<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลาน DIY</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/diy/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/diy</link>
	<description>Invention: ประดิษฐ์ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ทำเองได้ ทำไมต้องซื้อ</description>
	<pubDate>Mon, 23 Apr 2012 10:09:52 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>เดคูพาจแบบง่าย</title>
		<link>http://lanpanya.com/diy/archives/98</link>
		<comments>http://lanpanya.com/diy/archives/98#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Mar 2012 13:04:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[DIY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/diy/?p=98</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มีเวลาว่างช่วงบ่ายสอง-สี่โมงเย็น เลยชวนน้องฝนทำเดคูพาจ (เดคูพาจคือศิลปะการติดกระดาษหรือรูป) เพราะอยากทำมานานแล้ว
แบ่งสรรปันส่วนการเตรียมอุปกรณ์ โดยน้องฝนเตรียมไดร์เป่าผมมา
ส่วนเบิร์ดเตรียมเคสมือถือ (เน้นถูก เผื่อเสียก็ไม่เสียดาย 555)  
ข้อสังเกต สำหรับพื้นผิวของเคสนี้คือมันไม่เรียบ เป็นพลาสติกแบบขรุขระนิดๆ จึงไม่ต้องใช้กระดาษทรายสบู่ขัดก่อนแต่อย่างใดค่ะ

กระดาษ Napkin (กระดาษทิชชูนั่นแหละค่ะ) หลายแบบ  กาวน้ำ วานิชสำหรับเคลือบชิ้นงาน พู่กันหลายๆเบอร์ กระปุกใส่น้ำ น้ำสะอาดและผ้าเช็ดมือของกลุ่มงาน

ขวดสีใสคือกาวน้ำ ขวดสีขาวขุ่นคือวานิชสำหรับเคลือบค่ะ

1. เริ่มด้วยการวัดขนาดเคสมือถือ ซึ่งอันที่ทำมีขนาด 2.5 X 10 นิ้ว ดังนั้นขนาดของการตัดกระดาษ Napkin คือ 3 X 11 นิ้ว (ต้องเผื่อขอบกระดาษด้วยนะคะ) เลือกกระดาษ Napkin ลายที่ชอบ กะลายแล้วตัดตามขนาดที่กำหนด ลอกกระดาษออกจากกันเป็น 3 ชิ้น (กระดาษ Napkin จะมี 3 ชั้นค่ะ สีขาว 2 ชั้น และลาย 1 ชั้น)
2. ทำความสะอาดเคสมือถือด้วยผ้าเช็ดมือให้สะอาด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้มีเวลาว่างช่วงบ่ายสอง-สี่โมงเย็น เลยชวนน้องฝนทำเดคูพาจ (เดคูพาจคือศิลปะการติดกระดาษหรือรูป) เพราะอยากทำมานานแล้ว</p>
<p>แบ่งสรรปันส่วนการเตรียมอุปกรณ์ โดยน้องฝนเตรียมไดร์เป่าผมมา<br />
ส่วนเบิร์ดเตรียมเคสมือถือ (เน้นถูก เผื่อเสียก็ไม่เสียดาย 555)  <span style="color: #ff6600;"><strong></strong></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ข้อสังเกต </strong></span>สำหรับพื้นผิวของเคสนี้คือมันไม่เรียบ เป็นพลาสติกแบบขรุขระนิดๆ จึงไม่ต้องใช้กระดาษทรายสบู่ขัดก่อนแต่อย่างใดค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-003.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-108" title="2012-03-29-003" src="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-003.jpg" alt="" width="128" height="198" /></a></p>
<p>กระดาษ Napkin (กระดาษทิชชูนั่นแหละค่ะ) หลายแบบ  กาวน้ำ วานิชสำหรับเคลือบชิ้นงาน พู่กันหลายๆเบอร์ กระปุกใส่น้ำ น้ำสะอาดและผ้าเช็ดมือของกลุ่มงาน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/p1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-99" title="p1" src="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/p1-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ขวดสีใสคือกาวน้ำ ขวดสีขาวขุ่นคือวานิชสำหรับเคลือบค่ะ</p>
<p><span id="more-98"></span></p>
<p>1. เริ่มด้วยการวัดขนาดเคสมือถือ ซึ่งอันที่ทำมีขนาด 2.5 X 10 นิ้ว ดังนั้นขนาดของการตัดกระดาษ Napkin คือ 3 X 11 นิ้ว (ต้องเผื่อขอบกระดาษด้วยนะคะ) เลือกกระดาษ Napkin ลายที่ชอบ กะลายแล้วตัดตามขนาดที่กำหนด ลอกกระดาษออกจากกันเป็น 3 ชิ้น (กระดาษ Napkin จะมี 3 ชั้นค่ะ สีขาว 2 ชั้น และลาย 1 ชั้น)</p>
<p>2. ทำความสะอาดเคสมือถือด้วยผ้าเช็ดมือให้สะอาด แล้วทากาวน้ำบนเคสให้ทั่ว ขณะที่ทากาวจะรู้สึกหนืดๆให้เอาพู่กันที่ทากาวจุ่มน้ำสะอาด แล้วทาทับอีกครั้ง (คล้ายๆการผสมกาวกับน้ำด้วยพู่กันอันเดียวนั่นแหละค่ะ)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-004.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-100" title="2012-03-29-004" src="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-004-300x126.jpg" alt="" width="300" height="126" /></a></p>
<p>3. พอทากาว+น้ำทั่วแล้ว เอากระดาษที่เป็นสีขาว 1 ชิ้นวางทาบลงไป (ไม่มีสีทารองพื้นสีขาว เลยใช้กระดาษให้เป็นประโยชน์ &#8230;ดังนั้น สีทารองพื้น บางครั้งก็ไม่จำเป็นค่ะ ^ ^)   เอาพู่กันจุ่มกาวน้ำทาตรงกลางเคสเป็นแนวขวางเพื่อวางแนวกระดาษ (ทาบนกระดาษที่วางทาบนะคะ) หลังจากนั้น เอาพู่กันจุ่มกาว+น้ำเหมือนข้อ 2.  ทาบนกระดาษไล่จากตรงกลางที่ทำแนวไว้ไปสุดปลายที่ละด้าน โดยทาตามยาวเคส  ขั้นตอนนี้ต้องใจเย็นค่อยๆไล่ไปทีละนิดๆ  ซึ่งพู่กันทำให้การติดกระดาษง่ายขึ้น (ดีกว่าฟองน้ำเยอะ) และการใช้น้ำ+กาวจะช่วยให้กระดาษติดเรียบขึ้น (เพราะกาวน้ำอย่างเดียวจะหนืดมาก) พอติดกระดาษทั่วเคสแล้ว โดยไม่ีมีฟองอากาศและกระดาษไม่ย่น(มากนัก)..ก็เอาไดร์เป่าผมเป่าให้แห้งค่ะ</p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">เทคนิค</span></strong>การเป่าให้แห้ง&#8230;อย่าจ่อไดร์อยู่ที่ใดที่หนึ่งนะคะ แต่ให้ส่ายไป- มาจนกว่าชิ้นงานจะแห้ง ไม่งั้นกระดาษจะโป่งขึ้นมาได้ค่ะ</p>
<p>4. เราจะติดกระดาษสีขาวชิ้นที่สอง ทับชิ้นแรกอีกครั้ง โดยทำเหมือนชิ้นแรกคือ เอาพู่กันทากาว+น้ำลงให้ทั่ว ก่อนจะนำกระดาษสีขาวชิ้นที่สองมาวางทาบ ทากาวบนกระดาษที่วางทาบตรงกลางเคสเพื่อทำแนว แล้วถึงจะทากาว+น้ำไล่จากตรงกลางไปสุดปลายทีละด้าน เมื่อติดกระดาษทั่วแล้ว ก็เป่าให้แห้ง</p>
<p>5. ขั้นตอนสุดท้ายสำหรับการติดกระดาษ คือติดกระดาษชิ้นที่เป็นลาย ซึ่งขั้นตอนการทำเหมือนการติดกระดาษสีขาวทุกประการ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-006.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-101" title="2012-03-29-006" src="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-006-300x85.jpg" alt="" width="300" height="85" /></a></p>
<p>6. เมื่อกาวแห้งดีแล้วก็ตัดกระดาษให้พอดีขอบชิ้นงาน และเจาะช่องสำหรับกล้องตามที่เคสมี</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-008.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-102" title="2012-03-29-008" src="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-008-300x178.jpg" alt="" width="300" height="178" /></a></p>
<p>7. ทากาวที่ขอบเพื่อความแน่นหนาและเก็บงานให้เรียบร้อย ตรงไหนกระดาษโป่งก็ไม่ต้องตกใจนะคะ อัดกาว+น้ำทาไปบนกระดาษ.. รับรองอยู่ ! แต่ขั้นตอนนี้ควรทำทีละด้านค่ะ เพื่อเช็คงานตรงรอยพับ  และวางชิ้นงานเพื่อเป่าแห้งได้  เพราะจุดสำคัญคือตรงกลางที่เป็นรอยพับของเคสนั่นแหละค่ะ จึงควรเริ่มการซ่อมแซมหรือเก็บงานก่อนที่อื่นๆ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-011.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-103" title="2012-03-29-011" src="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-011-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
<p>8. เป่าให้แห้งอีกครั้ง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-012.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-104" title="2012-03-29-012" src="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-012-300x107.jpg" alt="" width="300" height="107" /></a></p>
<p>9. ทำกรอบตรงช่องที่เจาะไว้ ด้วยการใช้กระดาษ Napkin สีเขียว (ทำเพื่อปิดรอยกาวเก่าของเคสค่ะ ถ้าไม่มีรอยกาวเหมือนอันนี้ก็ไม่จำเป็น) ขั้นตอนการติดกระดาษเหมือนเดิมทุกประการ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-013.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-105" title="2012-03-29-013" src="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-013-300x82.jpg" alt="" width="300" height="82" /></a></p>
<p>10. ทาวานิชเคลือบงาน 3 ชั้น โดยทาทีละชั้นแล้วเป่าแห้ง ก่อนทาชั้นต่อไป</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-014.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-106" title="2012-03-29-014" src="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-014-174x300.jpg" alt="" width="174" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">แต่น แตน แต๊น  เสร็จแล้วค่ะ เปลี่ยนโฉมไปเลยเนาะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-015.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-107" title="2012-03-29-015" src="http://lanpanya.com/diy/files/2012/03/2012-03-29-015-300x194.jpg" alt="" width="300" height="194" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ขอให้สนุกกับงานแปะกระดาษนะคะ ^ ^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/diy/archives/98/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>มะยมเชื่อมไร้เมล็ด &#38; น้ำมะยมชื่นใจ</title>
		<link>http://lanpanya.com/diy/archives/87</link>
		<comments>http://lanpanya.com/diy/archives/87#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Mar 2011 01:52:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[DIY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/diy/?p=87</guid>
		<description><![CDATA[
ทุกปีเวลามะยมที่บ้านออกลูกก็มักปล่อยให้หล่นไป ด้วยสาเหตุหลักคือขี้เกียจ แต่ปีนี้เกิดขยันเพราะรู้ว่าแม่ชอบกินมะยมเชื่อมมาก และลูกมะยมก็อยู่ในรัศมีที่เก็บได้ไม่ยากเกินไป

ทั้งล่อตาล่อใจและผลใหญ่น่ากินแบบนี้ จะรอช้าอยู่ไย จัดการเก็บลงมาทำของอร่อยๆให้เบิกบานใจกันดีกว่า  ก่อนอื่นต้องล้างมะยม และผ่าเอาเม็ดออก ทุกทีเวลากินมะยมเชื่อมจะเบื่อกับการคายเม็ดมากๆ ดังนั้นเมื่อทำเองก็เอามันออกซะจะได้ง่ายต่อการกิน ฮี่ฮี่ฮี่&#8230; แล้วนำไปแช่น้ำเกลือ 2-3 ชม. (ลดความเปรี้ยว) ก่อนจะสงขึ้นล้างน้ำเปล่า 2 ครั้ง (ล้างแบบนวดแรงๆ กดเนื้อมะยมให้ช้ำนะคะ)  มะยมที่แช่น้ำเกลือแล้วสีจะคล้ำลง และนิ่มขึ้นค่ะ

ได้เวลาเชื่อมมะยมกันแล้วค่ะ
ส่วนผสม
มะยม                                              500       กรัม  ( 2 ถ้วยครึ่ง)
น้ำตาลทราย                                     250       กรัม  ( 1 1/4ถ้วย)
น้ำ                                                  1           ถ้วย
เกลือป่น                                           1/2       ชช.
พริกแห้งป่นเล็กน้อย
นำน้ำตาล เกลือ  น้ำ เคี่ยวในกระทะให้พอละลาย

ใส่มะยมลงไปเชื่อมด้วยไฟอ่อน ค่อยๆคนกลับไป-มา ให้น้ำตาลติดทั่ว

พอน้ำเริ่มงวดลง  ลองชิมรสดู ถ้ายังเปรี้ยวมากให้เติมน้ำตาลและน้ำเพิ่ม (ขึ้นอยู่กับความเปรี้ยวของมะยมนะคะ แต่แก้ไขได้ไม่มีอะไรที่ยากเกินค่ะ)  ค่อยๆเคี่ยวไปเรื่อยๆ พอมะยมเป็นสีแดง ใส่พริกป่นนิดหน่อยเพื่อให้มีรสเผ็ดนิดๆจะอร่อยมากขึ้นค่ะ  (เหมือนๆมะขามกวนสามรส)  ตักขึ้นเกลี่ยในถาดให้เย็นสนิท


อร่อยซะมะยมที่บ้านเกลี้ยงเลยล่ะค่ะ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e508.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-88" title="e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e508" src="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e508-300x279.jpg" alt="" width="300" height="279" /></a></p>
<p>ทุกปีเวลามะยมที่บ้านออกลูกก็มักปล่อยให้หล่นไป ด้วยสาเหตุหลักคือขี้เกียจ แต่ปีนี้เกิดขยันเพราะรู้ว่าแม่ชอบกินมะยมเชื่อมมาก และลูกมะยมก็อยู่ในรัศมีที่เก็บได้ไม่ยากเกินไป<span id="more-87"></span></p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e510.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-89" title="e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e510" src="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e510-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>ทั้งล่อตาล่อใจและผลใหญ่น่ากินแบบนี้ จะรอช้าอยู่ไย จัดการเก็บลงมาทำของอร่อยๆให้เบิกบานใจกันดีกว่า  ก่อนอื่นต้องล้างมะยม และผ่าเอาเม็ดออก ทุกทีเวลากินมะยมเชื่อมจะเบื่อกับการคายเม็ดมากๆ ดังนั้นเมื่อทำเองก็เอามันออกซะจะได้ง่ายต่อการกิน ฮี่ฮี่ฮี่&#8230; แล้วนำไปแช่น้ำเกลือ 2-3 ชม. (ลดความเปรี้ยว) ก่อนจะสงขึ้นล้างน้ำเปล่า 2 ครั้ง (ล้างแบบนวดแรงๆ กดเนื้อมะยมให้ช้ำนะคะ)  มะยมที่แช่น้ำเกลือแล้วสีจะคล้ำลง และนิ่มขึ้นค่ะ</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e502.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-90" title="e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e502" src="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e502-300x236.jpg" alt="" width="300" height="236" /></a></p>
<p>ได้เวลาเชื่อมมะยมกันแล้วค่ะ</p>
<p><strong><span style="color: #ff99cc;">ส่วนผสม</span></strong></p>
<p>มะยม                                              500       กรัม  ( 2 ถ้วยครึ่ง)</p>
<p>น้ำตาลทราย                                     250       กรัม  ( 1 1/4ถ้วย)</p>
<p>น้ำ                                                  1           ถ้วย</p>
<p>เกลือป่น                                           1/2       ชช.</p>
<p>พริกแห้งป่นเล็กน้อย</p>
<p>นำน้ำตาล เกลือ  น้ำ เคี่ยวในกระทะให้พอละลาย</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e503.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-91" title="e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e503" src="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e503-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>ใส่มะยมลงไปเชื่อมด้วยไฟอ่อน ค่อยๆคนกลับไป-มา ให้น้ำตาลติดทั่ว</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e504.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-92" title="e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e504" src="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e504-300x212.jpg" alt="" width="300" height="212" /></a></p>
<p>พอน้ำเริ่มงวดลง  ลองชิมรสดู ถ้ายังเปรี้ยวมากให้เติมน้ำตาลและน้ำเพิ่ม (ขึ้นอยู่กับความเปรี้ยวของมะยมนะคะ แต่แก้ไขได้ไม่มีอะไรที่ยากเกินค่ะ)  ค่อยๆเคี่ยวไปเรื่อยๆ พอมะยมเป็นสีแดง ใส่พริกป่นนิดหน่อยเพื่อให้มีรสเผ็ดนิดๆจะอร่อยมากขึ้นค่ะ  (เหมือนๆมะขามกวนสามรส)  ตักขึ้นเกลี่ยในถาดให้เย็นสนิท</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e506.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-94" title="e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e506" src="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a1e0b8b0e0b8a2e0b8a1.jpg" alt="" width="404" height="204" /><br />
</a></p>
<p style="text-align: center;">อร่อยซะมะยมที่บ้านเกลี้ยงเลยล่ะค่ะ  แม่บอกว่ากินง่ายดีไม่มีเม็ด <img src='http://lanpanya.com/diy/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b8a3e0b8b9e0b89be0b8a0e0b8b2e0b89e506.jpg"><br />
</a></p>
<p>ส่วนน้ำมะยมมี <strong><span style="color: #ff99cc;">สูตร </span></strong>ดังนี้ค่ะ</p>
<p>เนื้อมะยมหั่นชิ้นเล็กๆ                                                1     ถ้วย</p>
<p>น้ำ                                                                        3     ถ้วย</p>
<p>น้ำตาล                                                                  1      ถ้วย</p>
<p>เกลือ                                                                    1      ช้อนชา</p>
<p>ต้มมะยมกับน้ำจนเนื้อมะยมนิ่ม ปั่นแล้วกรองเอาเนื้อออกทิ้ง ใส่น้ำตาลและเกลือตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวประมาณ 1/2 ชม. ยกลง ใส่น้ำแข็ง หรือแช่เย็นไว้ดื่มชื่นใจคลายร้อนได้ดีเชียวค่ะ <img src='http://lanpanya.com/diy/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b899e0b989e0b8b3e0b8a1e0b8b0e0b8a2e0b8a1.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-95" title="e0b899e0b989e0b8b3e0b8a1e0b8b0e0b8a2e0b8a1" src="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/e0b899e0b989e0b8b3e0b8a1e0b8b0e0b8a2e0b8a11.jpg" alt="" width="263" height="196" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/diy/archives/87/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แหนมสด-ข้าวทอด ตำรับชาววัง</title>
		<link>http://lanpanya.com/diy/archives/85</link>
		<comments>http://lanpanya.com/diy/archives/85#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Mar 2011 11:28:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[DIY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/diy/?p=85</guid>
		<description><![CDATA[(ลานฯนี้เริ่มกลายเป็นลานอาหารสำหรับ Kitchen Therapy ไปแล้วล่ะค่ะ คุณผู้อ่านทุกท่าน ^ ^)
เสาร์-อาทิตย์เป็นวันที่เบิร์ดกับแม่จะได้ทำกับข้าวแปลกๆร่วมกัน โดยเริ่มจากตอนเช้าไปจ่ายตลาดเพื่อซื้อของมาตุนไว้ทั้งอาทิตย์ตามเมนูที่อยากกิน มีบางอาทิตย์ไปถึง 3 ตลาดในเช้าเดียว เดินกันเพลินเชียวค่ะ
ในวันที่เริ่มร้อนแบบนี้ ทำให้เบื่อกับข้าวเดิมๆ เลยชวนแม่ทำแหนมสด-ข้าวทอด เพราะอาหารรสเปรี้ยวและเผ็ดนิดๆน่าจะช่วยให้อยากอาหารมากขึ้น เมนูนี้เหมาะสำหรับวันสบายๆที่มีเวลามากพอนะคะ เนื่องจากยุ่งยากเอาการ ส่วนที่เป็นตำรับชาววังเพราะแม่เคยอยู่ในวัง  
เครื่องปรุงแหนมสด
หมูสับ (แบบมีมันเยอะหน่อยอร่อยค่ะ)                                  2         ถ้วย
หนังหมูสุกหั่นฝอย                                                           1         ถ้วย
กระเทียมโขลกละเอียด                                                     1/4     ถ้วย
เกลือป่น                                                                        1        ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา                                                                          2        ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว                                                                       1/2     ถ้วย
พริกขี้หนูบุบ                                                                   10       เม็ด
ขิงซอย                                                                         1/2      ถ้วย
หอมแดงซอย                                                                 1/4      ถ้วย
ถั่วลิสงคั่ว                                                                       1         ถ้วย
พริกขี้หนูแห้งทอด  ชะพลู  ผักกาดหอม  ถั่วฝักยาว  ต้นหอม  ผักชี  มะเขือเทศ ฯลฯ (อยากกินอะไรก็เอามาแนมค่ะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>(ลานฯนี้เริ่มกลายเป็นลานอาหารสำหรับ Kitchen Therapy ไปแล้วล่ะค่ะ คุณผู้อ่านทุกท่าน ^ ^)</p>
<p>เสาร์-อาทิตย์เป็นวันที่เบิร์ดกับแม่จะได้ทำกับข้าวแปลกๆร่วมกัน โดยเริ่มจากตอนเช้าไปจ่ายตลาดเพื่อซื้อของมาตุนไว้ทั้งอาทิตย์ตามเมนูที่อยากกิน มีบางอาทิตย์ไปถึง 3 ตลาดในเช้าเดียว เดินกันเพลินเชียวค่ะ</p>
<p>ในวันที่เริ่มร้อนแบบนี้ ทำให้เบื่อกับข้าวเดิมๆ เลยชวนแม่ทำแหนมสด-ข้าวทอด เพราะอาหารรสเปรี้ยวและเผ็ดนิดๆน่าจะช่วยให้อยากอาหารมากขึ้น เมนูนี้เหมาะสำหรับวันสบายๆที่มีเวลามากพอนะคะ เนื่องจากยุ่งยากเอาการ ส่วนที่เป็นตำรับชาววังเพราะแม่เคยอยู่ในวัง <img src='http://lanpanya.com/diy/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><strong><span style="color: #008000;">เครื่องปรุงแหนมสด</span></strong></p>
<p>หมูสับ (แบบมีมันเยอะหน่อยอร่อยค่ะ)                                  2         ถ้วย</p>
<p>หนังหมูสุกหั่นฝอย                                                           1         ถ้วย</p>
<p>กระเทียมโขลกละเอียด                                                     1/4     ถ้วย</p>
<p>เกลือป่น                                                                        1        ช้อนโต๊ะ</p>
<p>น้ำปลา                                                                          2        ช้อนโต๊ะ</p>
<p>น้ำมะนาว                                                                       1/2     ถ้วย</p>
<p>พริกขี้หนูบุบ                                                                   10       เม็ด</p>
<p>ขิงซอย                                                                         1/2      ถ้วย</p>
<p>หอมแดงซอย                                                                 1/4      ถ้วย</p>
<p>ถั่วลิสงคั่ว                                                                       1         ถ้วย</p>
<p>พริกขี้หนูแห้งทอด  ชะพลู  ผักกาดหอม  ถั่วฝักยาว  ต้นหอม  ผักชี  มะเขือเทศ ฯลฯ (อยากกินอะไรก็เอามาแนมค่ะ ^ ^)</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">วิธีทำ</span></strong></p>
<p>1. ต้มหนังหมูให้เปื่อย โดยการใส่น้ำท่วมหนังหมูประมาณ 2 ข้อนิ้วกลาง ปิดฝา ตั้งไฟอ่อนสุด ทิ้งไว้อย่างนั้นจนน้ำงวดเกือบหมด ลองหยิบดู ถ้านิ่ม และหยุ่นๆ ถึงนำมาหั่น ถ้ายังหั่นไม่ค่อยออกก็นำไปต้มต่ออีกหน่อยนะค้า</p>
<p>2. ในขณะที่รอหนังหมูเปื่อย ก็หั่น สับ โขลก คั่วเครื่องเคราต่างๆไปเรื่อยๆ ทั้งของแหนมสดและข้าวคลุก อ้อ ! อย่าลืมหุงข้าวด้วยนะคะ พอทุกอย่างเรียบร้อยก็นำหมูสับมานวดกับกระเทียมที่โขลกแล้ว ใส่เกลือเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งไว้สักครู่นำไปรวนให้สุกยกลง</p>
<p>3. ผสมน้ำปลา+มะนาว ใส่พริกขี้หนูทุบ ก่อนจะคลุกกับหมูสับที่รวนไว้และหนังหมูที่ต้มเปื่อยแล้ว ชิมให้รสเปรี้ยวนำมากกว่ารสอื่น และควรเปรี้ยวมากกว่ายำทั่วไปนิดหนึ่ง (แต่สูตรนี้รสเปรี้ยวมักจะพอดีแล้วค่ะ ยกเว้นแต่ได้มะนาวแบบไม่ค่อยเปรี้ยว ^ ^)</p>
<p>4. ใส่ขิงซอย หอมซอยลงไปเคล้าให้เข้ากัน ส่วนถั่วลิสงคั่วควรโรยเมื่อจะรับประทานค่ะ ไม่งั้นถั่วจะนิ่ม</p>
<p>ตอนนี้เราก็ได้แหนมสดที่จะรับประทานกับผักแนมแล้ว  หรือจะทำข้าวทอดเพื่อให้ครบเครื่องก็ได้อีกเหมือนกันค่ะ</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">เครื่องปรุงข้าวทอด</span></strong></p>
<p>ข้าวสุก                                                                   3          ถ้วย</p>
<p>(ข้าวสวยที่เราหุงกินทุกวันนั่นแหละค่ะ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นหอมมะลิผสมเสาไห้ หรือข้าวใดให้ยุ่งยาก และตักโหย่งๆไม่กดแน่นมากนัก)</p>
<p>มะพร้าวขูด (เพื่อคั้นกะทิ)                                               2          ขีด</p>
<p>(คั้นให้ได้หัวกะทิ 1/3 ถ้วย  หางกะทิ  3/4 ถ้วย แต่ถ้าขี้เกียจคั้นใช้กะทิกล่องได้ค่ะ)</p>
<p>พริกแห้ง                                                                  9          เม็ด</p>
<p>หอมแดงซอย                                                             1         ช้อนโต๊ะ</p>
<p>กระเทียมซอย                                                            2          ช้อนโต๊ะ</p>
<p>(หอมกับกระเทียมไว้โขลกน้ำพริกค่ะ จะไม่ซอยก็ได้นะคะถ้าโขลกให้ละเอียดไหวหรือใช้เครื่องปั่น)</p>
<p>รากผักชีหั่นฝอย                                                          2          ช้อนโต๊ะ</p>
<p>ข่าหั่นฝอย (ใช้ข่าอ่อนนะคะ ไม่งั้นหั่นทีหมดแรง)                        1          ช้อนชา</p>
<p>ตะไคร้หั่นฝอย                                                            1          ช้อนโต๊ะ</p>
<p>ผิวมะกรูดหั่นฝอย                                                        1/4        ช้อนชา</p>
<p>กะปิ                                                                       1          ช้อนชา</p>
<p>เกลือป่น (เกลือเม็ดก็ได้ค่ะ เพราะเกลือใช้โขลกกับพริกแห้งจะได้ละเอียดไวๆ)    1     ช้อนชา</p>
<p>แป้งข้าวเจ้า                                                               1/2        ถ้วย</p>
<p>แป้งสาลี                                                                  1           ถ้วย</p>
<p>ไข่                                                                        2           ฟอง</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">วิธีทำ</span></strong></p>
<p>1. โขลกพริกแห้งที่แช่น้ำจนนุ่ม และเอาเม็ดออกแล้ว  กับเกลือ  จนละเอียด</p>
<p>2. ใส่ตะไคร้ ผิวมะกรูด รากผักชี ข่าหั่นฝอย โขลกจนละเอียด แล้วค่อยเป็นกระเทียม และหอมที่ซอยไว้  ปิดท้ายด้วยกะปิโขลกให้เข้ากันดี  จะเห็นว่าเครื่องข้าวทอดไม่เหมือนน้ำพริกแกงเผ็ดทั่วไปนะคะ เพราะมีข่าและรากผักชี แต่ไม่มีลูกผักชี ยี่หร่าด้วย</p>
<p>3. อย่าลืมคั้นกะทิให้ได้หัวกะทิ 1/3 ถ้วยและหางกะทิ 3/4 ถ้วยนะคะ</p>
<p>4. คลุกข้าวกับเครื่องที่โขลก รวมทั้งไข่ 1 ฟอง เคล้าให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อน จะกลมหรือแบนก็ตามแต่ศรัทธาค่ะ</p>
<p>5. ผสมไข่ 1 ฟองกับแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และหัวกะทิ นวดให้พอนุ่มแล้วละลายแป้งที่นวด ด้วยหางกะทิ</p>
<p>6. นำข้าวที่ปั้นชุบแป้งแบบกลิ้งเร็วๆให้แป้งเคลือบผิว อย่านำไปแช่ในน้ำแป้งนะคะ ไม่งั้นข้าวที่ปั้นไว้จะแตกก่อนทอด ทอดในน้ำมันร้อนไฟกลางค่อนข้างอ่อน พอเหลืองนิดๆ ช้อนขึ้นพักให้เย็นแป๊บหนึ่ง  เอาส้อมเล็กจิ้มตรงกลางข้าว ก่อนนำไปทอดซ้ำอีกครั้งเพื่อให้ตรงกลางสุก</p>
<p>เวลารับประทาน ใช้ช้อนตัดข้าวทอดเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกกับแหนมสด โรยด้วยถั่วลิสงคั่ว แนมกับผักที่เตรียมไว้ เท่านี้วันสบายกับความสุขเล็กๆบนโต๊ะอาหารก็อยู่ตรงหน้าแล้วล่ะค่ะ</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/______52.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-86" title="______52" src="http://lanpanya.com/diy/files/2011/03/______52-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/diy/archives/85/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วุ้นน้ำส้ม</title>
		<link>http://lanpanya.com/diy/archives/79</link>
		<comments>http://lanpanya.com/diy/archives/79#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Dec 2010 09:23:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[DIY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/diy/?p=79</guid>
		<description><![CDATA[เหตุมันเกิดจากปาป๊าซื้อส้มกิมจ๊อ หรือส้มกินเปลือกมาจากแมคโคร 1 แพ็ค แต่กินไปได้ 2-3 ลูกก็เลิก (มันไม่อร่อย) และเบิร์ดซื้อส้มสำหรับคั้นน้ำลูกเล็ก ๆ ขายทีละ 10 กก.มาอีก 1 ถุง ซึ่งมันเปรี้ยวได้ใจมากเลยล่ะค่ะ
นั่งมองของสองอย่างที่ลำบากในการกินต่อแล้วเสียดาย  เลยเกิดไอเดียน่าจะลองทำวุ้นน้ำส้มดูเพราะวันจันทร์ไปทำงานยังไงๆก็มีคนช่วยกินแน่ๆ
อย่ากระนั้นเลยคิดได้แล้วควรลงมือทำ จึงปอกเปลือกส้มกิมจ๊อหั่นเป็นชิ้นเล็กๆจนหมดชาม

ต่อมาก็คั้นน้ำส้มแล้วกรอง
มาถึงส่วนผสมในการทำครั้งนี้ค่ะ

วุ้นผง  2  ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า  3 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย   1 1/2 ถ้วย &#8230;ส้มมันเปรี้ยวมาก  
น้ำส้มคั้น   3  ถ้วย
เปลือกส้มกิมจ๊อหั่นชิ้นเล็กๆ  2  ถ้วย
เกลือ  1 1/2  ช้อนชา

วิธีทำ
ไหนๆก็มั่วแล้ว เราเก๊าะควรมั่วแบบมีหลักการ  

ผสมวุ้นกับน้ำเปล่า ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อให้วุ้นอิ่มตัว ในระหว่างนี้ก็ผสมเกลือกับน้ำส้มให้เข้ากัน
ตั้งไฟ เคี่ยวจนวุ้นละลาย เติมน้ำตาลทรายเคี่ยวต่อจนข้น
ใส่เปลือกส้มกิมจ๊อลงไป คนไปเรื่อยๆ เพราะวุ้นข้นมาก ถ้าหยุดคนจะไหม้ได้  พอเดือดใส่น้ำส้มที่ผสมเกลือเรียบร้อยแล้วลงไป  หมั่นคน เดือดอีกครั้งยกลงจากเตาเทใส่ภาชนะที่ต้องการ

ข้อแนะนำ
ควรชิมรสก่อนยกลง สามารถปรับรสชาติได้ตามชอบ
พอวุ้นแข็งตัวได้ที่แล้วให้แม่กับป๊าลองชิม  ก็ต้องยิ้มกว้างงงปากถึงหู เพราะหอมกลิ่นผิวส้มและอร่อยยังกะแยมมาร์มาเลด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เหตุมันเกิดจากปาป๊าซื้อ<a href="http://members.tripod.com/suan_naratip/orange.htm">ส้มกิมจ๊อ</a> หรือส้มกินเปลือกมาจากแมคโคร 1 แพ็ค แต่กินไปได้ 2-3 ลูกก็เลิก (มันไม่อร่อย) และเบิร์ดซื้อส้มสำหรับคั้นน้ำลูกเล็ก ๆ ขายทีละ 10 กก.มาอีก 1 ถุง ซึ่งมันเปรี้ยวได้ใจมากเลยล่ะค่ะ</p>
<p>นั่งมองของสองอย่างที่ลำบากในการกินต่อแล้วเสียดาย  เลยเกิดไอเดียน่าจะลองทำวุ้นน้ำส้มดูเพราะวันจันทร์ไปทำงานยังไงๆก็มีคนช่วยกินแน่ๆ<span id="more-79"></span></p>
<p>อย่ากระนั้นเลยคิดได้แล้วควรลงมือทำ จึงปอกเปลือกส้มกิมจ๊อหั่นเป็นชิ้นเล็กๆจนหมดชาม</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/12/p4.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-80" title="p4" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/12/p4-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></p>
<p>ต่อมาก็คั้นน้ำส้มแล้วกรอง<a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/12/p5.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-81" title="p5" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/12/p5-300x151.jpg" alt="" width="300" height="151" /></a></p>
<p>มาถึงส่วนผสมในการทำครั้งนี้ค่ะ</p>
<ol>
<li>วุ้นผง  2  ช้อนโต๊ะ</li>
<li>น้ำเปล่า  3 1/2 ถ้วย</li>
<li>น้ำตาลทราย   1 1/2 ถ้วย &#8230;ส้มมันเปรี้ยวมาก <img src='http://lanpanya.com/diy/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' /> </li>
<li>น้ำส้มคั้น   3  ถ้วย</li>
<li>เปลือกส้มกิมจ๊อหั่นชิ้นเล็กๆ  2  ถ้วย</li>
<li>เกลือ  1 1/2  ช้อนชา</li>
</ol>
<p><strong><span style="color: #339966;">วิธีทำ</span></strong></p>
<p>ไหนๆก็มั่วแล้ว เราเก๊าะควรมั่วแบบมีหลักการ <img src='http://lanpanya.com/diy/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<ol>
<li>ผสมวุ้นกับน้ำเปล่า ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อให้วุ้นอิ่มตัว ในระหว่างนี้ก็ผสมเกลือกับน้ำส้มให้เข้ากัน</li>
<li>ตั้งไฟ เคี่ยวจนวุ้นละลาย เติมน้ำตาลทรายเคี่ยวต่อจนข้น</li>
<li>ใส่เปลือกส้มกิมจ๊อลงไป คนไปเรื่อยๆ เพราะวุ้นข้นมาก ถ้าหยุดคนจะไหม้ได้  พอเดือดใส่น้ำส้มที่ผสมเกลือเรียบร้อยแล้วลงไป  หมั่นคน เดือดอีกครั้งยกลงจากเตาเทใส่ภาชนะที่ต้องการ</li>
</ol>
<p><span style="color: #ff99cc;"><strong>ข้อแนะนำ</strong></span></p>
<p>ควรชิมรสก่อนยกลง สามารถปรับรสชาติได้ตามชอบ</p>
<p>พอวุ้นแข็งตัวได้ที่แล้วให้แม่กับป๊าลองชิม  ก็ต้องยิ้มกว้างงงปากถึงหู เพราะหอมกลิ่นผิวส้มและอร่อยยังกะ<a href="http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=jjbd&amp;month=29-02-2008&amp;group=24&amp;gblog=42">แยมมาร์มาเลด</a> (แยมผิวส้ม) เลยล่ะค่ะ&#8230;อัจฉริยะ อัจฉริยะชัดๆเลย กั่กๆๆๆๆ</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/12/dsc04141.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-82" title="dsc04141" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/12/dsc04141-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/12/dsc04143.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-83" title="dsc04143" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/12/dsc04143-300x228.jpg" alt="" width="300" height="228" /></a></p>
<p style="text-align: center;">จากของที่ไม่มีคนอยากกิน กลายร่างเป็นวุ้นน้ำส้มสีสวย รสชาติอร่อยที่เป๊ะซะไม่มี</p>
<p style="text-align: center;">อุ๊ยแหม มันปลื้มจริงจริ๊ง <img src='http://lanpanya.com/diy/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: center;">ขอให้สนุกกับการแปลงร่างอาหารในครัวนะคะ ^ ^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/diy/archives/79/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ฟักทองกวน</title>
		<link>http://lanpanya.com/diy/archives/69</link>
		<comments>http://lanpanya.com/diy/archives/69#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 Oct 2010 12:39:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[DIY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/diy/?p=69</guid>
		<description><![CDATA[แม่ชอบเล่าให้ฟังถึงความสุขในยามเยาว์ ซึ่งหนึ่งในของโปรดคือฟักทองกวนที่อาเล็กจะกวนแล้วปั้นเป็นก้อนกลมใส่โหลแก้วใสวางเรียง รอเวลาเด็กๆไปเที่ยวบ้านคุณย่าจะได้หยิบกิน
ช่วงนี้เวลาเดินตลาดจะเห็นฟักทองเนื้อหนาสวยเยอะกว่าปกติ สันนิษฐานว่าคงเป็นหน้าพอดีเลยนึกถึงความสุขในโหลของแม่ขึ้นมา ปฏิบัติการล่าฝันจึงเกิดขึ้น
ส่วนผสมคงต้องเดาเอา เพราะรุ่นอาเล็กของแม่ไม่น่ามีการชั่งตวงวัดให้วุ่นวาย เอาล่ะฟักทองกวน ยังไงก็หนีไม่พ้นฟักทอง น้ำตาลปี๊บ และกะทิ กะน้ำตาลปี๊บประมาณครึ่งหนึ่งของฟักทอง กะทิสักสองในสามของฟักทองเพราะสูตรอาหารไม่ใช่สูตรสมการจึงดิ้นกะดุ๊กกะดิ๊กได้ตามใจผู้ทำ  
ฟักทองปอกเปลือกล้างสะอาด หั่นชิ้นเล็กนึ่งจนสุก ใช้มือยีให้เละ ถ้าตะขิดตะขวงใช้ช้อนขยี้แทนก็ได้  กระทะทองไม่มี ไม่เป็นไรใช้กระทะเทฟลอนก็ได้เหมือนกัน หรือกระทะเหล็กก็ไม่เกี่ยง เพราะอยู่ที่คุมไฟและกะความร้อนได้เป็นหลัก แต่ยังไม่เคยลองใช้หม้อกวน
ใส่กะทิ น้ำตาลปี๊บ ฟักทองลงในกระทะ คนส่วนผสมให้เข้ากันจะได้กวนง่าย ๆ





พอละลายได้ที่ เปิดไฟกลาง แล้วเริ่มกวน การกวนให้กวนทางเดียวถนัดทางไหนก็วนทางนั้น  อย่ากลับไปกลับมาเป็นคนโลเลหลายใจขนมจะไม่เหนียว  พอเริ่มเดือดกลิ่นหอมมากจนแม่มาเยี่ยมๆมองๆในครัว&#8230;ความลับแตก แป่วว  



30 นาทีผ่านไป



45 นาที



1 ชม.


1 ชม. 15 นาที



เมื่อหนึ่งชม.เศษ ๆ ผ่านไป พร้อมความเมื่อยได้ที่
ฟักทองกวนก็ถึงฝั่งฝัน



ปฏิบัติการล่าฝันสำเร็จแล้ว



แค่เห็นยิ้มหวาน รอยอดีตในแววตา พร้อมคำพูดว่าแบบนี้เลยที่อาเล็กทำ
ก็สุขเกินใครแล้วล่ะค่ะ
^ ^
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">แม่ชอบเล่าให้ฟังถึงความสุขในยามเยาว์ ซึ่งหนึ่งในของโปรดคือฟักทองกวนที่อาเล็กจะกวนแล้วปั้นเป็นก้อนกลมใส่โหลแก้วใสวางเรียง รอเวลาเด็กๆไปเที่ยวบ้านคุณย่าจะได้หยิบกิน</p>
<p style="text-align: left;">ช่วงนี้เวลาเดินตลาดจะเห็นฟักทองเนื้อหนาสวยเยอะกว่าปกติ สันนิษฐานว่าคงเป็นหน้าพอดีเลยนึกถึงความสุขในโหลของแม่ขึ้นมา ปฏิบัติการล่าฝันจึงเกิดขึ้น<span id="more-69"></span></p>
<p style="text-align: left;">ส่วนผสมคงต้องเดาเอา เพราะรุ่นอาเล็กของแม่ไม่น่ามีการชั่งตวงวัดให้วุ่นวาย เอาล่ะฟักทองกวน ยังไงก็หนีไม่พ้นฟักทอง น้ำตาลปี๊บ และกะทิ กะน้ำตาลปี๊บประมาณครึ่งหนึ่งของฟักทอง กะทิสักสองในสามของฟักทองเพราะสูตรอาหารไม่ใช่สูตรสมการจึงดิ้นกะดุ๊กกะดิ๊กได้ตามใจผู้ทำ <img src='http://lanpanya.com/diy/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: left;">ฟักทองปอกเปลือกล้างสะอาด หั่นชิ้นเล็กนึ่งจนสุก ใช้มือยีให้เละ ถ้าตะขิดตะขวงใช้ช้อนขยี้แทนก็ได้  กระทะทองไม่มี ไม่เป็นไรใช้กระทะเทฟลอนก็ได้เหมือนกัน หรือกระทะเหล็กก็ไม่เกี่ยง เพราะอยู่ที่คุมไฟและกะความร้อนได้เป็นหลัก แต่ยังไม่เคยลองใช้หม้อกวน</p>
<p style="text-align: left;">ใส่กะทิ น้ำตาลปี๊บ ฟักทองลงในกระทะ คนส่วนผสมให้เข้ากันจะได้กวนง่าย ๆ</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___024.jpg"></a></p>
<p><img class="alignnone size-medium wp-image-70" title="___024" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___024-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">พอละลายได้ที่ เปิดไฟกลาง แล้วเริ่มกวน การกวนให้กวนทางเดียวถนัดทางไหนก็วนทางนั้น  อย่ากลับไปกลับมาเป็นคนโลเลหลายใจขนมจะไม่เหนียว  พอเริ่มเดือดกลิ่นหอมมากจนแม่มาเยี่ยมๆมองๆในครัว&#8230;ความลับแตก แป่วว <img src='http://lanpanya.com/diy/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' /> </p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___025.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-71" title="___025" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___025-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: center;">30 นาทีผ่านไป</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___026.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-72" title="___026" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___026-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: center;">45 นาที</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___027.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-73" title="___027" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___027-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: center;">1 ชม.</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___028.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-74" title="___028" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___028-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: center;">1 ชม. 15 นาที</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___029.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-75" title="___029" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___029-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: center;">เมื่อหนึ่งชม.เศษ ๆ ผ่านไป พร้อมความเมื่อยได้ที่</p>
<p style="text-align: center;">ฟักทองกวนก็ถึงฝั่งฝัน</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___030.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-76" title="___030" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___030-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: center;">ปฏิบัติการล่าฝันสำเร็จแล้ว</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___032.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-77" title="___032" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/10/___032-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: center;">แค่เห็นยิ้มหวาน รอยอดีตในแววตา พร้อมคำพูดว่าแบบนี้เลยที่อาเล็กทำ</p>
<p style="text-align: center;">ก็สุขเกินใครแล้วล่ะค่ะ</p>
<p style="text-align: center;">^<span style="text-decoration: underline;"> </span>^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/diy/archives/69/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ถักหมวกแบบง่าย</title>
		<link>http://lanpanya.com/diy/archives/62</link>
		<comments>http://lanpanya.com/diy/archives/62#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 Sep 2010 23:32:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[DIY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/diy/?p=62</guid>
		<description><![CDATA[แม่มีวิธีถักหมวกแบบง่ายๆที่เร็วและมีประสิทธิภาพเลยเอามาแบ่งปันกันค่ะ
ขึ้นห่วงตามขนาดที่ต้องการ เด็กเล็ก 45 ห่วง , เด็กโต 48 ห่วง , ผู้ใหญ่ 50-52 ห่วง (ไม้นิตเบอร์ 5 หรือ 6)  กะช่องที่จะรวบเพื่อให้เป็นความกว้างของหมวก โดยน้อยกว่าจำนวนห่วงประมาณ 3-5  เช่น
หมวกเด็กเล็ก ขึ้น 45 ห่วง จะมีความกว้างประมาณ 42 แถว ก็คือลดห่วง 7 แถวแล้วรวบเป็นหนึ่งช่อง ทำทั้งหมด 6 ช่องก็จะได้ความกว้างหมวกที่ต้องการ (7แถว X 6 ช่อง = 42 แถว โดยประมาณ)
หมวกเด็กโต ขึ้น 48 ห่วง มีความกว้างหมวก 45 แถว ก็คือลดห่วง 9 แถว รวบ 5 ช่อง หรือ ลดห่วง 7 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">แม่มีวิธีถักหมวกแบบง่ายๆที่เร็วและมีประสิทธิภาพเลยเอามาแบ่งปันกันค่ะ</p>
<p style="text-align: left;">ขึ้นห่วงตามขนาดที่ต้องการ เด็กเล็ก 45 ห่วง , เด็กโต 48 ห่วง , ผู้ใหญ่ 50-52 ห่วง (ไม้นิตเบอร์ 5 หรือ 6)  กะช่องที่จะรวบเพื่อให้เป็นความกว้างของหมวก โดยน้อยกว่าจำนวนห่วงประมาณ 3-5  เช่น</p>
<p style="text-align: left;"><em><strong><span style="color: #ff99cc;">หมวกเด็กเล็ก</span></strong></em> ขึ้น 45 ห่วง จะมีความกว้างประมาณ 42 แถว ก็คือลดห่วง 7 แถวแล้วรวบเป็นหนึ่งช่อง ทำทั้งหมด 6 ช่องก็จะได้ความกว้างหมวกที่ต้องการ (7แถว X 6 ช่อง = 42 แถว โดยประมาณ)</p>
<p style="text-align: left;"><em><strong><span style="color: #99cc00;">หมวกเด็กโต</span></strong></em> ขึ้น 48 ห่วง มีความกว้างหมวก 45 แถว ก็คือลดห่วง 9 แถว รวบ 5 ช่อง หรือ ลดห่วง 7 กับ 8 แถว สลับกัน จนครบ 6 ช่องก็ได้ค่ะ (ลด 7 แล้วรวบ +ลด 8 แล้วรวบ)</p>
<p style="text-align: left;"><em><strong><span style="color: #800080;">หมวกผู้ใหญ่</span></strong></em> ขึ้น 50 - 52 ห่วง ความกว้างหมวกเท่ากับ 48 - 50 แถว คือ ลด 6 แล้วรวบทำ 8 ช่อง (กลับเป็นลด 8 แล้วรวบทำ 6 ช่องก็ได้ค่ะ) หรือ ลด 5 แล้วรวบ ทำ 10 ช่อง (กลับเป็นลด 10 แล้วรวบ ทำ 5 ช่องก็ได้)  หรือ ลด 7 แล้วรวบ ทำ 7 ช่อง</p>
<p style="text-align: left;">หมวกแบบง่ายของแม่นี้สนุกตรงที่เราพลิกแพลงจำนวนแถวหรือจำนวนขึ้นต้นได้ตามความยาว-ความกว้างที่ต้องการ เพียงแต่รู้ว่าความกว้างหมวกจะน้อยกว่าจำนวนห่วงที่ขึ้นต้นประมาณ 3-5 ซึ่งขึ้นกับการแบ่งเป็นช่องเท่าๆกันเป็นหลักว่าควรจะหารลงตัว</p>
<p style="text-align: left;">ส่วนการถัก &#8230;ถักนิตหมดเลยค่ะ นิตทุกแถวทั้งไปและกลับ จึงไม่ต้องดูผังลายให้ยุ่งยาก</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-62"></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">การลดห่วงทีละแถวตามจำนวนที่ต้องการ</span></p>
<p style="text-align: center;">ภาพนี้ลดไปแล้ว 2 ห่วง แสดงว่าช่องที่ 2 นี้ ถักมาแล้ว 2 แถว</p>
<p style="text-align: center;">(เป็นการถักกลับ ห่วงที่ลดเลยอยู่ในไม้ด้านขวา)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/09/___017.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-63" title="___017" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/09/___017-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><span style="color: #339966;">การรวบเมื่อลดห่วงครบจำนวนที่ต้องการแล้ว</span></p>
<p style="text-align: center;">(ถักนิตไปจนหมดห่วงที่ลดไว้)</p>
<p style="text-align: center;">การลดห่วงแล้วรวบเพื่อทำเป็นช่อง ๆ จะทำให้ส่วนบนของหมวกเล็กกว่าด้านล่างโดยอัตโนมัติ</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/09/___019.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-64" title="___019" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/09/___019-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">เมื่อครบตามช่องที่ต้องการก็ปลดห่วง</span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/09/___020.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-65" title="___020" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/09/___020-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">ก่อนตัดไหม ให้กะไหมพรมยาวเป็น 2 เท่าของด้านยาวหมวก</p>
<p style="text-align: center;">เพื่อเย็บข้างและรวบด้านบนของหมวกแล้วจึงตัด</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/09/___021.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-66" title="___021" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/09/___021-245x300.jpg" alt="" width="245" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">ร้อยไหมทั้ง 2 เส้น กับเข็มเย็บไหมพรม</p>
<p style="text-align: center;">เวลาเย็บให้ใช้ก้นเข็มเย็บห่วงเข้าด้วยกัน</p>
<p style="text-align: center;">ที่ใช้ก้นเข็มเพราะสะดวก&#8230;ไม่แหลมจนเกี่ยวไหมให้แยกเป็นเส้นเล็กๆ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/09/___022.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-67" title="___022" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/09/___022-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">หลังจากเย็บข้างและรวบข้างบนให้แน่น</p>
<p style="text-align: center;">เก็บไหมที่เหลือเรียบร้อย</p>
<p style="text-align: center;">หมวกของคนตัวเล็กก็เสร็จไปอีกใบ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/09/___001.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-68" title="___001" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/09/___001.jpg" alt="" width="260" height="286" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">ถักแบบนี้สามารถทำได้ 1-2 ใบ/วันได้สบายๆเลยค่ะ</p>
<p style="text-align: center;">ขอให้สนุกกับการถักหมวกที่ง่ายและเร็วตามแบบของแม่นะคะ ^ ^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/diy/archives/62/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ถั่วกรอบแก้ว</title>
		<link>http://lanpanya.com/diy/archives/57</link>
		<comments>http://lanpanya.com/diy/archives/57#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Jul 2010 09:52:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>น้ำฟ้าและปรายดาว</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[DIY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/diy/?p=57</guid>
		<description><![CDATA[26-29 กค.นี้มีเหตุให้ไปเยือนถิ่นเก่ายโสธร นั่งคิดหนักว่าจะเอาอะไรไปฝากกัลยาณมิตรน่ารัก ๆ มากมายหลายท่านดี ซึ่งควรมีปริมาณแบ่งปันได้มากพอ และสามารถทำเก็บไว้ได้หลายวัน
นึกถึงพี่ฑูรที่เคยเล่าว่าพี่แอ๊ดทำถั่วกรอบแก้วขาย  อะฮ้า! ยูเรก้า ได้เรื่องแล้วเรา  
ถั่วกรอบแก้วสไตล์อะฮั้นจึงเริ่มคลอดตั้งแต่บัดนั้นจนถึงวันนี้  ได้น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 5 กก. บรรจุถุงเป็นของฝากเรียบร้อยแล้วค่ะ มาลองทำกันดูมั้ยคะ (สามารถปรับให้ไฮโซกว่านี้ได้โดยใช้อัลมอนด์ หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ก็ไม่เลวค่ะ เป็นของขวัญ ของฝากได้อย่างดีเลย)

ถั่วลิสงล้างและคัดเม็ดเสีย เล็ก ลีบออกแล้ว       3         ถ้วย
น้ำตาลทราย                                               2 1/2  ถ้วย
น้ำเปล่า                                                     2 1/2  ถ้วย
เนย                                                          2         ชต.
ไมโล                                             [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>26-29 กค.นี้มีเหตุให้ไปเยือนถิ่นเก่ายโสธร นั่งคิดหนักว่าจะเอาอะไรไปฝากกัลยาณมิตรน่ารัก ๆ มากมายหลายท่านดี ซึ่งควรมีปริมาณแบ่งปันได้มากพอ และสามารถทำเก็บไว้ได้หลายวัน</p>
<p>นึกถึงพี่ฑูรที่เคยเล่าว่าพี่แอ๊ดทำถั่วกรอบแก้วขาย  อะฮ้า! ยูเรก้า ได้เรื่องแล้วเรา <img src='http://lanpanya.com/diy/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';)' class='wp-smiley' /> <span id="more-57"></span></p>
<p>ถั่วกรอบแก้วสไตล์อะฮั้นจึงเริ่มคลอดตั้งแต่บัดนั้นจนถึงวันนี้  ได้น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 5 กก. บรรจุถุงเป็นของฝากเรียบร้อยแล้วค่ะ มาลองทำกันดูมั้ยคะ (สามารถปรับให้ไฮโซกว่านี้ได้โดยใช้อัลมอนด์ หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ก็ไม่เลวค่ะ เป็นของขวัญ ของฝากได้อย่างดีเลย)</p>
<ol>
<li>ถั่วลิสงล้างและคัดเม็ดเสีย เล็ก ลีบออกแล้ว       3         ถ้วย</li>
<li>น้ำตาลทราย                                               2 1/2  ถ้วย</li>
<li>น้ำเปล่า                                                     2 1/2  ถ้วย</li>
<li>เนย                                                          2         ชต.</li>
<li>ไมโล                                                     3-4        ชต.</li>
<li>งาขาว                                                     4-5       ชต.</li>
<li>เกลือป่น                                                  1-2       ชต.</li>
</ol>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #339966;">วิธีทำ</span></strong></span></p>
<ol>
<li>ใส่ถั่ว น้ำตาลทราย และน้ำเปล่าลงในกระทะ ใช้ไฟแรง จนเดือด (ยังไม่ต้องคนก็ได้ค่ะ เพราะจะเมื่อยเกินเหตุ อิอิอิ)</li>
<li>เมื่อน้ำเริ่มงวดและฟองตรงกลางกระทะเริ่มละเอียดขึ้น ให้หรี่ไฟใช้ไฟกลางแล้วเริ่มคนได้ค่ะ</li>
<p style="text-align: left;"><img class="alignnone size-medium wp-image-58 aligncenter" title="imgp4820" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/07/imgp4820-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: left;">3.  ช่วงนี้จะน้ำตาลจะเริ่มข้นขึ้น คนไปเรื่อย ๆ  จนตกทรายนะคะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/07/2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-59 aligncenter" title="2" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/07/2-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: left;">4. เมื่อตกทรายให้ราไฟลงอีกหน่อย แต่อย่าถึงอ่อนสุดนะคะ เดี๋ยวน้ำตาลจะละลายอีกครั้งช้าไป  หลังจากราไฟลงอีกนิดแล้ว ให้ใส่เนย รอจนเนยละลาย คนให้เข้ากัน แล้วค่อยใส่เกลือ งา ไมโลลงไปพร้อม ๆ กันค่ะ (เกลือ งา ไมโล สามารถใส่พร้อม ๆ กันได้ )</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/07/3.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-60 aligncenter" title="3" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/07/3-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: left;">5.  ตอนนี้ต้องหมั่นคนค่ะ (ยังใช้ไฟอ่อนอยู่นะคะ) คนไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลละลายเคลือบถั่วอีกครั้ง ถึงจะยกลง แล้วเกลี่ยในถาดที่เตรียมไว้ -จุดสังเกตว่าไฟแรงไปหรือเปล่าก็คือควันค่ะ ถ้าควันเยอะและมีกลิ่นไหม้ล่ะก็ชัวร์ ! ฮี่ฮี่ฮี่</p>
<p style="text-align: left;">สูตรนี้ถั่วจะกรอบและมีน้ำตาลเคลือบน้อย แต่หอมเนย ( นอกจากหอมแล้วเนยยังทำให้ถั่วไม่ติดกันมากนัก และแกะเป็นเม็ด ๆ ได้ง่ายอีกด้วยค่ะ) และไมโลทำให้ถั่วมีรสหวานหอม (ข้อเสียคือน้ำตาลจะติดกันเป็นก้อนเหมือนเวลาเราตักไมโลผงวางไว้สักครู่ ผงไมโลจะเริ่มจับเป็นก้อนยังไงยังงั้นเลยล่ะค่ะ แต่ก้อนน้ำตาลที่ว่าอร่อยค่ะ แทะแล้วเหมือนท็อฟฟี่เลย) - ผ่าน อย.รับรอง โดย พี่ ๆ น้อง ๆ ที่กลุ่มงาน กับคนในครอบครัวบอกว่า<span style="color: #ff99cc;"><strong><em>อร่อย</em></strong></span> ดังนั้นของฝากคราวนี้ไม่เหมือนที่เขาทำขายแล้ว อิอิอิ (ภาพที่เห็นงาหมดเลยเหลือเท่าเนี้ย ^ ^)</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/07/imgp4834.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-61 aligncenter" title="imgp4834" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/07/imgp4834-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/diy/archives/57/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ก๊วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นเครื่องยาจีน</title>
		<link>http://lanpanya.com/diy/archives/45</link>
		<comments>http://lanpanya.com/diy/archives/45#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Apr 2010 10:09:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ป้าจุ๋ม</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[DIY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/diy/?p=45</guid>
		<description><![CDATA[
ยอดตำลึงหลังฝนจากรอบๆบ้านป้าจุ๋มค่ะ
ป้าจุ๋มเพิ่งกลับจากไปร่วมมุทิตาจิตในงานบวชดร.เม้งมาค่ะ คราวนี้ขอวีซ่าได้ 4 วัน 3 คืนสบายๆ&#8230;อิอิ  หลังจากไปอิ่มบุญมาแล้วก็สุขใจ ขากลับแดดร่มลมตกตลอดเวลา มีฝนตกบ้างบางช่วง ทำให้การเดินทางกลับเย็นสบายและถึงบ้านด้วยความปลอดภัยค่ะ&#8230;เมื่อมาถึงบ้านก็รู้สึกว่าเย็นชุ่มฉ่ำ ปรากฎว่าเมื่อ1วันก่อนป้าจุ๋มกลับบ้านฝนตกหนักช่วงประมาณตี 5 ค่ะนานเป็นชั่วโมง&#8230;เมื่อมาถึงบ้านก็คิดว่าฝนตกดีอย่างนี้ก็จะใส่ปุ๋ยต้นไม้หละ&#8230;ผลพลอยได้ที่เดินวนใส่ปุ๋ยต้นไม้รอบบ้านก็คือตำลึงยอดงามๆ 1 ถาดใหญ่ๆค่ะ โอ้โหทำไมยอดงามอย่างนี้หนาเมื่อเขาได้รับฝน ยังเพิ่งคุยกับคุณLogos ขาเดินทางกลับเพราะเจอฝนระหว่างทางว่าดีใจที่ฝนตกเพราะจะทำให้ต้นไม้งาม ไม่มีน้ำไหนๆที่จะทำให้ต้นไม้งามเท่าน้ำฝนเลย ก็จริงป้าจุ๋มได้ยอดผักตำลึงงามมากๆจากการเดินเก็บรอบบ้าน 1 ถาด(เขาเกาะต้นโน้นบ้างต้นนี้บ้างค่ะ)
เมื่อได้ตำลึงยอดงามอย่างนี้ก็ทำให้นึกถึงเมนูอาหารต่อมา ในที่สุดก็มาลงตัวที่ &#8220;ก๊วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นยาจีนใส่ยอดตำลึง&#8221;ค่ะ ซึ่งเป็นของโปรดของหวานใจและลูกๆด้วยค่ะ(ต้องเอาใจมากๆหน่อยเพราะเดี๋ยวจะมีรายการขอวีซ่าไปโน่นมานี่อีกบ่อยๆ&#8230;อิอิ)
ส่วนประกอบ:
1.น่องไก่ หรือโคนปีกไก่(ที่บ้านชอบใช้ส่วนนี้เพราะขนาดกำลังสวยเวลาตักใส่จานค่ะ)
2. ตีนไก่ค่ะ(ป้าจุ๋มชอบ ใครไม่ชอบไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)
3. เครื่องยาจีนสำหรับตุ๋นไก่ 1 ชุดค่ะ
4. น้ำตุ๋นก็ใส่เกลือ ซีอิ๊วขาว ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วหวาน พริกไทยดำ(บดหยาบๆ) น้ำตาลกรวด รากผักชี
5. ผักก็ตำลึงที่เก็บมาเด็ดแล้วลวกน้ำ  แลธผักโรยหน้าก็ผักชี ต้นหอม
6. กระเทียมเจียว
น้ำส้มปรุงรส
1. พริกเหลือง  กระเทียม  คั่วหรือย่างให้หอมนำมาโขลกให้ละเอียดปานกลาง
2.นำส่วนผสมจาก 1. มาผสมกับน้ำส้มสายชูที่ผสมน้ำตาลเกลือเล็กน้อยชิมรสตามชอบค่ะ(น้ำส้มสายชูหมักที่บ้านใช้น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ค่ะ)


แค่นี้เองค่ะ ทำเองได้ง่ายจัง อร่อยด้วยค่ะ สะอาดถูกหลักอนามัย มีคุณค่าจากตำลึงสดๆด้วยค่ะ
อากาศร้อนๆอย่านี้ก็ต้องจบด้วยอะไรที่เย็นๆจ้าวันนี้ก็ง่ายๆคือเฉาก๊วยใส่น้ำแข็งใสค่ะ แค่นี้ก็ถูกใจกันทั้งบ้านแล้วจ้า ป้าหวานจ๋า ทำดีแบบนี้ทุกวัน&#8230;เวลาขอวีซ่านี่คำเดียวเท่านั่นแหละจ้า&#8230;ขอได้ง่ายจังเช่นกันจ้า&#8230;.

สำหรับเฉาก๊วยต้องนำมาหั่นแล้วคลุกกับน้ำตาลทรายแดงให้ทั่วแล้วนำไปแช่ในตู้เย็นไว้ก่อน เวลาจะรับประทานค่อยนำออกมาตักใส่.ถ้วยแล้วใสน้ำแข็งเย็นๆโปะข้างหน้าอีก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050713-small.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-47" title="p1050713-small" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050713-small-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050715-small.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-48" title="p1050715-small" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050715-small-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>ยอดตำลึงหลังฝนจากรอบๆบ้านป้าจุ๋มค่ะ</p>
<p>ป้าจุ๋มเพิ่งกลับจากไปร่วมมุทิตาจิตในงานบวชดร.เม้งมาค่ะ คราวนี้ขอวีซ่าได้ 4 วัน 3 คืนสบายๆ&#8230;อิอิ  หลังจากไปอิ่มบุญมาแล้วก็สุขใจ ขากลับแดดร่มลมตกตลอดเวลา มีฝนตกบ้างบางช่วง ทำให้การเดินทางกลับเย็นสบายและถึงบ้านด้วยความปลอดภัยค่ะ&#8230;เมื่อมาถึงบ้านก็รู้สึกว่าเย็นชุ่มฉ่ำ ปรากฎว่าเมื่อ1วันก่อนป้าจุ๋มกลับบ้านฝนตกหนักช่วงประมาณตี 5 ค่ะนานเป็นชั่วโมง&#8230;เมื่อมาถึงบ้านก็คิดว่าฝนตกดีอย่างนี้ก็จะใส่ปุ๋ยต้นไม้หละ&#8230;ผลพลอยได้ที่เดินวนใส่ปุ๋ยต้นไม้รอบบ้านก็คือตำลึงยอดงามๆ 1 ถาดใหญ่ๆค่ะ โอ้โหทำไมยอดงามอย่างนี้หนาเมื่อเขาได้รับฝน ยังเพิ่งคุยกับคุณLogos ขาเดินทางกลับเพราะเจอฝนระหว่างทางว่าดีใจที่ฝนตกเพราะจะทำให้ต้นไม้งาม ไม่มีน้ำไหนๆที่จะทำให้ต้นไม้งามเท่าน้ำฝนเลย ก็จริงป้าจุ๋มได้ยอดผักตำลึงงามมากๆจากการเดินเก็บรอบบ้าน 1 ถาด(เขาเกาะต้นโน้นบ้างต้นนี้บ้างค่ะ)</p>
<p>เมื่อได้ตำลึงยอดงามอย่างนี้ก็ทำให้นึกถึงเมนูอาหารต่อมา ในที่สุดก็มาลงตัวที่ <strong>&#8220;ก๊วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นยาจีนใส่ยอดตำลึง&#8221;</strong>ค่ะ ซึ่งเป็นของโปรดของหวานใจและลูกๆด้วยค่ะ(ต้องเอาใจมากๆหน่อยเพราะเดี๋ยวจะมีรายการขอวีซ่าไปโน่นมานี่อีกบ่อยๆ&#8230;อิอิ)</p>
<p><strong>ส่วนประกอบ:</strong></p>
<p>1.น่องไก่ หรือโคนปีกไก่(ที่บ้านชอบใช้ส่วนนี้เพราะขนาดกำลังสวยเวลาตักใส่จานค่ะ)</p>
<p>2. ตีนไก่ค่ะ(ป้าจุ๋มชอบ ใครไม่ชอบไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)</p>
<p>3. เครื่องยาจีนสำหรับตุ๋นไก่ 1 ชุดค่ะ</p>
<p>4. น้ำตุ๋นก็ใส่เกลือ ซีอิ๊วขาว ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วหวาน พริกไทยดำ(บดหยาบๆ) น้ำตาลกรวด รากผักชี</p>
<p>5. ผักก็ตำลึงที่เก็บมาเด็ดแล้วลวกน้ำ  แลธผักโรยหน้าก็ผักชี ต้นหอม</p>
<p>6. กระเทียมเจียว</p>
<p><strong>น้ำส้มปรุงรส</strong></p>
<p>1. พริกเหลือง  กระเทียม  คั่วหรือย่างให้หอมนำมาโขลกให้ละเอียดปานกลาง</p>
<p>2.นำส่วนผสมจาก 1. มาผสมกับน้ำส้มสายชูที่ผสมน้ำตาลเกลือเล็กน้อยชิมรสตามชอบค่ะ(น้ำส้มสายชูหมักที่บ้านใช้น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ค่ะ)</p>
<blockquote><p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050729-small.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-49" title="p1050729-small" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050729-small-300x225.jpg" alt="" width="245" height="188" /></a><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050732-small.jpg"></a></p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050736-small.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-52" title="p1050736-small" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050736-small-300x290.jpg" alt="" width="244" height="217" /></a></p></blockquote>
<p>แค่นี้เองค่ะ ทำเองได้ง่ายจัง อร่อยด้วยค่ะ สะอาดถูกหลักอนามัย มีคุณค่าจากตำลึงสดๆด้วยค่ะ</p>
<p>อากาศร้อนๆอย่านี้ก็ต้องจบด้วยอะไรที่เย็นๆจ้าวันนี้ก็ง่ายๆคือเฉาก๊วยใส่น้ำแข็งใสค่ะ แค่นี้ก็ถูกใจกันทั้งบ้านแล้วจ้า ป้าหวานจ๋า ทำดีแบบนี้ทุกวัน&#8230;เวลาขอวีซ่านี่คำเดียวเท่านั่นแหละจ้า&#8230;ขอได้ง่ายจังเช่นกันจ้า&#8230;.</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050739-small.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-53" title="p1050738-small" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050738-small-300x271.jpg" alt="" width="231" height="193" /><img class="alignnone size-medium wp-image-54" title="p1050739-small" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050739-small-300x232.jpg" alt="" width="238" height="192" /></a></p>
<p>สำหรับเฉาก๊วยต้องนำมาหั่นแล้วคลุกกับน้ำตาลทรายแดงให้ทั่วแล้วนำไปแช่ในตู้เย็นไว้ก่อน เวลาจะรับประทานค่อยนำออกมาตักใส่.ถ้วยแล้วใสน้ำแข็งเย็นๆโปะข้างหน้าอีก แค่นี้ก็ถูกใจกันทั้งบ้านแล้วจ้า&#8230;</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050740-small.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-55" title="p1050740-small" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050740-small-300x246.jpg" alt="" width="199" height="172" /></a><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050743-small.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-56" title="p1050743-small" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/p1050743-small-300x225.jpg" alt="" width="202" height="171" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/diy/archives/45/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>หมูคะน้าลุยสวน</title>
		<link>http://lanpanya.com/diy/archives/43</link>
		<comments>http://lanpanya.com/diy/archives/43#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Apr 2010 02:10:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ป้าหวาน</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[DIY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/diy/?p=43</guid>
		<description><![CDATA[หมูคะน้าลุยสวน  กับข้าวที่คล้ายๆกับแกล้ม  แก้เบื่ออาหาร

เป็นอาหารที่เคยไปกินแล้วจำมาลองทำเอง (มั่ว)นะคะ
หมูจะเป็นเนื้อหมูนุ่มผัดพอสุก ปรุงรสด้วยซิอิ๊วและพริกไทย
คะน้าจะเป็น สองแบบ คือ
แบบลวก  ใช้ใบคะน้าลวกสุก  โรยกระเทียมเจียว ราดน้ำมันหอย
แบบสด  ใช้ก้านคะน้า  ฝานบางๆ  โรยน้ำแข็ง
เครื่องเคียง  พริกสดหั่นเล็กๆ  กระเทียมสดหั่นบาง
(  ภาพบน เตรียม  ภาพล่าง ทำเสร็จแล้ว  )
ส่วนประกอบ
เนื้อหมู  1/2 ก.ก
คะน้า     2-3 ขีด
กระเทียมสด    ตามชอบ
พริกสด         ตามชอบ
พริกไทยป่น    1 ช้อนชา
ซิอิ๊ว 2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หมูคะน้าลุยสวน  กับข้าวที่คล้ายๆกับแกล้ม  แก้เบื่ออาหาร</p>
<p><a href="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/e0b8abe0b8a1e0b8b9e0b884e0b8b0e0b899e0b989e0b8b2.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-44" title="หมูคะน้า" src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/e0b8abe0b8a1e0b8b9e0b884e0b8b0e0b899e0b989e0b8b2-151x300.jpg" alt="" width="151" height="300" /></a></p>
<p>เป็นอาหารที่เคยไปกินแล้วจำมาลองทำเอง (มั่ว)นะคะ<br />
หมูจะเป็นเนื้อหมูนุ่มผัดพอสุก ปรุงรสด้วยซิอิ๊วและพริกไทย<br />
คะน้าจะเป็น สองแบบ คือ<br />
แบบลวก  ใช้ใบคะน้าลวกสุก  โรยกระเทียมเจียว ราดน้ำมันหอย<br />
แบบสด  ใช้ก้านคะน้า  ฝานบางๆ  โรยน้ำแข็ง<br />
เครื่องเคียง  พริกสดหั่นเล็กๆ  กระเทียมสดหั่นบาง</p>
<p>(  ภาพบน เตรียม  ภาพล่าง ทำเสร็จแล้ว  )</p>
<p>ส่วนประกอบ</p>
<p>เนื้อหมู  1/2 ก.ก<br />
คะน้า     2-3 ขีด<br />
กระเทียมสด    ตามชอบ<br />
พริกสด         ตามชอบ<br />
พริกไทยป่น    1 ช้อนชา<br />
ซิอิ๊ว 2 ช้อนโต๊ะ<br />
ซ๊อสถั่วเหลือง  1 ช้อนโต๊ะ<br />
น้ำมันหอย       ตามชอบ<br />
น้ำตาลทราย   1 ข้อนชา<br />
แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ(หมักหมู)</p>
<p>วิธีทำ<br />
1 หั่นหมู ขนาดประมาณ 2&#215;1 นิ้ว บางๆ แล้วหมัก<br />
โดยการเติมซิอิ๊วขาว ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ  แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ<br />
เคล้าให้เข้ากัน  ทิ้งไว้  ( ถ้าไม่มีเวลา  10-20 นาที ก็ได้ค่ะ  ถ้าจะหมักเก็บไว้<br />
ก็ใส่ภาชนะ ปิดฝาสนิท  เข้าตู้เย็น ได้ 1 วัน )<br />
2 คะน้า  ตัดใบ ไว้สำหรับลวก  ส่วนก้านเอามาฝานบางๆไว้กินสด<br />
เอาส่วนก้านมาโรยน้ำแข็ง  เข้าช่องฟรีซไว้  เมื่อจะกินก็เอาออกมา<br />
( ไม่นานมากนะคะ เดี๋ยวแข็งหมด อิอิ )<br />
3วิธีลวกคะน้า  ตั้งหม้อใส่น้ำคะเนว่าท่วมคะน้าก็พอ พอน้ำเดือดเต็มที่<br />
ปิดไฟ ใส่คะน้าลงไป  ทิ้งไว้ 2-3นาที พลิกให้ทั่ว  ตักคะน้าขึ้น<br />
นำไปใส่น้ำเย็นทันที (บางสูตรให้ใส่น้ำแข็งในน้ำด้วย แต่ป้าหวานไม่ใส่ค่ะ<br />
เปิดน้ำก็อกผ่านสักครู่ให้ทั่วก็พอ )  เพื่อรักษาสภาพ สีสวยสด<br />
4เจียวกระเทียมสำหรับโรยคะน้าลวก  ใช้น้ำมันนิดเดียวพอปริ่มกระเทียม<br />
5ตักกระเทียมเจียวออก  ใช้น้ำมันที่เหลือ ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะนั้นก็พอ<br />
เร่งไฟแรง ใส่เนื้อหมูที่หมักแล้วลงไป แป๊บเดียว ลดไฟลง  ผัดเร็วๆ<br />
เติมซิอิ๊วขาว 1-2 ชต. น้ำตาลทราย 1ชช. พริกไทย 1 ชช.น้ำเปล่า2 ชต.<br />
ผัดให้ทั่ว  สุกแล้วใช้ได้  น้ำแห้งพอดี -ชิมรสออกเค็มๆหวานๆนิดๆ  หอมพริกไทย<br />
6 จัดเสริฟค่ะ  หมูควรจะร้อนๆ  คะน้าลวกร้อนๆ (อุ่นไมโครเวฟก่อนกินก็ได้ )<br />
เวลากิน  ใครใคร่ กินคะน้าสด ก็วางคะน้าสดตักหมูวางตามด้วยพริกกระเทียมวางบนสุด<br />
หม่ำ  เป็นคำๆพร้อมข้าวสวย หรือ เป็นกับแกล้ม คะน้าลวก ก็ทำคล้ายๆกันค่ะ  วางเป็นคำ<br />
ตะน้าสดกรอบ หวานอร่อย นะคะ เผ็ดด้วยพริก กระเทียม  โอเคเลย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/diy/archives/43/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>กุ้งอบวุ้นเส้นอย่างง่าย</title>
		<link>http://lanpanya.com/diy/archives/41</link>
		<comments>http://lanpanya.com/diy/archives/41#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Apr 2010 14:30:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ป้าหวาน</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[DIY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/diy/?p=41</guid>
		<description><![CDATA[กุ้งอบวุ้นเส้นแบบง่าย ♥

เคยกินกุ้งอบวุ้นเส้นตามร้าน  แต่ไม่เคยทำเองสักที
วันนี้ทดลองทำค่ะ
ส่วนประกอบ
กุ้ง ประมาณ 10 ตัว ( ขนาดที่เห็น ประมาณ 1/2 ก.ก.)
มันหมู หรือ เบคอน ใช้รองภาชนะที่อบ 1 เส้น (1 pack)
วุ้นเส้น      150 กรัม    ( ถุงเล็ก 2 ถุง )
กระเทียม  5-6 กลีบใหญ่
ขิง             4-5 แว่น
ผักชี     [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กุ้งอบวุ้นเส้นแบบง่าย ♥</p>
<p><img src="http://lanpanya.com/diy/files/2010/04/page.jpg" alt="" width="705" height="355" /><br />
เคยกินกุ้งอบวุ้นเส้นตามร้าน  แต่ไม่เคยทำเองสักที<br />
วันนี้ทดลองทำค่ะ</p>
<p>ส่วนประกอบ</p>
<p>กุ้ง ประมาณ 10 ตัว ( ขนาดที่เห็น ประมาณ 1/2 ก.ก.)<br />
มันหมู หรือ เบคอน ใช้รองภาชนะที่อบ 1 เส้น (1 pack)<br />
วุ้นเส้น      150 กรัม    ( ถุงเล็ก 2 ถุง )<br />
กระเทียม  5-6 กลีบใหญ่<br />
ขิง             4-5 แว่น<br />
ผักชี         4-5 ต้น<br />
พริกไทยดำ  1 ช้อนโต๊ะ<br />
ซวงเจียว*    1 ช้อนโต๊ะ (เป็นเม็ดแฟบๆขนาดพริกไทย สีแดง )<br />
ซีอิ๊วขาว       2 ช้อนโต๊ะ<br />
ซีอิ๊วดำ         1 ช้อนชา<br />
ซ้อสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ<br />
น้ำมันหอย    2 ช้อนโต๊ะ<br />
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา<br />
น้ำ หรือ น้ำซุป  150-200 cc</p>
<p>วิธีทำ<br />
1 ล้างกุ้งให้สะอาด  จะตัดหนวด หรือ จะผ่าหลัง แล้วแต่จะทำค่ะ<br />
2 แช่วุ้นเส้น ในน้ำสะอาดให้นุ่ม  ตัดบ้างจะได้ไม่ยาวมาก<br />
3 ผสม น้ำซุป ซีอิ๊ว ซอส น้ำมันหอย น้ำตาลทราย พริกไทยดำ (บุบเล็กน้อยพอแตก)<br />
4 เมื่อวุ้นเส้นนุ่มแล้วนำมาแช่ในน้ำซอสผสมนี้  5-10 นาที<br />
5 มันหมู หรือ เบคอน วางเรียงรองก้นภาชนะ<br />
6วางขิง กระเทียม ลงไป  วางรากผักชี โรยซวงเจียว รอบๆ<br />
7 วางวุ้นเส้น  วางกุ้งลงไปชั้นแรก<br />
8 วางวุ้นเส้นอีกรอบ  วางกุ้งทับจนหมด เทน้ำซอสที่เหลือราดลงไป<br />
9 เข้าอบที่ 500 องศาc  20 นาที</p>
<p>พร้อมเสริฟ เติมผักชี<br />
จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด ( ตำพริกขี้หนู กระเทียม มะนาว น้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ )</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/diy/archives/41/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
