คิด ตัดสินใจ สรุปผล
คิด ตัดสินใจ สรุปผล
คิด ตัดสินใจ สรุปผล
วงจรสามตัวข้างบนนี้สร้างความคุ้นเคยให้กับชีวิต จนเกิดความช่ำชองในการ คิด ตัดสินใจ สรุปผล เมื่อไปประสบพบเห็นเรื่องราวที่คล้ายคลึง หรือเดาว่าคล้ายคลึง ก็จะด่วน คิด ตัดสินใจ และสรุปผลไปอย่างว่องไวแถมซ้ำร้ายยังมักจะไป “ขยายผล” เที่ยวบอก ใครๆ ว่าเรื่องที่ “คิด ตัดสินใจ สรุปผล” นั้นถูกต้องแน่นอน…ช่างสามารถผสมโรงแฝงอคติไปด้วยอย่างฉกาจฉกรรจ์
ระยะหลังมานี้ มีเรื่องสะกิดใจหลายอย่างที่มาสั่นคลอน วงจร “คิด ตัดสินใจ สรุปผล” ของตัวเอง
ไม่ว่าการทะเลาะเบาะแว้งของผู้คนรอบข้างที่ต่างก็มี “ความคิด ได้ตัดสินใจ และได้สรุปผล” กับการเกิดภาวะขัดแย้งทางการเมือง…มีการโน้มน้าวให้เชื่อด้วยเหตุด้วยผลต่างๆนานา ..บางเรื่องที่คนมาโน้มน้าวก็คือเรื่องเล่าที่เคยฟังซ้ำๆ จากฟรีทีวีบ้าง ทีวีออนไลน์ บางคนก็เจาะลึกไปถึง “เขาเล่าว่า” ทั้งหมดทั้งปวงก็เพื่อให้คล้อยตาม “ความคิด การตัดสินใจและสรุปผล” ของผู้พูด
ตัวเองก็เลยวกวนไปกับข่าวซ้ำซาก จนเกิดอาการ “ไม่อยากคิด ไม่อยากตัดสินใจ และไม่สรุปผล” ไม่ว่า “ใคร” จะไปทำอะไร กับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่” หรือ “ใครควรถูกกล่าวโทษเพราะไปอยู่เบื้องหลังใคร” จนกว่าจะได้ข้อมูลตรงๆ
เรื่องที่เป็นอุทาหรณ์ของการ “คิด ตัดสินใจ และสรุปผล” ที่รู้ใจตัวเองจังๆ ก็คือวันนี้ได้ขับรถตามมอเตอร์ไซด์กลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่ง คนขับผู้ชายและคนซ้อนท้ายผู้หญิงายุประมาณ ยี่สิบต้นๆ ผู้หญิงที่นั่งซ้อนท้ายก็หยิบของกินจากถุงป้อนเข้าปากตัวเองบ้าง คนขับบ้าง…พอของหมด ผู้หญิงก็โยนถุงหูหิ้วเข้าในพงหญ้าข้างทาง
แว็บหนึ่งของความคิด คือ “เอ๊ะ! อะไรทำไมถึงทำอย่างนั้น” ความคิด การตัดสินใจและสรุปผลวิ่งตามกันรวดเร็วเกินกว่าจะจับอารมณ์ตัวเองได้ทันท่วงที
แต่พอทันความรู้สึกก็เกิดคำถามผุดขึ้นมาในใจว่า “เอ๊ะ นี่เรากำลังรู้สึกไม่ชอบเพราะอะไร เรากำลังใช้พื้นฐานของตัวเองไปหาเหตุผลอธิบายพฤติกรรมคนอื่นใช่ไหมเนี่ย “
ถ้าการมองพฤติกรรมของคนจะทำให้เราด่วน คิด ตัดสินใจ และสรุปผล ได้ง่ายดายเพียงนี้แล้ว…การเจอเหตุการณ์อื่นๆ ที่มีการประโคมโหมข่าวของคนควบคู่กับพฤติกรรมก็คงยิ่งทำให้เกิด การคิด ตัดสินใจและสรุปผลอย่างง่ายดายได้แน่ๆ
เรื่องทั้งหมดทั้งปวงก็มองเห็นว่าการพิพากษาที่ผุดขึ้นในใจตัวเองแบบนี้ จึงอันตรายจริงๆ เพราะเป็นการประมาทอย่างยิ่งยวด ประมาทแล้วยังไม่รู้ตัวอีก เลยทำให้ทุกๆ นาทีของชีวิตเหมือนวางบนเส้นด้ายของคำพิพากษาที่เปราะบาง
เรียนรู้ว่า ต่อไปคงต้องอยู่อย่างมีสติ คงต้องฟังเสียงของตัวเองให้มากขึ้นกว่าการฟัง “การคิด ตัดสินใจ และสรุปผล” ที่ครอบงำไว้จนแทบจะขาดความเป็นไทแม้แต่ในอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง
ใช้ใจฟังมากขึ้น อาจจะได้ยินเสียงตัวเองชัดเจนกว่าเสียงของ “ความคิด ตัดสินใจ และสรุปผล” อย่างประมาทนั้นได้….กระมัง