เชื้อโรค..อันตรายในห้องครัว 2

อ่าน: 213916

 เชื้อโรคอันตรายในห้องครัว 2

 ……ต่อจากตอนที่แล้ว…….

เชื้อพวกนี้มาจากใหน

ตอนซื้อฟองน้ำหรือใยขัด ก็สะอาดๆดีอยู่  ใช้ไปๆ แล้วเชื้ออันตรายบางชนิดมาจากใหน ??

 

ฟองน้ำและผ้าเช็ดจานเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษและโรคบางชนิด  เชื้อเหล่านี้มาจากอาหารที่ยังไม่ผ่านการปรุงสุกและจากความชื้น แบคทีเรียที่อันตรายจะมาจากอาหาร เนื้อสด ผัก ซึ่งมักจะถูกปนเปื้อนด้วยแบคทีเรีย เมื่อหลายปีก่อนในประเทศอังกฤษเคยมีข่าวใหญ่ที่พบว่า ไก่สดที่ผลิตจากฟาร์มที่เชื่อถือได้แห่งหนึ่ง ติดเชื้อซัลโมเนลลา และทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ จนทางรัฐต้องออกข่าวสั่งเก็บ ปิดโรงงานและทำลายเชื้อ

เชื้อซัลโมเนลลา สามารถติดมากับวัตถุดิบประเภทเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ ฯลฯ ซึ่งเราก็จะไม่รู้ เอามาขึ้นเขียงหั่น แล้วใช้ฟองน้ำล้างเขียง ซึ่งทำให้มีเชื้อตกค้างอยู่ได้

สิ่งที่ทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียตกค้างบนแผ่นใยขัดและฟองน้ำ แท้ที่จริงแล้วเกิดจากการละเลย หรือไม่ก็ดูแลรักษาและทำความสะอาดที่ไม่ถูกสุขลักษณะ บางครั้งมีเศษอาหารตกค้างในพองน้ำ ทำให้เกิดการเพาะบ่มของเชื้อแบคทีเรีย  ประมาณกันว่าฟองน้ำล้างจาน 1 ชิ้น อาจมีเชื้อแบคทีเรียอี โคไล และซัลโมเนลลามากถึง 10,000 ตัวต่อ 1 ตารางนิ้วเลยทีเดียว

 

อันตรายแค่ใหน อย่างไร

โดยสถิติจากกระทรวงสาธารณสุขชี้ให้เห็นถึงอันตรายจากการเจ็บป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษ สะท้อนจากตัวเลขของผู้ป่วยตลอดปี 2552 พบว่ายังคงมีผู้ป่วย ที่ป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษมากกว่า 1 แสนรายต่อปี!!

(ข้อมูลสถิติประจำปี 2552 จากกระทรวงสาธารณสุข เรื่องผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ)

ซึ่งแน่นอนว่าสาเหตุของการเจ็บป่วยนี้มาจากการได้รับเชื้อจากแหล่งต่างๆ จากอาหารเอง จากขั้นตอนการผลิต ตลอดจนจากภาชนะที่ใช้ที่ไม่สะอาดและกระทั่งจากการใช้อุปกรณ์ทำความสะอาด ที่ไม่สะอาดล้างภาชนะ

 

วิธีการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในแผ่นใยขัดและฟองน้ำ

ศาสตราจารย์กาเบรียลบิตตัน และคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยฟลอริดา ได้ทดลองนำฟองน้ำล้างจานและแผ่นขัดที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ไปอบในไมโครเวฟด้วยกำลังไฟสูงสุด พบว่าแบคทีเรียร้อยละ 99 หยุดทำงานหลังจากอบนาน 2 นาที หลังจากอบเพียง 30 วินาที แบคทีเรียอี โคไล จะตาย ส่วนสปอร์ของแบคทีเรียบาซิลลัส  ซึ่งมักทนความร้อน สารเคมี และรังสี จะตายหลังจากอบนาน 4 นาที

ข้อควรปฏิบัติ 

1.หลังการใช้ฟองน้ำ หรือแผ่นขัดใยทุกครั้ง ควรล้างแล้วบีบน้ำออกให้ได้มากที่สุดแล้วผึ่งลมให้แห้ง ในที่ที่อากาศถ่ายเทดี ไม่ควรแช่จุ่มน้ำไว้ แล้วนำมาใช้ต่อ เพราะจะยิ่งทำให้เชื้อโรคหมักหมมมากยิ่งขึ้น

2.ทำความสะอาดฟองน้ำโดย แช่ฟองน้ำในน้ำส้มสายชู  2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว ทิ้งไว้ค้างคืน หรือนำฟองน้ำไปตากแดดจัด ๆ อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ทั้งกรดและความร้อนจากแสงแดดจะช่วยลดปริมาณจุลินทรีย์ได้

อีกสูตรจากห้องวิจัยคือใช้ สารละลายของสารฟอกขาวเจือจาง (10 % chlorine bleach solution) แช่ไว้ 3 นาที จะลดเชื้อได้ถึง37-87 %

3.ต้องหมั่นเปลี่ยนแผ่นขัดใยและฟองน้ำบ่อยๆ กรณีนี้ผู้เขียนเสนอแนะให้ใช้ฟองน้ำในการล้างแต่ละประเภทแยกจากกันเช่น ฟองน้ำล้างแก้ว ฟองน้ำล้างจาน  ฟองน้ำหรือแผ่นใยขัดกระทะ หรือภาชนะที่มัน (oily) แยกหน้าที่กันจะดีที่สุด อย่าใช้แบบอเนกประสงค์แบบที่ติดมากับชื่อเลย จะปลอดภัยกว่า

4.นำไปเข้าไมโครเวฟ อบนาน 2นาที สามารถฆ่าเชื้อ หรือทำให้เชื้อหยุดแบ่งตัว ได้มากกว่า 99% และอันนี้จะช่วยลดกลิ่นได้มากทีเดียว

 ข้อควรระวัง การนำฟองน้ำ หรือใยขัดล้างจานแห้งๆ ไปอุ่นให้ร้อนในไมโครเวฟ อาจทำให้ใยสังเคราะห์ละลาย หรือเกิดไฟไหม้ได้ จึงจะต้องชุบน้ำให้เปียก เสียก่อนแล้ววางบนภาชนะ

ไม่ควรนำใยขัดล้างจานชนิดมีโลหะผสมไปทำให้ร้อนในไมโครเวฟ ฟองน้ำหรือใยขัดเหล่านี้มักจะผสมสีเงิน หรือสีที่มีมันวาว และห้ามนำฝอยขัดหม้อโลหะ (100%) ไปทำให้ร้อนในไมโครเวฟ

ลองอ่านข่าวนี้นะคะ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอังกฤษเตือนประชาชนอย่าใช้ไมโครเวฟอบฆ่าเชื้อแบคทีเรียในสิ่งของตามที่มีรายงานการศึกษาของมหาวิทยาลัยฟลอริดาในสหรัฐ เพราะทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเขตชาร์ปเชอร์เตือนว่า เกิดเพลิงไหม้ที่เขตเทลฟอร์ดมาแล้ว เนื่องจากเจ้าของบ้านลองนำผ้าเช็ดจานไปอบฆ่าเชื้อโรคในเตาไมโครเวฟ หลังจากวารสารสุขอนามัยสภาพแวดล้อมของสหรัฐตีพิมพ์ผลการศึกษาว่า การนำฟองน้ำล้างจานที่ชื้นไปอบในไมโครเวฟนาน 2 นาทีจะฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้มากถึงร้อยละ 99 จึงขอเตือนประชาชนอย่างจริงจังว่า ไม่ควรนำผ้าเช็ดจานหรือฟองน้ำล้างจานไปอบฆ่าเชื้อโรคด้วยไมโครเวฟ เพราะมีอันตรายอย่างยิ่ง ทั้งจากกำลังไฟของเตาและจากปริมาณความชื้นในสิ่งที่นำเข้าไปอบ

 

สรุปได้ว่า วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งเชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย คือ การดูแลรักษาบริเวณห้องครัวให้สะอาดและมีสุขอนามัยที่ดีอยู่เสมอ รวมทั้งการใส่ใจกับการทำความสะอาดฟองน้ำ หรือแผ่นใยขัดล้างจาน ผ้าเช็ดภาชนะต่างๆ ซึ่งแต่ละวิธีก็ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป และที่สำคัญขอกระซิบบอกว่า ควรอย่างยิ่งที่จะแยกใช้ฟองน้ำที่ใช้ออกจากกัน เช่น ใช้ล้างของมัน (oily) พวกกะทะ ตะหลิว หม้อ  ฟองน้ำล้างแก้วน้ำ ของไม่สกปรก แม้ว่ามันจะชื่อว่าฟองน้ำเอนกประสงค์ แต่ก็อย่าใช้เขาทุกงานเลยนะคะ

และควรใช้ที่หั่นเนื้อสัตว์แยกจากที่หั่นผลไม้ออกจากกัน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนติดเชื้อ เผื่อไว้ว่าที่ใช้หั่นเนื้อนั้นอาจมีเชื้อแบคทีเรียอันตรายหลงเหลืออยู่

หมายเหตุจากผู้เขียน

การเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเชื้อโรคต่างๆไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้ตื่นกลัวหรือเครียดแต่อย่างใด เพราะเชื้อโรคมีอยู่ทุกหนแห่ง แต่เพื่อให้เกิดความระมัดระวัง เอาใจใส่ในบางจุด ที่อาจมีเชื้ออันตรายแอบแฝงอยู่ และเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มความเสี่ยง เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ร่างกายเราจะอ่อนแอลง จนสามารถติดเชื้อและบั่นทอนสุขภาพลงไปเรื่อยๆได้ อย่างน้อย รู้ก่อน กันไว้ก่อน ดีกว่าแก้ ไช่ใหมคะ :)

อานิสงค์จากการเขียนเรื่องเชื้อโรคอันตรายต่างๆ มอบแด่ครูอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้ข้าพเจ้าทุกท่าน และแด่ ผศ. กรรณิการ์ สรรพานิช  Prof.Dr. Christ Thurston , Dr. Roger Miles (ผู้ล่วงลับทั้งสามท่าน)

 

 อ้างอิง

Alexa C. Dell, 2002 Do Sponges Clean or Spread Bacteria?http://www.usc.edu/CSSF/History/2002/Projects/J1305.

Ikawa, Judy Y.; Rossen, Jonathan S.  Reducing bacteria in household sponges. Journal of Environmental Health, National Environmental Health Association, July 1999.

 


เชื้อโรค…อันตรายในห้องครัว

อ่าน: 118487

เชื้อโรค…อันตรายในห้องครัว

หันไปมองดูในครัวรอบๆแล้ว ยกเว้นถังขยะ ครัวก็ไม่น่าจะมีอะไรที่น่าจะเป็นแหล่งโปรด หรือเก็บกักเชื้อโรคได้เลยไช่ไหมคะ ลองคิดเดาก่อนอ่านต่อ ว่าอะไรในห้องครัวน่าจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อได้ดี  ติ๊กตอกๆๆๆ

ฟองน้ำล้างจานั่นเอง

คงเคยอ่านข่าว และได้ยินมาเกี่ยวกับคำเตือนเรื่องเชื้อในฟองน้ำล้างจานมาเป็นระยะ แล้วก็เงียบลืมเลือนหายไป  บางครั้งคำเตือนก็เป็นการบอกต่อๆกัน ใครใคร่ระวังก็ระวังกันไป เพราะคำเตือนบางครั้งอาจดูเลื่อนลอย เช่น บอกว่าอันตราย ก็ไม่รู้ว่าอันตรายแค่ใหน มีเชื้อ ไม่รู้เชื้ออะไร บอกชื่อก็ไม่รู้จัก ก็เลยไม่บอกดีกว่า รู้แต่ว่าทำให้ท้องเสียได้ แต่บางครั้งผู้เขียนเชื่อว่าการบอกรายละเอียดที่มากขึ้น ชัดเจนขึ้น มันน่าจะดี น่าเชื่อถือมากขึ้น อาจจดจำมากขึ้น ระวังมากขึ้น  อย่าไปคิดแทนว่าคนอ่านรู้หรือไม่รู้ เอาเป็นว่าให้ข้อมูลเท่าที่มีแล้วให้ผู้อ่านเก็บ ตัก ตวง ช้อน กรอง (แล้วแต่ภาชนะ :)  ที่สำคัญเวลาเอาไปบอกต่อๆ จะมีเนื้อติดไปคุย ไปเตือนได้มากขึ้น อันนี้เลยขออนุญาตใส่ชื่อสารพัดเชื้อนะคะ (ขลังดี หุ หุ )

 

คุณเปลี่ยนฟองน้ำล้างภาชนะอันล่าสุดเมื่อไหร่??  ถ้าตอบว่าจำไม่ได้แล้ว แสดงว่านานเกินเดือนแน่แล้วเชียว  ลองเคยมองแบบพิจารณาดูฟองน้ำอันที่กำลังใช้ล้างจานหรือภาชนะหรือไม่ว่ามันสะอาดหรือไม่ แค่ใหน ลองดมผ่านๆ บ้างไหมคะ 

เชื่อไหมคะว่า ฟองน้ำล้างจาน หรือแผ่นใยขัดล้างจานเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่สกปรกที่สุดอีกจุดของบ้านเลยทีเดียวนั้น สามารถทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น โรคอาหารเป็นพิษ ปอดอักเสบ WOW ! ระบบปัสสาวะ กระเพาะ ลำไส้อักเสบ และเราก็มองข้ามไปอย่างคาดไม่ถึง บางบ้านใช้จนเปื่อยยุ่ยแล้วยุ่ยอีก ก็ยังไม่เปลี่ยน พวกแบคทีเรียนี่มันสะสมและซ่อนตัวแฝงตัวเก่ง เผลอไม่ได้เลยเชียว 

เคยมีการเก็บตัวอย่างฟองน้ำหรือแผ่นใยขัดที่เรา ๆ ใช้กัน รวมทั้งในร้านอาหารที่นำ“ฟองน้ำ”มาล้างจาน ขัดถูอะไรต่าง ๆ มากมาย มาทดสอบหาปริมาณเชื้อโรคที่ปนเปื้อน พบว่า ในฟองน้ำมีจุลินทรีย์ และแบคทีเรียจำนวนมาก ทั้งชนิดที่ไม่อันตรายร้ายแรงและชนิดอันตราย แบคทีเรียบางชนิดที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ หรืออุจจาระร่วง ดังนั้นหากนำฟองน้ำเหล่านั้นไปขัดถูภาชนะ ช้อน ส้อม ฯลฯ ก็มีโอกาสเราเอาเชื้อโรคเข้าสู่รางกายได้

เชื้ออะไรที่พบบ้าง

มีการศึกษาทดลองโดยเริ่มจากฟองน้ำใหม่ พบว่าฟองน้ำที่ใช้ในการล้างภาชนะ บางบ้านใช้เช็ดโต๊ะที่ทำครัวด้วย นั้น หลังจากการใช้ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ จะพบแบคทีเรียก่อโรค (food-borne diseases) มากมายทั้งชนิดและปริมาณ เช่น Salmonella, E. Coli, Bacillus,Listeria, Staphylococci, และ Streptococci. (Dell, A.C.) นอกจากนี้ยังพบ Campylobacter  ด้วย

 อี โคไล (Escherichia coli )  เป็นเชื้อประจำถิ่น/เชื้อฉวยโอกาส ทำให้เกิดอาการท้องเสีย การติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ

แคมพิโลแบคเตอร์ (Campylobacter) เชื้อนี้พบว่ามีการระบาดในประเทศแถบยุโรป และอเมริกา พบปนเปื้อนอยู่มากในเนื้อสดประเภท เนื้อหม ูเนื้อไก่ และเครื่องในไก่ เชื้อนี้ทำให้มีอาการไข้ คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำ และมีมูกเลือด เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงเฉียบพลัน

ลีสเทอเรีย (Listeria) เป็นแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค ลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) ในมนุษย์และสัตว์ พบมากในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ประเภท ready to eat ถ้าเกิดการปนเปื้อนเกินขนาดที่ยอมรับได้สามารถทำให้อันตรายต่อสุขภาพ

ซัลโมเนลลา (Salmonella) เชื้อนี้ติดได้เมื่อกินอาหารดิบที่มีเชื้อนี้เข้าไป เมื่อติดเชื้อชนิดนี้จะทำให้เกิดโรคที่เรียกว่าไทฟอยด์และลำไส้อักเสบกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่อักเสบ

สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococci aureus) เป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษที่มีการระบาดอยู่เสมอ เนื่องจากบางสายพันธุ์สามารถสร้างสารพิษที่เรียกว่า เอนเทอโรทอกซิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทนต่อความร้อนได้ดี ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษและเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยในมนุษย์ อาการทั่วไปของผู้ได้รับเชื้อที่พบคือ ผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน เป็นตะคริวในช่องท้องและอ่อนเพลียในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอื่นแทรกซ้อน หลายรายจะมีอาการปวดหัว เป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อแต่มีอัตราการตายต่ำ มักมีอาการดีขึ้นเองภายใน 24 ชั่วโมง

สเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) การติดเชื้อนี้ทำให้เกิดโรคหลายแบบ ขึ้นอยู่กับเชื้อแต่ละเชื้อ

เคลปซิลลา นิวโมเนีย (Klebsiella pneumoniae) การติดเชื้อนี้ทำให้เกิดการอักเสบของปอด ทำให้เกิดหนองในปอด และปอดจะถูกทำลายอย่างสมบูรณ์

เอ็นเทอโรเบคเตอร์ โคลกา (Enterobacter cloacae) มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป จึงมีโอกาสปนเปื้อนง่าย มีผลต่อระบบปัสสาวะและระบบหายใจ

 

เชื้อพวกนี้สามารถเจริญและเพิ่มจำนวนได้ในที่ชื้นเปียก เช่นผ้าเช็ดจาน ฟองน้ำ

 พบเชื้อบนฟองน้ำล้างจานแล้วเกี่ยวกับตัวเราได้อย่างไร

จากงานวิจัยได้พบว่าแผ่นใยขัดและฟองน้ำที่พบเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ นั้นสามารถตรวจพบเชื้อนั้นได้ทั้งในจาน ชาม ช้อน พร้อมกันนี้จำนวนเชื้อจุลินทรีย์ที่พบในแผ่นใยขัดและฟองน้ำมีอัตราสูงมาก ซึ่งเมื่อนำแผ่นใยขัด ทำความสะอาดภาชนะบรรจุอาหารและอุปกรณ์ประกอบอาหารโอกาส ที่เชื้อจุลินทรีย์ในแผ่นใยขัดและฟองน้ำอาจติดไปกับภาชนะที่ใช้แผ่นใยขัดและฟองน้ำล้างทำความสะอาดได้ และโอกาสปนเปื้อนในอาหารได้ อีกทั้งสภาพอากาศของประเทศไทยที่เอื้อให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย จึงช่วยทำให้การแพร่กระจายและเพิ่มปริมาณแบคทีเรียทำได้อย่างรวดเร็ว

เชื้อพวกนี้มาจากใหน  วิธีการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในแผ่นใยขัดและฟองน้ำ  ในตอนต่อไปค่ะ :)

 


มุทิตา ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย

อ่าน: 100063

มุทิตาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดพิธีประสาทปริญญา ประจำปี ๒๕๕๔ณ อาคาร มวก. ๔๘ พรรษา วันอาทิตย์ที่ ๑  พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มาเป็นผู้ประทาน ปีนี้มีนักศึกษาเข้ารับปริญญาทั้งหมด 2802 รูป/คน

ครั้งนี้มีหลายวิทยาเขตที่มารับพร้อมกันและหลายประเทศมีทั้งภิกษุ ภิกษุณี จากประเทศต่างๆเช่น ใต้หวัน เกาหลี อเมริกา เวียตนาม ศรีลังกา จีน ที่สำเร็จการศึกษามาร่วมรับ ในวันนี้ การรับปริญญาวันนี้จึงมีทั้งพระภิกษุ ภิกษุณี แม่ชี และฆราวาส

และมีผู้ได้รับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย สาขารัฐประศาสนศาสตร์  จำนวน 4 รูป หนึ่งในนั้นคือ พระเทพสุธี (สงคราม อสิญาโน ) เจ้าคณะภาค 16 ด้วย

 

บน ล่าง อาคารรับรองอาคันตุกะ  ทุกท่านที่มารับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์และที่มาจากต่างประเทศ มาเตรียมตัว และพักผ่อนกันก่อนเข้ารับในช่วงบ่าย (ช่วงเช้าเป็นคณะอื่น บ่ายเป็นของคณะพุทธศาสตร์)

   

ล่างซ้าย  บัณฑิตที่รับภาคเช้าเสร็จเข้าแถวกลับมาฉันเพล

ล่างขวา  บัณฑิตที่เตรียมรับภาคบ่าย (ภิกษุ ภิกษุณี จากมหาวิทยาลัยสมทบในใต้หวัน) เข้าแถวเตรียมเข้าห้องประชุม

 

รูปแรกล่างซ้าย Venerable Godakalana Gunaratana (Chao Chu รูปซ้ายมือ), The president of LA buddhist union, USA

รูปแรกล่างขวา Venerable Yi Yin, Abbot of Tainan Wu De Temple,Taipei

   

ล่าง ภิกษุณี ที่เรียนจากไทเป มารับมีทั้งตรีและโท

  

ล่างเตรียมไปฉันเพล

 

ล่างซ้าย อาจารย์มจร.ที่มาร่วมงาน 

ขวา Most Venerable Dr. Thich Thien Tam (Kusalacitto) Abbot of Pho Minh Pagoda, Socialist Republic of Vietnam 

 

ที่แตกต่างจากที่อื่นที่นอกจากสีเหลืองของจีวรท่านๆเด่นกระจายส่องสว่างไปหมดทั้งนอกห้องประชุม และในห้องประชุมแล้ว โยมของพระมาเชียร์ให้กำลังใจกันมากจริงๆ พระ1 รูปรับปริญญา สงสัยโยมมากันทั้งหมู่บ้านเลยทีเดียว เพราะไปที่ใหนก็มีแต่โยม ปูเสื่อนั่งนอนกันเต็มไปหมด บอกมานอนค้างคืนกันเป็นคันรถเลยทีเดียว มีรถทัวร์ใหญ่จำนวนมากจริงๆเฉพาะที่เห็นนับได้เกินสามสิบคัน รถตู้นับไม่ได้มากจนตาลาย อากาศเป็นใจมาก เพราะที่เตรียมกันไปทั้งร่มและหมวกไม่ได้ใช้ เพราะแดดไม่ออก ฝนไม่ตกครึ้มๆ สบายๆ ดีมากๆ

ในงานนี้มีเหมือนทั่วไปขายตุ๊กตุ่นตุ๊กตาแสดงความยินดี ช่อดอกไม้สวยๆจ๊าบๆ ที่มีเกินงานอื่นก็คงเป็นพวงมาลัยคล้องข้อมือสวยๆ ไว้ถวายพระ(อาวุโส) อาหารไม่มีขาย เพราะทุกอย่างมีให้ฟรี จากศรัทธาบริจาค ของสาธุชนทั้งหลาย ในงานมีอาหาร น้ำฟรี บริการตัวเอง  มีซุ้มถ่ายภาพสวยๆ ของแต่ละวิทยาเขตที่มาตกแต่งให้ถ่ายภาพกัน

ล่างซ้าย หอประชุมที่ใช้รับปริญญา  ขวา ส่วนหนึ่งของญาติโยมมาแสดงความยินดี ให้กำลังใจกัน

 

งานพิธีประสาทปริญญาจะมีความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไปโดยมี 3 วันมีการปาฐกถา เรื่อง “พุทธิปัญญากับการสร้างสังคมปรองดอง”โดย พระธรรมโกศาจารย์ ศ.ดร. อธิการบดี มีการรายงานสัมมนากลุ่มย่อยหัวข้อต่างๆ หลังจากนั้นจึงซ้อมรับปริญญา สำหรับพระภิกษุทางมหาวิทยาลัยได้ถวายผ้าไตรจีวรและย่ามด้วย

ปีนี้ที่ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาต่างๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดีเช่น สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสัมพันธวงศ์  หลวงปู่สุภา ภูเก็ต  พระธรรมคุณาภรณ์ วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร  พระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์) วัดธรรมมงคล  พระราชธรรมเวที (ชัยวัฒน์) วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร  ท่านThich Nhat Hanh  แม่ชีวิมุติยา(รศ.ดร.สุภาพรรณ ณ.บางช้าง) ศ.บวรศักดิ์ สุวรรณโณ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เป็นต้น ใครรู้จักใครนับถือกันก็สามารถใช้โอกาสนี้ไปมุทิตาสักการะแสดงความยินดีได้

(ปริญญากิตติมศักดิ์ (honorary degree) เป็นปริญญาที่มอบให้บุคคลไม่ได้เข้าศึกษาแต่ได้ทำผลงานดีเด่นให้แก่ประเทศ หรือสถานศึกษานั้น)

วันนี้ในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่งก็ได้มีโอกาสติดตามคณะศิษยานุศิษย์ และไวยาวัจกร ที่ไปร่วมแสดงความยินดีและเพื่อเก็บภาพประทับใจ ขอนำมาให้ท่านร่วมมุทิตาที่ได้มีพระเถระผู้ใหญ่ (แต่ท่านมักจะพูดว่าท่านเป็นพระบ้านนอกเสมอ) ได้รับการประกาศเกียรติคุณให้ปรากฎเป็นทิฏฐานุคติแก่อนุชน ที่ได้ทำงานเพื่อประโยชน์ของคณะสงฆ์ ทั้งในฐานะเจ้าคณะปกครองดูแลคณะสงฆ์ใน 3 จังหวัดคือ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และชุมพร ด้านการศึกษาสงเคราะห์และในฐานะครูผู้สอนวิชาวรรณคดีบาลี พระวินัยปิฎก การปกครองคณะสงฆ์ ให้กับพระภิกษุและฆราวาส ท่านเป็นพระเถระที่บำเพ็ญหิตานุประโยชน์แก่ประเทศชาติ ศาสนา ตลอดจนมีวัตรปฎิบัติที่น่าเลื่อมใส

ล่าง ก่อนเข้ารับปริญญา มหาวิทยาลัยได้ถวายย่ามและจีวร เสื้อครุย (แต่พระท่านไม่ต้องใส่ครุยค่ะ ไว้ถือก็พอ) ครุยปริญญาเอกมจร.จะมีวงกลมสามวงบนแถบหน้า แทนสามขีดที่แขนในบางสถาบัน  รูปขวาถ่ายกับท่านพระสุธีธรรมานุวัตร (เจ้าคุณเทียบ) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ซึ่งท่านเป็นสหายร่วมเรียนกันมาสมัยปธ.๙

 

 ล่าง ศิษยานุศิษย์ คุณภาณุวัฒน์ และสหายธรรม ผู้มาร่วมแสดงความยินดี

 

 

บน ล่าง นั่งรอพิธีการในห้องประชุม  สนทนากับท่านศ.บวรศักดิ์ ซึ่งได้มารับในครั้งนี้ด้วย

 

 Large_dsc02871

  

บน รับเสร็จออกมาถ่ายรูปตามซุ้มต่างๆมากมาย (เอามาลงไม่หมด) 

ล่าง ถ่ายกับท่านพระมหาศรีทนต์ สมจาโร ผู้อำนวยการส่วนหอสมุดกลาง ครั้งนี้ท่านได้กรุณาจัดการและอำนวยความสะดวกให้ท่านเจ้าคณะภาค 16 และคณะศิษย์เป็นอย่างดียิ่ง ภาพข้างหลังคือ หอพระไตรปิฎก

ล่างซ้าย ไม่ว่ามีกิจกรรมใดๆ จะมีผู้เสียสละ ร่วมแรงร่วมใจเบื้องหลังเช่นนี้เสมอ

ล่างขวา ตึกสูงซ้าย อาคารหอสมุด ตึกขวา ตึกสนง.อธิการบดี

     

 ขอบคุณที่กรุณาเข้ามาติดตามค่ะ :)

 


เห็นแล้วอดคิดไม่ได้..ต้องเขียน

อ่าน: 119845

เห็นแล้วอดคิดไม่ได้..ต้องเขียน

solรูปที่มา: blingcheese.com

เมื่อเช้าวานนี้ (1 พค.) ทานอาหารเช้าเสร็จ มา check out เดินไปเดินมา มานั่งรอเพื่อนมารับ นั่งมองออกไปนอกกระจกด้านหน้าโรงแรมมิราเคิล แถวหลักสี่ มองออกไป ไม่ทันเห็นท่อนแรก แต่ตอนที่เห็นแล้วคือ มีรถถังตั้งอยู่บนอะไรสักอย่างวิ่งผ่านตาไปประมาณ10 คัน มีทหารนั่งเฝ้าบ้างสองสามคน ที่คิดคือทำไมรถบรรทุกนี้ มีที่วางยาวจัง พอหมดที่เห็นก็งงเห็นตู้รถไฟต่ออีก 2 ตู้ ต๊กกะใจ!  ลุกยืนมองทันทีเลย เพราะคิดว่ารถไฟวิ่งบนถนนได้ไง  แล้วก็เห็นคล้ายๆรางรถไฟ จึงนึกออกว่าหน้ารร.นี้มีรางรถไฟด้วย นึกย้อนได้ว่า ออ! ที่เห็นคือรถไฟลำเลียงรถถัง คิดว่าคงส่งไปยังชายแดนเขมร และไปรวมกับช่วงเช้าตรู่บนห้องพักที่มองลงมาเห็นรถตู้คอนเทนเนอร์ทึบเขียนอักษร Police ตู้ใหญ่วิ่งผ่านไป เปิดไฟขอทางยาวนับเกินสิบคัน คิดคำนวนเองว่าคงส่งสรรพกำลังไปช่วยชายแดน

เห็น แล้วอดคิดไม่ได้ จึงเกิดความรู้สึกหดหู่ และเศร้าทันที  (จิตวางหนอ ส่งมาช้ากว่า) สงสารทหารที่ต้องออกไปสู้รบ บาดเจ็บบ้างตายบ้าง ลำบากต่างๆนาๆ แม้ไม่ได้เป็นญาติเราโดยตรง แต่นั่นคือลูกหลานไทย ที่ออกไปทำหน้าที่ เป็นรั้วของชาติ ทำให้เราได้นั่ง เดิน ยืน กิน อยู่อย่างสบายข้างหลัง บางคนอาจสบายสนุก  อาจกำลังเพลินกับการถกเถียงตกลงผลประโยชน์ส่วนตนที่ยังไม่ลงตัว อาจหลงแสงสีเสียง  จนไม่รับรู้ถึงความเสียสละของผู้อื่น หรือรับรู้แต่ไม่สนใจ ยังไงก็ช่าง เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับประเทศชาติ

อยากเห็นคนไทยทุกคนส่งใจไปช่วยผู้ที่กำลังปฎิบัติหน้าที่ (สวดมนต์ให้พระสยามเทวาธิราช คุ้มครองชีวิตทหารลูกหลานเราทุกคน) ผู้ที่มีหน้าที่สนับสนุนบำรุงก็ทำให้พวกเขาเต็มที่ เขาคือรั้วของเรา หากรั้วไม่แข็งแรง ผุ อ่อนโงนเงน บ้านก็ถูกรุกรานได้ง่าย หยุดทะเลาะฝ่ายแดง เหลือง เขียว ขาว สงครามสีกันเสียที

หากมีใจเดียวกันคือ “รักชาติ” ทำไมจึงพูดกันไม่รู้เรื่อง ตกลงกันไม่ได้ รักมากก็อย่าทำให้อะไรๆมันวุ่นวาย กลับบ้าน ส่งใจไปช่วยทหาร และคนไทยที่ชายแดน หรือไม่แทนที่จะชุมนุมอยู่กลางกรุง ก็ไปที่ชายแดนเลยดีกว่าแล้วตะโกนออกไปว่า ที่นี่ประเทศไทย ใครอย่ามารุกราน !  สีอะไรๆก็ คนไทย ต้นตระกูลไทย หัวใจไทย ไปแสดงความรักชาติสุดๆให้เห็นๆกันเลย และขออนุญาตยืมคำนี้ข้ามบล็อกมาเลยนะคะท่านสุทธินันท์ :)

 

“..ไทยนี้รักสงบ.. แต่ถึงรบไม่ขลาด

ทหารทำหน้าที่ทหารแล้ว

เราคนไทยทำหน้าที่คนไทยแล้วหรือยัง !”


น้ำใจสู่..ชุมชนบ้านกงตอ

อ่าน: 156719

ชุมชนบ้านกงตอ

 

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมาพระเทพสุธี (สงคราม อสิญาโณ) เจ้าคณะภาค 16 พร้อมด้วย พระครูปริยัติคุณาวุฒิ (พระมหาเสรี) เจ้าอาวาสวัดกลางใหม่ และพระครูวิสุทธิวุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดเขาแก้ว  พร้อมรถบรรทุกของแห้ง น้ำดื่ม ข้าวกระป๋องสำเร็จรูป kaosook (เปิดทานได้ทันที)  ทั้งจากสภากาชาดไทยและจากการบริจาคจากผู้มีน้ำใจ จำนวน 5 คัน ครั้งนี้ได้แวะเยี่ยมวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม คือวัดวังไทร และไปมอบของให้ชาวบ้านที่ ชุมชนบ้านกงตอ และบ้านปากฮาย  อ.กาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

บน ส่วนหนึ่งของของที่นำไปแจก

 

 ข้าวกระป๋องสำเร็จรูป (kaosook) ลังละ 48 กระป๋อง มีกับข้าวพร้อมทาน meepole ยังไม่ได้ลองเปิดเลยไม่ได้รู้รสชาด ก็คงอร่อย

ชุมชนดังกล่าวถูกตัดขาดทั้ง 4 เส้นทาง จึงไม่สามารถมีใครเข้าถึงได้ (นักข่าวเลยไม่ได้เข้ามา) ในช่วงที่ผ่านมาแม้น้ำจะลดแห้งแล้วแต่ถนน สะพานพังถูกกัดเซาะจนขาดหลายช่วง และชาวบ้าน อบต กำนัน ผู้ใหญ่ ลูกบ้าน ทหาร มาช่วยกันซ่อมแซมทำให้ได้เส้นทางเชื่อมต่อออกสู่ภายนอกได้ชั่วคราว คณะสงฆ์ทราบข่าวนี้จึงได้นำของไปแจกถึงที่ เพราะหากจะดูความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วเชื่อว่าหากงบถึง แรงงานถึง ไม่ต่ำกว่าครึ่งปีจึงจะสามารถเข้าที่เข้าทางได้อีกครั้ง ลองดูจากภาพบางส่วน

 สะพานขาด น้ำเซาะถนนหายไป ที่เห็นกว้างเป็นลานเดิมเป็นถนนตอนนี้ถูกเซาะหายไป ทรายก็มาถมเต็มอีก

 

น้ำเซาะสะพานขาด รถต้องค่อยๆไต่บนสะพานไม้ที่ใช้ชั่วคราว

ชุมชนกงตออยู่ค่อนข้างลึก เข้าไปจากปากทางที่ไกลแล้วยังต้องเข้าไปผ่านถนนแคบมากเป็นลูกรังแบบดินเหนียว ก็ภาวนาว่าฝนจ๋าอย่าตกเพราะลื่นแน่ และก็อย่ามีรถสวน เพราะสวนไม่ได้จริงๆ ไม่มีที่เหลือ ที่สำคัญคือไม่น่าเชื่อว่ามีป่าหุบเขาที่สวยแบบนี้ซ่อนอยู่  บางช่วงมองลงไปแล้วเสียวไส้แต่ต้องเชื่อใจมือขับจริงๆงานนี้ ระยะทางเพียง 12 กม.ใช้เวลาประมาณ 50 นาที  และต้องมีคนมานำทางเข้าไป สองข้างทางเป็นป่าสวยมากแม้ว่าจะเป็นสวนยางเกือบหมด ทางแคบมาก ทางเสียหายเพราะน้ำเซาะไต่เขาขึ้น ลงเขา หวาดเสียวหลายตอน คันนำต้องค่อยๆถอยกลับมาตั้งหลักใหม่อยู่ช่วงหนึ่ง เพราะของหนักมาก

 

ท่านเจ้าคณะภาค 16 ก็ได้ให้โอวาทและกำลังใจกับชาวบ้านก็ช่วยทำให้เขามีกำลังใจและความสุขขึ้น

 

บน  ทุกคนที่มาได้รับของแจกจากน้ำใจทุกฝ่าย    

ล่าง  ที่เห็นมารุมมาล้อมท่านพระครูวุฒิฯ เพราะท่านแจกรองเท้า สีสารพัดลาย จ๊าบ!มาก ถูกใจชาวบ้านจริงๆรายการนี้ มีหลายขนาด เลือกกันแบบตลาดนัดเลย

 

  

บน รับของเสร็จ มีความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ อานิสงค์เกิดแล้วแก่ท่านผู้มีน้ำใจทุกรูป/คน

ล่าง  ชาวบ้านร้องขอ รูปหมู่ ตามระเบียบเป็นที่ระลึกและเป็นสิริมงคลที่พระผู้ใหญ่เมตตาเดินทางมาแจกด้วยตนเอง

ชุมชนบ้านกงตอมีประมาณ 100 ครัวเรือนมีคนประมาณ 300 กว่าคนอาชีพหลัก ตัดยางอย่างเดียว ไปถึงชาวบ้านมาประมาณ 100 กว่าคน หลายคนมาพูดกับ meepole ว่าดีใจมากและขอบคุณจริงๆ บางคนบ้านหายไปทั้งหลัง แต่ไม่มีใครเข้าถึง ช่วงแรกทางถูกตัดขาดหมดทั้ง 4 ทาง เขาบอกว่าชาวบ้านช็อกกันเป็นส่วนใหญ่เพราะไม่เคยมีปรากฏการณ์น้ำหลากท่วมในฤดูร้อน ชั่วอายุปู่ย่าไม่มี เลยไม่ได้เตรียมตัวไม่ได้ระวังและไม่ได้เก็บเตรียมอาหาร และตอนนี้แม้ว่าราคายางจะดีแต่ก็กรีดยังไม่ได้ ตลอดทางที่ผ่านก็พอเข้าใจเพราะเห็นทราย  ดินเหนียวจำนวนมากมายไม่รู้มาจากไหน ถมในสวนยางเหมือนทะเลทรายที่มีต้นไม้ขึ้น ซึ่งถ้าไม่รีบเอาดินและทรายออกโดยเร็วต้นไม้มากมายเหล่านั้นคงตายหมด และมีแนวโน้มสูง เพราะชาวบ้านไม่ได้มีเครื่องมืออะไรที่จะไปช่วยตักดินมหาศาลเหล่านั้น บ้านก็ต้องซ่อมทำก่อน ตอนนี้บางรายบ้านพัง ก็ทำเพิงอยู่ไปก่อน เท่าที่เห็นเขาก็มีกำลังใจที่จะต่อสู้ life must go on ในที่สุด

เดินทางกลับ มีคนนำทางพาออกไปอีกทางที่ไม่ต้องผ่านทางชันหุบเขามากนัก (คิดในใจตั้งแต่แรกแล้วว่าขออย่าต้องกลับทางเดิมเลยนะ) ผ่านออกมาทางบ้านปากฮาย คนนำทางพาแวะตรงสะพานที่ขาด น้ำแรงมาก มีบ้านสวยหลังใหญ่พัดหายไปไม่เหลืออะไรทั้งหลังมีแต่กองทราย พระอาจารย์ก็แจกชาวบ้านที่เหลือหลังเดียวที่บ้านพังหมดแต่สร้างใหม่แบบที่เห็นในรูป

  

 ที่เห็นเป็นเหมือนแม่น้ำจริงๆคือคลองเล็กๆเดิมที่ถูกน้ำขนทรายมาถมจนเป็นลานกว้าง และแนวน้ำที่เห็นนั่นเคยเป็นถนน แนวถนนกลายเป็นตรงที่น้ำเซาะ

 

 บน  ที่พระท่านยืน มีบ้านหลังใหญ่ที่หายไปหมด          ขวา ชาวบ้านที่เหลืออยู่หลังเดียวที่บ้านพังหมด แต่สร้างใหม่แบบที่เห็นในรูป

 

บนซ้าย  บันทึกทำป้ายไว้บนต้นมะพร้าวแสดงระดับน้ำกว่า 2 เมตรเมื่อ 28 มีค. 54 บันทึกเป็นประวัติศาสตร์ได้เลย

บนขวา เจ้าคณะภาค16 มอบอาหารข้าวกระป๋องให้ทหารอีก (อันนี้ไม่ได้ทราบมาก่อน แต่ดีใจมากที่ได้มอบให้รั้วของชาติ)

 

 ทหารน่ารักกกกกกกก มากกกกกกก สร้างบ้าน สร้างทาง กิน นอน กันกลางป่า ในหมู่บ้านกันเลย

ตรงนี้ทราบว่ามีหน่วยทหารมาช่วยซ่อม สร้างบ้านให้ชาวบ้านอีกกว่า 30 นาย ท่านเจ้าคณะภาค16 เลยย้อนกลับเอาอาหารข้าวกระป๋องไปให้อีก ทหารขอพระเครื่อง พระอาจารย์ไม่ได้เอาติดตัวไป คราวหน้าคงต้องติดตัวติดรถไปบ้างแล้ว

วกกลับมาชาวบ้านนำทางต่อ ใช้เวลาเกือบชั่งโมงเช่นกัน แต่ทางไม่ถูกน้ำเซาะมากเหมือนทางที่มา

บน  แวะเยี่ยมวัดวังไทร มอบอาหารให้เจ้าอาวาส (ซ้าย) 

เราก็คงได้แต่ภาวนาให้ชาวบ้านเหล่านั้น เขาทุกข์น้อยกับสิ่งที่เป็น และมีความสุขกับสิ่งที่มี เริ่มต้นชีวิตหลังการฟื้นฟูจากนี้  ด้วยใจที่เข้มแข็ง เพราะทุกคนที่มาช่วยได้แค่ให้กำลังใจยามยาก แต่การสู้ชีวิตต่อต้องอาศัยความเข้มแข็งอดทน และความรักในครอบครัว ชุมชนที่มีต่อกัน



Main: 0.040773153305054 sec
Sidebar: 0.39624500274658 sec