<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>คนเก็บขยะ</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/jogger04/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/jogger04</link>
	<description>Just another ลานปัญญา weblog</description>
	<pubDate>Wed, 01 Jul 2009 14:57:02 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>ปุ๋ยขี้วัวทำอะไร- ของอาจารย์หมอวิจารณ์ เป็นเหตุ</title>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2009 14:53:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>จอมป่วน</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88/</guid>
		<description><![CDATA[แนะนำอาจารย์หมอวิจารณ์ทำปุ๋ยหมัก อาจารย์สนใจขอทราบรายละเอียด หาเอกสารไม่เจอ เลยต้องตะลุยเขียนลง Blog ม้วนเดียวจบ ปกติ 3-4 เดือนไม่รู้เสร็จรึเปล่า ?

 สืบเนื่องจากการที่ได้ไปแวะเยี่ยม Blog ของอาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช   http://gotoknow.org/blog/thaikm/122289 หัวข้อ  &#8221; ปุ๋ยขี้วัวทำอะไร &#8220;  เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2550   เห็นว่าในชุมชนเมืองเรามีปัญหาการจัดการขยะค่อนข้างมาก  ในฐานะที่เป็นรองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก  รับผิดชอบงานด้านสิ่งแวดล้อมมานานถึง 12 ปี  พอจะมีประสบการณ์ด้านนี้  อีกทั้งได้ทำการศึกษาค้นคว้า ทดลองทำปุ๋ยหมักจากขยะในครัวเรือนมานานพอสมควร  รวมทั้งเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้เรื่องนี้ให้กับประชาชนในเขตเทศบาลนคร พิษณุโลก  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆและหน่วยงานที่สนใจ  เพื่อเป็นการคัดแยกขยะอินทรีย์หรือขยะชีวภาพออกจากขยะทั่วไป  ทำให้ปริมาณขยะและค่าใช้จ่ายลดลงอย่างมาก
อ่านๆดู Blog ของอาจารย์แล้วก็มีความคิดว่า   ขยะอินทรีย์ที่เกิดขึ้นในบ้านแทนที่เราจะนำมาทำปุ๋ยใช้ประโยชน์  เรากลับขนออกไปทิ้ง  เป็นปัญหาทั้งการเก็บขน  การขนส่งและการกำจัด  รวมทั้งค่าใช้จ่ายก็สูงมาก ( ค่าขยะก็ไม่ยอมจ่ายอีกต่างหาก )   แถมยังต้องไปหาขี้วัวขนเข้ามาในบ้านอีก  ถ้าภาษาชาวป๊อกเด้งก็คงเรียกว่าเสียสองเด้ง  เลยแนะนำให้อาจารย์ลองทำปุ๋ยหมักดู  ปรากฏว่าอาจารย์สนใจและติดต่อขอรายละเอียดมา  เลยรีบค้นหา VDO  เกี่ยวกับการทำปุ๋ย  และเอกสารต่างๆให้อาจารย์
หาเอกสารเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">แนะนำอาจารย์หมอวิจารณ์ทำปุ๋ยหมัก อาจารย์สนใจขอทราบรายละเอียด หาเอกสารไม่เจอ เลยต้องตะลุยเขียนลง Blog ม้วนเดียวจบ ปกติ 3-4 เดือนไม่รู้เสร็จรึเปล่า ?<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> สืบเนื่องจากการที่ได้ไปแวะเยี่ยม Blog ของอาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช   <a href="http://gotoknow.org/blog/thaikm/122289" target="_blank"><span style="text-decoration: underline; color: blue;">http://gotoknow.org/blog/thaikm/122289</span></a> หัวข้อ  &#8221; ปุ๋ยขี้วัวทำอะไร &#8220;  เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2550   เห็นว่าในชุมชนเมืองเรามีปัญหาการจัดการขยะค่อนข้างมาก  ในฐานะที่เป็นรองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก  รับผิดชอบงานด้านสิ่งแวดล้อมมานานถึง 12 ปี  พอจะมีประสบการณ์ด้านนี้  อีกทั้งได้ทำการศึกษาค้นคว้า ทดลองทำปุ๋ยหมักจากขยะในครัวเรือนมานานพอสมควร  รวมทั้งเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้เรื่องนี้ให้กับประชาชนในเขตเทศบาลนคร พิษณุโลก  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆและหน่วยงานที่สนใจ  เพื่อเป็นการคัดแยกขยะอินทรีย์หรือขยะชีวภาพออกจากขยะทั่วไป  ทำให้ปริมาณขยะและค่าใช้จ่ายลดลงอย่างมาก<br />
อ่านๆดู Blog ของอาจารย์แล้วก็มีความคิดว่า   ขยะอินทรีย์ที่เกิดขึ้นในบ้านแทนที่เราจะนำมาทำปุ๋ยใช้ประโยชน์  เรากลับขนออกไปทิ้ง  เป็นปัญหาทั้งการเก็บขน  การขนส่งและการกำจัด  รวมทั้งค่าใช้จ่ายก็สูงมาก ( ค่าขยะก็ไม่ยอมจ่ายอีกต่างหาก )   แถมยังต้องไปหาขี้วัวขนเข้ามาในบ้านอีก  ถ้าภาษาชาวป๊อกเด้งก็คงเรียกว่าเสียสองเด้ง  เลยแนะนำให้อาจารย์ลองทำปุ๋ยหมักดู  ปรากฏว่าอาจารย์สนใจและติดต่อขอรายละเอียดมา  เลยรีบค้นหา VDO  เกี่ยวกับการทำปุ๋ย  และเอกสารต่างๆให้อาจารย์<br />
หาเอกสารเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ  โทรหาทีมงานให้ช่วยหาก็ไม่มี  ไม่แน่ใจเอกสารแจกหมดหรือเก็บจนลืม จำไม่ได้ว่าเก็บไว้ที่ไหน  (  ลืมบอกไปว่า  ครบวาระการดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีไปตั้งแต่วันที่ 24  พฤษภาคม 2550  เลือกตั้งไปเมื่อวันที่ 28  กรกฎาคม 2550  ผลปรากฏว่าชนะยกทีมเป็นสมัยที่ 4  แต่กว่า กกต. จะรับรองผล  นายกเทศมนตรีจะเข้ารับตำแหน่ง  แล้วแต่งตั้งให้เป็นรองนายกเทศมนตรีใหม่ก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง เข้าที่ทำงานคราวนี้หาอะไรก็ไม่เจอ อิอิ )  เลยตัดสินใจเขียนลงใน Blogใหม่หมดเลย  เผื่อคนอื่นที่สนใจจะได้อ่านแล้วเอาไปทำด้วย<br />
เลยต้องตะลุยเขียนม้วนเดียวจบ  ถ้าปกติไม่รับปากอาจารย์ไว้ก็คงต้องเขียน  3-4 เดือน ( ไม่รู้จบรึเปล่า  อิอิ )  ดีเหมือนกัน  จะได้เอาไปทำเป็นตำราแจกให้ชาวบ้าน  เวลาจัดการอบรมทำปุ๋ยหมัก  เหมือนเรื่องของ<a href="http://gotoknow.org/blog/weightreduction" target="_blank"><span style="text-decoration: underline; color: blue;">คนเคยอ้วน</span></a> <a href="http://gotoknow.org/blog/jogging" target="_blank"><span style="text-decoration: underline; color: blue;">คนชอบวิ่ง</span></a> เขียนยังไม่จบดีเลย  ไปทำโครงการคลินิคหุ่นดีซึ่งเป็นโครงการลดน้ำหนักให้เด็กนักเรียนโรงเรียน สาธิตมัธยม  มหาวิทยาลัยนเรศวรก็รวบรวมเอาเรื่องที่เขียนไว้ใน Blog จัดพิมพ์เป็นคู่มือแจกให้นักเรียนที่เข้าโครงการไปแล้ว อิอิ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/07/070152-1453-1.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> ออกแบบปกโดย พี่สุ ครับ </span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">G2K 4 กย. 2550</span></p>
<p>หมายเหตุ&#8230;. พี่สุ  คือ  ครูสุคนสวย  แซ่เฮ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 9 วิธีดูแลกองหมัก</title>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81-composting-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-9-%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81-composting-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-9-%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2009 14:49:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>จอมป่วน</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81-composting-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-9-%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[ปุ๋ยที่ใช้ได้แล้วจะมีลักษณะยุ่ยเป็นเกล็ดเล็กๆ สีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำ ไม่ร้อน แห้งสนิท เหมาะที่จะนำไปใช้ปรับปรุงคุณภาพดินให้ร่วนซุย สารอาหารก็มีพอสมควร

           กองปุ๋ยหมักในถังหมักหรือคอกหมักต้องคอยดูแลให้สภาพแวดล้อมเหมาะต่อการที่ จุลินทรีย์จะย่อยสลายอินทรียสารให้กลายเป็นปุ๋ยหมัก  คงไม่ลืมปัจจัยที่สนับสนุนการหมักนะครับ  คือต้องดูแลให้มีอากาศเข้าไปในกองหมัก  ให้มีความชื้นที่เหมาะสมและมีอุณหภูมิที่เหมาะสมด้วย           การที่ จะทำให้มีอากาศเข้าไปในกองหมักได้  ต้องคอยดูอย่าให้มีการอุดตันของรูที่เราเจาะไว้  และขอบล่างของวงบ่อ  ต้องหมั่นดูแลให้อากาศเข้าสู่กองหมักได้สดวก             นอกจากนี้ยังต้องคอยกลับกองหมัก  เพื่อให้อากาศเข้าไปในกองหมัก  หลังจากหมักสักระยะหนึ่ง  กองหมักจะยุบตัวลงมา  อากาศก็จะเข้าไปในกองหมักได้ยากขึ้น  การกลับกองก็อาจใช้มือเสือหรือคราดก็ได้  ควรกลับกองหมักทุกอาทิตย์  ถ้ากลับได้บ่อยขึ้นก็จะดี

                    
		
           ขณะกลับกองหมักให้สังเกตดูความชื้นของกองหมักด้วย  ถ้าแห้งเกินไปก็อาจเติมวัสดุสีเขียวหรือพรมน้ำให้กองก็ได้   ถ้าแฉะเกินไปก็อาจเติมวัสดุสีน้ำตาลเพิ่มลงไป  หรืออาจเปิดฝาคอกหมักหรือถังหมักให้โดนแดด  ช่วยลดความชื้นของกองหมัก           คอยสังเกตดูอุณหภูมิของกองหมักด้วย  ถ้าทำถูกวิธีกองหมักจะมีอุณหภูมิสูงถึง  90-140 องศาฟาเรนไฮต์   เวลากลับกองอาจสังเกตเห็นไอร้อนจากกองหมัก  หรืออาจเอามือแตะดูจะรู้สึกถึงความร้อนที่มีอยู่ในกองหมัก             โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 90 วัน  ก็จะได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพที่พอจะนำไปใช้ได้  จริงๆแล้วถ้าให้ดีและมีคุณภาพดีที่สุด ( Mature )  ต้องใช้เวลาถึง 120 วัน  ( เหมือนทำเหล้าต้องหมักแล้วบ่มต่อให้ได้ที่จึงจะได้เหล้าที่มีรสกลมกล่อม  ไม่บาดคอ )   [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">ปุ๋ยที่ใช้ได้แล้วจะมีลักษณะยุ่ยเป็นเกล็ดเล็กๆ สีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำ ไม่ร้อน แห้งสนิท เหมาะที่จะนำไปใช้ปรับปรุงคุณภาพดินให้ร่วนซุย สารอาหารก็มีพอสมควร<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">           กองปุ๋ยหมักในถังหมักหรือคอกหมักต้องคอยดูแลให้สภาพแวดล้อมเหมาะต่อการที่ จุลินทรีย์จะย่อยสลายอินทรียสารให้กลายเป็นปุ๋ยหมัก  คงไม่ลืมปัจจัยที่สนับสนุนการหมักนะครับ  คือต้องดูแลให้มีอากาศเข้าไปในกองหมัก  ให้มีความชื้นที่เหมาะสมและมีอุณหภูมิที่เหมาะสมด้วย<br/>           การที่ จะทำให้มีอากาศเข้าไปในกองหมักได้  ต้องคอยดูอย่าให้มีการอุดตันของรูที่เราเจาะไว้  และขอบล่างของวงบ่อ  ต้องหมั่นดูแลให้อากาศเข้าสู่กองหมักได้สดวก  <br/>           นอกจากนี้ยังต้องคอยกลับกองหมัก  เพื่อให้อากาศเข้าไปในกองหมัก  หลังจากหมักสักระยะหนึ่ง  กองหมักจะยุบตัวลงมา  อากาศก็จะเข้าไปในกองหมักได้ยากขึ้น  การกลับกองก็อาจใช้มือเสือหรือคราดก็ได้  ควรกลับกองหมักทุกอาทิตย์  ถ้ากลับได้บ่อยขึ้นก็จะดี<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">            <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/07/070152-1448-1.jpg" alt=""/>        <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/07/070152-1448-2.jpg" alt=""/><br />
		</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt"><br/>           ขณะกลับกองหมักให้สังเกตดูความชื้นของกองหมักด้วย  ถ้าแห้งเกินไปก็อาจเติมวัสดุสีเขียวหรือพรมน้ำให้กองก็ได้   ถ้าแฉะเกินไปก็อาจเติมวัสดุสีน้ำตาลเพิ่มลงไป  หรืออาจเปิดฝาคอกหมักหรือถังหมักให้โดนแดด  ช่วยลดความชื้นของกองหมัก<br/>           คอยสังเกตดูอุณหภูมิของกองหมักด้วย  ถ้าทำถูกวิธีกองหมักจะมีอุณหภูมิสูงถึง  90-140 องศาฟาเรนไฮต์   เวลากลับกองอาจสังเกตเห็นไอร้อนจากกองหมัก  หรืออาจเอามือแตะดูจะรู้สึกถึงความร้อนที่มีอยู่ในกองหมัก  <br/>           โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 90 วัน  ก็จะได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพที่พอจะนำไปใช้ได้  จริงๆแล้วถ้าให้ดีและมีคุณภาพดีที่สุด ( Mature )  ต้องใช้เวลาถึง 120 วัน  ( เหมือนทำเหล้าต้องหมักแล้วบ่มต่อให้ได้ที่จึงจะได้เหล้าที่มีรสกลมกล่อม  ไม่บาดคอ )   ปฏิกริยาต่างๆก็จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์  ไม่มีความเป็นกรดด่าง  ไม่ใช้ออกซิเจนแล้ว  ไม่มีการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์  ไม่มีความร้อนเกิดขึ้นในกอง  แต่ระยะเวลา 90 วันก็จะได้ปุ๋ยหมักที่สามารถนำไปใช้ได้แล้ว<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">           ในการทำปุ๋ยถ้ามีปริมาณมากอาจใช้ระบบ 2 ถังหรือ 3 ถังก็ได้  คือเราใช้ถังที่1 ก่อน  ทำไปเรื่อยๆจนถังหมักเต็ม  ถ้าใช้เวลา 1 เดือนถังหมักเต็ม  เราก็ใช้ระบบ 3 ถัง   คือเริ่มใช้ถังที่ 2  พอเต็มอีกก็เริ่มใช้ถังที่ 3  พอถังที่ 3 เต็ม  ถังแรกก็จะครบ 90 วันพอดี  เราก็สามารถนำปุ๋ยไปใช้  แล้วเริ่มใช้ถังแรกใหม่   ถ้าถังแรกใช้เวลา 1 เดือนถึงจะเต็ม  เราก็ใช้ระบบ 2 ถังก็พอ <br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">            <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/07/070152-1448-3.jpg" alt=""/>   <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/07/070152-1448-4.jpg" alt=""/>  <br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">            ก่อน ที่จะนำปุ๋ยไปใช้ให้นำมาร่อนเสียก่อน  อุปกรณ์สามารถทำเองได้ง่ายๆ  ส่วนที่ผ่านตะแกรงร่อนคือส่วนที่จะนำไปใช้  ส่วนที่มีขนาดใหญ่จะไม่ผ่านตะแกรงร่อนก็นำกลับไปรองพื้นที่ก้นถังหมักอีก ครั้งเพื่อให้อากาศผ่านเข้ากองหมักได้สดวก          <br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">           <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/07/070152-1448-5.jpg" alt=""/>         <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/07/070152-1448-6.jpg" alt=""/><br />
		</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">   <br/>           ปุ๋ยที่ใช้ได้แล้วจะมีลักษณะยุ่ยเป็นเกล็ดเล็กๆ  สีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำ  ไม่ร้อน  แห้งสนิท  เหมาะที่จะนำไปใช้ปรับปรุงคุณภาพดินให้ร่วนซุย  สารอาหารก็มีพอสมควร  แต่อาจต้องเพิ่มสารเคมีอีกเล็กน้อย ( Enrichment ) ให้เหมาะกับการปลูกพืชแต่ละชนิด<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt"><br/>                              <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/07/070152-1448-7.jpg" alt=""/><br />
		</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt"><br />
		</span> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%8b%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%81-composting-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-9-%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 8 คู่มือขั้นตอนการทำปุ๋ยหมัก</title>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-8/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-8/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2009 14:41:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>จอมป่วน</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-8/</guid>
		<description><![CDATA[การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 8 คู่มือขั้นตอนการทำปุ๋ยหมัก

เห็นไหมครับ ง่ายนิดเดียว น่าทำไหมครับ

 ถ้าตัดสินใจว่าจะทดลองทำปุ๋ยหมักแน่นอนแล้วก็อ่านต่อนะครับ  ได้ทำเลดีๆในสวนหลังบ้านตามที่ได้แนะนำไว้แล้ว  ต่อไปก็เลือกแบบถังหมักหรือคอกหมักที่ถูกใจ  ถ้ายังไม่ตัดสินใจแนะนำให้ใช้วงบ่อคอนกรีตมาทดลองทำก่อนนะครับ  จะใช้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 ซม.  หรือ 1 เมตรก็ได้   เจาะโดยรอบวงบ่อให้มีรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 ซม.   ประมาณ 10-12 รูโดยรอบวงบ่อ   เพื่อให้อากาศสามารถเข้าถึงกองหมักได้สดวก

 


เวลาวางถังหมักให้รองขอบวงบ่อให้สูงพ้นพื้นเล็กน้อย  เพื่อให้อากาศสามารถผ่านเข้าถังหมักจากด้านล่างได้  และจะช่วยระบายน้ำ ( กรณีที่ท่านวางวงบ่อบนพื้นปูน )
เอากิ่งไม้ที่มีขนาดใหญ่วางรองก้นถังหมักเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สดวก  หนาประมาณ 5-10 ซม.  คราวนี้ก็นำเอาวัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวผสมกันให้ได้สัดส่วนตามที่เคย แนะนำไว้  นำลงไว้ในถังหมักหรือคอกหมัก  ถ้าท่านผสมได้ถูกต้องจะได้กองหมักที่มีความชื้นพอสมควร  ไม่แห้งหรือไม่แฉะเกินไป  ถ้าแห้งเกินไปอาจพรมน้ำลงไปเล็กน้อย  หรือถ้าแฉะเกินไปก็ให้เพิ่มปริมาณของวัสดุสีน้ำตาลเพิ่มลงไป  เสร็จแล้วให้คลุมกองหมักด้วยวัสดุสีน้ำตาล  ซึ่งวัสดุสีน้ำตาลชั้นนี้จะทำหน้าที่ดูดซับกลิ่น  ทำให้กองหมักไม่เหม็นรบกวนเราและเพื่อนบ้าน
วัสดุสีน้ำตาลจะมีสัดส่วนของคาร์บอนสูง  จะทำหน้าที่เหมือนที่เราใช้ถ่านในการดับกลิ่น  ศัพท์ทางวิชาการเรียกว่าทำหน้าที่เป็น Biofilter  จะดูดซับกลิ่นทำให้ไม่มีกลื่นเหม็นรบกวน
ในการทำจริงๆ  เราจะมีวัสดุสีน้ำตาล ( กิ่งไม้  ใบไม้ ใบหญ้าแห้ง )  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 8 คู่มือขั้นตอนการทำปุ๋ยหมัก<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">เห็นไหมครับ ง่ายนิดเดียว น่าทำไหมครับ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> ถ้าตัดสินใจว่าจะทดลองทำปุ๋ยหมักแน่นอนแล้วก็อ่านต่อนะครับ  ได้ทำเลดีๆในสวนหลังบ้านตามที่ได้แนะนำไว้แล้ว  ต่อไปก็เลือกแบบถังหมักหรือคอกหมักที่ถูกใจ  ถ้ายังไม่ตัดสินใจแนะนำให้ใช้วงบ่อคอนกรีตมาทดลองทำก่อนนะครับ  จะใช้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 ซม.  หรือ 1 เมตรก็ได้   เจาะโดยรอบวงบ่อให้มีรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 ซม.   ประมาณ 10-12 รูโดยรอบวงบ่อ   เพื่อให้อากาศสามารถเข้าถึงกองหมักได้สดวก<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/07/070152-1440-81.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
เวลาวางถังหมักให้รองขอบวงบ่อให้สูงพ้นพื้นเล็กน้อย  เพื่อให้อากาศสามารถผ่านเข้าถังหมักจากด้านล่างได้  และจะช่วยระบายน้ำ ( กรณีที่ท่านวางวงบ่อบนพื้นปูน )<br />
เอากิ่งไม้ที่มีขนาดใหญ่วางรองก้นถังหมักเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สดวก  หนาประมาณ 5-10 ซม.  คราวนี้ก็นำเอาวัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวผสมกันให้ได้สัดส่วนตามที่เคย แนะนำไว้  นำลงไว้ในถังหมักหรือคอกหมัก  ถ้าท่านผสมได้ถูกต้องจะได้กองหมักที่มีความชื้นพอสมควร  ไม่แห้งหรือไม่แฉะเกินไป  ถ้าแห้งเกินไปอาจพรมน้ำลงไปเล็กน้อย  หรือถ้าแฉะเกินไปก็ให้เพิ่มปริมาณของวัสดุสีน้ำตาลเพิ่มลงไป  เสร็จแล้วให้คลุมกองหมักด้วยวัสดุสีน้ำตาล  ซึ่งวัสดุสีน้ำตาลชั้นนี้จะทำหน้าที่ดูดซับกลิ่น  ทำให้กองหมักไม่เหม็นรบกวนเราและเพื่อนบ้าน<br />
วัสดุสีน้ำตาลจะมีสัดส่วนของคาร์บอนสูง  จะทำหน้าที่เหมือนที่เราใช้ถ่านในการดับกลิ่น  ศัพท์ทางวิชาการเรียกว่าทำหน้าที่เป็น Biofilter  จะดูดซับกลิ่นทำให้ไม่มีกลื่นเหม็นรบกวน<br />
ในการทำจริงๆ  เราจะมีวัสดุสีน้ำตาล ( กิ่งไม้  ใบไม้ ใบหญ้าแห้ง )  ที่เราสามารถเก็บรวบรวมไว้ก่อนเป็นจำนวนมาก  ถ้าเป็นกิ่งไม้ก็ควรจะตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆแล้วใส่เข่งหรือถุงปุ๋ยเพื่อเก็บ ไว้ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำปุ๋ย<br />
ส่วนวัสดุสีเขียวส่วนมากจะเป็นเศษผัก   เศษผลไม้ที่เกิดขึ้นทุกวัน  ( ถ้ายังไม่แน่ใจก็อย่าเพิ่งนำเศษอาหารไปทำปุ๋ยหมัก  แต่ถ้าชำนาญแล้วก็สามารถนำไปหมักได้  ไม่มีปัญหาอะไร )  วัสดุพวกนี้พวกนี้มักจะเกิดขึ้นในครัวหรือห้องรับประทานอาหารเป็นส่วนใหญ่  ก็สามารถรวบรวมไว้ในภาชนะที่ใช้รวบรวมเรียกว่า Minibin หรือ  Compost Pail   แล้วนำไปทิ้งในถังหมักได้ทุกเย็น  ล้างภาชนะให้สะอาดแล้วนำกลับมาไว้ที่เดิม<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/07/070152-1440-82.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/07/070152-1440-83.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
เวลามีเศษผัก  เศษผลไม้และเศษอาหารเพิ่มทุกวัน  เราก็นำไปไว้ในคอกหมักปุ๋ยทุกวัน  เพราะถ้าปล่อยไว้หลายวันจะมีกลิ่นเหม็นรบกวนในบ้าน  เวลาจะนำลงในถังหมักก็ควรจะเปิดชั้นวัสดุสีน้าตาลออก   แล้วเ้ทวัสดุสีน้ำตาลเพิ่มลงไป  ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันโดยใช้คราดหรือมือเสือก็ได้  แล้วปิดกองด้วยวัสดุสีน้ำตาลเพื่อไม่ให้มีกลิ่น<br />
เห็นไหมครับ  ง่ายนิดเดียว  น่าทำไหมครับ  ตอนต่อไปจะแนะนำวิธีดูแลกองหมัก  คอยติดตามนะครับ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jogger04/2009/07/01/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-8/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วันพิเศษ&#8230;. อิอิ</title>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/21/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/21/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Jun 2009 02:07:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>จอมป่วน</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/21/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b4/</guid>
		<description><![CDATA[ทุกวันเป็นวันพิเศษ&#8230;. ทำเรื่องเล็กๆธรรมดาๆให้เป็นเรื่องพิเศษ

วันนี้ก็เป็นวันพิเศษวันหนึ่ง&#8230;&#8230;.


 

		

 
ตื่นเกือบเจ็ดโมงเช้า  สบายๆ

ได้นั่งคุยกับหลานชายและหลานสะไภ้ระหว่างมื้อเช้า (เค้กกับไอติม ..ฉลองวันพิเศษ)

เสร็จก็ต่อด้วยกาแฟ  หนังสือกับลานปัญญา  รอพี่บางทรายมารับกลับพิษณุโลก  เพราะพี่บางทรายกลับขอนแก่น

เดี๋ยวก็ได้นั่งคุยกับพี่บางทรายกับพี่ตุ๊ (คงไม่พูดคนเดียวหรอก&#8230;อิอิ)

กลับถึงบ้านก็ได้เจอแม่นุกับน้องอ้ายแล้ว

นึกถึงวันที่ผ่านมา  ไม่ต้องย้อนกลับไปนาน  เดี๋ยวเขียนไม่จบ

วันที่ 18 มิย. อยู่เกาะช้าง  ตอนแรกนึกว่าจะมาจีบสาวพยาบาลไม่ทัน  ทีมเกาะช้างขอเลิกเที่ยงเพราะต้องไปชุมนุมแสดงพลังกัน  ก็เลยเป็นวันวันพิเศษอีกวันหนึ่ง  แวะเยี่ยมนายเสี้ยวที่ระยองเพราะต้องขึ้นรถทัวร์ที่ระยอง  นายเสี้ยวทำงานเลิกเย็นมากเลยไม่ได้เจอกัน  แค่ได้คุยโทรศัพท์และแวะมาที่ระยองก็ถือว่าพิเศษแล้ว

วันที่ 19 มิย. เช้าๆน้าอึ่งอ๊อบมารับก็พิเศษมากแล้ว  ได้ไปกินมื้อเช้ากับหมอเจ๊  อุ๊ยจั๋นตาอีก

สายๆก็เจอครูบา  ป้าจุ๋ม  พี่บางทราย  พี่ตุ๊  รอกอด  ครูอึ่ง  อาราม เบิร์ด  ได้เจอสาวพยาบาลที่เคยไปอบรมกันมา (พิเศษได้เจอ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">ทุกวันเป็นวันพิเศษ&#8230;. ทำเรื่องเล็กๆธรรมดาๆให้เป็นเรื่องพิเศษ<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">วันนี้ก็เป็นวันพิเศษวันหนึ่ง&#8230;&#8230;.<br />
</span></p>
<p>
 </p>
<p><img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/062152-0207-1.jpg" alt=""/><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt"><br />
		</span></p>
<p><span id="more-88"></span><br />
 </p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">ตื่นเกือบเจ็ดโมงเช้า  สบายๆ<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">ได้นั่งคุยกับหลานชายและหลานสะไภ้ระหว่างมื้อเช้า (เค้กกับไอติม ..ฉลองวันพิเศษ)<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">เสร็จก็ต่อด้วยกาแฟ  หนังสือกับลานปัญญา  รอพี่บางทรายมารับกลับพิษณุโลก  เพราะพี่บางทรายกลับขอนแก่น<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">เดี๋ยวก็ได้นั่งคุยกับพี่บางทรายกับพี่ตุ๊ (คงไม่พูดคนเดียวหรอก&#8230;อิอิ)<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">กลับถึงบ้านก็ได้เจอแม่นุกับน้องอ้ายแล้ว<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">นึกถึงวันที่ผ่านมา  ไม่ต้องย้อนกลับไปนาน  เดี๋ยวเขียนไม่จบ<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">วันที่ 18 มิย. อยู่เกาะช้าง  ตอนแรกนึกว่าจะมาจีบสาวพยาบาลไม่ทัน  ทีมเกาะช้างขอเลิกเที่ยงเพราะต้องไปชุมนุมแสดงพลังกัน  ก็เลยเป็นวันวันพิเศษอีกวันหนึ่ง  แวะเยี่ยมนายเสี้ยวที่ระยองเพราะต้องขึ้นรถทัวร์ที่ระยอง  นายเสี้ยวทำงานเลิกเย็นมากเลยไม่ได้เจอกัน  แค่ได้คุยโทรศัพท์และแวะมาที่ระยองก็ถือว่าพิเศษแล้ว<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">วันที่ 19 มิย. เช้าๆน้าอึ่งอ๊อบมารับก็พิเศษมากแล้ว  ได้ไปกินมื้อเช้ากับหมอเจ๊  อุ๊ยจั๋นตาอีก<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">สายๆก็เจอครูบา  ป้าจุ๋ม  พี่บางทราย  พี่ตุ๊  รอกอด  ครูอึ่ง  อาราม เบิร์ด  ได้เจอสาวพยาบาลที่เคยไปอบรมกันมา (พิเศษได้เจอ อ. กิ่ง  อ. หมู  อิอิ )  ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสาวพยาบาล  ชอบเรื่องปลูกต้นไม้กับโยนซาลาเปาให้หมากิน  ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆ<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">อย่าเพิ่งงอนครับ อ. หลินฮุ่ยที่เคารพ  แยกมาพูดถึงเพราะพิเศษสุดๆ  อิอิ  สุดยอดของทริปนี้ก็คือได้ใกล้ชิดกับ อ. หลินฮุ่ยที่เคารพ  ได้เรียนรู้อะไรๆจากท่านมากครับ<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">วันที่ 20 มิย.  อุ๊ยจั๋นตามารับที่บ้าน  ได้เดินทางไปวัดพระบาทห้วยต้มพร้อมลูกสาวอุ๊ย 2 คน  น่ารักมาก (เขียนบันทึกในลานปัญญาแล้วทั้ง 2 คนด้วย )  ไปช้ากว่ากำหนด  เพราะมีเหตุขัดข้องเล็กน้อย  แต่ก็ทันร่วมกิจกรรม<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">ได้เจอป้านิดและครอบครัว  ได้เจอ อ.แฮนดี้กับเพื่อน<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">ตอนแรกไม่มีจังหวะปลูกต้นไม้  แต่ตอนบ่ายก็ได้ปลูกสมใจนึก  มีความสุขมาก<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">มาครั้งนี้ได้เรียนรู้ว่า  การทำอะไรๆร่วมกัน  อาจไม่ได้ครบถ้วนตามที่กำหนดเอาไว้  แต่ถ้าเราทุกคนทำอย่างมีความสุขก็น่าจะพอใจ  ความสำคัญอยู่ที่ได้ร่วมกิจกรรมด้วยกันอย่างมีความสุข  ได้เรียนรู้อะไรๆเพิ่มเติม  ไม่ใชผลงานที่ดีเลิศแต่จิตใจผู้คนบาดเจ็บ<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">ถ้าเราทำงานโดยมุ่งที่ผลงาน  ตัวชี้วัด  มันจะแข็งและขาดหัวจิตหัวใจ  ผลงานอาจจะดีเลิศ ????  แต่ผู้คนบาดเจ็บด้านจิตใจ  เราจะมีโอกาสทำงานร่วมกันอีกไหม ?<br />
</span></p>
<p><span style="font-family:Tahoma; font-size:16pt">ถ้าเราทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข  ได้เรียนรู้เพิ่มเติมกัน  มากบ้างน้อยบ้าง  ผลงานอาจจะธรรมดาๆ(แต่พิเศษ)  แต่เราสามารถจะร่วมกันทำงานที่ดีขึ้นในอนาคตได้อีก  แถมทีมที่ทำก็มากขึ้นเรื่อยๆ  ไม่ใช่น้อยลงๆๆ  อิอิ   </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/21/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%ad%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 7 ถังหมักหรือคอกหมักปุ๋ย</title>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-7/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-7/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2009 05:03:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>จอมป่วน</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-7/</guid>
		<description><![CDATA[เทศบาล นครพิษณุโลกได้ทดลองถังหมักและคอกหมักมาหลายแบบ แบบที่ใช้ไม้ทำก็สวยดีแต่จะผุพังง่าย อายุใช้งานสั้น ชาวบ้านนิยมใช้วงบ่อคอนกรีตมาเป็นถังหมัก และใช้อิฐบล็อกมาทำเป็นคอกหมักครับ

 คราว นี้มาลองดูว่าจะใช้ถังหมักปุ๋ยหรือคอกหมักปุ๋ยแบบไหนดี  ก็เลยรวบรวมถังหมักปุ๋ยและคอกหมักปุ๋ยมาให้ดูเล่น  ชอบแบบไหนก็ลองนำไปประยุกต์ใช้เอง  ใครมีอะไรดีๆก็แนะนำมาหน่อยนะครับ

    
เทศบาลนครพิษณุโลกได้ทดลองถังหมักและคอกหมักมาหลายแบบ  แบบที่ใช้ไม้ทำก็สวยดีแต่จะผุพังง่าย  อายุใช้งานสั้น  ชาวบ้านนิยมใช้วงบ่อคอนกรีตมาเป็นถังหมัก  และใช้อิฐบล็อกมาทำเป็นคอกหมักครับ

   

 ถ้าอยากให้สวยหน่อยก็คงต้องประยุกต์เอาจากที่ใช้ในต่างประเทศ  บ้านเรายังไม่เห็นมีขายครับครับ

   

 ถ้าขี้เกียจกลับกองอาจต้องใช้แบบนี้ครับไม่ต้องลำบากกลับกองหมัก

  

 หรือจะใช้แบบที่ใช้ทำปุ๋ยหมักในบ้านก็ได้นะครับ  จะเอาแบบของฝรั่ง

   

 หรือแบบที่ใช้ในญี่ปุ่นก็ได้นะครับ

 แต่แนะนำว่าควรจะทดลองทำโดยใช้วงบ่อคอนกรีตก่อนนะครับ  ไม่ค่อยสวยแต่ราคาไม่แพง  ทดลองทำในสวนหลังบ้านคงไม่น่าเกลียดเท่าไหร่  วันหลังเก่งแล้ว  มีประสบการณ์มากแล้วจะประยุกต์ออกแบบใช้เองสวยๆก็ได้นะครับ

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">เทศบาล นครพิษณุโลกได้ทดลองถังหมักและคอกหมักมาหลายแบบ แบบที่ใช้ไม้ทำก็สวยดีแต่จะผุพังง่าย อายุใช้งานสั้น ชาวบ้านนิยมใช้วงบ่อคอนกรีตมาเป็นถังหมัก และใช้อิฐบล็อกมาทำเป็นคอกหมักครับ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> คราว นี้มาลองดูว่าจะใช้ถังหมักปุ๋ยหรือคอกหมักปุ๋ยแบบไหนดี  ก็เลยรวบรวมถังหมักปุ๋ยและคอกหมักปุ๋ยมาให้ดูเล่น  ชอบแบบไหนก็ลองนำไปประยุกต์ใช้เอง  ใครมีอะไรดีๆก็แนะนำมาหน่อยนะครับ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-71.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-72.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-73.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-74.jpg" alt="" /><br />
เทศบาลนครพิษณุโลกได้ทดลองถังหมักและคอกหมักมาหลายแบบ  แบบที่ใช้ไม้ทำก็สวยดีแต่จะผุพังง่าย  อายุใช้งานสั้น  ชาวบ้านนิยมใช้วงบ่อคอนกรีตมาเป็นถังหมัก  และใช้อิฐบล็อกมาทำเป็นคอกหมักครับ<br />
</span><span id="more-86"></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-75.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-76.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-77.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> ถ้าอยากให้สวยหน่อยก็คงต้องประยุกต์เอาจากที่ใช้ในต่างประเทศ  บ้านเรายังไม่เห็นมีขายครับครับ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-78.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-79.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-710.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> ถ้าขี้เกียจกลับกองอาจต้องใช้แบบนี้ครับไม่ต้องลำบากกลับกองหมัก<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-711.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-712.gif" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> หรือจะใช้แบบที่ใช้ทำปุ๋ยหมักในบ้านก็ได้นะครับ  จะเอาแบบของฝรั่ง<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-713.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-714.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0502-715.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> หรือแบบที่ใช้ในญี่ปุ่นก็ได้นะครับ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> แต่แนะนำว่าควรจะทดลองทำโดยใช้วงบ่อคอนกรีตก่อนนะครับ  ไม่ค่อยสวยแต่ราคาไม่แพง  ทดลองทำในสวนหลังบ้านคงไม่น่าเกลียดเท่าไหร่  วันหลังเก่งแล้ว  มีประสบการณ์มากแล้วจะประยุกต์ออกแบบใช้เองสวยๆก็ได้นะครับ<br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-7/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 6 การเลือกสถานที่</title>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-6/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-6/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2009 04:59:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>จอมป่วน</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-6/</guid>
		<description><![CDATA[สถาน ที่ที่จะใช้หมักปุ๋ยไม่ควรอยู่ห่างจากบ้านมากเกินไป เพราะจะไม่สดวกเวลานำวัสดุต่างๆไปใส่ในถังหมัก ควรให้อยู่ในที่ที่ระบายน้ำได้ดี ควรอยู่ไม่ห่างจากก๊อกน้ำหรือแหล่งน้ำ ไม่ควรตั้งคอกหมักหรือถังหมักในที่โล่ง และควรตั้งอยู่บนพื้นดิน

 ตอนนี้คงทราบปัจจัยที่สำคัญในการหมักปุ๋ยแล้วนะครับ  ที่เล่าให้ฟังเป็นการหมักปุ๋ยที่บ้าน (  Backyard Composting )  ถ้าสนใจจะทำก็เริ่มกันเลยนะครับ  เริ่มกันที่การเลือกสถานที่นะครับ

 สถานที่ที่จะใช้หมักปุ๋ยควรให้ห่างจากบ้านหรือรั้วบ้านเล็กน้อย  แต่ไม่ควรห่างมากเกินไป  เพราะจะไม่สดวกเวลานำวัสดุต่างๆไปใส่ในถังหมัก  และถ้าห่างมากเกินไปเราก็จะไม่ค่อยไปดูแล

 ควรให้อยู่ในที่ที่ระบายน้ำได้ดี  น้ำไม่ท่วม  เพราะถ้าคอกหมักหรือถังหมักถูกน้ำท่วมก็จะทำให้เกิดการบูดเน่าแทนที่จะเกิดการย่อยสลายตามธรรมชาติ

 

 ควรอยู่ไม่ห่างจากก๊อกน้ำหรือแหล่งน้ำ  เพราะบางครั้งถ้ากองหมักแห้งเกินไป  อาจจำเป็นต้องเติมน้ำลงในกองหมักเพื่อให้มีความชื้นที่เหมาะสม

 บ้านเราแดดค่อนข้างจัด  ไม่ควรตั้งคอกหมักหรือถังหมักในที่โล่ง  เพราะอาจทำให้กองหมักแห้งเกินไป  ทำให้ต้องคอยเติมน้ำเพื่อเพิ่มความชื้นให้กับกองหมัก   ควรตั้งไว้ใต้ร่มไม้เพื่อให้มีแดดรำไร           

 ถังหมักหรือคอกหมักควรตั้งอยู่บนพื้นดิน  ไม่ควรตั้งบนพื้นปูนหรือคอนกรีต  เพราะจะช่วยให้น้ำส่วนเกินซึมลงดินได้  และจะได้ประโยชน์จากใส้เดือน หนอนและจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในดิน

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">สถาน ที่ที่จะใช้หมักปุ๋ยไม่ควรอยู่ห่างจากบ้านมากเกินไป เพราะจะไม่สดวกเวลานำวัสดุต่างๆไปใส่ในถังหมัก ควรให้อยู่ในที่ที่ระบายน้ำได้ดี ควรอยู่ไม่ห่างจากก๊อกน้ำหรือแหล่งน้ำ ไม่ควรตั้งคอกหมักหรือถังหมักในที่โล่ง และควรตั้งอยู่บนพื้นดิน<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> ตอนนี้คงทราบปัจจัยที่สำคัญในการหมักปุ๋ยแล้วนะครับ  ที่เล่าให้ฟังเป็นการหมักปุ๋ยที่บ้าน (  Backyard Composting )  ถ้าสนใจจะทำก็เริ่มกันเลยนะครับ  เริ่มกันที่การเลือกสถานที่นะครับ<br />
</span><span id="more-70"></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> สถานที่ที่จะใช้หมักปุ๋ยควรให้ห่างจากบ้านหรือรั้วบ้านเล็กน้อย  แต่ไม่ควรห่างมากเกินไป  เพราะจะไม่สดวกเวลานำวัสดุต่างๆไปใส่ในถังหมัก  และถ้าห่างมากเกินไปเราก็จะไม่ค่อยไปดูแล<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> ควรให้อยู่ในที่ที่ระบายน้ำได้ดี  น้ำไม่ท่วม  เพราะถ้าคอกหมักหรือถังหมักถูกน้ำท่วมก็จะทำให้เกิดการบูดเน่าแทนที่จะเกิดการย่อยสลายตามธรรมชาติ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0459-61.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> ควรอยู่ไม่ห่างจากก๊อกน้ำหรือแหล่งน้ำ  เพราะบางครั้งถ้ากองหมักแห้งเกินไป  อาจจำเป็นต้องเติมน้ำลงในกองหมักเพื่อให้มีความชื้นที่เหมาะสม<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> บ้านเราแดดค่อนข้างจัด  ไม่ควรตั้งคอกหมักหรือถังหมักในที่โล่ง  เพราะอาจทำให้กองหมักแห้งเกินไป  ทำให้ต้องคอยเติมน้ำเพื่อเพิ่มความชื้นให้กับกองหมัก   ควรตั้งไว้ใต้ร่มไม้เพื่อให้มีแดดรำไร          <span style="color: blue;"> </span><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><span style="color: blue;"> </span>ถังหมักหรือคอกหมักควรตั้งอยู่บนพื้นดิน  ไม่ควรตั้งบนพื้นปูนหรือคอนกรีต  เพราะจะช่วยให้น้ำส่วนเกินซึมลงดินได้  และจะได้ประโยชน์จากใส้เดือน หนอนและจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในดิน<br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-6/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 5 ขนาดของกองหมัก</title>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-5/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2009 04:57:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>จอมป่วน</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-5/</guid>
		<description><![CDATA[การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 5 ขนาดของกองหมัก

ในการทำปุ๋ยหมักจะคล้ายๆการทำเหล้า คือหมักเสร็จแล้วต้องมีการบ่มต่ออีกสักระยะหนึ่ง ถ้าบ่มจนได้ที่ มีรสกลมกล่อม

ปัจจัยที่สนับสนุนการหมัก
1. สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว
2. อากาศ
3. ความชื้น
4. ขนาดของกอง


ถ้าพูดในเชิงทฤษฎีก็คือ  Optimum Composting Conditions
1.  Carbon : Nitrogen  &#60;&#62; 30 : 1
2.  Oxygen  &#62; 5 %
3.  Moisture   40-60 %
4.  Temperature  90-140 F


ขนาดของกองหมัก จะมีส่วนควบคุมอุณหภูมิ – Temperature
 ในการทำปุ๋ยหมัก  นอกจากการใช้วัสดุสีน้ำตาลและสีเขียวให้ได้สัดส่วนมีอากาศเข้าไปในกองหมัก  มีความชื้นที่เหมาะสมความชื้นแล้ว  ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือขนาดของกองหมัก  ถ้ากองหมักมีขนาดเล็กเกินไปก็ไม่สามารถควบคุมความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม ไว้ได้  ขนาดของกองหมักควรมีขนาดอย่างน้อย 1 ลูกบากศ์เมตร   แต่ถ้าขนาดใหญ่เกินไปก็จะมีปัญหาที่อากาศไมาสามารถเข้าไปในกลางกองหมักได้  ก็จะเกิดการบูดเน่าของกองหมักเพราะอยู่ในสภาพที่ไม่มีอากาศหรือ Oxygen
ในการทำปุ๋ยหมัก  ถ้าทำได้ถูกต้องกองหมักจะมีอุณภูมิสูงถึง 90-140 องศาฟาเรนไฮต์   ซึ่งจะสามารถทำลายเชื้อโรคและเมล็ดพันธุ์ของพืชที่มีอยู่ในกองหมักได้



 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 5 ขนาดของกองหมัก<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">ในการทำปุ๋ยหมักจะคล้ายๆการทำเหล้า คือหมักเสร็จแล้วต้องมีการบ่มต่ออีกสักระยะหนึ่ง ถ้าบ่มจนได้ที่ มีรสกลมกล่อม<span id="more-68"></span><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><span style="color: blue;"><strong>ปัจจัยที่สนับสนุนการหมัก</strong></span><br />
1. สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว<br />
2. อากาศ<br />
3. ความชื้น<br />
4. ขนาดของกอง<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
<span style="color: blue;"><strong>ถ้าพูดในเชิงทฤษฎีก็คือ  Optimum Composting Conditions</strong></span></p>
<p>1.  Carbon : Nitrogen  &lt;&gt; 30 : 1<br />
2.  Oxygen  &gt; 5 %<br />
3.  Moisture   40-60 %<br />
4.  Temperature  90-140 F<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
<span style="color: blue;"><strong>ขนาดของกองหมัก จะมีส่วนควบคุมอุณหภูมิ – Temperature<br />
</strong></span> ในการทำปุ๋ยหมัก  นอกจากการใช้วัสดุสีน้ำตาลและสีเขียวให้ได้สัดส่วนมีอากาศเข้าไปในกองหมัก  มีความชื้นที่เหมาะสมความชื้นแล้ว  ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือขนาดของกองหมัก  ถ้ากองหมักมีขนาดเล็กเกินไปก็ไม่สามารถควบคุมความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม ไว้ได้  ขนาดของกองหมักควรมีขนาดอย่างน้อย 1 ลูกบากศ์เมตร   แต่ถ้าขนาดใหญ่เกินไปก็จะมีปัญหาที่อากาศไมาสามารถเข้าไปในกลางกองหมักได้  ก็จะเกิดการบูดเน่าของกองหมักเพราะอยู่ในสภาพที่ไม่มีอากาศหรือ Oxygen<br />
ในการทำปุ๋ยหมัก  ถ้าทำได้ถูกต้องกองหมักจะมีอุณภูมิสูงถึง 90-140 องศาฟาเรนไฮต์   ซึ่งจะสามารถทำลายเชื้อโรคและเมล็ดพันธุ์ของพืชที่มีอยู่ในกองหมักได้<br />
</span></p>
<p><img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0457-51.jpg" alt="" /><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"></p>
<p></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> ถ้ากลับกองหมักบ่อยๆทุกวันหรือวันเว้นวันก็อาจได้ปุ๋ยที่พอจะนำไปใช้ได้เร็ว ( 30-45 วัน )  แต่ถ้ากลับทุกอาทิตย์อาจได้ปุ๋ยที่พอจะนำไปใช้ได้ในเวลา 60-90 วัน  ถ้าการย่อยสลายสมบูรณ์แล้วอุณหภูมิจะลดลงจนไม่มีความร้อนเกิดขึ้นอีกภายใน กอง<br />
ในการทำปุ๋ยหมักจะคล้ายๆการทำเหล้า  คือหมักเสร็จแล้วต้องมีการบ่มต่ออีกสักระยะหนึ่ง  ในการทำปุ๋ยหมักให้สมบูรณ์จริงๆคือปฏิกริยาต่างๆเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ต้องใช้ เวลานานถึง 270 วัน  (  เหมือนสุราชั้นยอดที่บ่มจนได้ที่  มีรสกลมกล่อม  อิอิ )   แต่เอาว่าเป็นปุ๋ยที่พอจะนำไปใช้ได้  ( เป็นเหล้าก็ยังบาดคอหน่อย )  ก็ใช้เวลา 60-90 วันก็พอ<br />
ปุ๋ยที่มีคุณภาพดีแล้ว ( Mature )  จะมีลักษณะเป็นเกล็ดสีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำ  ค่อนข้างแห้ง  ไม่เกิดความร้อนภายในกองหมักแล้ว  ไม่มีความเป็นกรดหรือด่าง  มีสารอาหารพอประมาณ  สามารถนำไปใช้เป็นสารอาหารและปรับปรุงคุณภาพดินทางกายภาพ ( ทำให้ดินร่วนซุย ) ได้<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0457-52.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-5/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 4 ความชื้น</title>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-4/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-4/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2009 04:53:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>จอมป่วน</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-4/</guid>
		<description><![CDATA[ใน การทำปุ๋ยหมัก นอกจากต้องใช้วัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวให้ได้สัดส่วน ดูแลให้มีอากาศเข้าไปในกองหมัก ต้องคอยดูแลความชื้นให้พอดี การหมักจึงจะได้ผลดีและใช้เวลาน้อย

ปัจจัยที่สนับสนุนการหมัก
 1. สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว
2. อากาศ
3. ความชื้น
4. ขนาดของกอง

ถ้าพูดในเชิงทฤษฎีก็คือ  Optimum Composting Conditions
 1.  Carbon : Nitrogen  &#60;&#62; 30 : 1
2.  Oxygen  &#62; 5 %
3.  Moisture   40-60 %
4.  Temperature  90-140 F


ความชื้น  Moisture 40-60%

 ในการทำปุ๋ยหมัก  นอกจากการใช้วัสดุสีน้ำตาลและสีเขียวให้ได้สัดส่วนและต้องให้มีอากาศเข้าไป ในกองหมักแล้ว  ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือความชื้น  ถ้ากองหมักแห้งเกินไป  การย่อยสลายก็จะใช้เวลานานขึ้น  ถ้าแฉะหรือมีความชื้นมากเกินไป  จะทำให้อากาศเข้าไปในกองหมักได้น้อยลง  ทำให้เกิดการบูดเน่าแทนการย่อยสลายแบบมี Oxygen


การเลือกสถานที่ก็มีความสำคัญ  ในประเทศที่มีอากาศหนาวอาจต้องวางถังหมักไว้กลางแจ้งเพื่อให้ได้รับแสงแดด  เป็นการลดความชื้นให้กับกองหมัก  แต่ในประเทศที่มีอากาศร้อน  ควรวางถังหมักไว้ในที่ร่มที่มีแดดรำไร  เพื่อไม่ให้กองหมักแห้งหรือมีความชื้นน้อยเกินไป
การควบคุมความชื้น

 กรณีที่กองหมักแห้งหรือมีความชื้นน้อยเกินไป  อาจเติมวัสดุสีเขียวเพิ่มลงไปในกองแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันเพื่อเพิ่มความ ชื้นให้กับกอง  หรือพรมน้ำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">ใน การทำปุ๋ยหมัก นอกจากต้องใช้วัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวให้ได้สัดส่วน ดูแลให้มีอากาศเข้าไปในกองหมัก ต้องคอยดูแลความชื้นให้พอดี การหมักจึงจะได้ผลดีและใช้เวลาน้อย<br />
</span><span id="more-65"></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><span style="color: blue;"><strong>ปัจจัยที่สนับสนุนการหมัก</strong><br />
</span> 1. สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว<br />
2. อากาศ<br />
3. ความชื้น<br />
4. ขนาดของกอง</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
<strong><span style="color: blue;">ถ้าพูดในเชิงทฤษฎีก็คือ  Optimum Composting Conditions</span></p>
<p></strong> 1.  Carbon : Nitrogen  &lt;&gt; 30 : 1<br />
2.  Oxygen  &gt; 5 %<br />
3.  Moisture   40-60 %<br />
4.  Temperature  90-140 F<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
<span style="color: blue;"><strong>ความชื้น  Moisture 40-60%</strong></span></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><span style="color: blue;"><strong><br />
</strong></span> ในการทำปุ๋ยหมัก  นอกจากการใช้วัสดุสีน้ำตาลและสีเขียวให้ได้สัดส่วนและต้องให้มีอากาศเข้าไป ในกองหมักแล้ว  ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือความชื้น  ถ้ากองหมักแห้งเกินไป  การย่อยสลายก็จะใช้เวลานานขึ้น  ถ้าแฉะหรือมีความชื้นมากเกินไป  จะทำให้อากาศเข้าไปในกองหมักได้น้อยลง  ทำให้เกิดการบูดเน่าแทนการย่อยสลายแบบมี Oxygen<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
การเลือกสถานที่ก็มีความสำคัญ  ในประเทศที่มีอากาศหนาวอาจต้องวางถังหมักไว้กลางแจ้งเพื่อให้ได้รับแสงแดด  เป็นการลดความชื้นให้กับกองหมัก  แต่ในประเทศที่มีอากาศร้อน  ควรวางถังหมักไว้ในที่ร่มที่มีแดดรำไร  เพื่อไม่ให้กองหมักแห้งหรือมีความชื้นน้อยเกินไป</p>
<p><strong><span style="color: blue;">การควบคุมความชื้น</span></strong></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><strong><br />
</strong> กรณีที่กองหมักแห้งหรือมีความชื้นน้อยเกินไป  อาจเติมวัสดุสีเขียวเพิ่มลงไปในกองแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันเพื่อเพิ่มความ ชื้นให้กับกอง  หรือพรมน้ำ (  ไม่ใช่รดน้ำ )  ให้กับกองหมัก  ถ้ากองหมักโดนแดดมากเกินไป  อาจต้องปิดฝาถังหมักหรือย้ายถังหมักเข้าในร่ม<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0453-41.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> กรณีที่กองหมักแฉะหรือมีความชื้นมากเกินไป  ก็อาจเติมวัสดุสีน้ำตาลเพิ่มลงไปในกองหมักแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันเพื่อลด ความชื้นให้กับกองหมัก  หรือย้ายถังหมักออกกลางแจ้ง  เปิดฝาถังหมักให้ได้รับแสงแดด  หรือคอยพลิกกลับกอง  เพื่อลดความชื้นให้กับกองหมัก<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
ในการทดลองหรือถ้าทำเป็นธุรกิจ  อาจใช้เครื่องวัดความชื้นเพื่อควบคุมให้ได้ความชื้นที่ 40-60%  แต่ถ้าทำที่บ้าน ( Backyard Composting )  ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องวัดความชื้น  แต่อาศัยการสังเกตดูกองหมักและใช้มือจับดูว่ากองหมักแห้งเกินไปหรือชื้นเกิน ไป   ถ้าจับกองหมักดูแล้วรู้สึกว่าแห้งกรอบแกรบก็แสดงว่าแห้งหรือมีความชื้นน้อย เกินไป   กองหมักที่ดีควรมีให้ความรู้สึกเหมือนผ้าที่แห้งหมาดๆ   ถ้าลองบีบดูก็ไม่ควรมีน้ำหยดออกมา  ถ้ามีก็แสดงว่ามีความชื้นมากเกินไป<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><strong>สรุป</strong> ใน การทำปุ๋ยหมัก  นอกจากต้องใช้วัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวให้ได้สัดส่วน  ดูแลให้มีอากาศเข้าไปในกองหมัก  ต้องคอยดูแลความชื้นให้พอดี  การหมักจึงจะได้ผลดีและใช้เวลาน้อย<br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-4/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 3 อากาศ</title>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2009 04:50:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>จอมป่วน</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3/</guid>
		<description><![CDATA[ใน การหมักปุ๋ย นอกจากผสมวัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวให้ได้สัดส่วนแล้ว ต้องดูแลให้อากาศเข้าไปในกองหมักได้ดี ด้วยการใช้วัสดุที่มีขนาดเหมาะสม ต้องคอยกลับกองหมักทุก 5-7 วัน และต้องดูแลอย่าให้กองหมักแฉะหรือมีความชื้นมากเกินไป

ปัจจัยที่สนับสนุนการหมัก
 1. สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว
2. อากาศ
3. ความชื้น
4. ขนาดของกอง


ถ้าพูดในเชิงทฤษฎีก็คือ  Optimum Composting Conditions
1.  Carbon : Nitrogen  &#60;&#62; 30 : 1
2.  Oxygen  &#62; 5 %
3.  Moisture   40-60 %
4.  Temperature  90-140 F


อากาศ  -  Oxygen &#62; 5%
 ในการทำปุ๋ยหมัก  นอกจากจะต้องผสมวัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว  สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือต้องมีอากาศเข้าไปในกองหมัก  หรือต้องให้มี Oxygen เข้าไปในกองหมักมากพอสมควร  จึงจะเกิดการหมักหรือการย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยหมัก
ในการหมัก  จุลินทรีย์ต้องการ Oxygen  เพื่อทำให้เกิดการย่อยสลายตามธรรมชาติ  เรียกว่าเกิด Aerobic Raction ตามสมการ




และในกระบวนการนี้จะไม่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเพราะเกิดคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ


แต่ถ้ากระบวนการนี้ไม่มี อากาศ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">ใน การหมักปุ๋ย นอกจากผสมวัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวให้ได้สัดส่วนแล้ว ต้องดูแลให้อากาศเข้าไปในกองหมักได้ดี ด้วยการใช้วัสดุที่มีขนาดเหมาะสม ต้องคอยกลับกองหมักทุก 5-7 วัน และต้องดูแลอย่าให้กองหมักแฉะหรือมีความชื้นมากเกินไป<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><span style="color: blue;"><strong>ปัจจัยที่สนับสนุนการหมัก<br />
</strong></span> 1. สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว<br />
2. อากาศ<br />
3. ความชื้น<br />
4. ขนาดของกอง<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
<span style="color: blue;"><strong>ถ้าพูดในเชิงทฤษฎีก็คือ  Optimum Composting Conditions</strong></span></p>
<p>1.  Carbon : Nitrogen  &lt;&gt; 30 : 1<br />
2.  Oxygen  &gt; 5 %<br />
3.  Moisture   40-60 %<br />
4.  Temperature  90-140 F<br />
</span><span id="more-63"></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
<span style="color: blue;"><strong>อากาศ  -  Oxygen &gt; 5%<br />
</strong></span> ในการทำปุ๋ยหมัก  นอกจากจะต้องผสมวัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว  สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือต้องมีอากาศเข้าไปในกองหมัก  หรือต้องให้มี Oxygen เข้าไปในกองหมักมากพอสมควร  จึงจะเกิดการหมักหรือการย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยหมัก<br />
ในการหมัก  จุลินทรีย์ต้องการ Oxygen  เพื่อทำให้เกิดการย่อยสลายตามธรรมชาติ  เรียกว่าเกิด Aerobic Raction ตามสมการ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
<img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0450-31.jpg" alt="" /></p>
<p></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">และในกระบวนการนี้จะไม่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเพราะเกิดคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
แต่ถ้ากระบวนการนี้ไม่มี อากาศ หรือ Oxygen  ก็จะเกิดการบูดเน่า  เรียกว่าเกิด Anaerobic Digestion  ตามสมการ<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
<img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0450-32.jpg" alt="" /><br />
กระบวนการนี้  จะเกิดก๊าซมีเทน  ไฮโดรเจนซัลไฟด์  และแอมโมเนีย  ทำให้เกิดการบูดเน่าแทนการย่อยสลายตามธรรมชาติหรือการหมัก<br />
ส่วนมากจะเข้าใจผิด  เวลาทำปุ๋ยหมักก็กลัวว่าจะมีกลิ่นเหม็นเลยหาภาชนะที่มิดชิด  ปิดฝาให้สนิท  อากาศเข้าไปไม่ได้  เลยยิ่งเหม็นมากขี้น<br />
ในการหมัก  ขนาดของวัสดุที่ใช้ต้องอย่าให้ละเอียดเกินไป  เพราะถ้ามีขนาดเล็กเกินไปก็จะทำให้กองแน่น  อากาศเข้าไปในกองหมักลำบาก<br />
เวลาหมักไปสักระยะหนึ่งก็เกิดการย่อยสลาย  กองจะยุบตัวลงมาทำให้กองแน่นขึ้น  อากาศก็จะเข้าไปในกองได้น้อยลง  ทำให้เกิดการบูดเน่าภายในกองหมักได้  จึงจำเป็นต้องกลับกองหมัก  เพื่อให้อากาศเข้าไปในกองได้  ส่วนมากจะแนะนำให้กลับกองหมักทุก 5-7 วัน<br />
ถ้ากองหมักมีความชื้นมากเกินไป ( มีน้ำมาก )  ก็จะเป็นอุปสรรคทำให้อากาศเข้าไปในกองหมักได้น้อย  ทำให้เกิดการบูดเน่าภายในกองหมักได้<br />
<strong>สรุปว่า</strong> ในการหมักปุ๋ย  นอกจากผสมวัสดุสีน้ำตาลและวัสดุสีเขียวให้ได้สัดส่วนแล้ว  ต้องดูแลให้อากาศเข้าไปในกองหมักได้ดี  ด้วยการใช้วัสดุที่มีขนาดเหมาะสม  ต้องคอยกลับกองหมักทุก 5-7 วัน  และต้องดูแลอย่าให้กองหมักแฉะหรือมีความชื้นมากเกินไป<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-3/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การทำปุ๋ยหมัก ( Composting ) ตอนที่ 2 สัดส่วนวัสดุที่ใช้</title>
		<link>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2009 04:46:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>จอมป่วน</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่ได้จัดหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/</guid>
		<description><![CDATA[การหมักจะเกิดขึ้นได้เร็วและมีประสิทธิภาพต้องมีสัดส่วนของวัสดุสีน้ำตาลและ วัสดุสีเขียวที่เหมาะสม ในเชิงทฤษฎีก็คือต้องผสมกันให้ได้สัดส่วน C:N ratio ( Carbon : Nitrogen ratio) ประมาณ 30:1 โดยน้ำหนัก

ต่อจากตอนที่ 1

ปัจจัยที่สนับสนุนการหมัก


 1. สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว
2. อากาศ
3. ความชื้น
4. ขนาดของกอง

ถ้าพูดในเชิงทฤษฎีก็คือ  Optimum Composting Conditions

 1.  Carbon : Nitrogen  &#60;&#62; 30 : 1

 2.  Oxygen  &#62; 5 %

 3.  Moisture   40-60 %

 4.  Temperature  90-140 F


สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว


การหมักจะเกิดขึ้นได้เร็วและมีประสิทธิภาพต้องมีสัดส่วนของวัสดุสีน้ำตาลและ วัสดุสีเขียวที่เหมาะสม   ในเชิงทฤษฎีก็คือต้องผสมกันให้ได้สัดส่วน  คือให้ได้  C:N ratio ( Carbon : Nitrogen ratio) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">การหมักจะเกิดขึ้นได้เร็วและมีประสิทธิภาพต้องมีสัดส่วนของวัสดุสีน้ำตาลและ วัสดุสีเขียวที่เหมาะสม ในเชิงทฤษฎีก็คือต้องผสมกันให้ได้สัดส่วน C:N ratio ( Carbon : Nitrogen ratio) ประมาณ 30:1 โดยน้ำหนัก<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;">ต่อจากตอนที่ 1</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
<span style="color: blue;"><strong>ปัจจัยที่สนับสนุนการหมัก<br />
</strong></span></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><span style="color: blue;"><strong><br />
</strong></span> 1. สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว<br />
2. อากาศ<br />
3. ความชื้น<br />
4. ขนาดของกอง<br />
</span><span id="more-60"></span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><span style="color: blue;"><strong>ถ้าพูดในเชิงทฤษฎีก็คือ  Optimum Composting Conditions</strong></span><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> 1.  Carbon : Nitrogen  &lt;&gt; 30 : 1<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> 2.  Oxygen  &gt; 5 %<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> 3.  Moisture   40-60 %<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> 4.  Temperature  90-140 F<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
<span style="color: blue;"><strong>สัดส่วนวัสดุสีน้ำตาล : วัสดุสีเขียว</strong></span><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
การหมักจะเกิดขึ้นได้เร็วและมีประสิทธิภาพต้องมีสัดส่วนของวัสดุสีน้ำตาลและ วัสดุสีเขียวที่เหมาะสม   ในเชิงทฤษฎีก็คือต้องผสมกันให้ได้สัดส่วน  คือให้ได้  C:N ratio ( Carbon : Nitrogen ratio) ประมาณ  30:1  โดยน้ำหนัก<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> จุลินทรีย์ที่ย่อยสลายอินทรียสารจะใช้ Carbon  เป็นแหล่งพลังงาน  และใช้ Nitrogen  เพื่อสร้างโครงสร้างของเซล<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"><br />
ถ้า อธิบายง่ายๆก็คือเอาของสด ( วัสดุสีเขียว – Green material )  ผสมกับของแห้ง ( วัสดุสีน้ำตาล – Brown material )  ให้พอขลุกขลิก  ไม่แห้งเกินไปหรือไม่แฉะเกินไป    ถ้าแห้งเกินไปก็จะใช้เวลานานขึ้น  ถ้าแฉะเกินไปก็จะเกิดการบูดเน่าแทนที่จะเกิดการหมักหรือย่อยสลายกลายเป็น ปุ๋ย<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0446-21.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0446-22.jpg" alt="" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> ใน การทำปุ๋ยหมักจริงๆเราคงไม่ต้องมานั่งคำนวณให้ได้ C:N ratio  30:1  หรอกนะครับ   ก็ใช้กะๆเอา    ทดลองสักพักก็จะมีความชำนาญเอง  แล้วจะได้สูตรของเราเอง  ที่สะดวกก็จะกะเอาเป็นสัดส่วน 1:1 โดยปริมาตร   หรือ 2:1  หรือ  3:2  เป็นต้น    เพราะถ้าใช้ขี้เลื่อยก็จะใช้น้อยเพราะขี้เลื่อยค่อนข้างแน่น   ถ้าใช้เปลือกถั่ว  หรือเศษกิ่งไม้ก็อาจต้องใช้ปริมาณมากหน่อย<br />
</span></p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0446-23.jpg" alt="" /> <img src="http://lanpanya.com/jogger04/files/2009/06/061552-0446-24.jpg" alt="" /></span></p>
<p>วัสดุที่นำมาทำปุ๋ยควรตัดหรือย่อยให้มีขนาดเล็กลงหน่อย  ถ้าใช้เครื่องตัดก็จะตั้งขนาดได้  ว่าจะเอาขนาด ครึ่งเซ็นติเมตร  หรือขนาดสองสามเซ็นติเมตรแล้วแต่ต้องการเอาไปใช้แบบไหน  ถ้าไม่มีเครื่องตัดก็ใช้มีดหรืออุปกรณ์ทำสวนตัดก็ได้  จะทำให้การย่อยสลายหรือการหมักเกิดเร็วขึ้น</p>
<p><span style="font-size: 16pt; font-family: Tahoma;"> โปรดติดตามตอนต่อไปครับ<br />
</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/jogger04/2009/06/15/%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
