<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>คนเคยอ้วน</title>
	<link>http://lanpanya.com/jogger02</link>
	<description>Just another ลานปัญญา weblog</description>
	<lastBuildDate>Sun, 15 Nov 2009 13:50:52 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ควันหลงจาก Waist Size Story</title>
		<description>เคยเขียนเล่าเรื่อง “ทางออกของคนอ้วนลงพุง Fighting Deep Belly Fat ” ไว้ในบันทึก เรื่องของคนเอาจริง  ไว้ในลานจอมป่วน

เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้อยากทำโครงการลดน้ำหนักอย่างเป็นเรื่องเป็นราว  แบบว่าทำให้สำเร็จและได้ผลระยะยาว  เป็นต้นแบบเพื่อขยายผลในเทศบาลนครพิษณุโลก  องค์กรอื่นๆสนใจจะเอาไปทำด้วยก็ไม่ว่า  เพราะจะใช้หลักของการทำแบบง่ายๆ (Simplicity)  แต่ทำจริงจัง  ถูกวิธี  และทำแบบมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมโครงการ

ช่วงนี้เลยสนใจศึกษาเรื่องราวของวงการลดน้ำหนัก  วิธีการใหม่ๆ  แต่ที่สนใจมากคงจะเป็นเรื่องของวิธีการปฏิบัติที่ได้ผล  อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้การลดน้ำหนักได้ผล

เปิดดูเว็บไซต์ต่างๆส่วนมากก็จะเป็นเรื่องของธุรกิจ  ขายยา  ขายอาหารเสริม  โฆษณา Fitness Center  หรือไม่ก็เป็นหลักสูตรลดน้ำหนักระยะสั้นที่ต้องเสียเงินจำนวนมาก  ที่เป็นโครงการของหน่วยงานรัฐก็มักจะเป็นแบบไฟไหม้ฟาง  มีงบประมาณก็เห่อๆทำกัน  ที่จะทำต่อเนื่องระยะยาวก็ไม่ค่อยเห็น

ที่ประทับใจมากเห็นจะเป็นเรื่องราวของทีมงานของ Amakasaki City  ของญี่ปุ่น  ที่ทำเรื่องนี้อย่างจริงจังและเปิดบริการเชิงรุก  จนเป็นต้นแบบระดับชาติ  ชอบที่ทีมงานของเทศบาลออกไปแนะนำจักษุแพทย์ที่มีปัญหาน้ำหนักเกินถึงคลินิก  มีการแนะนำ  ให้เอกสารและไปติดตามผลการปฏิบัติถึงคลินิก  ทั้งนี้เพราะทางญี่ปุ่นออกเป็นกฎหมายให้บริษัทต่างๆและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบันทึกรอบเอวของคนที่มีอายุ 40-74 ปี (คิดเป็น 44% ของประชากร )  โดยเกณฑ์ของญี่ปุ่นใช้มาตรฐาน  ชายไม่เกิน 33.5 นิ้ว  และหญิงไม่เกิน ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger02/2009/11/15/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-waist-size-story/</link>
			</item>
	<item>
		<title>หยุดคิดก่อนกิน</title>
		<description>ลองดู Slide ต่อไปนี้หน่อยนะครับ





เมื่อ  20 ปีก่อน  Cheesecake จะมีขนาดแค่ 3 ออนซ์  ให้พลังงาน 260 แคลอรีแต่ปัจจุบัน  Cheesecake  มีขนาด  7 ออนซ์  ให้พลังงานถึง  640 แคลอรี  สรุปคือปัจจุบัน Cheesecake มีขนาดใหญ่ขึ้นและให้พลังงานมากขึ้นถึง  380 แคลอรี

ถ้าเราออกกำลังกายด้วยการเล่นเทนนิส  ต้องเล่นนาน 55 นาทีถึงจะใช้พลังงานส่วนเกิน 380 แคลอรีนี้หมด  ถ้า Cheesecake ทั้งชิ้น 640 แคลอรีก็ต้องใช้เวลามากขึ้นอีกเป็น  1 ชั่วโมงครึ่งครับ



อย่างนี้ก่อนจะกินอะไรก็คงต้องคิดให้หนักหน่อยนะครับ </description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger02/2009/01/29/%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ( 5 ) การกิน</title>
		<description>วันนี้จะเล่าเรื่องขนมหวาน ของว่าง โดยเฉพาะเวลานั่งคุยกันหรือนั่งดูโทรทัศน์

เอา เรื่องขนมหวาน ของหวานก่อน เป็นคนที่ชอบมากๆ เวลากินข้าวเสร็จ ถ้าไม่ได้กินขนมหวานหรือของหวานจะรู้สึกเหมือนยังกินไม่อิ่ม พอเริ่มลดน้ำหนักตัวก็เริ่มปฏิบัติการลดขนมหวาน ของหวาน เป็นพ่อบ้านอาหารถุงครับ (กำลังจะเปลี่ยนเป็นหิ้วปิ่นโตแทนนะครับ) มีหน้าที่รับลูกสาวกลับบ้านและซื้ออาหารเย็นด้วย ก็เลยซื้อของหวาน ขนมหวานติดมือกลับบ้านด้วยทุกวัน ก็เริ่มด้วยการซื้อน้อยลง เคยซื้อขนมชั้น 2 ชิ้น หม้อแกง 2 ชิ้น สังขยา 2 ชิ้น  วุ้น 2 ชิ้น แถมมันเชื่อมอีกต่างหาก (กินกัน 3 คนเองนะครับ) ก็ค่อยๆลดจำนวนลงทีละน้อย  หรือเคยซื้อกล้วยบวชชี  เต้าส่วน  ข้าวเหนียวกะทิทุเรียนฯ  ทีละ 3 ถุง ก็ลดเหลือ 2 ถุง  เอามาแบ่งกัน 3 คน  มีเท่าไหร่ก็แบ่งกันกินเท่าที่มี  กว่าจะเลิกได้ใช้เวลาพักใหญ่ๆเหมือนกันนะครับ  ปัจจุบันก็นานๆ ซื้อสักครั้ง

ขนม ของว่าง ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger02/2009/01/29/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-5-%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ( 4 ) การกิน</title>
		<description>ถ้า ดื่มน้ำอัดลมอยู่ทุกวันๆละกระป๋อง เพียงแต่เลิกดื่มน้ำอัดลมอย่างเดียว น้ำหนักตัวก็จะลดลงปีละ 4.6 กก. แล้ว ลูกพูดบ่อยๆว่าอยากเห็นลูกๆรับปริญญาไหม ทำให้ต้องเลิกทั้งบุหรี่และเหล้า เวลาไปทานอาหารนอกบ้าน จะไม่คอยถามว่าใครจะดื่มเครื่องดื่มอะไร แต่จะชิงสั่งน้ำเปล่าเลย 

วันนี้ จะมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับน้ำอัดลมนะครับ  เดิมชอบดื่มน้ำอัดลม (ได้ทั้งโค๊กและเป๊บซี่)  ดื่มเกือบทุกวัน ที่บ้านก็มีแช่ไว้ในตู้เย็น พอเริ่มลดน้ำหนักเป็นเรื่องเป็นราวก็ลองคำนวณดูเล่นๆ  น้ำอัดลม 1 ขวด หรือ 1 กระป๋อง (ขนาด 8 ออนซ์ หรือ 240 มล.)  ให้พลังงาน 97 แคลอรี  ถ้าดื่มวันละกระป๋อง  ก็จะให้พลังงานปีละ  35,405 แคลอรี  เทียบเป็นน้ำหนักไขมัน  ประมาณ 4.6 ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger02/2009/01/29/%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-4-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม( 3 ) การกิน</title>
		<description>ต่อ เรื่องการกินนะครับ มื้อเย็นจะเป็นมื้อที่มีปัญหามากที่สุด เพราะคนที่ลดน้ำหนักส่วนมากก็จะเริ่มออกกำลังกายตอนเย็น (ถ้าออกกำลังกายตอนเช้าก็จะเป็นปัญหาอีกแบบนึง) เพราะกลัวว่าจะไม่มีแรงออกกำลัง อาจกินสะสมไว้ตั้งแต่เที่ยงหรือบ่าย หลังจากออกกำลังกายเสร็จก็จะหิวมาก ประเภทว่ากินไก่ได้ทั้งตัว (ตรงนี้มีเคล็ดลับนิดนึงนะครับ  ว่าในการลดน้ำหนักตัว  ให้ออกกำลังกายเบาๆ 60-65% ก็พอ  เพราะถ้าออกกำลังกายหนัก  จะอาจเริ่มมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ  ทำ ให้หิวมากขึ้น) ยิ่งถ้าอยากลดน้ำหนักมากๆ เร็วๆ ก็เลยอดมื้อเย็นไปด้วย ลองตั้งสติคิดดูดีๆนะครับว่าจะไปได้สักกี่น้ำ ถ้าต้องทรมานร่างกายขนาดนี้

ผมพูดตลอดเวลานะครับว่าอย่าหักโหมออกกำลังกาย การออกกำลังกายต้องค่อยๆเพิ่มทั้งความหนัก ความนาน และความถี่  การกินก็ต้องค่อยๆลดปริมาณลงในแต่ละมื้อ ไม่ใช่อดข้าวเป็นมื้อๆ  ร่างกายจะได้ค่อยๆปรับตัว ตอนจะอ้วนปล่อยมาตั้งหลายปี  ตอนลดใจคอจะลดให้ได้ในไม่กี่อาทิตย์ ยากครับ ทรมานร่างกายเปล่าๆ ผลระยะยาวก็ไม่ดีด้วย  สติแตกเมื่อไหร่ก็กลับมาอ้วนกว่าเดิมด้วยซ้ำ บางคนมีความจำเป็นต้องไปงานเลี้ยงบ่อย แถมอาจต้องท่องราตรี อ้างกับทางบ้านว่าเพื่อธุรกิจ เพื่อหน้าที่การงาน เพื่อสังคมฯ ถ้าจะเริ่มลดน้ำหนักก็ต้องค่อยๆปรับตัวนะครับ  เมื่อก่อนก็สูบบุหรี่และกินเหล้าด้วย เลิกทั้งคู่มาได้ 12 ปีแล้ว เพื่อนๆวงเหล้าก็ยังคบกันเหมือนเดิม  ไปกินข้าวเย็นด้วยกันได้ เพื่อนกินเหล้าเราก็น้ำเปล่าตลอดรายการ  เวลา ไปต่อ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger02/2009/01/29/3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ( 2 ) การกิน</title>
		<description> 
วันนี้จะพูดละเอียดเรื่องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการกิน  เรื่องแรกก็จะเกี่ยวข้องกับสัดส่วนของอาหาร  แนะนำให้ลดปริมาณแต่คงสัดส่วนของอาหารไว้นะครับ (คาร์โบไฮเดรต 50-70%  โปรตีน 10-20%  ไขมัน 5-10%  อย่าลืมผักผลไม้นะครับ)   
   
บางคนพยายามหาสูตรการกินสารพัด  เชื่อเถอะว่าความพยายามที่จะกินอะไรมากหรือน้อยกว่าปกติ  จะเดือดร้อนตัวเองและคนรอบข้าง  การกินแป้งน้อยเกินไปหรือมากเกินไปก็ไม่ดีต่อร่างกายทั้งนั้นแหละครับ ยังไงก็ยึดทางสายกลางตามคำสอนของพระพุทธองค์เข้าไว้
   
หลักการหรือแก่นของการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักตัวก็คือการกินให้ครบทุกหมู่  ในปริมาณที่เหมาะสม  พอดีที่จะควบคุมน้ำหนักตัว  ไม่ต้องดิ้นรนหาวิธีที่ทรมานร่างกายหรือวิธีที่พิสดารหรอกครับ  ใช้วิธีที่ง่ายๆ  ได้ผล  ประหยัด  แต่อาจต้องใช้เวลาบ้างดีกว่านะครับ 
  
อีกเรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟังในวันนี้ก็คือเรื่องของมื้ออาหาร  แนะนำให้กินให้ครบทั้ง 3 มื้อ  คือกินทั้งมื้อเช้า  กลางวัน  และเย็น  แนะนำให้กินมื้อเช้าและกลางวันให้มากหน่อย  ให้พอดีกับกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน ส่วนมื้อเย็นถ้าเดิมกินมากก็ค่อยๆลด  เพราะส่วนมากจะกินมื้อเย็นมากเกินความต้องการ  (รวมสุรายาเมาด้วย) หลังมื้อเย็นก็ฝึกไม่กินอะไรอีกเลย  นอกจากน้ำเปล่า  จนกว่าจะถึงมื้อเช้าของวันรุ่งขึ้น 
  
ฟังๆดูเหมือนง่าย  แต่เวลาทำจริงไม่ง่ายนักหรอกครับ  ต้องอาศัยความตั้งใจสูงมาก  แนะนำว่าอย่าตั้งเป้าหมายสูงเกินไป  พยายามค่อยๆลด  ค่อยๆปรับตัว  ค่อยๆฝึกจนเป็นนิสัย  บางคนตั้งเป้าสูงเกินไป  อยากลดน้ำหนักเร็วๆในเวลาสั้นๆ  ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger02/2008/11/11/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-2-%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>กำลังใจ</title>
		<description> 
การลดน้ำหนัก แม้หลักการจะง่ายๆ เหมือนแก่นของธรรมะ แต่เวลาปฏิบัติก็จะยากเหมือนกันนะ  นอกจากต้องหมั่นศึกษา หมั่นปฏิบัติ  ยังต้องอาศัยความตั้งใจและกำลังใจอย่างมาก  มีอุปสรรคหลายอย่างเหมือนมีมารมารังควาญยังงั้นแหละ  การสนับสนุนและกำลังใจจากพรรคพวกเพื่อนฝูง  ครอบครัวก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก 

บางคนพอจะเริ่มลดน้ำหนัก พรรคพวกเพื่อนฝูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางบ้าน  นอกจากไม่ให้กำลังใจแล้วยังหัวเราะเยาะเสียอีก แล้วอย่างนี้จะสำเร็จได้อย่างไร? 
พอเริ่มลดน้ำหนัก ต้องควบคุมอาหาร  ออกกำลังกายและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  ถ้าไม่เข้าใจก็อาจจะคิดว่าบ้าหรือเพี้ยนไปแล้ว ที่เคยกินก็ไม่กิน อยู่สบายๆ ก็ดีแล้ว ทำไมต้องไปเดิน ไปวิ่ง ไปเต้นให้เหนื่อยเปล่าๆ   
ตอนเริ่มต้นลดน้ำหนัก ทางบ้านให้กำลังใจดีมาก ทุกคนเข้าใจและสนับสนุน ไม่มีใครบ่นว่าตอนเย็นๆ หายไปไหน ทำไมไม่อยู่บ้าน(ไปวิ่งน่ะครับ) ไม่ดื่มน้ำอัดลม  ไม่กินของขบเคี้ยว ทำไมต้องเลิกซื้อเข้าบ้านด้วย  ตรงกันข้ามกลับจะคอยเตือนให้ไปวิ่งออกกำลัง  เตือนเวลากินมากหรือกินจุกจิก  มื้อเย็นคุณแม่กับลูกสาวก็จะคอยตักข้าวให้น้อยลงๆ  คอยทักว่ารูปร่างดีขึ้นแล้วนะ  พยายามหน่อย
ใหม่ๆ พรรคพวกเพื่อนฝูง ก็คงเบื่อๆ เซ็งๆ เหมือนกัน แต่ก็ไม่เห็นมีใครบ่น (หรือจะกลัวเรา น้ำหนักตั้ง 90 กก.)  เพราะนิสัย กิจวัตรประจำวันเริ่มเปลี่ยน แต่ก็ไม่รบกวนใคร  ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger02/2008/11/11/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การลดไขมันเฉพาะที่</title>
		<description> 
สังเกตุจากที่บ้านเวลาต้องการลดสัดส่วน โดยเฉพาะหน้าท้อง ก็จะเล่นกล้ามท้องด้วยการนอนแล้วยกขาขึ้นลง หรือตามสวนสาธารณะที่มีอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายกลางแจ้ง จะเห็นคนเล่นกล้ามท้องหรือขยับบิดเอวกันมากโดยเฉพาะคุณแม่บ้านทั้งหลาย เวลาไปบรรยายเรื่องการออกกำลังกายและการลดน้ำหนักก็จะได้รับคำถามว่า “เล่นกล้ามท้องหรือออกกำลังกายที่ส่วนท้องตั้งนานแล้ว ไม่เห็นพุงยุบเลย?” บ่อยๆ 

ขออธิบายอย่างนี้นะครับ เล่นกล้ามท้องก็ทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรง ส่วนตัวแสบคือ ไขมันที่พอกสะสมอยู่หน้าท้องก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่ลดหรอกครับ 

การสะสมของไขมันในร่างกายเป็นแบบเข้าก่อน ออกทีหลัง (First In Last Out ,  FILO) คือส่วนที่สะสมก่อนเวลาลดน้ำหนักจะยุบหลังสุด การสะสมของไขมันจะเริ่มที่หน้าท้อง ต้นขา หลัง คางและใบหน้า เวลาน้ำหนักลดก็จะค่อยๆยุบจาก ใบหน้า คาง หลัง ต้นขา และหน้าท้องหรือพุงก็จะลดหลังสุด 

อยากให้พุงยุบหรือไขมันหน้าท้องลดก็ต้องลดน้ำหนักตัวโดยรวม  แล้วไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายจะค่อยๆลดตามลำดับที่เล่าให้ฟัง (ตลกดีนะครับ เล่นกล้ามท้องแต่พุงไม่ยุบ วิ่งออกำลังกายหรือออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆแต่พุงกลับยุบ)   หลักการก็คือควบคุมสมดุลระหว่างพลังงานที่กินเข้าไปกับพลังงานที่ร่างกายใช้ไปในการทำกิจกรรมต่างๆ  และวิธีการก็คือการควบคุมอาหาร  การออกกำลังกายและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 

การบริหารหน้าท้องอย่างเดียว เข็มขัดวิเศษที่มีแม่เหล็ก มีไฟฟ้า การตบหรือนวดให้ไขมันยุบ  ยาวิเศษ  ครีมวิเศษ หรืออุปกรณ์ลดหน้าท้องทั้งหลาย เลิกหาได้แล้วครับ  ไม่มีหรอก มันเหมือนกับที่คนโบราณเสาะแสวงหายาอายุวัฒนะหรือวิชาเล่นแร่แปรธาตุ  ถูกหลอกกันมาเยอะแล้ว ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger02/2008/08/17/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (1)</title>
		<description>
•	การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็มีความสำคัญมากในการลดน้ำหนักตัว และจะมีผลต่อการควบคุมน้ำหนักตัวในระยะยาวด้วย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีหลายอย่างแต่ก็จะเกี่ยวข้องกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยังมีจุดมุ่งหมายที่จะเพิ่มกิจกรรมต่างๆของร่างกายในการเผาผลาญพลังงานอีกด้วย

•	ผู้เขียนเองก็ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปหลายอย่าง เช่นไม่กินของจุกจิกโดยเฉพาะขณะอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ เลิกดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน ขนมหวาน ของว่าง เครื่องดื่มต่างๆขณะประชุมหรืออบรมสัมนาก็จะกินครึ่งนึง หรือกินนิดหน่อย ไม่กินหมด กินอาหารช้าลง เคี้ยวละเอียดและนานขึ้น หัดกินผักและผลไม้ หลังอาหารเย็นถ้ากินอิ่มแล้ว (กินของหวานหรือผลไม้ให้เรียบร้อย) จะไม่กินอะไรอีกเลย นอกจากน้ำเปล่า จนกว่าจะถึงมื้อเช้าของวันรุ่งขึ้น 

•	ด้านการออกกำลังกายหรือการเพิ่มกิจกรรมที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน ก็จะติดชุดวิ่ง รองเท้าวิ่ง กางเกงว่ายน้ำไปด้วยทุกครั้งที่เดินทาง (รวมทั้งการเดินทางไปต่างประเทศด้วย) จะพยายามออกกำลังกายทุกครั้งถ้ามีโอกาส ถึงได้วิ่งตามสวนสาธารณะและชายหาดต่างๆ  เกือบทั่วประเทศ ใครเจอก็ทักกันบ้างนะครับ
          
•	ขณะรอเครื่องบิน บางครั้งต้องรอ 1-3 ชั่วโมง ก็จะเดินจนทั่วทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิ  เมื่อก่อนก็หงุดหงิดถ้าต้องรอที่บ้านแต่งตัวเวลาจะออกนอกบ้านกัน เดี๋ยวนี้ถ้าแต่งตัวเสร็จก่อนก็จะเดินเล่นรอบบ้าน ไม่ถือว่ารอเพราะถือว่าเป็นการเดินเล่น เพลินดี เสร็จเมื่อไหร่ก็ออกบ้านกัน ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger02/2008/08/17/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การออกกำลังกาย (1 )</title>
		<description>ในการลดน้ำหนักตัวต้องทำทั้ง 3  อย่างคือ ควบคุมอาหาร  ออกกำลังกายและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 
 
        คงจะไม่พูดละเอียดในเรื่องการออกกำลังกาย  เพราะเขียนอยู่ในคนชอบวิ่งอยู่แล้ว  ถ้าลดน้ำหนักตัวด้วยการลดปริมาณอาหารอย่างเดียวมักจะไม่ค่อยได้ผลดี  หรือถึงได้ผล  น้ำหนักตัวลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ก็ตาม  แต่รูปร่างก็จะไม่ค่อยดี  ( ไม่หล่อไม่สวย )  และร่างกายอาจจะไม่ค่อยแข็งแรง  เพราะการมีสุขภาพดีหมายถึง 
               ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/jogger02/2008/08/17/1/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
