<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานล้า</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/bengnaja/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/bengnaja</link>
	<description>Just another ลานปัญญา weblog</description>
	<pubDate>Mon, 03 Aug 2009 06:50:18 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>สามก๊ก ฉบับเหม็นโฉ่ว ตอนที่ ๒</title>
		<link>http://lanpanya.com/bengnaja/2009/08/03/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%81-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bengnaja/2009/08/03/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%81-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2009 06:45:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bengnaja</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สามก๊ก ฉบับเหม็นโฉ่ว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/bengnaja/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[บทที่ ๒
อันเมื่อบ้านเมืองเป็นวิบัติ หรือถึงคราที่จะเสื่อมสูญ ดับสูญลง มักปรากฎซึ่งอาเพศนานับประการ ดังปรากฎในเพลงยาวพยากรณ์ชะตากรุงศรีอยุธยา
&#8230;..
เดือนดาวดินฟ้าจะอาเพด
อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน
มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาล
เกิดนิมิตพิศดารทุกบ้านเมือง
พระคงคาจะแดงเดือดดังเลือดนก
อกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง
ผีป่าจะวิ่งเข้าสิงเมือง
ผีเมืองนั้นจะออกไปอยู่ไพร
&#8230;..
มิใช่เทศกลร้อนก็ร้อนระงม
มิใช่เทศกาลลมก็พัด
มิใช่เทศกาลหนาวหนาวก็พ้น
มิใช่เทศกาลฝนฝนก็อุบัติ
&#8230;..
ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ
นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย
กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย
น้ำเต้าอันลอยก็จะถอยจม
&#8230;..
จะเป็นเมืองแพศยาอาทัน
นับวันก็จะเริ่มเสื่มสูญเอย
&#8230;&#8230;

&#8220;พระเจ้าเลนเต้ด้อยความสามารถ มิได้ตั้งอย่ในโบราณราชประเพณี กาลวิบัติของฮ่องเต้องค์นี้เกิดจากข้าราชบริพารที่อยู่แวดล้อม มิได้เป็นคนดีมีศีลสัตย์ยึดคุณธรรม ฉาบหน้าล้วนวางท่ามีเกียรติ แฝงอุดมด้วยวาระซ้อนเร้น ยึดถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง มิไดสนใจทุกข์สุขของประชาราษฏร์ ฮ่องเต้กับโฮเฮาอัครมเหสีรวมทั้งตังไทฮอพระราชมารดาคนสามัญ หลงเชื่อฟังเเต่พวกขันทีประจบสอพลอ ยกย่องขันทีให้เป็นใหญ่ในแผ่นดินยิ่งกว่าขุนนางทั้งปวง พระเจ้าเลนเต้ทรงมีอำนาจราชศักดิ์ แต่ทรงบริหารราชการแผ่นดินกับอำนาจที่พระองค์มีอยู่ไม่เป็น ที่ควรแข็งมิแข็ง ที่ควรอ่อนมิอ่อน อีกทั้งได้แม่ทัพชื่อโฮจิ๋น เป็นพี่ชายอัครมเหสีโฮเฮา มีรากเหง้ามาจากคนฆ่าสัตว์ขายหมู เป็นคนทึ่ม ไม่มีความรู้ทางการทหาร และการปกครองบ้านเมือง&#8221;
สามก๊ก ฉบับบริหาร
ศาสตรจารย์เจริญ วรรธนะสิน
หากจะกล่าวง่ายๆคือราชสำนักฮั่นยุคปลายนี้ล้วนมาจากคนสามัญทั้งฮ่องเต้ แม่ฮ่องเต้ มเหสี  และแม่ทัพใหญ่ คนทั้งหมดนี้มาจากนอกราชสำนักดังนั้นการจะมีบารมีในราชสำนักต้องอาศัยขันที ที่มีเครือข่ายทั้งในวังและนอกวัง ทำให้ขันทีจึงมีอำนาจมากขึ้นจนกลายเป็นสาเหตุหนึ่งของการล่มสลายราชวงศ์ฮั่น
เมื่อความอดทนของประชาชนถึงขีดสุดการต่อต้านจึงบังเกิดขึ้น เฉกเช่นเมื่อครั้งเล่าปังปฐมฮ่องเต้เคยได้ลุกขึ้นสู้เพราะทนการกดขี่ของราชสำนักไม่ได้เพียงแต่การลุกขึ้นสู้ครั้งนี้มีผู้นำที่อ้างตนว่าเป็น ผู้วิเศษ
ครั้นนั้นที่เมืองกิลกกุ๋นเกิดโรคห่าระบาดหนัก มีคนป่วยเป้นอันมาก ชายผู้หนึ่งอ้างตนเป็นผู้วิเศษเที่ยวแจกยันต์ตามบ้าน ให้ติดไว้ที่หน้าบ้าน พลันแล้วอาการระบาดก็ทุเลาลง ชายผู้นั้นจึงได้รับการสรรเสริญจากชาวบ้านทั้งปวงเป็นอันมาก ชายผู้นี้คือ เตียวก๊ก
เตียวก๊กเห็นว่าราชสำนักอ่อนแอ ใกล้ถึงวันอวสาร จึงคิดการหมายชิงแผ่นดิน เตียวก๊กป่าวประกาศไปยังศิษย์ที่มีอยู่ทั่วไปในแปดหัวเมืองว่า แผ่นดินนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วจักต้องมีผู้มีบุญลงมาครองแผ่นดินใหม่ ประชาจักต้องอยู่เย็นเป็นสุข พร้อมทั้งประกาศสโลแกนว่า ฟ้าครามสิ้นแล้ว ฟ้าเหลืองขึ้นแทน ปีชวดนี้แล ใต้ฟ้ารุ่งเรือง
ชาวบ้านที่ทนการกดขี่ของขุนนางชั่วช้าในท้องถิ่นไม่ได้ต่างเข้าร่วมกลุ่มกบฎของเตียวก๊กเป็นอันมาก เตียวก๊กเองชอบโผกผ้าสีเหลืองเป็นสำคัญ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บทที่ ๒</strong></p>
<p>อันเมื่อบ้านเมืองเป็นวิบัติ หรือถึงคราที่จะเสื่อมสูญ ดับสูญลง มักปรากฎซึ่งอาเพศนานับประการ ดังปรากฎในเพลงยาวพยากรณ์ชะตากรุงศรีอยุธยา</p>
<p style="text-align: center;"><strong>&#8230;..<br />
เดือนดาวดินฟ้าจะอาเพด<br />
อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน<br />
มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาล<br />
เกิดนิมิตพิศดารทุกบ้านเมือง<br />
พระคงคาจะแดงเดือดดังเลือดนก<br />
อกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง<br />
ผีป่าจะวิ่งเข้าสิงเมือง<br />
ผีเมืองนั้นจะออกไปอยู่ไพร<br />
&#8230;..<br />
มิใช่เทศกลร้อนก็ร้อนระงม<br />
มิใช่เทศกาลลมก็พัด<br />
มิใช่เทศกาลหนาวหนาวก็พ้น<br />
มิใช่เทศกาลฝนฝนก็อุบัติ<br />
&#8230;..<br />
ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ<br />
นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย<br />
กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย<br />
น้ำเต้าอันลอยก็จะถอยจม<br />
&#8230;..<br />
จะเป็นเมืองแพศยาอาทัน<br />
นับวันก็จะเริ่มเสื่มสูญเอย<br />
&#8230;&#8230;</strong></p>
<p style="text-align: center;">
<p><em>&#8220;พระเจ้าเลนเต้ด้อยความสามารถ มิได้ตั้งอย่ในโบราณราชประเพณี กาลวิบัติของฮ่องเต้องค์นี้เกิดจากข้าราชบริพารที่อยู่แวดล้อม มิได้เป็นคนดีมีศีลสัตย์ยึดคุณธรรม ฉาบหน้าล้วนวางท่ามีเกียรติ แฝงอุดมด้วยวาระซ้อนเร้น ยึดถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง มิไดสนใจทุกข์สุขของประชาราษฏร์ ฮ่องเต้กับโฮเฮาอัครมเหสีรวมทั้งตังไทฮอพระราชมารดาคนสามัญ หลงเชื่อฟังเเต่พวกขันทีประจบสอพลอ ยกย่องขันทีให้เป็นใหญ่ในแผ่นดินยิ่งกว่าขุนนางทั้งปวง พระเจ้าเลนเต้ทรงมีอำนาจราชศักดิ์ แต่ทรงบริหารราชการแผ่นดินกับอำนาจที่พระองค์มีอยู่ไม่เป็น ที่ควรแข็งมิแข็ง ที่ควรอ่อนมิอ่อน อีกทั้งได้แม่ทัพชื่อโฮจิ๋น เป็นพี่ชายอัครมเหสีโฮเฮา มีรากเหง้ามาจากคนฆ่าสัตว์ขายหมู เป็นคนทึ่ม ไม่มีความรู้ทางการทหาร และการปกครองบ้านเมือง&#8221;</em></p>
<p style="text-align: right;"><strong>สามก๊ก ฉบับบริหาร<br />
ศาสตรจารย์เจริญ วรรธนะสิน</strong></p>
<p>หากจะกล่าวง่ายๆคือราชสำนักฮั่นยุคปลายนี้ล้วนมาจากคนสามัญทั้งฮ่องเต้ แม่ฮ่องเต้ มเหสี  และแม่ทัพใหญ่ คนทั้งหมดนี้มาจากนอกราชสำนักดังนั้นการจะมีบารมีในราชสำนักต้องอาศัยขันที ที่มีเครือข่ายทั้งในวังและนอกวัง ทำให้ขันทีจึงมีอำนาจมากขึ้นจนกลายเป็นสาเหตุหนึ่งของการล่มสลายราชวงศ์ฮั่น</p>
<p>เมื่อความอดทนของประชาชนถึงขีดสุดการต่อต้านจึงบังเกิดขึ้น เฉกเช่นเมื่อครั้งเล่าปังปฐมฮ่องเต้เคยได้ลุกขึ้นสู้เพราะทนการกดขี่ของราชสำนักไม่ได้เพียงแต่การลุกขึ้นสู้ครั้งนี้มีผู้นำที่อ้างตนว่าเป็น <strong>ผู้วิเศษ</strong></p>
<p>ครั้นนั้นที่เมืองกิลกกุ๋นเกิดโรคห่าระบาดหนัก มีคนป่วยเป้นอันมาก ชายผู้หนึ่งอ้างตนเป็นผู้วิเศษเที่ยวแจกยันต์ตามบ้าน ให้ติดไว้ที่หน้าบ้าน พลันแล้วอาการระบาดก็ทุเลาลง ชายผู้นั้นจึงได้รับการสรรเสริญจากชาวบ้านทั้งปวงเป็นอันมาก ชายผู้นี้คือ <strong>เตียวก๊ก</strong></p>
<p>เตียวก๊กเห็นว่าราชสำนักอ่อนแอ ใกล้ถึงวันอวสาร จึงคิดการหมายชิงแผ่นดิน เตียวก๊กป่าวประกาศไปยังศิษย์ที่มีอยู่ทั่วไปในแปดหัวเมืองว่า แผ่นดินนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วจักต้องมีผู้มีบุญลงมาครองแผ่นดินใหม่ ประชาจักต้องอยู่เย็นเป็นสุข พร้อมทั้งประกาศสโลแกนว่า <strong>ฟ้าครามสิ้นแล้ว ฟ้าเหลืองขึ้นแทน ปีชวดนี้แล ใต้ฟ้ารุ่งเรือง</strong></p>
<p>ชาวบ้านที่ทนการกดขี่ของขุนนางชั่วช้าในท้องถิ่นไม่ได้ต่างเข้าร่วมกลุ่มกบฎของเตียวก๊กเป็นอันมาก เตียวก๊กเองชอบโผกผ้าสีเหลืองเป็นสำคัญ ชาวบ้านที่เข้าร่วมกลุ่มกบฏจึงพากันโผกผ้าสีเหลือง ราชสำนักจึงเรียกกลุ่มกบฏเหล่านี้ว่า กลุ่มกบฏโผกผ้าเหลือง<br />
ราชสำนักของเลนเต้วุ่นวายกันอีกคร้ังเมื่อข่าวการก่อกบฏของกลุ่มโผกผ้าเหลือง เหตุการณ์จักเป็นอย่างไรติดตามตอนหน้า&#8230;.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bengnaja/2009/08/03/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%81-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สามก๊ก ฉบับเหม็นโฉ่ว บทที่๑</title>
		<link>http://lanpanya.com/bengnaja/2009/07/01/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%81-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%a7-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bengnaja/2009/07/01/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%81-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%a7-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2009 12:18:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bengnaja</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สามก๊ก ฉบับเหม็นโฉ่ว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/bengnaja/?p=3</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ขุนนางถือราษฎรดั่งหนึ่งอริราชศัตรู ขูดรีดภาษีอากรโหดร้ายยิ่งกว่าเสือ&#8221; 
ถ้อยบันทึกวรรคหนึ่งในพงศาวดารจีนที่บรรยายความโหดร้าย ความทุกข์ยากของประชาชน เหล่าขุนนางที่เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนประเทศชาติ มีหน้าที่ปัดเป่าความทุกข์ยากสาหัสของประชาชน กลับกลายเป็นผู้นำมาซึ่งความทุกข์ยากสาหัสของประชาชน เคยมีคำกล่าวว่า ฮ่องเต้ก็คือเรือ ประชาชนก็คือน้ำ น้ำทำให้เรือทรงตัวอยู่ได้แต่น้ำก็จมเรือได้เฉกเช่นกัน ในยุคปลายราชวงศ์ฮั่นแม้ว่าน้ำพยายามจะคว่ำเรือแต่ก็คว่ำไม่ได้ เพราะเหตุใดกัน? เหม็นโฉ่วจึงอยากเพิ่มคำว่า ขุนนางคือฝีพาย แม้ว่าน้ำเชี่ยวกราดเพียงใดถ้าฝีพายดีก็จะนำพาเรือลำนั้นฝ่าคลื่นลมไปได้ แต่ถ้าเรือลำนั้นมีรูรั่ว พุ เกิดรอยซึมขึ้นมา ฝีพายที่ดีก็จะอุดรอยรั่วนั้นได้ แต่หากรอยรั่วนั้นยากเกินเยียวยารักษาไว้ เรือลำนั้นก็จะจมลง ไม่มีทางที่จะงมขึ้นมาได้อีกครั้ง&#8230;.
เหม็นโฉ่วเองก็อยากฝากไปถึงผู้ปกครองทั้งหลาย ข้าราชการทุกๆท่าน เรือที่ชื่อว่าประเทศไทยยังคงต้องลอยลำต่อไป เหม็นโฉ่วเองก็เป็นเพียงน้ำหยดเล็กๆหยดหนึ่งที่จะช่วยประคับประคองเรือลำนี้ แม้ว่าคลื่นน้ำจะแรงเพียงไหน ถ้าหากฝีพาย และพันท้ายเรือ ช่วยกันเหม็นโฉ่วเชื่อว่าฟ้าหลังฝนนั้นดีเสมอ และไม่ว่ายังไงน้ำก็ยังเป็นน้ำ น้ำจะรักษาระดับของตัวเอง แม้จะมีน้ำเสียบ้างแต่ยังไงน้ำที่ดีกว่าก็จะเข้าไปสลายน้ำเสียอย่างแน่นอน แต่ฝีพายจะทำอะไรจะพายอย่างไรก็ให้นึกถึงน้ำด้วย อย่าทวนน้ำนัก
นับตั้งแต่เกาจู่เล่าปังสถาปนาราชวงศ์ฮั่นมา ก็นับได้ว่าความวุ่นวายของราชสำนักตั้งแต่ยุคพระเจ้าเลนเต้เป็นต้นมาเสื่อมโทรม อย่างที่สุด รัชสมัยพระเจ้าฮวนเต้ พระองค์ไม่มีรัชทายาทจะให้สืบไว้ซึ่งราชบัลลังค์ จึงไปของเด็กชายตัวน้อยๆ คนหนึ่งมารับเลี้ยงไว้เป็นลูกบุญธรรม เด็กน้อยนั้นก็คือเลนเต้ จะนับได้ว่าราชวงศ์ฮั่นนั้นที่สืบสายเลือดมาจากเล่าปังทางตรงก็คงจะสิ้นบุญลงไป แต่ก็คงไว้แต่ในนาม พระเจ้าเลนเต้แทนที่จะสำนึกคุณชาติกลับทำตัวเป็นดั่งหมาป่าหิวโหย เอาแต่เสวยสุข และเปิดทางซื้อขายตำแหน่งขุนนางอย่างเปิดเผย เบื้องหลังความวิปริตของราชสำนักนั้นก็คงไม่พ้น ก.ส.ข.ท.ก.ฮ. ชื่อเต็มๆคือ กลุ่มสิบขันทีใกล้ชิดฮ่องเต้ (ไม่รู้จะย่อทำไม??) ตัวเลนเต้เองก็ยังไม่รู้ตัวว่าความหายนะกำลังคลืบคลานเข้ามาเอาแต่ร่ำสุรา นารี ก.ส.ข.ท.ก.ฮ. ก็เพ็ดทูลแต่สิ่งดีๆว่าอาณาประชาราษฏร์เป็นสุข ไพร่ฟ้าหน้าใส&#8230;.
&#8230;.
แผ่นดินวุ่นวายไร้เสาค้ำฟ้า
สงสารก็แต่เหล่าปวงประชา
บ้านเมืองฉิบหายวุ่ยวานหนักหนา
ตี้หลงสุราน่าสงสารจริง
&#8230;. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>&#8220;ขุนนางถือราษฎรดั่งหนึ่งอริราชศัตรู ขูดรีดภาษีอากรโหดร้ายยิ่งกว่าเสือ&#8221; </strong></p>
<p align="left">ถ้อยบันทึกวรรคหนึ่งในพงศาวดารจีนที่บรรยายความโหดร้าย ความทุกข์ยากของประชาชน เหล่าขุนนางที่เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนประเทศชาติ มีหน้าที่ปัดเป่าความทุกข์ยากสาหัสของประชาชน กลับกลายเป็นผู้นำมาซึ่งความทุกข์ยากสาหัสของประชาชน เคยมีคำกล่าวว่า <strong>ฮ่องเต้ก็คือเรือ ประชาชนก็คือน้ำ</strong> น้ำทำให้เรือทรงตัวอยู่ได้แต่น้ำก็จมเรือได้เฉกเช่นกัน ในยุคปลายราชวงศ์ฮั่นแม้ว่าน้ำพยายามจะคว่ำเรือแต่ก็คว่ำไม่ได้ เพราะเหตุใดกัน? เหม็นโฉ่วจึงอยากเพิ่มคำว่า <strong>ขุนนางคือฝีพาย </strong>แม้ว่าน้ำเชี่ยวกราดเพียงใดถ้าฝีพายดีก็จะนำพาเรือลำนั้นฝ่าคลื่นลมไปได้ แต่ถ้าเรือลำนั้นมีรูรั่ว พุ เกิดรอยซึมขึ้นมา ฝีพายที่ดีก็จะอุดรอยรั่วนั้นได้ แต่หากรอยรั่วนั้นยากเกินเยียวยารักษาไว้ เรือลำนั้นก็จะจมลง ไม่มีทางที่จะงมขึ้นมาได้อีกครั้ง&#8230;.</p>
<p align="left"><em>เหม็นโฉ่วเองก็อยากฝากไปถึงผู้ปกครองทั้งหลาย ข้าราชการทุกๆท่าน เรือที่ชื่อว่าประเทศไทยยังคงต้องลอยลำต่อไป เหม็นโฉ่วเองก็เป็นเพียงน้ำหยดเล็กๆหยดหนึ่งที่จะช่วยประคับประคองเรือลำนี้ แม้ว่าคลื่นน้ำจะแรงเพียงไหน ถ้าหากฝีพาย และพันท้ายเรือ ช่วยกันเหม็นโฉ่วเชื่อว่าฟ้าหลังฝนนั้นดีเสมอ และไม่ว่ายังไงน้ำก็ยังเป็นน้ำ น้ำจะรักษาระดับของตัวเอง แม้จะมีน้ำเสียบ้างแต่ยังไงน้ำที่ดีกว่าก็จะเข้าไปสลายน้ำเสียอย่างแน่นอน แต่ฝีพายจะทำอะไรจะพายอย่างไรก็ให้นึกถึงน้ำด้วย <strong>อย่าทวนน้ำนัก</strong></em></p>
<p align="left">นับตั้งแต่เกาจู่เล่าปังสถาปนาราชวงศ์ฮั่นมา ก็นับได้ว่าความวุ่นวายของราชสำนักตั้งแต่ยุคพระเจ้าเลนเต้เป็นต้นมาเสื่อมโทรม อย่างที่สุด รัชสมัยพระเจ้าฮวนเต้ พระองค์ไม่มีรัชทายาทจะให้สืบไว้ซึ่งราชบัลลังค์ จึงไปของเด็กชายตัวน้อยๆ คนหนึ่งมารับเลี้ยงไว้เป็นลูกบุญธรรม เด็กน้อยนั้นก็คือเลนเต้ จะนับได้ว่าราชวงศ์ฮั่นนั้นที่สืบสายเลือดมาจากเล่าปังทางตรงก็คงจะสิ้นบุญลงไป แต่ก็คงไว้แต่ในนาม พระเจ้าเลนเต้แทนที่จะสำนึกคุณชาติกลับทำตัวเป็นดั่งหมาป่าหิวโหย เอาแต่เสวยสุข และ<strong>เปิดทางซื้อขายตำแหน่งขุนนางอย่างเปิดเผย </strong>เบื้องหลังความวิปริตของราชสำนักนั้นก็คงไม่พ้น ก.ส.ข.ท.ก.ฮ. ชื่อเต็มๆคือ กลุ่มสิบขันทีใกล้ชิดฮ่องเต้ (ไม่รู้จะย่อทำไม??) ตัวเลนเต้เองก็ยังไม่รู้ตัวว่าความหายนะกำลังคลืบคลานเข้ามาเอาแต่ร่ำสุรา นารี ก.ส.ข.ท.ก.ฮ. ก็เพ็ดทูลแต่สิ่งดีๆว่าอาณาประชาราษฏร์เป็นสุข ไพร่ฟ้าหน้าใส&#8230;.</p>
<p style="text-align: center;"><strong>&#8230;.</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong></strong><strong>แผ่นดินวุ่นวายไร้เสาค้ำฟ้า</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>สงสารก็แต่เหล่าปวงประชา</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>บ้านเมืองฉิบหายวุ่ยวานหนักหนา</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ตี้หลงสุราน่าสงสารจริง</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong></strong><strong>&#8230;. </strong></p>
<p align="left"> </p>
<p align="center">&#8230;.<strong>เลนเต้เอ๋ยเลนเต้ เจ้าเกิดมาเพื่อเสวยบุญจริงๆ</strong>&#8230;.</p>
<p align="center"> </p>
<p align="center"> </p>
<p align="right"><em><strong>&#8220;อันผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน</strong></em></p>
<p align="right"><em><strong>แม้นมิพลีตนรับใช้ประชาชนด้วยความเสียสละ</strong></em></p>
<p align="right"><em><strong>เชื่อฟังแต่คำคนถ่อยโฉดเขลา เฝ้าแต่หาความสุขสำราญ</strong></em></p>
<p align="right"><em><strong>บ้านก็จะไม่เป็นบ้าน</strong></em></p>
<p align="right"><em><strong>เมืองก็จะไม่เป็นเมือง&#8221;</strong></em></p>
<p align="right">พิชัยสงครามสามก๊ก</p>
<p align="right">สังข์ พัธโนทัย</p>
<p align="left">อย่างที่ได้ยกกล่าวไว้ เมื่อผู้ปกครองอยู่ใต้อาณัติของคนโฉด <strong>บ้านก็จะไม่เป็นบ้าน เมืองก็จะไม่เป็นเมือง </strong>เลนเต้ไม่สนราชกิจ ปล่อยให้ ก.ส.ข.ท.ก.ฮ. บริหารบ้านเมือง ตงฉินคนไหนกล่าวทูลเตือนพระสติที่ค่อนข้างมีจำกัดของพระองค์ก็มักจะไม่ได้กลับไปนอนบ้านอีกเลย ทำให้ตงฉินที่เหลือไม่ค่อยกล้าพูดจาเพราะว่าไม่อยากฝากชื่อในประวัติศาสตร์ว่าตายเพราะเตือนสติฮ่องเต้ นับแต่บัดนั้นมาขีนทีทั้งสิบก็เหิมเกริมยิ่งๆขึ้นกว่าแต่เก่า&#8230;</p>
<p align="left"><em>กลุ่มสิบขันทีใกล้ชิดฮ่องเต้ประกอบไปด้วย เทาเจียด๑ เตียงตง๑ เตียวเหยียง๑ ฮองสี๑ เหาลำ๑ เทาสิด๑ เห้หุย๑ กุยเสง๑ เทียควง๑ เทาเจียดเป็นหัวหน้ากลุ่ม ใกล้ชิดมากขนาดเลนเต้เรียกว่าพ่อ</em></p>
<p align="left"><em>ขุนนางตงฉินที่ฝากชื่อในประวัติศาสตร์ที่มีบันทึกไว้นั้น เช่นเตาบูและตันผวน ทั้งสองเป็นขุนนางผู้ใหญ่ คิดการล้างบางกลุ่มขันที แต่เทาเจียดรู้ความเข้าเสียก่อน เตาบูและตันผวนจึงโดนประหาร</em></p>
<p align="center"><span style="text-decoration: underline;">ครั้นเมื่อพระเจ้าฮ่องเต้มิได้ทรงอยู่ในศีลธรรมอันดีแล้วไซร้</span></p>
<p align="center"><span style="text-decoration: underline;">พระเทวดาประจำกรุงจีนจึงสำแดงซึ่งอานุภาพ</span></p>
<p align="center"><span style="text-decoration: underline;">เพื่อเป็นการเตือนพระเจ้าฮ่องเต้</span></p>
<p align="left">ครั้นบ้านไม่เป็นบ้าน เมืองไม่เป็นเมือง อาเพศจึงเกิด ครั้งหนึ่งเลนเต้ออกว่าราชการ พลันก็บังเกิดพายุฝนห่าใหญ่ มีงูเขียวตกมาพันที่ขาพระเก้าอี้ ในบัดดลงูเขียวก็กลายหายไปเสียเฉยๆ แล้วบังเกิดเป็นอสุนีบาต และลูกเห็บ ทำลายบ้านเมืองในพระนครเสียย่อยยับ อีกสี่ปีให้หลังเกิดพสุธาไหวบ้านเมืองพินาศ อาเพศไก่ตัวเมียกลายเป็นตัวผู้ ภูเขาใหญ่ทลายลง แม้แต่ในพระราชวังหลวงก็บังเกิดควันดำพวยพุ่งจากพระตำหนัก เกิดรุ้งตกในพระราชวังก็มี</p>
<p align="left">เลนเต้ปริตวิตกหนักจึงถามขุนนางทั้งปวงว่าต้องทำอย่างไร ขุนนางชื่อยีหลงทูลว่าบ้านเมืองเป็นเช่นนี้เพราะขันทีเป็นเหตุ เทาเจียดทราบความจึงใส่ความปลดยีหลงออกจากราชการ</p>
<p align="left"><strong>นับวันเริ่มเสื่อมโทรม นับวันเริ่มถดถอย ราชวงศ์ฮั่นของพระเจ้าเล่าปังเสมือนหนึ่งแสงจากเทียนดวงน้อยที่มีลมเบาๆพัดผ่านก็จะมอดดับลง </strong></p>
<p align="center"><strong>&#8230;&#8230;&#8230;..</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bengnaja/2009/07/01/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%81-%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%a7-%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สามก๊ก ฉบับเหม็นโฉ่ว</title>
		<link>http://lanpanya.com/bengnaja/2009/06/29/hello-world/</link>
		<comments>http://lanpanya.com/bengnaja/2009/06/29/hello-world/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2009 08:28:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bengnaja</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สามก๊ก ฉบับเหม็นโฉ่ว]]></category>

		<guid isPermaLink="false"></guid>
		<description><![CDATA[ 
 
สรรพสิ่งในใต้ฟ้าเมื่อแยกกันนานๆก็กลับเข้ารวม
เมื่อรวมกันนานก็กลับแบ่งแยก
ด้านบนนี้คือสัจธรรมอย่างแรกที่ได้จากการอ่านสามก๊ก เป็นความจริงที่ยืนยงมายังปัจจุบัน แผ่นดินจีนที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน กว่า 5,000 ปีไม่มีใครไม่รู้จัก สามก๊ก ประวัติศาสตร์ยุคปลายราชวงศ์ฮั่น รัชสมัยพระเจ้าเหี้ยนเต้ ซึ่งเหล่าขุนศึกต่างรบราฆ่าฟันกันเพื่อคำว่าอำนาจ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ผลจากการรบราฆ่าฟันทำให้แผ่นดินคลุ้งกลิ่นคาวเลือด เหม็นกลิ่นซากศพ ไปทั่วสนองตัณหาของขุนศึกที่ต้องการอำนาจนั่นเอง .. .. &#8230;
หลังจากยุคชุนชิว - จ้านกว๋อ
ราชสกุลอิ๋งฉินครองความเป็นใหญ่ในใต้ฟ้า
รวบรวมไพร่พลปราบปรามหกแคว้น
กำจัดอ๋องทั้งหกจึงทำให้ใต้ฟ้ามีอ๋องเพียงองค์เดียวคือ
ฉินอ๋องเจิ้ง
ด้วยพระเดชที่ทรงอานุภาพทำให้ตำแหน่งอ๋องไม่สมเกียรติ
ทรงตั้งตนเป็นฮ่องเต้พระนามว่า จิ๋นซีฮ่องเต้
นับแต่นั้นมาใต้ฟ้านั้นก็บังเกิดฮ่องเต้พระองค์แรกในนาม
ราชวงศ์ต้าฉิน
แต่แล้ว
เพียงเวลาสิบห้าปีราชวงศ์ฉินมีอันต้องล่มสลาย
ฮั่นอ๋องเล่าปังผู้มีพระคุณล้นฟ้ากับฉู่ป้าอ๋องผู้มีพระเดชท่วมดิน
กรำศึกแย่งอำนาจไพร่ฟ้าเดือดร้อน
ครั้นศึกครั้งสุดท้ายฮั่นอ๋องมีชัยเหนือฉู่อ๋อง
สถาปนาราชวงศ์ต้าฮั่น
เถลิงพระนามฮั่นโกโจฮ่องเต้
สืบราชวงศ์มาอีกสิบสองฮ่องเต้
ครั้นแล้วเกิดขบถชิงราชสมบัติ
ฮั่นกองบู๊กอบกู้ราชสมบัติคืนมา
สืบราชสมบัติมาอีกสิบสองฮ่องเต้
ราชวงศ์ฮั่นจึงล่มสลาย
&#8230;ใต้ฟ้าแบ่งเป็น&#8230;
สามก๊ก
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"> </p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><strong>สรรพสิ่งในใต้ฟ้าเมื่อแยกกันนานๆก็กลับเข้ารวม</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>เมื่อรวมกันนานก็กลับแบ่งแยก</strong></p>
<p align="left">ด้านบนนี้คือสัจธรรมอย่างแรกที่ได้จากการอ่านสามก๊ก เป็นความจริงที่ยืนยงมายังปัจจุบัน แผ่นดินจีนที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน กว่า 5,000 ปีไม่มีใครไม่รู้จัก สามก๊ก ประวัติศาสตร์ยุคปลายราชวงศ์ฮั่น รัชสมัยพระเจ้าเหี้ยนเต้ ซึ่งเหล่าขุนศึกต่างรบราฆ่าฟันกันเพื่อคำว่าอำนาจ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ผลจากการรบราฆ่าฟันทำให้แผ่นดินคลุ้งกลิ่นคาวเลือด เหม็นกลิ่นซากศพ ไปทั่วสนองตัณหาของขุนศึกที่ต้องการอำนาจนั่นเอง .. .. &#8230;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>หลังจากยุคชุนชิว - จ้านกว๋อ<br />
ราชสกุลอิ๋งฉินครองความเป็นใหญ่ในใต้ฟ้า<br />
รวบรวมไพร่พลปราบปรามหกแคว้น<br />
กำจัดอ๋องทั้งหกจึงทำให้ใต้ฟ้ามีอ๋องเพียงองค์เดียวคือ<br />
ฉินอ๋องเจิ้ง<br />
ด้วยพระเดชที่ทรงอานุภาพทำให้ตำแหน่งอ๋องไม่สมเกียรติ<br />
ทรงตั้งตนเป็นฮ่องเต้พระนามว่า จิ๋นซีฮ่องเต้<br />
นับแต่นั้นมาใต้ฟ้านั้นก็บังเกิดฮ่องเต้พระองค์แรกในนาม</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ราชวงศ์ต้าฉิน</strong><strong><br />
แต่แล้ว</strong><strong><br />
เพียงเวลาสิบห้าปีราชวงศ์ฉินมีอันต้องล่มสลาย<br />
ฮั่นอ๋องเล่าปังผู้มีพระคุณล้นฟ้ากับฉู่ป้าอ๋องผู้มีพระเดชท่วมดิน<br />
กรำศึกแย่งอำนาจไพร่ฟ้าเดือดร้อน<br />
ครั้นศึกครั้งสุดท้ายฮั่นอ๋องมีชัยเหนือฉู่อ๋อง<br />
สถาปนาราชวงศ์ต้าฮั่น<br />
เถลิงพระนามฮั่นโกโจฮ่องเต้<br />
สืบราชวงศ์มาอีกสิบสองฮ่องเต้<br />
ครั้นแล้วเกิดขบถชิงราชสมบัติ<br />
ฮั่นกองบู๊กอบกู้ราชสมบัติคืนมา<br />
สืบราชสมบัติมาอีกสิบสองฮ่องเต้<br />
ราชวงศ์ฮั่นจึงล่มสลาย</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>&#8230;ใต้ฟ้าแบ่งเป็น&#8230;<br />
สามก๊ก</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/bengnaja/2009/06/29/hello-world/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
