ทราย..

โดย bangsai เมื่อ 2 มกราคม 2012 เวลา 22:25 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 2158

หากเราอยู่ที่หลวงพระบางจะเดินทางไปเมืองหงสา แม้ว่าจะมีถนนสายตรง แต่คนจะนิยมไปเส้นทางหลวงพระบาง-ไชยบุรี-หงสา แม้ว่าจะอ้อม ก็ยังปลอดภัยกว่า ถนนจากไชยบุรีไปหงสานั้นลาดยางแล้ว แต่มีสภาพแคบและเป็นเส้นทางบนภูเขา ท่านที่ไม่คุ้นเคยต้องขับรถอย่างระมัดระวัง ส่วนเส้นทางหลวงพระบาง-ไชยบุรีนั้น ร้อยละเก้าสิบเป็นถนนลูกรัง มีแต่ฝุ่นหนาทึบ


บนเส้นทางหลวงพระบาง-ไชยบุรีนั้นจะต้องผ่านแม่น้ำโขงที่บ้านท่าเดื่อ ขณะนี้กำลังเริ่มก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงตรงนี้ ปัจจุบันใช้เรือเฟอรี่ข้าม ใครจะข้ามก็ไปเข้าคิว บางครั้งรอนานเป็นชั่วโมงกว่าจะได้ข้ามเพราะรถแน่นมาก หรือ ไม่มีรถเรือเฟอรรี่ก็จะไม่ข้ามจนกว่าจะมีรถมากเพียงพอ


ที่สองฝั่งจะมีสาวๆมาสร้างเพิงขายสินค้า ส่วนมากก็เป็นอาหาร เช่นข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ และเครื่องดื่มประเภทน้ำดื่มและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทั้งหลาย ซึ่งเป็นสินค้าที่มาจากฝั่งไทยทั้งหมด


สังเกตเห็นกองทรายมหึมาที่น้ำโขงพัดพามากองริมฝั่ง ทรายล้วนๆ บริสุทธิ์ เด็กชาวบ้านมาเล่นกันบนนั้น แต่ ข้างล่างนั่นมีคนทำกิจกรรมอะไรอยู่ตรงนั้น


ผมซูมภาพเข้าไปก็เห็นชัดเจนว่านั่นคือชาวบ้านกำลังตักทรายใส่ลงในเรือที่มีลักษณะยาวๆที่จอดติดกับกองทรายใหญ่นั่น มันง่ายมากเพราะกองทรายใหญ่ สูง เรือต่ำกว่าก็ตักใส่ได้โดยตรง ชาวบ้านขุดทราย หรือตักทรายใส่เรือ ไปทรายข้างบนก็พังลงมา เพราะมีทราบมากมาย ขนหรือบรรทุกกันเป็นหมื่นๆเที่ยวก็คงไม่หมด



ไกลออกไปทางทิศเหนือ ก็มีกองทราย และมีชาวบ้านหนึ่งคนทำการตักทรายลงเรือเหมือนกัน เมื่อทรายเต็มเรือ เขาก็ติดเครื่องเรือแล่นไปอีกฝั่งตรงข้าม ที่นั่นผมเห็นรถและเรือทรายที่เข้าไปจอดและตักทรายจากเรือเอาไปใส่รถ ภาพนี้ทำให้เราเข้าใจว่า นี่คือระบบธุรกิจขนทราย ค้าทราย คงเป็นงานก่อสร้างที่กำลังเติบโตเต็มที่ที่เมืองไชยบุรี ทั้งถนนหนทางและอาคารตึกรามต่างๆ ล้วนต้องการทราย และก็ง่ายมากๆที่จะหาทรายป้อนให้งานก่อสร้าง ชาวบ้านก็มารับจ้างขนทราย


นี่เป็นภาพลูกโซ่ของวงจรธุรกิจ ชาวบ้านเป็นเพียงโซ่ข้อหนึ่งขององค์ประกอบธุรกิจทั้งครบ และการสร้างบ้านสร้างเมือง ชาวบ้านผู้รับจ้างขนทรายอาจรู้ว่าทรายนั้นไปที่ไหน แต่ไม่รู้ว่า สิ่งก่อสร้างนั้นจะเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตเขาหรือไม่ เกี่ยวข้องส่วนไหน อย่างไร เพราะสังคมนี้ใหญ่เกินระดับหมู่บ้าน ชุมชนของเขาเสียแล้ว..

« « Prev : วัดสีมุงคุน เมืองหงสา

Next : ต้นไม้ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

6 ความคิดเห็น

  • #1 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 มกราคม 2012 เวลา 18:12

    โอย ตกใจอ่ะค่ะ ทรายมันง่ายดายปานนี้เลยเหรอคะ ไม่ต้องสูบกันเลยเหรอ แล้วมันมาจากไหนคะ ทำไมถึงละเอียด ขาว และเยอะได้ขนาดนี้ (เอาไปทำแก้วได้มั้ย?)

  • #2 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 มกราคม 2012 เวลา 19:11

    เคยไปเที่ยวขอบๆ ที่ราบสูงธิเบตครับ เห็นน้ำไหลแรงแล้วรู้สึกเสียดายมากว่าน่าด้วยส่วนต่างของความสูงขนาดนี้ประกอบกับภูมิประเทศที่เป็นโตรกเขา น่าจะมีเขื่อนขนาดเล็ก หลายๆ เขื่อน นอกจากผลิตพลังงานแล้ว งานก่อสร้างยังสามารถกระจายรายได้ออกมาในเขตจีนตะวันตกได้ ลดจำนวนคนอพยพไปแย่งทุกอย่างกันในเซี่ยงไฮ้

    แต่คนนำเที่ยวบอกทำไม่ได้เนื่องจากแม่น้ำมีตะกอนมาก น้ำไหลผ่านหิน พากรวดทรายปริมาณมหาศาลมาด้วย สองข้างแม่น้ำไม่มีต้นไม้ขึ้นเพราะเต็มไปด้วยทราย ยิ่งพื้นที่ลาดเอียงสูง ยิ่งพากรวดทรายมาง่าย ดังนั้นชาวบ้านจึงทำฝายปิดครึ่งแม่น้ำไว้ดักทราย รถสิบล้อวิ่งลงจากถนนก็ถึงท่าทรายเลย ตักเอาทรายไปใช้ในงานก่อสร้าง ง่ายดี

    ต้นทางเป็นหินจากทิเบต ส่วนเอาไปทำแก้ได้หรือเปล่านั้น ไม่ทราบครับ คงขึ้นกับปริมาณซิลิกา

  • #3 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 มกราคม 2012 เวลา 19:28

    น้องเบิร์ดครับ พี่ไม่ทราบจริงๆว่าเอาไปทำแก้วได้ไหม คงเป็นอย่างที่ คอน กล่าวคือ ขึ้นกับปริมาณซิลิกา ว่ามีมากแค่ไหน แต่ที่แน่ๆคือ ในกองทรายเหล่านี้มีเกร็ดทองด้วย เพราะชาวบ้านบางแห่งมีอาชีพร่อนทอง พี่เคยเขียนไว้แล้ว

    ปริมาณทรายมากมายจริงๆ ไม่ต้องดูด น้ำพัดพามากอง เรียกว่าป้อนให้ถึงหน้าบ้านเลย และไม่ต้องไปร่อนเอากรวดออก เพราะเขาสอาดมาก เอาไปใช้งานได้เลย ขนเท่าไหร่ก็ไม่หมด อีกซํกพักน้ำก็ท่วม แล้วปีหน้าน้ำก็พัดพามาอีก….

  • #4 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 มกราคม 2012 เวลา 19:37

    คอนครับ ห่างจากนี้ไปไม่มากนักก็จะสร้างเขื่อนไชยบุรี ที่นานาชาติ มีความเห็นให้ชะลอการก่อสร้างไปก่อน เขื่อนแห่งนี้เขาไม่เรียก DAM แต่เรียก River Pondage เพราะกั้นแม่น้ำโขงพอให้น้ำเต็มตะลิ่ง เท่านั้น Inflow จะเท่า Outflow ตามที่นักวิศวกรรมแหล่งน้ำอธิบาย มีทางระบายน้ำ มีสะพานปลา มีทางให้เรือสินค้าขนาดใหญ่ เข้าออกได้ แต่กลุ่มอนุรักษ์ก็กล่าวว่า กระทบสิ่งแวดล้อมขอให้ชะลอการก่อสร้างไปก่อน เขื่อนตัวนี้จะผลิตกระแสไฟฟ้าส่งให้ไทยเป็นส่วนใหญ่ ครับ

    จริงๆเราต้องการความเป็นวิชาการเข้ามาศึกษาอีกมาก ว่าผลกระทบมีมากน้อยแค่ไหน แต่ก็นึกถึงอาจารย์ เอ็ดดี้ ยัง ที่กล่าวว่า ไม่มีงานก่อสร้างใดๆที่ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม แต่การกระทบนั้นกับผลประโยชน์ที่ได้รับมันคุ้มกันไหมเท่านั้น หากคุ้มก็ทำต่อไป หากไม่คุ้มก็หยุดทำ หากมีเทคโนโลยี่ที่ดีมาจัดการได้ ก็น่าทำ ยกเว้นว่า แหล่งพลังงานทางเลือกอื่นๆเรามีมากเพียงพอก็ไปเลือกทางอื่น แต่นี่ยังไม่มี..

  • #5 putarn ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 มกราคม 2012 เวลา 8:48

    ขอบคุณมากที่พาเที่ยวค่ะ เส้นทางนี้ยังไม่เคยไปเลย
    และเพิ่งจะทราบว่า ทรายนั้นมาจากไหน แปลกแต่จริง

    เดี๋ยวหยุดเสาร์อาทิตย์นี้จะขอกลับมาเที่ยวตามคุณบางทรายย้อนหลังนะคะ

    สวัสดีปีใหม่ค่ะ

  • #6 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 มกราคม 2012 เวลา 13:56

    สวัสดีปีใหม่ครับ Putarn หากมีโอกาสเชิญท่องวิถีชีวิตตามลำน้ำโขงนะครับ น่าสนใจมากครับ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.026964902877808 sec
Sidebar: 0.043506145477295 sec