<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานดอกลำดวน</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/noina/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/noina</link>
	<description>Just another ลานปัญญา weblog</description>
	<pubDate>Wed, 19 Jan 2011 23:25:26 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>การทำความดีไม่ควรรอเวลา</title>
		<link>http://lanpanya.com/noina/2011/01/20/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/noina/2011/01/20/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Jan 2011 17:35:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>noina</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/noina/?p=41</guid>
		<description><![CDATA[                      
ในระหว่างวันที่ 12-16 มกราคม 2554 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานมูลนิธิพุทธฉือจี้ (Tzu Chi Foundation) ประเทศไต้หวัน เคยได้ยินแต่ชื่อเสียงเรื่องการสร้างพลังศรัทธา และเรื่องจิตอาสา ครานี้ได้ไปดูและเห็นกับตา ตนเองทำให้เกิดความรู้สึกดีในหลายๆ เรื่องด้วยกัน ในที่นี้ขอเล่าถึงเรื่องราวประทับใจในประเด็นการสร้างเสริมคุณธรรมและจริยธรรมที่สำคัญในการดำเนินชีวิตก็แล้วกัน
มูลนิธิพุทธฉือจี้ให้ความสำคัญกับการทำความดีโดยได้นำเอาคุณธรรมที่เป็นนามธรรมและแปลงไปสู่การปฏิบัติจริงที่เห็นผลได้ชัดเจน มูลนิธิพุทธฉือจี้มีอายุกว่า 40 ปี เป็นสำนักพุทธนิกายมหายานที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดของไต้หวัน (มีมากกว่า 10 สำนักใหญ่ด้วยกัน) โดยมีธรรมาจารย์เจิ้งเหยียนซึ่งเป็นภิกษุณี เป็นผู้นำ ปัจจุบันอายุ 73 ปี และท่านเคยได้รับรางวัลแม็กไซไซจากงานที่ทำนี้เมื่อประมาณ 14 ปีที่แล้ว
มูลนิธิพุทธฉือจี้ทำงาน 8 ประการในปัจจุบันด้วยกัน คือ (1) งานการกุศล (2) งานการแพทย์ (มีโรงพยาบาล 6 แห่ง) (3) งานการศึกษา (มีโรงเรียนอนุบาลถึงมหาวิทยาลัย ที่ผลิตแพทย์และบัณฑิตทางสังคมศาสตร์) (4) งานด้านมนุษยธรรม (5) งานบรรเทาทุกข์สากล (6) ธนาคารไขกระดูก (7) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (8) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>                     <img src="http://lanpanya.com/noina/files/2011/01/1-small.jpg" alt="" width="167" height="252" /> <img src="http://lanpanya.com/noina/files/2011/01/2-small.jpg" alt="" width="349" height="248" /></p>
<p>ในระหว่างวันที่ 12-16 มกราคม 2554 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานมูลนิธิพุทธฉือจี้ (Tzu Chi Foundation) ประเทศไต้หวัน เคยได้ยินแต่ชื่อเสียงเรื่องการสร้างพลังศรัทธา และเรื่องจิตอาสา ครานี้ได้ไปดูและเห็นกับตา ตนเองทำให้เกิดความรู้สึกดีในหลายๆ เรื่องด้วยกัน ในที่นี้ขอเล่าถึงเรื่องราวประทับใจในประเด็นการสร้างเสริมคุณธรรมและจริยธรรมที่สำคัญในการดำเนินชีวิตก็แล้วกัน</p>
<p>มูลนิธิพุทธฉือจี้ให้ความสำคัญกับการทำความดีโดยได้นำเอาคุณธรรมที่เป็นนามธรรมและแปลงไปสู่การปฏิบัติจริงที่เห็นผลได้ชัดเจน มูลนิธิพุทธฉือจี้มีอายุกว่า 40 ปี เป็นสำนักพุทธนิกายมหายานที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดของไต้หวัน (มีมากกว่า 10 สำนักใหญ่ด้วยกัน) โดยมีธรรมาจารย์เจิ้งเหยียนซึ่งเป็นภิกษุณี เป็นผู้นำ ปัจจุบันอายุ 73 ปี และท่านเคยได้รับรางวัลแม็กไซไซจากงานที่ทำนี้เมื่อประมาณ 14 ปีที่แล้ว</p>
<p>มูลนิธิพุทธฉือจี้ทำงาน 8 ประการในปัจจุบันด้วยกัน คือ (1) งานการกุศล (2) งานการแพทย์ (มีโรงพยาบาล 6 แห่ง) (3) งานการศึกษา (มีโรงเรียนอนุบาลถึงมหาวิทยาลัย ที่ผลิตแพทย์และบัณฑิตทางสังคมศาสตร์) (4) งานด้านมนุษยธรรม (5) งานบรรเทาทุกข์สากล (6) ธนาคารไขกระดูก (7) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (8) อาสาสมัครชุมชน</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://lanpanya.com/noina/files/2011/01/3-small.jpg" alt="" width="397" height="263" /></p>
<p>คุณธรรมสำคัญที่ทางมูลนิธินำมาปฏิบัติให้เห็นผลชัดเจนคือ พรหมวิหารสี่  ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา</p>
<p>เมตตา คือความต้องการเห็นผู้อื่นเป็นสุข โดยไม่แบ่งเชื้อชาติ ศาสนา ดังจะเห็นได้จากการที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ ได้ให้การช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากทั่วทุกประเทศ โดยคำสอนที่สำคัญมุ่งเน้นให้ทุกคนมีความรักต่อกัน โดยในโลกนี้ไม่มีใครที่เราจะไม่รัก ไม่ศรัทธา หรือไม่เชื่อใจ  ความรักสามารถนำพาทุกสิ่งไปในทางที่ดีได้</p>
<p>กรุณา คือสอนให้รู้จักการช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน มูลนิธิพุทธฉือจี้ มีเป้าหมายที่สำคัญในการ “สอนคนรวยและช่วยเหลือคนจน” คนที่มีพร้อมควรเผื่อแผ่คนที่ยากไร้ การช่วยปลดเปลื้องความทุกข์จากการเจ็บป่วยถือเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนไปด้วย โดยการให้ในสิ่งเล็กๆน้อยๆ ของบุคคลหนึ่งอาจจะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่สำหรับอีกคนหนึ่งได้</p>
<p>มุทิตา คือ ความยินดีในธรรมะและความสงบสุขที่ได้ปลูกฝังแก่สังคม เมื่อสามารถช่วยเหลือให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ได้ ก็จะเกิดมุทิตาซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะนำมาซึ่งความสุขใจจากการที่เราได้ทำความดี ได้ช่วยเหลือผู้อื่น มุทิตาจึงเปรียบเสมือนยาชูกำลังในการทำความดี</p>
<p>อุเบกขา คือการวางเฉย เมื่อให้การช่วยเหลือผู้อื่นแล้วไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ และในกรณีที่เราไม่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ก็ควรวางอุเบกขาทำวางใจให้เป็นกลาง และพิจารณาว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมที่ได้เคยกระทำไว้ จะดีหรือชั่วก็ตาม กรรมนั้นย่อมส่งผลอย่างยุติธรรมตามที่เขาผู้นั้นได้เคยกระทำไว้อย่างแน่นอน</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://lanpanya.com/noina/files/2011/01/4-small.jpg" alt="" width="400" height="265" /></p>
<p>นอกจากนี้จริยธรรมหรือสิ่งที่ดีงามที่ทุกคนพึงกระทำที่สำคัญมีสองประเด็นที่สำคัญที่คนเราไม่ควรรอเวลา นั่นคือ “ความกตัญญูกตเวทีและการทำความดี” ประเด็นความกตัญญูกตเวทีนี้เองทำให้นึกถึง เรื่องเล่าของครูปู เรื่อง “อายที่มีแม่แก่” ถ้าหากเราละเลยที่จะกตัญญูต่อผู้มีพระคุณของตัวเองเพียงเพราะอายเพื่อน แล้วเราจะหันมาดูแลท่านตอนไหนในเมื่ออายุของท่านก็มากขึ้นทุกวันๆ ความละอายควรมีไว้สำหรับการกระทำในสิ่งไม่ดี นั่นคือ “หิริ โอตตัปปะ” ส่วนความกตัญญูกตเวทีไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องน่าชื่นชมต่างหาก และเป็นเครื่องหมายที่การันตีได้ถึงความเป็นคนดีของคนเราอีกด้วย</p>
<p>ส่วนในประเด็นการทำความดีไม่ควรรอเวลา ทำให้นึกถึงคำพูดของนักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่ถามขึ้นมาในระหว่างทำกิจกรรมกลุ่มที่สวนป่า ว่า “ ทำไมอาจารย์ทุกท่านอายุก็ยังไม่มาก แถมยังอยู่คนละที่กัน ทำไมถึงได้คิดมาช่วยกันทำกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมถึงได้ ” คำตอบมันชัดเจนอยู่ในตัวอยู่แล้วว่า การทำความดีไม่ควรรอเวลา แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่ถ้าเริ่มจากจุดเล็กๆ ในที่สุดก็จะนำมาซึ่งความสงบสุขในสังคมได้</p>
<p>สรุปสาระสำคัญสั้นๆ ของหลักคำสอนของมูลนิธิพุทธฉือจี้ ที่เห็นด้วยอย่างยิ่งคือ “ในสังคมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี การกำจัดคนไม่ดีนอกจากจะทำได้ยากแล้ว ยังเสียเวลา สู้ส่งเสริมการทำความดีและสร้างคนดีให้มีในสังคมเพิ่มมากขึ้นน่าจะดีกว่า เพราะนั่นคือคนไม่ดีจะเริ่มลดน้อยลงไป สุดท้ายสังคมก็จะมีแต่คนดีและมีความสงบสุขได้”</p>
<p>การไปศึกษาดูงานครั้งนี้ทำให้มีกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานดีๆ อีกแล้วครับท่าน…อิอิอิ</p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/noina/2011/01/20/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เวลาเดินเท่ากัน</title>
		<link>http://lanpanya.com/noina/2011/01/03/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/noina/2011/01/03/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Jan 2011 03:40:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>noina</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/noina/2011/01/03/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[ 



    

หลังจากที่หยุดพักผ่อนมาหลายวัน เป็นช่วงสุขสันต์ที่ได้อยู่กับครอบครัวที่รัก ได้ใช้เวลาอยู่กับแม่และพี่ๆ และหลานๆ ในคืนข้ามปี อ้อยังมีเจ้าหมูแฮม สมาชิกในบ้านอีกหนึ่งชีวิต (ลูกหมาที่ต้องเสียหมาตั้งแต่เกิด เพราะถูกตั้งชื่อให้เป็นหมูทั้งๆ ที่เป็นหมา) ข้อดีของเจ้าหมูแฮมคือการทำเรื่องธรรมดาให้เป็นเรื่องพิเศษได้ นั่นคือการเกาะแข้งเกาะขาเจ้าของ เหมือนจะอ้อนขอความรักยังไงยังงั้น และก็อดไม่ได้ที่จะต้องอุ้มเจ้าหมูแฮมมากอดทุกที ในบางเวลาที่บ้าๆบอๆ นั่งหัวเราะหน้าจอคอมพิวเตอร์ขณะคุย FB กับสมาชิกชาวเฮ เจ้าหมูแฮมก็มาสะกิดขาเหมือนอยากจะร่วมแจมในวงสนทนาด้วย ภายหลังจากพลัดตกบันไดก็มีเจ้าหมูแฮมมานอนเคลียคลออยู่ใกล้ๆ ด้วยความเป็นห่วง ทำให้นึกถึงคำพูดคุณหมอจอมป่วน &#8220;แม้แต่หมามันยังรู้ว่าใครรักมัน&#8221; ความรักนี่เป็นภาษาสากลที่รับรู้ได้ด้วยการสัมผัสโดยแท้ นั่นคือการโอบกอด นั่นเอง

เวลาแห่งความสุขกำลังจะหมดไปแล้วเพราะพรุ่งนี้เป็นวันทำงาน ต้องจากบ้านด้วยความจำใจ วันนี้ยังมีเวลาว่างอีก 1 วัน เลยถือโอกาสจัดระเบียบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ให้เป็นหมวดหมู่ซะหน่อย เข้าไปค้นเพลงเก่าๆ ที่เคยชื่นชอบและเก็บไว้ในอัลบั้มเพลงส่วนตัวมาเปิดฟัง ปกติแล้วไม่ได้ชื่นชอบศิลปินคนใดเป็นการส่วนตัว เพียงแต่ฟังเพลงไหนเข้าแล้วประทับใจในเนื้อความของบทเพลง ความหมายของเพลงที่ศิลปินพยายามจะสื่อให้คนฟังได้เข้าใจ ก็จะสรรหามาเก็บเอาไว้เปิดฟังในยามพักผ่อน บางเพลงยังสามารถนำไปใช้เป็นสื่อการสอนได้ดีอีกด้วย วันนี้ฟังเพลง &#8220;เวลาเร็วเท่ากัน&#8221; ซึ่งเป็นเพลงของคุณเอ็ม อรรถพล ประกอบของ เดอะสตาร์ 2 อัลบั้มไหนก็จำไม่ได้ รู้แต่เพียงว่าเพลงนี้ทำให้เกิดไอเดียบรรเจิดในการเขียนบันทึกของวันนี้

กว่าอะไรจะพ้นเลยผ่าน&#8230;ในวันที่เสียใจมา
ทำไมมันดูช้า&#8230;และยาวนานอย่างนี้&#8230;กว่าจะผ่านวินาที
แต่ในวันที่ใจนั้นสุข&#8230;อะไรดูจะหมุนเร็วไว
ถ้าใครเป็นอย่างนี้ลองคิดดูใหม่&#8230;ไม่ใช่เวลาที่ลำเอียง
ทุกวัน&#8230;มันจะสุข-ทุกข์ เท่าไหร่&#8230;เวลาก็ยังหมุนเดินไป
เหมือนเดิม&#8230;ไม่เคยเดินช้า หรือ เร็วกว่าที่เป็น
อยู่ที่ใจ&#8230;ถ้าใจเราไม่คิดไปก่อน..ก็คงได้รู้แน่นอน
จะได้พบเรื่องดีๆ หรือ เสียใจ&#8230;เวลาก็ไม่เร็วไปกว่ากัน
เมื่อในวันที่ใจฉันเจ็บ&#8230;จากการโดนบางคนทิ้งไป
ก็มองว่าเวลาเวียนหมุนช้าได้&#8230;แต่ก็เข้าใจในวันนี้
ทุกวัน&#8230;มันจะสุข-ทุกข์ เท่าไหร่&#8230;เวลาก็ยังหมุนเดินไป
เหมือนเดิม&#8230;ไม่เคยเดินช้า หรือ เร็วกว่าที่เป็น
อยู่ที่ใจ&#8230;ถ้าใจเราไม่คิดไปก่อน..ก็คงได้รู้แน่นอน
จะต้องพบเรื่องดีๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"> </p>
<p><img class="alignleft" style="float: left;" src="http://lanpanya.com/noina/files/2011/01/010354-0337-1.png" alt="" width="270" height="278" /><img src="http://lanpanya.com/noina/files/2011/01/010354-0337-2.png" alt="" width="267" height="277" /><span style="font-family: Arial; color: #2200c1; font-size: 13pt;"><br />
</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size:16pt">    </span><span style="font-size:8pt"><br />
</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 14pt;">หลังจากที่หยุดพักผ่อนมาหลายวัน เป็นช่วงสุขสันต์ที่ได้อยู่กับครอบครัวที่รัก ได้ใช้เวลาอยู่กับแม่และพี่ๆ และหลานๆ ในคืนข้ามปี อ้อยังมีเจ้าหมูแฮม สมาชิกในบ้านอีกหนึ่งชีวิต (ลูกหมาที่ต้องเสียหมาตั้งแต่เกิด เพราะถูกตั้งชื่อให้เป็นหมูทั้งๆ ที่เป็นหมา) ข้อดีของเจ้าหมูแฮมคือการทำเรื่องธรรมดาให้เป็นเรื่องพิเศษได้ นั่นคือการเกาะแข้งเกาะขาเจ้าของ เหมือนจะอ้อนขอความรักยังไงยังงั้น และก็อดไม่ได้ที่จะต้องอุ้มเจ้าหมูแฮมมากอดทุกที ในบางเวลาที่บ้าๆบอๆ นั่งหัวเราะหน้าจอคอมพิวเตอร์ขณะคุย FB กับสมาชิกชาวเฮ เจ้าหมูแฮมก็มาสะกิดขาเหมือนอยากจะร่วมแจมในวงสนทนาด้วย ภายหลังจากพลัดตกบันไดก็มีเจ้าหมูแฮมมานอนเคลียคลออยู่ใกล้ๆ ด้วยความเป็นห่วง ทำให้นึกถึงคำพูดคุณหมอจอมป่วน &#8220;แม้แต่หมามันยังรู้ว่าใครรักมัน&#8221; ความรักนี่เป็นภาษาสากลที่รับรู้ได้ด้วยการสัมผัสโดยแท้ นั่นคือการโอบกอด นั่นเอง<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 14pt;">เวลาแห่งความสุขกำลังจะหมดไปแล้วเพราะพรุ่งนี้เป็นวันทำงาน ต้องจากบ้านด้วยความจำใจ วันนี้ยังมีเวลาว่างอีก 1 วัน เลยถือโอกาสจัดระเบียบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ให้เป็นหมวดหมู่ซะหน่อย เข้าไปค้นเพลงเก่าๆ ที่เคยชื่นชอบและเก็บไว้ในอัลบั้มเพลงส่วนตัวมาเปิดฟัง ปกติแล้วไม่ได้ชื่นชอบศิลปินคนใดเป็นการส่วนตัว เพียงแต่ฟังเพลงไหนเข้าแล้วประทับใจในเนื้อความของบทเพลง ความหมายของเพลงที่ศิลปินพยายามจะสื่อให้คนฟังได้เข้าใจ ก็จะสรรหามาเก็บเอาไว้เปิดฟังในยามพักผ่อน บางเพลงยังสามารถนำไปใช้เป็นสื่อการสอนได้ดีอีกด้วย วันนี้ฟังเพลง &#8220;เวลาเร็วเท่ากัน&#8221; ซึ่งเป็นเพลงของคุณเอ็ม อรรถพล ประกอบของ เดอะสตาร์ 2 อัลบั้มไหนก็จำไม่ได้ รู้แต่เพียงว่าเพลงนี้ทำให้เกิดไอเดียบรรเจิดในการเขียนบันทึกของวันนี้<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 14pt;">กว่าอะไรจะพ้นเลยผ่าน&#8230;ในวันที่เสียใจมา<br />
ทำไมมันดูช้า&#8230;และยาวนานอย่างนี้&#8230;กว่าจะผ่านวินาที</p>
<p>แต่ในวันที่ใจนั้นสุข&#8230;อะไรดูจะหมุนเร็วไว<br />
ถ้าใครเป็นอย่างนี้ลองคิดดูใหม่&#8230;ไม่ใช่เวลาที่ลำเอียง</p>
<p>ทุกวัน&#8230;มันจะสุข-ทุกข์ เท่าไหร่&#8230;เวลาก็ยังหมุนเดินไป<br />
เหมือนเดิม&#8230;ไม่เคยเดินช้า หรือ เร็วกว่าที่เป็น<br />
อยู่ที่ใจ&#8230;ถ้าใจเราไม่คิดไปก่อน..ก็คงได้รู้แน่นอน<br />
จะได้พบเรื่องดีๆ หรือ เสียใจ&#8230;เวลาก็ไม่เร็วไปกว่ากัน</p>
<p>เมื่อในวันที่ใจฉันเจ็บ&#8230;จากการโดนบางคนทิ้งไป<br />
ก็มองว่าเวลาเวียนหมุนช้าได้&#8230;แต่ก็เข้าใจในวันนี้</p>
<p>ทุกวัน&#8230;มันจะสุข-ทุกข์ เท่าไหร่&#8230;เวลาก็ยังหมุนเดินไป<br />
เหมือนเดิม&#8230;ไม่เคยเดินช้า หรือ เร็วกว่าที่เป็น<br />
อยู่ที่ใจ&#8230;ถ้าใจเราไม่คิดไปก่อน..ก็คงได้รู้แน่นอน<br />
จะต้องพบเรื่องดีๆ หรือ เสียใจ&#8230;เวลาก็ไม่เร็วไปกว่ากัน</p>
<p>นั่งฟังเพลงและคิดตาม (แอบเคลิ้มมมม…อิอิอิ) อืมมม จริงด้วย เวลาเร็วเท่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่เราสุขหรือทุกข์ใจ มันอยู่ที่ใจของเราต่างหากที่คิดไปเองว่า ช่วงเวลาแห่งความสุขมันแสนสั้น และเวลาแห่งความทุกข์นั้นมันยาวนาน ในช่วงนี้ได้รับบทศิราณีจำเป็นเฉพาะกิจบ่อยๆ ก็เข้าใจความรู้สึกของคนที่ผิดหวังกับหลายๆ เรื่อง ถ้าเขาได้ฟังเพลงนี้ จะรู้สึกดีขึ้นบ้างไหมนะ หลายคนบอกว่าเวลาจะรักษาทุกอย่างให้ดีขึ้น เวลาเราต้องการลืมอะไรที่เลวร้ายก็มักจะขอใช้เวลาเป็นตัวช่วย ในช่วงเวลาที่ไม่แน่ใจอะไรขึ้นมาก็บอกว่าจะให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ความจริงมันไม่น่าจะใช่เลย ที่เราคิดว่าเวลาช่วยให้ลืมสิ่งต่างๆ ได้ เป็นเพราะเริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นน้อยลงต่างหาก เวลาทำให้คนเข้าใจกันนั่นเป็นเพราะเราได้ผ่านการใช้เหตุผลใคร่ครวญสิ่งที่เกิดขึ้นโดยใช้สติต่างหาก เวลาที่เราทุกข์ระทมเป็นเพราะเราจมอยู่แต่กับความรู้สึกที่ไม่ดีทั้งหลาย จนหลงลืมไปว่าช่วงนั้นเราใช้เวลาสิ้นเปลืองไปโดยเปล่าประโยชน์<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 14pt;">บทเพลงบางเพลงบางครั้งก็มีความหมายมากกว่าเพลง ยังเป็นบทเรียนสอนให้เราคิดตามได้อีก นึกขอบคุณวันเวลาที่ผ่านมาอยู่เหมือนกันที่ได้นำพาชีวิตให้ไปพบเจอสรรพสิ่งทั้งหลาย เหตุการณ์ที่ประทับใจ และได้พบเจอผู้คนที่น่ารักและจริงใจ เวลานำพาสิ่งที่มีคุณค่าให้เกิดแก่ชีวิตหลายๆเรื่อง แต่ก็เสียดายเหมือนกันที่บางครั้งได้ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าไปโดยไร้ประโยชน์ เลยตั้งใจไว้ว่าต่อไปนี้จะพยายามใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อตนเองและคนรอบข้างตลอดจนสังคมและประเทศชาติ วันนี้ยังมีเวลาเหลืออีกหลายร้อยนาทีที่จะสร้างความสุขสันต์ในเทศกาลแห่งความสุขเพื่อจะได้ใช้เป็นต้นทุนกำลังใจในการใช้ชีวิตในวันเวลาที่ยังเหลืออยู่ ต่อไปอย่างคุ้มค่า……<br />
</span></p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/noina/2011/01/03/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ก้าวที่พลาดไป</title>
		<link>http://lanpanya.com/noina/2011/01/03/%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/noina/2011/01/03/%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 02 Jan 2011 17:02:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>noina</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/noina/2011/01/03/%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9b/</guid>
		<description><![CDATA[ 


    วันนี้ได้หัวข้อการเขียนบันทึกจากประสบการณ์ตรง เพราะความประมาทจึงเป็นที่มาของความผิดพลาดจนทำให้เจ็บตัว เรื่องมีอยู่ว่าวันนี้มีอุบัติเหตุที่นานทีหลายปีถึงจะเกิดสักหน จำไม่ได้เหมือนกันว่าก้าวเดินยังไงถึงได้พลาดพลัดตกบันไดบ้าน เคราะห์ยังดีที่ตกแค่สามขั้น (ถึงไม่ใช่โชคสามชั้นแต่ก็ยังถือว่าโชคพอจะมีอยู่) ผลกระทบจึงแค่ฟกช้ำเท่านั้นเอง นึกโทษตัวเองในใจถ้าไม่ประมาทเดินถือของสองมือก็คงไม่เป็นเช่นนี้ บันใดมีราวให้จับแต่ดันไม่จับ เลยต้องยอมรับความเจ็บปวดเช่นนี้ (อูยยยย..)

หลายๆ คนก็คงจะเคยมีความรู้สึกแบบเดียวกัน การก้าวพลาดทำให้เราเจ็บกาย แต่ความผิดพลาดทำให้เจ็บใจ เมื่อเราตกบันใดไปแล้วก็คงยากที่จะแก้ไขอะไรได้ ความเจ็บปวดเกิดขึ้นแล้วเอาคืนไม่ได้ มีแต่จะทำอย่างไรที่จะรักษาบาดแผลที่เกิดขึ้นให้หายเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ครั้นจะสร้างบันใดที่มีความปลอดภัยสูงกว่าเดิม แต่ถ้าหากเราประมาทเลินเล่ออีกก็ย่อมจะพลัดตกได้อีกในวันข้างหน้า ซึ่งเปรียบได้กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรที่เกิดขึ้นแล้วได้ ความเสียใจในความผิดพลาดก็คงจะเรียกกลับคืนมาไม่ได้เช่นกัน คำตอบที่พอจะเป็นไปได้มีเพียงทำใจยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นซ้ำรอยเดิมอีก

จะเห็นได้ว่าตัวเราเองคือสาเหตุของปัญหาและผลที่เกิดก็เกิดกับตัวเราเช่นเดียวกัน ร่องรอยของความเสียใจกับความผิดหวังในอดีตจะลบเลือนได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถปรับตัวได้ดีแค่ไหน การที่จะปรับตัวได้เราต้องรู้ตัวเอง รับรู้ความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง และทำความเข้าใจด้วยเหตุและผล เฉกเช่นเดียวกับรอยฟกช้ำที่เกิดขึ้นจากการก้าวพลาดตกบันได มันจะหายไปอย่างรวดเร็วได้หากเราเข้าใจและเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง การปฐมพยาบาลที่ดีจะไม่ทำให้เหลือรอยฟกช้ำไว้เตือนความทรงจำอยู่นาน เช่นเดียวกับคนที่สามารถปรับความคิดความเข้าใจของตัวเองได้จะไม่ทุกข์ระทมกับความขื่นขมในสิ่งผิดพลาดอย่างเป็นวรรคเป็นเวร

ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งสิ้น พอมานึกทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็พบว่ามีหลายเรื่องเหมือนกันที่เราขาดทุนเพราะเกิดความทุกข์ใจมากกว่าสบายใจ และเหตุการณ์แต่ละครั้งมักจะรบกวนจิตใจอยู่หลายเพลาเหมือนกัน คอยคิดถึงแต่สิ่งที่ผิดพลาดและนำมากดดันและบั่นทอนกำลังใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก เสียใจเสียความรู้สึกแต่ไม่มีอะไรดีขึ้นมา นึกโทษคนอื่นก็แล้วแต่ก็ไม่ได้ทำให้สบายใจขึ้น บางครั้งส่งผลให้เกิดความเฉยชาและเหนื่อยหน่าย (อาการเหนื่อย+เบื่อหน่าย) ซึ่งอาการเหล่านี้เองเป็นบ่อนทำลายกระบวนการทำงานอย่างยิ่งยวด ก่อให้เกิดความเฉื่อย และพัฒนาการด้านลบในการทำงาน หากปล่อยไว้จะเกิดอันตรายอย่างยิ่ง ทางแก้ไขคือต้องรีบชาร์ตแบตเตอรี่อย่างเร่งด่วน การชาร์ตแบตเตอรี่ที่ว่านี้คือ &#8220;กระบวนการฟื้นคืนสติให้กับตนเอง&#8221; นั่นเอง

    ทุกครั้งที่เกิดปัญหาเช่นนี้กับตัวเอง ถือว่าโชคยังดีที่มีคนคอยเตือนสติให้คิดได้ บุคคลที่เป็นกำลังใจที่สำคัญ คอยโอบกอดและพร้อมให้สวมกอดตลอดเวลาด้วยความเต็มใจและสมยอม และเป็นอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดในโลก คนผู้นั้นก็คือแม่สุดที่รักของข้าพเจ้านั่นเอง ทุกครั้งที่ได้กอดท่านทำให้มีกำลังใจที่เกินร้อย (แรงส์ ยิ่งกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> </p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/noina/files/2011/01/010254-1658-1.png" alt="" /><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;"><strong><br />
</strong></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 14pt;">    วันนี้ได้หัวข้อการเขียนบันทึกจากประสบการณ์ตรง เพราะความประมาทจึงเป็นที่มาของความผิดพลาดจนทำให้เจ็บตัว เรื่องมีอยู่ว่าวันนี้มีอุบัติเหตุที่นานทีหลายปีถึงจะเกิดสักหน จำไม่ได้เหมือนกันว่าก้าวเดินยังไงถึงได้พลาดพลัดตกบันไดบ้าน เคราะห์ยังดีที่ตกแค่สามขั้น (ถึงไม่ใช่โชคสามชั้นแต่ก็ยังถือว่าโชคพอจะมีอยู่) ผลกระทบจึงแค่ฟกช้ำเท่านั้นเอง นึกโทษตัวเองในใจถ้าไม่ประมาทเดินถือของสองมือก็คงไม่เป็นเช่นนี้ บันใดมีราวให้จับแต่ดันไม่จับ เลยต้องยอมรับความเจ็บปวดเช่นนี้ (อูยยยย..)<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 14pt;">หลายๆ คนก็คงจะเคยมีความรู้สึกแบบเดียวกัน การก้าวพลาดทำให้เราเจ็บกาย แต่ความผิดพลาดทำให้เจ็บใจ เมื่อเราตกบันใดไปแล้วก็คงยากที่จะแก้ไขอะไรได้ ความเจ็บปวดเกิดขึ้นแล้วเอาคืนไม่ได้ มีแต่จะทำอย่างไรที่จะรักษาบาดแผลที่เกิดขึ้นให้หายเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ครั้นจะสร้างบันใดที่มีความปลอดภัยสูงกว่าเดิม แต่ถ้าหากเราประมาทเลินเล่ออีกก็ย่อมจะพลัดตกได้อีกในวันข้างหน้า ซึ่งเปรียบได้กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรที่เกิดขึ้นแล้วได้ ความเสียใจในความผิดพลาดก็คงจะเรียกกลับคืนมาไม่ได้เช่นกัน คำตอบที่พอจะเป็นไปได้มีเพียงทำใจยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นซ้ำรอยเดิมอีก<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 14pt;">จะเห็นได้ว่าตัวเราเองคือสาเหตุของปัญหาและผลที่เกิดก็เกิดกับตัวเราเช่นเดียวกัน ร่องรอยของความเสียใจกับความผิดหวังในอดีตจะลบเลือนได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถปรับตัวได้ดีแค่ไหน การที่จะปรับตัวได้เราต้องรู้ตัวเอง รับรู้ความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง และทำความเข้าใจด้วยเหตุและผล เฉกเช่นเดียวกับรอยฟกช้ำที่เกิดขึ้นจากการก้าวพลาดตกบันได มันจะหายไปอย่างรวดเร็วได้หากเราเข้าใจและเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง การปฐมพยาบาลที่ดีจะไม่ทำให้เหลือรอยฟกช้ำไว้เตือนความทรงจำอยู่นาน เช่นเดียวกับคนที่สามารถปรับความคิดความเข้าใจของตัวเองได้จะไม่ทุกข์ระทมกับความขื่นขมในสิ่งผิดพลาดอย่างเป็นวรรคเป็นเวร<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 14pt;">ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งสิ้น พอมานึกทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็พบว่ามีหลายเรื่องเหมือนกันที่เราขาดทุนเพราะเกิดความทุกข์ใจมากกว่าสบายใจ และเหตุการณ์แต่ละครั้งมักจะรบกวนจิตใจอยู่หลายเพลาเหมือนกัน คอยคิดถึงแต่สิ่งที่ผิดพลาดและนำมากดดันและบั่นทอนกำลังใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก เสียใจเสียความรู้สึกแต่ไม่มีอะไรดีขึ้นมา นึกโทษคนอื่นก็แล้วแต่ก็ไม่ได้ทำให้สบายใจขึ้น บางครั้งส่งผลให้เกิดความเฉยชาและเหนื่อยหน่าย (อาการเหนื่อย+เบื่อหน่าย) ซึ่งอาการเหล่านี้เองเป็นบ่อนทำลายกระบวนการทำงานอย่างยิ่งยวด ก่อให้เกิดความเฉื่อย และพัฒนาการด้านลบในการทำงาน หากปล่อยไว้จะเกิดอันตรายอย่างยิ่ง ทางแก้ไขคือต้องรีบชาร์ตแบตเตอรี่อย่างเร่งด่วน การชาร์ตแบตเตอรี่ที่ว่านี้คือ &#8220;<span style="color: #00b050;">กระบวนการ</span><span style="color: yellow;">ฟื้นคืนสติ</span><span style="color: #0070c0;">ให้กับตนเอง</span>&#8221; นั่นเอง<br />
</span></p>
<p><span style="font-size:14pt"><span style="font-family: Tahoma;">    ทุกครั้งที่เกิดปัญหาเช่นนี้กับตัวเอง ถือว่าโชคยังดีที่มีคนคอยเตือนสติให้คิดได้ บุคคลที่เป็นกำลังใจที่สำคัญ คอยโอบกอดและพร้อมให้สวมกอดตลอดเวลาด้วยความเต็มใจและสมยอม และเป็นอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดในโลก คนผู้นั้นก็คือแม่สุดที่รักของข้าพเจ้านั่นเอง ทุกครั้งที่ได้กอดท่านทำให้มีกำลังใจที่เกินร้อย (แรงส์ ยิ่งกว่า M 150 เสียอีก….. อิอิอิ) แม่จึงเป็นคนสำคัญที่สุด แม้แต่อาการเจ็บตัวครั้งนี้ก็เช่นกัน แม่คือผู้ให้พยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ รอยฟกช้ำแทบไม่มีให้เห็นเพราะแม่รีบประคบเย็นทันทีหลังเกิดเหตุ ณ เวลาแห่งความเจ็บปวดในตอนนี้ยาต้านการอักเสบขนานใดสรรพคุณก็ไม่อาจเทียบเท่ากับยาใจจากแม่ได้เลย ถึงจะเจ็บทั้งตัวแต่ก็รักหมดทั้งใจนะจุ๊บ จุ๊บ (</span><span style="font-family: Wingdings;">JJJ</span><span style="font-family: Tahoma;">)</span></span></p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/noina/2011/01/03/%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สวัสดีปีใหม่  ๒๕๕๔</title>
		<link>http://lanpanya.com/noina/2011/01/01/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%92%e0%b9%95%e0%b9%95%e0%b9%94/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/noina/2011/01/01/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%92%e0%b9%95%e0%b9%95%e0%b9%94/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 31 Dec 2010 17:07:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>noina</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/noina/2011/01/01/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%92%e0%b9%95%e0%b9%95%e0%b9%94/</guid>
		<description><![CDATA[
			

 
ศุภฤกษ์เบิกดิถีขึ้นปีใหม่

อวยพรชัยด้วยบทกลอนอักษรศรี

ให้ประสพพบพานแต่สิ่งดี

ให้ชีวีราบรื่นแสนชื่นบาน

ให้การงานก้าวไกลภัยแคล้วคลาด

เปิดศักราชปีห้าสี่ที่สดใส

สุขสดชื่นรื่นอารมณ์สมฤทัย

ขอเทพไท้ทั้งผองคุ้มครองเอย…
			
 ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt"><strong><br />
			</strong></span></p>
<p style="text-align: center">
 </p>
<p style="text-align: center"><span style="color:#002060; font-family:Tahoma; font-size:14pt"><strong>ศุภฤกษ์เบิกดิถีขึ้นปีใหม่<br />
</strong></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color:#002060; font-family:Tahoma; font-size:14pt"><strong>อวยพรชัยด้วยบทกลอนอักษรศรี<br />
</strong></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color:#002060; font-family:Tahoma; font-size:14pt"><strong>ให้ประสพพบพานแต่สิ่งดี<br />
</strong></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color:#002060; font-family:Tahoma; font-size:14pt"><strong>ให้ชีวีราบรื่นแสนชื่นบาน<br />
</strong></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color:#002060; font-family:Tahoma; font-size:14pt"><strong>ให้การงานก้าวไกลภัยแคล้วคลาด<br />
</strong></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color:#002060; font-family:Tahoma; font-size:14pt"><strong>เปิดศักราชปีห้าสี่ที่สดใส<br />
</strong></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color:#002060; font-family:Tahoma; font-size:14pt"><strong>สุขสดชื่นรื่นอารมณ์สมฤทัย<br />
</strong></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color:#002060; font-size:14pt"><strong><span style="font-family:Tahoma">ขอเทพไท้ทั้งผองคุ้มครองเอย…</span><br />
			</strong></span></p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/noina/2011/01/01/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%92%e0%b9%95%e0%b9%95%e0%b9%94/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ถึงเวลาจะเปลี่ยนไปแต่จิตใจเป็นสุข</title>
		<link>http://lanpanya.com/noina/2010/12/26/%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/noina/2010/12/26/%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Dec 2010 14:21:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>noina</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/noina/2010/12/26/%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%88/</guid>
		<description><![CDATA[

        เรื่องที่เขียนในวันนี้ ได้แนวคิดจากปัญหาของเพื่อนคนหนึ่ง ที่มีความทุกข์และได้บอกกล่าวเล่าสู่ฟัง ทำให้ต้องแสดงบทบาทศิราณีจำเป็นเฉพาะกิจ คนเราบางครั้งมีเมื่อมีความทุกข์ใจอันเกิดจากความคิดของตนเอง ก็มักจะคิดหมกมุ่นอยู่กับตนเอง วนเวียนไปมาหลายรอบ (มากกว่าการเวียนเทียนซะอีก) การช่วยเหลือทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการทำหน้าที่เป็น Recycle bin อย่างน้อย ๆ เขาก็คงจะรู้สึกโล่งขึ้นมาบ้าง (เลยจัดการมัดปากถุงให้เรียบร้อยเพื่อส่งให้เทศบาลกำจัดให้ถูกวิธีต่อไป)

        ใกล้จะถึงปีใหม่อีกแล้ว หลายคนดีใจที่จะได้เฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่ หลายคนคาดหวังว่าปีใหม่จะได้พบเจออะไรที่ดีกว่าปีเก่า เพื่อนคนนี้ก็คงเช่นเดียวกัน คิดคาดหวังในทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสร้างความพอใจให้กับตนเอง แต่จะมีสักกี่คนไหมนะที่จะคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ตนเองได้ผ่านมาตลอดระยะเวลาของปีเก่า ว่ามีอะไรบ้างที่ตนเองทำได้ดีและภูมิใจ อะไรบ้างที่เป็นข้อบกพร่องหรือผิดพลาดที่ทำให้ตนเองเสียใจ เคยลองเปรียบเทียบดูไหมว่า สิ่งไหนมันมากกว่ากัน

       ในการทำงานเรายังมีการประเมินผลเมื่อครบกำหนดตามเป้าหมายของระยะเวลาในวงรอบในแต่ละปี ถ้าชีวิตคนเราเป็นเช่นเดียวกันได้ก็น่าจะดี มีใครเคยประเมินการใช้ชีวิตในรอบปีหนึ่ง ๆ ของตนเองบ้างไหม??? ว่าเราใช้ชีวิตในรอบปีได้อย่างคุ้มค่าหรือไม่??? หากเรามีเรื่องราวที่ทำให้เกิดความสุขและภาคภูมิใจมากกว่าเรื่องราวที่เสียใจนั่นคือการดำเนินชีวิตในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาเราได้กำไรในการใช้ชีวิต แต่หากเรามีเรื่องผิดพลาดหรือเสียใจมากกว่านั่นคือเราขาดทุนในการใช้ชีวิต อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะได้กำไรหรือขาดทุนความสำคัญมันอยู่ตรงที่ว่าเราเคยถอดบทเรียนชีวิตตัวเองบ้างหรือไม่ว่าปีที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตคุ้มค่าในเรื่องใดบ้าง ถึงแม้เราจะขาดทุนเพราะเวลาที่ผ่านมาเรามีความทุกข์มากกว่าความสุขแต่เราได้เรียนรู้จากความทุกข์ตรงนั้นได้ นั่นคือความคุ้มค่าของชีวิตในหนึ่งปี

       ตลอดระยะเวลา 365 วัน จำได้ไหมว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง เคยร้องไห้เสียน้ำตาไปกี่ครั้ง ดีใจและยินดีสุด ๆ ในเรื่องใด ได้บอกรักใครและแสดงความรักต่อใครไปแล้วบ้าง เคยทำอะไรให้ใคร ๆ เสียใจกี่ครั้ง ได้เดินทางไปสถานที่ใดบ้างและการเดินทางครั้งใดที่ประทับใจที่สุด ใครที่ทำให้เราดีใจหรือเสียใจ หนึ่งปีที่ผ่านมาเรามีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นกี่คน เราได้ติดต่อเพื่อนเก่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/noina/files/2010/12/122653-1420-1.jpg" alt="" width="392" height="370" /><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">        เรื่องที่เขียนในวันนี้ ได้แนวคิดจากปัญหาของเพื่อนคนหนึ่ง ที่มีความทุกข์และได้บอกกล่าวเล่าสู่ฟัง ทำให้ต้องแสดงบทบาทศิราณีจำเป็นเฉพาะกิจ คนเราบางครั้งมีเมื่อมีความทุกข์ใจอันเกิดจากความคิดของตนเอง ก็มักจะคิดหมกมุ่นอยู่กับตนเอง วนเวียนไปมาหลายรอบ (มากกว่าการเวียนเทียนซะอีก) การช่วยเหลือทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการทำหน้าที่เป็น Recycle bin อย่างน้อย ๆ เขาก็คงจะรู้สึกโล่งขึ้นมาบ้าง (เลยจัดการมัดปากถุงให้เรียบร้อยเพื่อส่งให้เทศบาลกำจัดให้ถูกวิธีต่อไป)<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">        ใกล้จะถึงปีใหม่อีกแล้ว หลายคนดีใจที่จะได้เฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่ หลายคนคาดหวังว่าปีใหม่จะได้พบเจออะไรที่ดีกว่าปีเก่า เพื่อนคนนี้ก็คงเช่นเดียวกัน คิดคาดหวังในทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสร้างความพอใจให้กับตนเอง แต่จะมีสักกี่คนไหมนะที่จะคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ตนเองได้ผ่านมาตลอดระยะเวลาของปีเก่า ว่ามีอะไรบ้างที่ตนเองทำได้ดีและภูมิใจ อะไรบ้างที่เป็นข้อบกพร่องหรือผิดพลาดที่ทำให้ตนเองเสียใจ เคยลองเปรียบเทียบดูไหมว่า สิ่งไหนมันมากกว่ากัน<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">       ในการทำงานเรายังมีการประเมินผลเมื่อครบกำหนดตามเป้าหมายของระยะเวลาในวงรอบในแต่ละปี ถ้าชีวิตคนเราเป็นเช่นเดียวกันได้ก็น่าจะดี มีใครเคยประเมินการใช้ชีวิตในรอบปีหนึ่ง ๆ ของตนเองบ้างไหม??? ว่าเราใช้ชีวิตในรอบปีได้อย่างคุ้มค่าหรือไม่??? หากเรามีเรื่องราวที่ทำให้เกิดความสุขและภาคภูมิใจมากกว่าเรื่องราวที่เสียใจนั่นคือการดำเนินชีวิตในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาเราได้กำไรในการใช้ชีวิต แต่หากเรามีเรื่องผิดพลาดหรือเสียใจมากกว่านั่นคือเราขาดทุนในการใช้ชีวิต อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะได้กำไรหรือขาดทุนความสำคัญมันอยู่ตรงที่ว่าเราเคยถอดบทเรียนชีวิตตัวเองบ้างหรือไม่ว่าปีที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตคุ้มค่าในเรื่องใดบ้าง ถึงแม้เราจะขาดทุนเพราะเวลาที่ผ่านมาเรามีความทุกข์มากกว่าความสุขแต่เราได้เรียนรู้จากความทุกข์ตรงนั้นได้ นั่นคือความคุ้มค่าของชีวิตในหนึ่งปี<span style="color: red;"><br />
</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">       ตลอดระยะเวลา 365 วัน จำได้ไหมว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง เคยร้องไห้เสียน้ำตาไปกี่ครั้ง ดีใจและยินดีสุด ๆ ในเรื่องใด ได้บอกรักใครและแสดงความรักต่อใครไปแล้วบ้าง เคยทำอะไรให้ใคร ๆ เสียใจกี่ครั้ง ได้เดินทางไปสถานที่ใดบ้างและการเดินทางครั้งใดที่ประทับใจที่สุด ใครที่ทำให้เราดีใจหรือเสียใจ หนึ่งปีที่ผ่านมาเรามีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นกี่คน เราได้ติดต่อเพื่อนเก่า ๆ บ้างไหม และเราสูญเสียใครไปแล้วบ้างในปีที่แล้ว ฯลฯ<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">      เรื่องราวสิ่งดี ๆ ทุกคนอาจจำได้แม่น แต่เรื่องความผิดพลาดที่ผ่านมาล่ะ เราควรจดจำไหม??? บางคนคิดว่าไปคิดให้มันเปลืองสมองทำไม จะให้คิดถึงเรื่องความผิดพลาดหรือความบกพร่อง เราควรจะลืมมันไปไม่ดีกว่าหรือ ความจริงคนเราทำเช่นนั้นได้ลำบาก อะไรที่อยากลืมก็กลับจำได้อย่างแม่นยำ แต่เรากลับเลือกจดจำจุดที่มันบั่นทอนความรู้สึกของตนเอง ความทุกข์มันจึงมีมากขึ้น ถ้าหากเปลี่ยนจุดคิดนิดแค่เดียวก็จะเกิดประโยชน์ได้มาก นั่นคือการคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดพลาดเหล่านั้นมากกว่าการคิดถึงผลของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ในเมื่อลืมมันไม่ได้ก็ควรคิดถึงจุดที่ก่อให้เกิดการพัฒนา นั่นคือ &#8220;<span style="color: #1a1ac8;">เหตุ</span><span style="color: #ff6600;">แห่ง</span><span style="color: #00b050;">ทุกข์</span>&#8221;<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">      เมื่อเราเปรียบเทียบสิ่งที่ผ่านมาแล้วโดยคร่าว ๆ หากสิ่งที่ผิดพลาดนั้นสำคัญ ลองมองหา &#8220;<span style="color: #1a1ac8;">เหตุ</span><span style="color: #ff6600;">แห่ง</span><span style="color: #00b050;">ทุกข์</span>&#8221; เพราะเรารู้เหตุของความผิดพลาดที่ผ่านมา เราย่อมรู้หนทางที่จะพัฒนาสิ่งนั้นให้ดีขึ้นในปีใหม่ได้ การเปลี่ยน แปลงที่ง่ายที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง เพราะการจะเปลี่ยนคนอื่นนั้นลำบากนัก เราควรคิดว่าวันนี้ทำได้ดีพอรึยังมากกว่าจะมองว่าคนอื่นทำดีแค่ไหน ความคิดมีทั้งด้านบวกและลบ คิดในทางสร้างสรรค์ให้มากกว่าบั่นทอนความรู้สึก จะเป็นการฝึกสมรรถภาพสมองของเราได้ดี และนั่นจะส่งผลต่อคุณค่าในการใช้ชีวิตของเราทำให้เราคุ้มค่ากับวันเวลาของเราด้วย เมื่อเราใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่าไม่ว่าจะปีเก่าไปปีใหม่มา เราก็ยังมีเวลาและโอกาสในการกระทำตามความคิดที่สร้างสรรค์ของเราปีละ 365 วันเท่าเดิมทุกปี การจะพบเจอสิ่งดีหรือไม่ดีนั้นสำคัญอยู่ที่ว่า<span style="color: #1a1ac8;">เรามอง</span><span style="color: #ff6600;">สิ่งนั้น</span><span style="color: #009900;">อย่างไร</span><span style="color: #cc00cc;">ต่างหาก</span><br />
</span></p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/noina/2010/12/26/%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>กตัญญุตา</title>
		<link>http://lanpanya.com/noina/2010/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/noina/2010/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Dec 2010 17:54:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>noina</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/noina/2010/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[ 


    วันก่อนเข้าไปอ่านเรื่อง &#8220;อายเพราะมีแม่แก่&#8221; ของครูปู ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันที่เคยได้ยิน มีอาจารย์พยาบาลท่านหนึ่งซึ่งประสบปัญหามีบุตรยาก เลยตัดสินใจไปทำ GIFT และก็ได้ตั้งครรภ์สมใจ ท่านมักจะเล่าเรื่องส่วนตัวให้น้องๆ ที่แต่งงานแล้วมีปัญหามีบุตรยากฟังเสมอ เพื่อจะได้มีความหวังและกำลังใจ บังเอิญได้อยู่ในวงสนทนาด้วยจึงเก็บประเด็นหนึ่งที่พี่เล่าให้ฟังซึ่งเป็นเรื่องฮา ๆ ว่า &#8221; กว่าจะตั้งครรภ์ได้ก็ยากลำบากพอแล้วแต่การดูแลลูก ๆ ยิ่งยากลำบากเข้าไปใหญ่&#8221; ยิ่งตอนลูก ๆ เข้าโรงเรียน เขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราต้องทำตัวให้ดูดีตลอดเวลา เพราะเพื่อน ๆ ลูกที่โรงเรียนจะแข่งขันกันว่าใครมีแม่สวยและสาวกว่ากัน เป็นการแข่งขันตามประสาเด็กอนุบาล วันแรกของการไปโรงเรียนของเจ้าตัวเล็ก หลังเลิกเรียนเจ้าตัวเล็กวิ่งแจ้นกลับบ้านมาหาแม่พร้อมยิ้มแฉ่งอย่างดีใจ

แม่ : &#8220;ว่าไงลูก ลูกดีใจที่แม่ของลูกยังสาวและสวยที่สุดใช่ไหมจ๊ะ&#8221;

ลูก (ตอบกลับมาด้วยสีหน้าและแววตาปลื้มปีติ) : &#8220;เปล่าค่ะ หนูดีที่ใจที่สุดเลยค่ะ ที่คุณแม่ไม่ได้แก่ที่สุดในห้อง&#8221;

แม่ : &#8220;อ้าว เหรอ แล้วแม่ได้ที่เท่าไหร่ในห้องจ๊ะ&#8221;

ลูก : &#8220;คุณแม่ได้ตำแหน่งรองอันดับหนึ่งค่ะ แม่ของเพื่อนที่มีอายุมากที่สุดเขาอายุมากกว่าคุณแม่ตั้ง 3 วัน ค่ะ&#8221;

แม่ : ?????????????

    เรื่องการแข่งขันว่ามีแม่สาวและสวยเป็นเรื่องที่เด็ก ๆ อนุบาลเขาคิดกัน แต่หากโตเป็นผู้ใหญ่แล้วถ้ามองวิกฤตเป็นโอกาสจะดีมาก &#8220;การที่มีพ่อแม่อายุมาก นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ดูแลท่านในช่วงบั้นปลายของชีวิต และหากเป็นช่วงที่เรายังไม่มีภาระในการดูแลใครก็ยิ่งทำให้เราได้มีเวลาตอบแทนพระคุณของท่านได้มากยิ่งขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> </p>
<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/noina/files/2010/12/122453-1753-1.png" alt="" /><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">    วันก่อนเข้าไปอ่านเรื่อง &#8220;อายเพราะมีแม่แก่&#8221; ของครูปู ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันที่เคยได้ยิน มีอาจารย์พยาบาลท่านหนึ่งซึ่งประสบปัญหามีบุตรยาก เลยตัดสินใจไปทำ GIFT และก็ได้ตั้งครรภ์สมใจ ท่านมักจะเล่าเรื่องส่วนตัวให้น้องๆ ที่แต่งงานแล้วมีปัญหามีบุตรยากฟังเสมอ เพื่อจะได้มีความหวังและกำลังใจ บังเอิญได้อยู่ในวงสนทนาด้วยจึงเก็บประเด็นหนึ่งที่พี่เล่าให้ฟังซึ่งเป็นเรื่องฮา ๆ ว่า &#8221; กว่าจะตั้งครรภ์ได้ก็ยากลำบากพอแล้วแต่การดูแลลูก ๆ ยิ่งยากลำบากเข้าไปใหญ่&#8221; ยิ่งตอนลูก ๆ เข้าโรงเรียน เขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราต้องทำตัวให้ดูดีตลอดเวลา เพราะเพื่อน ๆ ลูกที่โรงเรียนจะแข่งขันกันว่าใครมีแม่สวยและสาวกว่ากัน เป็นการแข่งขันตามประสาเด็กอนุบาล วันแรกของการไปโรงเรียนของเจ้าตัวเล็ก หลังเลิกเรียนเจ้าตัวเล็กวิ่งแจ้นกลับบ้านมาหาแม่พร้อมยิ้มแฉ่งอย่างดีใจ<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">แม่ : &#8220;ว่าไงลูก ลูกดีใจที่แม่ของลูกยังสาวและสวยที่สุดใช่ไหมจ๊ะ&#8221;<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">ลูก (ตอบกลับมาด้วยสีหน้าและแววตาปลื้มปีติ) : &#8220;เปล่าค่ะ หนูดีที่ใจที่สุดเลยค่ะ ที่คุณแม่ไม่ได้แก่ที่สุดในห้อง&#8221;<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">แม่ : &#8220;อ้าว เหรอ แล้วแม่ได้ที่เท่าไหร่ในห้องจ๊ะ&#8221;<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">ลูก : &#8220;คุณแม่ได้ตำแหน่งรองอันดับหนึ่งค่ะ แม่ของเพื่อนที่มีอายุมากที่สุดเขาอายุมากกว่าคุณแม่ตั้ง 3 วัน ค่ะ&#8221;<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">แม่ : ?????????????<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">    เรื่องการแข่งขันว่ามีแม่สาวและสวยเป็นเรื่องที่เด็ก ๆ อนุบาลเขาคิดกัน แต่หากโตเป็นผู้ใหญ่แล้วถ้ามองวิกฤตเป็นโอกาสจะดีมาก &#8220;การที่มีพ่อแม่อายุมาก นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ดูแลท่านในช่วงบั้นปลายของชีวิต และหากเป็นช่วงที่เรายังไม่มีภาระในการดูแลใครก็ยิ่งทำให้เราได้มีเวลาตอบแทนพระคุณของท่านได้มากยิ่งขึ้น ลองย้อนกลับไปมองดูสักนิด ว่าท่านพยายามแค่ไหนกว่าจะให้ชีวิตแก่เรา ท่านลำบากแค่ไหนกว่าจะเลี้ยงเราได้เติบโตจนถึงวันนี้ได้ &#8220;ความกตัญญูกตเวที&#8221; เป็นสัญลักษณ์ของคนดี เชื่อเถอะว่าคนที่ดูแลพ่อแม่ของตนเองเป็นอย่างดี อนาคตของคน ๆ นั้นก็ย่อมจะประสบพบเจอแต่สิ่ง ๆ อย่างแน่นอน&#8221; </span></p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/noina/2010/12/25/%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วันดีดีที่ไม่ธรรมดา</title>
		<link>http://lanpanya.com/noina/2010/12/20/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/noina/2010/12/20/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Dec 2010 16:49:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>noina</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/noina/2010/12/20/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[

    วันนี้ได้ขึ้นนิเทศการปฏิบัติงานวันแรกของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ซึ่งเป็นการขึ้นฝึกปฏิบัติงานครั้งแรกในชีวิตของนักศึกษา จึงมีเหตุการณ์ประทับใจเกิดขึ้น และอยากเล่าเป็นบทกลอนให้ทุกท่านได้รับรู้ เพราะว่าวันนี้อารมณ์ดีและมีความสุขมากค่ะ

 
       นิเทศงานนักศึกษาในคราแรก            ดูแปลกแปลกแตกต่างไปใจสับสน

       นักศึกษาดูซึมเศร้าเหงาชอบกล         แต่ละคนดูประหม่าทั้งกล้ากลัว

       จึงทดลองใช้วิชา&#8221;ครูบา&#8221;ช่วย            เริ่มต้นด้วย&#8221;เจ้าคือใคร&#8221;บอกให้ทั่ว

       &#8221;เจ้ามาทำอะไร&#8221; &#8220;เหตุใดกลัว&#8221;           แนะนำตัวสร้างสัมพันธ์ให้มั่นใจ

       &#8221;เจ้าคาดหวังสิ่งใด&#8221; &#8220;อย่างไรบ้าง&#8221;     ยกตัวอย่างชี้แจงแถลงไข

       &#8221;สิ่งที่กลัวใหญ่ยิ่งคือสิ่งใด&#8221;               ต้องการครูช่วยแก้ไขให้บอกมา

       &#8221;ในชีวิตภาคภูมิใจสิ่งใดเล่า&#8221;              จงยกเอาสิ่งเหล่านั้นที่สรรหา

       มาบอกเล่าความสำคัญจำนรรจา        คือคุณค่าช่วยสร้างสรรค์ความมั่นใจ

       เมื่อได้พูดเฉลยเอ่ยคำขาน                เปลี่ยนสีหน้าชื่นบานดูสดใส

       กล้าแสดงความคิดเห็นบอกเป็นนัย     วอนครูให้ช่วยเมตตาเอื้ออารี

       &#8221;โปรดอย่าทิ้งศิษย์ทั้งหลายให้หดหู่&#8221;   &#8221;ขอคุณครูอยู่ด้วยช่วยแก้ไข&#8221;

       กิจกรรมลำบากสักเพียงใด                &#8220;ศิษย์ภูมิใจวิชาชีพพยาบาล&#8221;

       &#8221;จะไม่ท้อขอครูเป็นเช่นความหวัง&#8221;      &#8221;เสริมพลังให้หัวใจได้กล้าหาญ&#8221;

       &#8221;จากวันนี้ตลอดไปใจชื่นบาน&#8221;            &#8221;จะตั้งใจทำงานเพื่อฝันตน&#8221;

       วันนี้จึงเป็นวันดีอีกวันหนึ่ง                 เพราะซาบซึ้ง&#8221;วิชามาร&#8221;นั้นได้ผล

       นึกขอบคุณ&#8221;หมอจอมป่วน&#8221;พี่ทุกคน     ที่ฝึกฝนสอนสิ่งใหม่ได้เข้าที

       เกิดแรงใจให้ไปต่อในวันหน้า             สร้างศรัทธาให้ดวงดาวพราวสดสี

       เฮฮาศาสตร์สืบสานมานานปี              ขอร่วมสร้างสิ่งดีดีให้สังคม

    


 
 ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-family: Tahoma; font-size: 8pt;"><strong><br />
</strong></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">    วันนี้ได้ขึ้นนิเทศการปฏิบัติงานวันแรกของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ซึ่งเป็นการขึ้นฝึกปฏิบัติงานครั้งแรกในชีวิตของนักศึกษา จึงมีเหตุการณ์ประทับใจเกิดขึ้น และอยากเล่าเป็นบทกลอนให้ทุกท่านได้รับรู้ เพราะว่าวันนี้อารมณ์ดีและมีความสุขมากค่ะ<br />
</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;"><strong>       </strong>นิเทศงานนักศึกษาในคราแรก            ดูแปลกแปลกแตกต่างไปใจสับสน<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       นักศึกษาดูซึมเศร้าเหงาชอบกล         แต่ละคนดูประหม่าทั้งกล้ากลัว<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       จึงทดลองใช้วิชา&#8221;ครูบา&#8221;ช่วย            เริ่มต้นด้วย&#8221;เจ้าคือใคร&#8221;บอกให้ทั่ว<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       &#8221;เจ้ามาทำอะไร&#8221; &#8220;เหตุใดกลัว&#8221;           แนะนำตัวสร้างสัมพันธ์ให้มั่นใจ<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       &#8221;เจ้าคาดหวังสิ่งใด&#8221; &#8220;อย่างไรบ้าง&#8221;     ยกตัวอย่างชี้แจงแถลงไข<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       &#8221;สิ่งที่กลัวใหญ่ยิ่งคือสิ่งใด&#8221;               ต้องการครูช่วยแก้ไขให้บอกมา<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       &#8221;ในชีวิตภาคภูมิใจสิ่งใดเล่า&#8221;              จงยกเอาสิ่งเหล่านั้นที่สรรหา<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       มาบอกเล่าความสำคัญจำนรรจา        คือคุณค่าช่วยสร้างสรรค์ความมั่นใจ<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       เมื่อได้พูดเฉลยเอ่ยคำขาน                เปลี่ยนสีหน้าชื่นบานดูสดใส<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       กล้าแสดงความคิดเห็นบอกเป็นนัย     วอนครูให้ช่วยเมตตาเอื้ออารี<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       &#8221;โปรดอย่าทิ้งศิษย์ทั้งหลายให้หดหู่&#8221;   &#8221;ขอคุณครูอยู่ด้วยช่วยแก้ไข&#8221;<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       กิจกรรมลำบากสักเพียงใด                &#8220;ศิษย์ภูมิใจวิชาชีพพยาบาล&#8221;<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       &#8221;จะไม่ท้อขอครูเป็นเช่นความหวัง&#8221;      &#8221;เสริมพลังให้หัวใจได้กล้าหาญ&#8221;<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       &#8221;จากวันนี้ตลอดไปใจชื่นบาน&#8221;            &#8221;จะตั้งใจทำงานเพื่อฝันตน&#8221;<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       วันนี้จึงเป็นวันดีอีกวันหนึ่ง                 เพราะซาบซึ้ง&#8221;วิชามาร&#8221;นั้นได้ผล<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       นึกขอบคุณ&#8221;หมอจอมป่วน&#8221;พี่ทุกคน     ที่ฝึกฝนสอนสิ่งใหม่ได้เข้าที<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       เกิดแรงใจให้ไปต่อในวันหน้า             สร้างศรัทธาให้ดวงดาวพราวสดสี<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;">       เฮฮาศาสตร์สืบสานมานานปี              ขอร่วมสร้างสิ่งดีดีให้สังคม<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;"><strong>    <br />
</strong></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 15pt;"><strong><br />
</strong></span> </p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/noina/2010/12/20/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนวันธรรมดาให้เป็นวันพิเศษ</title>
		<link>http://lanpanya.com/noina/2010/12/19/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/noina/2010/12/19/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Dec 2010 09:43:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>noina</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/noina/2010/12/19/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87/</guid>
		<description><![CDATA[

    วันนี้เป็นวันอาทิตย์ และเป็นวันหยุดพักผ่อนของใครต่อใครหลายคน แต่บางคนก็ยังเป็นวันทำงานเช่นเคย จำได้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามคนก่อนมีนโยบายรณรงค์ให้วันอาทิตย์เป็นวันแห่งครอบครัว ซึ่งท่านก็คงรับนโยบายมาจากส่วนกลางนั่นเอง เพราะเห็นมีรายการโฆษณาทางโทรทัศน์รายการหนึ่งที่พยายามจะสื่อให้คนไทยใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน ในสัปดาห์ เพื่อให้เป็นวันแห่งครอบครัว โดยวันนั้นควรเป็นวันที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมความอบอุ่นให้เกิดขึ้นในสถาบันครอบครัว เป็นโอกาสอันดีที่คนในครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ไปทำบุญร่วมกัน ทำอาหารและรับประทานอาหารร่วมกันทุกมื้อ ปลูกต้นไม้หรือทำสวนร่วมกัน ช่วยกันทำความสะอาดบ้าน ซึ่งเมื่อพิจารณาดูแล้วกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนในครอบครัวปฏิบัติเป็นประจำในอดีต แต่ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า บางอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป โครงสร้างครอบครัวในสังคมไทยเป็นครอบครัวเดี่ยวโดยส่วนมาก น่าแปลกตรงที่ ทั้งๆที่จำนวนสมาชิกในครอบครัวน้อยลงแต่กลายเป็นว่าโอกาสที่จะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาก็ยิ่งน้อยลงไป สมัยก่อนโครงสร้างสังคมไทยเป็นครอบครัวขยาย สมาชิกครอบครัวมีจำนวนมากแต่กลับมีเวลาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาได้มากกว่า

    ปัจจุบันแม้แต่วันหยุดราชการโอกาสที่คนในครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้าก็แทบจะหาได้ยากยิ่ง &#8220;เป็นเพราะสังคมเปลี่ยนไปหรือจิตใจคนเปลี่ยนแปลง&#8221; การทำให้วันธรรมดากลายเป็นวันพิเศษมันมีความสำคัญแค่ตรงที่ต้องมานั่งทำอะไรด้วยกันเพียงแค่วัน 1 วันในสัปดาห์ใช่หรือเปล่า??? ความพิเศษมันประเมินได้จากอะไร ??? การสร้างความสุขภายในครอบครัวคงไม่จำเป็นต้องรอวันหยุดพร้อมหน้าพร้อมตากันกระมัง การสร้างความพิเศษน่าจะอยู่ที่การเอาใจใส่ และให้ความสำคัญกับความรู้สึกของกันและกันมากกว่า เรามีเวลาคุยกับคนในครอบครัวเราหรือไม่ในแต่ละวัน แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับเรามีเวลารับฟังความทุกข์ในใจของกันและกันบ้างไหม และเรากอดคนในครอบครัวของเราครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ยังจำมันได้หรือเปล่า??? ความรู้สึกนั้นเป็นอย่างไร??? รู้สึกดีหรือไม่ที่ได้กอดคนที่เรารักและรักเรา??? เสียเวลามากไหมที่จะทำให้เราและคนที่เรารักรู้สึกดี เห็นไหมว่า…การสร้างความพิเศษให้เกิดขึ้นในวันธรรมดาไม่เห็นจะยากเลย คนที่เรากอดก็ไม่ใช่คนอื่น ไม่เห็นต้องขออนุญาตเขาก่อนสวมกอด คนกอดก็มีเจตนา คนโดนกอดก็สมยอม ไม่ผิดข้อหาใดๆ ทั้งสิ้น งานนี้ไม่ได้ขึ้นโรงขึ้นศาลอย่างแน่นอน&#8230;&#8230;

(นิยาม กอด= เป็นอาการแสดงที่เกิดจากการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติเมื่อชาวเฮฮาศาสตร์เมื่อได้พบประสบพักตร์กัน อิอิอิ)

 
    

     [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/noina/files/2010/12/121953-0943-1.jpg" alt="" /><span style="font-family: Tahoma; font-size: 18pt;"><strong><br />
</strong></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size:18pt">    </span><span style="font-size:16pt">วันนี้เป็นวันอาทิตย์ และเป็นวันหยุดพักผ่อนของใครต่อใครหลายคน แต่บางคนก็ยังเป็นวันทำงานเช่นเคย จำได้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามคนก่อนมีนโยบายรณรงค์ให้วันอาทิตย์เป็นวันแห่งครอบครัว ซึ่งท่านก็คงรับนโยบายมาจากส่วนกลางนั่นเอง เพราะเห็นมีรายการโฆษณาทางโทรทัศน์รายการหนึ่งที่พยายามจะสื่อให้คนไทยใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน ในสัปดาห์ เพื่อให้เป็นวันแห่งครอบครัว โดยวันนั้นควรเป็นวันที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมความอบอุ่นให้เกิดขึ้นในสถาบันครอบครัว เป็นโอกาสอันดีที่คนในครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ไปทำบุญร่วมกัน ทำอาหารและรับประทานอาหารร่วมกันทุกมื้อ ปลูกต้นไม้หรือทำสวนร่วมกัน ช่วยกันทำความสะอาดบ้าน ซึ่งเมื่อพิจารณาดูแล้วกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนในครอบครัวปฏิบัติเป็นประจำในอดีต แต่ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า บางอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป โครงสร้างครอบครัวในสังคมไทยเป็นครอบครัวเดี่ยวโดยส่วนมาก น่าแปลกตรงที่ ทั้งๆที่จำนวนสมาชิกในครอบครัวน้อยลงแต่กลายเป็นว่าโอกาสที่จะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาก็ยิ่งน้อยลงไป สมัยก่อนโครงสร้างสังคมไทยเป็นครอบครัวขยาย สมาชิกครอบครัวมีจำนวนมากแต่กลับมีเวลาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาได้มากกว่า<br />
</span></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">    ปัจจุบันแม้แต่วันหยุดราชการโอกาสที่คนในครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้าก็แทบจะหาได้ยากยิ่ง &#8220;เป็นเพราะสังคมเปลี่ยนไปหรือจิตใจคนเปลี่ยนแปลง&#8221; การทำให้วันธรรมดากลายเป็นวันพิเศษมันมีความสำคัญแค่ตรงที่ต้องมานั่งทำอะไรด้วยกันเพียงแค่วัน 1 วันในสัปดาห์ใช่หรือเปล่า??? ความพิเศษมันประเมินได้จากอะไร ??? การสร้างความสุขภายในครอบครัวคงไม่จำเป็นต้องรอวันหยุดพร้อมหน้าพร้อมตากันกระมัง การสร้างความพิเศษน่าจะอยู่ที่การเอาใจใส่ และให้ความสำคัญกับความรู้สึกของกันและกันมากกว่า เรามีเวลาคุยกับคนในครอบครัวเราหรือไม่ในแต่ละวัน แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับเรามีเวลารับฟังความทุกข์ในใจของกันและกันบ้างไหม และเรากอดคนในครอบครัวของเราครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ยังจำมันได้หรือเปล่า??? ความรู้สึกนั้นเป็นอย่างไร??? รู้สึกดีหรือไม่ที่ได้กอดคนที่เรารักและรักเรา??? เสียเวลามากไหมที่จะทำให้เราและคนที่เรารักรู้สึกดี เห็นไหมว่า…การสร้างความพิเศษให้เกิดขึ้นในวันธรรมดาไม่เห็นจะยากเลย คนที่เรากอดก็ไม่ใช่คนอื่น ไม่เห็นต้องขออนุญาตเขาก่อนสวมกอด คนกอดก็มีเจตนา คนโดนกอดก็สมยอม ไม่ผิดข้อหาใดๆ ทั้งสิ้น งานนี้ไม่ได้ขึ้นโรงขึ้นศาลอย่างแน่นอน&#8230;&#8230;<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">(<strong>นิยาม</strong> กอด= เป็นอาการแสดงที่เกิดจากการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติเมื่อชาวเฮฮาศาสตร์เมื่อได้พบประสบพักตร์กัน อิอิอิ)<br />
</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">    <br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">     </span></p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/noina/2010/12/19/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สิ่งเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่</title>
		<link>http://lanpanya.com/noina/2010/12/18/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/noina/2010/12/18/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Dec 2010 03:49:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>noina</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/noina/2010/12/18/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d/</guid>
		<description><![CDATA[

หลังจากได้ที่ได้ร่วมเรียนรู้บทเรียนนอกตำรา และบทเรียนการประชุมวิชาการระดับชาติของ สกอ. ก็ต้องกลับเข้าสู่ยุทธจักรของเส้นทางสีขาวอีกครั้ง หลังจากที่ได้หายหน้าหายตาจากวงการ ปล่อยให้นักศึกษาได้ศึกษาตามอัธยาศัยบนหอผู้ป่วยศัลยกรรม โดยมี อาจารย์พยาบาลพี่เลี้ยงคอยดูแลแทนในช่วงที่ไปประชุม 13-15 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา สิ่งแรกที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อเจอหน้าลูกศิษย์คือ แววตาแห่งความปลื้มปีติและดีใจเมื่อเห็นอาจารย์กลับมานิเทศอีกครั้ง ความผิดปกติที่เปลี่ยนไปของนักศึกษาคือ ความกล้าและความกระตือรือร้น ต่างจากวันแรกที่ขึ้นฝึกปฏิบัติงานอย่างสิ้นเชิง (วันนี้เป็นการฝึกปฏิบัติงานวันที่ 4 ในสัปดาห์ที่ 2) ก่อนปฏิบัติงานทุกวันจะเริ่มต้นด้วยการ Pre conference ได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในรอบสามวันก่อน ว่านักศึกษาทุกคนอยู่ดีสบาย หรือไม่ อย่างไร คำตอบที่ชัดเจนของนักศึกษาที่ทำให้ยิ้มจนเหงือกแทบจะแห้งก็คือ &#8220;สนุกสนานมากค่ะอาจารย์ พี่ๆ ให้โอกาสพวกหนูทำทุกอย่าง พี่ๆ ใจดีทุกคนเลยค่ะ ถ้าทำอะไรไม่ได้พี่จะสอนและไม่ตำหนิเราด้วยค่ะ มีความสุขมากค่ะ&#8221; บางคนบอกว่า &#8220;รู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมากก่อนเลยค่ะ อาจารย์ &#8221; (น่าจะประชุมต่ออีกสัก 2 วัน นะเนี่ย ถ้าครบ 5 วันนักศึกษาบางคนจะได้หมดความกังวล อิอิอิ )

การเรียนการสอนในคลินิกเริ่มต้นขึ้นภายหลังจากการ Pre conference การนิเทศการฝึกปฏิบัติกิจกรรมทางการพยาบาลของนักศึกษาครั้งนี้ได้เอาความรู้ที่ได้รับประสิทธิ์ประสาทจากท่านครูบาและอาจารย์หมอป่วน มาใช้โดย การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พูดและแสดงความคิดเห็นและอธิบายความเข้าใจของตนเองมากที่สุด รับฟังเขาด้วยความเข้าใจ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img src="http://lanpanya.com/noina/files/2010/12/121853-0349-1.jpg" alt="" /><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;"><strong><br />
</strong></span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">หลังจากได้ที่ได้ร่วมเรียนรู้บทเรียนนอกตำรา และบทเรียนการประชุมวิชาการระดับชาติของ สกอ. ก็ต้องกลับเข้าสู่ยุทธจักรของเส้นทางสีขาวอีกครั้ง หลังจากที่ได้หายหน้าหายตาจากวงการ ปล่อยให้นักศึกษาได้ศึกษาตามอัธยาศัยบนหอผู้ป่วยศัลยกรรม โดยมี อาจารย์พยาบาลพี่เลี้ยงคอยดูแลแทนในช่วงที่ไปประชุม 13-15 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา สิ่งแรกที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อเจอหน้าลูกศิษย์คือ แววตาแห่งความปลื้มปีติและดีใจเมื่อเห็นอาจารย์กลับมานิเทศอีกครั้ง ความผิดปกติที่เปลี่ยนไปของนักศึกษาคือ ความกล้าและความกระตือรือร้น ต่างจากวันแรกที่ขึ้นฝึกปฏิบัติงานอย่างสิ้นเชิง (วันนี้เป็นการฝึกปฏิบัติงานวันที่ 4 ในสัปดาห์ที่ 2) ก่อนปฏิบัติงานทุกวันจะเริ่มต้นด้วยการ Pre conference ได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในรอบสามวันก่อน ว่านักศึกษาทุกคนอยู่ดีสบาย หรือไม่ อย่างไร คำตอบที่ชัดเจนของนักศึกษาที่ทำให้ยิ้มจนเหงือกแทบจะแห้งก็คือ &#8220;สนุกสนานมากค่ะอาจารย์ พี่ๆ ให้โอกาสพวกหนูทำทุกอย่าง พี่ๆ ใจดีทุกคนเลยค่ะ ถ้าทำอะไรไม่ได้พี่จะสอนและไม่ตำหนิเราด้วยค่ะ มีความสุขมากค่ะ&#8221; บางคนบอกว่า &#8220;รู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมากก่อนเลยค่ะ อาจารย์ &#8221; (น่าจะประชุมต่ออีกสัก 2 วัน นะเนี่ย ถ้าครบ 5 วันนักศึกษาบางคนจะได้หมดความกังวล อิอิอิ )<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">การเรียนการสอนในคลินิกเริ่มต้นขึ้นภายหลังจากการ Pre conference การนิเทศการฝึกปฏิบัติกิจกรรมทางการพยาบาลของนักศึกษาครั้งนี้ได้เอาความรู้ที่ได้รับประสิทธิ์ประสาทจากท่านครูบาและอาจารย์หมอป่วน มาใช้โดย การเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พูดและแสดงความคิดเห็นและอธิบายความเข้าใจของตนเองมากที่สุด รับฟังเขาด้วยความเข้าใจ เมื่อเขาพูดจบก็สะท้อนความคิดให้เขาได้คิดเองว่าที่สิ่งเขาพูดถูกต้องหรือไม่อย่างไร การอธิบายถึงเหตุผลตามหลักการเป็นการย้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้เกิด Concept ที่สำคัญที่เขาควรจะรู้ เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ตนเองหลงทางมาเป็นเวลานาน กี่ปีแล้วหนอ(บอกไม่ได้เดี๋ยวรู้ อายุ อิอิอิ) ที่เราสอนนักศึกษาโดยการป้อนความรู้ให้เขาต้องรู้ในสิ่งที่เราอยากให้เขารู้ โดยที่เปิดโอกาสให้คิดเอง ทำเอง ค่อนข้างน้อย จึงไม่แปลกอะไรเลยที่ผลผลิตของเรา (พยาบาล) มีความรู้เฉพาะในขอบเขตที่เราให้เขาเรียนรู้เพียงเท่านั้น จึงมีความคิดสร้างสรรค์และการคิดนอกกรอบค่อนข้างน้อย แต่ก็ยังรู้สึกดีที่ว่าเวลาที่เหลืออยู่เรายังมีส่วนร่วมสร้างผลผลิต &#8220;พยาบาลพันธุ์ใหม่&#8221; (พยาบาลมีองค์ความรู้ทางการพยาบาล ใฝ่รู้ ใฝ่ดี คิดเป็น ทำเป็น แก้ไขปัญหาเป็น รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์)ได้อีกหลายรุ่น (คุณสมบัติพยาบาลพันธุ์ใหม่ ประยุกต์มาจาก คุณสมบัติของบัณฑิตยุคใหม่ ที่กำหนดไว้ในเป้าหมายของการพัฒนาการศึกษาให้มีมาตรฐาน อิอิอิ)<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">สิ่งที่อันตรายอย่างหนึ่งจากการสอนแบบป้อนความรู้โดยที่ไม่เปิดโอกาสได้เรียนรู้ด้วยตนเองก็คือ การที่เราบอกอะไร สอนอะไร เขาอาจจะท่องจำสิ่งนั้น ๆ โดยที่อาจจะไม่เข้าใจแต่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม หากท่องจำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็จะปฏิบัติไม่ถูกต้องด้วย สิ่งที่ตามมาก็คือ คุณภาพการพยาบาลที่อาจจะลดลง และอาจทำให้การปฏิบัติการพยาบาลไม่แตกต่างจากการดูแลของผู้ดูแลโดยทั่วไป<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">ในการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษา ต้องมีการทำ Nursing care conference ซึ่งเป็นการประชุมปรึกษาทางการพยาบาลเพื่อวางแผนการพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาน่าสนใจโดยใช้กระบวนการพยาบาล ซึ่งประกอบด้วย การประเมินสภาพ การวินิจฉัยทางการพยาบาล การวางแผนการพยาบาล การปฏิบัติการพยาบาล และการประเมินผลทางการพยาบาล ซึ่งกระบวนการดังกล่าวคล้ายๆ กับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นพยาบาลที่ดีก็ต้องมีคุณสมบัติของนักวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน นั่นคือ &#8220;ความช่างสังเกต ขี้สงสัย และมีเหตุผล&#8221; จึงจะทำให้สามารถค้นหาปัญหาของผู้ป่วยได้ครอบคลุมและสามารถให้การพยาบาลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม การทำ Nursing care conference ของนักศึกษาครั้งนี้ ได้สะท้อนให้นักศึกษาให้มองเห็นถึงองค์ความรู้และความเข้าใจของตนเองในกิจกรรมการพยาบาลที่ปฏิบัติแก่ผู้ป่วย กิจกรรมการพยาบาลใดก็ตามหากเราอธิบายไม่ได้นั่นแสดงว่าเราขาดซึ่งความเข้าใจ แล้วเราจะยังเสี่ยงที่จะปฏิบัติเช่นนั้นต่อไปอีกหรือไม่???? ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเป็นเช่นไร???? เราจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อแก้ไขภาวะเสี่ยงจากองค์ความรู้ที่ไม่กระจ่างชัด???? การเรียนรู้จากองค์ความรู้หรือแนวคิดคนอื่นไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาของนักศึกษาได้ครบถ้วนทั้งหมด เนื่องด้วยผู้ป่วยแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การพยาบาลแบบองค์รวม หรือแม้แต่การดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ จึงเป็นสิ่งที่นักศึกษาทุกคนต้องทำความเข้าใจในความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อที่จะประยุกต์ความรู้มาวางแผนให้การพยาบาลที่สอดรับกับปัญหาของผู้ป่วยที่มีในขณะนั้นจริงๆ<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">รอยย่นบนใบหน้าจากอาการคิ้วขมวดของนักศึกษาเริ่มคลายลงไป หลังจากครูเปิดโอกาสให้พูดคุยแสดงความคิดเห็น การให้แสดงความคิดเห็นไม่ใช่เพื่อการตัดสินถูกหรือผิด ความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เมื่อเขาได้เล่าสิ่งที่คิดเป็นการได้สะท้อนถึงความเข้าใจของตัวเขาเอง หากเข้าใจไม่ตรงกับหลักการก็สามารถอธิบายในสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญให้เข้าใจกระจ่างชัดขึ้นได้ แต่คนที่ไม่พูดต่างหากที่น่ากลัว เพราะเราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ หากเขาเชื่อมั่นว่าสิ่งที่คิดถูกต้องแล้ว การกระทำที่เกิดจากความคิดนั้นย่อมส่งผลกระทบได้มากกว่าความคิดอย่างแน่นอน การทำ Nursing care conference ครั้งนี้ อย่างน้อย ๆ ก็ได้เรียนรู้ร่วมกับนักศึกษาว่า ยังมีหลายสิ่งที่นักศึกษาไม่เข้าใจและเรียนรู้แบบท่องจำหรือเลียนแบบจากตัวอย่าง แต่ก็ต้องขอบคุณอาจารย์พยาบาลพี่เลี้ยงตึกศัลยกรรม ที่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่นักศึกษา ทำให้เกิดการเรียนรู้จากตัวอย่างที่ดีๆ เพราะ &#8220;การเรียนรู้จากตัวอย่างที่ดีมีผลต่ออนาคตของชาติอย่างแน่นอน&#8221;<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">การฝึกปฏิบัติงานตลอดสองสัปดาห์ ณ หอผู้ป่วยศัลยกรรมได้สำเร็จลุล่วงไปด้วย D (แต่นักศึกษาหลายคนมีโอกาสได้ A อิอิอิ) ก่อนเสร็จสิ้นการฝึกปฏิบัติงาน ได้แจ้งนักศึกษาว่าจะมีการ Post test นักศึกษาต่างกระตือรือร้นเป็นการใหญ่ ในการอ่านหนังสือเพื่อสอบ แต่เสียดายที่ข้อสอบยากกว่านั้นมากนัก (อิอิอิ) ข้อสอบเป็นข้อสอบอัตนัย มีอยู่ 4 ข้อ ให้เขียนอธิบายตอบตามความเข้าใจของตนเอง ไม่จำกัดจำนวนหน้ากระดาษ (ใช้กระดาษหน้าเดียว เพราะเสียดายต้นไม้แต่ละต้นที่ต้องโดนตัด) คำถามคือให้อธิบาย<br />
</span></p>
<ol>
<li><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">ความประทับใจจากการฝึกปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยศัลยกรรมครั้งนี้<br />
</span></li>
<li><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">ความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นในการฝึกปฏิบัติงานครั้งนี้<br />
</span></li>
<li><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">สิ่งที่อยากปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น<br />
</span></li>
<li><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">ความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า &#8220;การพยาบาลแบบองค์รวม การดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์&#8221;<br />
</span></li>
</ol>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">เมื่อแจกกระดาษให้นักศึกษาทุกคนตั้งหน้าตั้งตาเขียนอย่างขะมักเขม้น บางคนแอบยิ้มไปเขียนไป บางคนหัวเราะออกมาขณะเขียนคำตอบลงในกระดาษ สิ่งที่ประทับใจในการสอบครั้งนี้คือ ทุกคนไม่สนใจที่จะเหลียวมองคนรอบข้าง ไม่สนใจที่จะลอกคำตอบของใคร ทั้งๆ ที่นั่งติดกัน บางคนตอบสั้น ๆ ได้ใจความ บางคนอธิบายยืดยาวจนต้องขอกระดาษเพิ่ม เวลาผ่านไปครบกำหนด นักศึกษาทุกคนส่งกระดาษคำตอบ ครูสะท้อนความคิดว่า ถ้าคำตอบทุกคนเขียนมาจากใจ จากความรู้สึกจริงๆ ของตนเอง นั่นคือคุณภาพการพยาบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">คำตอบของคำถามที่ 1 คือสิ่งที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกดีต่อการฝึกปฏิบัติงาน เมื่อไหร่ก็ตามที่เรานึกถึงคำตอบข้อนี้ นั่นแสดงว่าเราเกิดการเรียนรู้เพราะเราสามารถแยกแยะ วิเคราะห์สิ่งที่ดีๆ ได้ แต่ละหอผู้ป่วยยังมีอะไรดีๆ ให้เราได้เรียนรู้อีกมากมาย ความประทับใจนี้เองจะนำไปสู่ความเข้าใจและเกิดการเรียนรู้ที่ดีได้<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">คำตอบของคำถามที่ 2 คือสิ่งที่จะทำให้เราเกิดความมั่นใจในการฝึกปฏิบัติงาน อะไรก็ตามที่เราทำสำเร็จ เราย่อมเกิดความภาคภูมิใจและมีแรงกระตุ้นให้เราทำในสิ่งที่ดี เมื่อใดก็ตามที่มีความภาคภูมิใจเกิดขึ้น ความวิตกกังวลหรือความกลัวจะค่อยๆ ลดลง ความมั่นใจจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น เราจะมีกำลังใจในการทำสิ่งดีๆ ต่อไปอีกมากมายในอนาคต<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">คำตอบของคำถามที่ 3 คือประเด็นสำคัญที่จะพัฒนาตัวเราเองให้ดียิ่งขึ้น คนที่มองเห็น ยอมรับข้อบกพร่องของตนเองและพยายามจะแก้ไขให้ดีขึ้นจะเป็นคนที่มีคุณภาพในอนาคตอย่างแน่นอน และสิ่งนี้เองจะทำให้เราเป็นที่ยอมรับของบุคคลอื่นและสามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;">    คำตอบของคำถามที่ 4 คือหัวใจของการพยาบาล คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่า ความหมายของคำเหล่านี้จะตรงกับพจนานุกรมเล่มใด หรือแนวคิดที่เขียนไว้ในหนังสือ แต่ถ้าเราเขียนตอบมาด้วยความเข้าใจของเราเอง นั่นคือสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราคาดหวังว่า เราจะให้การพยาบาลต่อผู้ป่วย คำตอบที่ตอบมายังไม่ถูกต้องที่สุดหากเราไม่นำไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยอย่างแท้จริง เมื่อใดก็ตามที่นักศึกษาให้การพยาบาลแก่ผู้ป่วย ครูอยากให้คิดถึงคำตอบข้อในข้อนี้เป็นสำคัญ เราทำได้อย่างที่เราคิดหรือไม่??? อย่างไร???<br />
</span></p>
<p><span style="font-size:16pt"><span style="font-family: Tahoma;">    ความประทับใจในการนิเทศครั้งนี้ คือ นักศึกษาได้ประเมินผลเป็นคำพูดว่า &#8220;พวกหนูมีความสุขในการฝึกปฏิบัติงานครั้งนี้ค่ะ&#8221; คำว่า &#8220;ความสุข&#8221; แค่คำเดียวครูก็ภูมิใจแล้วว่า นักศึกษาของครูเกิดการเรียนรู้ด้วยความเข้าใจและไม่ยากเลยที่จะเป็นพยาบาลพันธุ์ใหม่ที่มีหัวใจเปี่ยมล้นด้วยความเอื้ออาทร (</span><span style="font-family: Wingdings;">J</span><span style="font-family: Wingdings;">J</span><span style="font-family: Wingdings;">J</span><span style="font-family: Tahoma;">)<br />
</span></span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 16pt;"><br />
</span> </p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/noina/2010/12/18/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อุดมศึกษาร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่</title>
		<link>http://lanpanya.com/noina/2010/12/16/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/noina/2010/12/16/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Dec 2010 16:46:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>noina</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/noina/2010/12/16/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80/</guid>
		<description><![CDATA[
		
&#8220;อุ ด ม ศึ ก ษ า ร่ ว ม พั ฒ น า ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย น่ า อ ยู่&#8221;

13 – 15  ธั น ว า ค ม  2553

สืบเนื่องจากการมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมวิชาการระดับชาติของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแห่งชาติ (สกอ.) ระหว่างวันที่ 13-15 ธันวาคม 2553 โดยมีหัวข้อการประชุมครั้งนี้ว่า &#8220;อุดมศึกษาร่วมพัฒนาชาติไทย&#8221; เห็นหัวข้อแล้วก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพการศึกษาของหน่วยงานได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุมอย่างเป็นทางการ งานนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณชินวรณ์  บุญยเกียรติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ &#8220;ปฏิรูปอุดมศึกษาปฏิรูปประเทศไทย&#8221;  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><span style="font-family:Tahoma"><br />
		</span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color:#31849b; font-family:Tahoma; font-size:18pt"><strong>&#8220;อุ ด ม ศึ ก ษ า ร่ ว ม พั ฒ น า ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย น่ า อ ยู่&#8221;<br />
</strong></span></p>
<p style="text-align: center"><span style="color:#31849b; font-family:Tahoma; font-size:18pt"><strong>13 – 15  ธั น ว า ค ม  2553<br />
</strong></span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">สืบเนื่องจากการมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมวิชาการระดับชาติของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแห่งชาติ (สกอ.) ระหว่างวันที่ 13-15 ธันวาคม 2553 โดยมีหัวข้อการประชุมครั้งนี้ว่า &#8220;อุดมศึกษาร่วมพัฒนาชาติไทย&#8221; เห็นหัวข้อแล้วก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพการศึกษาของหน่วยงานได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมประชุมอย่างเป็นทางการ งานนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณชินวรณ์  บุญยเกียรติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ &#8220;ปฏิรูปอุดมศึกษาปฏิรูปประเทศไทย&#8221;  สรุปสาระสำคัญได้คือ การจะพัฒนาประเทศได้นั้น จะต้องพัฒนาการศึกษาให้มีมาตรฐานโดยประกอบด้วย<br />
</span></p>
<p><span style="color:#0070c0; font-family:Tahoma; font-size:16pt">กรอบแนวคิดที่สำคัญ ได้แก่<br />
</span></p>
<ul style="margin-left: 54pt">
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">การยกระดับมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">สร้างโอกาสและความเสมอภาคของผู้เรียน<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงานให้มีบทบาทและส่งเสริมสนับด้านการศึกษา<br />
</span></li>
</ul>
<p><span style="color:#0070c0; font-family:Tahoma; font-size:16pt">เป้าหมายที่สำคัญ ประกอบด้วย<br />
</span></p>
<ul style="margin-left: 54pt">
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">การสร้างพลเมืองยุคใหม่ บัณฑิตยุคใหม่ ให้ใฝ่รู้ ใฝ่ดี คิดเป็น ทำเป็น แก้ไขปัญหาเป็น รักชาติ  ศาสน์ กษัตริย์<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">พัฒนาครูยุคใหม่ ครูพันธุ์ใหม่ ที่เก่ง มีความสามารถ มีจิตวิญญาณความเป็นครู สร้างครูของครูที่มีคุณภาพ<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">พัฒนาสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ใหม่ โดยพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของโรงเรียนในชุมชนให้สอดรับบริบทของชุมชน โรงเรียนระดับ<br />
</span></li>
</ul>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">มัธยมศึกษาในท้องถิ่นสามารถดึงนักเรียนให้ศึกษาในโรงเรียนของท้องถิ่นตนเอง  สถาบันอาชีวศึกษา ต้องพัฒนาฝีมือแรงงานชั้นกลาง ต้องต่อยอดคนเก่งไปเรียนในระดับสูงขึ้นไป  การศึกษาระดับอุดมศึกษาสามารถยกระดับเป็น World class university และ Research university<br />
</span></p>
<ul style="margin-left: 54pt">
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">พัฒนาระบบบริหารจัดการยุคใหม่ ปฏิรูประบบการเงินที่สะท้อนคุณภาพ<br />
</span></li>
</ul>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">ผู้เรียน มุ่งเน้นการส่งเสริมความเป็นอิสระแก่สถาบันการศึกษามากขึ้น ทั้งนี้มหาวิทยาลัยทุกแห่งยึดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สำคัญ 5 ข้อ ได้แก่<br />
</span></p>
<ol style="margin-left: 54pt">
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">พัฒนาวิชาการ รับใช้สังคม ให้ความจริง ความรู้กับสังคม<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">หนึ่งมหาวิทยาลัยหนึ่งจังหวัด กล่าวคือ สถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดร่วมกันดำเนินการงานในทุกระดับ<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">จัดตั้งศูนย์จัดการความรู้เพื่อพัฒนาจังหวัด<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">การสร้างความเป็นพลเมืองของนิสิตนักศึกษา<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">ยุทธศาสตร์การสร้างบรรยากาศในการปรับตัวของสถาบันการศึกษาเพื่อสังคมที่จำเป็น<br />
</span></li>
</ol>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญอยู่ที่ผู้สอน หากผู้สอนสามารถเป็นตัวอย่างที่ดี มีความสามารถ และมีจิตวิญญาณความเป็นครู บัณฑิตพันธุ์ใหม่ย่อมจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้น่าอยู่ได้ในอนาคต<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">นอกจากนี้ยังมีการประกาศเกียรติคุณสถาบันที่มีระบบประกันคุณภาพที่ได้มาตรฐาน โดยแบ่งเป็น<br />
</span></p>
<p><span style="color:#0070c0; font-family:Tahoma; font-size:16pt">รางวัลสถาบันที่มีระบบประกันคุณภาพดีเลิศ ได้แก่<br />
</span></p>
<ol style="margin-left: 54pt">
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">มหาวิทยาลัยเชียงใหม่<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต<br />
</span></li>
</ol>
<p><span style="color:#0070c0; font-family:Tahoma; font-size:16pt">รางวัลสถาบันที่มีระบบประกันคุณภาพดีเด่น ได้แก่<br />
</span></p>
<ol style="margin-left: 54pt">
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย<br />
</span></li>
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีราชบุรี<br />
</span></li>
</ol>
<p><span style="color:#0070c0; font-family:Tahoma; font-size:16pt">รางวัลแนวปฏิบัติดีเด่น<br />
</span></p>
<ol style="margin-left: 54pt">
<li><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">วิทยาลัยนานาชาติ  มหาวิทยาลัยมหิดล<br />
</span></li>
</ol>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">ยังแอบดีใจอยู่ลึก ๆ ว่าวิทยาลัยพยาบาลก็ยังมีผลงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาอยู่ในระดับแนวหน้าระดับประเทศเหมือนกัน…..อิอิอิ<br />
</span></p>
<p style="margin-left: 36pt"><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt"><br />
		</span> </p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/noina/2010/12/16/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
