<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ลานระเบิด</title>
	<link>http://lanpanya.com/kaeyala</link>
	<description>การดำเนินชีวิตบนเส้นทางความขัดแย้ง</description>
	<lastBuildDate>Tue, 06 Mar 2012 05:47:07 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ไปตามใจฝัน</title>
		<description>หลายสิบปีกับการช่วยเหลือสังคม กับงานประจำ กับความมั่นคง แย่งเวลาครอบครัว จนวันหนึ่งได้เห็นเพื่อนบ้านนอนเสียชีวิต ภายใต้ทรัพย์สมบัติที่เอาไปไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว กว่าลูกเมีย เพื่อนฝูงจะรู้ก็ล่วงเลยไปข้ามคืนจนสาย  ณ ห้วงภวังค์นั้น หวนให้คิดถึงตัวเอง เราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ หันกลับไปดูลูก ๆ ซึ่งกำลังอ่านหนังสือบ้าง บางครั้งก็วางหนังสือแล้วก็เล่นเกมส์ในคอมพิวเตอร์ บางครั้งก็วิ่งเล่นไล่จับกัน  ทะเลาะกันบ้าง ร้องไห้และหัวเราะบ้าง  หันไปมองภรรยา กำลังยุ่งกับการเตรียมมื้อเย็น มันเป็นความวุ่นวายส่วนหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของแต่ละครอบครัว นี่ผมลืมไปแล้วหรือว่า เรายังมีสังคมที่เรียกว่าครอบครัวอยู่

วันหนึ่งซึ่งเป็นวันหยุด นั่งทบทวนเหตุการณ์รอบข้างที่มักเกิดขึ้นเป็นรายวัน ภายใต้เสียงนกพร้อมจิบกาแฟในยามเช้าที่เฉลียงหน้าบ้าน ชีวิตที่ดำเนินในแต่ละช่วงของแต่ละวัน ในพื้นที่นี้ ไม่มีอะไรที่แน่นอนที่จะมาการันตีถึงความปลอดภัยได้ แล้วจะใช้เวลาที่เหลืออยู่เพื่ออะไร  จึงตัดสินใจทันทีว่า เวลาที่เหลืออยู่นอกจากครอบครัวแล้ว คงต้องมีเวลาให้กับตัวเองบ้าง 

จวบจนวันนี้ ความสุขที่เคยฝัน ไม่ต้องรอ ไม่ต้องหา มีความสุขกับการฟังเสียงนก เล่นดนตรี อยู่กับลูก อยู่กับครอบครัว ไปเที่ยวพักผ่อน สัมผัสธรรมชาติที่นับวันถูกทำลายไปมาก ผมได้ทำตามใจฝันทั้งของตัวเอง ของลูกและภรรยา ซึ่งไม่สามารถแลกกับสิ่งมีค่าใด ๆ ได้เลย

  </description>
		<link>http://lanpanya.com/kaeyala/lanbomb/18</link>
			</item>
	<item>
		<title>สื่อนกสื่อสันติภาพ</title>
		<description>                  ต้นปี(2554)ที่ผ่านมา ผมได้เห็นกิจกรรมหนึ่งที่จังหวัดยะลาจัดขึ้น  นั่นคือกิจกรรม สื่อนกสื่อสันติภาพ  เมื่อผมเห็นป้ายประชาสัมพันธ์ อดไม่ได้ที่จะหวนคิดไปถึงอดีตที่มาตั้งรกรากที่นี่  ผมไม่ใช่คนยะลาตั้งแต่เกิด แต่ก็วนเวียนผ่านไปผ่านมาที่นี่ ผมเป็นคนชอบเลี้ยงนกตั้งแต่เด็ก คำว่า “สื่อนกสื่อสันติภาพ” จึงทำให้คิดถึงครั้งมาที่ยะลาครั้งแรก ผมไม่มีเพื่อน ไม่รู้จักใคร แต่การเลี้ยงนกเพื่อแข่งขัน จำเป็นต้องพานกไปเที่ยวไปซ้อม  และเมื่อเจอคอเดียวกันแล้ว  จึงเริ่มมีสังคมและขยายวงกว้างออกไป  จนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและดูแลท้องถิ่นตามศักยภาพและสมควร และนี่คือความเป็นมิตรในความแตกต่าง แต่มีสื่อที่พาเรามายังจุดยืนร่วมกันและเข้าใจกัน </description>
		<link>http://lanpanya.com/kaeyala/lanbomb/16</link>
			</item>
	<item>
		<title>นี่หรือประเทศไทย</title>
		<description>              ชีวิตคนเรานอกจากวัฏจักร เกิด แก่ เจ็บและตาย แล้วยังมีอะไรอีก นั่นเป็นการมองในสังขารว่าไม่เที่ยง  แล้วความสุข ความทุกข์ ซึ่งเกิดจากกิเลศภายในจิตใจ ยากที่จะละ โลภ โกรธ  หลงได้ นี่ก็อีกประการหนึ่งที่คอยบั่นทอนสังขาร  สำหรับสิ่งที่จำเป็นขั้นพื้นฐานของคนเรา นั่นคือปัจจัยสี่ ( อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค )  แต่ปัจจุบันค่าครองชีพสูงขึ้น  ราคาของกินของใช้สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายมาก รายได้ลดลง เกิดทุกข์ ขึ้นมาในใจ  ส่งผลให้สุขภาพหรือสังขารป่วย อันเนื่องมาจากความเครียด ก่อให้เกิดโรคชุดต่างๆ  เข้าโรงพยาบาลก็มีค่าใช้จ่าย ท้ายสุดก็หนีไม่พ้นที่หาทางออกสักทาง เพื่อให้หลุดพ้นวงเวียนนี้ ทำงานพิเศษ คอร์รัปชั่น โกงกิน เพื่อให้ได้มาซึ่งเงิน  เงินจริงหรือที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ ถ้าเป็นชีวิตในชนบท อาจจะได้รับคำตอบว่าไม่ใช่  เพราะเทคโนโลยีและวัตถุนิยม ยังมีบทบาทน้อย ทุกชีวิตอยู่แบบเรียบง่าย ฉันญาติมิตร มีน้ำใจถ้อยทีถ้อยอาศัย  แต่เมื่อมองชีวิตในระดับจังหวัดในสังคมเมือง การแข่งขันเพื่อความก้าวหน้า ต้องเกาะติดสถานการณ์ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/kaeyala/lanbomb/15</link>
			</item>
	<item>
		<title>รู้ธรรมชาติแล้วจะอยู่อย่างไร</title>
		<description>ปีนี้น้ำมาก และท่วมขังนาน  เราจะป้องกันอย่างไร  ในเมื่อเราไม่สามารถห้ามปรากฏการณ์ธรรมชาติได้  เราจะปรับตัวอย่างไร หลายคนทุกข์ เพราะหนี้สิน หลายคนกลัว เพราะน้ำหลาก แล้วจะเยียวยาจิตใจอย่างไร </description>
		<link>http://lanpanya.com/kaeyala/lanbomb/14</link>
			</item>
	<item>
		<title>เช้าวันหยุด (เช้าวันเรียนรู้ของลูกๆ)</title>
		<description>เช้าวันอาทิตย์เป็นวันหยุดของคนทำงานส่วนใหญ่  ซึ่งก็ล้วนเป็นมนุษย์เงินเดือน  หลายคนตื่นสาย  หลายคนตื่นเช้า ทำตัวสบายๆ  กว่าจะอาบน้ำ  ทำตัวเรื่อยๆอย่างไม่เร่งรีบ  ให้เวลากับครอบครัว กับตัวเอง อย่างเต็มที่  ผมก็เช่นกัน ตื่นช้ากว่าปกติ ตั้งใจจะตื่นสาย เพราะเมื่อคืนทั้งลมกรรโชกแรงและฝนตกหนัก  ภารกิจเข้าเวรยามต้องเลิกเร็วกว่าทุกคืน  สาเหตุก็เจ้านกเขาใหญ่ตัวโปรดขันสะเทือนเลื่อนลั่น เช้านี้เลยชวนลูกสาวคนเล็กอายุ 5 ขวบกว่า เดินเก็บผักริมรั้ว ( ตามสไตล์ ออกกำลังกายแบบชาวบ้านตามที่ได้เรียนรู้ที่สวนป่า )  ระหว่างนั้นก็ทักทายเพื่อนบ้านไปทั่ว มีคนต่างซอยนำวัวพันธุ์มาผูกให้กินหญ้า 2 ตัวรูปร่างสวยมาก  เห็นแล้วอยากจะเข้าไปแนะนำให้กินใบไม้บ้าง ( จะได้ถ่ายทอดความรู้จากสวนป่าเช่นกัน )  เก็บผักตำลึงมาได้ 1 ตะกร้า นำมาผัดน้ำมันกระเทียมเจียวใส่ซีอิ้วขาวสูตรสวนป่า  มื้อเช้าแบบบ้านๆ แต่ถูกใจศรีภรรยา  ทำให้ชวนคิดถึงครูบาจัง  ครูบาคงสบายดีนะ เจ้าบทเจ้ากลอนเชียว 
 
                   ทุกวันหยุดถ้าไม่ได้ไปเที่ยวไหน ก็จะออกกำลังกายแบบนี้  นี่แหละวิถีชีวิตพอเพียงของผมที่กำลังถ่ายทอดให้กับลูกๆ </description>
		<link>http://lanpanya.com/kaeyala/lanbomb/12</link>
			</item>
	<item>
		<title>คืนนี้ไม่เหมือนคืนนั้น</title>
		<description>               ในทุกภารกิจที่เร่งรีบ เพื่อปากท้อง  เพื่ออนาคตลูก และเพื่อสนองปัจจัย 4 , 5 , 6  แล้วแต่ความอยากของแต่ละคน  เมื่อเลิกงาน ผู้คนส่วนใหญ่ ก็ได้พักผ่อนตามอัธยาศัย  ค่ำคืนนอนหลับได้สนิทไร้ความกังวล  จะมีคนสักกี่คนบ้างที่รับรู้ถึงสภาพจิตใจของคนในบ้านเรา  นอนหลับๆตื่นๆ  ต้องคอยฝังเสียงรถที่แล่นผ่านหน้าบ้านว่าเงียบ ( มาจอด ) หรือวิ่งผ่าน  ต้องสะดุ้งตื่นกับเสียงประหลาด  เพราะความหวาดระแวง  แล้วเราจะอยู่อย่างไร
 
                ทุกค่ำคืนที่น่าหวาดกลัว ต่างคนต่างเข้าบ้าน ไม่กล้าที่จะออกไปไหน ธุรกิจยามค่ำคืน ร้านอาหาร เริ่มทยอยปิดกิจการ กระทบกันเป็นลูกโซ่ ในที่สุดจึงมีกลุ่มคนที่รวมตัวกัน  เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับผู้คนและบ้านเมือง ด้วยวิธีใต้ดินชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน  เมื่อทางการรับรู้ จึงนำพาไปสู่โครงการต่างๆที่สนับสนุนให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับบ้านเมืองอย่างถูกต้องและถูกกฎหมาย  ปัจจุบันโครงการชุมชนเข้มแข็งได้ ขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ เพื่อป้องกันอาชญากรรมทุกรูปแบบ 
 
                ค่ำคืนนี้ไม่เหมือนค่ำคืนนั้น พวกผู้ใหญ่ได้ออกมาพูดคุย เด็กๆได้ออกมาวิ่งเล่น ความสัมพันธ์ระดับชุมชนเริ่มกลับมา  ฝากบ้านดูแลบ้านให้กัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ และที่สำคัญคือการพัฒนาไปสู่การนับถือเสมือนหนึ่งเป็นเครือญาติ  การเสียสละของคนบางคนบางกลุ่มในการทำหน้าที่เข้าเวรยามรักษาความปลอดภัยด้วยจิตอาสา ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/kaeyala/lanbomb/11</link>
			</item>
	<item>
		<title>ตั้งใจเรียนนะลูก</title>
		<description>               วันนี้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า คนสมัยก่อนใช้ชีวิตกันตามวิถีชาวบ้าน แล้วเหตุไฉน คนสมัยนี้จึงเปลี่ยนแปลงวิถีทางของตนไปสู่ความเร่งรีบ  การแข่งขัน  การฉวยโอกาส  และอะไรอีกมากมาย  แล้วรุ่นลูกรุ่นหลานจะอยู่อย่างไร ถ้าสังคมปัจจุบันเพิ่มระดับความกดดันทุกวิถีทางมากขึ้น  ผมชักเป็นห่วงอนาคตของชาติขึ้นมาแล้วซิ
 
                สองวันที่ผ่านมา ตื่นขึ้นมาแต่เช้า พานกขึ้นสู่เสา แล้วมานั่งจิบน้ำชากาแฟที่เฉลียงหน้าบ้าน ปล่อยให้ใจล่องลอยไปตามเสียงกล่อมของเจ้านกเขาใหญ่เสียงใหญ่ตัวโปรด  ดูมันมีความสุขมากนะที่ได้ขันข่มเพื่อน กังวานไปทั่วทั้งซอย  นกกระจอกตัวหนึ่งบินไปเกาะที่ข้างกรง เพื่อขอแบ่งปันเมล็ดธัญญาพืช  มันขันคู จนเจ้านกกระจอกคงรำคาญ จึงบินหนีไป  และแล้วเจ้าถิ่นก็มาเยี่ยมเยียน เป็นนกเขาป่า มาขันคูกันอยู่ใกล้ๆ แล้วก็บินจากไป เพราะมีรถยนต์แล่นผ่านมา  ทำให้ตัวเองต้องหลุดจากภวังค์นี้ไป เหลือบมองนาฬิกา ได้เวลาไปส่งลูกไปโรงเรียนและเข้าทำงานแล้ว ถึงหน้าโรงเรียนมองตามหลังลูก จนเดินผ่านเข้าประตูโรงเรียน  เจ้าจะรู้ไหมหนอว่า สังคมในภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไร เจ้าจะเข้มแข็งและอดทนได้แค่ไหน  การศึกษาสมัยนี้สอนคนให้เป็นลูกจ้าง สอนคนให้เป็นทาสของเงิน และที่สำคัญครูสมัยนี้มีสักกี่คนที่จะเป็นผู้ให้  ตั้งใจเรียนนะลูก  แล้วก็บึ่งรถไปทำงาน ทักทายน้องๆ ทุกคน ถามถึงปัญหาในงานที่ผมพอจะช่วยได้บ้าง แล้วก็รีบขึ้นมาเคลียร์งาน  งานที่บริษัทก็ยุ่ง งานที่สมาคมก็ยุ่ง อ้อลืมบอกไปว่า ผมยังเป็นตัวละครในโลกมายานี้อีก คือนายกสมาคมวิทยุสมัครเล่น ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/kaeyala/lanbomb/8</link>
			</item>
	<item>
		<title>บางตอนของวิถีชีวิตชาวใต้</title>
		<description>               ทุกๆเช้าสมาชิกคอเดียวกัน จะมานั่งกินน้ำชาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และนำกลับไปพัฒนา อาทิเช่น กลุ่มเลี้ยงนกเขาชวาเสียง  นกปรอดหัวโขน(นกกรงหัวจุก)  ซึ่งป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของบันทึกนี้  
 
                สามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยาการทางธรรมชาติที่หลากหลาย ด้วยเหตุนี้ ชาวบ้านจึงไม่ค่อยขยัน เนื่องจากมีกินมีใช้อย่างพอเพียง หลังจากกรีดยางเสร็จ หรือส่งภรรยาที่ร้านอาหารเพื่อขายข้าวแกงแล้ว  พวกผู้ชายก็จะมีเวลาว่างตั้งแต่หกโมงไปถึงเที่ยง ก่อนที่จะไปช่วยเก็บล้าง ( ตั้งแต่เล็กจนโตจนป่านนี้ผมก็ยังเห็นสภาพที่ส่วนใหญ่พ่อบ้านเอาเปรียบแม่บ้าน ) ช่วงที่ว่างจึงมานั่งคุยกันที่ร้านน้ำชา โดยแต่ละคนก็จะมีนกตัวเก่งมาอวด และก็คุยโม้โอ้อวดกันต่างๆนาๆ  การที่ผมไปนั่งคลุกคลี ในร้านน้ำชาตั้งแต่เล็ก  ผมจึงหลงใหลในเสียงของนกและมีความรู้ในการฟังเสียงและแยกแยะคุณภาพนกที่จะแข่ง  จวบจนเข้าทำงานจึงลงทุนซื้อนกเขาชวาเสียงมาตัวหนึ่ง เป็นนกเสียงกลางอายุประมาณ 4 เดือน จังหวะการวางเม็ด ( คำร้อง ) และน้ำเสียงใช้ได้ทีเดียว จึงตกลงซื้อมาในราคา 15,000 บาท  ผมเลี้ยงอยู่ 5 เดือน จนอายุนกเป็น 9 เดือน จึงเริ่มรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางลบ กล่าวคือเสียงแหบ ทิ้งจังหวะ  หลังจากนั้นก็เสาะแสวงหาไปเรื่อยๆ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/kaeyala/lanbomb/7</link>
			</item>
	<item>
		<title>ความดีมีจริงหรือ</title>
		<description>วันที่ 11 สิงหาคม 2553 ผมเดินทางไปให้กำลังใจน้องพนักงานท่านหนึ่งที่ศาลจังหวัดสงขลา ซึ่งนัดฟังคำพิพากษาเวลาประมาณ 10:00 น. ผ่านไปครึ่งชั่วโมง สรุปว่าศาลยกฟ้อง เนื่องจากพยากหลักฐานไม่ชัดเจน ทุกคนต่างดีใจมาก แสดงถึงความเป็นห่วงและการเอื้ออาทรอย่างไม่ต้องเสแสร้ง ความยุติธรรมมีอยู่จริง  ระหว่างทางขับรถกลับยะลา มีโทรศัพท์โทรเข้ามาแจ้งว่าแผนฟื้นฟูผ่านการโหวตแล้ว เหลือบดูนาฬิกาประมาณบ่ายโมงครึ่ง รีบบึ่งรถให้ถึงสำนักงานเร็วๆ  เมื่อมาถึงก็รีบไปซื้อประทัดมาจุดฉลองความสำเร็จร่วม 15,000 นัด พร้อมกันทั้ง 3 จชต. ในเวลาบ่ายสามโมง และแล้วความอึดอัด ความคับข้องใจก็ระเบิดออกมา พนักงานทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะนำพาองค์กรเข้าสู่การแข่งขันโดยยึดหลักคุณธรรม และความซื่อสัตย์  ผมมั่นใจว่าพวกเราทำได้ และสิ่งนั้นจะไม่เป็นการสร้างปัญหาให้กับสังคม เราจะร่วมสร้างสังคมและเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสังคมแห่งการเรียนรู้ออนไลน์ สังคมดีเริ่มจากจิตสำนึกที่ดี </description>
		<link>http://lanpanya.com/kaeyala/lanbomb/6</link>
			</item>
	<item>
		<title>สวนป่าชีวาลัย</title>
		<description>ผมได้รับการประสานแจ้งรายชื่อจากศูนย์ฝึกอบรมว่าให้เข้ารับการอบรมหลักสูตร TT&#38;T Leader Transformation ที่สวนป่าชีวาลัยอีสาน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์  ณ วินาทีที่รู้ ผมรู้สึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับ TT&#38;T อยู่ๆจะพาพนักงานระดับบริหารไปศึกษาพระธรรม หรือวิปัสสนา  ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก  คิดว่าไร้สาระ เพราะบริษัทกำลังฟื้นไข้ คิดอะไรแปลกๆ ความรู้สึก ณ ตอนนั้น ผ่านไปสองสัปดาห์เห็นจะได้ เริ่มมีการพูดคุยถึงการเดินทาง วันเวลาที่แน่นอน ทำให้อดคิดไม่ได้ ว่ามันมีดีตรงไหนนะ จึงเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ต ค้นหาคำว่าครูบาสุทธินันท์และสวนป่า  พออ่านบันทึกของปราชญ์ชาวบ้าน รู้สึกถึงมนต์สะกดและอยากรู้จัก  จากนั้นจึงนั่งนับวันเพื่อมาพบครูบา และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ผมออกเดินทางจากยะลาประมาณตีห้าของวันที่ 3 สิงหาคม 2553 และมาถึงศูนย์ฝึกอบรมของทีทีแอนด์ทีราวสามทุ่มครึ่งของวันเดียวกัน นอนคืนนึงที่นี่ เช้าวันที่ 4 สิงหาคม 2553 ออกเดินทางจากศูนย์ฝึกฯ ประมาณหกโมง พอใกล้เที่ยงก็ถึง อ.สตึก หาทางไปบ้านครูบาไม่เจอ ( หลงทางซิครับ ) ถามทางมาตลอด เมื่อเจอป้ายบอกทางใจเริ่มชื้น ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/kaeyala/lanbomb/4</link>
			</item>
</channel>
</rss>
