<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ลานเก็บเรื่องมาเล่า</title>
	<link>http://lanpanya.com/dongluang</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Mar 2010 18:02:52 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ถูกใจ..</title>
		<description>เมื่อค่ำนักข่าวช่องหนึ่งไปสัมภาษณ์พระไพศาล วิสาโล ในเรื่องเหตุการณ์ร้อนรุ่ม ปัจจุบันนี้ นักข่าวถามว่าทำไมประชาชนเสื้อแดงถึงสนับสนุนคุณทักษิณ.....
พระไพศาล: …ประชาชนชนบทนั้นเรียนรู้ว่าทุกรัฐบาลมีคอรัปชั่นกันทั้งนั้น แต่คุณทักษิณได้จัดสรรประโยชน์ลงสู่ชนบทถึงตัวคนด้วย ประชาชนรู้ว่าเขาคอรัปชั่น  แต่ก็พึงพอใจที่สามารถทำประโยชน์แก่ชนบทด้วย สิ่งเหล่านี้พระไพศาลท่านเรียกการกระทำของทักษิณว่า "ถูกใจชาวบ้านแต่ไม่ถูกต้อง"

 ผมต้องกราบนมัสการพระไพศาล ที่ท่านใช้คำสรุปที่ "ถูกใจ" ผมจริงๆ เพราะผมเองก็หาคำมาอธิบายปรากฏการณ์นี้ยังไม่ได้ แต่ท่านได้ให้คำสรุปที่ชัดเจน อย่างที่ผมบันทึกมาหลายบันทึกแล้วนั้น รู้ทั้งรู้ว่าชาวบ้านในพื้นที่ที่ผมทำงานนั้นแดงทั้งดง และได้ยินกับหูที่ชาวบ้านพูดว่า ทักษิณนั้นเขาแบบ 50/50 แม้จะกินก็ให้ชาวบ้านด้วย

		มันเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่าตกใจ และผมหรือใครๆก็คงรับไม่ได้ต่อทัศนะนี้ แต่ชาวบ้านในชนบทไม่ได้คิดอย่างเรา ตรงข้ามเขาชื่นชอบอีกต่างหาก แน่นอนมีองค์ประกอบอื่นเข้ามาสร้างเสริมด้วย เช่นการประชาสัมพันธ์ ใน P station และวิธีอื่นๆ ประกอบกับบางพื้นที่ เช่นดงหลวง มีแผลเดิมอยู่บ้างแล้ว 

		"ถูกใจชาวบ้านแต่ไม่ถูกต้อง" มันเป็นโจทย์ เป็นประเด็น เป็นคำถามที่ถามตัวเองว่า ในฐานะที่เรามาทำงานสร้างคนชนบทนั้นเราจะแก้อย่างไร ซึ่งเรารู้ว่าการเปลี่ยนความคิดคนนั้น ยาก แต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้
การแก้ปัญหาความยากจนเป็นเรื่องยาก การเปลี่ยนความคิดคนยิ่งยากทวีคูณ </description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1935</link>
			</item>
	<item>
		<title>กระจกส่องประเทศไทย..</title>
		<description>เช้านี้ลองเข้าไปที่ Dash Board


เลื่อนลงไปล่างสุดของหน้าจอแล้วคลิกที่ กรอบมุมล่างซ้าย





หรือเข้าตรงไปที่ http://ma.tt/2010/03/bangkok-unrest/


ไปดูฝรั่งคุยกันเรื่องกรุงเทพฯ บ้านเรา....


เหมือนกระจกส่องประเทศไทยนะครับ..
 </description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1932</link>
			</item>
	<item>
		<title>ชื่อในบันทึกเก่าเล่มนั้น..</title>
		<description>
 
 
	สตรีท่านนั้นโชคร้ายจริงๆ เพราะกระเป๋าเงินถูกโจรกรรมบนรถไฟสายใต้ที่สงขลาจนหมดตัว สิ่งที่พึ่งพิงได้คือการไปแจ้งความที่โรงพัก...
นายตำรวจท่านนั้นรับเรื่องราวทั้งหมดแล้วก็ควักเงินในกระเป๋าให้มา 500 บาท สตรีท่านนั้นไม่ลืมที่จะบันทึกชื่อนายตำรวจไว้ที่ได้ช่วยเหลือในยามทุกข์...
แล้วชีวิตก็เดินต่อไปจากวันเป็นเดือนเป็นปี หลายปี..การถูกโจรกรรมเงินในรถไฟ และการช่วยเหลือของนายตำรวจถูกเล่าขานให้เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง วันแล้ววันเล่า    
แล้วก็เลือนหายไปกับกาลเวลา..

		ช่วงสัปดาห์เดือนมีนาคมอันร้อนแรงทั้งอุณหภูมิอากาศและการเมือง.. แล้วในที่สุดข่าวลือลั่นที่สุดก็อุบัติขึ้นที่ภาคใต้ นายตำรวจนักสู้แห่งเทือกเขาบูโดถูกระเบิดเสียชีวิต... ท่านคือนายตำรวจที่เพิ่งจะมาร้องเรียนกับกตร. และนายกรัฐมนตรีฯ เพื่อขอโยกย้ายเมื่อวาระมาถึง แต่ไม่ได้รับการโยกย้าย และต้องมาสังเวยชีวิตให้แก่ความร้อนที่ภาคใต้...ท่านคือ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา....
สตรีผู้โชคร้ายบนรถไฟในหลายปีก่อนเอะใจกับชื่อท่านผู้กล้าที่เสียสละชีวิตท่านนี้ เธอไปค้นบันทึกเก่าๆเอามาดู เพราะได้บันทึกชื่อนายตำรวจผู้ช่วยเหลือเธอในคราวนั้น

		...สตรีท่านนั้นต้องตกใจสุดขีด.. น้ำตาเธอรินหลั่งลงมาอย่างไม่รู้ตัว ชื่อนายตำรวจที่เธอบันทึกไว้นั้น คือ ชื่อผู้เสียสละชีวิตในวันนี้....

 (เค้าโครงเรื่องมาจากข่าว ปชส.เย็นวันที่ 18 มีนาคม 2553) </description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1929</link>
			</item>
	<item>
		<title>โศลกแดง ๐๑</title>
		<description>
 
	 </description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1924</link>
			</item>
	<item>
		<title>เย็นวันหนึ่งที่ริมโขง..</title>
		<description>ที่นอนก็คือที่ซุกหัวนอนจริงๆ ออกจากห้องก็ตรงไปที่ทำงาน ตกเย็นก็เข้าตลาดราตรี หรือไม่ก็ร้านเจซื้ออาหารแล้วก็กลับห้อง ดู จอเหลือง ดูช่อง 11 ไปด้วยแล้วก็ทานข้าว เสร็จก็เริ่มงานอีกครั้ง จนเที่ยงคืน ตีหนึ่ง หลับไป ตื่นเช้าก็เข้าสู่เดิมๆ


เย็นวันนี้นึกอยากไปริมโขงที่เรียกตลาดอินโดจีน เขาว่าน้ำโขงแห้ง ไปดูซะหน่อย  โอย..ลมแรงจริงๆดูต้นตีนเป็ดซิ ใบลู่ตามลมไปเลย ชาวมุกดาหารมีคำพูดเล่นๆกันว่า ลาวเปิดพัดลมใส่แรงไป..อิอิ



 


ตั้งแต่มีสะพานมิดตะเพียบ ลาว-ไท การใช้บริการทางเรือก็ลดลงอย่างมาก ดอนทรายโผล่ขึ้นมาสูงกว่าที่เคยเห็น เราเคยนึกว่าไอ้จักรพรรดินิยมมันขีดเส้นแบ่งเขตแดนเอาเปรียบประเทศไทยเพราะทุกเกาะแก่งกลางน้ำโขงนั้นเป็นของลาวหมด แม้ว่าหลักการคือร่องน้ำลึก..อ้าวใจเย็นๆ..เรามาพักผ่อนน่ะ..


ตลอดท้องน้ำโขงมีทุ่นขาวๆและธงสีแดงลอยอยู่เต็มไปหมด นั่นคือสัญลักษณ์บอกร่องน้ำที่ให้เรือต้องวิ่งไปตามนั้น  เห็นเรือสินค้าวิ่งซิกแซกไปมา อ้อมโลก กว่าจะถึงฝั่งลาว ก็ใช้เส้นทางที่ยาวกว่า นานกว่า เสียพลังงานมากกว่า เพราะเหตุดังกล่าว


 


ยืนรับลมแรงอยู่นาน ชื่นใจ หายเหนื่อย สายตาสอดส่ายไปทั่วๆ เห็นสะพานเงาๆโน้น เพราะฟ้าหลัวจึงไม่ชัดเจน ยอดเขามโนรมย์ก็ครึ้มไปหมด  ลมแรงตลอดเวลาทำให้ชาวเมืองไม่น้อยเดินออกมารับลมตามริมโขง บ้างก็เอาลูกมาด้วย หลายคนเป็นคนเฒ่าแก่ ที่ลูกหลานปลดระวางลงแล้ว ก็ใช้เวลาช่วงปลายชีวิตอย่างมีความสุข แต่บางคนยังต้องแบกภาระหารายได้อยู่... ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1922</link>
			</item>
	<item>
		<title>ม๊อบที่มุก&#8230;</title>
		<description>ที่กรุงเทพฯกำลังร้อน ร้อนทั้งอากาศ การเมือง ข่าวบอกว่ายิง M 79 กันแล้ว


ที่มุกดาหาร สำนักงาน ส.ป.ก.อันเป็นที่ทำงานของโครงการที่ผมดูแลก็มีม๊อบเกษตรกรมายึดอยู่ ร้อนไม่แพ้กรุงเทพฯ..




วันแรกๆก็ปิดประตูไม่ให้เข้า ไม่ให้ออก มาวันนี้เปิดปกติ ดูบรรยากาศซิครับ ยึดที่จอดรถเป็นที่กินที่นอน ราวตากผ้า ทำกิจกรรมสานตะกร้า เสร็จ




กลางวันอากาศร้อน ก็ถือโอกาสหยุดการปราศรัย พักผ่อน ใครผมยาวก็มาตัดผมกัน ตัดเสร็จก็อาบน้ำกันตรงนั้นแหละ เย็นสบายดี ก็ช่วยให้อารมณ์ลดดีกรีลงมาได้บ้าง





สตรีที่เหน็ดเหนือยการเป็นครัวหนุนหลังก็นอนพักผ่อนซะก่อนตกเย็นๆค่อนออกมาปราศรัยบริภาษ ส.ป.ก.ใหม่อีก





มาบริภาษเขา แต่เรียกร้องให้มาบริการน้ำดื่มเย็นๆ เอาเต้นท์มากางให้ เอาข้าวมาบริการ มาทำความสะอาด ฯลฯ โอย ม๊อบอะไรนี่... ส.ป.ก.ก็ทำตามงกๆ ไปซื้อข่าวสารมาให้เป็นกระสอบ ส้วมเต็มก็เอารถมาดูดส้วม น้ำท่าไม่สมบูรณ์ก็ขนมาให้ ยังจะมานั่งฟังเจ้านายด่าเช้าด่าเย็นอีก


ไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่เป็นเช่นนี้ ดูดูก็ขำ แบบขำไม่ออกอ่ะ


เรื่องราวมันเป็นอย่างไรล่ะ


ก็มันซับซ้อนพอสมควร มีการเมืองเข้ามาด้วยซิ ไม่ขอลงรายละเอียดหรอก ทั้งหมดนี้ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของผม แต่อดสงสารท่าน ปทจ.ที่ต้องรับหน้าเสื่อไม่ได้ ... การเมืองนี่มันยุ่งไปหมด ระบบเสีย หลักการเสีย แนวทางการทำงานเพื่อความยั่งยืนเสีย แนวทางเพื่อการพึ่งตนเองเสีย.....อีกฝ่ายก็คงคิดว่า ทำเพื่อเรียกคะแนนเสียงชาวบ้าน ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1904</link>
			</item>
	<item>
		<title>แตงกะน้ำ..</title>
		<description>บางทราย: แตง...เธอคิดอย่างไรต่อแดง...ชาวบ้านแถวบ้านเธอคุยกันว่าอย่างไรบ้างล่ะ


แตง: โอย...เมื่อสองสามวันมีคนไปประกาศว่าให้ไปลงชื่อเป็นสมาชิกแดง เอาทักษิณกลับประเทศไทย แล้วจะได้เงินใช้  ก่อนหน้านี้เขาก็เอาเงินมาแจก หนูยังไปรับของเขาเลย ได้มา 500 บาท..


บางทราย: ชาวบ้านคิดอย่างไรล่ะ..


แตง: เขาชอบทักษิณ เพราะทำให้ชาวบ้านมีเงินกู้ เศรษฐกิจดี


บางทราย: น้ำ เธอคิดอย่างไรต่อแดงล่ะ


น้ำ: เขาดีนะ คนจนๆรักษาฟรี มีเงินในหมู่บ้าน ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง


บางทราย: น้ำ เธอไม่รู้ใช่ไหมว่า สามสิบบาทรักษาทุกโรคนั้น ทักษิณไม่ได้เป็นคนคิด คุณหมอสงวนและเพื่อนๆหมอเป็นคนคิด แล้วทักษิณเห็นดีก็เอาไปเป็นนโยบายของพรรคการเมืองเขา


น้ำ: หนูไม่รู้หรอก แต่เขาก็ดีนี่นะ อภิสิทธิ์มาแย่งตำแหน่งเขาไป


........


สังคมไทยเรานั้นตกอยู่ภายใต้การโฆษณาชวนเชื่อ หรือ..


สังคมไทยเราตกอยู่ภายใต้การนำของระบบสื่อสารมวลชน หรือ..


สังคมชนบท กลุ่มคนรากหญ้า หรือคนชั้นล่างนั้น รับเฉพาะสิ่งที่เห็น ที่ได้ยิน สิ่งที่ได้มา แต่เหตุผลเบื้องหลังของที่เห็น การได้ยิน การได้มาคืออะไร ไม่มีข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจในสิ่งที่เห็น ได้ยิน...


น่ากลัวจริงๆ... เพราะสิ่งใกล้ตัวของผมนั้นคือพี่น้องดงหลวงก็ไม่ก้าวข้ามสิ่งที่ผมกล่าวมานั้น


หากว่าคนไทยนับถือศาสนาพุทธ และศาสนาพุทธมีคำสอนมากมายถึงเรื่องที่ผมกล่าวมาทั้งหมดว่าอย่าเชื่อเพราะคนพูดน่าเชื่อถือ และ.....


แต่จริงๆพุทธศาสนิกชนก็เป็นแค่คนที่มีชื่อในบัตรประจำตัวประชาชนที่ระบุว่ามีศาสนาพุทธเท่านั้นหรือ....


โครงการพัฒนาเช่นที่ผมทำ และรับผิดชอบอยู่นี้จะมีส่วนมากน้อยแค่ไหนต่อประเด็นเหล่านี้ คือโจทย์ใหญ่ที่แบกอยู่ </description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1898</link>
			</item>
	<item>
		<title>เที่ยวลาวใต้ 6 ตลาดและตาดฟาน</title>
		<description>วันสุดท้ายที่เราอยู่ในปากเซ เมืองจำปาสักนั้น เราไปชมตลาดใหม่ของเมืองปากเซ มีคำกล่าวว่า หากจะดูความอุดมสมบูรณ์ของท้องที่ใดๆก็ให้ไปดูที่ตลาด เราพบว่าเมืองปากเซนั้นมีความอุดมสมบูรณ์มาก





ระบบตลาดยังเป็นแบบเดิมๆส่วนใหญ่ก็เป็นแบบแบกะดินของกินของใช้มากมายโดยเฉพาะของกินนั้นมีครบสารพัดที่เป็นแบบพื้นเมืองพื้นบ้าน








หากเอาปริมาณและชนิดของอาหารมาเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ ปากเซก็มีความสมบูรณ์มากๆโดยเฉพาะผลผลิตที่มาจากลำน้ำโขง ทั้งปลานานาชนิด หลายชนิดผมไม่เคยเห็นมาก่อน พืชผัก ต่างๆมาจาก "ดอน" หรือเกาะแก่งที่อยู่กลางลำน้ำโขง โดยเฉพาะที่เรียกว่า "สีพันดอน" นั้นคืออู่ข้าวอู่น้ำของเมืองปากเซ จำปาสัก และผมเดาว่ายังส่งอาหารเหล่านี้ไปเมืองอื่นๆด้วย





เราเดินทางต่อไปยังตาดฟาน ตาดคือน้ำตก ที่นั่นมีรีสอร์ทอยู่ด้วย พบว่ามีฝรั่งมาเช่าพักกันมาก ตาดฟานเป็นน้ำตกที่มีความสูงมากกว่า 200 เมตร อยู่ในหุบเขาใหญ่ เราต้องยืนดูที่ขอบหุบเขาหนึ่งแล้วดูไปที่อีกหุบเขาหนึ่งทางทิศตะวันตก จะเห็นตาดฟาน


 


รอบๆคือป่าทึบ ผมชอบที่นี่มากที่สุด ด้วยเหตุผลที่น้ำตกสวยแม้จะไกลเราไม่มีโอกาสสัมผัสนอกจากดู แต่ก็ดีไปอย่างที่น้ำตกจะไม่มีการท่องเที่ยวไปรบกวนความเป็นธรรมชาติของเขา ที่รีสอร์ทนี้มีอาคารที่จำหน่ายอาหาร กาแฟเครื่องดื่มต่างๆ ต้นไม้ครึ้มไปหมด  ชอบมากครับ


 


เนื่องจากเป็นหุบเขากว้างใหญ่ จนไม่ได้ยินเสียงน้ำตก ฝรั่งแต่ละคนที่มายืนดู เขาใช้เวลานานมาก จนเรานึกในใจว่า ขยับเสียทีซิจะได้ยืนตรงนั้นบ้างเพราะเป็นจุดที่ดูดีที่สุด อิอิ


เรานั่งดื่มกาแฟสดและดื่มด่ำกับธรรมชาติอยู่นานพอสมควร เราไปแบบครอบครัวจึงใช้เวลาได้เต็มที่ มองไปรอบๆเห็นภาพคนไทยจำนวนมากที่ดังๆมาเยี่ยมที่นี่แล้ว ดูเอาเองว่าใครเป็นใครนะครับ


 
 </description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1897</link>
			</item>
	<item>
		<title>เที่ยวลาวใต้ 5 หลี่ผี คอนพะเพ็ง</title>
		<description>ที่โรงแรมจำปาสักพาเลสนั้นห้องพักกว้างขวางมีความเป็นมาตรฐาน ที่แปลกคือ รอบห้องนั้นเป็นทางเดิน


 


อันเนื่องมาจากเดิมเป็นการก่อสร้างเป็นพระราชวังของเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาสัก แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงเสียก่อนรัฐบาลใหม่จึงดัดแปลงมาเป็นโรงแรม ท่านดูรายละเอียดได้ที่นี่ ประวัติโรงแรมจำปาสักพาเลส


คณะรัฐมนตรีสมัยทักษิณเคยมาที่นี่และถ่ายรูปไว้ดังภาพซ้ายมือล่าง


หลังจากอาหารเช้าที่อยากทานเท่าไหร่ก็เชิญตามสบาย แต่มีแต่คนไทยไปแย่งกันเอง ผมเห็นการบริหารจัดการเรื่องอาหารแล้วยังด้อย และทานแบบทิ้งขว้างก็เยอะ เพราะเป็นบุปเฟต์ คนเราจึงตักอาหารมากันเต็มที่ แล้วทานไม่หมด คนนั้นคือคนไทยครับ


เราเดินทางไปดูน้ำตกหลี่ผี ระหว่างทางนั้นต้องหยุดพักและข้างทางให้ผู้โดยสารเข้าห้องน้ำ จึงมีอาชีพสร้างห้องน้ำขึ้นในลาวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวซื้อบริการ ผมว่าเป็นการพัฒนารองรับการท่องเที่ยวที่บูมกันมากๆ ทำให้ผมย้อนไปนึกถึงการเดินทางไปเที่ยวเวียตนามในดินแดนลาวนั้นเส้นทางนั้นยังไม่มีบริการนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวไทยนั่งรถไปเที่ยวต้องวิ่งเข้าป่าทั้งชายหญิง ทุลักทุเล ไม่ทราบว่าเส้นทางนั้นก่อสร้างห้องน้ำบริการแบบเส้นทางไปน้ำตกหลี่ผีหรือยัง


 


สักพักใหญ่ๆเราก็มาถึงท่าเรือเข้าไปในเขตสีพันดอน เพื่อเที่ยวดูน้ำตกหลี่ผี ข้ามเรือไปแล้วก็เห็นบริการห้องน้ำอีก เขียนเชิญชวนทั้งภาษาอังกฤษและภาษาลาว ว่า "บริการห้องน้ำ คนละ 1000 กีบ เท่ากับ 5 บาทไทย"


 


ที่นี่เรียกบ้านดอนเดด เราต้องนั่งรถ 5 แถว เปิดโล่งโจ่งพาเราไปหลี่ผี บนถนนแบบชาวบ้านจริงๆฝุ่นเต็มไปหมด เห็นนักท่องเที่ยวไทยหลายคันใส่หน้ากากกันทุกคน ถนนก็แคบเวลาสวนกันคันหนึ่งต้องหยุดเพื่อให้อีกคันไปก่อน หลายคนคงบ่นว่าล้าหลัง ฝุ่นเต็มไปหมด ทำไมไม่ลาดยางเหมือนฝั่งไทย ผมกลับคิดว่า เออ นี่แหละเสน่ห์อย่างหนึ่ง  ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1883</link>
			</item>
	<item>
		<title>อยู่กับปลวก..</title>
		<description>เพราะเราทั้งคู่ทิ้งบ้านให้เป็นที่นอนเล่นของผู้ช่วยแม่บ้าน แม้ว่าจะไม่ค่อยพอใจที่เธอไม่ค่อยทำงานเข้าตาเท่าไหร่ แต่ก็อยู่กันมานาน บอกอะไรก็ทำ แต่นานไปเธอก็ไม่ทำ อิอิ คิดเสียว่ารกคนดีกว่ารกหญ้า


แล้วมันเป็นไงล่ะ..


ปลวกซิครับท่าน ผมบ่นมาหลายบันทึกแล้ว ผมก็ควานหาวิธีการต่างๆที่ไม่ใช้สารเคมี




ป้าจุ๋มแนะนำไว้ ว่ามีเพื่อนที่รับทำการกำจัดปลวก ผมก็เก็บเป็นข้อมูลไว้..


น้องเบิร์ดแนะนำน้ำส้มสายชู เพราะหากถูกตัวเขาจะแสบแล้วเขาหนีไป..น่าสน

ไปบ่นให้พี่ใหญ่ที่ทำงานด้วยกันฟัง ท่านก็บอกว่า บ้านพี่นะก่อนสร้างเทปูน เอาแผ่นพลาสติกผืนใหญ่มาปูก่อนแล้วจึงเทปูน เขาว่ามันกลัวพลาสติก นี่ก็สร้างบ้านมานับสิบ สิบปีแล้ว ไม่มีปลวกครับ...เออ ผมก็เก็บข้อมูลไว้..

ไปค้นข้อมูล เขาว่า หัวกลอย หากเอามาฝานแล้วแช่น้ำเอาน้ำมาพ่นมันจะตายและหนีไป  เอาหละได้การที่ดงหลวงมีกลอยเยอะจึงสั่งชาวบ้านหากลอยให้หน่อย...


วันนั้นแวะไปเอากลอยกับผู้เฒ่าในหมู่บ้าน พ่อใหญ่ถามว่า อาจารย์เอากลอยไปกินหรือ..ทำเป็นไหมล่ะ ..ผมบอกพ่อใหญ่ว่าไม่ได้เอาไปกินหรอก จะเอาไปหมักพ่นฆ่าปลวก...


พ่อใหญ่บอกพร้อมชี้ไปที่บ้านข้างๆว่า นี่..นี่..อาจารย์บ้านลูกสาวนี่ใช้เกลือครับ เกลือแกงเรานี่แหละเทใส่โคนเสาไปเลย ไม่มีปลวกซักตัว มันคงเค็ม  เออ..ผมได้หลายวิธีแล้ว


วันหยุดสุดสัปดาห์ก่อนผมก็เอาทุกสูตรมารวมกัน ไปซื้อน้ำส้มสายชูมา 6 ขวด (ที่บ้านไม่ทานน้ำส้มสายชู ทานซีอิ้ว) ไปซื้อเกลือ เอาน้ำส้มควันไม้ หมักกลอย เอามาผสมกันกะว่า ฮื่อคราวนี้แหละปลวกก็ปลวกเถอะเห็นดีกัน...


วงกบข้างครัวเป็นที่ทดลองเพราะปลวกกัดกินจนโผล่หัวออกมาให้เห็น จัดการไปซื้อ ไซลิงค์แบบพลาสติก เอาเข็มแบบใหญ่มา จัดการซะบ้านเลอะไปเลย  ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1859</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขอคารวะท่านผู้กล้า..</title>
		<description>
 
	ขอคารวะดวงวิญญาณท่านผู้กล้า
พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา
		(ภาพจากมติชนออนไลน์) </description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1857</link>
			</item>
	<item>
		<title>โศลกแดง..</title>
		<description>โศลกแดง





เราเกิดมาในบ้านหลังนี้ เรารักเราผูกพัน 


เรารู้ว่าพี่น้องเราไม่เท่าเทียมกัน บางคนร่ำรวย บางคนยากจน


คนคนหนึ่งได้รับการศึกษา ในสถาบันระดับสูงของประเทศ


แต่อีกมากมายนักไม่มีโอกาสเช่นนั้น


คนที่ได้รับการศึกษาคนนั้นมีโอกาสมากมายที่จะเลือกทางเดินแห่งชีวิต


แต่เขาเลือกเดินลงสู่ชนบท เพราะเขารักบ้านหลังนี้ 


ความรักนี้ไม่ได้มากไปกว่าคนอื่นๆหรอก แต่เลือกที่จะยึดอาชีพการทำงานกับชนบท


ไม่มีเกียรติ์ และไม่มีความร่ำรวยรออยู่ข้างหน้า


มีแต่ปัญหาและความหวังดีและกล้าที่จะเผชิญพร้อมๆกับพี่น้อง


มาวันนี้บ้านหลังใหญ่หลังนี้เดือดร้อน เพราะคนในบ้านทะเลาะกัน


เราท่านก็รู้ดีว่าเพราะอะไร 


ช่วยกันเถอะครับ...ช่วยเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะให้พี่น้องเราหันหน้ามาคืนดีกัน

"หากเราไม่เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหานี้                                       ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1855</link>
			</item>
	<item>
		<title>ก็แค่อยาก..</title>
		<description>
 
		ผมมักจะจอดรถเมื่อรู้สึกหิว จึงแวะหาของขบเคี้ยว หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปธรรมชาติ
			
		ผมมักจะจอดรถเมื่อรู้สึกปวดฉี่ จึงแวะข้างทาง  หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปวิถีชีวิตข้างถนน
			
		ผมมักจะจอดรถเมื่อรู้ว่ามีโทรเข้ามา จึงแวะข้างทาง  หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปเมฆสวยๆบนท้องฟ้า
			
		ผมมักจะจอดรถเมื่อรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติกับรถ จึงแวะข้างทาง  หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปวิวข้างทางที่สดสวย
			
		ผมมักจะจอดรถเมื่อเห็นสัตว์กำลังข้ามถนน จึงแวะข้างทาง  หรือจอดรถเพราะต้องการถ่ายรูปพระอาทิตย์สวยๆ
			ก็แค่อยากถ่ายรูป อ่ะครับ </description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1853</link>
			</item>
	<item>
		<title>คนใต้คนหนึ่งที่ผมรู้จัก..</title>
		<description>คิดถึงเพื่อนรักที่ชื่อนายสถาพร ศรีสัจจัง

	เพราะน้องครูปูชักชวนเพื่อนลานไปงานบวชเม้ง และระบุโปรแกรมไปที่เกาะยอ เลยนึกถึงเพื่อนรักลูกช้างรุ่นเดียวกันที่เป็นคนที่มีพลังในการทำงานมากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อวานซืนเขาเพิ่งโทรจากเกาะยอไปหาผมที่ขอนแก่นด้วยความคิดถึงกัน สถาพรชวนไปเที่ยวที่สวนที่เกาะยอ จะเลี้ยงไวน์ว่างั้น อิอิ พอดีผมและครอบครัวมีโปรแกรมลงใต้มาตรังช่วงเช็งเม้ง เขาก็ชวนให้ไปนอนคุยกันที่นั่น  ผมเองก็มีเพื่อนรายทาง หลังสวน ชุมพร ภูเก็ต พังงา... แต่โปรแกรมครอบครัวติดขัดบางประการ..
			เลยถือโอกาสนี้แนะนำเพื่อนรักสถาพร ศรีสัจจังคนมีพลังทำงานเหลือเฟือคนนี้ครับ 
			
 คำประกาศเกียรติคุณนายสถาพร ศรีสัจจังศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ประจำปี 2548
		นายสถาพร ศรีสัจจัง ปัจจุบัน อายุ 55 ปี เกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2493 ที่จังหวัดพัทลุง เป็นกวีและนักเขียนที่สร้างผลงานหลายประเภททั้งกวีนิพนธ์ เรื่องสั้น นวยนิยาย บทความ ปกิณกะคดี และวรรณกรรมเยาวชน ผลงานหลายเรื่องได้รับการยกย่อง ได้รับรางวัล และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ เช่น บทกวี "ดาวเหนือ" เรื่องสั้น เรื่อง "คลื่นหัวเดิ่ง" วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง "เด็กชายชาวเล" ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1845</link>
			</item>
	<item>
		<title>เที่ยวลาวใต้ ปราสาทวัดพู 2</title>
		<description> 

ตรงทางเข้าปราสาทวัดพูเราก็พบพิพิธภัณฑ์ ที่เขาห้ามถ่ายรูป แต่มีชาวฝรั่งเศสมาถ่ายทำสารคดี เขาคงขออนุญาตพิเศษ เราเข้าไปชมก็พบ อรรธนารีศวร ที่นี่ แต่ไม่สมบูรณ์เท่าที่อุบลฯครับ 

  

ไกด์สาวพาเราเดินขึ้นปราสาทวัดพู ก่อนขึ้นไปมีชาวบ้านเอาเครื่องเซ่นไหว้พระรูปมาขาย เราซื้อมาแสดงคารวะ ต่อพระรูปตระหง่านก่อนทางขึ้นนั่น


  

ทางผ่านด้านล่างก่อนขึ้นปราสาทนั้นไกด์บอกว่ามีสามชาติมาสนับสนุนการฟื้นฟูมี อินเดีย ฝรั่งเศษ และอิตาลี


ช่วงที่ไปเที่ยวบังเอิญต้นลีลาวดีสองข้างบันไดขึ้นปราสาทกำลังออกดอก ดูสวยจริงๆเต็มไปหมด


 

เมื่อ สว.ปีนบันไดชันจำนวนนับร้อยขั้น ผลออกมา เฮ่อ...ขอน้ำเย็นดื่มหน่อย... ไกด์สาว ที่หอบหิ้วน้ำเย็นผ้าเย็นคอยบริการลูกค้า.. นี่ดีนะว่าลูกค้ามีแค่สามคน


  

เมื่อถึงชั้นปราสาทแล้ว พบชาวบ้านมาขายเครื่องบูชาพระรูปในตัวปราสาท  ไปที่ไหนก็มีฝรั่ง อิอิ ฝรั่งคลานขึ้นคลานลงก็มีให้เห็น


  

นักท่องเที่ยวบางคนศรัทธามาก เอาขวดเปล่าไปรองน้ำที่หยดมาตามรอยแตกของหิน ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ด้านหลังปราสาทวัดพูมีร่องรอยงานแกะสลักที่ยังไม่แล้วเสร็จปรากฏอยู่


  

ด้านเหนือของตัวปราสาทมีก้อนหินใหญ่ก็มีร่องรอยของการแกะสลับรูปช้าง บันไดนาค และรอยลึกของจระเข้เพื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆตามความเชื่อ..


 



นับว่าเป็นปราสาทที่สวยอีกแห่งหนึ่งที่น่าไปชม หากการฟื้นฟูตัวปราสาทด้านล่างสำเร็จหมด ก็จะยิ่งสร้างคุณค่าของปราสาทวัดพูอีกมากมาย 

ดอกลีลาวดีที่พื้นบันไดหินนั้นเหมือนเทวดามาโปรยปรายให้เหล่ามนุษยชนขึ้นไปดื่มด่ำกับอดีตกาลที่มีศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ ต่างเพื่อสันติและธรรมแห่งการอยู่ร่วมกัน.. </description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1841</link>
			</item>
	<item>
		<title>วันสตรีสากล..สตรีในมุมของอดีต</title>
		<description>

เทวรูปอรรธนารีศวรพระองค์นี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์อุบลราชธานี อย่างที่บันทึกไปแล้ว และผมไปพบรูปนี้ที่พิพิธภัณฑ์ปราสาทวัดพู เมืองจำปาสัก ปากเซ ซึ่งเอารูปนี้ไปอธิบายเทวรูปที่เป็นวัตถุโบราณที่นั่น ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและไม่งดงามเท่าที่อุบล           มีคำบรรยายเป็นภาษาลาว ผมให้น้องไกด์อ่านให้ฟัง 


มีตอนหนึ่งพยายามอธิบายความหมายเทวรูปที่มีสองเพศนี้โดยกล่าวว่า 


"....เนื่องจากสตรีคือพลังแห่งการสร้างโลก..."


เนื่องในวันสตรีสากลจึงหยิบเอามุมนี้ของ "อรรธนารีศวร" มาบอกกล่าวกันครับ

..สตรีจงเจริญ.. </description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1812</link>
			</item>
	<item>
		<title>เที่ยวลาวใต้ ปราสาทวัดพู 1</title>
		<description>เช้าวันที่อบอุ่นเราออกเดินทางจากที่พักหอพักราชภัฏอุบลฯเราทิ้งรถของเราไว้ที่บริษัทนั่งรถตู้ที่เราซื้อบริการทัวร์เพียงครอบครัวเดียวไปรับลูกสาวที่บินมาจากรุงเทพฯแล้วก็ตรงสู่ช่องเม็กชานแดนไทยลาว




ถนนหลายช่วงชำรุดแต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ได้ดี ทัวร์บกพร่องไปหน่อยไม่จัดการใบผ่านแดนให้เรียบร้อยทั้งที่บอกว่าจะจัดการไว้ล่วงหน้า แต่ก็ไม่ได้ใช้เวลามากนัก อาจเป็นเพราะจำนวนคนยังไม่มาก ปกติมากับทัวร์ เขาจะจัดการให้หมด ลูกค้าแค่นั่งคอย และพ่อค้าก็เข้าใจรู้ว่าไม่ว่าจะออกหรือจะเข้าคนที่ผ่านก็ต้องคอย


  

  

ดังนั้น บริษัทดาวเรืองของลาวจึงมาสร้างร้าน Duty free ขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าที่ด่านสะหวันนะเขตเสียอีก และได้ผลจริงๆ พี่ไทยแห่เข้าร้านและซื้อ ซื้อ ซื้อ ส่วนมากก็คือ เหล้าฝรั่ง ไวน์ เครื่องสำอาง น้ำหอม คนทั่วไปก็ถือโอกาสเข้าห้องน้ำดีดีที่นี่ ทานกาแฟร้อนเย็น ซึ่งราคาแพงกว่าบ้านเรา อิอิ 

 

 

เมื่อข้ามสะพานที่ญี่ปุ่นสร้างให้นั้น เราก็พบบ้านที่กำลังก่อสร้างทางตลิ่งซ้ายมือ มันใหญ่โตมาก ไกด์สาวบอกว่านี่คือบ้านของเจ้าของบริษัทดาวเรือง หรือ ดาวเฮือง ผู้ยิ่งใหญ่เรื่องกาแฟ อะราบิกา ของลาว


 

เราไม่เข้าที่พักก่อนตรงไปทานข้าวกลางวันและเลยไปเที่ยวปราสาทวัดพู อาหารกลางวันก็นับว่าใช้ได้ครับส่วนใหญ่เป็นปลา แม้ว่าผมจะทานไม่ได้แต่ครอบครัวก็เอร็ดอร่อย ทุกอย่าง แล้วเราก็มุ่งไปทางทิศใต้ตามเส้นทางหมายเลข 13 ของลาว แล้วต้องไปข้ามแพแม่น้ำโขงกลับไปอยู่ฝั่งขวาอีกครั้ง



ไกด์สาว นั่งบ่นอุบอิบไปตลอดทางที่จะข้ามแพ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1807</link>
			</item>
	<item>
		<title>Tung Tung Xewa</title>
		<description>

TATA Xenon หรือจะสู้ TungTung Xewa(ถุงถุงซิวะ), เป็นรุ่น Limited ใหม่ล่าสุด


 Made in Thailand. Only use in Remote Area. มีจำนวนจำกัดจริงๆ เป็นรุ่นSuper พอเพียง เพราะจำกัดความเร็วที่ 20 กม./ชม. อยากได้ต้อง Order พิเศษ โดยต้องวางดาวน์ ที่บริษัทอัมเพิลริช เพียงแห่งเดียวเท่านั้น


พึงระวังสินค้าเลียนแบบ ของแท้ต้องมีถุงห้อยสองข้าง


ไม่มีวางขาย อยากได้ต้องสั่งเท่านั้น 

หากท่านต้องการดูสินค้าก่อนสั่ง โปรดไปนั่งริมถนน สมเด็จ-กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เพราะไม่รู้ว่าจะผ่านมาเมื่อไหร่... อิอิ(ร้อนอ่ะ) </description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1787</link>
			</item>
	<item>
		<title>เที่ยวลาวใต้ 2</title>
		<description>ผมไม่ใช่นักสะสมพระเก่า และไม่มีความรู้เรื่องวัตถุโบราณ แต่เมื่อมาเห็นพระอรรธนารีศวรก็อดชื่นชมในความงามและความหมาย เชื่อว่าหลายๆท่านก็ไม่เคยเห็นมาก่อนยกเว้นท่านที่สนใจหรือเรียนมาทางนี้โดยตรง ผมเองนั้นรับรู้โดยสำนึกเสมอว่า ความเชื่อและศรัทธานั้นยิ่งใหญ่เสมอ สามารถทำในสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆได้


 

การสร้างพระรูปที่มีสองเพศในองค์เดียวกันนั้นคงมีความหมายลึกซึ้งมากกว่าจะสร้างขึ้นมาด้วยอารมณ์ขัน เมื่อศึกษาที่มาที่ไปก็ยอมรับ ความเชื่อ ความศรัทธาของบรรพบุรุษของพวกเรา


 


ทำไมถึงต้องสองเพศ คำอธิบายที่พิพิธภัณฑ์กล่าวไว้ว่า "รูปอรรธนารีศวร เป็นประติมากรรมเนื่องในศาสนาพราหม์ ลัทธิไศวนิกาย ที่สร้างขึ้นตามเรื่องราวระหว่างพระอุมาและฤาษีภิริงกิติ ผู้ซึ่งเคารพพระศิวะเพียงองค์เดียว ทำให้พระอุมาทรงพิโรธและสาปให้ร่างกายไร้เลือดเนื้อ ต่มาภายหลังพระนางทรงละอายต่อสิ่งที่ได้กระทำต่อฤาษีตนนี้ จึงคืนคำสาปและอธิษฐานขอให้พระวรกายของพระนางเข้าไปรวมเป็นส่วนหนึ่งขององค์พระศิวะ..... นับเป็นอรรธนารีศวรที่เก่ารูปหนึ่งเท่าที่พบในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้..."




ผมขออนุญาต อ.บัญชา ธนบุญสมบัติ หรือ น้องชิวของผม สำเนาสาระบางส่วนมาครับ


คำว่า อรรธนารีศวร มาจากคำ 3 คำ ได้แก่ อรรธ (ครึ่ง) + นารี (ผู้หญิง) + อิศวร (พระผู้เป็นเจ้า) หมายถึง เทพเจ้าผู้เป็นสตรีครึ่งหนึ่งนั่นเอง บางครั้งก็เรียกสั้นๆ ว่า อรรธนารี (Ardhanari) เฉยๆ ผู้ชายทางซีกขวาคือ พระศิวะ ส่วนผู้หญิงทางซีกซ้ายคือ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1785</link>
			</item>
	<item>
		<title>เที่ยวลาวใต้ 1</title>
		<description>ก่อนเดินทางเข้าลาวใต้ คือปากเซ เมืองจำปาสัก เรามีเวลาแวะเที่ยวเมืองอุบลฯ แรกตั้งใจจะเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และอีกหลายแห่ง เพราะคนข้างกายมีงานทำที่นั่นชมนักหนาว่าอยากให้ไปเที่ยว แต่เวลาที่เรามีอยู่กับระยะทางนั้นไม่เหมาะสมกันจึงเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเที่ยวในเมือง เราขอเอกสารการท่องเที่ยวอุบลจาก ททท. ขอนแก่นก่อนเดินทางจึงอยากไปเที่ยววัดต่างๆในตัวเมือง และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ 




แล้วเราก็ได้ไปกราบพระเจ้าองค์ตื้อที่มีประวัติยาวนานคู่เมืองอุบลฯ มีหลักศิลาจารึกหลายหลัก
เดินอ่านพักใหญ่ก็เรียนรู้อดีตของท้องถิ่นอุบลมากขึ้น 




ที่หน้าพระอุโบสถองค์ตื้อนั้น มีเทวรูปยักษ์เฝ้าประตูนั่งหลับและยืนหลับปรากฏอยู่ ดูน่ารักครับ


เราไปต่อวัดอื่น แต่มาโผล่ที่พิพิธภัณฑ์ก่อนจึงเข้าไปชม พอดีมีคณะนักเรียนที่คุณครูพามาทัศนศึกษาเราก็พลอยเดินตามเด็กเข้าไปชมด้วย






 


เด็กคงจะได้รับใบงานจากคุณครูให้บันทึกความรู้ที่ได้  ร้อยทั้งร้อยใช้วิธีจดบันทึกจากข้อมูลหน้ารูป พระรูป เทวรูปนั้นๆ  ผมยังนึกต่อไปว่า เมื่อไปถึงโรงเรียนออกมาเล่าหน้าชั้นเด็กจะบรรยายรูปต่างๆที่จดไปได้อย่างไร ก็แค่อ่านสิ่งที่จดให้เพื่อนฟัง ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
จดยังไม่ทันหมดก็รีบไปห้องอื่น เผลอเดี๋ยวเดียวก็หายไปหมดแล้ว ขณะที่เรายังชื่นชมเทวรูป พระรูปต่างๆอยู่ที่ห้องแรกเลย


  

อาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เดิมเป็นศาลากลางจังหวัด สวยงามมากครับ คงจะขึ้นเป็นโบราณสถานและนำมาใช้เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ซึ่งเหมาะสมที่สุดเพราะอยู่กลางเมือง


 

มีพระรูป เทวรูปที่สำคัญสุดหลายองค์ แต่องค์ที่ผมว่าสุดยอดที่สุดคือ พระ "อรรธนารีศวร" ที่ผมเพิ่งมีความรู้ครั้งแรกก็ประทับใจเป็นที่สุด รีบหาความรู้ทันที แล้วก็ไปพบพระองค์นี้ที่พิพิธภัณฑ์ปราสาทเมืองพู จำปาสักลาวใต้ในวันต่อมาอีก แต่ไม่สวยเท่าที่อุบล และเขาถ่ายรูป อรรธนารีศวรจากอุบลไปอธิบายความหมายของพระองค์นี้ด้วย เสียดายที่ลาวนั้นเขาห้ามถ่ายรูป ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dongluang/archives/1776</link>
			</item>
</channel>
</rss>
