ความรู้…ความจริง

โดย อุ๊ยสร้อย เมื่อ มิถุนายน 30, 2009 เวลา 10:03 (เย็น) ในหมวดหมู่ การจัดการความรู้, การเรียนรู้ชีวิต #
อ่าน: 332

ความรู้กับความจริง=ความรู้จริง

ประทับใจคำของครูบาที่บรรยายไว้ค่ะ

http://thummada.com/php_upload/nitinggale01.jpg

เพราะสามารถนำไปอธิบายพฤติกรรมผู้เรียนได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นว่าทำไมบางคนเก่งทฤษฎีได้เกรดดีมากแต่พอลงมือปฏิบัติทำไม่ค่อยได้ หรือว่าทำแบบทุกข์ ไม่มีความสุขในการลงมือทำ ก็เพราะมัวแสวงหาความรู้จากทฤษฎีต่างๆ แต่ไม่แสวงหาความรู้จากประสบการณ์จริง

แต่บางคนชอบเรื่องได้ลงมือปฏิบัติ ชอบประสบการณ์ได้ฝึกลงมือทำมากๆ ก็ชำนาญสามารถไปสอนเพื่อนต่อได้ว่า จะทำให้ได้ดีขึ้นๆ ทำอย่างไง ก็เพราะเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ตัวเองสามารถทำได้ เห็นศักยภาพจากการลงมือปฏิบัติของตัวเอง แล้วพัฒนาต่อยอดไปเรื่อยๆ

ถ้าจัดแบ่งผู้เรียนเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มนิยมทฤษฎีกับกลุ่มนิยมปฏิบัติ

http://203.157.15.2/csan/wp-content/uploads/2009/03/im_needle_insertion.jpg

กลุ่มแรกจะกลัวการฝึกปฏิบัติ ไม่ชอบลงมือ เวลาให้ลงมือปฏิบัติจะชอบยืนดูมากกว่า และจะถนัดกับการสอบปรนัยมากกว่าอัตนัยที่ยกตัวอย่างกรณีศึกษามาวิเคราะห์

กลุ่มที่สองจะกล้าเผชิญ มักจะเป็นคนแรกที่อาสาลงมือทำก่อนเพื่อน แต่บางทีก็จะไม่ชอบให้ซักถามเนื้อหาทฤษฎีที่ต้องการคำตอบทันที ไม่ชอบการสอบแบบท่องจำ แต่จะถนัดทำข้อสอบที่ยกตัวอย่างมาวิเคราะห์แก้ปัญหา

ถ้าทั้งสองกลุ่มนี้มาแบ่งปันความรู้ และประสบการณ์กันได้ ช่วยเหลือกันในเรื่องการเรียนให้เข้าใจและช่วยกันแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ก็จะทำให้เรียนมีความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย

หรือถ้าสามารถปรับสภาพให้แต่ละคนมีทั้งความรู้และปฏิบัติจริง สิ่งที่จะติดตัวไปจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวก็คือ ความรู้จริง

ความรู้จริงจะเรื่องอะไรก็ตาม มีคุณค่าเสมอ อย่างน้อยๆ คนที่รู้จริงก็จะสนุกกับการแสวงหาความรู้เพื่มเติมและนำมาคิดริเริ่มหาทางเรียนรู้ไปอย่างไม่รู้จบ

เรียกว่าเป็นนักเรียนรู้ไปตลอดชีวิต

ในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน ก็จะเป็นเรื่องที่ผู้สอนก็ต้องใช้แนวความคิดของ ความรู้กับความจริง=ความรู้จริง เหมือนกัน

http://women.sanook.com/story_picture/b/30714_002.jpg

แล้วก็คงจะเลิกคำพูดที่ว่า เธอจงทำอย่างที่ฉันพูด อย่าทำอย่างที่ฉันทำ ….(อิอิ)

และถ้าเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต ….เรื่องของการเรียนก็คงสนุกด้วยกันทุกฝ่าย เจอตำรางานวิจัยใหม่ๆ ก็สนุกที่จะอ่าน เจอประสบการณ์ตรงก็สนุกที่จะลองประยุกต์ทฤษฎีที่เรียนมาไปทดลองทำให้ผลลัพท์ออกมาดียิ่งๆ ขึ้น…

แต่ที่อ้ำๆอึ้งๆ อยู่ ก็ตรงที่ไม่รู้ว่ามีความรู้ไหม และก็ไม่อยากทำอะไรเอาซะเลย….นั่นซิ…เน๊อะ


Loading ... Loading ...

6 ความคิดเห็น

  • #1 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 กรกฏาคม 2009 เวลา 1:56 (เช้า)

    ความจริงในความรู้ ยิ่งสนุกนะอุ้ย อิอิ

  • #2 จันทรรัตน์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 กรกฏาคม 2009 เวลา 6:32 (เช้า)

    ความจริงในความรู้….ค่ะ การมองหาความจริงในความรู้จะท้าทายการคิดต่าง คิดมุมกลับ คิดวิเคราะห์ ของนักเรียนรู้นะคะ ครูบา

    ความรู้ที่รู้ตามๆกันมา

    ความรู้ที่ไม่ได้พิสูจน์

    ฯลฯ

    บางทีก็พาให้หลงทางไปไกลกว่าจะเจอว่า ความจริงนั้นความรู้นั้นเป็นอย่างไร

    ขอยืมคำครูบามาอีกนะคะที่บอกว่า “เรากำลังอยู่กับความรู้อะไร”…อิอิ

  • #3 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 กรกฏาคม 2009 เวลา 8:07 (เช้า)

    บางเรื่องเครื่องมือทางวิทยาศาตร์ ยังมีประสิทะฺภาพ ไม่สูงและ ไม่ละเอียดมากพอที่จะใช้ตรวจสอบพิสูจน์ ในเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ควรพยายามสังเกตุให้ดีๆ ค่ะ แล้วหมั่นฝึกปฏบัติใจใหเละเอียดที่สุด อะไรที่เล็กที่สุดมีพลังมากที่สุดค่ะ

  • #4 จันทรรัตน์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 กรกฏาคม 2009 เวลา 8:37 (เย็น)

    อุอุ…เห็นคำแปลกๆ แต่ไม่แน่ใจว่าควรแก้ไขไหม..เพราะเจอภาษาแบบอาม่าบ่อยๆ และ อาตี๋ (ตรงนี้) …ทำเอา  งงๆ …อิอิ

    อาม่าขา…จะหัดทำบ่อยๆค่ะ….ขอบคุณค่า

    …..

    ใจละเอียดแบบเป็นผงผสมกาวตราเฮฮาศาสตร์นะคะ…..^^

  • #5 nursebow ให้ความคิดเห็นเมื่อ 11 กรกฏาคม 2009 เวลา 1:10 (เย็น)

    ความจริงในความรู้เหรอคะอาจารย์ ฟังแล้วดูดีมากเลยค่ะ
    หนูชักเริ่มรู้สึกว่าที่ผ่านมา หนูเรียนเพื่อที่จะอยากมีความรู้ แต่พอรู้แล้ว สักพักก็ลืมอีก
    เป็นเพราะเราไม่ได้เอาความจริงมาคิดในองค์ความรู้นั้นหรือป่าวคะ
    หรือว่าหนูคิดแต่ความรู้แต่ไม่มองหาความจริง ทำให้ไม่ค้นพบความจริง
    เหมือนที่อาจารย์เคยถามหนูแล้วตอบไม่ได้ เล่าไม่ได้
    คงเป็นเพราะหนูไม่ได้ค้นหาความจริงนั่นเอง
    รุ่นน้องถาม หนูก็ไม่สามารถตอบได้ในหลาย ๆ เรื่อง
    ขอบคุณค่ะอาจารย์ หนูจะพยายามหารากเหง้าของความจริงในความรู้ที่หนูเรียน
    หนูจะตั้งใจใหม่ค่ะอาจารย์ ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ แล้วจะแวะมาอ่านข้อคิดของอาจารย์อีกนะคะ
    ช่วงนี้หนูเริ่มมีนัดกับอาจารย์พรรพิไลเรื่องโครงร่างแล้ว ซึ่งหนูยังตอบคำถามอาจารย์ไม่ได้เหมือนเดิม
    แต่วันนี้หนูจะเริ่มค้นหาความจริงในเรื่องที่จะทำให้มากที่สุด อาจารย์พรรพิไลนัดให้ทำตารางเหมือนที่อาจารย์เคยแนะนำ เอาไปคุยให้ฟังในวันที่ 13 กค.นี้  หนูทำต่อก่อนนะคะ ^_^
    คิดถึงอาจารย์นะคะ

  • #6 จันทรรัตน์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 11 กรกฏาคม 2009 เวลา 2:08 (เย็น)
    ดีใจที่เห็นตัวอักษรนะโบว์

    เวลาเจอบทความหรืองานวิจัย อย่าเพิ่งเชื่อทุกอย่างที่เขาเขียน ควรวิเคราะห์ด้วยว่าวิจัยนั้นมี methodology ที่ถูกต้องไหม ผลวิจัยใช้สถิติที่ถูกต้องกับลักษณะข้อมูลไหม เขาอภิปรายผลอย่างที่มันเป็นหรือว่ามากเกินจริงไหม ถ้าเป็นบทความควรอ่านแบบวิเคราะห์ด้วย ถ้าบทความนั้นเราเห็นด้วยก็คิดต่อว่าเห็นด้วยเพราะอะไร หรือไม่เห็นด้วยเพราะอะไร มันน่าจะใช่ไหม ถ้าไม่ใช่มันควรเป็นอย่างไร ดูความเป็นไปได้ด้วย ซึ่งต้องอาศัยสมาธิในการทำงาน อย่าวอกแวกเพราะความเบื่อ ความท้อ เขียนแปะให้ตัวเองเห็นชัดๆ ถึงแรงจูงใจเริ่มต้นที่ตัดสินใจจะศึกษาเรื่องนี้ จะได้มีกำลังใจและแรงฮึดนะคะ
    การทำลงตารางจะเป็นแค่เครื่องมือให้เราตีแผ่เรื่องต่างๆ เปรียบเทียบกันและทำให้มองเห็นจุดอ่อนของงานวิจัยนั้นได้ง่ายเท่านั้น เป็น step แรกสำหรับช่วยไม่ให้สะเปะสะปะ ส่วนที่จะมองเห็น gap of knowledge ยังต้องอยู่บนความรู้ของเราในองค์ความรู้นั้นด้วย

    ขอให้โชคดีและเชื่อว่านู๋โบว์ทำได้ค่ะ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
เพื่อป้องกันสแปมกรุณาป้อนรหัสคำในภาพด้วยครับ คลิกบนภาพเพื่อฟังเีสียงของรหัสคำ
คลิกเพื่อฟังเสียงของรหัสป้องกันสแปม


Main: 0.185009002686 sec
Sidebar: 0.0364601612091 sec