<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ลานรีวิว...</title>
	<link>http://lanpanya.com/reviewzone</link>
	<description>[ วิพากษ์อย่างถึงพริกถึงขิง...ว่าด้วยความเสื่อมสูญของจิตวิญญาณและเสี้ยวธารของอารมณ์ ]</description>
	<lastBuildDate>Mon, 25 Oct 2010 14:30:14 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>เจอกันที่ลานภูมิศาสตร์ :)</title>
		<description> 

ลานรีวิว 

http://lanpanya.com/reviewzone/ 

ข้าพเจ้าเคยตั้งใจจะเขียนเกี่ยวกับดนตรี และก็เผยแพร่บทวิพากษ์ความคิดส่วนตัวต่อความเป็นไปในสังคม
แต่ไปๆมาๆก็เขียนไปได้นิดๆหน่อยๆ  ก็เอางานเขียน  บทกวี ของตัวเองมาใส่เสียอย่างงั้น
แล้วก็เงียบไปนาน  เนื่องจาก…อะไรไม่รู้  55555

 
Gloomy saturday
http://gloomysaturday.exteen.com/

หลังจากนั้นก็ได้ไปเปิดบล๊อคใหม่ที่ Exteen เพื่อตั้งใจเขียนงานแนวใหม่สำหรับตัวเอง
เอาไว้เขียนหนังสืออีกแนวหนึ่งเป็นสไตล์กึ่งแต่ง กึ่งชีวิตจริง  คือใส่อารมณ์ดราม่าให้กับตัวเองเพิ่มขึ้นไปอีก 
คือเป็นงานเขียนแหล่ะ  แต่เป็นงานเขียนที่ จับต้นจนปลายไม่ค่อยได้ ผิดหวัง เศร้า เจ็บปวด
อยากเขียนให้คนอ่านอิน *O* อ่านแล้วแทบอยากจะเข้ามากอด มาปลอบเรา…ตอนนี้ก็เขียนอยู่นะ 

แล้วก็หายไปเล่นเฟสบุคเสียนานเลย  จนคิดว่าได้ฤกษ์ จะทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันอีกสักครั้ง 
ก่อนหน้านี้ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำเว็บไซต์ เกี่ยวกับดนตรีกอธิคในประเทศไทย  (http://metalbabe.webs.com/)
อัพเดทได้อยู่ 8เดือน ก็อยากจะทำให้เป็นสากลด้วยการจดโดเมน
แล้วกอรปกับขึ้นปี 2 ค่ะ เรียนหนักขึ้นมากกกก !  แบ่งเวลาให้ตัวเองไม่ถูก  เลยพักไปทั้งหมดเลย ไม่ได้สร้างสรรค์สิ้งใหม่ๆเลย

ส่วนตอนนี้ พลอย ก็ตัดสินใจเปิดบล๊อคใหม่ อีกอัน คือ


ลานเว็บว้าว
http://lanpanya.com/webwow/

ซึ่งเอาไว้โพสเว็บไซต์เท่ๆ  น่าสนใจเนื่องจากเป็นคนชอบท่องโลกไซเบอร์ หาเว็บไซต์ใหม่ๆไว้ดู ไว้ชม อยู่เสมอ
เลยอยากแบ่งปันให้เป็นเรื่องเป็นราวซะเลย   

 

ลานภูมิศาสตร์ 

ก็คือบล๊อคนี้พลอยตั้งใจจะทำคลังความรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์คือศาสตร์ที่พลอยกำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษานี่แหล่ะค่ะ 
ก็จะรวบรวม เรื่องราวที่พลอยได้เรียนในแต่ละวันๆ  หรือบทความเกี่ยวภูมิศาสตร์ที่แต่งขึ้นมาเองค่ะ
เพื่อที่จะได้เป็นการทบทวนให้ตัวเองมีความจำที่ดีขึ้น และเผยแพร่ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์และโลกมากที่สุด

คน+ธรรมชาติ = ภูมิศาสตร์ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/reviewzone/archives/17</link>
			</item>
	<item>
		<title>“ ปรัชญาจากตุ๊กตาแม่ลูกดก ”</title>
		<description> 

 
 


 

* รู้จักกับตุ๊กตาแม่ลูกดกกันก่อน ...

 

 

                             ตุ๊กตาแม่ลูกดกหรือ “เนสติ้งดอล” (Nesting Doll) คือของฝากยอดนิยมจากประเทศรัสเซีย ในภาษารัสเซียเรียกว่า “มาตรีออชคา” (Matryoshka ) ภายในจะมีตุ๊กตาตัวเล็กๆซ่อนอยู่อีกหลายชั้นแล้วแต่ผู้สร้าง 1ชุดอาจเริ่มตั้งแต่ 2 จนไปถึง 60 ชิ้นเลยทีเดียว และยิ่งมีจำนวนมากเท่าไหร่ ตุ๊กตาตัวนอกสุดก็ยิ่งตัวใหญ่มากเท่านั้น   ตุ๊กตาแต่ละตัวใช้ไม้เป็นวัสดุในการทำ ประกอบด้วย ส่วนบนและส่วนล่าง สามารถนำมาประกบกันได้สนิทตามร่องที่เซาะเอาไว้ตรงกลาง  ทุกตัวจะถูกเขียนชุดและใบหน้าเหมือนกันหมด เป็นงานฝีมือล้วนๆที่อาจจะวาดแค่ไม่กี่ชุดเท่านั้นในหนึ่งลาย  ทำให้มีรูปแบบที่หลากหลายไม่ซ้ำกัน ขึ้นอยู่กับจินตนาการและฝีมือของช่างเป็นสำคัญ  เรียกว่าเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซได้เลยทีเดียว  

ขั้นตอนการผลิตนั้นเริ่มต้นที่ตุ๊กตาตัวเล็กที่ซ่อนอยู่ในสุดก่อน การแกะตัวเล็กนี้ต้องใช้ความประณีตอย่างมาก  เมื่อเสร็จแล้วจึงทำตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าเพื่อครอบตัวเล็กเอาไว้ช่างจะแกะสลักท่อนล่างก่อน โดยขุดเอาเนื้อไม้ข้างในออก ลองใส่ตุ๊กตาตัวเล็กสุดนี้เข้าไป และแกะเนื้อไม้จนกว่าจะใส่ลงได้พอดี  หลังจากนั้นก็ทำตุ๊กตาตัวใหญ่ขึ้นทีละตัวๆ จนกว่าจะได้จำนวนตามต้องการ  แต่ถ้าเป็นตุ๊กตาชุดแรกที่ถูกสร้างโดย “เซอร์เกย์ มาลุยติน” (Sergei Maliutin) ราวพ.ศ.2434  จะวาดเป็นเด็กหญิงหน้ากลมแป้น แววตาสดใส สวมชุดพื้นเมืองที่เรียกว่า ซาราฟัน  ต่างจากในปัจจุบันที่แต่ละตัวจะถูกวาดชุดไม่เหมือนกัน รวมไปถึงใบหน้าจะแสดงอารมณ์ที่ต่างกันด้วย   ตัวนอกสุดจะเป็นใบหน้ายิ้มแย้มสวยงาม ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/reviewzone/archives/16</link>
			</item>
	<item>
		<title>สักกี่คนที่สนใจ &#8220;ระหว่างทาง&#8221;ที่คุณเดินมา?</title>
		<description> 

 
ไม่รู้ทำไมเราต้องแคร์นัก
กับการที่จะต้องมีผลลัพท์ดีๆไว้บอกใครสักคน
ที่เอ่ยถามด้วยความกระเหี่ยน กระหือรือ ริษยาต่อผลลัพท์จากปากเรา
ทั้งๆที่คนเหล่านั้นไม่เคยรับรู้ด้วยซ้ำ ว่าระหว่างทางเราเดินผ่านอะไรมาบ้างเราเหยียบทับอะไรมาบ้าง เรากระโดดข้ามอะไรมาได้บ้าง
อะไรที่ทิ่มตำและทำให้เราเจ็บปวดบ้าง
เรามีทั้งลำบากและสบาย มีทั้งสุขและทุกข์ แต่นั่นไม่มีผลอะไรกับคนอื่น
 
 



เค้าไม่สนใจว่าเราไปถึงปลายทางได้ด้วยวิธีไหน ?
สนใจแค่ว่าเราไปถึงที่หมายหรือตายกลางทาง...เท่านั้นเอง 

ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย...แต่"ระหว่างทาง"นี่แหล่ะ ที่คุณจะเก็บเกี่ยวสิ่งที่มีคุณค่าให้กับตัวคุณเอง
เพราะสิ่งเหล่านี้มันมีค่าและเป็นบทเรียนให้กับตัวคุณแต่เพียงผู้เดียว
ไม่มีใครสนใจมันสักนิด


อย่าไปแคร์...กับคนที่ผิดหวังจากผลลัพท์ของคุณ
เพราะคนพวกนั้นไม่มีส่วนร่วมรับรู้ "ระหว่างทาง" กับคุณแม้แต่น้อย
ว่าคุณเจออะไรมาบ้าง? แต่ครอบครัวของคุณต่างหาก
...ที่ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับคุณ
...ปลอบใจและเติมพลังให้ ยามที่คุณท้อถอย
...ยิ้มให้และพร้อมฉุดดึงในวันที่ล้มไม่เป็นท่า
...เช็ดน้ำตา ในยามที่ทุกอย่างพังทะลาย
นี่ต่างหากคือคนที่คุณควรแคร์...มากที่สุด
 
 



.
.
.
 




สักกี่คนที่สนใจ "ระหว่างทาง"...ที่คุณเดินมา???


 </description>
		<link>http://lanpanya.com/reviewzone/archives/14</link>
			</item>
	<item>
		<title>&#8220;เหรียญ2ด้านในราตรีกาลแห่งความเถื่อนถ่อย&#8221;</title>
		<description> 

 





ก่อนที่ฉันจะก้าวผ่าน...ราตรีกาลแห่งความเถื่อนถ่อย
ก่อนที่อำนาจแห่งกิเลศ...ผยองเดชขึ้นอีกครา
ก่อนที่ผีเสื้อระเริงไฟจะมอดไหม้...ไม่คืนฟ้า
ก่อนที่เราจะย้อนเวลา...พ่ายแพ้ให้ทิฐิมานะตัวเองอีกหน
ก่อนที่ม่านหมอกแห่งห้วงสุข...จะคลายจางและยอมจำนน
ก่อนที่สายฝนจะลบล้าง...อหังการ์แห่งดอกราตรี
ก่อนที่สองด้านของเหรียญจะงดงาม...ย่อมว่างเปล่า
ก่อนที่ใต้จิตจะรวดร้าว...กายหยาบย่อมแหลกราน


ฉันต้องทำ 2 ด้านไปพร้อมกัน...หยิบดูด้านไหน ก็สวยงามที่ด้านนั้น 

 

  </description>
		<link>http://lanpanya.com/reviewzone/archives/13</link>
			</item>
	<item>
		<title>คุณปลดพันธนาการแห่งบ่วงแค้นด้วยสิ่งใด?</title>
		<description> 

 



 

ดอกไม้โปรยร่วง กลางสุสาน
ดั่งจักรวาลโปรยดาวนับหมื่นสี
หมู่นกหนอน จิกชอนเถ้าธุลี
ดั่งปั่นป่น ความอัปรีย์ ให้ย่อยยับ

กุหลาบขาว วางข้างศิลาหิน
มิปดปลิ้นผู้วายชนม์ที่ล่วงดับ
หลุมดิน นูนแจ้งซึ่งความลับ
เศร้าสดับเพื่อการใดให้วังเวง

พริ้วลมแผ่วแว่วมาดังหวีดไหว
ละลายใจของผู้ซึ่งโดนข่มเหง
ส่งวิญญาณ เสียงเฉาเศร้าบรรเลง
ดั่งบทเพลง ขอขมา เพื่อลาตาย


 

ถาม : คุณปลดพันธนาการแห่งบ่วงแค้นด้วยสิ่งใด?
ตอบ : ในบทกลอนดังกล่าว สำหรับบางคนต้องปลดมัน ด้วยความตาย...

 

 

 

  </description>
		<link>http://lanpanya.com/reviewzone/archives/12</link>
			</item>
	<item>
		<title>ค่ายแรกแห่งความเป็นนิสิต และ ดนตรีโกธิคที่หลบเร้น</title>
		<description> 

 


 

ตอนนี้เริ่มเทอมสอง กับเอกภูมิศาสตร์ ...ช่างท้าทายยิ่งนัก
และเปี่ยมด้วยสิ่งแปลกใหม่ให้ค้นหาและจดจำ
ค่ายแรกผ่านพ้นไป ณ มอเชียงใหม่  เป็นค่ายภูมิศาสตร์สัมพันธ์
จัดขึ้นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของนิสิต
ชาวภูมิศาสตร์ มอเชียงใหม่และ มอบูรพา  พลอยนั่งรถไฟไป 12 ชั่วโมง!!!
ช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข และความลำบาก 
แต่นั่นก็เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน เราต้องทุ่มตัวลงไปเรียนรู้มันเอง 

และค่ายต่อไป ช่วงหลังปีใหม่ เอกภูมิศาสตร์ของเราต้องไปสร้างเล้าไก่ให้โรงเรียนทุรกันดานที่อรัญประเทศ
555 ช่างตลกโปกฮา เป็นไปดังคาด เรามีแต่ออกนอกสถานทีบ่อยครั้ง
แม้ว่ามันจะลำบากเรื่องที่นอน ที่กิน แต่มันก็เป็นแค่ช่วงสองสามวัน เท่านั้นเอง
เราสบายมาทั้งชีวิต แค่สละเวลาเพียงน้อยนิดไปช่วยผู้อื่นบ้างนั้น จะเป็นไรไป

 



 

นอกจากเรื่องเรียนแล้ว

ยังมีเรื่องเว็บไซต์ ที่พลอยกำลังทำอยู่
เกี่ยวกับดนตรีโกธิคเมทัล พลอยคิดว่านี่เป็นงานที่ต้องทำ และรับผิดชอบ
แม้จะมีคนติดตามอยู่เล็กน้อยมากก็ตาม เหตุผลเพราะ พลอยตั้งใจจะเป็น
กระบอกเสียงให้กับดนตรีแนวนี้ซึ่งยังไม่ได้รับความนิยมในไทยเท่าไหร่
น้อยคนที่จะสัมผัสมันถึงคำว่า "ดนตรีโกธิค" มิใช่แฟชั่น "คอสเพลย์" ที่ทึกทักกันไป?
ว่าเป็นการเข้าถึงความเป็นโกธิค หรือแม้แต่การดื่มเลือด กรีดแขน หรือพูดถึง
แวมไพร์ ค้างคาว
อะไรเทือกนี้ล้วนมิได้ทำให้เข้าใกล้คำว่าโกธิคแม้แต่น้อย!!!

 


โกธิค มันคือความโศกาจาบัน ที่ถ่ายทอดจากจิตวิญญาณส่วนลึก ต่างหาก
มันคือความสิ้นสูญจากความสรวลสรรค์ แต่ทว่าดำรงถึงความสุขในแบบของมัน

 



 

 

ดังนั้นแล้ว พลอยจึงเลิกไม่ได้ ทิ้งไม่ได้ พลอยตั้งใจแล้วที่จะพาตัวเองไปถึงจุดนั้น
จุดที่เป็นผู้เริ่ม เป็นออริจินัลทางด้านเว็บไซต์โกธิคในไทย
แต่การเป็นจุดเริ่มต้น ย่อมยากยิ่งสำหรับการรวบรวม
อดีตที่กระจัดกระจายในห้วงอากาศ มาเป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ให้กับนามธรรมที่เรียกว่า ดนตรี ได้ขับเคลื่อนไปปข้างหน้า ดั่งเช่นคลื่นใต้น้ำ
แม้มองไม่เห็นแต่ทว่าจะสัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ เมื่อมันเดินทางมาถึง
จริงๆนะ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/reviewzone/archives/11</link>
			</item>
	<item>
		<title>ความหมายของการเดินทาง</title>
		<description>วันนี้ขอพูดถึงเรื่องส่วนตัวกันบ้างนะค่ะ...

 

หลังจากที่ปิดเทอมไปประมาณสามอาทิตย์กว่า พลอยก็ไม่ได้เข้ามาที่นี่เลย
ได้พักผ่อนกับครอบครัวอย่างเต็มที่จริงๆ แถมยังได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆเก่าสมัยมัธยมปลายอีกด้วย
ช่างเป็นช่วงปิดเทอมที่อบอุ่นจริงๆ ^_____^

แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้ต้องรู้สึกเคว้งคว้างในใจ ถึงการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ"คุณย่า"
ท่านจากไปด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดเนื่องจากเป็นแผลกดทับ
ที่จริงท่านเป็นคนแข็งแรงมากแต่ความจำเลอะเลือนไปบ้าง
แต่ด้วยการดูแลของคุณป้าที่อาจจะไม่ดีมากนัก จึงทำให้เกิดแผลกดทับ
คาดว่าน่าจะเป็นเพราะให้ท่านนอนทั้งวัน ท่านจึงจากลูกหลานไปในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้
สร้างความตกใจให้กับญาติพี่น้องเป็นอย่างยิ่ง เพียงเดือนเศษๆนับตั้งแต่วันที่ท่านเป็นแผล
และอีกสองอาทิตย์ที่ต้องนอนที่โรงพยาบาล

 



 

งานศพของท่าน ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตองยุ่งยากจนเกินไป
แต่คุณย่ามีเชื้อสายเป็นคนมอญ(อาศัยอยู่ที่จังหวัดลพบุรี) งานศพจึงแตกต่างจากคนไทยไปบ้าง
ข้าพเจ้าได้มีโอกาศแต่งกลอน กล่าวอำลาให้คุณย่าเป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนที่จะให้ประธานจุดเพลิงเผาศพ เนื้อความดังนี้...
"อาลัยรักจากใจให้หายห่วง
แม้หวั่นทรวงใจหายจักหาญหัก
ส่งสวรรค์คาไลด้วยใจรัก
แม้โศกนักจงวางใจให้ไปดี
กายลาลับดับเพียงเท่านี้ก่อน
แม้อาวรณ์ทุกผู้นามมิอาจหนี
อันกุศลผลบุญที่พึงมี
สถิตอยู่กับแม่นี้ตราบเท่านาน"

 

 



 

การมีชีวิตอยู่เพื่อรอวันจากไปนั้น ย่อมไม่ก่อเกิดความหมายแห่งชีวิต
เปรียบดั่งการเดินสิ่งสำคัญมิได้อยู่ที่การเริ่มต้นหรือจุดจบ แต่ระหว่างทางต่างหาก
ที่เราจะได้เรียนรู้ และสรรสร้างสิ่งดีงาม ก่อนที่กายหยาบจักต้องสูญมลายไป

"คุณย่า"ได้ทำสิ่งที่ท่านควรทำแล้ว ข้าพเจ้าจึงไม่นึกเสียใจและเสียดาย
เมื่อถึงเวลาทุกคนก็ต้องจากไปเช่นกัน

 

ปล.อีกสักพักจะกลับมาตีแผ่ค่านิยมใหม่ๆให้ได้อ่านกันนะค่ะ
เรื่องต่อไปที่คิดว่าจะวิพากษ์คือ "รังนก อาหารชั้นเยี่ยมหรือความโหดเหี้ยมของชาวไฮคลาส"





 </description>
		<link>http://lanpanya.com/reviewzone/archives/10</link>
			</item>
	<item>
		<title>พิราบขาวหลงถิ่น&#8230;</title>
		<description> 
 

 

 

 

พิราบขาว...เ จ้ า ท่ อ ง ป่ า
เ บื่ อ น ภ า อ า ก า ศ ก ว้ า ง
ทุ่ ง แ ส ง กี่ ส ร ง ย า ง
เ จ้ า ว า ด ว า ง ไ ว้ ที่ ใ ด
,,,

พิราบขาว...เ จ้ า เ บื่ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/reviewzone/archives/9</link>
			</item>
	<item>
		<title>นี่หรือคือ &#8220;นิสิต&#8221;?</title>
		<description> 
 



 
,,,,

นิสิต... เอยเคยปลาบปลื้ม ใยหลงลืมในศรีเกียรติ
ชายทรามเข้ามาเบียด มิสงวนให้ชวนชม
 

นิสิต...เจ้าปัญญาชน ให้กมลต้องขื่มขม
พ่อแม่เฝ้าตรอมตรม ส่งเจ้าเรียนต้องขายนา
 

นิสิต...ทำถูกหรือ? ควรฝึกปรือเร่งศึกษา
ใช่ประทินโฉมงามหน้า ล่อชายมาให้ติดพัน
 

นิสิต...คือความหวัง เป็นพลังแห่งฝั่งฝัน
ชาติจักเอนกอนันต์ ฝากเจ้านั้นสานสืบไป
,,,

 

 

ปล. วันนี้อาจจะแดกดันสังคมไปนิด แต่ตัวอย่างที่เลวๆนั้นมามาก เหลือเกิน
 
 

 

  </description>
		<link>http://lanpanya.com/reviewzone/archives/8</link>
			</item>
	<item>
		<title>หากเปรียบ&#8221;ดอกไม้&#8221; กับ &#8220;หญิงสาว&#8221;</title>
		<description> 
 


 
 

                            *
                                 โอ้เจ้าดอก ตะแบก เจ้าหนักไหม
                                 เจ้าหนอเจ้า แบกอะไรมาหนักหนา
                                 เมื่อส่างรุ่ง จนย่ำค่ำ มิโรยรา
                                  หรือเจ้าแบก มาจนชา จนเคยชิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

               *
                  โอ้เจ้าดอกลั่นทม เหมือนจมเศร้า
                  ฤาความหวัง ร่วงกราว จนหมดสิ้น
                  ใครเขาเรียก นักหนาข้าได้ยิน
                  จะเชยดอม ชมกลิ่น ก็ไม่มี

 

 

 

 

  


                                       *
                                        โอ้หนามหา มีไม่ เจ้าดอกเข็ม
                                        หมู่ภมร มาดูดเล็ม มิอาจหนี
                                        ชื่อเจ้าช่าง ทิ่มแทง ไม่สมฤดี
                                        แต่ไยดอก เจ้านี้ ไม่แหลมนัก

 

 

        

 

 

              *
               โอ้ดอกบัว ช่างขาว คู่พระพุทธ
               บริสุทธิ์ มิเบ่งบาน ให้เห็นฝัก
               เปรียบชายใด จะเชยชม ไม่ง่ายนัก
               จะชิงสุก ก่อนรัก ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/reviewzone/archives/7</link>
			</item>
</channel>
</rss>
