pukaorchid

  • 10 ตุลาคม 2008 22:17 |

    อ่านจากหนังสือพิมพ์ มติชน วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11171
    เหตุแข่งกันเรียน… ปรอทความ”เครียด”เด็กภาคกลางพุ่งปรี๊ด
    ปัจจุบัน นักเรียนกำลังเผชิญหน้ากับความรุนแรงรูปแบบต่างๆ เช่น ความรุนแรงทางเพศ การทำร้าย และการลงโทษทางร่างกาย องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล สาขาประเทศไทย จึงเปิดตัวโครงการ “รณรงค์ ยุติความรุนแรงในโรงเรียน” (Learn without Fear) แคมเปญ โรงเรียนปราศจากความกลัว เพื่อกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงการสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ใช้สิทธิอันชอบธรรมในการเรียนรู้อย่างมีความสุข

    นางมินตี้ แพนเด้ ผู้อำนวยการองค์การแพลนฯ สาขาประเทศไทย บอกว่า รายงานจากองค์การแพลน ระบุว่า เด็กกว่า 350 ล้านคนทั่วโลก ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในโรงเรียน ความรุนแรงที่พบมาก คือ การทำโทษ การคุกคามทางเพศ และการกลั่นแกล้ง ในประเทศไทยระดับความรุนแรงยังมีน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่สิ่งที่มีเหมือนกันคือ การลงโทษ ที่แม้จะมีกฎระเบียบห้ามลงโทษด้วยการตี แต่ในทางปฏิบัติ ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก
    มินตี้ แพนเด้ องค์การแพลนได้วิจัยเชิงคุณภาพ หัวข้อสถานการณ์ความรุนแรงเกี่ยวกับเด็กในโรงเรียน จำนวน 10 โรงเรียน พบปัญหาว่า นอกจากรูปแบบการกระทำความรุนแรงต่อเด็กทางด้านร่างกาย ทั้งการลงโทษ และกลั่นแกล้ง ยังมีความรุนแรงเงียบที่ส่งผลต่อจิตใจและพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในอนาคตได้ เด็กภาคกลางเผชิญกับความเครียดสูงจากการแข่งขันต่อการเรียน ภาคเหนือ เด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เด็กติดเชื้อเอชไอวีจะถูกเลือกปฏิบัติไม่เท่าเทียมกับเด็กปกติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เด็กไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเนื่องจากพ่อแม่ต้องอพยพไปทำงานในเมือง
    นางมินตี้บอกว่า ความรุนแรงไม่จำเป็นต้องมองเห็นเสมอไป ในรูปแบบที่มองไม่เห็น อาทิ ความเครียด คำพูด อารมณ์ ถือว่าเป็นความรุนแรงทั้งสิ้น การแก้ปัญหา โรงเรียนปราศจากความกลัวจะจัดนำร่องในโรงเรียนแถบภาคเหนือ และอีสาน โดยร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการแก้ไขปัญหา เน้นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปราศการความรุนแรงในโรงเรียน เพื่อลดจำนวนนักเรียนที่ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพ่อแม่ ครู และโรงเรียน ที่ปฏิบัติต่อเด็ก โดยเน้นย้ำเรื่องการสร้างวินัยเชิงบวกให้เหมาะสมกับเด็กแทนการลงโทษ
    การศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นของเด็ก ถ้ามีความรุนแรงเกิดขึ้นในโรงเรียน จะทำให้มีผลกระทบไปตลอดชีวิต

     

Comments

  • bangsai 10 ตุลาคม 2008 23:05 | #

    ต้องสร้างสวนกล้วยไม้ในโรงเรียน แล้วให้เด็ก เพาะ เลี้ยง ดูแล รักษา พัฒนา กล้วยไม้จนเติบโตเอาไปขายเพื่อมีรายได้ อิอิ จะได้ใจเย็นๆลงมาเหมือน อ.ภูคา อิอิ

  • pukaorchid 11 ตุลาคม 2008 11:41 | #

    สวัสดีครับพี่บางทราย ดีครับ ผมจะได้เห็นกล้วยไม้สวย ๆ ทั่วประเทศไทยครับ

Leave a Comment

You must be logged in to post a comment.