<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ลาน ด.ญ.เสื้อสีส้ม</title>
	<link>http://lanpanya.com/pocky</link>
	<description>เด็กบ้านนอกใจกลางเมือง</description>
	<lastBuildDate>Sat, 08 Jun 2013 04:19:52 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>The Amazing Trip</title>
		<description> ท้องฟ้าสดใสอากาศสดชื่นเหมาะแก่การผจญภัยยิ่งนัก รถยนต์บ้านทะเบียนลำพูนทะยานมุ่งหน้าสู่ถนนกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด ทอดยาวสู่ภาคตะวันออกของประเทศไทย...


เปิดเรื่องมาอย่างยิ่งใหญ่โอเว่อร์อลังการ ความจริงไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ นี่ก็เป็นเพียงบันทึกเรื่องราวไร้สาระเรื่อยๆเปื่อยๆของ ด.ญ.เสื้อสีส้ม คนนี้เท่านั้นเองแหละค่ะ  ช่วงวันหยุดยาววันวิสาขบูชาที่ผ่านมา คุณอาที่มักจะยุ่งอยู่ตลอดเวลาก็มีช่วงเวลาพักผ่อนเล็กน้อย ครอบครัวของหนูก็เลยได้มีโอกาสไปเยี่ยมถิ่นผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก ระยองฮิ มาค่ะ


 แต่เพราะว่ามันคือ The Amazing Trip มันจึงไม่ใช่เพียงแค่ทริปท่องเที่ยวธรรมดาทั่วไปๆ  ขึ้นชื่อว่าการท่องเที่ยวมันก็ต้องเต็มไปด้วย ความตื่นเต้น ความสนุกสนาน เช่นเดียวกับทริปสู่ระยองครั้งนี้

เหตุการณ์ The Amazing ครั้งแรกเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางบนถนนสายพิษณุโลกมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ  เส้นทางที่ยังอีกแสนยาวไกลชวนให้ง่วงนอนเบื่อหน่าย  คนขับก็เหนื่อยล้าจากแสงแดดเปรี้ยงๆ.. ทันใดนั้นก็ปรากฏจุดสีส้มๆตัดกับสีของถนนสีเทาๆสะท้อนแสงแดด  เมื่อเคลื่อนที่เข้าไปใกล้ๆจุดสีส้มๆก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นปรากฏให้เห็นพระธุดงค์ 3 องค์ กำลังเดินด้วยเท้าเปล่าบนถนนลาดยางกลางแดดตอนกลางวัน มีเพียงย่ามหนึ่งใบ และกลดหนึ่งลัง มือข้างขวาก็ยกขวดน้ำเปล่าที่ว่างเปล่าชูขึ้นโบกเพื่อบอกเป็นสัญญาณว่าต้องการน้ำ 

4 ชีวิตบนรถต่างตื่นตะลึงจนขับเลยไป แล้วก็รีบเบรกดัง เอี๊ยด! รีบค้นหาน้ำในรถอย่างเร็วไว  แต่ก็พบเพียงขวดน้ำที่เปิดดื่มแล้ว รอจนกระทั่งพระใกล้เข้ามา อารามจึงลงไปถามว่ารับน้ำที่เปิดแล้วได้ไหม
 "ไม่ดีมั้งโยม มันจะเป็นบาปแก่ยอมเองนะ ให้รถมอเตอร์ไซค์ขับไปซื้อดีไหม"
หลวงพี่ตอบกลับมา ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/pocky/archives/285</link>
			</item>
	<item>
		<title>กิจกรรมสุดท้ายในชั้น ม.3</title>
		<description>
ร้อนๆอย่างนี้ถ้าได้กินมะขามเปรี้ยวๆคงจะดีมากเลยนะคะ ยิ่งถ้าได้กินกับน้ำพริกหรือเกลือก็ยิ่งอร่อยเข้าไปใหญ่ แต่ออกจะยุ่งยากซักหน่อย กว่าจะหาซื้อมะขาม แล้วไหนจะต้องแกะเปลือกยุ่งยากอีก  นี่ถ้าได้ทานลูกอมมะขามเนื้อแน่นๆ หวานอมเปรี้ยวตัดกับรสเค็มๆของเกลือถ้าจะสุดยอดไปเลยนะคะ....
 "เฮ้ย! มันมีที่ไหนกันละลูกอมแบบนี้ หาซื้อทั่วโลกก็ไม่มีหรอก"
มีสิคะก็ที่งานมงคลทัศน์โรงเรียนมงคลวิทยายังไงล่ะ


งานมงคลทัศน์ของโรงเรียนมงคลวิทยาปี 55 ครั้งนี้จัดเกี่ยวกับกิจกรรมชุมนุมของโรงเรียนค่ะ  โดยให้ชุมนุมต่างๆได้จัดงานนำเสนอของตนเอง  อย่างปีนี้หนูอยู่ชุมนุม Candy Fruit ค่ะ  ก็ตามชื่อเลยค่ะกิจกรรมของชุมนุมนี้ก็คือการคิดค้นวิธีการถนอมผลไม้ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างเช่น มะละกอคลุกเนยอบแห้ง  แล้วก็ลูกอมมะขามสอดไส้เกลือตามที่กล่าวมาข้างบนนะคะ




ในงานมงคลทัศน์ก็จะมีการจัดแบ่งประเภทของชุมนุมไว้เป็นหมวดหมู่ คือ โซนอาหาร โซนกีฬา โซนภาษาและอื่นๆ โซนศิลปะ แล้วก็มีโซน The Show ที่มีการแสดงต่างๆให้ได้ชมกัน มีทั้งของน้องอนุบาล การแสดงนาฏศิลป์ จินตลีลา ที่สำคัญมีละครเพลงด้วยนะคะ





แต่หนูก็ไม่เดินเที่ยวทั่วงานหรอกค่ะ เพราะติดแหงกอยู่ที่โซนอาหาร




ลืมบอกไปค่ะ ชุมนุมของหนูเลือกลูกอมมะขามเป็นของนำเสนอ แต่ไม่ได้สอดไส้เกลือเพราะมันจะยุ่งยากในวันจริง โดยให้ผู้เข้าชมได้มีโอกาสร่วมทำลูกอมเอง 

วิธีการทำก็ไม่อยากเลยค่ะ เพียงแค่นำมะขามมาแกะเปลือกและเมล็ดออก จากนั้นก็นำมากวนในกระทะทองเหลืองกับน้ำเล็กน้อยให้มะขามเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วก็นำไปคั้นให้ได้เนื้อมะขามล้วนๆออกมา ซึ่งกรรมวิธีนี้ลำบากมากเลยค่ะ พวกหนูต้องทดลองกันหลายวิธีเลยว่าจะทำอย่างไรที่จะแยกกากออกจากเนื้อมะขามได้ ทั้งลองเอาผ้าขาวมาคั้นก็ไม่ออก ใช้กระชอนก็ไม่ได้ สุดท้ายก็ค้นพบกับอุปกรณ์ฟ้าประทาน นั้นก็คือที่ร่อนแป้งค่ะ 

ในห้องคหกกรมจะมีอุปกรณ์หลายอย่าง ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/pocky/archives/279</link>
			</item>
	<item>
		<title>ท่าถนอมตักบนรถเหลือง</title>
		<description> ห่างหายไปนานคราวนี้ ด.ญ.เสื้อสีส้ม ก็ขอกลับมาเขียนบันทึกรับลมหนาว ถึงแม้ตอนนี้จะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นของฤดูหนาวได้เลย โลกเรานี้ก็แปลกจริงๆว่าไหมคะ แต่ก็อย่าได้ซีเรียสไปกับมันเลย มันก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ เพราะฉะนั้นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหนูก็เลยไปเที่ยวผ่อนคลายสบายสมอง ดูหนังตามกระแสแวมไพร์ดูดเลือดที่กำลังฮิตในช่วงนี้มาค่ะ


 หลังจากดูหนังเสร็จหนูกับเพื่อนก็ไปต่อรถคิวสองแถวไปบ้านเพื่อนที่อยู่หนองตองกัน โดยรถสองแถวสายนี้คนส่วนใหญ่เรียกว่า "รถเหลือง"ค่ะ ตอนเย็นๆแบบนี้คนขึ้นรถเหลืองกันเต็มเลย ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งคันที่หนูกับเพื่อนกำลังจะขึ้น บนรถก็มีแต่คนแก่กับผู้หญิงเต็มรถ ด้วยความที่หนูเป็นคนถึกก็เลยอาสาโหนรถ แมนมาก ฮาฮ่า


 แต่ใครจะไปคาดคิดละคะว่าจะมีคุณยายท่านหนึ่งแสดงความมีน้ำใจแบบสุดซึ้งกับหนู อย่าพึ่งตกใจค่ะ ท่านไม่ได้อาสามาโหนรถแทนหนูหรอกค่ะ แต่ท่านบอกกับหนูว่า
"หนูๆไม่ต้องโหนหรอกลูก มานั่งตักยายนี่มา"
แล้วท่านก็ตบตักตัวเองดังแปะๆ พร้อมกับส่งรอยยิ้มเปี่ยมไมตรีมาให้หนู OHhhhh God !!! แล้วจะให้หนูทำอย่างไรละคะ ให้ไปนั่งตักยายก็สงสารยายแกแย่ ดูหุ่นหนูซะก่อน ตัวเล็กกว่าเสาไฟฟ้านิดเดียวเอง ตักยายจะไม่หักพอดีเหรอคะ แต่หนูก็ได้เพียงโวยวายในใจ แล้วก็ยิ้มแห้งๆ ส่งเสียง "แหะๆ" บอกปฏิเสธยายแกไป


 แต่เรื่องก็ไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อคนในรถก็ต่างส่งสายตากดดันหนูให้ไปนั่งตักยาย    บ้างก็บอกว่า "ต้องโหนอีกไกลนะน้อง"
บางคนก็ไซโคว่า "เดี๋ยวกระโปรงปลิวนะน้อง(หนูใส่ชุด น.ร.)"
ยายก็เร่งให้หนูไปนั่งตักแกให้ได้ สถานการณ์ในตอนนั้นหนูรู้สึกอึดอัดมากเลยค่ะ คือหนูไม่อยากไปนั่งตักยายแก สงสารท่าน ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/pocky/archives/274</link>
			</item>
	<item>
		<title>จากโรงเรียนสู่สวนป่า</title>
		<description>  ในที่สุดปิดเทอมนี้หนูก็ได้มีโอกาสไปเยือนยังสวนป่าแล้ว จากที่พลาดโอกาสไปหลายครั้ง ได้แต่ฟังเรื่องเล่าจากคนอื่นว่าสวนป่าเป็นอย่างนู้นอย่างนี้มานาน แต่กว่าจะไปถึงก็ต้องเดินทางกันนานเลยทีเดียว แต่ถึงจะไปถึงดึกแค่ไหนครูบากับป้าหมอเจ๊ก็ยังตั้งตารออยู่ แต่พอแนะนำตัวกับทุกๆคนแล้วก็มีแต่แววตาสงสัยว่า นี่เหรอ ด.ญ.เสื้อสีส้ม ขนาดป้าหวียังนึกว่าหนูอยู่มหาลัยแล้ว อะไรกันหนูไม่ได้หน้าแก่ขนาดนั้นซักหน่อยนะคะ
  ที่สวนป่ามีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่ตื่นเช้ามาที่ห้องครัวก็เต็มไปด้วยเสียงอลหม่านเต็มไปหมด หน้าที่ของหนูในสวนป่าก็คือเป็นลูกมือของป้าหวีกับย่าสอนค่ะ แต่ก็เป็นงานเล็กๆน้อยๆอย่างล้างผัก เด็ดผัก เจียวหอม ล้างจาน อะไรประมาณนี้ เมนูกลางวันเป็นก๋วยเตี๋ยวว่านสาวหลง หนูก็เลยต้องมานั่งเด็ดเปลือกถั่วงอกตั้งแต่เช้า สำหรับหนูมันเป็นงานที่ยากมากเลยค่ะ ต้องใช้สมาธิ ความตั้งใจ แล้วก็ต้องให้ความใส่ใจ เป็นงานที่ละเอียดอ่อนมากเลยค่ะ หนูเห็นป้าหวีกับย่าสอนทำกันอย่างคล่องแคล่ว ดูเป็นงานที่ง่ายมากเลย แต่พอหนูมาลองทำกว่าจะได้ซักกำมือหนึ่งนี้ใช้เวลานานมาก ถั่วงอกสีขาวๆตกเต็มพื้นไปหมดเลยค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าใครได้ลองทานก๋วยเตี๋ยวว่านสาวหลงก็ต้องบอกว่าอร่อยกันแน่ๆ เพราะว่าเป็นฝีมือ(เด็ดถั่วงอก)ของหนูเอง อิอิ


  ประสบการณ์แปลกใหม่มีอยู่ในสวนป่าเต็มไปหมดเลยค่ะ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยๆอย่างเรื่องอาหารการกิน ไปจนถึงป่าอันกว้างใหญ่ที่เดินวันหนึ่งก็ไม่ทั่วของครูบา  ครูบาบอกว่าอย่าเพิ่งเดินป่าเพราะยุงเยอะ เป็นใครก็คิดว่า แค่ยุงเองจะกลัวอะไร(แน่เหรอ) แต่พอหนูได้ไปลองเดินกับอาอึ่งแล้วเหมือนเข้าไปผจญภัยในดงยุงเลยค่ะ การเดินป่าเหมือนกับการเล่นเกมแนว RTS(REAL TIME STRATEGY) เลยค่ะ เพราะเราต้องวางแผนว่าจะต้องเดินทางไปทางไหน ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/pocky/archives/270</link>
			</item>
	<item>
		<title>ประสบการณ์ดีๆ&#8230;ที่อยากเล่าให้ฟัง</title>
		<description>


  สวัสดีค่ะทุกท่าน  ตอนนี้หนูก็สอบเสร็จแล้ว ปิดเทอมแล้วด้วย เย้ๆ..ก็เลยมาเขียนบันทึกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมาให้กับทุกท่านได้อ่านสนุกๆเพลินๆเบาสมองกันนะคะ

  ช่วงที่ผ่านมานี้หนูได้มีโอกาสไปเข้าค่ายยุวคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนสามัคคีวิทยาคมจังหวัดเชียงรายมาค่ะ  เห็นชื่อค่ายแล้วอย่าเข้าใจผิดเป็นค่ายลูกเสือยุวกาชาดอะไรแบบนั้นนะคะ  เพราะความจริงแล้วค่ายยุวคอมฯเป็นค่ายอบรมด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ สสวท. จัดขึ้นค่ะ  ชื่อมันชวนให้เข้าใจผิดจริงๆเลยนะคะขนาดเพื่อนของหนูที่ไปเข้าค่ายด้วยกันยังเข้าใจผิดเตรียมชุดยุวกาชาดมาด้วยเลย  พ่อของหนูก็เหมือนกันแล้วยังบ่นอีกนะว่า "ค่ายยุวกาชาดนี่ไม่มีอะไรจะสอนกันแล้วเหรอ มาสอนคอมพิวเตอร์เนี้ย".. น่าสงสารจริงๆ TT^TT



แล้วก็ขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าคงจะหาสาระเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมจากหนูไม่ได้หรอกค่ะ เพราะขนาดตัวหนูเองยังไม่เข้าใจเลย
  การเข้าค่ายครั้งนี้เป็นการเข้าค่ายที่ไม่ใช่ของโรงเรียนจัดครั้งแรกของหนูเลยค่ะ  เป็นการเข้าค่ายที่ต้องไปเจอกับสังคมใหม่ๆที่ไม่ใช่ครูและเพื่อนๆในโรงเรียน  ตอนไปถึงวันแรกทุกคนก็ทำตัวกันไม่ถูกเลยค่ะ ไม่กล้ามองหน้ากันไม่กล้าคุยกันอยู่แต่กับกลุ่มเพื่อนที่มาด้วยกันเพราะว่ายังปรับตัวไม่ถูก  แต่มีเรื่องหนึ่งค่ะที่หนูปรับตัวได้ไว๊ไว..นั่นคือเรื่องการกิน  ต้องบอกก่อนว่าอาหารที่ทางค่ายจัดให้ต้องให้แม่ครัวตักให้ ซึ่งโต๊ะของแม่ครัวนี้แบบตั้งอยู่เด่นเป็นสง่ากลางโรงอาหารเลยค่ะ  อาหารมื้อแรก(มื้อเช้า)ทุกคนก็แบบเขินอาย  อุ้ย! เดี๋ยวเค้าจะว่าเรากินเยอะไหมนะ..จะมีคนมองรึเปล่า..ไม่เอาดีกว่าจานเดียวพอละ..  แต่สำหรับวิริยาไม่ค่ะ..ยังไม่อิ่มกับข้าวก็อร่อย หนูก็ลุกไปเติมราวกับเป็นเรื่องปกติเพราะเรื่องกินสำคัญสำหรับหนูค่ะ  แต่แค่หาเพื่อนจากโรงเรียนอื่นทำไมมันยากจุงเบย





  ทางค่ายจัดระบบนักเรียนเป็นแบบกลุ่ม โดยมีพี่ๆสต๊าฟที่เป็นนักเรียนอาสาสมัครของโรงเรียนสามัคคีวิทยาคมคอยดูแลแต่ละกลุ่มค่ะ  แล้วก็มีดาวแจกเป็นรางวัลเวลาทำกิจกรรมให้แต่ละกลุ่มที่ทำได้  ในกลุ่มทุกคนก็ต้องทำกิจกรรมด้วยกัน เรียนด้วยกัน ทานข้าวด้วยกัน ขนาดเดินกลับที่พักก็ต้องไปด้วยกันเลยค่ะ





 ตอนแรกๆในกลุ่มเงียบมากเลย ขนาดจะแนะนำตัวกันยังต้องโอวาว่าใครจะแนะนำตัวก่อนเลย  แต่เมื่อนานๆไปได้รู้จักกัน คอยช่วยสอนเวลาเรียนไม่เข้าใจ ทำกิจกรรมด้วยกัน ร่วมมือกันแก้โจทย์ที่ครูให้ ทำโปรเจคด้วยกัน ความสัมพันธ์ก็เริ่มพัฒนาขึ้น ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/pocky/archives/254</link>
			</item>
	<item>
		<title>เสน่ห์แรงจริงๆนะ</title>
		<description>  สวัสดีค่ะชาวลานปัญญาและนักอ่านทุกท่าน ด.ญ.เสือสีส้ม กลับมาแล้วค่ะ หลังจากห่างหายจากลานไปนาน เนื่องจากเปิดเทอม วันนี้หนูก็ขอเขียนบันทึกน่ารักๆสบายๆไร้สาระ มาแบ่งปันให้อ่านในวันวิสาขบูชากันค่ะ


  ใครที่อ่านหัวข้อแล้วก็ไม่ต้องคิดไปไกลค่ะ  เพราะหนูคิดว่าหนูมีเสน่ห์จริงๆนะคะ  คือเรื่องมีอยู่ว่าตอนนี้ในโรงเรียนก็มีน้องเล็กหน้าใหม่เข้ามา ทั้ง ป.1 ม.1  หนูก็เป็นพวกชอบเล่นกับเด็กตอนกลางวันก็เลยชอบเล่นกับพวกน้องๆ ป.1   แล้วก็มีน้องผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่าน้องลิตเติ้ล  น้องลิตเติ้ลก็เป็นหนึ่งในพวกน้องๆที่หนูรู้จัก

  อยู่มาวันหนึ่ง(เล่าเหมือนเล่านิทานเลย อิอิ)หนูก็พูดเล่นกับน้องลิตเติ้ลว่า "พี่อยากกินเบนโตะ(ปลาหมึกปรุงรส)ไปซื้อให้หน่อยดิ" น้องลิตเติ้ลก็สุดแสนจะใจดีอาสาไปซื้อโดยหนูก็เอาเหรียญสิบบาทให้ไป สักพัก(นานมาก)น้องลิตเติ้ลก็กลับมาทั้งที่หนูคิดว่านานขนาดนี้คงเชิดตังค์หนูหนีไปละ แต่น้องเขาน่ารักมากซื้อเบนโตะมาให้หนูจริงๆด้วย


"ขอบใจมากครับ แล้วไหนเงินทอนของพี่ล่ะ"หนูถามน้องลิตเติ้ล
"ไม่มี"น้องลิตเติ้ลตอบ เฮ้ย!!เบนโตะมันอัน 5 บาทนะ
หนูจำได้ว่าเอาเหรียญสิบให้น้องเขาไป ทำไมไม่มีตังค์ทอนล่ะ หนูไม่ได้ตกคณิตฯ นะ -*-
"อ้าว หายไปไหน 5 บาทล่ะ"หนูก็เลยถามน้องเขาไป
"อ๋อ เอาไปซื้อดัชมิลล์ไปละ นี่ไง (^o^)/" Oh noooooooo ยังมีการมายิ้มโชว์ฟันหลออีก ใจร้ายอ่ะ TT^TT




แต่เนื่องจากหนูเป็นคนที่มีจิตใจอันแสนงดงาม(???????????)หนูก็เลยได้แต่หัวเราะ หึหึ กลับไป 

 ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/pocky/archives/250</link>
			</item>
	<item>
		<title>กิจกรรม เรียนรู้ สร้างประสบการณ์</title>
		<description>  เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2555 ที่ผ่านมาโรงเรียนมงคลได้มีการจัดงาน เรียนรู้ สร้างประสบการณ์ ขึ้นค่ะ  ซึ่งงานนี้เป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้เปิดร้านขายของเป็นของตัวเอง  ในปีนี้เน้นให้นักเรียนได้ลงมือทำกันเอง ร้านค้าต่างๆจึงได้มีการทำรูปแบบที่เน้นให้ผู้ที่มาซื้อสินค้าของตนได้ลงมือทำเอง

  ส่วนร้านของกลุ่มหนูเป็นร้านที่สอนทำการ์ดค่ะ  โดยลูกค้าจะมีการจัดอุปกรณ์เตรียมไว้ให้ เมื่อลูกค้าจ่ายเงินแล้วก็นำไปทำในร้านได้เลย  ในร้านก็มีการ์ดรูปแบบต่างๆให้ลูกค้าได้เลือกว่าชอบแบบไหน  จากนั้นก็จะมีคนมาสอนทำ เพื่อให้ลูกค้าได้มีความรู้ไปใช้ทำการ์ดในโอกาสต่างๆกันค่ะ


  แต่ว่าถ้าทำเป็นร้านสอนทำการ์ดเฉยๆก็ดูไม่น่าสนใจเท่าไร กลุ่มของหนูก็ได้มีการทำคล้ายๆกับเป็นเกมชิงรางวัล.  เมื่อลูกค้าทำการ์ดเสร็จก็จะมีรูปภาพที่เตรียมไว้ให้เลือกติดลงไปในการ์ดของตัวเองได้ตามใจชอบ แล้วก็เขียนราศีเกิดของตัวเองลงไป โดยจะมีการทำรหัสว่ารูปภาพกับราศีไหนจะได้ของรางวัลอะไรเอาไว้(แต่ไม่ให้ลูกค้ารู้นะคะ)  จากนั้นก็ให้ปิดตาแล้วเข้าไปพบกับแม่หมอที่อยู่ในซุ้มสีดำ(สมาชิกในกลุ่ม) แม่หมอก็จะทำนายดวงและแจกรางวัล  บางคนโชคดีเจอแจ็คพอต แม่หมอก็จะให้พนมมือแล้วอธิษฐานเสร็จแล้วก็เป่าแรงๆแป้งก็จะลอยมาเต็มหน้าเลยค่ะ  พอทำเป็นซุ้มดูลึกลับน่าสงสัยเลยทำให้มีคนสนใจกันมากเลยค่ะ บางคนถามว่าข้างในเป็นอะไร ยิ่งเห็นคนออกมาจากซุ้มแล้วหน้าเต็มไปด้วยแป้งก็ยิ่งอยากลองเข้าไปกันใหญ่  บางคนก็มาแอบเจาะรูดูทำให้ต้องคอยซ่อมอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ -_-^


  จากกิจกรรมนี้คุณอาก็ได้ให้หัวข้อกับหนูมาวิเคราะห์เกี่ยวกับหลักการผลิตและบริการ  ท่านผู้อ่านก็ช่วยแนะนำหรือแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่หนูขาดตกบกพร่องไปได้นะคะ


1.หลักการใช้ทรัพยากรในการผลิต คือ ผลิตอย่างไรให้ต้นทุนต่ำสุดและผลิตอย่างไรให้มีรายได้สูงสุด  ซึ่งในข้อนี้หนูคิดว่าทำได้นะคะ เพราะว่ากลุ่มของหนูได้เลือกใช้อุปกรณ์ที่หาง่าย ราคาถูก อย่างกระดาษ ปากกา กาว มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้สะดวกรวดเร็วในการทำงานคือ ใช้คอมพิวเตอร์ปริ้นรูปภาพไว้ให้ลูกค้าใช้ตกแต่งการ์ด ของรางวัลก็ซื้อของที่ขายเป็นโหลทำให้ได้ของที่ราคาถูกกว่าเดิม


2.หลักคุณธรรมของผู้ผลิต การทำร้านทำเพื่อมุ่งหวังกำไรเป็นสิ่งตอบแทน ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/pocky/archives/246</link>
			</item>
	<item>
		<title>แนะนำหนังสือน่าอ่าน</title>
		<description> ในช่วงปิดเทอมอันแสนสบาย ด.ญ.เสื้อสีส้ม ก็ได้มีโอกาสได้รับหนังสือดีๆ 2 เล่ม จากพี่สาวมาอ่านค่ะ แล้วพี่สาวก็ยังบอกอีกว่าถ้าอ่านจบให้เอามาเขียนลงบนลานด้วย วันนี้ ด.ญ.เสื้อสีส้มก็เลยจะมาแนะนำหนังสือวรรณกรรมแปลอ่านได้ทุกเพศทุกวัยมาฝากให้กับทุกท่านกันค่ะ (บันทึกนี้อาจจะมีตัวหนังสือเยอะไปหน่อยนะคะ^^)
 หนังสือเรื่องแรกมีชื่อว่า มาสเตอร์พีซ ที่แปลว่า งานศิลปะที่เยี่ยมที่สุด เขียนโดย เอไลส์ บรอช ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ แปล ภาพประกอบวาดโดย เคลลี เมอร์ฟี เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างเจมส์กับมาร์วินสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่ฝ่ายหนึ่งเป็นเด็กผู้ชายที่ครอบครัวหย่าร้าง ต้องอาศัยอยู่กับครอบครัวใหม่ของแม่ที่เจ้ากี้เจ้าการและมักจะถูกแม่บังคับอยู่เสมอ กับอีกฝ่ายเป็นแมลงปีกแข็งตัวจิ๋วที่ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังตามคำสอนของตระกูลเพื่อไม่ให้ถูกมนุษย์เหยียบแบน แต่กลับมีครอบครัวที่อบอุ่น ทั้งสองได้ออกไปผจญภัยในโลกอันแสนวุ่นวายของผู้ใหญ่


 เรื่องราวเริ่มต้นภายในอพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่ของครอบครัวปอมปาเดย์ ณ มหานครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถานที่ที่ครอบครัวแมงปีกแข็งของมาวินร์อาศัยอยู่ ในวันเกิดของเจมส์ลูกชายของเจ้าของอพาร์ตเมนต์ที่แสนจะน่าเศร้าเหลือเกิน มาร์วินจึงได้วาดรูปวิวนอกหน้าต่างให้กับเจมส์เพื่อเป็นของขวัญมันหวังว่าของขวัญของมันคงจะทำให้เจมส์มีความสุข และก็เป็นจริงอย่างที่มันคิดเมื่อเจมส์ตื่นขึ้นมาได้เห็นภาพวาดเล็กๆที่สวยงามจากนั้นมิตรภาพของทั้งสองก็ได้เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถสื่อสารกันได้ด้วยคำพูด 
 จนกระทั่งทั้งคู่จับพลัดจับผลูเข้าไปเกี่ยวผันกับการโจรกรรมศิลปะเมื่อทุกคนเข้าใจว่าภาพวาดวิวถนนที่สวยงามของมาร์วินที่วาดให้กับเจอมส์เป็นฝีมือของเจมส์ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์จึงของให้เจมส์ไปลอกภาพวาดของ อัลเบรชท์ ดือเรอร์ ซึ่งเผ็นหนึ่งในแผนการจับโจรขโมยภาพศิลปะ ทำให้โลกกว้างของทั้งคู่ไม่ได้อยู่เพียงแต่ในบ้านของตนอีกต่อไป แต่เรื่องราวกลับตาลปัตรเมื่อภาพวาดของจริงถูกขโมยไปมาร์วินและเจมส์จะทำอย่างไรต้องไปติดตามอ่านกันในหนังสือนะคะ
 เนื้อเรื่องดำเนินไปโดยมีผู้เขียนเป็นผู้เล่าโดยเล่าทั้งอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร และเหตุการณ์ต่างๆ แต่จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับมาร์วิน นอกจากจะได้รับความสนุกสนานจากหนังสือแล้ว ยังได้ข้อคิดดีๆอีกหลายอย่าง ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/pocky/archives/245</link>
			</item>
	<item>
		<title>Reality ชีวิตนี้เพื่อเธอ</title>
		<description>สวัสดีคุณลุง คุณอา คุณป้า  คุณน้า ฯลฯ ชาวลานปัญญาทุกท่านค่ะ ตอนนี้ก็ถึงช่วงปิดเทอมที่ ด.ญ.เสื้อสีส้ม รอคอยมานานแล้ว วันนี้ก็เลยกลับมานำเอาเรื่องราวสนุกๆมาให้ทุกท่านได้อ่านกันค่ะ


ในช่วงก่อนสอบที่โรงเรียนมงคลวิทยาได้จัดกิจกรรม Reality ให้กับนักเรียนชั้น ม.2   เป้าหมายของกิจกรรมนี้ ก็คือ ให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม  ได้รู้จักวางแผน เลือกเป้าหมายในชีวิต ในเรื่องของการศึกษาอาชีพ เห็นคุณค่าของการทำงาน การประกอบอาชีพ  เห็นใจ และเข้าใจในการทำงานของผู้อื่น  โดยจะให้นักเรียนเลือกอาชีพที่สนใจในโรงเรียนอย่างเช่น แม่บ้าน แม่ครัว ภารโรง พี่เลี้ยงเด็ก ช่างไม้ เป็นต้น เสร็จแล้วก็ให้ไปเรียนรู้ในอาชีพที่เลือกโดยการไปทำงานนั้นเป็นเวลาหนึ่งวันและยังมีเจ้าของอาชีพมาเป็นพี่เลี้ยงคอยสอนให้ความรู้ค่ะ
ส่วนหนูนั้นหนูเลือกอาชีพพี่เลี้ยงเด็กบ้านเด็กค่ะ เพราะว่าหนูชอบเด็กตัวเล็กๆน่ารักน่ากอดดี อิอิ^^  เมื่อเข้ามาในบ้านเด็กภาพที่เห็นก็พบกับหนูน้อยวิ่งไปทั่ว  พอไปนั่งก็มีน้องๆมานั่งจ้องกันเต็มไปหมดเลย  บางคนก็เข้ามาเล่นด้วย บางคนเข้าไปเล่นด้วยกลับวิ่งหนี เฮ้ยน้อง!!!~ พี่ไม่กินตับเด็กหรอกนะ

การดูแลน้องๆนั้นเหนื่อยเอาการเรียกได้ว่าต้องอุทิศทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้(เว่อร์ได้อีก)  แต่ก็ถือว่าคุ้มนะคะ  เพราะได้เล่นได้กอดเด็กน้อยน่ารักตัวนุ่มนิ่ม  งานที่ต้องทำก็คือ  คอยดูแลน้องๆ ไม่ให้ซนขณะที่ครูกำลังสอน  น้องบางคนก็ร้องไห้ไม่ยอมหยุดหนูไม่รู้จะทำอย่างไรเลย  แต่ว่าเพื่อนเขาเคยเลี้ยงน้องมาก่อนเลยปลอบน้องอุ้มบ้างจนน้องหยุดร้อง แล้วน้องคนนั้นก็ติดเพื่อนหนูไม่ยอมปล่อยเลย เก่งจริงๆค่ะ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/pocky/archives/239</link>
			</item>
	<item>
		<title>ออกกำลังกายเพื่อ&#8230;ผิวสวย</title>
		<description> อากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวก็หนาว เดี๋ยวก็ร้อน อยู่ดีๆฝนก็ตก ภายในหนึ่งวันมีตั้ง 3 ฤดู ทำให้ไม่สบายได้ง่าย ตอนนี้หนูเลยเอาชนะความขี้เกียจ รวบรวมพลังมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีค่ะ ^^

 วันแรกของการออกกำลังกาย เริ่มต้นเมื่อเย็นวันพฤหัสโดยมีพ่อวิ่งเป็นเพื่อน สถานที่ก็คือภายในบ้าน วิ่งไปพลางฟังเพลงไปพลาง ชมนกนมไม้ก็สนุกไปอีกแบบ

 แต่พอวิ่งไปนานๆหลายๆรอบก็เริ่มเหนื่อย ไม่เหมือนกับพ่อที่วิ่งทุกๆวัน ถึงแม้จะอายุมากแต่ก็ยังวิ่งได้อย่างสบายๆ

 เมื่อเอาชนะความเหนื่อยไม่ไหว เลยเผลอตัวหลับตาไปจำไม่ได้เหมือนกันค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น มารู้ตัวอีกทีก็ได้ยินพ่อตะโกนว่า "ระวัง!ระวัง!"จากนั้นก็ ตู้ม! หนูก็ตกไปในบ่อน้ำเลย

 ขึ้นมาตัวก็เลอะโคลนไปหมดโดยเฉพาะซีกซ้าย พ่อก็พามาล้างตัวที่ก๊อกน้ำ ทั้งอาราม อาอึ่ง ลุงยาม ก็มาดู จากวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเฉยๆ ก็ได้ทำสปาโคลนไปในตัวด้วย อ้า!!~ รู้สึกว่าผิวนุ่มชุ่มชื่นจัง อิอิ^o^ แล้ววันนั้นแม่ก็บ่นใหญ่เลยค่ะ

 เห็นไหมล่ะคะว่าถ้าไม่ออกกำลังกายร่างกายก็จะอ่อนแอ เหนื่อยง่ายป่วยง่าย ดังนั้นหนูก็อยากจะเชิญชวนให้ชาวลานและผู้อ่านมาออกกำลังกายกันนะคะ การออกกำลังกายไม่ได้หมายถึงการต้องไปแข่งขันกีฬากับผู้อื่น แต่การออกกำลังกายเป็นการแข่งขันกับตัวเอง หลายคนก่อนจะออกกำลังกายมักจะอ้างเหตุผลของการไม่ออกกำลังกาย เช่น ไม่มีเวลา ไม่มีสถานที่ ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ปัญหาเกี่ยวกับอากาศ ทั้งหมดเป็นข้ออ้างที่จะไม่ออกกำลังกาย ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/pocky/archives/231</link>
			</item>
</channel>
</rss>
