<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>คนเก็บขยะ</title>
	<link>http://lanpanya.com/jogger04</link>
	<description>Just another ลานปัญญา weblog</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Jul 2009 14:57:02 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ปุ๋ยขี้วัวทำอะไร- ของอาจารย์หมอวิจารณ์ เป็นเหตุ</title>
		<description>แนะนำอาจารย์หมอวิจารณ์ทำปุ๋ยหมัก อาจารย์สนใจขอทราบรายละเอียด หาเอกสารไม่เจอ เลยต้องตะลุยเขียนลง Blog ม้วนเดียวจบ ปกติ 3-4 เดือนไม่รู้เสร็จรึเปล่า ?


 สืบเนื่องจากการที่ได้ไปแวะเยี่ยม Blog ของอาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช   http://gotoknow.org/blog/thaikm/122289 หัวข้อ  " ปุ๋ยขี้วัวทำอะไร "  เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2550   เห็นว่าในชุมชนเมืองเรามีปัญหาการจัดการขยะค่อนข้างมาก  ในฐานะที่เป็นรองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก  รับผิดชอบงานด้านสิ่งแวดล้อมมานานถึง 12 ปี  พอจะมีประสบการณ์ด้านนี้  อีกทั้งได้ทำการศึกษาค้นคว้า ทดลองทำปุ๋ยหมักจากขยะในครัวเรือนมานานพอสมควร  รวมทั้งเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้เรื่องนี้ให้กับประชาชนในเขตเทศบาลนคร พิษณุโลก  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆและหน่วยงานที่สนใจ  เพื่อเป็นการคัดแยกขยะอินทรีย์หรือขยะชีวภาพออกจากขยะทั่วไป  ทำให้ปริมาณขยะและค่าใช้จ่ายลดลงอย่างมาก
อ่านๆดู Blog ของอาจารย์แล้วก็มีความคิดว่า   ขยะอินทรีย์ที่เกิดขึ้นในบ้านแทนที่เราจะนำมาทำปุ๋ยใช้ประโยชน์  เรากลับขนออกไปทิ้ง  เป็นปัญหาทั้งการเก็บขน  การขนส่งและการกำจัด  รวมทั้งค่าใช้จ่ายก็สูงมาก ( ค่าขยะก็ไม่ยอมจ่ายอีกต่างหาก )   แถมยังต้องไปหาขี้วัวขนเข้ามาในบ้านอีก  ถ้าภาษาชาวป๊อกเด้งก็คงเรียกว่าเสียสองเด้ง  เลยแนะนำให้อาจารย์ลองทำปุ๋ยหมักดู  ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 9 วิธีดูแลกองหมัก</title>
		<description>ปุ๋ยที่ใช้ได้แล้วจะมีลักษณะยุ่ยเป็นเกล็ดเล็กๆ สีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำ ไม่ร้อน แห้งสนิท เหมาะที่จะนำไปใช้ปรับปรุงคุณภาพดินให้ร่วนซุย สารอาหารก็มีพอสมควร 
           กองปุ๋ยหมักในถังหมักหรือคอกหมักต้องคอยดูแลให้สภาพแวดล้อมเหมาะต่อการที่ จุลินทรีย์จะย่อยสลายอินทรียสารให้กลายเป็นปุ๋ยหมัก  คงไม่ลืมปัจจัยที่สนับสนุนการหมักนะครับ  คือต้องดูแลให้มีอากาศเข้าไปในกองหมัก  ให้มีความชื้นที่เหมาะสมและมีอุณหภูมิที่เหมาะสมด้วย           การที่ จะทำให้มีอากาศเข้าไปในกองหมักได้  ต้องคอยดูอย่าให้มีการอุดตันของรูที่เราเจาะไว้  และขอบล่างของวงบ่อ  ต้องหมั่นดูแลให้อากาศเข้าสู่กองหมักได้สดวก             นอกจากนี้ยังต้องคอยกลับกองหมัก  เพื่อให้อากาศเข้าไปในกองหมัก  หลังจากหมักสักระยะหนึ่ง  กองหมักจะยุบตัวลงมา  อากาศก็จะเข้าไปในกองหมักได้ยากขึ้น  การกลับกองก็อาจใช้มือเสือหรือคราดก็ได้  ควรกลับกองหมักทุกอาทิตย์  ถ้ากลับได้บ่อยขึ้นก็จะดี
                    
		           ขณะกลับกองหมักให้สังเกตดูความชื้นของกองหมักด้วย  ถ้าแห้งเกินไปก็อาจเติมวัสดุสีเขียวหรือพรมน้ำให้กองก็ได้   ถ้าแฉะเกินไปก็อาจเติมวัสดุสีน้ำตาลเพิ่มลงไป  หรืออาจเปิดฝาคอกหมักหรือถังหมักให้โดนแดด  ช่วยลดความชื้นของกองหมัก           คอยสังเกตดูอุณหภูมิของกองหมักด้วย  ถ้าทำถูกวิธีกองหมักจะมีอุณหภูมิสูงถึง  90-140 องศาฟาเรนไฮต์   เวลากลับกองอาจสังเกตเห็นไอร้อนจากกองหมัก  หรืออาจเอามือแตะดูจะรู้สึกถึงความร้อนที่มีอยู่ในกองหมัก             โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 90 วัน  ก็จะได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพที่พอจะนำไปใช้ได้  จริงๆแล้วถ้าให้ดีและมีคุณภาพดีที่สุด ( Mature )  ต้องใช้เวลาถึง ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81-composting-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-9-%e0%b8%a7/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 8 คู่มือขั้นตอนการทำปุ๋ยหมัก</title>
		<description>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 8 คู่มือขั้นตอนการทำปุ๋ยหมัก


เห็นไหมครับ ง่ายนิดเดียว น่าทำไหมครับ


 ถ้าตัดสินใจว่าจะทดลองทำปุ๋ยหมักแน่นอนแล้วก็อ่านต่อนะครับ  ได้ทำเลดีๆในสวนหลังบ้านตามที่ได้แนะนำไว้แล้ว  ต่อไปก็เลือกแบบถังหมักหรือคอกหมักที่ถูกใจ  ถ้ายังไม่ตัดสินใจแนะนำให้ใช้วงบ่อคอนกรีตมาทดลองทำก่อนนะครับ  จะใช้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 ซม.  หรือ 1 เมตรก็ได้   เจาะโดยรอบวงบ่อให้มีรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 ซม.   ประมาณ 10-12 รูโดยรอบวงบ่อ   เพื่อให้อากาศสามารถเข้าถึงกองหมักได้สดวก


 



เวลาวางถังหมักให้รองขอบวงบ่อให้สูงพ้นพื้นเล็กน้อย  เพื่อให้อากาศสามารถผ่านเข้าถังหมักจากด้านล่างได้  และจะช่วยระบายน้ำ ( กรณีที่ท่านวางวงบ่อบนพื้นปูน )
เอากิ่งไม้ที่มีขนาดใหญ่วางรองก้นถังหมักเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สดวก  หนาประมาณ 5-10 ซม.  คราวนี้ก็นำเอาวัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวผสมกันให้ได้สัดส่วนตามที่เคย แนะนำไว้  นำลงไว้ในถังหมักหรือคอกหมัก  ถ้าท่านผสมได้ถูกต้องจะได้กองหมักที่มีความชื้นพอสมควร  ไม่แห้งหรือไม่แฉะเกินไป  ถ้าแห้งเกินไปอาจพรมน้ำลงไปเล็กน้อย  หรือถ้าแฉะเกินไปก็ให้เพิ่มปริมาณของวัสดุสีน้ำตาลเพิ่มลงไป  เสร็จแล้วให้คลุมกองหมักด้วยวัสดุสีน้ำตาล  ซึ่งวัสดุสีน้ำตาลชั้นนี้จะทำหน้าที่ดูดซับกลิ่น  ทำให้กองหมักไม่เหม็นรบกวนเราและเพื่อนบ้าน
วัสดุสีน้ำตาลจะมีสัดส่วนของคาร์บอนสูง  จะทำหน้าที่เหมือนที่เราใช้ถ่านในการดับกลิ่น  ศัพท์ทางวิชาการเรียกว่าทำหน้าที่เป็น Biofilter  จะดูดซับกลิ่นทำให้ไม่มีกลื่นเหม็นรบกวน
ในการทำจริงๆ  เราจะมีวัสดุสีน้ำตาล ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-8/</link>
			</item>
	<item>
		<title>วันพิเศษ&#8230;. อิอิ</title>
		<description>ทุกวันเป็นวันพิเศษ.... ทำเรื่องเล็กๆธรรมดาๆให้เป็นเรื่องพิเศษ
วันนี้ก็เป็นวันพิเศษวันหนึ่ง.......

 
		
 ตื่นเกือบเจ็ดโมงเช้า  สบายๆ
ได้นั่งคุยกับหลานชายและหลานสะไภ้ระหว่างมื้อเช้า (เค้กกับไอติม ..ฉลองวันพิเศษ)
เสร็จก็ต่อด้วยกาแฟ  หนังสือกับลานปัญญา  รอพี่บางทรายมารับกลับพิษณุโลก  เพราะพี่บางทรายกลับขอนแก่น
เดี๋ยวก็ได้นั่งคุยกับพี่บางทรายกับพี่ตุ๊ (คงไม่พูดคนเดียวหรอก...อิอิ)
กลับถึงบ้านก็ได้เจอแม่นุกับน้องอ้ายแล้ว
นึกถึงวันที่ผ่านมา  ไม่ต้องย้อนกลับไปนาน  เดี๋ยวเขียนไม่จบ
วันที่ 18 มิย. อยู่เกาะช้าง  ตอนแรกนึกว่าจะมาจีบสาวพยาบาลไม่ทัน  ทีมเกาะช้างขอเลิกเที่ยงเพราะต้องไปชุมนุมแสดงพลังกัน  ก็เลยเป็นวันวันพิเศษอีกวันหนึ่ง  แวะเยี่ยมนายเสี้ยวที่ระยองเพราะต้องขึ้นรถทัวร์ที่ระยอง  นายเสี้ยวทำงานเลิกเย็นมากเลยไม่ได้เจอกัน  แค่ได้คุยโทรศัพท์และแวะมาที่ระยองก็ถือว่าพิเศษแล้ว
วันที่ 19 มิย. เช้าๆน้าอึ่งอ๊อบมารับก็พิเศษมากแล้ว  ได้ไปกินมื้อเช้ากับหมอเจ๊  อุ๊ยจั๋นตาอีก
สายๆก็เจอครูบา  ป้าจุ๋ม  พี่บางทราย  พี่ตุ๊  รอกอด  ครูอึ่ง  ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/21/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b4/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 7 ถังหมักหรือคอกหมักปุ๋ย</title>
		<description>เทศบาล นครพิษณุโลกได้ทดลองถังหมักและคอกหมักมาหลายแบบ แบบที่ใช้ไม้ทำก็สวยดีแต่จะผุพังง่าย อายุใช้งานสั้น ชาวบ้านนิยมใช้วงบ่อคอนกรีตมาเป็นถังหมัก และใช้อิฐบล็อกมาทำเป็นคอกหมักครับ


 คราว นี้มาลองดูว่าจะใช้ถังหมักปุ๋ยหรือคอกหมักปุ๋ยแบบไหนดี  ก็เลยรวบรวมถังหมักปุ๋ยและคอกหมักปุ๋ยมาให้ดูเล่น  ชอบแบบไหนก็ลองนำไปประยุกต์ใช้เอง  ใครมีอะไรดีๆก็แนะนำมาหน่อยนะครับ


    
เทศบาลนครพิษณุโลกได้ทดลองถังหมักและคอกหมักมาหลายแบบ  แบบที่ใช้ไม้ทำก็สวยดีแต่จะผุพังง่าย  อายุใช้งานสั้น  ชาวบ้านนิยมใช้วงบ่อคอนกรีตมาเป็นถังหมัก  และใช้อิฐบล็อกมาทำเป็นคอกหมักครับ


   


 ถ้าอยากให้สวยหน่อยก็คงต้องประยุกต์เอาจากที่ใช้ในต่างประเทศ  บ้านเรายังไม่เห็นมีขายครับครับ


   


 ถ้าขี้เกียจกลับกองอาจต้องใช้แบบนี้ครับไม่ต้องลำบากกลับกองหมัก


  


 หรือจะใช้แบบที่ใช้ทำปุ๋ยหมักในบ้านก็ได้นะครับ  จะเอาแบบของฝรั่ง


   


 หรือแบบที่ใช้ในญี่ปุ่นก็ได้นะครับ


 แต่แนะนำว่าควรจะทดลองทำโดยใช้วงบ่อคอนกรีตก่อนนะครับ  ไม่ค่อยสวยแต่ราคาไม่แพง  ทดลองทำในสวนหลังบ้านคงไม่น่าเกลียดเท่าไหร่  วันหลังเก่งแล้ว  มีประสบการณ์มากแล้วจะประยุกต์ออกแบบใช้เองสวยๆก็ได้นะครับ
 </description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-7/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 6 การเลือกสถานที่</title>
		<description>สถาน ที่ที่จะใช้หมักปุ๋ยไม่ควรอยู่ห่างจากบ้านมากเกินไป เพราะจะไม่สดวกเวลานำวัสดุต่างๆไปใส่ในถังหมัก ควรให้อยู่ในที่ที่ระบายน้ำได้ดี ควรอยู่ไม่ห่างจากก๊อกน้ำหรือแหล่งน้ำ ไม่ควรตั้งคอกหมักหรือถังหมักในที่โล่ง และควรตั้งอยู่บนพื้นดิน


 ตอนนี้คงทราบปัจจัยที่สำคัญในการหมักปุ๋ยแล้วนะครับ  ที่เล่าให้ฟังเป็นการหมักปุ๋ยที่บ้าน (  Backyard Composting )  ถ้าสนใจจะทำก็เริ่มกันเลยนะครับ  เริ่มกันที่การเลือกสถานที่นะครับ


 สถานที่ที่จะใช้หมักปุ๋ยควรให้ห่างจากบ้านหรือรั้วบ้านเล็กน้อย  แต่ไม่ควรห่างมากเกินไป  เพราะจะไม่สดวกเวลานำวัสดุต่างๆไปใส่ในถังหมัก  และถ้าห่างมากเกินไปเราก็จะไม่ค่อยไปดูแล


 ควรให้อยู่ในที่ที่ระบายน้ำได้ดี  น้ำไม่ท่วม  เพราะถ้าคอกหมักหรือถังหมักถูกน้ำท่วมก็จะทำให้เกิดการบูดเน่าแทนที่จะเกิดการย่อยสลายตามธรรมชาติ


 


 ควรอยู่ไม่ห่างจากก๊อกน้ำหรือแหล่งน้ำ  เพราะบางครั้งถ้ากองหมักแห้งเกินไป  อาจจำเป็นต้องเติมน้ำลงในกองหมักเพื่อให้มีความชื้นที่เหมาะสม


 บ้านเราแดดค่อนข้างจัด  ไม่ควรตั้งคอกหมักหรือถังหมักในที่โล่ง  เพราะอาจทำให้กองหมักแห้งเกินไป  ทำให้ต้องคอยเติมน้ำเพื่อเพิ่มความชื้นให้กับกองหมัก   ควรตั้งไว้ใต้ร่มไม้เพื่อให้มีแดดรำไร           


 ถังหมักหรือคอกหมักควรตั้งอยู่บนพื้นดิน  ไม่ควรตั้งบนพื้นปูนหรือคอนกรีต  เพราะจะช่วยให้น้ำส่วนเกินซึมลงดินได้  และจะได้ประโยชน์จากใส้เดือน หนอนและจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในดิน
 </description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-6/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 5 ขนาดของกองหมัก</title>
		<description>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 5 ขนาดของกองหมัก


ในการทำปุ๋ยหมักจะคล้ายๆการทำเหล้า คือหมักเสร็จแล้วต้องมีการบ่มต่ออีกสักระยะหนึ่ง ถ้าบ่มจนได้ที่ มีรสกลมกล่อม


ปัจจัยที่สนับสนุนการหมัก
1. สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว
2. อากาศ
3. ความชื้น
4. ขนาดของกอง



ถ้าพูดในเชิงทฤษฎีก็คือ  Optimum Composting Conditions

1.  Carbon : Nitrogen  &#60;&#62; 30 : 1
2.  Oxygen  &#62; 5 %
3.  Moisture   40-60 %
4.  Temperature  90-140 F



ขนาดของกองหมัก จะมีส่วนควบคุมอุณหภูมิ – Temperature
 ในการทำปุ๋ยหมัก  นอกจากการใช้วัสดุสีน้ำตาลและสีเขียวให้ได้สัดส่วนมีอากาศเข้าไปในกองหมัก  มีความชื้นที่เหมาะสมความชื้นแล้ว  ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือขนาดของกองหมัก  ถ้ากองหมักมีขนาดเล็กเกินไปก็ไม่สามารถควบคุมความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม ไว้ได้  ขนาดของกองหมักควรมีขนาดอย่างน้อย 1 ลูกบากศ์เมตร   แต่ถ้าขนาดใหญ่เกินไปก็จะมีปัญหาที่อากาศไมาสามารถเข้าไปในกลางกองหมักได้  ก็จะเกิดการบูดเน่าของกองหมักเพราะอยู่ในสภาพที่ไม่มีอากาศหรือ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-5/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 4 ความชื้น</title>
		<description>ใน การทำปุ๋ยหมัก นอกจากต้องใช้วัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวให้ได้สัดส่วน ดูแลให้มีอากาศเข้าไปในกองหมัก ต้องคอยดูแลความชื้นให้พอดี การหมักจึงจะได้ผลดีและใช้เวลาน้อย


ปัจจัยที่สนับสนุนการหมัก
 1. สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว
2. อากาศ
3. ความชื้น
4. ขนาดของกอง


ถ้าพูดในเชิงทฤษฎีก็คือ  Optimum Composting Conditions

 1.  Carbon : Nitrogen  &#60;&#62; 30 : 1
2.  Oxygen  &#62; 5 %
3.  Moisture   40-60 %
4.  Temperature  90-140 F



ความชื้น  Moisture 40-60%


 ในการทำปุ๋ยหมัก  นอกจากการใช้วัสดุสีน้ำตาลและสีเขียวให้ได้สัดส่วนและต้องให้มีอากาศเข้าไป ในกองหมักแล้ว  ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือความชื้น  ถ้ากองหมักแห้งเกินไป  การย่อยสลายก็จะใช้เวลานานขึ้น  ถ้าแฉะหรือมีความชื้นมากเกินไป  จะทำให้อากาศเข้าไปในกองหมักได้น้อยลง  ทำให้เกิดการบูดเน่าแทนการย่อยสลายแบบมี Oxygen



การเลือกสถานที่ก็มีความสำคัญ  ในประเทศที่มีอากาศหนาวอาจต้องวางถังหมักไว้กลางแจ้งเพื่อให้ได้รับแสงแดด  เป็นการลดความชื้นให้กับกองหมัก  แต่ในประเทศที่มีอากาศร้อน  ควรวางถังหมักไว้ในที่ร่มที่มีแดดรำไร  ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-4/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 3 อากาศ</title>
		<description>ใน การหมักปุ๋ย นอกจากผสมวัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวให้ได้สัดส่วนแล้ว ต้องดูแลให้อากาศเข้าไปในกองหมักได้ดี ด้วยการใช้วัสดุที่มีขนาดเหมาะสม ต้องคอยกลับกองหมักทุก 5-7 วัน และต้องดูแลอย่าให้กองหมักแฉะหรือมีความชื้นมากเกินไป


ปัจจัยที่สนับสนุนการหมัก
 1. สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว
2. อากาศ
3. ความชื้น
4. ขนาดของกอง



ถ้าพูดในเชิงทฤษฎีก็คือ  Optimum Composting Conditions

1.  Carbon : Nitrogen  &#60;&#62; 30 : 1
2.  Oxygen  &#62; 5 %
3.  Moisture   40-60 %
4.  Temperature  90-140 F



อากาศ  -  Oxygen &#62; 5%
 ในการทำปุ๋ยหมัก  นอกจากจะต้องผสมวัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว  สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือต้องมีอากาศเข้าไปในกองหมัก  หรือต้องให้มี Oxygen เข้าไปในกองหมักมากพอสมควร  จึงจะเกิดการหมักหรือการย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยหมัก
ในการหมัก  จุลินทรีย์ต้องการ Oxygen  เพื่อทำให้เกิดการย่อยสลายตามธรรมชาติ  ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 2 สัดส่วนวัสดุที่ใช้</title>
		<description>การหมักจะเกิดขึ้นได้เร็วและมีประสิทธิภาพต้องมีสัดส่วนของวัสดุสีน้ำตาลและ วัสดุสีเขียวที่เหมาะสม ในเชิงทฤษฎีก็คือต้องผสมกันให้ได้สัดส่วน C:N ratio ( Carbon : Nitrogen ratio) ประมาณ 30:1 โดยน้ำหนัก


ต่อจากตอนที่ 1


ปัจจัยที่สนับสนุนการหมัก



 1. สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว
2. อากาศ
3. ความชื้น
4. ขนาดของกอง


ถ้าพูดในเชิงทฤษฎีก็คือ  Optimum Composting Conditions


 1.  Carbon : Nitrogen  &#60;&#62; 30 : 1


 2.  Oxygen  &#62; 5 %


 3.  Moisture   40-60 %


 4.  Temperature  90-140 F



สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว



การหมักจะเกิดขึ้นได้เร็วและมีประสิทธิภาพต้องมีสัดส่วนของวัสดุสีน้ำตาลและ วัสดุสีเขียวที่เหมาะสม   ในเชิงทฤษฎีก็คือต้องผสมกันให้ได้สัดส่วน  คือให้ได้  C:N ratio ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
