบหนีไปเที่ยวเลยไม่ได้ไปช่วยเขารื้อภายในเลย แต่ซากุระก็ทำหน้าที่ช่วยหาทรัพย์และและหาเสียงอย่างเต็มที่นะคะ ก็เอาบุญมาฝากชาวลานปัญญาทุกคนค่ะ
ปล. ใครมีจิตศรัทธาอยากมีส่วนในการสร้างวัดกับพวกเราชาวอิบาราขิก็ติดต่อมาได้นะคะ ยังต้องผ่อนกันไปอีกหลายปีค่ะ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/sakura/files/2009/06/ibaraki3.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-12" title="ibaraki3" src="http://lanpanya.com/sakura/files/2009/06/ibaraki3.jpg" alt="ด้วยแรงศรัทธาวัดใหม่ของเราก็เป็นรูปเป็นร่างแล้วล่ะค่ะ" width="500" height="279" /></a><a href="http://lanpanya.com/sakura/files/2009/06/ibaraki3.jpg"></a></p>
<p>เพิ่งรู้ว่าซากุระห่างหายจากวงการลานปัญญาเฮฮาศาสตร์ไปนานแค่ไหน ก็ตอนกลับมาเปิดลานของตัวเองดูแล้วพบว่า บันทึกสุดท้ายที่เขียนก็คือเรื่อง กฐินแดนซากุระ ซึ่งก็ผ่านมานานกว่าครึ่งปีแล้ว วันนี้ก็เลยถือโอกาสมารายงานความคืบหน้าว่า หลังจากตอนกฐินปีที่แล้ว ที่มีสาธุชนมากันอย่างเนืองแน่นจนล้นวัด จึงเกิดแรงบันดาลใจให้พวกเราชาวอาทิตย์อุทัยในจังหวัดอิบาราขิและใกล้เคียง พร้อมใจกันระดมทุนซื้อที่ดินและซื้ออาคารวัดใหม่<span id="more-13"></span></p>
<p>การดำเนินงานเริ่มจากการที่ต้องประเมินกำลังทรัพย์ของพวกเรา การติดต่อกับตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และเป็นที่โชคดีว่า โอโต้ซัง (แปลว่าคุณพ่อ) เจ้าของอาคารที่เราเช่าเป็นวัดอยู่ในปัจจุบันนี้ เห็นความตั้งใจจริงของพวกเรา จึงช่วยเราหาอาคารและหาที่ อ๊ะๆๆ อย่าเพิ่งนึกว่าโอโต้ซังจะเข้าใจและมีศรัทธาแรงกล้าในพระพุทธศาสนานะคะ หาเป็นเช่นนั้นไม่ค่ะ โอโต้ซังจะมาวัดเฉพาะตอนเราโทรเรียกให้มา โดยอ้างว่ามีธุระจะรบกวนเท่านั้น นอกนั้นไม่มาแน่นอนค่ะ เพราะโอโต้ซังห่วงนกพิราบที่เลี้ยงไว้ กลัวว่ามันจะคิดถึงถ้าแกออกจากบ้านไปนานๆ แต่ซากุระก็อัศจรรย์ใจเหลือเกินว่า ถ้าบอกเรื่องสร้างวัดแล้วละก็โอโต้ซังจะกุลีกุจอทุ่มเต็มกำลัง ชนิดที่เอ่ยปากกับซากุระเองเลยว่า &#8220;ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าสร้างวัดอิบาราขิไม่เสร็จ โอโต้ซังจะยังไม่ยอมตาย&#8221; สุดยอดโอโต้ซังเลย เอ แล้วชาวพุทธแท้ๆ ล่ะค่ะ จะรอให้คนอื่นหามเข้าหรือว่าจะเดินทางไปเองในขณะที่ยังมีลมหายใจเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ดำรงพระธรรมคำสอนไว้ให้ลูกหลานไทยได้ศึกษาและนำมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตกันดี</p>
<p>ค่ะ หลังจากที่พวกเราลุ้นแล้วลุ้นอีกเพื่อเสาะหาสถานที่ที่เหมาะสมหลายเดือน เราก็ได้สถานที่สร้างวัดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นปาจิงโกะเก่าค่ะ (ภาพบนและภาพล่างซ้าย) สร้างโดยนักลงทุนชาวเกาหลี แต่ทำได้ไม่กี่ปีก็เจ๊ง เราก็เลยไปซื้อต่อมา ไม่ใช่ว่าเรารวยนะคะ ก็ต้องไปผ่อนกับทางธนาคารอีกทีนึง ก็ค่อยๆ ผ่อนกันไปค่ะ เมื่อเซ็นสัญญาเรียบร้อยพวกเราก็ระดมทีมไปรื้อโต๊ะรื้อตู้ออก เพื่อให้อาคารโล่งโปร่งเหมาะสมกับการปฏิบัติธรรมและปฏิบัติกิจทางพุทธศาสนา (ภาพล่างขวา) เสียดายอยู่นิดว่า ซากุระแอบหนีไปเที่ยวเลยไม่ได้ไปช่วยเขารื้อภายในเลย แต่ซากุระก็ทำหน้าที่ช่วยหาทรัพย์และและหาเสียงอย่างเต็มที่นะคะ ก็เอาบุญมาฝากชาวลานปัญญาทุกคนค่ะ</p>
<p>ปล. ใครมีจิตศรัทธาอยากมีส่วนในการสร้างวัดกับพวกเราชาวอิบาราขิก็ติดต่อมาได้นะคะ ยังต้องผ่อนกันไปอีกหลายปีค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sakura/2009/06/03/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>กฐินแดนซากุระ</title>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2008/12/02/%e0%b8%81%e0%b8%90%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sakura/2008/12/02/%e0%b8%81%e0%b8%90%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2008 09:52:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sakura</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Perfection time]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sakura/?p=10</guid>
		<description><![CDATA[

ต้องขออภัยที่ห่างหายไปนานค่ะ เนื่องจากภารกิจล้นพ้นตัว บวกกับปัญหาสุขภาพตามประสาคนผอมบางร่างน้อยในสภาวะอากาศที่หนาวเย็นค่ะ แต่ตอนนี้แข็งแรงดีแล้วหลังจากโด๊ปเวย์โปรตีนไปเพิ่มกรดอะมิโนและพลังงานให้กับร่างกายไปตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ก็เลยมีแรงมาโพสต์ต่อตามที่เจ้าคุณพ่อจอมป่วนเรียกร้องและรอคอยค่ะ
ก็เพิ่งผ่านไปหมาดๆ (อิอิ แค่เกือบจะ 1 เดือน) กับกฐินวัดภาวนาอิบาราขิ วัดที่ซากุระ ไปช่วยงานอยู่ประจำ แม้จะไกลแสนไกลก็ตาม เหตุผลที่เลือกไปที่นี่เพราะ เป็นวัดเล็กๆ เปิดได้ไม่นาน ไม่มีคนไปช่วย พี่ๆ ที่มาวัดก็ใจดี มีอาหารอร่อยๆ ที่ซากุระชอบมาฝากเสมอ และทุกคนก็น่ารัก เป็นกันเอง ปัจจัยน้อย แต่หัวใจเกินร้อยขอรับ ถ้าในบรรดาวัดในญี่ปุ่นนี่ วัดอิบาราขิได้ชื่อว่า &#8220;วัดบ้านนอก..ที่สุด&#8221; เราก็เลยอยู่กันอย่างบ้านนอกๆ ค่ะ
ถ้าสงสัยว่าบ้านนอกยังไง ต้องแวะมาดูคะ เราจะมีทั้งปลาร้าสับ ปลาร้าหลน น้ำพริกกะปิ ผัดผักบุ้งไฟแดง ฯลฯ อาหารทุกอย่างที่หาทานได้เกือบจะเฉพาะในเขตชนบทของไทย จะหาทานได้ที่นี่ อิอิ วัดของเราก็ล้อมรอบด้วย ป่าหอม ไร่ถั่ว และไร่ผักกาด เลยไปหน่อยก็เป็นนาข้าว อิอิ บ้านนอกหรือยังคะ ด้านหน้าวัดก็จะปลูกมะระ ฟักทอง ผักบุ้ง พริก มะเขือเทศ ฯลฯ ที่แม่ครัวบ้านนอกและใจดีปลูกไว้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/sakura/files/2008/12/ibaraki-kathina08-2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-9" title="ibaraki-kathina08-2" src="http://lanpanya.com/sakura/files/2008/12/ibaraki-kathina08-2-300x201.jpg" alt="" width="300" height="201" /></a></p>
<p style="text-align: left;">
ต้องขออภัยที่ห่างหายไปนานค่ะ เนื่องจากภารกิจล้นพ้นตัว บวกกับปัญหาสุขภาพตามประสาคนผอมบางร่างน้อยในสภาวะอากาศที่หนาวเย็นค่ะ แต่ตอนนี้แข็งแรงดีแล้วหลังจากโด๊ปเวย์โปรตีนไปเพิ่มกรดอะมิโนและพลังงานให้กับร่างกายไปตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ก็เลยมีแรงมาโพสต์ต่อตามที่เจ้าคุณพ่อจอมป่วนเรียกร้องและรอคอยค่ะ</p>
<p>ก็เพิ่งผ่านไปหมาดๆ (อิอิ แค่เกือบจะ 1 เดือน) กับกฐินวัดภาวนาอิบาราขิ วัดที่ซากุระ ไปช่วยงานอยู่ประจำ แม้จะไกลแสนไกลก็ตาม เหตุผลที่เลือกไปที่นี่เพราะ เป็นวัดเล็กๆ เปิดได้ไม่นาน ไม่มีคนไปช่วย พี่ๆ ที่มาวัดก็ใจดี มีอาหารอร่อยๆ ที่ซากุระชอบมาฝากเสมอ และทุกคนก็น่ารัก เป็นกันเอง ปัจจัยน้อย แต่หัวใจเกินร้อยขอรับ ถ้าในบรรดาวัดในญี่ปุ่นนี่ วัดอิบาราขิได้ชื่อว่า &#8220;วัดบ้านนอก..ที่สุด&#8221; เราก็เลยอยู่กันอย่างบ้านนอกๆ ค่ะ<span id="more-10"></span></p>
<p>ถ้าสงสัยว่าบ้านนอกยังไง ต้องแวะมาดูคะ เราจะมีทั้งปลาร้าสับ ปลาร้าหลน น้ำพริกกะปิ ผัดผักบุ้งไฟแดง ฯลฯ อาหารทุกอย่างที่หาทานได้เกือบจะเฉพาะในเขตชนบทของไทย จะหาทานได้ที่นี่ อิอิ วัดของเราก็ล้อมรอบด้วย ป่าหอม ไร่ถั่ว และไร่ผักกาด เลยไปหน่อยก็เป็นนาข้าว อิอิ บ้านนอกหรือยังคะ ด้านหน้าวัดก็จะปลูกมะระ ฟักทอง ผักบุ้ง พริก มะเขือเทศ ฯลฯ ที่แม่ครัวบ้านนอกและใจดีปลูกไว้ เพื่อเป็นการประหยัดค่ากับข้าว เท่านั้นยังไม่พอ ซากุระยังนำทีมพี่ๆ ไปเก็บผักแถวริมตลิ่ง และริมป่ามาทานกันอีกด้วย แรกๆ พี่ๆ ก็โวยวายกันใหญ่ว่าเราทำอะไร &#8220;บ้านน๊อก บ้านนอก&#8221; แต่อย่างที่บอกว่า พอมีผู้นำก็มีกระแส หลังจากนั้นก็เก็บกันเป็นปรกติ และต่อๆ มาก็ไม่ต้องไปเก็บเพราะมีคนเก็บมาให้เลย อิอิ</p>
<p>อาหารโปรดของท่านเจ้าอาวาสก็ปีกไก่ทอด ขอบอกว่าปีกจริงๆ ปลายปีกที่แทบจะไม่มีเนื้ออยู่เลย คุณหมอเห็นคงกลัวพวกเราจะเป็นโรคเก๊ากันหมด เพราะแรกเริ่มเดิมที โรงงานแถวนี้เขาให้มา ก็ไม่มีคนอยากได้ แต่ซากุระเห็นแล้วโดดใส่เลย บอกให้แม่ครัวที่แสนรัก เอาไปหมักกระเทียม พริกไทย แล้วทอดให้กรอบ ซากุระซัดคนเดียวหมดจาน ต่อมาเมนูนี้ก็ได้ขึ้นโต๊ะเจ้าอาวาสด้วย แล้วก็มีการพัฒนาสูตรไปอีกหลายสูตร โดยหลายแม่ครัว และกลายเป็นอาหารแนะนำของวัดเราไปเลย อิอิ เห็นไหมคะ บ้านนอกแค่ไหน ของเหลือทิ้งจากโรงงานยังเอามาปรุงเป็นอาหารหรูขึ้นโต๊ะได้เลย</p>
<p>กลับมาที่เรื่องกฐิน แม้ว่าคนไทยแถวๆ นี้จะค่อนข้างทำงานกันหนัก แต่คนส่วนหนึ่งก็รักในการทำบุญ ทุกๆ เดือนเราจะมารวมตัวกันที่วัด แต่วันทอดกฐินจะเป็นวันพิเศษที่ทุกคนจะสละเวลากันมา และชวนเพื่อนๆ ที่รักมาด้วย ทางวัด (จริงๆ แล้วก็พวกเรากันเองนี่แหละค่ะ) ก็จะมีการออกร้าน ซึ่งเจ้าภาพก็เจ้าของร้านอาหารต่างๆ และพ่อบ้าน แม่บ้าน ที่รักการทำอาหาร ก็มาเปิดร้านกัน ปีนี้ก็มีสิบกว่าร้าน ทานฟรี ดื่มฟรี ตลอดงาน แต่ขอบอกว่าไม่มีเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นะคะ ถ้าแถวบ้านนอกเราเขาจะเรียกว่า เอาข้าวหม้อแกงหม้อมาเลี้ยงแขกกัน บรรยากาศการทานก็ไม่ต้องห่วงค่ะ ทานกันอย่างพี่น้อง มีอะไรก็ไปหามาตั้งวงกันก็มี เดินชิมร้านนั้นออกร้านนี้ก็มี บ่ต้องเกรงใจกัน ทานให้เต็มที่กันไปเล้ยยยย อ้าว กลับมาเรื่องกินอีกแล้ว ไหงเป็นงี้หว่า</p>
<p>วันทอดกฐินของวัดภาวนาอิบาราขิตรงกับวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 9 ค่ะ อากาศก็ครึ้มๆ มีฝนปรอยมานิดๆ ช่วงทานข้าวกลางวัน แต่ก็ไม่ตกจริงจัง แต่อากาศหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ เสียดายน่าจะมีหิมะตก จะได้สวยไปอีกแบบ ไม่หนาวฟรี งานก็เริ่มตั้งแต่ลงทะเบียนเวลา 9 นาฬิกา ตักบาตรเวลา 10 นาฬิกา สวดมนต์ทำวัตรเช้าเวลา 11.15 นาฬิกา นั่งสมาธิประมาณ 30 นาที พระอาจารย์แจ้งกำหนดการกฐินแล้วก็เป็นอันเสร็จพิธีภาคเช้า ส่วนการทอดกฐินจริงๆ จะเริ่มภาคบ่ายหลังจากทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว</p>
<p>วันงานคนมากันประมาณ 300 คนค่ะ มีทั้งไทย ญี่ปุ่น ศรีลังกา และนิวซีแลนด์ มีทั้งที่อยู่แถบนี้ และที่มาจากจังหวัดไกลออกไป แต่วัดเราเป็นวัดเล็กๆ จุคนได้แค่ 70 คน (ผู้ชำนาญการว่างั้น) แต่ไม่เป็นไร ซากุระซะอย่าง บอกน้องๆ ให้ช่วยกันจัดพื้นที่ให้รับคนให้ได้ 200 คน จะทำยังไงล่ะหว่า น้องๆ ส่ายหน้า มันจะได้หรือพี่ ห้องเราเล็กนิดเดียว น้องๆ ลังเล เพราะกลัวคนมาร่วมงานจะนั่งไม่สบาย โอ้ มันไม่มีทางเลือกแล้วน้องรัก เพราะพอถึงเวลานั่งซ้อนกันก็ยังดีกว่าได้ไปยืนรอนอกวัด นั่นคือสิ่งที่เราคุยกันก่อนวันงานหนึ่งคืน แต่พอถึงวันงานจริงๆ คนมากันแต่เช้า เราก็เตรียมอาหารเช้ารออยู่แล้ว ด้วยฝีมือเจ๊หว่อง และน้องๆ มาทอดปาท่องโก๋ กะปั้นข้าวปั้นกันแต่ไก่ยังไม่โห่ (จุ๊ๆ ส่วนซากุระ อายุเยอะแล้ว ขอแอบงีบต่อสักหน่อย) เวลา 9 โมงเช้า คนมานั่งกันเต็มพื้นที่แล้ว ตายละหว่า ยังจัดที่นั่งไม่เสร็จเลย คนมาล้นแล้ว เราต้องเชิญพี่ๆ ออกไปตักบาตรในลานตักบาตรที่จัดไว้ข้างนอกก่อน ส่วนในอาคารจะได้จัดที่นั่งได้ ไม่ว่าจะย้ายสมาชิกไปที่ไหน ก็ล้นเต็มไปหมดเลย น่าปลื้มใจจริงๆ หนาวแค่ไหน ก็ไม่มีถอย ทุกคนพร้อมใจกันมาร่วมพิธีทอดกฐินกันอย่างเบิกบาน ไม่มีทะเลาะกันเลย โดนย้ายที่กี่ทีๆ ก็ไม่มีบ่นเพราะมันเต็มจริงๆ (อีกอย่างคนย้ายก็น่ารักด้วยแหละ อิอิ) พี่ๆ ที่มาวัดประจำก็น่ารักมาก เสียสละให้คนไม่ค่อยได้มาวัดเข้าไปอยู่ใกล้ๆ พระ ตัวเองเสียสละ เก็บข้าวเก็บของอยู่ด้านนอก เพราะเข้าไปในอาคารของวัดไม่ได้ นั่งแล้วห้ามลุก ลุกแล้วหมดสิทธิ์กลับเข้าที่เดิม เพราะคนข้างๆ ก็จะไหลเข้ามาอีกเรื่อยๆ ร่วมบุญกันอย่างอบอุ่นมากค่ะ ทุกคนยิ้มแย้มเบิกบาน รับของที่ระลึกติดไม้ติดมือกันกลับบ้านอย่างมีความสุข</p>
<p>ส่วนซากุระหรือคะ ปลื้มแล้วปลื้มอีก แต่ตอนทำงานจริงๆ นั้น แทบจะเป็นลมไปหลายรอบ เพราะคนเยอะมากจริงๆ อ้อ ลืมบอกไปซากุระรับผิดชอบดูแลเรื่องพิธีกรรมตลอดงาน คือพยายามให้พิธีกรรมต่างๆ ดูดี ราบรื่น ปลื้มกันทั้งคนจัดและคนร่วมงาน ก็เลยจะหนักหน่อยในวันงาน ส่วนน้องๆ ก็จะเตรียมงานกันหนักก่อนวันงาน พอวันงานก็สบายเพราะไม่ต้องทำอะไรมาก<br />
งานที่หนักที่สุดของซากุระคือดูแลคน ดูแลประธานและประธานรอง โดยเฉพาะกลุ่มของประธานรองที่ไม่ได้แจ้งรายชื่อมาแต่ต้น แต่มาแจ้งเพิ่มภายหลังซึ่งก็งอกเงยๆ จนซากุระจัดขบวนแห่ผ้าไตรกฐินแทบจะไม่เสร็จเพราะมีทยอยเข้ามาแจ้งเรื่อยๆ พื้นที่ๆ จัดไว้สำหรับกลุ่มประธานรองก็ไม่พอ แม้จะจัดเผื่อแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่เป็นไร ทุกคนรับได้ ไม่ได้นั่งดีก็ไม่ว่าขอให้ได้เป็นประธานรองและได้ร่วมในพื้นที่เป็นพอ น่ารักกันจริงๆ ค่ะ บางคนมาแจ้งตอนซากุระสรุปชื่อแล้ว ส่งชื่อให้น้องพิธีกรไปเรียบร้อย ก็มี ไม่เรียกชื่อไม่เป็นไร ให้พี่ได้ถวายเถอะ<br />
ถ้าเป็นที่วัดอื่นชุดประธานและประธานรองนี่เขาก็จะได้นั่งที่นั่งพิเศษ ไม่เบียดกับใคร แต่นี่เราไม่มีพื้นที่เหลือเลย พยายามกันไว้ให้แล้ว แต่มันล้นจริงๆ ทั้งประธานและประธานรองก็ต้องนั่งเบียดเสียดแทบจะซ้อนกันเลยค่ะ เรียกว่าขอให้มีพื้นที่ให้แทรกได้ก็พอใจแล้วค่ะ เห็นแล้วปลื้มจริงๆ และซากุระรู้สึกว่าโชคดีที่เลือกมาอยู่วัดบ้านนอก เพราะคนบ้านนอกก็แบบนี้แหละค่า &#8220;น่ารัก&#8221;.</p>
<p>เสร็จพิธีทอดกฐินเราก็ทำพิธีถวายสลากภัตแก่พระภิกษุทั่วทั้งเกาะญี่ปุ่น โอ้ ได้เฮกันสนั่นอีกแล้ว เพราะลุ้นกันสุดขีดว่าประธานกองสลากภัตแต่ละกองนั้นจะได้นำปัจจัยที่ตัวเองสะสมมาด้วยความลำบากนั้นไปถวายแก่พระรูปใด ซึ่งมีอยู่กระจายทั่วเกาะ ทั้งในอิบาราขิ โตชิหงิ นากาโน่ โตเกียว ไซตามะ คานากาว่า และโอซาก้า เห็นไหมคะว่าวัดบ้านนอกนี่ ใจกว้าง ขยายไปทั้งเกาะเลย ถึงตัวเล็กก็ใจใหญ่ค่ะ</p>
<p>เสร็จจากกิจกรรมงานบุญแล้วก็มาถึงคิวของคนมาร่วมงานละ ทุกคนที่มาร่วมงานจะได้รับของที่ระลึกกลับบ้านกันทุกคน แม้จะไม่ถวายสักกะเยนเดียวก็ตาม (1 เยน เท่ากับ 34 สตางค์) เท่านั้นยังไม่พอ ยังให้โอกาสทุกคนได้ลุ้นโชคด้วย เพราะเจ้าอาวาสจะจับสลากมอบของขวัญพิเศษให้กับคนที่มาร่วมงานด้วย ซึ่งก็มีประมาณ 20 ชิ้น ก็ลุ้นกันสนุกสนาน ส่วนซากุระ ไม่ได้กะเขาเลย ว๊า บุญยังน้อยแฮะ ต้องขยันทำบุญสลากภัตกะเค้าบ้างแล้ว เขาว่ากันว่าคนที่อยากถูกหวยนี่ ต้องขยันทำบุญสลากภัตบ่อยๆ จะได้มีลาภลอยเสมอๆ อิอิ</p>
<p>เสร็จภารกิจทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน กว่าจะลากันเสร็จก็ปาไปเกือบหกโมงเย็น เพราะบางทีมมาจากที่ไกลๆ นานๆ ได้เจอกันที ก็ลากันนานหน่อยค่ะ น้องๆ ที่มาช่วยงานก็เก็บงานกันต่อไป ส่วนซากุระก็ต้องรีบกลับบ้านแล้ว เพราะวันจันทร์ต้องทำงานต่อ กลับมาก็ป่วยงอมแงมเลย เลยต้องมานั่งเขียนบันทึกอยู่นี่หละค่ะ เพราะทำงานบ่ไหว</p>
<p>ปล บันทึกนี้เขียนไว้นานแล้วแต่รอภาพประกอบค่ะ เลยเอามาโพสต์ช้าไปนิดค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sakura/2008/12/02/%e0%b8%81%e0%b8%90%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Olympic</title>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/26/olympic/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/26/olympic/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Aug 2008 02:28:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sakura</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Sports]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sakura/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ ตลอดเวลาเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ซากุระก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของโอลิมปิกเกมส์ เรียกว่าเกาะติดหน้าจอกันเลยทีเดียวค่ะ ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยมีการถ่ายทอดทั้งสดและไม่สดเกือบ 24 ชั่วโมงเหมือนที่ญี่ปุ่นไม๊นะคะ แต่ที่นี่มีเกือบตลอดค่ะ เป็นกระแสที่มาแรงและประชาชนของเขาให้ความสำคัญมากๆ ค่ะ
ซากุระเองก็ทึ่งมากกับภาพบนจอที่เราจะสัมผัสได้ถึง ความฝัน ความเจ็บปวด ความเสียใจ ความชื่นชม ความยินดี น้ำตาที่ไหลก็มีคละเคล้ากันไป ทั้งน้ำตาแห่งความปิติ และน้ำตาแห่งความเสียใจ สี่ปีที่รอคอย เชื่อได้ว่านักกีฬาทุกคนทุ่มเทกันเต็มที่เพื่อที่จะฝึกฝนตนเองให้เป็นหนึ่งในยุทธจักร แต่แม้ว่าจะแพ้หรือชนะก็มีมิตรภาพให้เห็น แม้จะต่างชาติ ต่างเผ่าพันธุ์แต่ทุกคนก็เป็นมิตรกันได้ แม้สีผิวจะต่างกัน เราก็วิ่งบนความฝันเดียวกันได้

ญี่ปุ่นก็กวาดเหรียญไปเยอะมากทีเดียวค่ะ แม้จะไม่ที่หนึ่งแต่ก็ประทับใจกองเชียร์ทุกรายการค่ะ มีหลายๆ อย่างที่ซากุระไม่รู้ว่าที่เมืองไทยมีหรือเปล่าคือ การกระตุ้นให้เด็กมีความใฝ่ฝันแต่เด็ก นักกีฬาว่ายน้ำเจ้าของสถิติโอลิมปิกสองสมัยเคยเขียนเรียงความสมัยมัธยมต้นส่งอาจารย์ &#8220;ผมจะเป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก&#8221; เจ้าตัวลืมไปแล้ว แต่ความฝันก็คือความฝัน เขาพยายามฝึกฝนตนเองจนเป็นเจ้าเหรียญทองและเรียงความที่เขาเคยเขียนก็ถูกนำมาบอกเล่า นักกีฬาว่ายน้ำอีกคน อยู่ในต่างจังหวัด อย่างที่ทราบค่ะว่าที่ญี่ปุ่นเป็นเมืองหนาว สระว่ายน้ำก็ต้องเป็นแบบในร่มมีระบบปรับอากาศ แต่มีที่แห่งหนึ่งที่นักกีฬาเจ้าของเหรียญโอลิมปิกนี้ใช้ฝึกฝนตัวเอง ได้ถูกสร้างขึ้นแบบง่ายๆ ท่ามกลางสวนเกษตร และมันถูกคลุมด้วยพลาสติกเพื่อให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว นักกีฬาว่ายน้ำคนนี้ได้รับฉายาว่า &#8220;ราชาแห่งสระพลาสติก&#8221; น่าประทับใจใช่ไม๊คะ ว่าความจนหรือความขาดแคลนไม่ได้เป็นอุปสรรคแห่งความสำเร็จ ขอแต่เพียงเราตั้งใจจริงและรักในสิ่งที่จะทำจริงๆ
กลับมาดูที่นักกีฬาสาวๆ สวยๆ กันบ้าง นักกีฬาระดับโลกที่ซากุระเห็นไม่ว่าจะเป็นว่ายน้ำ วิ่ง กระโดดไกล กระโดดสูง กระโดดค้ำถ่อหรือแม้แต่มวยปล้ำ และยูโด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะ ตลอดเวลาเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ซากุระก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของโอลิมปิกเกมส์ เรียกว่าเกาะติดหน้าจอกันเลยทีเดียวค่ะ ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยมีการถ่ายทอดทั้งสดและไม่สดเกือบ 24 ชั่วโมงเหมือนที่ญี่ปุ่นไม๊นะคะ แต่ที่นี่มีเกือบตลอดค่ะ เป็นกระแสที่มาแรงและประชาชนของเขาให้ความสำคัญมากๆ ค่ะ</p>
<p>ซากุระเองก็ทึ่งมากกับภาพบนจอที่เราจะสัมผัสได้ถึง ความฝัน ความเจ็บปวด ความเสียใจ ความชื่นชม ความยินดี น้ำตาที่ไหลก็มีคละเคล้ากันไป ทั้งน้ำตาแห่งความปิติ และน้ำตาแห่งความเสียใจ สี่ปีที่รอคอย เชื่อได้ว่านักกีฬาทุกคนทุ่มเทกันเต็มที่เพื่อที่จะฝึกฝนตนเองให้เป็นหนึ่งในยุทธจักร แต่แม้ว่าจะแพ้หรือชนะก็มีมิตรภาพให้เห็น แม้จะต่างชาติ ต่างเผ่าพันธุ์แต่ทุกคนก็เป็นมิตรกันได้ แม้สีผิวจะต่างกัน เราก็วิ่งบนความฝันเดียวกันได้</p>
<p><span id="more-7"></span></p>
<p>ญี่ปุ่นก็กวาดเหรียญไปเยอะมากทีเดียวค่ะ แม้จะไม่ที่หนึ่งแต่ก็ประทับใจกองเชียร์ทุกรายการค่ะ มีหลายๆ อย่างที่ซากุระไม่รู้ว่าที่เมืองไทยมีหรือเปล่าคือ การกระตุ้นให้เด็กมีความใฝ่ฝันแต่เด็ก นักกีฬาว่ายน้ำเจ้าของสถิติโอลิมปิกสองสมัยเคยเขียนเรียงความสมัยมัธยมต้นส่งอาจารย์ &#8220;ผมจะเป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก&#8221; เจ้าตัวลืมไปแล้ว แต่ความฝันก็คือความฝัน เขาพยายามฝึกฝนตนเองจนเป็นเจ้าเหรียญทองและเรียงความที่เขาเคยเขียนก็ถูกนำมาบอกเล่า นักกีฬาว่ายน้ำอีกคน อยู่ในต่างจังหวัด อย่างที่ทราบค่ะว่าที่ญี่ปุ่นเป็นเมืองหนาว สระว่ายน้ำก็ต้องเป็นแบบในร่มมีระบบปรับอากาศ แต่มีที่แห่งหนึ่งที่นักกีฬาเจ้าของเหรียญโอลิมปิกนี้ใช้ฝึกฝนตัวเอง ได้ถูกสร้างขึ้นแบบง่ายๆ ท่ามกลางสวนเกษตร และมันถูกคลุมด้วยพลาสติกเพื่อให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว นักกีฬาว่ายน้ำคนนี้ได้รับฉายาว่า &#8220;ราชาแห่งสระพลาสติก&#8221; น่าประทับใจใช่ไม๊คะ ว่าความจนหรือความขาดแคลนไม่ได้เป็นอุปสรรคแห่งความสำเร็จ ขอแต่เพียงเราตั้งใจจริงและรักในสิ่งที่จะทำจริงๆ</p>
<p>กลับมาดูที่นักกีฬาสาวๆ สวยๆ กันบ้าง นักกีฬาระดับโลกที่ซากุระเห็นไม่ว่าจะเป็นว่ายน้ำ วิ่ง กระโดดไกล กระโดดสูง กระโดดค้ำถ่อหรือแม้แต่มวยปล้ำ และยูโด ส่วนใหญ่จะสวยและสุขภาพดีคะ หลายๆ คนหุ่นดีมากๆ แถมสวยมากๆ อีกต่างหาก เรียกได้ว่าประกวดนางงามได้สบาย เห็นสวยๆ แบบนี้เจ้าของเหรียญทองนะคะ ใครว่าสวยแล้วต้อง &#8220;แอ๊บแบ๊ว&#8221; (แปลได้ว่า อาการแบ๊วที่ผิดปรกติ) ซากุระว่ามันเป็นค่านิยมที่ผิดอย่างยิ่ง น่าจะเปลี่ยนมาเป็น &#8220;สวยแบบเพอร์เฟ็คท์&#8221; กันได้แล้วล่ะคะ อีกคนที่ซากุระประทับใจคือ นักกีฬายูโดหญิงคนหนึ่งของญี่ปุ่นค่ะ เขาแต่งงานแล้วและมีลูกแล้ว แต่เขาตั้งเป้าไว้เลยว่า เขาจะเป็น &#8220;คุณแม่เหรียญทองโอลิมปิก&#8221; ค่ะ แต่ความฝันของเขาไม่ประสบผลสำเร็จดังที่หวังแต่ก็เป็น &#8220;คุณแม่เหรียญทองแดงโอลิมปิก&#8221; ค่ะ </p>
<p>ทีนี้ลองกลับมามองประเทศไทยกันบ้าง ไม่ได้มองที่ทีมชาติอย่างเดียวนะคะ แต่มองทั้งประเทศค่ะ นักกีฬาไทยมักจะเลิกเล่นเพราะห่วงสวยบ้าง เพราะมีแฟนแล้วบ้าง ทำงานแล้วบ้าง ทำให้การพัฒนาไม่ก้าวหน้าและไม่ต่อเนื่องค่ะ คนที่นี่อายุจะสี่สิบแล้วเขายังไปโอลิมปิกกันเลยค่ะ แถมเอาลูกเอาครอบครัวไปเชียร์ให้ลูกประทับใจว่า คุณพ่อหรือคุณแม่นั้นเก่งกาจเพียงใด บางท่านก็คว้าเหรียญกลับบ้าน บางท่านก็พลาดโอกาสแต่นั่นคือการถ่ายทอดความฝันสู่กันและกันในครอบครัวค่ะ ส่วนทีมท้องถิ่นเหรอคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ จะ 70 ปีแล้ว บางคนแปดสิบก็ยังเล่นกันอยู่เลยค่ะ แข็งแรงกว่าหนุ่มๆ สาวๆ อีก ก็ฝากไว้ค่ะ อยากให้เมืองไทยให้ความสำคัญกับกีฬาเพื่อสุขภาพของกลุ่มที่ไม่ใช่เยาวชนกันมากขึ้นค่ะ</p>
<p>กลับมาที่โอลิมปิกกันต่อค่ะ หลายท่านคงทราบว่า &#8220;ยากิว&#8221; หรือกีฬาเบสบอลเป็นกีฬาที่คนญี่ปุ่นคลั่งไคล้กันมาก ปีนี้ทีมหญิงคว้าเหรียญทองไปครองได้อย่างสมภาคภูมิ แต่เบสบอลชายของญี่ปุ่นไม่ได้เหรียญใดๆ กลับบ้านเลย ขณะที่เกาหลีใต้คว้าเหรียญทองไปครอง กลับมาก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะ &#8220;ไม่ได้กินข้าวหม้อเดียวกัน&#8221; คำๆ นี้ดูง่ายๆ แต่ถ้าคิดให้ลึกซึ้ง ซากุระก็เห็นจริงตามนั้น การเรียกเอาดาวเด่นแต่ละทีมมารวมกันแต่ไม่ได้หลอมให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ใจไม่ประสานเป็นหนึ่งทำให้ทีมเวอร์คไม่ดี ซากุระก็เคยประสบปัญหานี้มาก่อน เราเล่นได้ไม่สนุกเลย เพราะเรา &#8220;ไม่รู้ใจกัน&#8221; อันนี้ก็ฝากไว้ค่ะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับทีมชาติไทย</p>
<p>อีกอย่างที่สำคัญมากๆ คือ ความถ่อมตนค่ะ ทุกคนที่กลับมา ไม่มีใครโอ้อวดเลย แต่กลับถ่อมตนและถ่ายทอดความรู้สึกประทับใจและปลื้มปิติใจกันอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดประสบการณ์การฝึกที่ทรหดให้กับรุ่นน้องได้รับรู้เพื่อจะได้เป็นแบบอย่างในการฝึกฝนตนเอง เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จในอนาคตค่ะ เห็นแล้วซึ้งจริงๆ ค่ะ บางคนนะคะ เป็นนางรองตลอดมา แต่เอาจริงเอาจังและไม่ทิ้งไปกลางคัน สุดท้ายก็มีชื่อเสียงระดับโลกได้เช่นกันค่ะ ขอเพียง &#8220;อย่ายอมแพ้&#8221;</p>
<p>ซากุระอยู่ที่นี่มาหลายปี เข้าเชียร์กีฬาระดับโลกหลายๆ ครั้งทั้งในโรงยิมและบนหน้าจอ ซากุระว่านักกีฬาไทย ฝีมือไม่แพ้ญี่ปุ่นเลยค่ะ ความสามารถเฉพาะตัวนั้นเหนือกว่าเยอะค่ะ แต่ &#8220;สปิริต&#8221; และ &#8220;ความมุ่งมั่น&#8221; นั้นต่างกันเยอะค่ะ ซากุระมองว่านี่คือเหตุผลว่าทำไม นักกีฬาทีมชาติไทยถึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/26/olympic/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ญี่ปุ่นกับไทย ที่ไหนร้อนกว่ากัน</title>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/08/%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/08/%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Aug 2008 05:37:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sakura</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Survival and earth]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sakura/?p=5</guid>
		<description><![CDATA[
ก่อนที่ซากุระจะมาญี่ปุ่น มีความรู้สึกว่าญี่ปุ่นนี่ คงจะหนาวมากๆ เลยนะ มาแล้วก็คงจะมีแต่หิมะเต็มไปหมด แต่ด้วยความที่ซากุระเป็นสาวไทยที่ค่อนข้างจะมีวาสนาน้อย ก็เลยได้อยู่โตเกียว เมืองแห่งมลพิษ ปีนึงมีหิมะตกแค่วันสองวันก็เป็นบุญตาของคนที่นี่อย่างยิ่งแล้ว แต่ตอนนี้ได้ย้ายมาทำงานบนยอดเขาที่คานากาว่าแต่ต้องเดินทางกลับไปนอนบ้านที่ริมทะเล ฟังดูเท่ห์ดีใช่ไหมคะ ทุกๆ วันซากุระก็จะต้องขี่เสือหมอบขึ้นเขาไปทุกวันจนกล้ามขาขึ้นเป็นมัดๆ ยิ่งเพิ่มความร้อนในช่วงวันที่อากาศแสนร้อน ด้วยเหตุที่เราเสียดายเงินซื้อมอเตอร์ไซด์ เก็บตังค์ไว้ทำบุญดีกว่า ก็เลยต้องรีบตื่นมานั่งสมาธิแต่เช้า รถน้ำผัก แล้วก็ควบเสือหมอบคู่ใจขึ้นเขาไปอาบน้ำที่ที่ทำงาน (อิอิอิ ประหยัดไฟ ประหยัดน้ำค่ะ) ดูเหมือนจะขยันนะคะ เพราะซากุระจะเป็นคนไปเปิดประตูที่ทำงานแทบทุกวัน ความจริงแล้วอยากนอนต่อ แต่มองดูสภาพอากาศที่แสนทรมานนี้แล้ว ยอมตื่นนอนมาแต่เช้าดีกว่า อุณหภูมิที่นี่น่ะต่ำกว่าที่เมืองไทยค่ะ แต่เราจะรู้สึกร้อนมากกว่าเพราะมีความชื้นสูง และความที่ซากุระเป็นนักวิจัยทางสิ่งแวดล้อม ก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี โดยการไม่เปิดแอร์ในบ้านค่ะ ขอบอกด้วยความสัตย์จริงเลยว่า ป่วยแค่ไหนก็ต้องตะกายไปทำงานดีกว่า เพราะอยู่ที่บ้านนี่ร้อนเหลือเกิน
ตอนนี้ที่เมืองไทยคงเป็นหน้าฝน และฝนก็คงตกต้องตามฤดูกาล (ที่ผันผวน) แต่ที่ญี่ปุ่นตอนนี้อากาศร้อนมากๆ บ้านเราเขาเรียกว่า ร้อนจนตับจะแตก แต่ที่นี่ซากุระขอบอกว่า ร้อนเหมือนโดนอบ มันทั้งอบ และทั้งอ้าว แดดก็แรงสะใจตั้งแต่ตีสี่ไปยันทุ่มกว่าๆ (จริงๆ แดดอาจจะส่องก่อนตีสี่ แต่ซากุระตื่นไม่ไหว เลยไม่กล้ายืนยัน) และก็เจ้ากรรมว่าฝนก็มีตกนะคะ แต่ไปตกที่อื่น ที่บ้านซากุระนี่ ไม่ตกมาเกือบสองเดือนแล้ว เศร้าจริงๆ ซากุระเลยต้องเก็บน้ำล้างจาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/sakura/files/2008/08/dscn0489.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-6" title="dscn0489" src="http://lanpanya.com/sakura/files/2008/08/dscn0489-300x225.jpg" alt="Fuji view from IGES" width="300" height="225" /></a></p>
<p><a href="http://lanpanya.com/sakura/files/2008/08/dscn0489.jpg"></a><a href="http://lanpanya.com/sakura/files/2008/08/dscn0489.jpg"></a>ก่อนที่ซากุระจะมาญี่ปุ่น มีความรู้สึกว่าญี่ปุ่นนี่ คงจะหนาวมากๆ เลยนะ มาแล้วก็คงจะมีแต่หิมะเต็มไปหมด แต่ด้วยความที่ซากุระเป็นสาวไทยที่ค่อนข้างจะมีวาสนาน้อย ก็เลยได้อยู่โตเกียว เมืองแห่งมลพิษ ปีนึงมีหิมะตกแค่วันสองวันก็เป็นบุญตาของคนที่นี่อย่างยิ่งแล้ว แต่ตอนนี้ได้ย้ายมาทำงานบนยอดเขาที่คานากาว่าแต่ต้องเดินทางกลับไปนอนบ้านที่ริมทะเล ฟังดูเท่ห์ดีใช่ไหมคะ ทุกๆ วันซากุระก็จะต้องขี่เสือหมอบขึ้นเขาไปทุกวันจนกล้ามขาขึ้นเป็นมัดๆ ยิ่งเพิ่มความร้อนในช่วงวันที่อากาศแสนร้อน ด้วยเหตุที่เราเสียดายเงินซื้อมอเตอร์ไซด์ เก็บตังค์ไว้ทำบุญดีกว่า ก็เลยต้องรีบตื่นมานั่งสมาธิแต่เช้า รถน้ำผัก แล้วก็ควบเสือหมอบคู่ใจขึ้นเขาไปอาบน้ำที่ที่ทำงาน (อิอิอิ ประหยัดไฟ ประหยัดน้ำค่ะ) ดูเหมือนจะขยันนะคะ เพราะซากุระจะเป็นคนไปเปิดประตูที่ทำงานแทบทุกวัน ความจริงแล้วอยากนอนต่อ แต่มองดูสภาพอากาศที่แสนทรมานนี้แล้ว ยอมตื่นนอนมาแต่เช้าดีกว่า อุณหภูมิที่นี่น่ะต่ำกว่าที่เมืองไทยค่ะ แต่เราจะรู้สึกร้อนมากกว่าเพราะมีความชื้นสูง และความที่ซากุระเป็นนักวิจัยทางสิ่งแวดล้อม ก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี โดยการไม่เปิดแอร์ในบ้านค่ะ ขอบอกด้วยความสัตย์จริงเลยว่า ป่วยแค่ไหนก็ต้องตะกายไปทำงานดีกว่า เพราะอยู่ที่บ้านนี่ร้อนเหลือเกิน<span id="more-5"></span></p>
<p>ตอนนี้ที่เมืองไทยคงเป็นหน้าฝน และฝนก็คงตกต้องตามฤดูกาล (ที่ผันผวน) แต่ที่ญี่ปุ่นตอนนี้อากาศร้อนมากๆ บ้านเราเขาเรียกว่า ร้อนจนตับจะแตก แต่ที่นี่ซากุระขอบอกว่า ร้อนเหมือนโดนอบ มันทั้งอบ และทั้งอ้าว แดดก็แรงสะใจตั้งแต่ตีสี่ไปยันทุ่มกว่าๆ (จริงๆ แดดอาจจะส่องก่อนตีสี่ แต่ซากุระตื่นไม่ไหว เลยไม่กล้ายืนยัน) และก็เจ้ากรรมว่าฝนก็มีตกนะคะ แต่ไปตกที่อื่น ที่บ้านซากุระนี่ ไม่ตกมาเกือบสองเดือนแล้ว เศร้าจริงๆ ซากุระเลยต้องเก็บน้ำล้างจาน น้ำจากห้องอาบน้ำมารดน้ำต้นไม้ที่ตัวเองเห่อปลูกไว้รอบบ้าน ฟ้าก็ช่างแสนโหดร้ายอีกล่ะค่ะ ที่บ้านซากุระนี่ก็มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทั้งแมลง สัตว์เลื้อยคลาน ยุง ปู และไส้เดือน วันดีคืนดีพวกสัตว์ที่ชอบกินพืชทั้งหลายก็พร้อมใจกันโจมตีสวนผักของซากุระ แม้แต่ยอดโหระพาถ้าซากุระเก็บไม่ทันเจ้าเพื่อนร่วมโลกพวกนี้ก็ช่วยกันจัดการซะเรียบวุด ดอกแตงกว่าที่ออกดอกสะพรั่งก็โดนกัดร่วงกระจายเต็มพื้น เฮ้อออออ โลกหนอโลก ไฉนเป็นเช่นนี้ไปได้ ที่ร้ายกว่านั้นคือยุงเจ้ากรรมซึ่งมีหลายชนิดก็ชอบมาขออาศัยอยู่กับซากุระในบ้าน แม้เราจะมีมุ้งลวดกันแต่คุณเธอทั้งหลายก็พยายามหาทางเข้ามาหาซากุระจนได้ โดนกัดจนขาลายไปหมด เลยต้องสั่งมุ้งจากเมืองไทยมากางนอน เพราะซากุระไม่อยากใช้สารเคมีอันตรายในบ้าน อ้อ ลืมไป ลองใช้น้ำมันตะไคร้หอมแล้ว สงสัยยุงญี่ปุ่นมันไม่รู้จักสรรพคุณตะไคร้หอม มันเลยไม่สนใจ ยังบุกโจมตีอย่างหน้าตาเฉย</p>
<p>เอาไว้แค่นี้ก่อนนะคะ ถ้าใครมียุทธวิธีต้านโลกร้อนดีๆ ก็นำมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ พบกันใหม่เมื่อเจ้านายไม่ว่างมาแอบดูนะคะ</p>
<p> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/08/%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ยังไม่รู้จะไปทางไหนดี</title>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/07/%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/07/%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 07 Aug 2008 07:23:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sakura</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/sakura/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[ขอบคุณทุกท่านที่มาให้กำลังใจนะคะ ตอนนี้ยังมึนๆ อยู่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง ยังไม่รู้จะไปทางไหนดีค่ะ เห็นเว็บเพจของท่านจอมป่วนแล้วน่าสนใจดี เลยเชื่อแรงยุแบบง่ายๆ เข้ามาแล้ว ไม่ง่ายแฮะ จะแกะเว็บในที่ทำงานก็ไม่ได้ กลับไปบ้านคอมก็ไม่มีภาษาไทยอีก เศร้าจริงๆ เลย แต่ไม่เป็นไร รอแอบดูของชาวบ้านไปก่อนว่าเขาทำกันยังไง อิอิอิ 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณทุกท่านที่มาให้กำลังใจนะคะ ตอนนี้ยังมึนๆ อยู่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง ยังไม่รู้จะไปทางไหนดีค่ะ เห็นเว็บเพจของท่านจอมป่วนแล้วน่าสนใจดี เลยเชื่อแรงยุแบบง่ายๆ เข้ามาแล้ว ไม่ง่ายแฮะ จะแกะเว็บในที่ทำงานก็ไม่ได้ กลับไปบ้านคอมก็ไม่มีภาษาไทยอีก เศร้าจริงๆ เลย แต่ไม่เป็นไร รอแอบดูของชาวบ้านไปก่อนว่าเขาทำกันยังไง อิอิอิ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/07/%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บันทึกแรกของฉัน!</title>
		<link>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/05/hello-world/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/05/hello-world/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Aug 2008 00:58:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sakura</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false"></guid>
		<description><![CDATA[Welcome to Lan Sakura naka!
 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Welcome to Lan Sakura naka!</p>
<p> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/sakura/2008/08/05/hello-world/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
