ควันหลงจาก Waist Size Story

โดย จอมป่วน เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2009 เวลา 9:19 ในหมวดหมู่ ลดน้ำหนัก, สุขภาพ, ออกกำลังกาย #
อ่าน: 5526

เคยเขียนเล่าเรื่อง “ทางออกของคนอ้วนลงพุง Fighting Deep Belly Fat ” ไว้ในบันทึก เรื่องของคนเอาจริง  ไว้ในลานจอมป่วน

เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้อยากทำโครงการลดน้ำหนักอย่างเป็นเรื่องเป็นราว  แบบว่าทำให้สำเร็จและได้ผลระยะยาว  เป็นต้นแบบเพื่อขยายผลในเทศบาลนครพิษณุโลก  องค์กรอื่นๆสนใจจะเอาไปทำด้วยก็ไม่ว่า  เพราะจะใช้หลักของการทำแบบง่ายๆ (Simplicity)  แต่ทำจริงจัง  ถูกวิธี  และทำแบบมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมโครงการ

ช่วงนี้เลยสนใจศึกษาเรื่องราวของวงการลดน้ำหนัก  วิธีการใหม่ๆ  แต่ที่สนใจมากคงจะเป็นเรื่องของวิธีการปฏิบัติที่ได้ผล  อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้การลดน้ำหนักได้ผล

เปิดดูเว็บไซต์ต่างๆส่วนมากก็จะเป็นเรื่องของธุรกิจ  ขายยา  ขายอาหารเสริม  โฆษณา Fitness Center  หรือไม่ก็เป็นหลักสูตรลดน้ำหนักระยะสั้นที่ต้องเสียเงินจำนวนมาก  ที่เป็นโครงการของหน่วยงานรัฐก็มักจะเป็นแบบไฟไหม้ฟาง  มีงบประมาณก็เห่อๆทำกัน  ที่จะทำต่อเนื่องระยะยาวก็ไม่ค่อยเห็น

ที่ประทับใจมากเห็นจะเป็นเรื่องราวของทีมงานของ Amakasaki City  ของญี่ปุ่น  ที่ทำเรื่องนี้อย่างจริงจังและเปิดบริการเชิงรุก  จนเป็นต้นแบบระดับชาติ  ชอบที่ทีมงานของเทศบาลออกไปแนะนำจักษุแพทย์ที่มีปัญหาน้ำหนักเกินถึงคลินิก  มีการแนะนำ  ให้เอกสารและไปติดตามผลการปฏิบัติถึงคลินิก  ทั้งนี้เพราะทางญี่ปุ่นออกเป็นกฎหมายให้บริษัทต่างๆและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบันทึกรอบเอวของคนที่มีอายุ 40-74 ปี (คิดเป็น 44% ของประชากร )  โดยเกณฑ์ของญี่ปุ่นใช้มาตรฐาน  ชายไม่เกิน 33.5 นิ้ว  และหญิงไม่เกิน 35.4 นิ้ว  และตั้งเป้าหมายที่จะลดของคนที่รอบเอวเกินลงให้ได้ 10% ใน 5 ปีแรก  และจะลดให้ได้ 25%  ภายในปี ค.ศ.  2015   ทั้งนี้ทางบริษัทและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องพยายามสนับสนุนในบุคคลากรของหน่วยงานและครอบครัวทำให้ได้ตามเป้าหมาย  มิฉะนั้นก็จะถูกปรับ (ประเด็นเรื่องการปรับ  ก็ได้ขอให้เจ้าของลานซากุระช่วยหาข้อเท็จจริงมาให้ด้วย  คงต้องรอหน่อยเพราะเจ้าตัวยังอยู่ที่ลาว)

ฝรั่งก็วิจารณ์นโยบายของญี่ปุ่นว่าไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคล  ประเมินว่าจะไม่ได้ผลบ้าง  ไม่เห็นด้วยกับนโยบายแบบนี้  แต่ตัวเองก็ควบคุมและรณรงค์เรื่องน้ำหนักเกินไม่ได้ผล

ประเทศไทยก็มีนโยบายสร้างนำซ่อม  แต่เอาเข้าจริงก็เอางบส่วนที่ทางสำนักงานสุขภาพแห่งชาติกำหนดให้ใช้ในกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคไปใช้ในการรักษาเสียเป็นส่วนใหญ่  เมื่อไหร่จะมีผู้บริหารไทยที่ตั้งใจจริง  มีความกล้า  เอาทำจริงกะเค้าซักทีน้อ

ทางญี่ปุ่นมีทิศทางที่ชัดเจนเพราะการมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน  จะทำให้เกิดโรคเบาหวาน  ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจมากขึ้น  โรคเหล่านี้ต้องทานยาเป็นประจำ  และยาที่ใช้ก็มีราคาสูงมาก  เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเหล่านี้ก็ต้องใช้เงินในการดูแลรักษาจำนวนมหาศาล  เช่นถ้าเส้นเลือดในสมองแตก  เกิดอัมพาตต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากในการดูแล  ถ้าเกิดโรคหัวใจต้องทำบัลลูนหรือใส่เครื่องถ่างหลอดเลือดไว้ก็ใช้ค่าใช้จ่ายมาก ฯลฯ

คราวนี้ตั้งใจจะเปิดโครงการลดน้ำหนักอีกก่อนปีใหม่นี้เป็นโครงการสำหรับประชาชนทั่วไป  สำหรับโครงการที่ทำร่วมกับโรงเรียนสาธิตมัธยม  มหาวิทยาลัยนเรศวรก็คงจะทำต่อเป็นปีที่ 3  ปีนี้คุยกับทางโรงเรียนว่า  ทางโรงเรียนต้องส่งทีมงานมาทำโครงการนี้ร่วมกับทางเทศบาลนครพิษณุโลก  เพราะต่อไปก็คงจะให้โรงเรียนทำเอง  ดูแลกันเอง  และอาจต้องพัฒนาเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆด้วย  ทางเทศบาลนครพิษณุโลกก็คงต้องทำโครงการนี้ร่วมกับโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเป็นต้นแบบสัก 1 โรง  เพราะนายกเทศมนตรีถามว่าทำไมไปเริ่มโครงการกับโรงเรียนนอกสังกัดเทศบาล ( เหตุผลไม่กล้าเรียนท่านตรงๆ อิอิ )

โครงการที่จะเริ่มใหม่นี้ยึดแนวของความง่ายในการปฏิบัติ  ซึ่งมีการควบคุมอาหารแบบง่ายๆ(ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ง่ายนัก  อิอิ )  การออกกำลังกาย  และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  มีการเตรียมผู้เข้าร่วมโครงการ  ทำความเข้าใจและให้มีความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการ

ผู้เข้าร่วมโครงการต้องบันทึกการกินอาหารอย่างง่ายๆ  ไม่ต้องคำนวนพลังงานที่ได้จากอาหารให้ปวดหัว  บันทึกการออกกำลังกายแบบง่ายๆ  ไม่ต้องคำนวณพลังงานที่ใช้อีกเช่นกัน  บันทึกน้ำหนักตัวแค่วันละครั้ง(ชั่งบ่อยเป็นโรคประสาท  อิอิ)  แถมบันทึกการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ตั้งใจทำและทำได้ผล

คราวนี้มีการเตรียมวางแผนที่จะศึกษาวิจัยไว้ล่วงหน้าเลย  แถมมีการพูดคุยกับทีมงานที่จะบันทึก VDO ไว้ตั้งแต่เริ่มเตรียมโครงการเลย  เผื่อว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้า  ถ้าโครงการได้ผลดี  ก็จะมี VDO ดูเบื้องหลังการชกเลย  คงสนุกดีนะครับ  มีการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ก่อนเลย  มีการบันทึกกิจกรรม  อารมณ์  ความรู้สึกของผู้เข้าร่วมโครงการไว้ตั้งแต่ยังตุ้ยนุ้ย  ตอนที่ต้องควบคุมอาหาร  ออกกำลังกาย  ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  เห็นทั้งหยาดเหงื่อและน้ำตา  น่าสนุกดีนะครับ  โครงการนี้

ตอนนี้ก็เริ่มหากลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการแล้ว  กำลังมองหาผู้ที่สนใจจะร่วมทำการศึกษาวิจัย  น่าสนใจเพราะจะได้มาวางแผนล่วงหน้าเลยว่าจะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง  มีทีมงานช่วยเก็บข้อมูลให้เรียบร้อย  แค่วางแผนรูปแบบการศึกษา  ออกแบบการเก็บบันทึกข้อมูล  เข้าร่วมสังเกตกิจกรรมตาสมโอกาส  แล้วนำข้อมูลไปวิเคราะห์และสรุป

ที่อยากได้มาร่วมงานก็มีนักจิตวิทยา(ต้องจากเชียงรายด้วย)  นักโภชนาการที่จะมาร่วมทีม  ทีมงานที่จะนำเสนอข้อมูลและผลงานของแต่ละคน  รวมทั้งของกลุ่มในรูปของกราฟที่สามารถเห็นความก้าวหน้าได้ชัดเจน  และถ้าจะช่วยทำเว็บไซต์ของโครงการหุ่นดีด้วยก็ไม่ว่ากัน  อิอิ

โม้เอาไว้มาก  ถ้าโครงการเจ๊งก็จะเงียบๆไว้  ถ้าได้ผลดี  อีกปีสองปีก็คอยดูทางโทรทัศน์ก็แล้วกันนะครับ………  พี่น้อง

« « Prev : หยุดคิดก่อนกิน


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

265 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.2344799041748 sec
Sidebar: 0.01700496673584 sec