<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ลานเรียนชีวิต</title>
	<link>http://lanpanya.com/krupu</link>
	<description>ลานเรียนชีวิต  :  ถ้ารู้ตัวได้ ก็ใช้ตัวเป็น</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Mar 2018 08:36:09 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ไข่(ไม่ยอม)ยัดไส้</title>
		<description>หลังจากพักเต็มที่เป็นเสาร์อาทิตย์แรกของเดือน
วันนี้เกิดนึกสนุกเปิดทีวี เจอรายการอาหารที่เชิญดารามาทำไข่ยัดไส้
อืม ก็น่ากินดีเนอะ ว่าแล้วก็เอาบ้างดีกว่า
ผักเราก็มี ข้าวโพดย่างเมื่อเช้าก็ยังเหลืออยู่
Mix &#38; Match เก็บเล็กผสมน้อยเอามาทำเมนูนี่้ได้สบาย
เมนูง่าย ๆ แบบนี้ ทำปุ๊บเดียวก็เสร็จ
รีบ Line ไปบอกน้องชาย ซึ่งยังสถิตย์อยู่ในห้องนอนชั้นบน
ว่าอย่าเพิ่งลุกไปไหน ให้เตรียมตัวกินฝีมือเจ๊ได้เลย



ส่วนประกอบ หมูสับ 2 ขีด (หลอกล่อน้องชายให้มาติดกับกินผัก(บ้าง)) แครอท 1 หัว เห็ดหอม 7-8 ดอก พริกหวาน 3 สี ข้าวโพดอ่อน 1 แพคเล็ก ข้าวโพดปิ้ง 1 ฝัก กระเทียม 1 กำมือ น้ำมันมะพร้าวทำกับข้าว ซีอิ๊วขาว เกลือ น้ำตาลทราย น้ำมันหอย

ขั้นแรก แช่ผักทุกอย่างในน้ำด่าง 15 นาที แล้วนำขึ้นมาสรงให้สะเด็ดน้ำ แล้วหั่น ๆๆๆๆ

ใช้น้ำมันมะพร้าวสำหรับทำอาหาร 1 ช้อนโต๊ะผัดกระเทียมให้หอม ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/krupu/archives/354</link>
			</item>
	<item>
		<title>เมื่อหัวใจติดล้อ</title>
		<description>เมื่อหัวใจ ติดล้อ คิดฮ่อแร่ด

จะลื่นแพร่ด ลื่นพลาด ไม่หวาดหวั่น

ล้มก็ลุก ลุกแล้วมอง หาเพื่อนพลัน

ปรึกษาว่า แบบไหนกัน ที่มั่นคง



สิ่งแปลกใหม่ ก็เปิดใจ ให้น้อมรับ

ยอมเปลี่ยนปรับ ฉับไว ไม่มัวหลง

อยู่กับธรร-มชาตินี้ ที่แสนตรง

บอกว่าจง เข้าใจ ในชีวา



คำตอบที่ แสนยาก อยากเฉลย

จากที่เคย มึนงง เฝ้าสงสัย

ได้เรียนรู้ ได้เดินตาม ธรรมะไป

เพียงนี้ไซร์ ไยผู้คน ค้นกันจัง



สิ่งที่ผ่าน ให้แล้วไป ในชีวิต

ทั้งถูกผิด ปลาบปลื้มใจ อย่าได้หวัง

ให้สิ่งนั้น สิ่งนี้ ถาวรดัง

ความอยากได้ อยากดัง ดั่งใจเรา



ใช้เวลา ที่เหลืออยู่ คนละนิด

มุ่งหามิตร กอร์ปประโยชน์ ดังโจทย์ตั้ง

ตัวไม่อยู่ ฝากของดี คุณค่ายัง

ให้สมดัง ได้เกิดมา หน้าที่คน

 </description>
		<link>http://lanpanya.com/krupu/archives/331</link>
			</item>
	<item>
		<title>หัวหน้าบ้า ๆ บอ ๆ</title>
		<description>ด้วยงานแบบบู๊ ๆ ลุย ๆ อาจารย์งานพัฒนาวินัย ฯ มักเหนื่อยล้ากว่าส่วนอื่น ๆ ครูปูจึงจัดกิจกรรมทัศนศึกษาพาน้อง ๆ เที่ยวเชิงหลั่นล้ากันทุกปี  เมื่อสองปีที่แล้วหลังน้ำลด เราเห็นตรงกันว่าควรไปอยุธยา จะได้แวะไปช่วยกันจัดบ้านและข้าวของให้กับเพื่อนคนหนึ่งในอำเภอบางบาลที่ถูกน้ำท่วมเสียหายด้วย พักคืนหนึ่งรุ่งขึ้นก็ไปช่วยอีกหลังที่อ่างทอง วางแผนแบ่งงานกันอย่างลงตัว กำหนดการก็ถูกวางไว้อย่างครื้นเครง แวะไหว้พระไปด้วย หาอะไรอร่อย ๆ กินกันไปด้วยตลอดทาง

เมื่อเดินทางไปถึงบ้านเป้าหมายก็ลงมือทันที ได้เนื้องานด้วยความสนุกสนานครื้นเครงตลอดวัน ชาวบ้านเห็นทีมหนุ่ม ๆ 2-3 คันรถ แห่กันมาช่วยปรับพื้นที่ โกยดิน ขนขยะไปทิ้งให้ ก็คงชอบ ยกขนม กล้วย ข้าวต้ม กับข้าวมาวางไว้ให้ ทำไปทำมาบ้านที่จะบูรณะก็กลายสภาพเป็นบ้านงานไป เพราะแค่พักเดียวก็มีใครไม่รู้ มาปีนเสาติดไฟสี ๆ ให้ มีโต๊ะกลมมาวาง ผ้าแดงปู โต๊ะจีน อย่างไรอย่างนั้นเลยล่ะค่ะ ^^

ทีมเราที่ไปกัน 10 กว่าชีวิต ก็เป็นคอเฮไหนเฮนั่นกันอยู่แล้ว แถมเป็นมือสันทนาการหาตัวจับยากกันทั้งนั้น พักเดียวก็เนียนไปกับชาวบ้านได้ ยิ่งรู้จักก็ยิ่งอาสา ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/krupu/archives/337</link>
			</item>
	<item>
		<title>โมเดลบุรีรัมย์ ทำเรื่อง!</title>
		<description>
หนังสือโมเดลบุรีรัมย์เล่มนี้ พ่อครูบาฯ ได้บอกกับกอง บ.ก.ชัด ๆ เน้น ๆ ถึงความปรารถนาที่อยากจะให้เป็นประจักษ์พยานถึงผลงานที่พ่อครูบาฯ กับแม่หวี ได้ฝ่าฟันบุกสร้างสวนป่าจากพื้นดินแห้งแล้งจนกลายมาเป็นสวนป่าที่ดินน้ำอุดมสมบูรณ์ในวันนี้ นอกจากพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนแล้ว ด้วยความมีน้ำใจและวิสัยทัศน์ของพ่อครูบาจึงเปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้ ชื่อว่า มหาชีวาลัยอีสาน อุทิศตนเพื่อการศึกษาค้นคว้าหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ได้ แล้วนำไปเผยแพร่ต่อ ๆ กันไป

ฟังอย่างนี้แล้ว ต่อให้ต้องเลื่อนกำหนดส่งต้นฉบับเข้ามาอีกกี่ระลอก พวกเราทุกคนก็ยิ่งกว่ายินดีและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมกับผลงานชิ้นประวัติศาสตร์ของพ่อครูบาสุทธินันท์ บุคลผู้ที่ถือได้ว่ามีคุณูปการกับผืนแผ่นดินไทยคนหนึ่งทีเดียวเชียวล่ะค่ะ ^^

ถอดบทเรียน การทำหนังสือโมเดลบุรีรัมย์ โดยป๋า Conductor Logos มีอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ

ทีนี้เรื่องของเรื่องก็คือ หนังสือที่คณะบรรณาธิการชาวเฮเคยทำออกมาแล้ว ทั้ง 3 เล่ม ได้แก่





เจ้าเป็นไผ ๑ 



เจ้าเป็นไผ ๒



คนนี้ไง'จารย์ปู ครูพันธุ์ก๊าก

พี่นิด Suwanna Numsuwan สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้ขอเลข ISBN ให้ทั้งหมด

มาครานี้ พี่นิดป่วยจึงไม่ขอรบกวนเช่นที่ผ่าน ๆ มา  ป๋าส่ง link ขั้นตอนการขอมาให้ ก็คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/krupu/archives/336</link>
			</item>
	<item>
		<title>สงกรานต์แถวบ้านหนู</title>
		<description>ช่วงเทศกาลสงกรานต์มักมีแต่คนที่กระตือรือร้นอยากจะเดินทางกลับบ้านหรือไปเที่ยวต่างจังหวัดกันทั้งนั้น  ครูปูจึงมักเลือกปักหลักอยู่ "กุงเต้ป"  เพื่อจะได้เคลียร์งานแทนน้อง ๆ อั้นไว้ก่อนก็ได้ แล้วค่อยไปกระดี๊กระด๊าตอนเขากลับกันมาหมดแล้วดีฝ่า ไม่ต้องไปแย่งกันกิน แย่งกันใช้ ไม่อยากเป็นอีกรายชื่อหนึ่งในสถิติอุบัติเหตุประจำเทศกาลให้ใครต้องมานั่งลุ้นกันหน้าจอทีวี ทางบ้านก็สบายใจ ไม่ต้องคอยเป็นห่วง

ระหว่างนั่งอยู่ในแท็กซี่จึงสบโอกาสสำรวจบรรยากาศวันสงกรานต์แถวบ้านเสียเลย

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต


 ภาพที่เห็นรายทางทั่วไปคือกลุ่มวัยรุ่นที่มักสวมเสื้อผ้าตัวจิ๋ว เปียกโชก ยืนรวมกันเป็นหย่อม ๆ แต่ละกลุ่มห่างกันแค่ระยะเสาไฟฟ้า 2-3 ต้น  อากัปกริยาบ่งบอกถึงความทุ่มเท ตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะยืนรอดักสาดน้ำรถทุกคันที่วิ่งผ่านมา (ความตั้งใจแบบนี้ถ้าอั้นเอาไว้ใช้ตอนเรียนบ้างน่าจะดีนะหนู)

ถนนหนทางถูกรุกล้ำ มีการวางสิ่งกีดขวางตามอำเภอใจ ไม่ว่าจะเป็นราวเหล็กมาปิดถนนไว้เลยเลนหนึ่ง จัดสรรเป็นพื้นที่ของชาวคณะบนถนนได้อย่างสะดวกโยธิน มีลังไม้วางอยู่กลางถนน คงตั้งใจให้เป็นอุปสรรคกับรถที่ผ่านไปมา เพียงเพื่อที่ตัวเองจะได้เล่นสาดน้ำจนพอใจก่อนจึงจะอนุญาตให้ผ่านไปได้  สมาชิกแต่ละคนถือแก้วเหล้า แก้วเบียร์ โชว์หรา พร้อมทั้งลีลาพริ้วไหวไปตามเพลง

หากเป็นรถยนต์ที่บรรทุกคนมาเต็มกระบะเพื่อจะมาเล่นสาดน้ำโดยเฉพาะ มักให้ความรู้สึกเท่าเทียมกับผู้รอคอย ต่างคนต่างสาด กรี๊ด ๆ กร๊าด ๆ มีแซวบ้าง ขอเติมน้ำบ้าง ขอน้ำกินบ้าง แล้วก็ผ่านไป

แต่เมื่อเหยื่อเป็นรถมอเตอร์ไซค์เท่านั้น แก็งค์ริมทางจะรู้สึกเป็นต่อขึ้นมาทันที

เคยเข้าใจว่าเฉพาะสาว ๆ เท่านั้นที่จะขาดทุนกับเทศกาลนี้  แต่บัดนาว มิได้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป

เจอทั้งสาวแท้ สาวเทียมในชุดรัดรูปที่พร้อมปฏิบัติการ กำลังดิ้นกระแด่ว ๆ ตามเสียงเพลงอยู่กลางแดดจ้า ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/krupu/archives/335</link>
			</item>
	<item>
		<title>เรื่องของใจยังไงก็ห้ามชุ่ย</title>
		<description>กระติกน้ำดื่มที่วางไว้หน้าห้องทำงานตั้งแต่เมื่อคืนหายไปไหนไม่ทราบ ว่าไปก็สมควรแล้วล่ะค่ะ ไม่เก็บเองนี่ แม่บ้านก็พยายามช่วยหา

"เมื่อเช้าหนูยังเห็นอยู่เลยค่ะ" 

ก็เลยสั่งว่าถ้าเจอก็เก็บไว้ให้ด้วยแล้วกัน ถ้าไม่เจอก็ไม่เป็นไร ช่างมัน ที่บ้านยังมีอีกเยอะ (แนะ)

อาจารย์ในห้องทักกันว่า

"อาจารย์ปูนี่ ง่ายดีเนอะ เห็นของหายประจำ (ว่าเค้าเหรอตะเอง) แต่ไม่เห็นทุกข์ร้อนอะไรเหมือนชาวบ้านเขาเลย ถ้าเป็นคนอื่นไม่ได้นะ ถ้วยชาม ปากกา ข้าวของเครื่องใช้ต้องเขียนชื่อแปะกันไว้ทุกคน ผู้ใหญ่ท่านอื่นของหายชิ้นเดียว วิทยาลัย ฯ แทบแตก"



ได้แต่ยิ้ม ๆ

"อ้าว ก็เซ่อเองนี่คะ ดันวางไว้แล้วลืมเก็บทำไมล่ะ 555 หายแล้วจะไปโทษใครล่ะ ตอนเด็ก ๆ โดนยายว่าบ่อย ๆ ว่า "ชุ่ย"  เพราะนิสัยกระเปิ๊บกระป๊าบ ทำอะไรลน ๆ เร็ว ๆ สมาธิไม่ดีแบบนี้แหละ  เดี๋ยวทำของแตก เดี๋ยวทำของหล่น เดี๋ยว ๆ ของก็หายหาไม่เจอ (เคยอ่านจากที่ไหนสักแห่ง เขาบอกว่าเป็นกรรมเก่าที่เคยลักขโมยของชาวบ้านมาแต่ในอดีตนู่นเชียว :() 

หลายครั้งที่เจอข้าวของของตัวเองในความครอบครองของคนอื่น ก็จะไม่เคยทวงหรอกนะคะ ก็มันตั้งนานมาแล้วอะ ช่างเหอะ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/krupu/archives/316</link>
			</item>
	<item>
		<title>คบกันทนจน 40 ปี</title>
		<description>ตอนเด็ก ๆ แถวบ้านที่สุราษฎร์เขามีแต่ลูกชายกันทั้งนั้น พอมีครูปูไปอยู่ก็เลยเหมือนเป็นของแปลก?  ที่บ้านคงคิดจะหาเพื่อนเล่นให้นะคะ โชคดีที่บ้านถัดไปอีกสองหลัง เกิดมีลูกหลงคนสุดท้องเป็นลูกสาวอายุเท่าครูปูเด๊ะ เลยถูกจับคู่ให้เป็นเกลอกันตั้งแต่อายุได้ขวบเดียว

คำว่า "เป็นเกลอกัน"  ก็ไม่รู้หรอกนะคะว่าเขาต้องทำอย่างไร แต่ไอ้คู่นี้ทำอะไรก็ต้องทำด้วยกันหมด เราสองคนเข้านอกออกในบ้านของกันและกันตลอด ลืมตามาก็เดินมาหากันแล้ว กับข้าวบ้านไหนน่ากินกว่ากันเราก็เลือกจ่อมลงบ้านนั้น ถูกที่บ้านใช้ถูบ้าน เราก็ไม่ลืมที่จะไปลากเพื่อนมาร่วมรับชะตากรรมด้วย ถูกใช้ไปซื้อของ ก็ต้องเดินไปลากอีกคนไปเป็นเพื่อนด้วย

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

เรื่องชอบไปรอกันนี่จำได้ว่าวันหนึ่งหม่อมแม่ครูปูกำลังผัดผักอยู่ แล้วเพิ่งรู้ว่าน้ำตาลทรายหมด จึงส่งเสียงเรียกครูปูให้วิ่งไปซื้อน้ำตาลทรายที่ร้านค้าข้างบ้านมาให้หน่อย ไอ้เรานอนดูทีวีอยู่ดี ๆ ก็ไม่ได้วิเคราะห์ความเร่งรีบอะไรหรอกนะคะ แต่โปรแกรมในสมองมีอยู่แล้วว่าไปไหน ต้องไปชวน "เจ้าน้อง" ไปเป็นเพื่อนด้วย พอรับสตางค์เสร็จ ก็เดินไปชวน เจ้าน้อง ที่บ้าน   แม่นั่นก็ยังไม่ตื่น ไอ้เราก็เกิดจะอดทนรอขึ้นมาอีก

"ตื่นเร็ว ๆ ไปเป็นเพื่อนเดินไปซื้อน้ำตาลด้วยกันก่อน"

ว่าแล้วเจ้าน้องก็งัวเงีย ๆ ลุกขึ้น ล้างหน้า แปรงฟัน เข้าห้องน้ำ พร้อมบอกที่บ้านว่าจะเดินไปเป็นเพื่อนปูแป๊บนึง เดี๋ยวมา

กว่าแม่สองเกลอตัวแสบจะไปยืนเมาท์กับอาเจ็กเจ้าของร้านของชำ เมาท์ไปก็หาเรื่องเล่นไป ด้วยการวาดรูปบนข้าวสารที่อยู่ในกระสอบแล้วให้อีกคนหนึ่งทายด้วยความสนุกสนาน ขากลับก็ยังมีน้ำใจเดินไปส่งเจ้าน้องถึงบ้าน  แล้วค่อยกลับมาบ้านตัวเอง ภาพที่ปรากฎตรงหน้าคือหม่อมแม่นั่งหน้าตึงอยู่หลังบ้าน กระทะยังมีผัดผักค้างอยู่ แต่ควันโฉ่ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/krupu/archives/333</link>
			</item>
	<item>
		<title>บ้านของหนูในสวนของพ่อ</title>
		<description>โปรเจ็คหมู่บ้านโลกที่พ่อครูบาสุทธินันท์และป๋า Conductor Logos ตีฆ้องกันมาสักระยะหนึ่งแล้วนั้น เพิ่งถูกพ่อครูบากดปุ่มอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการถมที่ให้เห็นกับตา

เห็นทั้งทางเ้ข้าสวนป่าที่เคยนั่งรถโขยกเขยกด่อก ๆ แด่ก ๆ ลงหลุมนู้นเหวนี้กันจนชิน ถ้าถือแก้วน้ำมาด้วยก็ต้องเตรียมตัวเกร็งกันได้เลย มิฉะนั้นน้ำจะกระฉอกไปกระฉอกมาอย่างแน่นอน แต่มาบัดนี้กลับราบเรียบด้วยดินที่ถูกนำมาถมปรับพื้นให้สม่ำเสมอตลอดทางเข้าจนถึงสี่แยกคอกวัวเลยทีเดียวเชียว



บริเวณที่พ่อสั่งถมดินไว้สำหรับสร้างเป็นบ้านของป๋าสวยและสงบมาก ยังกะภาพวาดแน่ะค่ะ ไม่ได้โม้นะคะ ไม่เชื่อถามป๋าดูเลย

พ่อบอกแค่สางไม้เล็ก ๆ ออกแค่บางส่วน ก็ได้ที่ปลูกบ้านของป๋าที่สวยยังกะเวทีโอเปร่าก็มิปาน ^^

ส่วนบริเวณที่เป็นบ้านพ่อเองก็เลือกแปลงที่ถัดจากแปลงปลูกกล้วยที่ขนานกับถนนเข้าตัวบ้านซึ่งเป็นช่องรับลมพอดี แค่ไปยืนแถวนั้นก็อยากจะเอนกายลงเสียให้ได้ ด้วยเงาร่มไม้และความเย็นสบายจากลมที่พัดโกรกมาทางคอกวัวตลอดเวลา

ใจก็ระริกระรี้อยากเห็นแบบบ้านพ่อ บ้านป๋าและอาคารสัมมนาเหลือเกิ๊น เพราะจะได้เห็นว่าต่อไปรูปแบบของกิจกรรมของสวนป่าจะสามารถจัดไปในทิศทางไหนได้บ้าง ครูปูต้องการข้อมูลเพื่อจะได้ปรับตัวปรับตารางให้สอดรับในการแบ่งเบาภาระของสวนป่าเท่าที่จะทำได้บ้าง เหมือนที่เคยทำมา

เคยปรึกษาป๋าขำ ๆ ไว้แต่แรกแล้วว่า ถ้าพ่อกับป๋ามีบ้านกันแล้ว  หนูไปซุกกับพ่อก็ได้นะ  หรือจะจ่อมอยู่ห้องหลังทีวีในเรือนใหญ่กับแม่หวีเหมือนเดิมก็ได้อยู่ดี  ดีด้วยจะได้ช่วยวิ่งหยิบจับนู่นนี่นั่น แบ่งเบาภาระแม่หวีได้บ้าง  หรือจะเร่เป็นผีไม่มีศาลอยากนอนไหนก็นอน จะหลายใจ หลายหน้า หนูก็นอนใกล้ ๆ ได้ ไม่เรื่องมากหรอก อิอิอิ ก็น่าจะมันดีออก :P

ป๊าด... เที่ยงวันหนึ่งระหว่าง เฮเก้า พ่อครูบาหันมายักคิ้วหน่อยนึงแล้วบอกว่า

"บ้านไอ้แห้วมันต้องพิเศษหน่อยโว้ย"

ห๋า... บ่ะ...บ้านหนูเหรอ? ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/krupu/archives/323</link>
			</item>
	<item>
		<title>นิทานร้อยบรรทัด เล่ม 6 : เรื่องที่ 1 ทุกคนรู้หน้าที่</title>
		<description>นิทานร้อยบรรทัด เล่ม 6 เรื่อง ประชาธิปไตยที่ถาวร ชั้นประถมปีที่ 7

นิทานร้อยบรรทัด เรื่อง "ประชาธิปไตยที่ถาวร" 

เข้าใจว่าคุ้นแค่เล่ม 1 เล่มเีดียวนะคะ แต่พอไล่อ่านไปแล้วหลายเล่ม ถูกใจมาก สอนได้ครอบคลุมหลายเรื่อง ทั้งความตระหนักและสำนึกในหน้าที่ของตน ต่อการเป็นสมาชิกของครอบครัว ของสังคม ความรับผิดชอบที่มาพร้อมหน้าที่นั้น ๆ  การมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบไทยแท้

เนื้อหาเป็นการสอนเด็กให้ตระหนักและลงมือทำหน้าที่ของการเป็นเด็กอย่างขมักเขม้น ทุกสิ่งที่เขา "ต้อง" ทำในวันนี้ ล้วนมีความสำคัญและจำเป็นเมื่อเขาเติบใหญ่ไปในภายหน้าทั้งสิ้น อ่านไปก็นึกถึงลูกหลานเราในปัจจุบัน อยากให้เขาได้รับสื่ออะไรที่ชัดเจนและเป็นเหตุเป็นผลแบบนี้จัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บุคคลแวดล้อมต้องเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน สังคมต้องเอื้อต่อการพัฒนาโดยภาพรวมด้วยเนาะคะ



แอบคิดว่าอยากให้นำนิทานร้อยบรรทัดนี้กลับมาเป็นแบบเรียนอีกรอบจัง แต่พอดูสภาพสังคมของเราขณะนี้ ก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่หรอกนะคะ  ว่าจะใช้กับเด็ก ๆ ได้ผลหรือเปล่า

ที่แน่ ๆ เทอมหน้านี้ คงจะต้องออกแรง psycho อาจารย์บางท่านให้แทรกเข้าไปในบางรายวิชาที่เหมาะสม ของนักศึกษา VBAC ทุกชั้นปีเลยล่ะค่ะ ^^

นิทานเรื่องที่ 1 - ทุกคนรู้หน้าที่

เด็กชายแดง ลูกดำรง อ้อยคงรัก

แน่ตระหนัก เหมือนวงศ์วาน ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/krupu/archives/318</link>
			</item>
	<item>
		<title>สิ่งที่พวกผู้ใหญ่เรียนรู้ได้จากเด็ก ๆ</title>
		<description>นำมาแบ่งปันผู้ที่ถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจหรือทักษะในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราคิดว่าเรามี ให้กับผู้อื่น ผู้ซึ่งอาจถูกเรียกว่า "ครู" หรือไม่ก็ตามแต่ ลองฟังจากเธอคนนี้ดู เผลอ ๆ อาจทำใ้ห้เรานึกถึงคนตรงหน้า ที่เราหลงลืมเขาไปในบางครั้งขึ้นมาก็เป็นได้เนาะคะ



นาทีท้าย ๆ สาวน้อย Adora Lily Svitak คนนี้บอกว่า

"พวกคุณต้องฟังและเรียนรู้จากเด็ก ๆ อย่างเรา ไว้ใจพวกเราและคาดหวังจากพวกเราให้มากกว่านี้ วันนี้คุณต้องเงี่ยหูฟังพวกเรา  เพราะพวกเราจะกลายเป็นผู้นำในวันพรุ่งนี้"

อืม... ซ่ากันน้อย ๆ หน่อยก็ดีนะคะ ผู้ใหญ่อย่างพวกเรา ^^ </description>
		<link>http://lanpanya.com/krupu/archives/317</link>
			</item>
</channel>
</rss>
