<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.5.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>ลานเวลา</title>
	<link>http://lanpanya.com/dd190751</link>
	<description>บันทึกความคิด ความหวัง และ กำลังใจ ผ่านลานเวลา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 28 Feb 2010 08:49:59 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ขอให้มีปาฏิหาริย์..</title>
		<description>ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน..
หลานสาวเปรยๆ ให้ได้ยิน..เออเนาะ..เร็วจัง อีกไม่กี่วันก็ขึ้นปีหกแล้ว
ไม่ทันรู้ตัวเลย..จะต้องรักษาคนไข้เองแล้วนะ..นี่ว่าจะตั้งใจอ่านหนังสือให้มากขึ้น..
ต้องอยู่แผนกอุบัติเหตุก่อนเสียด้วย

อีกไม่กี่วันก็ส่งข่าว..เสาร์นี้กลับบ้านได้ อาจารย์หยุดให้วันนึง
คิดถึง..ไม่ได้นอนที่บ้านตั้งหลายเดือน..
อยากกินข้าวเหนียว..ไม่ได้กินนานแล้ว..
จะอยู่กับพ่อซะหน่อย..ท่าทางคงอยากให้อยู่คุยด้วย ฯลฯ

วันวาน..หลานสาวกลับบ้านหลังการเรียนและการสอบอันเหนื่อยหนักผ่านไป
ใครๆ กลับบ้านกันใหญ่นะอา..นี่มากับเพื่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นก็กลับด้วยกัน
วันหยุดนี้ คงมีเวลาอยู่บ้านกันพร้อมหน้า
ใกล้บ่ายจึงได้โอกาสพาย่าไปหาก๋วยเตี๋ยวทานกันนอกบ้าน ก่อนแยกย้ายกันไป

ส่งบันทึกขึ้นบนลานได้ไม่นาน  ยังไม่ทันจะปิดคอมพิวเตอร์
ก็ได้รับเสียงโทรศัพท์ อาๆ.. เพื่อนรถล้ม..เลือดคั่งในสมอง กำลังจะเข้าห้องผ่าตัดตอนนี้
สงสารมันนะ..สงสารมัน..
ใจวูบ..ด้วยนึกถึงน้ำเสียงสดใสที่ได้ยินครั้งล่าสุด
เสียงที่สั่งหลานผู้มักเร่งทำรายงานให้ส่งทันเวลาอันเฉียดฉิวเสมอ
นี่..ห้ามนอนนะคืนนี้  ทำให้เสร็จล่ะ..
ทั้งเรื่องเล่า อันบอกกล่าวถึงความใส่ใจดูแลผู้คนของสาวน้อย
ที่คอยส่งข้าวน้ำยามดึกแก่เพื่อนผู้เตรียมสอบจนหิวโหย

เข้าใจในความเป็นเพื่อน..จึงอาสาพาหลานกลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง
ระหว่างนั้น ก็เห็นการติดต่อสื่อสารกันในหมู่เพื่อน ทั้งส่งข่าว ทั้งไถ่ถามความเคลื่อนไหว
แม้คนเจ็บจะเป็น "คนใน"ของโรงพยาบาล แต่อาการที่ได้ยินก็ชวนให้เป็นห่วง
นึกถึงพ่อ แม่ พี่น้อง จะเศร้าโศกเสียใจอย่างไรหนอ
ก็เพิ่งจะกลับบ้านในยามสาย..และคงจะดีใจกันประสามีวันหยุดที่หายาก
เพียงผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ต้องกลับมาด้วยอาการบาดเจ็บหนักหนา

รอฟังข่าวอยู่เนิ่นนาน  กว่าหลานจะกลับออกมาด้วยหน้าตาไม่เป็นสุข
อาการไม่ค่อยดีนัก  ทั้งน้องชายที่พาพี่ไปรถล้มก็เสียใจหนัก
พ่อกำลังอยู่ในระหว่างเดินทางด้วยรถไฟ..แม่ส่งข่าวไปแล้ว..
นึกถึงใจของคนเป็นพ่อ จะร้อนรุ่มเพียงใดกับข่าวที่ได้รับ
นึกถึงสาวน้อยคนเจ็บผู้อุตส่าห์ตั้งใจเรียน ตั้งใจฝึกงานในสาขาอันมีงานหนัก
ไม่ใคร่ได้พักเป็นเวลาเหมือนใครเขา จนจะเข้าสู่ปลายทางอีกในไม่ช้า
ต้องมารอคอยผลของการรักษาที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร

บอกหลานไปว่า..เราไม่อาจรู้ว่าจะมีเรื่องใดเกิดขึ้นในชีวิต
นอกจากจะคิดทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ดูแลผู้คนที่เกี่ยวข้องให้ดีที่สุด
นึกถึงถ้อยคำที่เคยได้เรียนรู้..ให้มีชีวิตอยู่เสมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิตเสมอ..

ในโทรศัพท์ที่ส่งข่าวกันหลายสาย
ได้ยินหลานชวนกันสวดมนต์ตั้งจิตอธิษฐานเพื่อเพื่อน
และนัดหมายกันไปทำบุญกันในวันรุ่งขึ้น

เช้านี้..มีข่าวคราวมาถึง  ซึ่งทำให้หลานรีบกลับไปโรงพยาบาลแต่เช้า
มานะ..ให้รีบมาหน่อย..พลอยทำให้เป็นห่วงสาวน้อยขึ้นมาอีก
จนเกือบเที่ยงจึงได้รับข่าว..ดูดีขึ้นบ้าง พอจะเข้าห้องผ่าตัดอีกรอบได้แล้ว
ตอนนี้เรามาทำบุญกันที่วัดกันเป็นร้อยคนเลยนะอา..

อนุโมทนา..ขอให้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง
ขอให้เผชิญกับเรื่องร้ายในชีวิตได้อย่างมั่นคง
ขอให้ได้สาวน้อยคนเดิมกลับคืนสุ่ครอบครัว เพื่อน ผู้ร่วมอาชีพ
ขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดแก่ชีวิต..นะจ๊ะสาวน้อย.. </description>
		<link>http://lanpanya.com/dd190751/archives/308</link>
			</item>
	<item>
		<title>มะเขือครูบา..</title>
		<description>ช่วงปลายปีการศึกษา มักจะเป็นเวลาที่มีงานเข้ามามาก
ทั้งที่วางแผนไว้ และงานใหม่ที่แทรกเข้ามา
บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายก็กระจายกันไปหาที่เรียนต่อ
งานเซ็นเอกสาร งานประเมิน งานประชุม ทยอยกันเข้ามาไม่หยุดหย่อน
เรื่องนี้ขอเร็วนะคะ..เรื่องนี้เข้ามาด่วน..เรื่องนี้จะว่าอย่างไร..ฯลฯ
ยามอยากจะพัก..ก็มักจะแวะเข้ามาในลาน
อ่านเรื่อง ดูภาพ ให้ได้รอยยิ้ม ได้ความคิด ที่เปลี่ยนมุมออกไป
บางทีก็ได้เห็นงานของชาวลานบางท่านที่แสนเหนื่อยหนัก
ทำให้ชักไม่กล้าบ่น ด้วยเทียบกับงานของตนแล้วดูเล็กลงไปได้


คราวใดที่แวะไปลานสวนป่า ก็นึกถึงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอันใกล้ชิดธรรมชาติ
และมักไม่พลาดจะติดตามความคิดที่ไม่มีใครเหมือนของท่านเจ้าของลาน
ไม่ว่าจะเป็นงานใดๆ ในชีวิตประจำวัน ก็เป็นอันได้มุมมองที่น่าทึ่ง
เช่นครั้งหนึ่งได้รับพัสดุไปรษณีย์ EMS ที่เปิดกล่องออกมา
ก็พบว่าเป็นไข่ไก่ต๊อกครึ่งโหล ถูกห่อหุ้มมาอย่างดีด้วยวัสดุที่คงมีอยู่ใกล้ๆ ตัว

เมื่อนำไข่ไปฝากแม่ไก่ฟัก ก็ได้ประจักษ์ถึงความมหัศจรรย์ของชีวิต
เซลแรกเกิดไม่กี่เซลเดินทางจากอิสานใต้ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร
มาให้ได้ออกจากกล่องกระดาษใบเล็กที่ภาคเหนือ
ฟูมฟักโดยแม่ไก่ต่างสายพันธุ์จนเติบโตมาเป็นเจ้าต๊อกน้อยลายสวยสองตัว
ที่เดินตามแม่ไก่อยู่ต้อยๆ ให้คนเลี้ยงคอยระแวดระวัง
สอนสั่งให้เจ้าซูซี่ทำตัวดีๆ ไม่หม่ำน้อง
แต่สุดท้าย ก็ต้องเสียรู้คุณพังพอนที่มาฉกเจ้าต๊อกน้อยไปทำให้ตัวได้อิ่มท้อง
ให้คนเลี้ยงต้องเศร้าเสียดายไปหลายวัน

มาคราวนี้ หลังจากเดินมึนออกจากห้องประชุมพบว่ามีกล่องพัสดุวางอยู่บนโต๊ะ
เปิดออกดูก็ได้ยิ้ม..มะเขือเทศสีสวยในตาข่ายกันกระแทกสีชมพูอยู่เต็มกล่อง
นับได้จำนวนหนึ่งโหลพอดี มีรอยช้ำสองลูก คงถูกกระแทกด้วยอยู่ตรงมุมกล่อง
ลูกหนึ่งสุกจัดจนผลแตก แต่ไม่ทันจะทำให้ลูกอื่นเสียหาย จึงรีบย้ายเอาไปไว้ในตู้เย็นไว้ก่อน



หมกมุ่นกับการงานจนเย็นย่ำ กว่าจะผละจากห้องทำงานกลับบ้าน
อาการออกจะไม่ค่อยดี ด้วยมีเพื่อนร่วมงาน และคนที่บ้านพากันเป็นหวัด
ยามนัดคุยงานแม้ใส่หน้ากาก ก็ยังไอกันค็อกแค็ก  คงรับแจกเชื้อหวัดมาเรียบร้อย
แม่บอก..ทำแกงบ่าน้ำ(น้ำเต้า)ไว้แล้วเน้อ ทำอะไรเพิ่มดี
บอกแม่ว่ามีมะเขือเทศผลโตจากอีสาน  แม่จึงนึกถึงอาหารในวัยเด็กที่ยายเคยทำ

ผัดมะเขือเทศใส่ใข่ไง..ผัดหัวผักกาดด้วย..



มาระยะหลังได้เลื่อนยศเป็นแม่ครัวตัวสำรองที่ต้องทำอาหารยามพ่อครัวตัวจริงไม่อยู่
หลังจากฝึกงานกับป้าจุ๋ม ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กล้าลงมือ
มะเขือเทศสองผลผัดกับไข่ จึงกลายเป็นอาหารให้ ส.ว.ได้รำลึกถึงความหลัง
แต่คนตั้งใจผัดไม่ได้ร่วมวง แม้จะมีเสียงชมเอาใจว่าอร่อย..อิอิ
เกิดอาการแสบคอไม่อยากอาหาร จึงฝานมะเขือเทศเย็นๆ โรยเกลือ กินไปหลายผล
ตามด้วยสูตรน้ำอุ่น เจือมะนาว น้ำผึ้งและเกลือ จิบซ้ำๆ
มะเขือเทศเย็นๆ เค็มๆ สดชื่น และ พออิ่มท้อง
น้ำมะนาว เปรี้ยว เค็ม ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dd190751/archives/297</link>
			</item>
	<item>
		<title>กตัญญุตา..เสวนาบูชาพระคุณครู 2</title>
		<description>เล่าต่อจากบันทึกที่แล้ว..

ศิษย์ต่างวัยต่างรุ่นทยอยกันเข้าพักในสถานที่จัดงานตั้งแต่ก่อนวันจริงเพื่อช่วยเตรียมงาน
ท่านอธิการบดีมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยได้ให้ความเมตตาหลายประการ
ทั้งเป็นประธานสงฆ์และบรรยายธรรม ที่นำให้ได้คิด..

ตั้งแต่ความหมายของกตัญญูกตเวที ซึ่งต้องมีควบคู่กัน
ด้วยกตัญญู แปลว่ารู้คุณ กตเวทิตา คือ การประกาศให้ทราบ
แสดงให้ปรากฏว่าความดีที่ทำนั้น เป็นประโยชน์ไพศาลเพียงใด
ทั้งได้ข้อคิดแห่งการเป็นครูซึ่งต้องไม่ท้อถอยในการให้ความรู้
ครูมีหน้าที่สอนคนให้พ้นทุกข์
และ..ใครที่เป็นศิษย์อาจารย์โสรีช์ ควรสานต่อในเรื่อง Buddhist Psychology ด้วย

ได้ร่วมพิธีท่ามกลางหมู่สงฆ์ผู้เป็นองค์คณบดีแต่ละคณะและพระสงฆ์ที่ครูเคยถวายการสอน
เสียงสวดให้พรจากพระสงฆ์นับร้อยรูปยังก้องกังวานอยู่ในใจ
ทำให้นึกย้อนไปถึงเวลาที่ครูพาศิษย์ไปให้ได้รู้จักพระธรรม ทั้งสวนโมกข์ วัดป่า สารพัน
และในวันพิเศษเช่นนี้ จึงตั้งใจให้มีเรื่องราวระหว่างครูและศิษย์มาพูดคุยกัน

เป็นภาพงดงามที่ได้เห็นทั้งพระผู้ใหญ่และศิษย์ผู้นับถือศาสนาอิสลามร่วมอภิปรายบนเวที
บอกเล่าเรื่องราวที่มีแรงบันดาลใจจากการได้เป็นศิษย์ของครู ที่นำสู่การสร้างคุณค่าในชีวิต
ทั้งประสบการณ์จากจังหวัดชายแดนใต้ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง
ได้ฟังเรื่องราวจากใจอันมุ่งมั่นต่อการงานและการเผชิญหน้ากับเรื่องร้ายอย่างมั่นคง
เห็นความเพียรพยายามต่อการยกระดับจิตใจให้แก่ตนเองอย่างสม่ำเสมอ
ด้วยต้องพบกับเหตุการณ์อันน่าห่วงใยจากผู้ใกล้ชิดและศิษย์ของตนไม่เว้นแต่ละวัน
ทั้งได้แง่คิด มุมมอง อันอ่อนโยนและศรัทธาในคุณความดี ที่แบ่งปันให้พี่น้องรับฟัง

ครูของเรามักเปรียบตนเองเป็นเหมือนเช่นคนสวน
ที่พรวนดินรดน้ำ และรอคอยให้ชีวิตของศิษย์งอกงาม เติบโต
เมื่อถึงวันนี้ มีศิษย์มากมายที่แยกย้ายกันไปในที่ต่างๆ สร้างงานหลายสาขา หลายอาชีพ
จึงจัดให้มีช่วงเวลาที่พี่ต่างสาขาอาชีพมาบอกเล่าเรื่องการทำงาน
ซึ่งล้วนแต่ได้รับการเกื้อหนุน นำทางจากครู จนก้าวหน้าไปในวิถีของตน

และด้วยหวังจะให้เป็นวันแห่งความประทับใจ
จึงเกิดรายการซุ่มซ้อมบทเพลงของครูมานานนับเดือน
บทเพลงอันเชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกับวันวารที่ร่วมกันเดินทางในกระแสชีวิต
ช่างบังเอิญที่มีศิษย์ที่เล่นดนตรีกันได้ครบวง ทั้งเปียโน ไวโอลิน กีตาร์ กลอง
ทั้งสามารถรวบรวมคนร้องเพลงมาร่วมขับขาน
ในยามค่ำจึงได้ฟังเสียงเพลงอันคุ้นเคยในลีลานักร้องหมู่ที่ดูประหนึ่งมืออาชีพ
ก่อนจะร่ำลาแยกย้ายกันไปนอน

ในยามเช้า ยังมีศิษย์ทยอยเข้ามาร่วมงานในวันนี้เพิ่มขึ้น
เป็นวันที่ร่วมกันทำพิธีรดน้ำคารวะครู และทำบุญถวายเพลพระ
ศิษย์ตั้งแต่รุ่นแรกวัยใกล้เกษียณ จนเวียนมาถึงศิษย์ปัจจุบันรุ่นหลาน
เดินแถวตามกันมาไม่ขาดสาย
รอยยิ้ม อ้อมกอด ที่ทักทาย ไถ่ถาม นำความเบิกบานยินดีให้แก่กัน
เป็นวันที่คนในครอบครัวมารวมตัวกันมากมาย
บ้างไม่ได้พบเจอกันกว่ายี่สิบปี  บ้างก็มีเจ้าตัวเล็กตามติดมาต้อยๆ
บ้างมาไม่ได้ก็ตั้งใจจัดหาพระองค์งามให้ครูแจก
บ้างก็คอยติดตามอยู่ที่บ้านด้วยงานล้นมือเกินกว่าจะปลีกตัว
บ้างยังติดตามไปแม้เพียงให้ได้เจอกันตอนเก็บข้าวของหลังเสร็จพิธี

ในยามเสร็จงาน ภาพของครูที่อยู่ท่ามกลางศิษย์ช่างคุ้นเคย
เมื่อครั้งได้ร่วมช่วยงาน  ครูมักจะรอคอยส่งให้ศิษย์กลับบ้านก่อนเสมอ
อานุภาพแห่งความรัก ความห่วงใย และ การให้ของครูที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด
ปรากฏชัดเจน และเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่าศิษย์ก้าวเดินต่อไปเสมอมา

หากครูเป็นเช่นคนสวน..
เหล่าพืชพันธุ์ไม้ ได้ผลิดอกออกใบแล้วในวันนี้
สวนของครูมีทั้งต้นไม้ใหญ่ที่หยัดยืนได้ด้วยตนเอง ทั้งมวลหมู่ไม้หลากสี หลายพันธุ์
ที่ถักทอกันเป็นร่มเงา ปกป้องเมล็ดพันธุ์ที่ยังบ่มเพาะรอวันงอกงาม

วันนี้..จึงเป็นวันที่หวังให้คนสวนได้เบิกบานกับงานที่ได้ก่อร่างสร้างไว้
เป็นวันที่ศิษย์ต่างร่วมน้อมใจคารวะแด่ครูผู้นำให้ชีวิต..งดงาม </description>
		<link>http://lanpanya.com/dd190751/archives/290</link>
			</item>
	<item>
		<title>กตัญญุตา..เสวนาบูชาพระคุณครู 1</title>
		<description>ได้อ่านบันทึกของครูบาและรอกอด..
ทำให้นึกถึงช่วงเวลาและที่มาของเรื่องราว
เมื่อคราวร่วมงานกตัญญุตา..บูชาครู ที่ตั้งใจจะเล่า
แต่งานก็เวียนเข้ามาไม่ขาดสาย ปล่อยให้ลานร้างว่างเปล่าอยู่นาน


ปกติจะมีกำหนดนัดหมาย ชวนกัน "กลับบ้านมกรา"มาพบปะพี่น้องผองเพื่อนทุกเดือนมกราคม
แต่ก่อนถึงมกราของปีนี้ มีงานพิเศษที่ส่งข่าวคราวให้เตรียมงานตั้งแต่กลางปี
ธันวาคมนะ จะจัดงานครบหกสิบปีของครูเรา..ดร.โสรีช์  โพธิแก้ว

เพราะอยู่ห่างไกลจึงได้แต่ติดตามความคืบหน้า ที่บรรดาศิษย์นัดประชุมกันเป็นระยะ
ต้องหาวิธีดำเนินการให้เหมาะสม  ด้วยงานไม่ได้มีเพียงศิษย์จิตวิทยาการปรึกษา จุฬาฯ
แต่ครูของเราถวายการสอนพระสงฆ์และสอนฆราวาสที่มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
ทั้งได้ร่วมริเริ่มเมื่อแรกก่อตั้งสาขาวิชาพุทธจิตวิทยา(Buddhist Psychology)ในมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้
ในที่สุดลงตัวกันที่จะจัดงานเสวนาบูชาพระคุณครู

เป็นศิษย์รุ่นพี่ยุคต้นๆ..เมื่อมีข้อสรุปรูปแบบของงาน
จึงได้รับมอบหมายให้ช่วยกันรวบรวมเอกสารงานเขียนของครูเพื่อจัดทำเป็นหนังสือ
ช่วงที่รื้อค้น จึงพลอยได้อ่านทบทวนและเห็นภาพเรื่องราวแต่หนหลังกระจ่างชัด
ช่วงเวลาที่เสมือนได้เริ่มเรียนรู้และก้าวเดินในวิถีทางอันแปลกใหม่
ในวัยที่ใจยังเต็มไปด้วยคำถามในชีวิต

นึกถึงเมื่อแรกเข้ามาเรียนในเมืองกรุง
เดิมยังคุ้นเคยกับการเรียนรู้ผ่านตำรา ผ่านการฝึกปฏิบัติงาน อันมีกรอบให้เดินตาม 
แม้ในความเมตตาสอนสั่งก็ยังมีระยะห่างระหว่างครูและศิษย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง
แต่เมื่อต้องพบกับวิถีทางใหม่ ที่ครูสอนให้สังเกตเรียนรู้ ผ่านการอยู่ร่วมกับผู้คน
บางเวลาก็ต้องใช้ประสบการณ์ที่เกิดแก่ใจตนเป็นครู
คุณหนูในหินจึงออกอาการมึนงงเจียนจะหลงทาง
ด้วยไม่อาจหาคำตอบและกรอบปฏิบัติอันเป็นสูตรสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น

เป็นการเรียนที่ไม่จำกัดชั่วโมงสอน
ตั้งแต่ต้อนรับเข้ามาเป็นศิษย์ ครูก็ให้เวลาทั้งชีวิตในการหนุนนำให้เติบโต
ไม่เพียงเป็นการเรียนที่มีความหมายมากกว่าการได้ความรู้
แต่เป็นการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล ให้งอกงามร่วมกัน

กว่าสามสิบปีที่ครูเฝ้าก่อสาน ถักทอสายใยแห่งมิตรไมตรี
ที่ผูกพันรุ่นพี่ รุ่นน้อง ผองเพื่อนอย่างแน่นแฟ้น ต่อเนื่องยาวนาน
เล่าขานตำนานเรื่องราวประสบการณ์และการทำงานของรุ่นพี่
ที่มีอยู่ครบทุกทิศ เหนือ ใต้ กลาง อีสาน ให้น้องฟัง
ทั้งมีวีรกรรมความประทับใจในแต่ละสมัย ให้ได้เฮฮาไม่รู้เบื่อ
เมื่อน้องได้เจอตัวจริงจึงไม่รู้สึกแปลกหน้า

เป็นเวลาอันยาวนานแห่งการร่วมผ่านความรู้สึกอันเข้มข้นทั้งทุกข์สุข
ทั้งหวาดหวั่น ท้อถอย คับข้อง หม่นมัว ทั้งต้องเผชิญกับความกลัวที่กักขังใจ
ทั้งได้ปิติ ตื้นตัน ปลาบปลื้ม ยินดี เบิกบาน
ที่พี่น้องต่างเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน เรียนรู้และก้าวข้ามสู่ความเข้าใจในชีวิตร่วมกัน
แต่ละขั้น แต่ละตอน ที่ครูและพี่ประคับประคอง จับจูงให้น้องก้าวเดิน
ให้เผชิญประสบการณ์อันเป็นแบบฝึกหัดวัดใจในสนามแห่งการเรียนรู้
เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ให้การปรึกษา(Counselor)และใช้ปัญญาพัฒนาชีวิต

แต่ละปีที่ครูบ่มเพาะให้อ่อนน้อม ละเอียด อ่อนโยน
แต่ละปีที่ครูปลุกเร้าใจให้เข้มแข็ง ไม่ย่อท้อต่อขวากหนาม
แต่ละปีที่ครูพาศิษย์ตระเวนไปเรียนรู้ทุกถิ่นที่ นำไปพบทั้งคนดี กวี ปราชญ์
ทั้งนำพาให้พบศาสตร์ ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dd190751/archives/289</link>
			</item>
	<item>
		<title>คิดถึง..ครูเซี้ยง</title>
		<description>ทุกปีเมื่อถึงวันครูจะอยู่ร่วมพิธีของจังหวัด
ซึ่งจะมีโอกาสร่วมกันอ่านคำฉันท์และสงบใจระลึกถึงพระคุณครู
ในปีนี้มีวันครูที่แปลกไป ด้วยได้รับคัดเลือกให้ไปรับเกียรติบัตร
ที่ชื่อยาวทั้งหน่วยงานผู้จัดและชื่อรางวัล
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ
และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กระทรวงศึกษาธิการ
ในเกียรติบัตรเขียนไว้ว่า
"ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ทางด้านการศึกษา
อุทิศตน เสียสละ อดทน ในการปฏิบัติหน้าที่และพัฒนาคุณภาพชีวิต
เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน"



เมื่อแรกมีแบบสอบถามความสมัครใจในการเดินทางไปรับเกียรติบัตรในเมืองกรุง
เป็นช่วงที่มีเรื่องยุ่งๆ ให้ทำอย่างต่อเนื่อง
แต่ผู้คนรอบข้างเห็นว่าควรต้องเดินทางไปร่วมงาน
เพราะเกียรติที่ได้รับไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องเฉพาะตน
เป็นเรื่องของผู้คนอีกมากมายที่จะได้รับผลต่อตามมา
ด้วยระบบการศึกษาที่มีค่ามาตรฐานและตัวชี้วัด
ประวัติ ผลงาน ของครูและผู้บริหาร จึงเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของโรงเรียน

ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของงานที่มีผู้คนจากหลากหลายที่มา
ระหว่างรอเวลา ได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนผู้ยืนยันจะมาแสดงความยินดี
แม้มีภาระการงานมากมาย พร้อมแถมท้ายไว้ด้วยถ้อยคำ
"เราควรช่วยกันนำเรื่องราวดีๆ แบบนี้ไปเผยแพร่
ผู้คนได้รับรู้แต่เรื่องหม่นหมอง เรื่องไม่ดีงามตามหน้าหนังสือพิมพ์มากพอแล้ว"
การสนทนาเพียงช่วงเวลาอันน้อยนิด ก็นำให้ใจเป็นสุขร่วมกัน
 
แยกย้ายจากเพื่อนมาเข้าห้องประชุมใหญ่
จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ
ด้วยญาติผู้น้องที่เป็นนักเรียนได้รางวัลจึงพากันมาเมืองกรุง
มุ่งหมายเพียงจะส่งน้อง  แต่กลายเป็นต้องรับรางวัลทั้งโรงเรียนและเด็ก
ซึ่งนักเรียนตัวเล็กคนนั้น ก็เติบโตจนเป็นกำลังสำคัญของโรงเรียนแล้วในวันนี้

ครั้งนี้รับเกียรติบัตรจากรัฐมนตรี ร่วมกับครูจากต่างที่มาอีกกว่าห้าร้อยคน
มีรางวัลพิเศษสำหรับครูผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในถิ่นธุระกันดาร ๒๘ ท่าน
ที่ได้รับเกียรติบัตรพร้อมรางวัลอีกสองหมื่นบาท
นึกถึงคุณครูอีกมากมาย และความเสี่ยงภัยที่ได้ยินมา
ไม่รู้ว่าความอดทนและเสียสละเหล่านั้นจะมีผู้คนเห็นกันบ้างไหม
รางวัลที่คุณครู ๒๘ ท่านนี้ได้รับจะช่วยต่อเติมกำลังใจเช่นใดบ้างหนอ

นึกถึงพ่อ ผู้ไม่เคยรับและไม่ปรารถนารางวัลใดๆ
แต่กลับมีใจมุ่งมั่นกับการสอน
ทุกขั้นตอนของชีวิตคือการฝึกฝน เพิ่มเติมความรู้ เพื่อเป็นครูแก่เด็ก
ถึงขั้นอยากจะเสกให้มีเครื่องมือเหมือนปรอทวัดไข้
เพื่อจะใช้แตะที่ศีรษะและบอกได้ว่าสอนแล้วเข้าใจได้เพียงไหน !!!

ความเป็นครูของพ่อแผ่ขยายไม่มีขอบเขต ด้วยใจที่กว้างขวาง
ใครก็ช่าง ถ้าอยากเรียน..ครูเซี้ยงสอน
ยังจำภาพเด็กๆ จากหมู่บ้านห่างไกลนั่งรถสองแถวเข้ามาเรียนในวันหยุด
เด็กๆ ทั้งชุดเป็นนักเรียนโรงเรียนอื่นที่ติดตามเด็กโรงเรียนของพ่อมาเรียนด้วยกัน

วีรกรรมในการสอนของครูเซี้ยง เป็นเรื่องที่บรรดาศิษย์เก่านำมาเล่าด้วยรอยยิ้ม
ครูที่ขี้อาย กลับใช้วิธีเต้นรำอยู่หน้าห้อง ให้สมองเด็กๆ จดจำคำศัพท์นั้น
เมื่อง่วงก็ชวนให้ฟุบหลับพักสายตา ก่อนจะปลุกให้มาเรียนต่อด้วยเสียงไก่ขัน

บางวันก็ได้ฮาครืน ด้วยรีบเร่งมาสอน ไม่รู้ตัวว่าอึ่งอ่างนอนอยู่ในรองเท้า
เข้ามายืนอยู่หน้าห้อง เอ๊ะ! ทำไมคับๆ 
ถอดออกมาเคาะ..อึ่งอ่างกระโดดโหยงๆ ฯลฯ
คนที่หลีกหนีการเรียนจนโดนเฆี่ยนด้วยไม้เรียวยังจดจำยาหม่อง
ที่พ่อต้องขี่จักรยานไปหามาให้ทาถูหลังถูกตี..นี่แหละครูเซี้ยง..
เรื่องราวอีกมากมายเมื่อได้พบปะกับศิษย์เก่าที่มักจะเล่าให้ฟังด้วยความคิดถึง

นอกจากพ่อ ยังมีเรื่องราวของแม่และบรรดาคุณครูทั้งหลาย ที่เจนตาเจนใจกับความทุ่มเท
การเป็นครูโรงเรียนเอกชนในเมืองเล็ก  ใครๆ ก็มักจะมองผ่าน
แต่การวางรากฐานชีวิตที่อยู่ในความทรงจำของศิษย์กลับมั่นคง ยืนนาน
แม้เวลาผ่านไปหลายปี
 
เกียรติบัตรชื่อยาวที่ตนเองได้รับในครั้งนี้
จึงมีที่มาจากบรรดาคุณครูมากมายที่ได้ก่อร่างสร้างไว้
สิ่งที่ได้ทำ มีเพียงสืบสานการใช้ชีวิตแห่งความเป็นครู
อาชีพที่อยู่ได้ด้วยใจรักในการเรียนรู้
และความสุขที่ได้อยู่ท่ามกลางการเติบโตงอกงามของชีวิต
แม้บางทีลูกศิษย์ก็ทำเอาเหน็ดเหนื่อย ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dd190751/archives/275</link>
			</item>
	<item>
		<title>บันทึกปีใหม่</title>
		<description>เสียงพลุเกรียวกราวเพิ่งจะสงบลง
ยืนอยู่กลางสนาม รับวันแรกของปีใหม่
ฟ้าใส  นวลแสงจันทร์กระจ่างไปทั่ว
มีแสงพริบพรายจากโคมลอยเกลื่อนฟ้า



วิบ วิบ วิบ ลอย ลอย ลอย
วิบ วิบ วิบ ลอย ลอย ลอย
ปัง ปัง ซ่า ซ่า ปัง ซ่า
วิบ วิบ วิบ ซ่า ซ่า ลอย ลอย

 
เงาไม้ทอลวดลายงดงามบนพื้น
มองผ่านต้นไม้ที่เริ่มทิ้งใบ
แลลอดเห็นแสงไฟในท้องฟ้า
พร่างพราวกิ่งก้านราวประดับด้วยเปลวเทียน


เสียงสวดมนต์ลอยแว่วมาไกลไกล
พนมมือไหว้ ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย
อาบแสงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่กลางฟ้า
เป็นช่วงเวลารับปีใหม่ที่งดงาม


ส่งความรักและความปรารถนาดีมายังทุกท่าน
ขอให้มีความสุข ความหวัง และพลังใจมากมายในปีใหม่นี้นะคะ
 </description>
		<link>http://lanpanya.com/dd190751/archives/272</link>
			</item>
	<item>
		<title>ตามรู้..ดูใจ..ในสวนป่ามหาชีวาลัยอิสาน</title>
		<description>ปกติเมื่อเดินทางไปสวนป่ามหาชีวาลัยอีสาน
มักเดินทางจากบ้านพร้อมกับเพื่อนร่วมทาง
ที่สร้างบรรยากาศให้ไม่เงียบเหงา
เพราะจะมีเรื่องเล่าเคล้าเสียงหัวเราะสนุกสนาน
แต่ครั้งนี้มีงานให้ต้องเข้ากรุงเสียก่อน
แล้วจึงย้อนไปสายอีสานในอีกสองสามวันถัดมา
พาให้แผนการเดินทางแปลกเปลี่ยนไป
ได้ตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่ช่วยกันหาเส้นทางออกจากเมืองกรุง!!!

อมยิ้มกริ่มใจ ว่าถึงอำเภอสตึกได้โดยไม่หลง
ทำเวลาได้ดีไม่มีปัญหา  แต่กลับต้องมาวนอยู่สองสามรอบที่หน้าสวน
ด้วยที่ควรจะเลี้ยว กลับผ่านเลยไป 
ทำให้ประวัติการหลงทุกรอบยังคงอยู่คู่กับการเข้าสวนป่า

ถึงที่หมายยามค่อนบ่าย และได้รับการต้อนรับด้วยส้มตำแสนอร่อย
จากนั้น หลากรสประสบการณ์ก็ทยอยกันเข้ามาในการรับรู้

ได้อยู่เป็นลูกมือ หั่น เด็ด ล้าง กับป้าจุ๋ม
ทำให้ได้เคล็ดวิชาแม่บ้านการเรือนที่มักสอบตกเป็นประจำ

ใส่น้ำในถ้วยก่อนตีไข่จะได้ไม่ติดถ้วย
ต้องใช้ไฟอ่อนนะตอนนี้  เอ้า..นี่คลุกเบาๆแบบนี้  อันนี้ดีนะมีคุณค่า
เติมนี่นิดนะมีประโยชน์  นี่ต้องล้าง  นี่ต้องสุก ฯลฯ
เห็นความเพียรพยายามตามหาสะเดาให้เข้ากับน้ำปลาหวาน
และรอยยิ้มเบิกบานกับความสำเร็จ
เห็นความสุข ความปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นได้รับสิ่งที่ดีที่สุด
และ " ดีสุดยอดคือ การยินดีกับผู้อื่นได้" 
เป็นถ้อยคำประทับใจที่ได้มาจากการสนทนากับป้าจุ๋ม



ได้อยู่ในวงสนทนาอันเจือด้วยภาษากวี
ที่อาจารย์นฤมล ปราชญ์โยธิน เล่าถึงเรื่องราวการทำงานกับเด็กๆ
ร่วมกับศิษย์(อาจารย์อภิชาติ เจริญมา หรืออาจารย์อ้น) ฤาษีแห่งลำปรายมาศ
ท่ามกลางบรรยากาศงดงามด้วยแสงเดือนส่องฉาย
และเสียงสายลมเย็นพัดผ่านแนวไม้
บางครั้งกำลังใจก็ก่อเกิดขึ้นได้จากการรับฟังคุณความดีของผู้อื่น

ได้ร่วมวงจิบชามินต์ที่ครูบากรุณาแจกให้ในยามดึก
จนไม่นึกท้อถอยต่อการอาบน้ำ
ความรู้สึกอุ่นกายหลังอาบน้ำเย็นเฉียบนั้นนำให้ฉุกคิด
มีกี่ครั้งในชีวิตที่นึกกังวลไปล่วงหน้าต่อเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึง
แล้ววันหนึ่งก็ผ่านไปได้ ทั้งเรื่องร้ายและดี
แม้จะมีครั้งใหม่ตามมา จะเสียเวลากับความกังวลอยู่ใย
แล้วอีกวันหนึ่งก็จะผ่านไปได้ เพียงเตรียมใจให้พร้อมรับกับทุกสิ่ง



มาสวนป่าครั้งนี้ มีเรื่องสุขภาพอนามัยอยู่ในความสนใจร่วมกัน
อาจารย์อ้นใช้วิชานวดกดจุดคลายเส้นให้ทั้งแม่หวี ครูบา
และ คุณ logos ผู้ได้ความสุขใจแต่บังเอิญทุกข์กายไปบ้างจากการขุดดิน
ได้แลกเปลี่ยนตำราอาหารจานสมุนไพร
ทั้งได้วิธีออกกำลังกายจากอุ้ยสร้อยผู้สอนโดยอธิบายหลักการ
และชวนกันปฏิบัติท่าชี่กงง่ายๆ จนได้ลองทำสิ่งที่ตรงใจ
ด้วยไม่ได้มุ่งทำท่าทางให้ถูกต้อง ทันกับกลุ่ม
แต่ควบคุมลมหายใจ  รับรู้ ตามติดการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องเนิบช้า
ใช้กำลังอย่างผ่อนคลาย ด้วยจังหวะ ลีลาที่เหมาะกับตนเอง

พบปรากฏการณ์แห่งความเข้าใจที่อธิบายได้ยากจากกิจกรรมนี้
เป็นวินาทีแห่งความสุขและการตระหนักรู้  อ้อ..แบบนี้เอง  อืมม..นี่ไง
เป็นความรู้สึกเช่นเดียวกับที่เคย "ตามลมหายใจ"  หรือ "เดินจงกรม" ไม่เป็นมาเนิ่นนาน
จนวันหนึ่งสัมผัสได้ถึงปรากฏการณ์แห่งความเข้าใจเช่นนี้
ซึ่งก่อให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะฝึกทำต่อเนื่องไป
และได้ใช้ประโยชน์ในการดูแลการออกกำลังกายของตัวเองเมื่อกลับถึงบ้าน



พบความสุขจากการดูใจและอยู่กับตนเองได้เรื่อยๆ ในสวนป่า
เวลาล้างจานอย่างตั้งใจ  แน่วแน่อยู่กับการสับมะละกอ  หั่นผัก
แม้ยามกวาดลานไผ่ ก็ได้ยินสรรพเสียงและจังหวะจากธรรมชาติรอบตัว
จนทำให้นึกสนุกกับการกวาดเป็นจังหวะให้เข้ากับเสียงที่ได้ยิน
รับรู้ ชัดเจนและใส่ใจกับความเรียบโล่งที่ค่อยปรากฏขึ้น

บางเวลาหาความสุขจากการพิจารณาลูกโม่ง
พืชพันธุ์ที่ดูแปลกตา ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dd190751/archives/260</link>
			</item>
	<item>
		<title>Todo Tag: ห้องเรียนลูกรัก</title>
		<description>ตั้งแต่ได้รับ Tag จากน้องครูปูเจ้าของลานเรียนชีวิต
ก็ปล่อยให้น้องรออยู่นั่นแล้ว ตามประสาคนคิดช้า
เมื่อได้เวลามาทบทวนถึงสิ่งที่อยากจะทำ
ก็ยังเป็นเรื่องราวที่ไม่พ้นจากเด็ก

ดูแลเด็กอยู่หลายวัย ตั้งแต่หัดตั้งไข่ ไปจนถึงวัยเริ่มแรกรุ่น
แต่ละปี ต้องมีเรื่องวุ่นๆ กับขาประจำวัยโจ๋อยู่ไม่ว่างเว้น
จนเป็นเหตุให้ต้องมีห้องเรียนลูกรักอยู่ทุกปี
เป็นห้องที่บรรดาคุณครูต้องทุ่มเทกายใจให้เป็นพิเศษ
ทั้งความอดทน อดกลั้น ทั้งผ่อนปรนเรื่องวิชาการ และหางานให้เหมาะกับแต่ละคน
กว่าจะส่งให้ผ่านพ้นไปได้ ทั้งพ่อแม่และครูก็ถอนหายใจกันหลายเฮือก

เฝ้ามองกันอยู่หลายปี จึงอยากหาวิธีที่จะแก้ไข
ทั้งหนักใจกับวิธีใช้ชีวิตของวัยวุ่นในยุคนี้ ที่ก้าวไปอย่างชวนให้ใจหายใจคว่ำ
เมื่อได้เห็นวิธีเรียนและคะแนนที่ร่องแร่งชวนหวาดเสียวของหนุ่มๆ กลุ่มหนึ่ง
จึงริเริ่มโครงการห้องเรียนลูกรักแบบใหม่ขึ้น
โดยความยินยอมพร้อมใจของทั้งครู ผู้ปกครองและหนุ่มๆ สิบเจ็ดคน
เป็นกลุ่มที่จะเรียนโดยวิธีพิเศษ เพื่อช่วยให้เรียนจบได้พร้อมเพื่อนร่วมรุ่น

เตรียมตัว เตรียมใจครู ให้ลดความคาดหวังทางวิชาการ
ให้เหลือเพียงมาตรฐานขั้นต่ำของหลักสูตร
ใช้การพูดเล่าเรื่องราวแทนการเขียนที่เด็กไม่ถนัด
ทั้งจัดให้สอนไปอย่างช้าๆ ตามพื้นฐานสติปัญญาและความเข้าใจของเด็ก

เตรียมเด็ก ด้วยการแวะเวียนไปให้กำลังใจทุกเช้า
เอาใจด้วยการให้อิสระในบางเรื่อง
ครูก็คอยเฝ้าติดตาม ยามหลบลี้หนีจากห้องเรียน
ทั้งเชิญพ่อแม่มาพูดคุย เยี่ยมเยือนถึงห้องเป็นบางครา

ดูแล้วก็น่าจะไปได้ด้วยดี
แต่ช่องว่างระหว่างอุดมคติกับความจริงก็มีสิ่งให้ต้องเรียนรู้อยู่มากมาย
รายละเอียดในชีวิตของเด็กแต่ละคนหล่อหลอมมาแต่ละรูปแบบ
สองหนุ่มมีสติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ
อีกสี่ห้าหนุ่มเหนื่อยหน่ายกับการเรียนแต่เพียรสร้างจุดเด่นด้วยความซ่าท้าทายครู
บางหนุ่มเป็นคุณหนูที่ไม่ยอมทำงาน
บางหนุ่มมีปัญหาที่บ้านและครอบครัว
บางหนุ่มพร้อมจะเลื่อนไหลไปตามเสียงส่วนใหญ่ในห้อง

ภาคเรียนแรกผ่านไปด้วยสภาพห้องเรียนที่กระพร่องกระแพร่งแหว่งวิ่น
บันทึกวีรกรรมและการพบครูฝ่ายวินัย ดูจะเป็นเรื่องประจำสัปดาห์
ทั้งปัญหาพฤติกรรมของบางหนุ่มเริ่มรุนแรงขึ้นในปลายภาค



ปิดเทอม คุณครูจึงร่วมกันคิดพิจารณาหาวิธีใหม่
ได้ข้อสรุปว่า ยังเห็นโอกาสที่จะพัฒนา และเชื่อว่าคงต้องแบ่งแยกเพื่อปกครอง
แยกกลุ่มที่เรียนโดยวิธีเดิมที่วางไว้ได้สิบหนุ่ม
อีกกลุ่มที่เหลือแจกจ่ายไปให้แก่ครูดูแลกันใกล้ชิด
ทั้งจัดหลักสูตรใหม่ให้ตั้งเป้าหมายในการเรียนด้วยตัวเองตามถนัด
ก่อนจะนำมาให้ครูจัดให้เข้ากับการวัด ประเมินผลตามระเบียบ

มีเงื่อนไขให้ต้องรับผิดชอบตัวเอง แลกกับอิสระที่จะจัดเวลาเรียนตามต้องการ
จะสอบผ่านหรือไม่ขึ้นอยู่กับการทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนด
ต้องค้นคว้า ต้องสร้างงานมาตามที่ตกลงกัน
ทั้งต้องยืนยันร่วมระหว่างครู ผู้ปกครองและเด็ก
ที่จะตรวจเช็คไม่ให้ทำผิดระเบียบเกินกำหนด ซึ่งอาจต้องงดไม่ให้เรียนต่อ

สัปดาห์แรกผ่านไป ด้วยการวัดใจครู
ลองนอนอยู่ในห้องสมุดกันทั้งวัน ครูก็ไม่หันมาดุว่า
ปล่อยจนถึงเวลาตรวจสอบเป้าหมายในวันสุดท้ายของสัปดาห์
จึงมาชี้ชวนให้มองเห็น เส้นทางสู่ความสำเร็จที่ยังไปไม่ถึง
ชวนให้คำนึงถึงเวลาที่เหลือกับการเรียนจบตามเป้าหมาย
สุดท้ายลองเสนอโครงงานที่จะช่วยให้ผ่านการประเมินผลได้หลายเรื่องมากขึ้น

เรื่องที่ทำท่าจะดี กลับมีเรื่องแทรกซ้อน
ด้วยตอนที่ทำข้อตกลงระหว่างกัน
มีขั้นตอนของการต้องทำไม่ผิดระเบียบเกินจำนวนที่กำหนด
ปรากฏว่าสองหนุ่มริเริ่มทำรอยสักมาโชว์หรา หลังจากมีบันทึกมาหลายครั้ง
ตามมาด้วยเรื่องวิวาทชกต่อย

เป็นเรื่องที่ครูผู้ต้องคอยรักษาระเบียบวินัยได้ปวดหัว
จะหาทางออกอย่างไรไม่ให้เป็นที่ครหาจากบรรดาลูกศิษย์คนอื่น
กว่าจะยื่นข้อเสนอให้ปลอดภัยกับทุกฝ่าย ก็ต้องก่ายหน้าผากไปหลายคืน



โชคดีมีครูที่เมตตา ร่วมกันอาสาดูแลแต่ละฝ่าย
ด้วยเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เพิ่มงาน เพิ่มภาระ แม้ไม่รู้ว่าจะสำเร็จได้เพียงใด
ตั้งใจให้เกิดประโยชน์ทั้งครูและเด็ก
ครูก็ได้คิดวิธีสอนแบบใหม่ ได้เตรียมใจให้ยอมรับวิธีเรียนที่แตกต่าง
อาจได้สร้างหลักสูตรที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

ในระยะนี้ จึงดูจะมีบรรยากาศการเรียนที่สงบขึ้นบ้าง
ด้วยตัวป่วนมัวแต่ไปสร้างโครงงานเลี้ยงปลาดุก
ที่ต้องคลุกหินทราย ขนย้ายอุปกรณ์ ทุกขั้นตอนต้องใช้เรี่ยวแรง
ทั้งต้องแบ่งเวลามาเฝ้าบ่อ ด้วยน้องๆ มักจะก่อเรื่องรบกวนปลา
แถมยังเที่ยวถามหาลูกค้า ตั้งแต่ปลายังไม่ทันลงบ่อ



ต่อด้วยโครงงานทำไข่เค็ม
ที่ชวนกันไปขุดจอมปลวก ...</description>
		<link>http://lanpanya.com/dd190751/archives/254</link>
			</item>
	<item>
		<title>คงเป็นของเล่น..กระมัง..</title>
		<description>เคยเล่นกับมดไหมคะ
นั่งดู  นอนดู  มดเดินกันเป็นแถวๆ แวะพัก ทักทายกันบ้าง
บางทีก็แกล้งเอาใบไม้ ดอกหญ้า ไปขวางทาง แล้วดูว่ามดจะทำอย่างไร
เห็นบางตัวหลงไปไกล ก็คอยเอาใบไม้ไปกั้นให้หันไปในทิศที่มีเพื่อนเดิน 

บางเวลารู้สึกว่า ชีวิตเป็นอย่างนั้น
ที่ดูเหมือนว่า จะมีเรื่องราวเข้ามา ให้เป็นความยากลำบาก
เป็นคลื่นที่ถาโถม ให้ก้าวเดินเชื่องช้าลง
เป็นกำแพงขวางกั้น ให้ปีนป่ายข้ามไป

ด้วยเป็นชาวพุทธที่อ่านพระคัมภีร์และมีเพื่อนชาวมุสลิม
ในช่วงแห่งความยากลำบาก
บางครั้งก็บอกตัวเองและผองเพื่อนว่า..มีแบบฝึกหัดจากพระเจ้ามาอีกแล้ว
แบบฝึกหัดที่ทำให้ได้รู้จักความจริงแห่งชีวิต
แบบฝึกหัดที่ทดสอบว่า ควรค่าแก่การได้เรียนรู้โลกในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเพียงใด
แบบฝึกหัดที่จะทำให้จากโลกนี้ไปอย่างไม่เสียดายและไม่รู้สึกติดค้างในใจ 

น่าแปลก..ในยามที่ทำแบบฝึกหัด
ก็ได้รับสัญญาณแห่งความเมตตาควบคู่กันมาเสมอ
ในยามที่ใจไม่เต็มร้อย เมื่ออ้อนเพื่อนไปหน่อยๆ ว่า..อวยพรให้ฉันบ้างนะ
สิ่งที่ได้กลับมา คือ คาถา
สัพพะพุทธานุภาเวนะ ขออำนาจคุณพระพุทธ
สัพพะธัมมานุภาเวนะ ขออำนาจคุณพระธรรม
สัพพะสังฆานุภาเวนะ ขออำนาจคุณพระสงฆ์ ปกป้องคุ้มครองให้.....

ช่างเป็นวิธีให้กำลังใจอันน่ารัก และจริงจังกับการช่วยเหลือ
จนเอื้อเฟื้อให้เกิดรอยยิ้มก่อนเริ่มงาน
แม้เมื่อแวะเข้ามาในลาน  ป้าหวานก็ช่างมีถ้อยคำนำใจให้มีเรี่ยวแรง
ทั้งใครบางคนก็แบ่งเรื่องราวดีๆให้ดู

โชคดีที่อยู่ในบรรยากาศของการทักทายไถ่ถาม
ยามเมื่อไปเยี่ยมบ้านยาย และได้เดินไปตลาดกับน้าผู้อาวุโส
เป็นโอกาสให้ได้ยินวิธีโต้ตอบด้วยไมตรีที่แปลกหู
" เอ๊อ..ไม่มีคนคอยถามแล้วไหมล่ะ.."
น้าตอบว่า.. "เออ..สมน้ำหน้าเนาะ"
ก่อนจะหันมาบอก..เมียมันเพิ่งจะเสียไป..ทุกทีเมียมันชอบทัก..

กระทั่งขากลับ..เดินผ่าน..ยังได้ยินเสียงเดิม..
" ซื้อหยังมากิ๋นพ่องเจ้า..เอ้า!..ถามแทนก็แล้วกัน.."

ได้เห็นความหม่นของใจ ที่แฝงไว้ใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้น
ทุกคนได้รับแบบฝึกหัดของชีวิตอย่างทั่วหน้ากัน



กระทั่งวันนี้..
ขณะที่กำลังบรรเลงฝีมือผัดข้าวอย่างน่าหวาดเสียว
คนกินจะเคี้ยวได้ กลืนลง หรือเปล่าหนอ
มีแขกมาเยี่ยมยามเช้า พร้อมกับข้าวคาวหวานที่เห็นแล้วเต็มตื้น
เพียงแค่รู้ข่าวว่าแม่ไม่ค่อยสบาย
พี่ชายต่างบ้าน ที่เพิ่งจะฟื้นจากความเจ็บป่วย
จัดข้าวผัดมาในถุงเล็กๆ  ห่อหมกสองสามห่อ
ขนมในห่อกระดาษ สองสามชิ้น อัดมาในถุงพลาสติกใบเล็ก 

ถุงใบเล็กๆ  แต่บรรจุไว้ด้วยความห่วงใย ใส่ใจอย่างถี่ถ้วน
มองเห็นความรักยิ่งใหญ่ที่ใส่ไว้ในข้าวปลาอาหาร
แม่คงรู้ได้นะ ว่ามีคนรักแม่มากมายจริงๆ

และเช้านี้
ที่ห้องครูเซี้ยงมีกลิ่นธูปและควันเทียน
คุณครูที่เกษียณจากงานไปเมื่อไม่นานนำพานเครื่องไหว้มาคารวะ
อาปาคงรู้ได้นะ  ว่ามีคนรักอาปามากมายจริงๆ

น่าแปลก..เพียงแค่เห็นความดีงาม ก็นำให้ใจเป็นสุข
พระเจ้า..คงเห็นเราเป็นของเล่น..ที่น่าเอ็นดู
แบบฝึกหัดที่ได้รับจึงเจือด้วยความเมตตา
ให้หาช่องทางพบสุข บนเวลาแห่งทุกข์
ให้ความทุกข์สอนให้เข้าใจโลกและชีวิต
พระเจ้าคงคิดสร้างเราให้แกร่งกล้า..เพื่อรับใช้ชาวประชาให้ดีขึ้น..กระมัง..

  </description>
		<link>http://lanpanya.com/dd190751/archives/250</link>
			</item>
	<item>
		<title>เรื่องโป๊..โป๊..(เซ็นเซอร์)</title>
		<description>วันนี้มีงานต้องค้นเอกสารเก่าๆ
เจอบันทึกที่เขียนไว้ เมื่อครั้งมีเวลาได้ใกล้ชิดกับเจ้าตัวเล็ก
ทำงานคืบไปได้ช้า  เพราะมัวแต่หัวเราะฮ่าๆ 
และรำลึกถึงวัยเยาว์อันสดใสของใครหลายคน

ด้วยอารมณ์อยากซุกซนจึงคัดเลือกมาเฉพาะเรื่องความเป็นหญิงและชาย
ให้ได้ลองอ่านกัน...


เหมือนเรื่องน้องตาล..อยากเป็นผู้ชาย
ที่เวลาครูสอนคัดไทย..จะได้ยินเสียงน้องแบงก์ตะโกนลั่นๆ
"คุณคูค้าบ...น้องตาลเค้าอยากเป็นผู้ชาย.."
"ทำไมล่ะลูก.."
"..ก็เค้าคัดชื่อตัวเองว่า...ด.ช.ญ.จุฑามาส !#??#!! " 

ส่วนอีกแบงค์หนึ่ง ซึ่งมีชื่ออันไพเราะว่า ปรัชญา
แต่กลับเขียนชื่อตัวเองว่า..ปรัชลา..ทุกครั้ง
หลังจากสืบสาวราวเรื่องอยู่นาน  ก็พบเหตุผลของคุณแบงค์
"ก็แบงค์เป็นผู้ชายนี่...เขียนตัว ญ.ผู้หญิงไม่ได้.." !#??#!!
หูย...ความเป็นชายเต็มเปี่ยมเลยนะเนี่ย.. 

บางทีก็มีความลับ..ทะเล้น..
เมื่อน้องแป้งกับน้องกวาง วาดรูปกันอยู่ในห้อง
หัวเราะกันคิกๆ คักๆ อยู่สองคน
คุณครู :  "แป้งวาดอะไรคะ"
น้องแป้งหัวเราะอย่างมีเลศนัยอยู่นาน กว่าจะตอบว่า..
"วาดที่ปัสสาวะค่ะ... !#??#!!..."
แหม..ช่างขัดเกลาภาษาซะ..

บางทีก็มีพฤติกรรมเอื้อเฟื้อที่น่ารัก..
เมื่อน้องต้น(ชาย)ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำแล้วหายไปนาน...
คุณครูจึงให้น้องหนุงหนิง(หญิง)ไปตาม..ก็หายไปอีกนานนน..
เมื่อคุณครูตามไปดู...ก็พบน้องหนุงหนิงเดินสวนมา
สะบัดมือและแขนที่เปียกโชกทั้งสองข้าง พร้อมกับบอกว่า..

"หนุงหนิงมัวช่วยล้างก้นให้น้องต้นค่ะ"...
โถ..ลองนึกภาพดูนะคะ  ช่วยล้างซะเปียกไปขนาดนั้น...55555

 
 
ตานี้ก็เป็นเรื่องของคุณหลานสาวคนโต  ผู้ซึ่งอยากเป็นผู้ชายเหมือนกัน
แม่จึงพยายามอธิบายว่า..เป๋าเป็นผู้หญิงค่ะ ผู้ชายเค้าจะมีปิงปอง ^^

"อ๋อ..พ่อจิณเป็นผู้ชาย..พ่อจิณต้องมีปิงปองใช่ไหมคะ.."
จนต่อมาวันหนึ่ง  เธอเจอลูกปิงปองเข้า..เล่นไปเล่นมานึกขึ้นได้
เอาลูกปิงปองใส่เข้าไปในกางเกงแล้วลุกขึ้นกระโดด ทำหน้าทะเล้นว่า..
"..ไชโย้!!!   น้องเป๋ามีปิงปอง..น้องเป๋ามีปิงปอง..น้องเป๋าเป็นผู้ชายแล้ว..."
!#??#!! !#??#!!

ความอยากเป็นผู้ชายของเธอยังคงอยู่ 
คงเป็นเพราะเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันมีแต่เด็กชาย
ไปเล่นกับพี่ๆ ลูกชายของครูที่มาทำงานในโรงเรียน
พูดแทนตัวเองว่า..ผม..ลงท้ายด้วยคำว่า..คับ.. ทุกคำ
พี่แบงค์วัยไล่เลี่ยกันชักสงสัย..แอบเอามือไปแตะๆ เป้ากางเกงของน้องดู

และแล้วก็ตะโกนว่า.. "เอ๊อ..เป๋าเป็นผู้หญิงแต๊ๆ.."
ผู้ชายต้องมีนี่..ว่าแล้วคุณแบงค์ก็เปิดกางเกงให้น้องดู...(เซ็นเซอร์)
"พี่ก้องก็มี.."  แล้วพี่ก้องก็เปิดมั่ง..

เจ้าเป๋า..ไม่ยอม..เปิดเหมือนกัน..
"ของผมก็มีคับ..แต่มันยังเล็กอยู่..." !#??#!!
แว๊กส์.... 

เรื่องแบบ..ของเป๋าก็มี...นี้ทำเอาผู้ใหญ่ขำกลิ้ง
เมื่อมีน้องเล็กๆ มาดูโรงเรียน แล้วบังเอิญทำกางเกงเปียก
ไม่ยอมใส่กางเกงก็มานั่งเล่นกะเป๋าทั้งๆ อย่างนั้น

จู่ๆ  เป๋าก็ชี้ไปที่ตักน้องแล้วบอกว่า.."อันนี้เป๋าก็มี..."
ผู้ใหญ่สองคนมองหน้าและอมยิ้มกันใหญ่..ถามว่า เป๋าก็มีเหรอ..
"ค่ะ..แต่ของเป๋าเป็นสีชมพู.."
ผู้ใหญ่ทนไม่ได้..หัวเราะก๊าก!!

เจ้าเป๋าทำหน้าเหรอหรา..บอกว่า...
"ก็เป๋ามีเสื้อกล้ามลายการ์ตูนแบบน้องไง...แต่สีชมพู!!!!..." 

ถามจริงๆ เถอะค่ะ..คิดแบบผู้ใหญ่สองคนข้างบนนั่นไหมคะ...อิอิอิ

 

  </description>
		<link>http://lanpanya.com/dd190751/archives/242</link>
			</item>
</channel>
</rss>
