ต้นตาว หรือต้นลูกชิด

โดย aram เมื่อ 11 ตุลาคม 2008 เวลา 23:16 ในหมวดหมู่ ต้นไม้, พันธุ์ไม้หายาก #
อ่าน: 14952

ทุกท่านคงเคยทานลูกชิดนะครับ แต่เคยสงสัยบ้างไหมว่ามันมาจากไหน ต้นเป็นอย่างไร ลูกของต้นที่กว่าจะมาเป็นลูกชิดและก่อนจะมาเป็นลูกชิดอบแห้งทานเล่น มาอยู่ในขนมรวมมิตร อยู่ในไอติม หรือใส่ในน้ำแข็งใส ฯ ..

เคยดูรายการกบนอกกะลาที่ตามหาที่มาของต้นลูกชิด กว่าจะลงมาจากป่าได้ ต้องผ่านกรรมวิธีต้ม หนีบ บีบ แบก ลงมาจากป่าลึกจนเป็นลูกชิดใสๆ มาให้เราทานกัน  อยู่แถวๆจังหวัดน่าน ปัจจุบันก็ร่อยหรอ ต้องนำเข้าจากประเทศลาว 70 % เพราะบ้านเรามีแต่ตัด ไม่ค่อยได้ปลูกทดแทน        ดูรายการครั้งนั้นก็เกิดสนใจ เจ้าต้นลูกชิดที่ว่า อยากรู้จักต้นเสียแล้วซิ ..

http://www.pandacamp.net/index.php?mo=3&art=87086

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=6.15

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=yimprissana&month=02-2006&date=09&group=10&gblog=28

วันหนึ่งได้มีโอกาสไปเชียงดาว ดีใจพบเห็นต้นตาว หรือต้นต๋าว ที่มาของของลูกชิด มีลูกร่วงหล่นเต็มพื้นก็เลยลองขอเก็บมาเพาะดู 3-4 เม็ดเริ่มเพาะเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาจนลืมไปแล้วผ่านไป 6 เดือน กันยายนไปรื้อสวนดู เห็นเจ้าเม็ดที่เราเคยเพาะไว้ออกใบมา 1 ใบ นึกขึ้นได้ เราเพาะไว้สำเร็จงอกออกมาเพียง 1 ต้นจากทั้งหมด 3-4เม็ด 

 

ที่สำคัญข้อมูลเขาบอกว่าต้นนี้ไม่สามารถปลูกได้ ต้องให้ขึ้นเองตามธรรมชาติ จะให้ลูกให้ผลก็กว่า 10 ปีขึ้นไปแน่ะ  ต้องลองเสียแล้วครับ…

อยากจะช่วยอนุรักษ์ และเป็นแหล่งศึกษาให้เด็ก ๆหรือผู้ที่อยากเห็นอยากรู้จักต้นตาว หรือต้นลูกชิดได้ที่โรงเรียนนะครับ..

 

 

 

 

 

 

« « Prev : ตัวจริง ตัวเป็นๆออกมาแล้ว..

Next : สัญญาเฮ 6 » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

13 ความคิดเห็น

  • #1 rani ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 ตุลาคม 2008 เวลา 8:00

    สวัสดีคะ
    แหม ดีจังค่ะที่นำมาให้ชมกัน เพราะเคยเห็นครั้งแรกที่นี่เหมือนกัน กินเป็นอย่างเดียว อิอิ ไม่รู้ต้นเป็นอย่างไร ขอบคุณที่นำมาให้ชมนะคะ

  • #2 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 ตุลาคม 2008 เวลา 11:46

    อร่อย ชอบ กินทุกครั้งที่สั่งรวมมิตร
    เคยไปดูด้วยตาเช่นกันที่น่าน คราวไปเยี่ยมโครงการ “ฮักเมืองน่าน”
    ตามไปดูใน web ที่ระบุ ในนั้นกล่าวว่าส่วนใหญ่นำเข้ามาจากลาว  เป็นความจริงครับ  แต่ที่ web บอกว่า ลาวอุดมสมบูรณ์  อาจจะไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว เคยอุดมสมบูรณ์จริง แต่นับถอยหลังเหมือนบ้านเรา เพราะสองเหตุผลใหญ่ๆ คือ

        1. มีแต่เอามาขาย ไม่มีการอนุรักษ์ หรือจัดการที่ดี แม้จะมีโครงการต่างประเทศเข้าไปทำงานด้านนี้ก็ตาม แต่การอนุรักษ์กับการเอามาใช้ประโยชน์ไม่สมดุลกัน  ก็เราอร่อยกับมัน ส่งผลให้มีการทำธุรกิจ เมื่อมี demand ก็มี Supply ตามหลักธุรกิจทุนนิยมเสรีประชาธิปไตย
        2. ชนชาวลาวมีพื้นที่ราบลุ่มน้อย อาหารหลักคือข้าว แต่พื้นที่ไม่เพียงพอจึงต้องบุกขึ้นป่าไปถากทางทำมาหากิน หากบินวนป่าลาวจะเห็นว่าหมดแล้ว ไม่มีป่าผืนใหญ่ๆ เช่น เขาใหญ่ หรือห้วยขาแข้งของเรา พรุนไปหมดแล้ว  เขาทำไร่เลื่อนลอย  แม้ว่านโยบายของรัฐจะบังคับให้ชาวลาวสูง ลาวเทิงลงมาจากยอดดอย แต่เขาก็กลับขึ้นไปทำกินอยู่ดี  เพียงแต่ว่า พลเมืองเขาน้อยกว่าเราหลายเท่าตัว เมื่อเทียบพื้นที่ป่ายังดูมากกว่าบ้านเรา แต่ ไม่ใช่ป่าผืนใหญ่ๆอีกต่อไปแล้ว เป็นรอยแมวข่วนไปหมดแล้ว

    รายได้ของชาวลาวส่วนใหญ่ส่วนหนึ่งคือการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนภูเขาส่งให้ไทยและจีน  ส่วนที่ส่งให้ไทยนั้นพ่อค้าไทยไปตกเขียวไว้ เอาเมล็ดพันธุ์ไปก่อน เอาปุ๋ยไปก่อนแล้วหักกันเมื่อผลผลิตออก  อีกประการหนึ่งคือ ของป่า เช่นเปลือกต้นเหมือด ต้นสา สมุนไพร กล้วยไม้ป่า สัตว์ป่า  ล่องโขงมาขึ้นที่ เชียงคาน (พี่จะไปดูสักวันหนึ่ง) และเมืองอื่นๆมากมายตามชายแดน  ข้าวฟ่าง งาก็ปลูกกันบนเชิงเขา ถางกันโล่งโจ้งไปหมดแล้ว

    หลับตานึกว่าอีก สิบปี ยี่สิบปีข้างหน้า  หากการอนุรักษ์ หรือการจัดการใช้ประโยชน์จากป่าไม่ได้เรื่องจริงๆ ความวิปริตผิดส่วนของภูมิอากาศจะมีมากขึ้นเรื่อยๆในภูมิภาคนี้ครับ

    อย่าว่าแต่ลาวเลย  ดงหลวงของพี่ก็เต็มกลืน จะสร้างเครื่องมืออะไรถึงจะสร้างสำนึกให้เกิดการอนุรักษ์อย่างจริงจัง  พยายามต่อไปและอาศัยเวลา  มีปัจจัยมากมายครับ หลักการทางวิชาการมีมากมาย  แต่ทางปฏิบัติต้องมีเงื่อนไขเวลาเข้ามาด้วยครับ

    เอ จะกินต๋าวกันต่อไปไหมนี่  อิอิ.. 
    ดีมากครับอาราม 

  • #3 rani ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 ตุลาคม 2008 เวลา 19:15

    ตามมาอ่านที่พี่บางทรายเขียนมันก็เหมือนประเทศเราเมื่อไม่นานมานี่  ได้ความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมเยอะ
    ขำๆๆๆ ตอนจบพี่บางทรายยังหาทางลงมาชื่อ กินต๋าว ได้นะเนี่ย ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

  • #4 หมอเจ๊ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 ตุลาคม 2008 เวลา 21:40

    เพิ่งเคยเห็นเมล็ดทั้งเปลือกค่ะ ดูใบแล้วคล้ายกับต้นที่ทางใต้เขาเอามามัดต้มจังค่ะ แต่ก็คงไม่ใช่ต้นเดียวกันหละ มีอีกต้นหนึ่งให้ลูกรสชาดคล้ายลูกชิด ที่กระบี่เรียก ลูกลาน เป็นลูกทรงกลมค่ะ เนื้อใสเหมือนลูกชิดนี่แหละค่ะ  ที่ลาว พม่า น่าจะยังมีต้นอยู่ ทางใต้เดี๋ยวนี้ก็ไม่ใคร่จะเห็นลูกแล้วค่ะ  มีโอกาสจะหารูปมาแลกกันดูค่ะ

  • #5 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 ตุลาคม 2008 เวลา 0:18

    ลูกลานก็อร่อยครับ เหนียวหนึบๆ ต้นลานเหมือนต้นตาล  แต่ใบยาวกว่า ที่ขอนแก่นมีดงลาน  เหลือแต่ชื่อแล้ว  ที่ปราจีนบุรีก็มีดงลาน ยังมีต้นใหม่ๆเกิดขึ้นเป็นดงเลย ใบลานก็เอามาจารย์ภาษาธรรม เอามาทำหมวก ทำหลายอย่างเพราะใบเขาเหนียว ทน กว่าใบตาล ข้อด้อยคือ  ออกลูกแล้วเขาก็ตายไป นี่เองเราจึงยากที่จะได้กินลูกลานเพราะกว่าเขาจะโตนับสิบสิบปี แล้วก็ตายไป  เด็กสมัยนี้ ไม่รู้จักแล้ว คนเก่าๆอย่างเราก็ไม่ได้กินแล้วเช่นกัน อิอิ..

  • #6 aram ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 ตุลาคม 2008 เวลา 20:41

    สวัสดี ราณี ไว้รอชิมลูกชิดที่ผมปลูกนะครับ จะฝากไปให้ชิม อิอิ

  • #7 aram ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 ตุลาคม 2008 เวลา 21:01

    สวัสดีครับพี่บางทราย   ผมว่าชาวบ้านบางครั้งก็ต้องเป็นเครื่องมือของพ่อค้านายทุน โดยที่รู้หรือไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องราวของคำว่าอนุรักษ์ คำว่าระบบนิเวศน์ ต้องรอให้สูญพันธุ์ก่อนจึงจะเริ่มทำ ตัดมาขายอย่างเดียว เพราะความต้องการมีมาก น่าเห็นใจประเทศลาวที่ต้องตามรอยนับถอยหลังประเทศไทยมาติดๆนะครับ  
    สงสารลูกหลานอีก ยี่สิบสามสิบปีข้างหน้า จะอยู่กันอย่างไรกัน เนี่ย ..
    เห็นบ้านเรามีโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ โอทอป ผมว่าจะลองเปลี่ยนเป็นโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งระบบนิเวศน์ให้มีการดูแลรักษาร่วมกันเยอะๆทั้งประเทศไหวไหมครับ…อิอิ

     

  • #8 aram ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 ตุลาคม 2008 เวลา 21:08

    สวัสดีครับหมอเจ๊  ลูกลานเคยเห็นเหมือนกันครับ วันนั้นที่วัดพระบาทตากผ้าลำพูน เห็นกำลังออกลูกอยู่ต้นหนึ่ง ตรงทางเข้าวัดครับ   ลูกเพาะไม่ยากครับ โดยนำลูกสดๆมาฝังไว้ ก็สามารถงอกได้แต่คนเขาไม่นิยมปลูกกัน ปล่อยให้วัดทำหน้าที่ปลูกหรือขึ้นตามวัดส่วนใหญ่ แล้วผมจะหารูปมาฝากนะครับ

  • #9 aram ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 ตุลาคม 2008 เวลา 21:14

    พี่บางทรายครับ ผมยังไม่เคยชิมลูกลานเลยครับ แต่เคยเห็นต้นที่ออกลูก เคยจอดรถเก็บลูกลานข้างทางมาเพาะ ปลูกไว้ที่หน้าบ้านยังไม่โตครับ แต่งอกมาหลายปีแล้วต้นเท่าเดิม
    คนทางนี้เขาชอบเปรียบว่า ทำตาโตเท่าลูกลานต้ม  เห็นภาพจริงๆ

  • #10 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 ตุลาคม 2008 เวลา 21:51

    มีความรู้เพิ่มจริงๆ……..ขอบคุณครับ

  • #11 น้องจิ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 11 ธันวาคม 2008 เวลา 9:54

    55555555555555555555+++ คิดถึง

  • #12 BM.chaiwut ให้ความคิดเห็นเมื่อ 11 มกราคม 2009 เวลา 19:26

    ลูกชิด ตามที่ว่านั้น เคยกินมาตั้งแต่จำความได้ โดยเป็นส่วนผสมในน้ำแข็งขูด แต่แถวบ้าน (ต.คูขุด อ.สทิงพระ จ.สงขลา) เรียกกันว่า ลูกจาก เพราะมีต้นจากเป็นทิวแถวริมทะเลสาย เพิ่งรู้ว่าที่อื่นเค้ารียกว่า ลูกชิด และเป็นลูกของต้นตาวก็ตอนโตแล้ว…
    ที่รำลึกถึงเรีื่องนี้ เพราะสงสัยมาตั้งแต่จำความได้ว่า ลูกจากที่เค้าใส่ในน้ำแข็งขูด กับลูกจากที่ต้นจาก มันไม่ค่อยเหมือนกันนัก แล้วเค้าทำมาได้อย่างไร… ประมาณนี้

    อนึ่ง ลูกลาน ตามที่โยมคุณหมอว่ามานั้น แถวบ้านพอมีให้เห็น พวกเราเด็กๆ นั้น มักจะใช้ปางนู (หนังสะติ้ก) ยิงบ้าง หรือก้อนหินท่อนไม้ขว้างบ้างไปที่ลูกของมัน เพื่อให้ลูกมันหล่นลงมาจะได้ทุบกินเนื้อในดิบๆ ของมัน ก็อร่อยดีคล้ายๆ ลูกจาก แต่ต้นลานนี้ โดยมากต้นสูง กว่าจะได้กินสักลูกก็เนื่อยแล้วเหนื่อยเล่า… ลูกลาน นี้ บางครั้งก็มีคนต้มมาขาย โดยต้มทั้งเปลือกแล้วเราก็ซื้อมาทุบแกะกินเอง หรือบางครั้งเค้าก็ต้มเสร็จแกะเปลือกออก แล้วก็นำไปเชื่อมหรือบวชมาขายเหมือนกัน ก็อร่อยดี…

    ลูกชิด ลูกจาก ลูกลาน ลูกโหนดฯลฯ ตามความเห็นส่วนตัว เนื้อและรสชาดของมันเหมือนๆ กัน วิธีนำมาทำกินก็เหมือนๆ กัน กล่าวคือ กินดิบ ต้ม เชื่อม บวช หรือใส่ในจำพวกหวานเย็นหรือไอติมก็อร่อย… เพียงแต่ขนาดและลักษณะเท่านั้นที่แตกต่างกัน…

    เจริญพร

  • #13 townthara ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 เมษายน 2009 เวลา 14:15

    อยากได้ต้นตาวไปปลูกที่บ้านบ้างจังเลยคะ ไม่ทราบว่าจะหาซื้อได้ที่ไหนคะ

    ขอบคุณมากคะ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.071103811264038 sec
Sidebar: 0.020549058914185 sec