ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว

โดย สิทธิรักษ์ เมื่อ 28 สิงหาคม 2008 เวลา 11:04 (เช้า) ในหมวดหมู่ ลานปัญญา #
อ่าน: 6075

วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551 

เปิด31ข้อ”จริยธรรม” คุมมาตรฐาน “ขรก.การเมืองไทย” ฝ่าฝืนถึงขั้นถอดถอน

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว

หมายเหตุ : เป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว หลังจากประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา หน้า 9 เล่ม 125 ตอนพิเศษ 141 ง เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา
———————
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองพ.ศ.2551 

โดยที่มาตรา 279 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กำหนดขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11(8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551Ž
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2551 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ.2543
ข้อ 4 ในระเบียบนี้ 

“ข้าราชการการเมือง” หมายความว่า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และข้าราชการการเมืองอื่นที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีแต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง
ข้อ 5 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ 

  

หมวด 1
ค่านิยมหลักของข้าราชการการเมือง
ข้อ 6 ข้าราชการการเมืองมีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย รักษาประโยชน์ส่วนรวม ยึดหลักธรรมาภิบาล โดยจะต้องยึดมั่นในค่านิยมหลัก ดังนี้
(1) ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(2) ยึดมั่นคุณธรรมและจริยธรรม
(3) มีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริต และรับผิดชอบ
(4) ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตนและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
(5) ยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม และถูกกฎหมาย
(6) ให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ
(7) ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
(8) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
(9) ยึดมั่นในหลักจรรยาของการเป็นข้าราชการการเมืองที่ดี 

  

หมวด 2
มาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการการเมือง
ข้อ 7 ข้าราชการการเมืองต้องจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์และเป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพและรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ข้อ 8 ข้าราชการการเมืองต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ
ข้อ 9 ข้าราชการการเมืองต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการเป็นพลเมืองดีการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ข้อ 10 ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบจริยธรรม คุณธรรมและศีลธรรมทั้งโดยส่วนตัวและโดยหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสาธารณชน ทั้งต้องวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน
ข้อ 11 ข้าราชการการเมืองต้องเคารพสิทธิ เสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่นไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ อาฆาตมาดร้าย หรือใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด
ข้อ 12 ข้าราชการการเมืองต้องมีอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อประเทศชาติ และต้องถือเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสิ่งสูงสุด
ข้อ 13 ข้าราชการการเมืองต้องรับใช้ประชาชนอย่างเต็มความสามารถด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและปราศจากอคติ
ข้อ 14 ข้าราชการการเมืองต้องไม่ใช้หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นข้าราชการการเมืองไปแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในทางทรัพย์สินหรือไม่ก็ตาม
ข้อ 15 ข้าราชการการเมืองต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นข้าราชการการเมืองเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการบรรจุ แต่งตั้ง ย้าย โอน เลื่อนตำแหน่ง และเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำและมิใช่ข้าราชการการเมือง พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่หรือราชการส่วนท้องถิ่นหรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
ข้อ 16 ข้าราชการการเมืองต้องไม่ยินยอมให้คู่สมรส ญาติสนิท บุคคลในครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของตนหรือของผู้อื่น และต้องไม่ยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนโดยมิชอบ
ข้อ 17 ข้าราชการการเมืองต้องระมัดระวังมิให้การประกอบวิชาชีพ อาชีพหรือการงานอื่นใดของคู่สมรส ญาติสนิท หรือบุคคลในครอบครัวของตนมีลักษณะเป็นการกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของตน
ข้อ 18 ข้าราชการการเมืองต้องรักษาความลับของราชการ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
ข้อ 19 ข้าราชการการเมืองต้องยึดมั่นในกฎหมายและคำนึงถึงระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งผู้สมควรดำรงตำแหน่งต่างๆ
ข้อ 20 ข้าราชการการเมืองซึ่งพ้นจากตำแหน่งแล้ว ต้องไม่นำข้อมูลข่าวสารอันเป็นความลับของราชการซึ่งตนได้มาในระหว่างอยู่ในตำแหน่งไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรเอกชน ทั้งนี้ ภายในกำหนดระยะเวลาสองปีนับจากวันที่พ้นจากตำแหน่ง
ข้อ 21 ข้าราชการการเมืองต้องเปิดเผยข้อมูลการทุจริต การใช้อำนาจในทางที่ผิด การฉ้อฉล หลอกลวง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้ราชการเสียหายต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
ข้อ 22 ข้าราชการการเมืองต้องไม่เรียกร้องของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ต่างๆ อันอาจจะเกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของตน และจะต้องดูแลให้คู่สมรส ญาติสนิท หรือบุคคลในครอบครัวของตนปฏิบัติเช่นเดียวกันด้วย
ข้อ 23 ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติต่อองค์กรธุรกิจที่ติดต่อทำธุรกิจกับหน่วยงานของรัฐตามระเบียบและขั้นตอนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ
ข้อ 24 ข้าราชการการเมืองพึงพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนอย่างสม่ำเสมอ เอาใจใส่ทุกข์สุขและรับฟังเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนและรีบหาทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ
ข้อ 25 ข้าราชการการเมืองต้องไม่ใช้หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น
ข้อ 26 ข้าราชการการเมืองต้องรักษาทรัพย์สินของราชการและใช้ทรัพย์สินของราชการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์นั้นๆ เท่านั้น
ข้อ 27 ข้าราชการการเมืองต้องไม่ประพฤติตนอันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของชาติ
ข้อ 28 ข้าราชการการเมืองต้องไม่คบหาหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประพฤติผิดกฎหมายหรือผู้มีความประพฤติหรือมีชื่อในทางเสื่อมเสีย เช่น ผู้เปิดบ่อนการพนันหรือผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของตน
ข้อ 29 ข้าราชการการเมืองต้องแสดงความรับผิดชอบตามควรแก่กรณีเมื่อปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง 

  

หมวด 3
การกำกับดูแล
ข้อ 30 นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่กำกับดูแลการประพฤติปฏิบัติตนของรัฐมนตรีและข้าราชการการเมืองอื่นที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ในกรณีที่พบว่ามีการประพฤติปฏิบัติตนที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบนี้ ให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการ ลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ
ข้อ 31 รัฐมนตรีมีหน้าที่กำกับดูแลการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการการเมืองอื่นที่รัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ในกรณีที่พบว่ามีการประพฤติปฏิบัตตนที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบนี้ ให้รัฐมนตรีดำเนินการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ
ถ้าปรากฏว่ารัฐมนตรีผู้ใดมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามวรรคหนึ่ง ให้นายกรัฐมนตรีแจ้งให้รัฐมนตรีผู้นั้นดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2551
สมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี 

คัดลอกมาจาก หนังสือพิมพ์ มติชน http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1219598953&grpid=01&catid=01

 

 

 

 

« « Prev : ที่ทำการไฟ้ฟ้าเชียงแสน อำเภอเชียงแสน สามเหลี่ยมทองคำ เชียงราย

Next : เศร้า……….. » »


1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...
ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

8 ความคิดเห็น

  • #1 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 สิงหาคม 2008 เวลา 2:22 (เย็น)

    ชอบเขียนให้ปฏิบัติไม่ได้  อิอิ

    แล้วจะเหลือซักกี่คน  อิอิ

  • #2 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 สิงหาคม 2008 เวลา 3:52 (เย็น)
    เอามาให้ดูกันเล่นๆ  ………..  ถ้าเป็นได้อย่างนี้เหตุการณ์อะไรก็ไม่มี          อิอิ
  • #3 poos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 สิงหาคม 2008 เวลา 2:05 (เย็น)

    <p>สวัสดีค่ะป๋าดล

    …  อ้ะ จริยธรรมทางการเมือง ก็มีบัญญัติไว แล้วใยยังมีปัญหา ฤาแค่เป็นหลักการ ที่ไม่สามารถปฏิบัติจริง ได้คะ … น่าแปลกใจจังเลย … หรือต้องลงลึก รายละเอียดกันชัดๆ กว่านี้
    …  ยังคิดเลยนะคะว่า เลือกตั้งคราวหน้า ควรกำหนดคุณสมบัติของสส .ให้แคบ ลึก เคลียร์ รวมถึง .. กลุ่มสุราเน่า รสเก่า ในแก้วใหม่ มิควร ได้รับโอกาส ซ้ำสอง อีกต่อไปแล้วค่ะ?

    … และยิ่งคิดไปว่า แม้มีกม. ยังใช้บังคับไม่ได้ ฤา อาจต้องควบคุม ติดตาม ความประพฤติ โดย กลุ่มองค์กรกลาง เพื่อตรวจสอบ นักการเมืองทุกท่าน กันไปเลย …

    …  จริงๆ หากมี จิตสำนึก แห่ง ความเป็นข้าหลวงประชาชนและแผ่นดิน  ควรลด สิทธิประโยชน์ อภิสิทธิ์ ที่พึงได้รับ ทั้งหมด รวมถึง ความเป็นส่วนตัว ทุกเรื่อง ? คะ

    … หากท่านที่ตั้งใจทำงานจริงๆ ก็คงมิมีปัญหา ทั้งยังเป็นการคัด สกรีน มิให้นักฉวยโอกาสจากตำแหน่งหน้าที่ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อตน เข้าสู่เวทีแห่งศักดิ์ศรี ศรัทธา …

    … อยากให้ทุกลมหายใจเข้าออก ของ นักการเมือง มีเพียงเรื่องของบ้านเมือง ประชาชน จริงๆ ตามวิชาชีพ … เป็นนักการเมืองจากจิตวิญญาณแท้จริง มิใช่ทับซ้อนอาชีพอื่น …

    … บ่นยาวอีกค่ะป๋า อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในเร็ววันนี้ค่ะ … สาธุ อิติปิโส พาหุง สาธุ ค่ะ

    คิดถึงป๋าดลเช่นค่ะ

  • #4 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 สิงหาคม 2008 เวลา 8:02 (เย็น)

    เขียนเสือให้วัวกลัว แต่ยังดีกว่าำม่มีเลยนะ

  • #5 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 กันยายน 2008 เวลา 5:56 (เย็น)

    น้องปู ครับ  ……..  พวกเราคงต้องช่วยกันตรวจสอบแล้วแฉเล่ห์เหลี่ยมคนพวกนี้ให้รู้ๆกัน  ยังไงก็มีกฏออกมาแล้ว ก็ดีกว่าไม่มีครับ
    ขอบคุณครับน้องปู อย่างน้อยประเทศเราก็ยังมีคนดีๆมาช่วยสอดส่องดูแลเป็นห่วงเป็นใยกัน

    สบายดีนะครับ…………….ระวังสุขภาพหน่อยครับ  ตอนนี้อยู่ไหนแล้ว

  • #6 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 กันยายน 2008 เวลา 5:57 (เย็น)
    พี่หลินครับ  บางครั้งพวกนี้ก็เอามาเป็นตราผ่าน ฟอกตัว  เล่ห์เหลี่ยมพวกนี้เยอะครับ
  • #7 Hogarcrealaboratorio ให้ความคิดเห็นเมื่อ 27 เมษายน 2014 เวลา 5:52 (เช้า)

    That’s the smart thinnikg we could all benefit from.

  • #8 Helin ให้ความคิดเห็นเมื่อ 27 เมษายน 2014 เวลา 6:15 (เย็น)

    Thinikng like that shows an expert’s touch


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.071329116821289 sec
Sidebar: 0.058923959732056 sec