<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ลานความเข้าใจ</title>
	<link>http://lanpanya.com/panlinkk</link>
	<description>ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ เพื่อประชาชนทั่วไป</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Feb 2010 01:26:38 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>กายบริหารสำหรับผู้สูงวัย  (2)</title>
		<description>การออกกำลังกายนั้นทำได้หลายวิธี ในที่นี้ขอกล่าวถึง
การออกกำลัง หรือ การบริหารร่างกาย ที่ทำได้เองง่ายๆที่บ้าน

สำหรับผู้สูงวัยนั้น
การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นการช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกายได้ดีวิธีหนึ่ง
แต่ผู้สูงวัยหลายท่านยังไม่เข้าใจวิธีการ และ
สื่อที่เห็นส่วนใหญ่จะเห็น การออกกำลัง การบริหารร่างกาย ที่ไม่จำกัดวัย
ดูเหมือนจะไม่เหมาะ หรือ ทำไม่ไหว ทำได้ยาก จำไม่ได้ ทำไม่ได้ จึงไม่ค่อยได้สนใจออกกำลัง

การเคลื่อนไหวข้อต่างๆในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกาย
ท่าทางต่างๆนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยนำไปสู่การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ
แต่สำหรับการออกกำลังเองที่บ้านของผู้สูงอายุ ขอให้ยึดธรรมชาติเป็นหลัก
ไม่ต้องเน้นตามหนังสือ ตามวิดีโอ จนขาดการพิจารณาประกอบ

ธรรมชาติของข้อต่างๆ

ได้เสนอเรื่อง คอ ไปแล้ว ต่อไปเรื่องไหล่ ข้อ แขน มือ
ลองสังเกตการเคลื่อนไหวดูง่ายๆ
นั่ง หรือ ยืน ตามความเหมาะสม ใช้ความต้องการเป็นเกณฑ์เบื้องต้น
ปกติยืนมากแล้ว เดินมากแล้ว อาจนั่งเก้าอี้ เพื่อบริหารส่วนบนก็ได้
หรือ บางท่า อาจนั่งที่พื้น เหยียดขาหรือ ขัดสมาธิ ก็ได้
ทำและสังเกต เลือกวิธีที่เหมาะกับเราเอง

การบริหารไหล่ แขน ข้อ นั้น ทำได้หลายท่าแต่ขอให้ใช้
การสังเกตตัวเองประกอบเสมอ เริ่มต้นช้าๆ ค่อยๆ ก่อนเสมอ

ท่าต่างๆ ต่างกันตรงไหน
ยกแขนลองดูด้วยตนเอง สังเกตว่าเรายกได้คล่องทั้ง 2 แขนไหม?
สังเกตว่า ยกแขนขึ้นมาตรงๆ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/panlinkk/2010/02/23/ex2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>กายบริหารสำหรับผู้สูงวัย</title>
		<description>การทำกิจวัตรประจำวัน เช่น เดิน ยืน นั่ง นอน ก็เป็นการใช้งานส่วนต่างๆของร่างกายอยู่แล้ว และ บางท่านก็คิดว่าเพียงพอแล้ว แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้น การออกกำลังให้ได้หลายๆส่วน อาจจะไม่ถึงกับครบทุกส่วน แต่ออกกำลังมากกว่าปกติในชีวิตประจำวันเพิ่มอีกสักหน่อยจะดีกว่ามาก  และเมื่อพบกับผลลัพธ์แล้วจะเข้าใจการออกกำลังมากขึ้น นำมาปรับให้เข้ากับตนเองได้ต่อไป

การออกกำลัง ..ยุ่งยาก.....

ไม่จริงเลย..เราสามารถออกกำลังที่ไหนก็ได้ เมื่อไรก็ได้ และเท่าไรก็ได้ เลือกให้เหมาะสม กับตัวเราต่างหาก เลือกที่ควรเป็นเพราะแต่ละคนมีความพร้อม ความต้องการ อุปสรรค แตกต่างกัน ข้อควรคำนึงสูงสุดคือ ความปลอดภัย ก่อนอื่นควรทราบภาวะเบื้องต้นของตนเองก่อน มีข้อห้ามอะไรทางการแพทย์หรือไม่ ที่คุณหมอท่านห้ามไว้ ถ้าไม่ทราบ ก็ควรได้ตรวจสุขภาพบ้างและปรึกษาแพทย์ได้ว่า ตัวเองนั้นมีข้อห้ามอะไรบ้าง หรือไม่

หลังจากนั้นเริ่มต้นแบบง่ายๆ

1 ใช้เวลาบิดขี้เกียจเพิ่มขึ้น   ผู้สูงวัย อย่างไรก็รู้จักบิดขี้เกียจ  เป็นกายบริหารเบื้องต้นจริงๆ ทำได้ตามใจนึก เคยบิดทีเดียวก็อาจจะเพื่มเป็น 3-5ที ทำแล้วสบายๆ ก็เพิ่มอีกเป็น 10ที  ไม่กำหนดตายตัวว่าบิดท่าไหน ขอให้ทำแล้วถนัด สบาย  ไม่ฝืนออกแรงส่วนใดหักโหมมากไป ใช้ได้

2 ทำใจให้ร่าเริงระหว่างวัน  ในขณะทำอะไรอยู่ก็สามารถออกกำลังง่ายๆไปด้วยได้ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/panlinkk/2010/02/14/1421/</link>
			</item>
	<item>
		<title>บทส่งท้าย&#8230;ควันหลง..</title>
		<description>มาตอบเรื่อง ข้อสรุปนะคะ

น่าเสียดายที่เวลามีน้อย หรือพูดอีกอย่างเรื่องราวมีมากกว่าเวลา
ที่ประชุมเริ่มประชุมประมาณบ่ายโมง เพราะประชุมมาจาก
รพ.น้ำพอง ช่วงเช้า แล้วค่ะ
เริ่มประชุมไม่นาน พนักงานโรงแรมต้องเอาเก้าอี้มาเสริม หลายรอบ หลายแถว
พูดกันตลอด ไม่มีเบรค ไม่มีใครออกไปพัก ประชุมกันจน 17.30 น.จึงจบการประชุม
มีเรื่องราว และผู้คนมากจริงๆ

สำหรับท่านที่มาเสนอตัวอย่าง  เช่น
รพ.สมเด็จพระยุพราขด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย  (นพ.ภักดี  สืบนุการณ์ )
อบต.ที่จังหวัดยโสธร (กองทุน รพ. 2 บาท)
สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ( นพ.วุฒิไกร มุ่งหมาย )
เจ้าอาวาสวัดคำประมง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร  (พระภิกษุปพนพชร จิรธัมโม)
รพ.ศูนย์ขอนแก่น (นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ )
รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (นพ.ภิเศก  ลุมภิกานนท์)
รพ.อุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ ขอนแก่น (นพ.อภิสิทธิ์ พญ. ทานทิพย์ ธำรงวรางกูร)

แต่ละท่านถูกขอให้พูดสั้นๆ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/panlinkk/2009/11/26/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ควันหลงจากงาน:ขับเคลื่อนแผนแม่บทกำลังพลด้านสุขภาพการสร้างสุขภาวะภาคอีสาน (ต่อ)</title>
		<description>มาถ่ายทอดต่ออีกนิดหน่อยนะคะ

การเข้าถึงชุมชน ชาวบ้าน ขอถ่ายทอดย่อๆ 2ตัวอย่างค่ะ

ท่านผอ.รพ.สมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย ท่านได้เล่าว่า
เมื่อท่านมาทำหน้าที่ใหม่ๆ ท่านทำงานอยู่แต่ในโรงพยาบาล
และท่านก็ได้พบคนไข้ ได้ตรวจ ได้รักษา ท่านเข้าใจว่าได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว
จนกระทั่งวันหนึ่ง ท่านได้คุยกับคนไข้ คุยไปมา ท่านได้ชวนคนไข้ว่า
วันหลังมาคุยกันใหม่ คนไข้บอกว่าไม่ได้มาหรอก มาไม่ได้
แต่ถ้าท่านว่างก็ไปคุยกับเขาที่บ้านได้  และเมื่อท่านออกมานอก รพ.
ได้พบแม่ค้า ได้คุยกับชาวบ้าน ท่านจึงได้ทราบว่า ผู้คนที่ท่านได้พบใน รพ.
นั้นเป็นส่วนหนึ่ง แต่ยังมีชาวบ้านอีกมากที่ต้องการการดูแล รักษา
แต่ไม่ได้ไป รพ. ยึ่งได้เรียนรู้ ท่านยิ่งได้พบความยากลำบากของคนไข้ ปัญหาของชาวบ้าน
ท่านจึงได้พบว่า  ควรมีการออกมาดูแลในชุมชนด้วย  การให้คำแนะนำ
ให้การปรึกษา ให้การรักษาเบื้องต้น การติดตามการรักษา ไม่จำต้องทำที่ รพ.
จากนั้นท่านก็ส่งทีมออกมาเรียนรู้  กลับไปฝึกปฏิบัติ และออกมาให้การดูแลชาวบ้าน
ในที่สุด บุคคลากรใน รพ.ก็ร่วมกันปฎิบัติในแนวทางสู่ชุมชนด้วย
สิ่งที่ท่านทำนั้น หลายๆรพ.ก็อาจทำอยู่แล้ว แต่ที่นำมาเล่าคือ
เล่าถึงแรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น การปรับเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ เริ่มต้นที่ใจ
และนำมาปฎิบัติจริง แล้วขยายต่อ

ท่านผอ.รพ อุบลรัตน์ ก็มีงานประสานกับชาวบ้าน ผสมผสานทั้งทาง
การเกษตร สมุนไพร ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/panlinkk/2009/11/24/community/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ควันหลงจากงาน:ขับเคลื่อนแผนแม่บทกำลังพลด้านสุขภาพการสร้างสุขภาวะภาคอีสาน (ต่อ)</title>
		<description>ความต้องการพยาบาลชุมชน และแนวทางการผลิต

เนื่องจากเสียงจาก รพ.ต่างๆ ต่างต้องการพยาบาลเพิ่มขึ้น
เดิมทีการผลิตและการกระจายของพยาบาล มีส่วนกลางได้พยายามผลิต
และส่งไปตามพื้นที่ต่างๆ  แต่ก็ยังไม่พอเพียง  อาจเกิดจากการย้าย หรือ
บางส่วนเข้าไปอยู่ในภาคเอกชน  บางส่วนเลือกท้องถิ่นที่ต้องการอยู่เป็นต้น
การกระจายจึงไม่เป็นไปตามแผนการผลิต

การผลิตเพิ่ม และความต้องการ ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับงบประมาณ ตำแหน่ง
เกี่ยวกับ กระบวนการผลิตที่จะต้องเพิ่มผู้สอน เพิ่มต้นทุน เพิ่มอุปกรณ์ เพิ่มสถานที่
และ เพิ่มงบการเงินส่วนที่เกี่ยวข้องนั้นๆ ทั้งระเบียบราชการต่างๆอีกด้วย

จากการประสานความร่วมมือ  ระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งแพทย์
ทั้งพยาบาล ทั้งสถาบันการศึกษา ทั้งสำนักงานสาธารณสุข
และทั้งชุมชนเจ้าของพื้นที่ ได้มีการประสานงานร่วมมือ ร่วมใจกันแก้ป้ญหาดังกล่าว

ฝ่ายชุมชนต้องการอะไร ต้องการพยาบาลชุมชน คนบริบาล
เพื่อแบ่งเบาภาระแพทย์และพยาบาลที่ รพ.และเพื่อสุขภาพของชุมชน
ทาง รพ.ตระหนัก ถึงปัญหานี้ และเกิดการศึกษาว่า ชุมชนต้อง
พึ่งพาชุมชนเอง ดังที่ผอ.รพ.น้ำพองได้กล่าวว่า  เราต้องการส่งคนดี
ในชุมชนไปเรียน ให้กลับมาเป็นคนเก่ง และ
มาพัฒนาท้องถิ่นของตนด้วยความผูกพันทางใจ เต็มใจ
รพ.อื่นๆก็เช่นเดียวกัน

แพทย์ผู้บริหารแต่ละท่านมีความสามารถอย่างยิ่ง ท่านได้คำนวณ
แผนการผลิตที่เยี่ยมยอด  ต้องการกี่คน ใช้เวลาผลิตนานเท่าไร
ต้องใช้ต้นทุนเท่าไร มีข้อจำกัดที่จุดใดบ้าง

ฝ่ายสภาการพยาบาลและ สาธารณสุขจังหวัดซึ่งต้องดูแลเรื่องการผลิต
ก็ได้ร่วมมือร่วมใจช่วยกันไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัด ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ จนลุล่วง
ผลิตพยาบาลที่มีคุณภาพออกมาตามความต้องการของชุมชนจนได้

ตัวอย่าง ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/panlinkk/2009/11/22/nurse/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ควันหลงจากงาน:ขับเคลื่อนแผนแม่บทกำลังพลด้านสุขภาพการสร้างสุขภาวะภาคอีสาน</title>
		<description>19 พ.ย.ที่โรงแรมพูลแมน ราชา ออคิด จ.ขอนแก่น ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส พร้อมด้วยคณะกรรมการกำลังพลด้านสุขภาพแห่งชาติ (สช.)เปิดเวทีจุดประกาย “ขับเคลื่อนแผนแม่บทกำลังพลด้านสุขภาพการสร้างสุขภาวะภาคอีสาน” โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาร่วมงานด้วยกัน เพื่อจัดทำแผนแม่บทกำลังคนด้านสุขภาพที่เหมาะสมกับประชากรใน 19 จังหวัดภาคอีสาน โดยมีบุคลากรทางด้านสาธารณสุข 19 จังหวัดอีสานเข้าร่วม

นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณะสุข กล่าวว่า ขณะนี้ภาคอีสานเผชิญปัญหาการขาดแคลน แพทย์ พยาบาล มากที่สุด โดยทั่วทั้งภาคมีแพทย์ 4,028 คน ขณะที่ภาคกลางและ กทม.มีแพทย์รวม 12,422 คน เมื่อเทียบกับกรุงเทพฯและปริมณฑลแล้ว สัดส่วนแพทย์ 1 คน ต่อประชากรของภาคอีสานสูงกว่าประมาณ 8 เท่า ขณะที่สัดส่วนของพยาบาล 1 คนต่อประชากรก็สูงกว่าประมาณ 3-4 เท่าเช่นกัน



ขอขอบคุณภาพและข่าว และโปรดอ่านรายละเอียด  จาก:
http://76.nationchannel.com/playvideo.php?id=66042

เก็บตกควันหลงมาเล่าสู่กันฟังค่ะ ขอเล่าย่อๆในแต่ละตอนที่ประทับใจผู้เขียนนะคะ

จากที่ทราบกันดีว่า แพทย์และบุคคลากรไม่พียงพอ การบริการที่โรงพยาบาลแน่นขนัด
เดิมทีเราหลงทาง ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/panlinkk/2009/11/22/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
			</item>
	<item>
		<title></title>
		<description>Most H1N1 Patients With Respiratory Failure Treated With Oxygenating System Survive Illness
ScienceDaily (Oct. 13, 2009) — Despite the severity of disease and the intensity of treatment, most patients in Australia and New Zealand who experienced respiratory failure as a result of 2009 influenza A(H1N1) and were treated with a system ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/panlinkk/2009/10/14/17/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ข่าวไข้หวัด 2009 (ต่อ)</title>
		<description>มาส่งข่าวต่อค่ะ

เพื่อนป้าหวาน  ส่งข่าวมาว่าลูกอาการทุเลาแล้ว แต่ก็ยังต้องพาไปหาหมออีกตามคำสั่งหมอ และต้องกักบริเวณต่อไปด้วย ป้าหวานขอคัดลอก อีกส่วนหนึ่งมาให้อ่านกันค่ะ

วันนี้เจ้าโตอ่านข่าวทางเน็ตให้ฟัง บอกว่าภายในอาทิตย์เดียวนี่ในญี่ปุ่นมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้ถึงสามแสนสามหมื่นคนเลยทีเดียว และวานนี้มีเด็กผู้ชายอายุห้าขวบได้เสียชีวิตไปเป็นรายที่ 22 ของโรคนี้ค่ะ ข่าวว่าเด็กไข้ขึ้นถึง 40 องศาในวันที่สามเมื่อพาไปรพ.และให้ยาทะมิฟลูแล้วก็ช้าเกินไป เพราะสมองไม่ตอบรับแล้ว..

สำหรับเจ้าตัวเล็ก หมอให้ยาตัวใหม่สำหรับไข้หวัดใหญ่มาค่ะ ชื่อ Relenza เป็นยาที่ใช้สูดเข้าทางปาก หมอให้มาสองวันค่ะ

ขอขอบคุณ ป้าโซ ค่ะ

ที่นี่ มีคนรู้จักคนหนึ่ง  ป้าหวานเพิ่งพบเธอเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว เธอเสียชีวิตแล้ว ทั้งๆทีวันนั้นเธอยังดูแข็งแรง  เธอมีโรคประจำตัวค่ะ  แต่ไม่ได้มีอาการหนักอะไรเลยในวันที่พบกัน  แม่ของเธอบอกว่า  เธอมีไข้  แล้วก็ ปอดบวม และเสียชีวิต ช่างรวดเร็วเหลือเกินแต่แม่ของเธอก็ไม่ได้เอ่ยถึงไข้หวัด 2009 ป้าหวานก็ไม่ทราบค่ะว่า มีการตรวจไหม ถ้าตรวจ ถ้าใช่ ทำไมไม่มีใครพูดถึง  และญาติก็ไม่ได้กักบริเวณ   ที่สำคัญ คนที่ได้รับเชื้อ แต่ไม่มีอาการ เป็นพาหะที่มาเงียบ ติดได้ไม่รู้ตัว ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็มีไม่น้อยกว่าคนติดเชื้อที่ทราบ ที่รายงานแล้ว ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/panlinkk/2009/10/10/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94-2009-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ทดสอบไข้หวัดใหญ่ 2009</title>
		<description> 

วิธีง่ายๆ ที่ใช้สังเกตอาการไข้หวัด2009
ลดความกังวลใจ ลดความเสี่ยงในการไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น
ถ้ามีไข้สูง 38 องศาเซลเซียส ร่วมกับ ไอ เจ็บคอ ให้ดูว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นหนักหรือเปล่า ถ้าใช่ต้องไปหาหมอทันที
ถ้าไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง (ข้อมูลกลุ่มเสี่ยงอยู่ในหมวดการรักษา) ในเบื้องต้นให้กินยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้

ถ้ากินยาพาราเซตามอลแล้ว อาการขั้นแรกยังมีอยู่ นั่นคือ ไข้สูง ไอ เจ็บคอ แล้วก็มีอาการเพิ่มเติมเพียงแค่ 1 ใน 5 สัญญาณอันตราย ก็ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน นั่นคือ
1. ปวดหัวมากแม้กินยาพาราเซตามอลก็ยังไม่ดีขึ้นนัก
2. เบื่ออาหารอย่างมาก ไม่อยากกินอะไรเลย น้ำก็ไม่อยากดื่ม
3. เหนื่อย อ่อนเพลียและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก
4. ไอแล้วเหนื่อย หรือไอแล้วเจ็บเฉพาะที่ ไอแล้วเจ็บหน้าอก
5. มีอาการท้องเสียหรืออาเจียน    

เรียกว่าถ้ามี 1 อาการหลัก (ไข้ ไอ เจ็บคอ) ร่วมกับอาการที่เป็นสัญญาณอันตราย อย่างน้อย 1 ใน 5 ดังกล่าวก็ต้องรีบไปหาหมอโดยด่วน จำไว้ว่า 1+1 ใน 5 = ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/panlinkk/2009/10/08/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88-2009/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ข่าวเรื่องไข้หวัด 2009</title>
		<description>ได้รับข่าวจากเพื่อนที่ประเทศญี่ปุ่นนะคะ  ลองอ่านดูว่า เขาปฎิบัติกันอย่างไร

วานนี้ทางร.ร.ประถมของเจ้าตัวเล็ก ส่งจดหมายมาถึงผู้ปกครองเรื่องให้นักเรียนชั้นป.5 หยุดเรียนสองห้องจนถึงวันจันทร์หน้านู่น เพราะมีเด็กป่วยเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่

ห้องเจ้าตัวเล็กเขามีคนป่วยด้วยโรคนี้ 9 คน วานนี้มีไข้และกลับบ้านไปกลางคันเพิ่มอีก 3 คน 

ตกเย็นเจ้าตัวเล็กมีไข้ค่ะแต่ไม่สูงนัก ให้กินยาตัดไปแต่พอตกดึกไข้สูง 39.4-40 โอ้.. ปรอทเหยียบเข้าเลขสี่ อุแม่เจ้า!!!  เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ติดหวัดนั่นมาแหงม 

พอรุ่งเช้าให้ปู่พาไปหาหมอ เรียบร้อย.. เป็นไข้หวัดนี่จริงๆด้วย   ปู่บอกว่าที่รพ.ยังกะตลาดนัดเพราะมีผู้ปกครองพาเด็กรุ่นๆเดียวกันนี่ไปหาหมอเหมือนกัน กว่าจะได้ตรวจกลับมาบ้านได้ฟาดไปสามชม. 

พอกลับ มาจากรพ. ก็โทรศัพท์แจ้งไปที่ร.ร.รายงานตัวเพิ่มยอดผู้ป่วย  ทางร.ร.ก็ต้องแจ้งรายงานไปที่กระทรวงศึกษาอีกที  ซึ่งกระทรวงศึกษาก็จะประกาศในเน็ตว่ามีร.ร.อะไรที่มีการระบาดของโรคนี้บ้าง อย่างเมื่อวานนี้เขาก็ประกาศแล้วว่าที่ร.ร.ประถมไดเซ็นจิได้สั่งหยุดเรียนไป สองห้อง

ตอนนี้ที่บ้านเป็นมนุษย์ต่างดาวกันทุกคนค่ะ ใส่มาสก์เดินกันในบ้าน  ไอ้ตัวแพร่เชื้อนั่นตอนนี้สังคมรังเกียจ เนรเทศแยกไปนอนอยู่ชั้นบน ในขณะที่คนอื่นเขาสุมหัวกันอยู่ข้างล่าง จับแยกจาน ตะเกียบ แก้วน้ำแยกไว้ต่างหาก หมอบอกว่าไอ้ตัวเล็กเพิ่งเริ่มเป็น เอายาไปกินซะโดยดี ยังรักษาทันอยู่

วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ มีตารางแข่งยูโดด้วย ต้องแจ้งงดละค่ะ เพราะผู้ป่วยเป็นไข้หวัดนี่ เขาห้ามออกจากบ้านเจ็ดวันเพราะกลัวแพร่เชื้อ

ความเห็นของป้าหวานค่ะ    เขามีความตื่นตัวและเข้มงวดจริงจังมาก  การเฝ้าระวังทำอย่างมีประสิทธิภาพ  ประชาชนให้ความร่วมมือทั้งในด้านส่วนตน และส่วนรวม ไม่ได้นิ่งนอนใจแม้แต่วันเดียว หรือ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/panlinkk/2009/10/07/in-japan/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
