สวดมนต์ข้ามปี จะสวดไปทำไม - ลองคิดเล่น และ เห็นต่าง จากคำ ผกา

1 ความคิดเห็น โดย iwhale เมื่อ 16 March 2012 เวลา 5:02 am ในหมวดหมู่ พุทธศาสนา #
อ่าน: 4412

ได้เห็นคนพูดถึงรายการเทปนี้แล้วจึงไปหาฟังใน Youtube เมื่อได้ฟังจบแล้วจึงต้องขอแสดงความ “คิดเล่น” เป็นตัวหนังสือออกมาบ้าง

และแน่นอนว่าเป็นการ “เห็นต่าง” จากสิ่งที่คุณคำ ผกา แสดงความเห็นไว้

ขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่คนที่เข้าวัดเข้าวา หรือเข้าถึงศาสนาอะไรมากมายนัก บทความนี้จึงเขียนจากความรู้ความเข้าใจเท่าที่มี

และยินดีที่จะให้ทุกท่านแสดงความเห็นที่แตกต่างได้อย่างเต็มที่ครับ และโดยที่ผมเคยช่วยชักชวนคนมาสวดมนต์ข้ามปี แต่ก็ทำด้วยศรัทธามิได้ใช้งบประมาณของหน่วยงานไหนหรือรับเงินค่าทำแคมเปญมาจากใครทั้งสิ้น

ในรายการ “คุณแขก” (ชื่อเล่นของคุณ คำ ผกา) ได้พูดถึงศัพท์คำว่า เทคอิท ฟอร์ แกรนท์เต็ด “take it for granted” ว่าเป็นการคิดเองเออเอง ว่าเรื่องนั้นเป็นสัจธรรม ลองมาค้นดูศัพท์คำนี้ดูครับ

Take it for granted
to believe that something is true without first thinking about it or making sure that it is true

เป็นการเชื่อว่าบางสิ่งบางอย่างเป็นเรื่องจริงโดยไม่ฉุกคิด หรือ ทำให้มั่นใจว่าเป็นเรื่องจริง << ก็น่าจะแปลได้ว่า คิดเองเออเอง หรือ ทึกทักเอาเอง

ถ้าผมจะกล่าวว่า ในเทปรายการนี้มีจุดที่พิธีกรของรายการนี้ “คิดเองเออเอง” อยู่มาก เกี่ยวกับเรื่องการสวดมนต์ข้ามปี และเรื่องศาสนาพุทธ คุณก็อาจจะคิดว่า ผมทึกทักเอาเองละมั้ง? งั้นก็คงต้องมาดูกันเป็นจุดๆนะครับ โดยผมขออ้า่งอิงจากเทปรายการที่ค้นเจอมาในยูทูป

เทปช่วงเปิดรายการมีการกล่าวเรื่องอื่นในช่วงต้น เราข้่ามมาฟังช่วง “สวดมนต์ข้ามปี จะสวดไปทำไม” ในนาทีที่ 7.30 กันเลย

พิธีกรมีการชงคำถามว่า “ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ห่างไกลจากความเป็นวัตถุนิยมจริงหรือไม่?” โดยพิธีกรอีกท่านก็รับลูกทันทีว่า “อันนี้ก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่า ไม่จริงนะครับ” (พูดยิ้มๆ) จากนั้นคุณแขกจึงขยายความต่อถึงการสร้างพระพุทธรูปใหญ่มาก และวัตถุมงคล, พระเครื่อง, จตุคามรามเทพ, ร้านสังฆทาน,ปล่อยนกปล่อยปลา ฯลฯ

ถึงจุดนี้คงต้องถามกลับละครับว่า พิธีกรทั้งสอง กำลัง “take it for granted” เอาเลยใช่หรือไม่ว่า สิ่งของและการกระทำเหล่านี้คือ “ศาสนาพุทธ”

ชาวพุทธทราบดีว่า แก่นแท้ของศาสนาพุทธมีแค่สามสิ่ง ที่เรียกว่า ไตรรัตน์ คือ พระพุทธ พระธรรม และ พระสงฆ์ เท่านั้น

มีพระพุทธเจ้า และ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า กับ หมู่ชนที่ฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้วปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย นั่นคือพระสงฆ์ (ส่วนใครที่ห่มเหลืองแต่ภายนอกโดยไม่ปฎิบัติตามพระธรรมวินัยนั้นจะใช่พระสงฆ์ไปได้อย่างไรครับ)

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งอิสระเสรีภาพ ด้วยการสร้าง “ปัญญา” ในการอยู่กับความทุกข์อย่างรู้เท่าทัน เพื่อบรรลุ วัตถุประสงค์ อันสูงสุดคือ นิพพาน คือการไม่มีความทุกข์ อย่างที่สุด หรือ การอยู่ในโลกอย่างไม่มีทุกข์ คือกล่าวว่า ทุกข์ทั้งปวงล้วนเกิดจากการยึดถือ ต่อเมื่อ “หมดการยึดถือ” จึงไม่มีอะไรจะให้ทุกข์ (แก้ที่ต้นเหตุของทุกข์ทั้งหมด)- Wikipedia Thai

ในศานาพุทธไม่มีการสร้างและคำสอนเรื่องรูปเคารพแต่อย่างใด พระพุทธรูปนั้นมาทีหลังเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว ตามประวัติศาสตร์ว่าล่วงมาถึงห้าร้อยปีคือราว พศ.500 จึงได้มีผู้มีจิตศรัทธาสร้างพระพุทธรูปขึ้นมา ด้วยผู้ที่เลื่อมใสในพุทธศาสนา อยากจะมีสิ่งที่จะทำให้รำลึกถึง หรือเป็นสัญญลักษณ์ขององค์ศาสดา เพื่อที่จะบอกกล่าวเล่าขาน เรื่องราวขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงศึกษาค้นคว้าหาทางดับทุกข์ และทรงชี้แนะสอนสั่งผู้คน หากสร้างเป็นขนาดเล็กคล้องคอหรือตั้งโต๊ะหมู่บูชาเพื่อก็จะเป็นพระเครื่องหรือวัตถุมงคลต่างๆ

เป็นความจริงที่ในยุคทุนนิยมระยะหลัง ทุนนิยมได้เข้ามาแทรกแซงแม้กระทั่งเรื่องของศาสนา จากเดิมที่การบริจาคเงินโดยศรัทธาเพื่อสร้างองค์พระ หรือ การปล่อยปลาปล่อยเต่าเป็นทานบารมี ได้กลายเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ของคนบางกลุ่ม พ่อค้าแม่ค้า หรือแม้แต่ผู้ที่อาศัยผ้าเหลืองและศาสนามาทำเป็นธุรกิจกันมากมาย แต่กลับนำเอาเรื่องปลายเหตุเหล่านี้ มา ทึกทักเอาเองได้หรือว่า “ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่เป็นวัตถุนิยม” ในเมื่อจุดมุ่งหมายของศาสนาพุทธคือ นิพพาน

การนับถือศาสนาพุทธ จึงไม่มีความจำเป็นใดๆที่ผู้นับถือจะต้องไปสร้างพระพุทธรูป พระพุทธเจ้าได้สิ้นไปแล้ว 500 ปีกว่าจะมีการสร้างพระพุทธรูป ท่านจึงไม่ได้สอนให้ใครสร้าง “วัตถุ” เป็นสิ่งที่ผู้คนในยุค “ทุนนิยม” ต่างนำเรื่องนี้ไปหากินทั้งสิ้น เราควรโทษศาสนาหรือโทษคนที่นำความเชื่อไปหาเงิน???

ที่สำคัญที่สุดคือ ในนาทีที่ 11.32 ของคลิป พิธีกร (คุณแขก) พูดว่า “การสวดมนต์ข้ามปีเพิ่งมีมาเป็นปีที่ 2 เราก็เชื่อมโยงได้ทันทีหรือว่านี่คือวัฒนธรรมไทย?”

ตรงนี้แหละครับที่ “คิดเอง เออเอง” มากที่สุด เพราะการสวดมนต์ข้ามปีนั้นมีมานานมากแล้วครับ วัดหลายๆแห่งจัดสวดมนต์ข้ามปีมาอย่างต่อเนื่องกันหลายปี แม้กระทั่งวัดตำหนักใต้ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านผมก็มีมาแล้วร่วม 20 ปี

ส่วนประเด็นความสุขที่แท้จริงนั้นผมขอที่จะไม่วิจารณ์เพราะมันหยุมหยิมเหลือเกิน คำพูดในการรณรงค์สวดมนต์ข้ามปี คือการเสนอ “ทางเลือก” ว่ายังมีความสุขที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อหามาให้เลือกในช่วงปีใหม่ ส่วนใครจะเลือกไปแสวงหาความสุขแบบใช้เงินก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งไม่หน่วยงานเหล่านี้ไม่ควรออกมารณรงค์ให้คนไปแสวงหาความสุขด้วยการใช้จ่ายอยู่แล้วนอกจากจะเป็นธุรกิจต่างๆที่เขาต้องทำยอดขาย การพยายาม “ดิสเครดิต” กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ด้วยการชักแม่น้ำต่างๆมามากมายผมฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มๆเพราะมันไม่เกี่ยวกัน เป็นความพยายามในการใช้วาทศิลป์มาโน้มน้าวให้คนที่คิดไม่ทัน ได้คล้อยตามเท่านั้น เพราะในการรณรวค์ก็ไม่ได้บอกว่า การสวดมนต์ข้ามปี คือ การแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ต้องไปแก้เรื่องอื่นอีกแล้วสวดมนต์อย่างเดียวพอ อย่างที่สองพิธีกรพยายามจะโน้มน้าวให้คนเข้าใจอย่างนั้น

กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี แค่ให้คนได้มีทางเลือกว่าจะก้าวออกจากบ้านไปหาความสุขแบบเสียเงิน จากการซื้อหา หรือ เสียสติ จากการเสพสุรา และอาจนำไปสู่โอกาสที่จะเสียใจ จากอุบัติเหตุ ทะเลาะวิวาท และอื่นๆ หรือจะหาความสุขสงบทางใจ ได้มีสติ เพื่อที่จะเกิดปัญญาต่อไป หากมีคนจำนวนแสนคนคิดได้และเลือกเช่นนั้น ก็จะส่งผลดีต่อสังคมและตัวผู้ปฎิบัติเองอย่างแน่นอน ส่วนปัญหาอื่นๆที่พิธีกรทั้งสองว่ามา เช่น ปัญหาหมอกควัน (ซึ่งเกิดทีหลังปีใหม่), รถติดและ อื่นๆ ก็ต้องแก้ไขกันไปในวาระอื่นๆและวิธีการอื่นๆ ถูกไหมครับ?

นาทีที่ 13.20 พิธีกรพูดว่า “การที่บอกว่า ไม่ต้องทำอะไร นะฮะ สวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี” (พูดโดยที่ตามองกระดาษราวกับอ่าน)

ถึงตอนนี้ ขอเรียนถามว่า คำว่า “ไม่ต้องทำอะไร” นี่ เป็นข้อความรณรงค์ของการสวดมนต์ข้ามปี หรือ เป็นคำที่พิธีกร เติมลงไปเอง ครับ?  เพื่อที่จะโยงไปสรุปต่อไปจนถึงวาทกรรมที่จะดิสเครดิตว่า “การรณรงค์ให้คนมาสวดมนต์นี้ มันคือการวางยากล่อมประสาท”

คลิกอ่านเนื้อหาข่าวได้ที่นี่ การรณรงค์นี้จะเน้นที่การลดอุบัติเหตุและลดการเสพสุรา เปิดทางเลือกให้เยาวชนแทนที่จะเที่ยวปีใหม่หลายที่ต้องกินเหล้าทั้งๆที่ไม่อยากจะกิน ให้มีกิจกรรมทางเลือกบ้าง แต่ก็ถูกพิธีกรปรามาสว่าเป็นการรณรงค์ที่ไร้สาระ และมีการนำไปเปรียบเทียบกับโครงการวัตถุนิยมอื่นๆ ซึ่งผมก็เคารพว่า โครงการอื่นๆที่ท่านพูดมาเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน

ช่วงต่อมาน่าสนใจขึ้นครับ พิธีกรใช้เทคนิค “ตบหัวแล้วลูบหลังแล้วตบหัวซ้ำ” หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ เพราะหลังจากที่ได้ยัดเยียดแนวคิดตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ก็เริ่มต้นด้วยการพูดว่า อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า คุณแขกว่าสวดมนต์นี่ไม่ดีนะ เพราะตัวแขกเองก็ชอบอย่าหนังสือสวดมนต์ค่ะ (ลองฟังแบบเต็มๆดูครับ) เขาเน้นว่ามันเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล แต่ไม่ได้ทำให้สังคมดีขึ้น พูดอีกโนมน้าวราวกับว่า

การรณรงค์สวดมนต์นั้น เขารณรงค์ให้สวดมนต์กัน “อย่างเดียว” ไม่ต้องไปแก้ไขปัญหาด้วยวิธีอื่นกันล่ะ “มีปัญหาอะไรให้สวดมนต์อย่างเดียว”

พิธีกรพูดเองเออเองอยู่อย่างนี้ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขารณรงค์กันเอง เมื่อยัดเยียดคำพูด (ซึ่งเขาไม่ได้พูด) เสร็จแล้ว จึงปล่อยวรรคทอง

ที่มีคนนำไป quote เป็นภาพที่ผมนำมาแปะไว้นี่แหละครับว่า

..ต่อให้คุณสวดมนต์อย่าว่าแต่สวดมนต์ข้ามปีเลย สวดมนต์กัน 24 ชม. 365 วัน ก็ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาอาชญากรรมลดลง ไม่ทำให้คนจนลดลง ไม่ได้ทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำในสังคมลดลง อยากให้ตั้งคำถามเพราะแขกรู้สึกว่า นโยบายที่รณรงค์ให้คนมาสวดมนต์นี้ มันคือการวางยากล่อมประสาทให้กับประชากรในสังคม มันคือการวางยากล่อมประสาทให้คนลืมนึกถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วก็แทนที่จะมาช่วยตั้งคำถามกันว่าเอ๊ะประเทศเราปัญหาที่แท้จร…ิงมันอยู่ที่ไหน ก็หลับหูหลับตาสวดมนต์กันไป แล้วก็ปล่อยให้ประเทศชาติดำเนินต่อไปแบบนี้ ลืมไปเลยว่ามีความไม่ยุติธรรมอยู่ที่ไหนบ้าง..

กล้องตัดมานาทีที่ 1.55 “ก็หลับหูหลับตาสวดมนต์กันไป ปล่อยให้ประเทศชาติดำเนินไปแบบนี้ นะฮะ ลืมไปเลยว่ามีความไม่ยุติธรรมอยู่ที่ไหนบ้าง..” บลาๆๆ “ฉันสวดมนต์ข้ามปีแล้วประเทศมันจะดีขึ้นโดยอัตโนมัติ

ภาพ : มติชน

“ยากล่อมประสาท” ขนานเดียวที่ผมเห็นจากรายการ คิดเล่น เห็นต่าง นี้ คือ สิ่งที่ พิธีกร ได้ยัดเยียดข้อหาไว้ตั้งแต่ต้น (เริ่มจากการอ่านเนื้อหาจริง แล้วค่อยๆหยอดเติมยากล่อมประสาทตามที่ตัวเองต้องการบิดเบือนสาระที่แท้จริงลงไปเรื่อยๆๆๆ) มาจนถึงที่ไฮไลท์สีน้ำเงินไว้ นั่นแหละครับ

เมื่อยาออกฤทธิ์กล่อมคนดูจนได้มึนงงแล้วว่า กา่รรณรงค์สวดมนต์ข้ามปี ซึ่งผู้รณรงค์หวังเพียงจะให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฉลองปีใหม่ ถูกบิดเบือนให้คนเข้าใจว่า ”ไม่ต้องทำอะไร สวดมนต์อย่างเดียว แก้ปัญหาทุกอย่างได้”


ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้มีอยู่ในสาระของการรณรงค์สวดมนต์ข้ามปี แต่อย่างใด

เป็นการ take it for granted - คิดเอง เออเอง ทั้งหมดนี้เลยละครับ

ปล. ช่วงท้ายของรายการมีพูดถึงศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ ถ้าจะโต้แย้งเห็นต่างเรื่องนี้คงต้องยกไปว่ากันต่ออีกตอนแล้วละครับ


ศูนย์ข้อมูลประเทศไทย - Thailand Information Center

ไม่มีความคิดเห็น โดย iwhale เมื่อ 28 December 2011 เวลา 7:14 pm ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 1796

วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดตัวศูนย์ข้อมูลประเทศไทย โดยที่ข้อมูลหลักๆหลายอย่างยังไม่ได้นำขึ้นแสดง แต่เนื่องจากใกล้เทศกาลปีใหม่มากแล้ว และหลายๆท่านอาจจะต้องการข้อมูลวัดที่เปิดให้มีการสวดมนต์ข้ามปี ตลอดจนห้างสรรพสินค้าแต่ละที่ปิดกันกี่ทุ่ม มีโปรโมทชั่นอะไรบ้าง เพื่อจะไปช้อปปิ้งซื้อของกัน จึงขอนำเสนอข้อมูลในส่วนนี้ขึ้นมาก่อน และจะอัพเดตข้อมูลส่วนอื่นๆตามขึ้นมาเรื่อยๆ

ทีี่่มาของศูนย์ข้อมูลประเทศไทย เกิดจากประสบการณ์ที่ทำศูนย์ข้อมูลน้ำท่วม Thaiflood.com แล้วพบว่า เมื่อต้องการหาข้อมูลต่างๆหากมีศูนย์กลางที่สามารถรวบรวมหรือแนะนำเป็นลิงค์ไปได้ว่าจะไปหาข้อมูลที่ต้องการได้ที่ไหน ก็จะเกิดประโยชน์มากต่อผู้ที่ต้องการข้อมูล เวลาไปห้างใหญ่ๆ หรือ สนามบิน ก็จะต้องมีศูนย์ข้อมูลตั้งอยู่เด่นๆสำหรับคนที่เพิ่งมาใหม่หรือต้องการเดินมาสอบถาม

คลิกเพื่อดูสรุปการทำงานของศูนย์ข้อมูล Thaiflood.com ในสถานการณ์อุทกภัย 2554

เมื่อน้ำลดครั้งใด งานของ Thaiflood จากที่ยุ่งๆก็จะลดลงไปด้วย แต่ครั้งนี้เราได้ลองทำระบบ ทีมไทยแลนด์ เพื่อให้ช่วยกันรายงานระดับน้ำแบบ crowdsourcing แล้วเรียกชื่อทีแรกไว้อย่างยืดยาวว่า “ศูนย์ข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือ เยียวยา และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย” ทำให้ไม่มีใครเรยกถูกเลยเพราะยาวเหลือเกิน ฮาๆๆ คราวนี้ต้อนรับปีใหม่เลยจะเปลี่ยนเป็น “ศูนย์ข้อมูลประเทศไทย” วิธีการคือทำเหมือนศูนย์ข้อมูลน้ำท่วม Thaiflood แต่ทำในประเด็นอื่นๆด้วยไม่ใช่แค่น้ำท่วม แต่จะเน้นงานข้อมูลเป็นหลักครับ

ปีใหม่นี้หากต้องการให้จิตใจสงบ สบาย อยู่ในศีลในธรรมตั้งแต่ต้นปี ก็ขอเชิญสวดมนต์ข้ามปีได้ที่วัดที่คุณสะดวกและศรัทธานะครับ


Any Given Sunday วันพระไม่ได้มีหนเดียว

ไม่มีความคิดเห็น โดย iwhale เมื่อ 7 December 2011 เวลา 4:25 am ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 2307

มีนิตยสารดังฉบับหนึ่งมาขอสัมภาษณ์ โดยให้เมล์ตอบไปสั้นๆในแต่ละข้อ

มาสะดุดข้อหนึ่งที่ถามว่า “ถ้าให้เลือกเพลง หรือหนัง หรือหนังสือสักเล่ม เพื่อให้กำลังใจคนไทยด้วยกัน จะเลือกอะไร”

ทีแรกก็คิดว่าถ้าตอบไปตามที่เราชอบจริงๆ คนอ่านจะได้ดูไหม เขาจะอินไหม ทำไมไม่ตอบอะไรง่ายๆ ผู้อ่านทั่วไปเขาจะได้รู้จัก

แต่ด้วยนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง เลยตอบไปตามความจริงไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนคำถามอื่นๆอีกสิบกว่าข้อ คงต้องรอให้นิตยสารเขาตีพิมพ์ก่อนนะครับ ผมรีบมาบันทึกไว้ก่อนเฉพาะในข้อนี้เพราะกลัวว่าตัวเองจะลืม

ผมอินกับหนังเรื่อง Any Given Sunday (1999) มากเลยนะ เป็นเรื่องดราม่าเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล บางวันอาจจะไม่ใช่วันของเรา แต่สักวันมันจะต้องมาถึง ถ้ามีโอกาสอยากให้หามาดูกัน โดยเฉพาะฉากตอนที่ทีมกำลังจะแพ้แล้วโค้ชจำเป็นที่จะต้องปลุกใจทีมให้สู้เพื่อเอาชนะให้ได้ ฉากนั้นฉากเดียวก็เกินคุ้ม (แอบส่งคลิปให้ ครับ แต่ไม่ควรลงหนังสือ)

I don’t know what to say really. Three minutes till the biggest battle of our professional lives. It all comes down to today. Now either we heal as a team, or we’re gonna crumble. Inch by inch, play by play, till we’re finished. We’re in hell right now, gentlemen. Believe me. And we can stay here, get the shit kicked out of us, or we can fight our way back into the light. We can climb out of hell. One inch at a time.

Now I can’t do it for you. I’m too old. I look around, I see these young faces, and I think… I mean I’ve made every wrong choice a middle-aged man can make. I pissed away all my money, believe it or not. I chased off anyone who’s ever loved me, and lately, I can’t even stand the face I see in the mirror. You know when you get old in life, things get taken from you. That’s part of life. But you only learn that when you start losing stuff. You find out life’s this game of inches. And so is football. Because in either game, life or football, the margin for error is so small. I mean… one half a step too late or too early and you don’t quite make it. One half second too slow too fast, you don’t quite catch it. The inches we need are everywhere around us. They are in every break of the game, every minute, every second. On this team, we fight for that inch. On this team, we tear ourselves and everyone else around us to pieces for that inch. We claw with our fingernails for that inch. Because we know when we add up all those inches, that’s gonna make the fucking difference between winning and losing! Between living and dying! I’ll tell you this - in any fight, its the guy whose willing to die who’s gonna win that inch. And I know if I’m going to have any life anymore, it’s because I’m still willing to fight and die for that inch. Because that’s what living is! The 6 inches in front of your face…

Now I can’t make you do it. You’ve got to look at the guy next to you, look into his eyes. Now I think you’re gonna see a guy who will go that inch with you. You’re gonna see a guy who will sacrifice himself for this team, because he knows when it comes down to it, you’re gonna do the same for him.

That’s a team, gentlemen. And either we heal, now, as a team, or we will die, as individuals. That’s football, guys. That’s all it is. Now, what are you going to do?

คนที่ชอบการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล ก็จะอินกับเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ เพราะกีฬานี้เฉีอนกันที่ระยะนับเป็นนิ้วกันได้จริงๆ ส่วนชื่อหนังไม่ได้แปลว่า วันพระไม่ได้มีหนเดียวหรอกครับ แต่ผมเขียนเป็นชื่อเรื่องไว้เองเพราะมันให้อารมณ์เดียวกัน

สรุปว่าที่ชอบเรื่องนี้คงเพราะแก่แล้ว จะให้ลงไปลุยเองก็สู้เด็กไม่ได้ ต้องมาโค้ช ต้องมาบิ้ว อยู่ข้างสนามแทนถึงจะดี

การทำให้คนเก่งๆหลายๆคนทำงานเป็นทีมได้ดี เพื่อที่จะเอาชนะการแข่งขันนั้น นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเอาซะเลย


กบนอกกะลา 11 พ.ย. 54 EMBall

2 ความคิดเห็น โดย iwhale เมื่อ 13 November 2011 เวลา 11:33 am ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 3281

เจอใน Youtube จึงนำมาแปะ embed ไว้นะครับ มีสามตอนครับ


EM Ball Workshop ที่บ้านอาสาใจดี สนามเป้า

3 ความคิดเห็น โดย iwhale เมื่อ 9 November 2011 เวลา 2:29 am ในหมวดหมู่ น้ำท่วม, สุขภาพ, เกษตรกรรม #
อ่าน: 2395

เนื่องจากประเด็น EM Ball เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในช่วงนี้ เห็นนักวิชาการ และ นักปฎิบัติการมาออกตามสื่อต่างๆกันมากมาย

แต่คำถามส่วนใหญ่ที่คนยังถามอยู่ใน Social Network ก็ยังเป็นที่คาใจ ทางบ้านอาสาใจดีซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้และได้เริ่มจัดทำ

Workshop ให้ความรู้ด้านการทำ EM Ball ในกรุงเทพช่วงนี้ จึงขอเป็นตัวแทน สอบถามจากผู้ที่สอน ทำ และใช้งานจริง

คือ อาจารย์พัฒนพงษ์ บุญเลิศ เลขาธิการมูลนิธิเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มาช่วยตอบคำถามที่หลายๆท่านกำลังสนใจอยากทราบกัน ดังนี้

แนะนำวิธีการทำ EM Ball

- จุลินทรีย์กลุ่มที่มีประโยชน์ (Effective microorganisms) คืออะไร ?
- ทำไมต้องทำ EM Ball เป็นก้อน ?
- ใช้อะไรในการหมักขยาย EM?
- วิธีการหมักขยายหัวเชื้อจุลินทรีย์

ขั้นตอนการปั้น EM Ball

- ส่วนผสมของการทำ EM Ball
- วิธีการปั้น EM Ball

ถาม-ตอบ เรื่องที่สงสัยเกี่ยวกับ EM Ball ตอนที่1
- EM Ball มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือเปล่า?
- EM Ball 1 ลูก ใช้กับน้ำปริมาณเท่าไร?
- น้ำเชี่ยว น้ำไหลแรง ใช้ EM Ball ได้ไหม?
- ถ้าใช้โยนลงบนพื้นถนน พื้นซีเมนต์ ส่งผลเสียอะไรบ้างไหม?
- กากน้ำตาล ส่งผลเสียต่อน้ำไม่ใช่หรือ
- บ้านพื้นที่ 100 ตารางวา ควรใช้ EM Ball กี่ลูก?
- ควรโยน EM Ball ใหม่อีกครั้งเมื่อไหร่?
- น้ำลึก ใช้ได้ไหม?
- หัวเชื้อจุลินทรีย์ ราคาในไทยถือว่าถูกหรือแพง?
- รณรงค์ลดปริมาณน้ำเสีย ในชุมชนเมืองจากน้ำซาวข้าว
- เรื่องของสารเคมีกับการใช้ EM ball
- การใช้ EM Ball ที่ผิดวิธี?
- EM Ball ที่ปั้นแล้วเก็บได้นานแค่ไหน?
- อุปกรณ์ปั้น EM Ball หาซื้อได้ที่ไหน?
- EM Ball ลูกใหญ่หรือลูกเล็ก มีผลอะไรไหม?
- แม่น้ำสายใหญ่ๆ ใช้ EM Ball ลูกใหญ่จะดีกว่าไหม?
- EM ที่เป็นน้ำ กับประโยชน์ที่ใช้หลังน้ำลด

ถาม-ตอบ เรื่องที่สงสัยเกี่ยวกับ EM Ball ตอนที่ 2

- แก้วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ จากมุมมองของ อาจารย์พัฒน์พงษ์ บุญเลิศ
- ถ่ายทอดแนวคิดเรื่อง EM
- พลิกวิกฤตเป็นโอกาส การบำบัดน้ำเสีย การลดใช้สารเคมี
- ใช้วันลอยกระทงให้เป็นโอกาส?
- EM ที่เรานำมาขยาย เราจะขยายได้กี่ครั้ง?
- เปรียบเทียบราคา EM กับ ปุ๋ยเคมี ในภาคเกษตร
- เราเอาหัวเชื้อ EM ขยาย ไปราดเลย หรือต้องทำเป็นปุ๋ยก่อน?
- เรื่องการบำบัดน้ำเสียใช้ EM ทดแทนได้ไหม?

บทส่งท้าย

- คลิปนี้ถ่ายทำแบบสดๆ ด้วยมือถือของผมเองที่ไม่มีขาตั้ง เลยออกมาดูกากๆและสั่นไปสั่นมา ต้องขออภัยด้วยครับ

- หากใครที่ยังไม่แน่ใจว่า EM Ball ที่ปั้นกันขึ้นมาจะใช้ได้หรือไม่ จะเอาไปใช้ที่ไหนดี กลัวจะมีผลข้างเคียง

ขอแนะนำให้ปั้นแล้วเก็บผึ่งลมไว้ก่อน อย่าเพิ่งนำไปใช้ คาดว่าในไม่กี่วันนี้ องค์ความรู้เรื่องนี้น่าจะตกผลึก

จนมีคำแนะนำที่ชัดเจนขึ้นออกมาว่า EM หรือ Effective microorganism นี้ ควรจะใช้ หรือ ไม่ควรจะใช้ในกรณีใดบ้าง

จึงจะเกิดประโยชน์และไม่เกิดโทษหากมีการใช้งานที่ไม่ถูกต้องครับ


ประเทศไทย กลับมาสดใสดีกว่าเดิม

อ่าน: 1997

เห็นว่า EMBall กำลังฮิต ใครๆก็มาปั้นกันใหญ่ ผมเลยมองข้ามช็อต ทวีตไอเดียออกไปเมื่อตอนเช้าดังนี้ครับ

จากนั้นตอนบ่ายๆ ผมก็ได้อ่านเแถลงจากทางวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ซึ่งในฐานะศิทย์เก่า ผมก็ขอเคารพในอาจารย์และแถลงการณ์นี้ทุกประการ แต่ก็ยังขอชี้แจงเพื่อขยายแนวคิดนี้ออกไป เป็นไอเดียแบบเปิดไม่สงวนสิทธิ์ใดๆใครจะเอาไปทำก็ได้ โดยส่วนตัวผมและน้องๆอาสาตลอดจนเพื่อนๆได้พยายามผลักดันแนวคิดนี้มานานแล้วผ่านการลงมือทำในวาระต่างๆ

ตอนนี้น้ำท่วม เน่า และเหม็น ไปในหลายจังหวัดเรื่องมาจากต้นน้ำ ลงสู่อ่าวไทย

การโยนลูก EMBall จะได้ผลในพื้นที่เป็นจุดๆ เช่น ตอนเรือน้ำตาลจม เราเท EM น้ำ โยน EMBall ลงไปในจุดที่มีน้ำตาล หรือ อาหารของจุลินทรีย์ให้มันลงไปกินเยอะๆ เพราะน้ำตาลเป็นพิษทำปลาตายเยอะมาก หรือถ้าโรงพยาบาลไหนมีน้่ำท่วมขังเน่าเหม็น เราโดยลูก EMBall ที่ทำมาอย่างถูกต้องลงไป คำนวณให้ดีว่าต้องใช้กี่ลูกไม่มากไม่น้อยไป ก็ช่วยลดมลพิษทางกลิ่นไปได้มาก น้ำไม่หายเน่าไปได้ 100% หรอกครับ แต่สีจะดีขึ้นบ้าง

ช่วงเวลาที่น้ำลดหลายๆที่นิยมหมัก EM ไว้ฉีดล้าง ซึ่งได้ผลดีเป็นจุดๆ นิยมทำกันมาก

แต่… หากจะแก้ปัญหากันแบบเบ็ดเสร็จแบบระดับประเทศ ทำไมเราไม่ทำธนาคาร EM แห่งประเทศไทย โดยมีสาขามากมายแบ่งงานกันทำ โดยมองเป็นประเทศเลยครับ พอน้ำเริ่มจะลด ลุยใส่ EM มาตั้งแต่ต้นน้ำต่างๆ ให้น้ำที่มีจุลินทรีย์พันธุ์ดีไหลลงมา แล้วมีการเติมกันเป็นจุดๆรายทาง วิธีนี้จะสามารถพลิกฝื้นผืนดิน แม่น้ำลำคลอง ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ได้ในเวลาไม่นาน!!!

ถ้าจะทำกันจริงๆ ภาคประชาชนเป็นผู้ริเริ่มก่อน แล้วชวนท้องถิ่น, ชุมชน, ภาคเอกชน, ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ มาร่วมแรงร่วมใจกัน สิ่งนี้เป็นไปได้ครับ และเคยเป็นไปแล้ว แค่จุดเดียวกลางแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ในคราวนี้เราจะสามารถ “คืนชีวิตให้แม่น้ำ คืนความงดงามให้ผืนดิน” ได้สำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสามัคคีของคนไทยแล้วละครับ :)

พลิกวิกฤต ให้เป็นโอกาส

ร่วมแรง ร่วมใจ

ปฎิญญา เจ้าพระยา 2554

นายทหารยืนยัน พร้อมสนับสนุนกิจกรรมดีๆของประชาชน เพื่อประชาชน


ดราม่า EMBall

ไม่มีความคิดเห็น โดย iwhale เมื่อ 4 November 2011 เวลา 11:49 pm ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 3745

ต้องดูทั้งสองคลิปนะครับ แล้วอย่าเพิ่งด่าใคร หรือว่าใคร หลักกาลามสูตร ต้องลองพิสูจน์ถึงจะรู้ครับ

อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน


ด่วนครับ วิธีหยุดรอยรั่วของเขื่อนดิน ที่นวนคร

4 ความคิดเห็น โดย iwhale เมื่อ 18 October 2011 เวลา 2:10 am ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 3914

Siripong_Athonturasuk to me show details 11:03 PM (3 hours ago)

เรียนคุณปรเมศวร์ มินศิริ

ลองใช้วิธีหยุดรอยรั่วของเขื่อนดิน วิธีนี้ดูนะครับ ประยุตตามรายละเอียดขั้นตอน 1-4

หมายเหตุ

ขั้นตอนที่3 อาจต้องใช้คนเลียงกระสอบทราย และวางcontainer ให้ห่างจากรอยแยก

ขั้นตอนที่4 เอาถุงทรายมากองบนหลังคา container ก่อนแล้วโยนลงพร้อมๆกัน(เท่าที่ทำได้)

Method for repair of dam split

View more documents from Poramate Minsiri.

ขอใช้หยุดรอยรั่วขอเขื่อนดินที่ นิคมนวนครได้นะครับ

BR

Siriponga


เรื่องลึกลับของรัฐบาลสหรัฐฯ

ไม่มีความคิดเห็น โดย iwhale เมื่อ 22 September 2011 เวลา 2:16 am ในหมวดหมู่ ภัยพิบัติ #
อ่าน: 3327

เริ่มมีข่าวแปลกๆออกมาว่า โอบามาและครอบครัวถูกทหารสั่งให้ไปหลบที่สนามบินเดนเวอร์ในวันที่ 27 กันยายน 2554 นี้

(พยายามหาแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออยู่) เลยมีคนลองโยงดูกับปรากฎการณ์ดาวหาง Elinin เรียงตัวกับโลกและดวงอาทิตย์

ในวันที่ 26 กันยายน 2554

นอกจากนี้ยังมีข่าวจาก NASA ออกมาว่า ช่วงเวลาในสัปดาห์นั้นจะมีดาวเทียมเก่าปลดประจำการตกลงมาสู่โลกพอดี
ซึ่งดาวเทียมน่าจะลุกไหม้เกือบหมด แต่ก็คงจะมีบางชิ้นส่วนที่ลุกไหม้ไม่หมดตกลงมาบ้าง


Source: SPACE.com: All about our solar system, outer space and exploration

Get a snapshot view of NASA's Upper Atmosphere Research Satellite (UARS), which will fall to Earth in 2011, in this SPACE.com infographic.

ทำไมต้องเดนเวอร์ โคโลราโด สนามบินนี้อยู่บริเวญกึ่งกลางของประเทศพอดี และเป็นที่สูง พื้นที่สนามบินสูงจากระดับน้ำทะเล

1,600 เมตร เมื่อช่วงเดือนเมษายนปีนี้มีข่าวว่าทางนาซ่าจะมาตั้ง Aerospace and Clean Energy Manufacturing and Innovation Park (ACE) ที่เมืองนี้ โดยจะมีการสร้างงานให้นักวิทยาศาสตร์ วิศวกรกว่า 10,000 ตำแหน่ง

สงสัยจังว่า Innovation Park หมายถึงอะไร?

สนามบินนานาชาติเดนเวอร์ถูกวลือกันให้แซ่ดถึงความประหลาดว่าจะสร้างขึ้นมาทำไมใหญ่โต และมีข่าวลือพร้อมรูปถ่ายว่ามีการสร้างฐานใต้ดินแปลกๆไว้ใหญ่โตเพื่อ? และยังมีเรื่องแปลกๆเกี่ยวกับสนามบินนี้ ที่ทำให้คนเอาไปตีความได้อีกหลายเรื่อง อาทิเช่น รูปร่างของรันเวย์ที่เรียงตัวกันคล้ายเครื่องหมายสวัสดิกะของนาซี >> Google Map

ส่วนที่หลอนที่สุดคือ จิตรกรรมและงานศิลปกรรม พร้อมข้อความแปลกๆ ที่ประดับอยู่ในสนามบินแห่งนี้โดยรอบ รูปแฮบมาทั้้งหมด ไม่ได้ถ่ายเองจ๊ะ

รูปปั้นม้าซาตาน มีตาสีแดงเพลิง

เทพอานูบิส จากตำนานกรีกโบราณ เป็นเทพแห่งความตาย คอยตัดสินความดีความชั่วของคนที่ตายแล้วมีใบหน้าเป็นหมาในซึ่งชาวอียิปต์นับถือกันในนามเทพผู้พิทักษ์คนตายและสุสาน (แล้วปั้นรูปพรรคนี้ไว้ในสนามบินทำไมฟะ???)

ภาพนี้ ดูรุนแรงเกินไปไหมสำหรับภาพประดับสนามบิน? ทหารสวมหน้ากากกันแก็สพิษ ถือปืน พร้อมดาบเล่มใหญ่กวัดแกว่งเป็นสายรุ้ง ปลายดาบเสียบนกพิราบขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ เด็กน้อนนอนขดกอดตุ๊กตา แม่ที่เศร้าโศกอุ้มทารกที่เสียชีวิตในอ้อมแขน การฆาตกรรมหมู่และบ้านเมืองที่ปรักหักพัง

ทั้งคนและสัตว์เดือกร้อนกันไปทั่ว เห็นนกฟีนิกซ๋ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่จากกองไฟบินขึ้นมา

ภาพต่อมา เมื่อสิ้นสุดการฆาตกรรม นักรบจึงล้มลง สายรุ้งรายรอบเด็กๆจากชาติต่างๆ พากับนำศาสตราวุธห่อมาในธงชาติ เพื่อนำมารวมกันสร้างสิ่งใหม่ขึ้น ทุกคนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส สันติสุขกลับมาอีกครั้ง เขียนในภาษาต่างๆ

ทุกคนทุกชาติรวมใจ สร้างความอุดมสมบูรณ์ขึ้นใหม่อีกครั้ง

เขาเรียกเจ้านี่ว่า “CapStone” หมายถึงหิน ที่ซ่อน ไทม์แคปซูลไว้ข้างใต้ ไหนลองไปดูใกล้ๆซิ

เขียนบอกว่ามีข้อความและที่ระลึกอยู่ใต้หินนี้ ส่งถึงชาวโคโลราโดในปี 2094 อีกตั้ง 83 ปี เขาคงฝังไว้ให้ลูกหลานดูละมั้ง..

แต่ก็ยังมีคนช่างสังเกตอีกว่า 9+4 = 13 ดังนั้นปี 2094 อาจหมายถึงปี 2013 ???

ด้านล่างเขียนไว้ว่าโดย NEW WORLD AIRPORT COMMISSION

คณะกรรมการสนามบินนี่พอเข้าใจ แต่ NEW WORLD นี่อะไร???

ที่สำคัญคือ ไม่เคยมีปรากฎว่ามีคณะกรรมการชื่อนี้เลย หรือมันเป็นความลับสุดยอด ???

บันทึกนี้มีไว้เพื่อสนับสนุนเรื่องที่ผมเคยโพสไว้ว่า สงสัยอยู่ตะหงิดๆว่ารัฐบาลประเทศใหญ่ๆ ปิดบังข้อมูลอะไรพวกเราหรือเปล่านะครับ


ตะกร้ายังชีพ

4 ความคิดเห็น โดย iwhale เมื่อ 18 September 2011 เวลา 9:33 pm ในหมวดหมู่ DIY, น้ำท่วม, ภัยพิบัติ, สุขภาพ, เกษตรกรรม #
อ่าน: 3325

รัฐบาลนี้เหมือนใช้วิธีแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยถุงยังชีพอย่างเดียว คิดวิธีแก้ปัญหาอย่างอื่นไม่เป็น
โดยเฉพาะปัญหาวิกฤตของชาติไม่มีกึ๋นจริงๆ อยู่ไปก็เปลืองเงินงบประมาณชาติครับ
บอกตามตรงว่าเบื่อจริงๆ สวัสดี
โดย สลับฉาก

บ่นไปก็เท่านั้น ทำไปบ่นไปก็ดีเหมือนกัน

น้ำท่วมหลายพื้นที่ ผู้ประสบภัยมากมาย ทำยังไงดีถ้าถุงยังชีพแจกแล้วก็อยู่ได้แค่ไม่กี่วัน

นี่คือหนึ่งในโจทย์ที่ลองคิดกันเล่นๆในร้านกาแฟ ริมทะเลสาบของ Simcity (หมู่บ้านผมเอง)

โดยนั่งคุยกันกับท่านเทวดา, คุณปรีดา และคุณเก่ง คุณแป๋ม FatShore

เริ่มจากไอเดีย “แจกเมล็ดพันธุ์” ของคุณตฤณก่อน ด้วยความปราถนาดีที่จะให้คนที่กำลังเซ็งๆได้มีอะไรทำไปด้วย

และมีอะไรกินไปด้วย

แว่บแรกที่เข้ามาให้หัวสมองผมก็คือ “เห็ด”

“มันชื้นดีด้วย” คุณตฤณสนับสนุน

กลับมาลองค้น Google เจอบทความสอนทำมากมายและมีคลิปวิดีโอด้วย

ขั้นตอนการเพาะเห็ดฟางตะกร้าอย่างง่าย

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า

ปัจจัยสำคัญในการเพาะเห็ดฟางให้ได้ผลดี

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า (อีกสูตรหนึ่ง)

ดูจากวิธีการทำแล้วไม่น่าจะยาก ใช้เวลาแค่ราวๆ 8-12 วัน ก็จะสามารถเก็บเห็ดรับประทานได้

นำเช้อเห็ดไปเพราะต่อได้อีกด้วย เลยนึกถึงต่อไปว่า เราทำ “ตะกร้ายังชีพ” ให้ชุมชนที่น้ำท่วมซ้ำซาก

ได้เพาะเห็ดฟางรับประทานกัน ซึ่งมีรสชาติอร่อยและดีต่อสุขภาพ อาหารของเห็ดก็เอาผักตบชวาสับ

ต้นกล้วย,ฟาง ฯลฯ หาได้ท้องถิ่นทั้งหมดเลยด้วย

นอกจากเห็ดฟางแล้ว ถั่วงอกก็น่าจะเหมาะที่จะเพาะกินเอง


เพาะสามวันก็กินได้ น่าสนใจ

หิว.. อยากกินผัดถั่งงอกอร่อยๆขึ้นมาทันที

[เรียลลิตี้] ภารกิจ ปลูกถั่วงอก กินเอง

ใครที่เพราะเห็ดอยู่ ช่วยกรุณาแนะะนำมือใหม่อย่างผมด้วยนะครับ และฝากช่วยลองคิดดูว่า
เราจะช่วยชุมชนที่น้ำท่วมขังนานๆให้มีอาหารทำกินเองได้อย่างไรบ้าง น่าจะมีวิธีอื่นๆอีกมากครับ



Main: 0.13158297538757 sec
Sidebar: 0.0095269680023193 sec