คณะกฐิน(2)…ตอนเดินขึ้นวัดเขากระไดม้า

อ่าน: 59998

มาแล้วตามคำเรียกร้อง แบบต้องรีบเขียนไม่งั้นเดี๋ยวไฟจะมอด ยิ่งโดนข้อหาไม่ยอมเขียนบันทึกซะด้วย อิอิ Hi5 Emoticon

เข้าเรื่องดีกว่า…. แบบว่าค้างจากเมื่อวานว่านัดพี่คอนฯไว้หกโมงเช้าที่โรงแรม และได้บอกทางโรงแรมให้จัดอาหารเช้าตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง (ปกติโรงแรมจะเริ่มตอน 6 โมงเช้า เราเกรงว่าจะไม่ทัน เพราะเขาคงตรงเวลากันแบบเป๊ะๆ) ด้วยความที่มีชนักติดหลังคราวที่ครูบามากับลุงเอกและป้าจุ๋ม นาฬิกาปลุกในมือถือไม่ดัง ทำให้ตื่นสาย ไปไม่ทันตักบาตร ขายขี้หน้าจริง ๆ เลยเรา มาคราวนี้ไม่ให้พลาดตั้งมือถือไว้สองเครื่องเลย ทั้งของตัวเองและของน้องสาวตั้งแต่ตีห้า อาบน้ำแต่ตัวเสร็จตั้งแต่ตีห้าครึ่ง พ่อราณีโทรมาบอกหุงข้าวไว้ให้แล้ว และจะออกไปเอากับข้าวที่สั่งซื้อให้เขาทำไว้ตอนใกล้ ๆ 6 โมงเช้า เพื่อนำไปถวายเพล(ตอนแรกจะทำเอง แต่เกิดแอคซิเดนท์นิดหน่อยพ่อเลยไม่ให้ทำ) เลยแยกกันไป ราณีออกไปซื้อผลไม้ที่ตลาดผลไม้ใกล้บ้าน และโทรหาพี่สุ ตอน 05.45 น. พี่สุตะโกนเสียงอย่างดัง บอกว่าตื่นสาย ๆๆๆๆ สงสัยกำลังรน กลัวจะมาไม่ทันเลยโทรหาพี่สุบอกเจอกันตรงใกล้โลตัสแล้วกัน พี่คอนฯก็นัดรถตู้คันอื่นที่โลตัสเหมือนกัน กว่าจะลงตัว มัวรอกันไปรอกันมา กว่าจะออกได้ 7 โมงเช้า ยังคิดในใจเลยจะทันพระท่านฉันไหม เพราะท่านฉันมื้อเดียวตอนแปดโมง(อันนี้พี่คอนฯบอกไว้)

งานนี้พอขึ้นรถได้ พวกเราก็คุย คุย และก็คุยกัน ไม่รู้พี่เขาจะหูชากันหรือเปล่า ๆๆๆๆ แต่อย่างน้อย ตอนหลังก็ช่วยกันผสมโรงไปได้เยอะ เพราะหัวเราะไปตลอดทาง คณะฯ ของพี่คอนฯและพวกเราไปถึงตีนเขาประมาณ 8 โมงเช้านิดๆ เริ่มโปรแกรมก็เดินข้ามสะพานที่เป็นเหมือนสะพานแขวน พี่สุดูจะรักราณีมากเพราะเดินเกาะมือกันมาตลอด (จริงๆ พี่เขากลัวเพราะมันสั่น 555+)

รูป สะพานแขวน ที่เดินก่อนขึ้นเขาเล่นเอาพี่สุมึน (ภาพถ่ายจากยอดเขาใช้ซูมเอาค่ะ)

ขณะที่รอรถนั่ง ขึ้นไปไม่ไหว เพราะกลัวจะไปไม่ทัน ก็เลยเดินขึ้นไปเรื่อย ๆ กับพี่สุ จุ๊บแจง ท่านคอน และท่านอื่นๆ รถผ่านมาเลยฝากของที่จะถวายเพลให้ขึ้นไปกับรถด้วยเลย อิอิ.(จะได้ไม่หนัก) เดินไปพักไปตลอดทางเพราะทางเขานั้นสูงชัน และลื่นพอสมควรเพราะบางช่วงเป็นหินตัด เดิน ๆ ไปก็ยังได้มิตรภาพดี ๆ ระหว่างทางมาเป็นของแถมเพิ่มด้วย อิอิ . (โปรดทราบ ๆๆๆ ใครจะไปคราวหน้าโปรดฟิตร่างกายโดยด่วน เอิ๊ก ๆ) เมื่อขึ้นไปถึงยิ่งทึ่งใหญ่ เพราะชาวบ้านขึ้นไปช่วยงานเกือบทั้งตำบลเลย สรุปแล้วพระท่านรอให้เจ้าภาพขึ้นมาตักบาตรก่อนทำพิธี จากนั้น ชาวคณะ INET ก็ได้ขึ้นไปถวายเพล รับพรและกรวดน้ำ ชาวคณะ INET และชาวบ้านก็แยกย้ายกันทานอาหาร

ระหว่างที่พระยังฉันเพล ราณี พี่สุ และจุ๊บแจง(ลูกสาวคนสวยของพี่สุ) ก็ได้มาคุยกับชาวบ้าน และได้คุยกับนายก อบต.ชาติตระการ(มีตำบลชาติตระการด้วยใม่ใช่มีแต่อำเภอ) เขาดีใจมากเลย และให้พวกเราช่วยกันประชาสัมพันธ์ อำเภอชาติตระการ และช่วยกันพัฒนาวัดด้วย จากนั้นพวกเราก็แวบไปถ่ายรูป สวยๆ ไปดูได้ที่บันทึกพี่สุนะคะ click แต่ก็นำภาพวิวสวยๆ มาให้ชมกันด้วย

ภาพฝายน้ำที่ส่งให้ชาวบ้านได้ใช้ เพิ่งสร้างเสร็จตอนต้นปี 51 (ชาวบ้านบอกนะคะ)

เมื่อพระท่านฉันเพลเรียบร้อยก็เริ่มทำพิธี ถวายผ้ากฐินก่อน แล้วโปรยทาน (รูปต่างๆ ก็บันทึกพี่สุตาม link ด้านบนค่ะ) ส่วนปัจจัย รวบรวมกันทีหลังค่ะ เพราะทะยอยมา มาแล้ว มาอีก ไม่จบสิ้น ตัวเลขยอดรวมแก้ไขกันประมาณ 12 ครั้ง ที่เพิ่มขึ้นมาต้องยกประโยชน์ให้โฆษกค่ะ เพราะพูดเหมือนมีสาลิกาลิ้นทอง ทำให้มียอดเพิ่มขึ้นกว่า 10% โดยมียอดเงินรวมอยู่ที่ 228,359 บาท เมื่อการถวายผ้าจบลง พระกรานกฐิน ก็ถือว่าพิธีเสร็จสมบูรณ์ หลังจากนั้น เป็นการโปรยทาน (ราณีเพิ่งเห็นพิธีเต็ม ๆ ก็วันนี้แหละ) ส่วนปัจจัยต่างๆ กับเครื่องกฐิน อยู่ศาลาข้างล่างที่เป็นศาลาเล็ก ได้ถวายทีหลัง เพราะเยอะมากนำขึ้นศาลาใหญ่ไม่ได้ ท่านต้องมารับด้านล่าง เมื่อถวายปัจจัยเสร็จ หลวงพ่อก็เทศก์ให้ฟังทุกคนฟัง แต่คนฟังกับมีอยู่ไม่กี่ท่าน (คงเพราะขึ้นศาลาไม่ได้ ด้วยพื้นที่อันจำกัด)

ราณีก็ได้นั่งแอบฟังอยู่ด้านหลัง ได้ข้อคิดธรรมะหลายอย่าง เช่น คนเรามีโอกาสทำประโยชน์ได้ตลอดเวลา ถ้ารู้จักที่จะทำ และคนเรารู้จักพอใจในสิ่งที่มี เท่าที่เป็นอยู่ จะใช้ชีวิตได้อย่างเป็นสุข (แบบสรุปตามความเข้าใจของตัวเองนะคะ )

จากนั้นราณี พี่สุ จุ๊บแจง รวมทั้งพี่คอน ก็เดินลงจากวัดพร้อมด้วยชาวบ้านหลาย ๆ ท่าน บางส่วนก็ได้ลงไปก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อลงได้ประมาณ 50 เมตร รถที่จะไปรับคนด้านบนก็ขึ้นมา พี่คอนฯและพี่สุ ก็เสียสละอย่างยิ่ง ที่จะติดรถขึ้นไปก่อน เพื่อที่จะนั่งรถลงมา (แบบกลัวว่ารถจะเต็มก่อนเที่จะแวะรับกลางทางเลยชิงนั่งขึ้นไป555+ ) ด้วยความตั้งใจของเราจะเดินทั้งขึ้นและลง จึงไม่ขึ้นรถไปด้วย โอ้โห..แฮะ ขนาดขาขึ้นว่ายาก เหนื่อยแล้ว ขาลง สุดยอด…ด มาก เพราะทั้งชันและลื่น แบบแทบไถลลง กลัวก็กลัวว่าจะวัดพื้นที่เขาก่อนที่เขาจะทำถนนเสร็จ อีกละยุ่งเลย เดินไปก็คุยกับชาวบ้านแถวนี้ได้รู้อะไรมากมาย นี่แหละคือมิตรภาพที่ได้ระหว่างทาง พวกเราลงไปถึงก่อนที่รถที่ไปรับคนด้านบนจะลงมาสักห้านาที นี่ขนาดเดินนะ เนี่ย หุหุ

จากนั้นก็ก็แยกย้ายรถใครรถมัน พวกเราได้แว๊บทัวร์ ไปเที่ยวน้ำตกชาติตระการ ไปดูที่บันทึกพี่คอนฯได้เพราะพี่เขาถ่ายรูปไว้เยอะค่ะ ที่นี่ ทอดกฐินที่วัดป่าเขากระไดม้า อ.ชาติตระการ พิษณุโลก จากนั้นก็มุ่งหน้ากลับสู่ตัวเมือง ขอบคุณพี่คอนฯสำหรับกาละแมแสนอร่อย ของฝากจากตลาดสามชุก ขอบคุณทุกท่านที่ทนอ่านจนจบนะคะ

เรื่องที่เขียนในบันทึก เป็นแบบเรื่องเล่าสู่กันฟังนะคะ ไม่ได้เขียนในเชิงวิชาการใดๆ ทั้งสิ้น เวลาอ่านกรุณาใช้ใจอ่านด้วยคะ อย่าใช้ทฤษฎีมาวัด..อุอุ ;-) ถ้ายังไม่เข้าใจลองอ่านชื่อลานนะคะ จริงไหมพี่สุ

« « Prev : คณะกฐิน(1)…ตอนต้อนรับสู่สองแคว

Next : สามโจ๊ะ…หลงป่านะโก๊ะ (หลงภาคพิสดาร) » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

9900 ความคิดเห็น